สรุปข่าวรอบวัน ประจำวันที่ 1 ม.ค. 60 ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ม.ค. 2560 18:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/826050

สยองตั้งแต่ต้นปี… เกิดเหตุกราดยิงที่ไนต์คลับชื่อดัง ในนครอิสตันบูล ของตุรกี ขณะผู้คนหลายร้อยคนกำลังเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ ดับสลดแล้วอย่างน้อย 35 บาดเจ็บกว่า 40 ราย ชี้มือปืน สวมชุดซานตาคลอส

การเมือง

09.28 น. หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วิเคราะห์ประเทศไทยปี 60 สู่โรดแม็ประยะสาม มุ่งหน้าไปสู่การเลือกตั้ง จี้ปลดล็อกพรรคการเมือง ชวนแข่งขันเรื่องนโยบาย ฟื้นศรัทธาประชาชน ชี้นักการเมือง ต้องเป็นผู้นำการปฏิรูป

11.40 น. “อลงกรณ์” ตีปี๊บ 137 แผนปฏิรูป มั่นใจ สปท.เร่งปั๊มผลงาน โวผลงานตั้งศาลทุจริต ฟุ้ง กก.3 ประสาน ดัน 200 แผน ย้ำต้องยกเครื่องพร้อมกันทุกด้าน ขอทุกฝ่ายร่วมมือดันไทยแลนด์ 4.0 เชื่อไทยเข้มแข็งจากปฏิรูป

12.58 น. คสช.ขอบคุณ จนท.ร่วมดูแลความปลอดภัยส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่เรียบร้อยดี เผย 3 วัน ยึดรถจากมาตรการดื่มไม่ขับแล้ว 1,010 คัน

13.05 น. เพื่อไทย บี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ปี 60 เลิกโยนความผิดให้นักการเมือง เหตุบริหารประเทศมา 3 ปี แล้ว

13.11 น. “มีชัย” อวยพรปีใหม่ 2560 ขอทุกฝ่ายร่วมใจ–สามัคคี-ขยันหมั่นเพียร ผนึกกำลังนำพาประเทศไทยเดินหน้าอย่างมีความสุข เจริญยิ่งขึ้นๆ ไป

13.20 น. “ดอน” อวยพรปีใหม่ 2560 ขอทุกคนกินดีอยู่ดีอยู่เย็นเป็นสุข ยึดมั่นพระบรมราโชวาท “ในหลวง ร.9” น้อมนำศาสตร์พระราชาปฏิบัติ เพื่อทำให้ประเทศเกิดความยั่งยืน

14.17 น. “วัชระ” จ้อเหน็บรัฐเลื่อนเลือกตั้ง “เชิญอยู่ต่อไปนานๆ” ซัด รธน.ซุกซ่อนอำนาจพิเศษ ม.44 จี้ใช้เป็นธรรม-เท่าเทียม อย่าเอื้อพวกพ้อง แนะเก็บไว้เผื่อหมดอำนาจบ้าง

14.35 น. “ศุภชัย” พอใจภาพรวมการทำงาน กกต.ตลอดปี 59 ลั่นเดินหน้าเตรียมความพร้อมจัดเลือกตั้งตามโรดแม็ป คสช.

15.15 น. “ยิ่งลักษณ์” วอนทุกฝ่ายช่วยประคองบ้านเมืองปี 60 ทวงสัญญา คสช.คืนประชาธิปไตยทำตามโรดแม็ปเลือกตั้ง เผยประเทศเสียโอกาสไปมากช่วง 2 ปี เหน็บรัฐไม่จริงใจสร้างปรองดอง ห่วงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ฉุดประเทศไม่ทันการเปลี่ยนแปลง

16.17 น. กกต.กทม.ชี้ข้อดีการมี กกต.จังหวัด ช่วยตรวจโกงเลือกตั้ง ย้ำทำงานโปร่งใส วอนผู้ใหญ่บ้านเมืองคิดทบทวน

16.35 น. สนช.ยอมรับจัดเลือกตั้งไม่ทันปลายปี ต้องเลื่อนเป็นช่วงกลางปี 61 โต้รัฐบาล-สนช.ไม่มีเจตนาตุกติกเลื่อนเลือกตั้ง แต่เป็นไปตามกรอบเวลาการพิจารณากฎหมายลูก

17.05 น. โฆษก รบ. เผยรัฐมุ่งปี 60 ขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 หวังเกิด “คนไทย 4.0” มีความรู้ รับผิดชอบสังคม บนอัตลักษณ์ความเป็นไทย สั่งทุกหน่วยงานปรับแผนให้เห็นผลภายใน 6 เดือน

17.44 น. อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย จี้นายกฯ เคลียร์เงื่อนเวลาเลือกตั้ง ซัดแหลก สนช.ยื้อเวลาหย่อนบัตรหวังอยากอยู่ในอำนาจต่อ ห่วงประเทศถูกมองเป็น “ศรีธนญชัย”

17.55 น. “ย่ิงลักษณ์-สมชาย” นำคณะ ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2560

เศรษฐกิจ

16.35 น. เลขาธิการ กสทช. เผยช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ยอดคนใช้ดาต้า 4G เพิ่มเป็น 4-6 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา 3 ข่ายมือถือ เผย คนไทยนิยมส่งความสุขแบบเรียลไทม์มากขึ้น ทำให้ยอดการใช้งานดาต้า เพิ่มสูงขึ้น

17.50 น. แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ปรับความถี่ตารางเดินรถตามนโยบาย ก.คมนาคม เพิ่มจำนวนเที่ยวต่อวันเพื่อรองรับการใช้บริการของผู้โดยสาร

ทั่วไทย

06.17 น. ไทยตอนบน ยังมีอากาศเย็น แต่อุณหภูมิจะสูงขึ้น 2-4 องศาฯ ส่วนภาคใต้ มีฝนเพิ่มขึ้น มีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง ตั้งแต่ 1-3 ม.ค. คลื่นสูง ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กงดออกจากฝั่งถึง 4 ม.ค.

08.21 น. หนุ่มชาวกทม.หวิดเอาชีวิตมาทิ้งที่พังงาในวันปีใหม่ ขับรถคันใหญ่กลับจากทำธุระ เสียหลักตกข้างทางชนต้นไม้ รถพังยับ ยังดีที่คนปลอดภัยบาดเจ็บไม่มาก เปิดประตูรถออกมาเองได้ คาดหลับใน

08.32 น. ดวงตะวันของวันใหม่ และปีใหม่ ปรากฏที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ในเวลา 06.34 น. นักท่องเที่ยวกว่า 3 หมื่นคนร่วมสัมผัส แสงตะวันแรกแห่งปีพุทธศักราช 2560 เพื่อความเป็นมงคลเพิ่มพลังชีวิต โชคดีมีชัยไปตลอดทั้งปี

09.01 น. เต้ย พงศกร เมตตาริกานนท์ พระเอกหนุ่ม กลับบ้านทำบุญปีใหม่ ร่วมตักบาตรกับชาวอำนาจเจริญ รับพรปีใหม่จากผู้ว่าฯ เสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต พร้อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่ในหลวง รัชกาลที่ 9

11.41 น. หนุ่มเทคนิคที่ราชบุรี ขี่จยย.ไปส่งเพื่อนสาว ขากลับรถเสียหลักตกถนนชนต้นไม้ เสียชีวิตในตอนเช้าของวันปีใหม่ แม่รู้ข่าวร้ายรีบรุดมาดู ตรงเข้ากอดศพลูก ร่ำไห้สุดเวทนา

12.04 น. หยุดยาวปีใหม่คนไทยแห่เดินทางท่องเที่ยว ที่อช.แจ้ซ้อน จ.ลำปาง มีธารน้ำแร่และบ่อน้ำร้อน มีคนนำไข่ไปแช่เอาฤกษ์เอาชัยในวันแรกของปีไก่ เผยเศรษฐกิจในพื้นที่กลับมาคึกคักจากช่วงหยุดยาวปีใหม่ รัฐบาลเอาใจปชช.ไม่เก็บค่าธรรมเนียม

13.09 น. ศปถ. สรุปยอดรวมอุบัติเหตุวันสิ้นปี ตายเพิ่ม 86 คน สะสม 3 วัน เฉียด 200 เชียงใหม่นำอุบัติเหตุมากสุด อุดรฯ-สุราษฎร์ฯ ดับสูงสุด แจงเหตุอุบัติเหตุเพิ่ม คนใช้รถเยอะกว่าปกติถึง 85 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุส่วนใหญ่ เมาสุรา-ขับรถเร็ว

13.15 น. นทท.กว่า 2 หมื่นคน แห่ขึ้นดอยที่ จ.เชียงราย ท่ามกลาง อากาศเปลี่ยนแปลงรับปีใหม่ เพื่อสัมผัสแสงแรก แต่ต้องผิดหวังไปตามๆ กัน เนื่องจากท้องฟ้าปิด มีเพียงอากาศหนาวเย็นเท่านั้น

13.55 น. 7 วันอันตราย จ.จันทบุรี เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ รองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ รณรงค์รักษาวินัยจราจร เข้มมาตรการเมาแล้วขับ-อุบัติเหตุหมู่

14.15 น. คนยังแห่สัมผัสลมหนาวที่เชียงใหม่ คึกคักช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ 2560 อุณหภูมิยอดดอยอินทนนท์ 6 องศาฯ ยังครองแชมป์มีนักท่องเที่ยวมากที่สุด ขณะมีฝนตกถึง 3 ม.ค. 60 ด้านผู้ว่าฯ สั่งด่วนมาตรการป้องกัน-ลดอุบัติเหตุ เน้นทางขึ้นดอย

13.01 น. สาวบ้านลาด มาอยู่กับสามีที่บ้านแหลม เพชรบุรี มีลูกน้อยวัยแค่ขวบเศษ ตัดสินใจก่อเหตุสลดในเช้าวันปีใหม่ ใช้ปืน 11 มม. จ่อยิงดั้งจมูกตัวเองตายคาห้องรับแขก คาดน้อยใจแฟนที่เอาแต่เที่ยวเตร่ ไม่สนใจมาดูแล

14.27 น. หนุ่มใหญ่ชาวบึงกาฬ ผูกคอตายหน้าบ้านย่านบางบัวทอง จนท.ติดต่อลูกสาว พบถูกทุบตีบ่อยครั้งจึงขนของออกจากบ้านไปอยู่ต่างจังหวัด คาดอาจเป็นสาเหตุปลิดชีพ

15.45 น. เรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวไทยพัทยาไปหัวหิน เที่ยวปฐมฤกษ์วันแรกที่ให้ลองนั่งฟรี เจอสภาพอากาศไม่เป็นใจคลื่นลมแรง ทำให้กัปตันตัดสินใจวนแค่เกาะล้านก่อนเข้าฝั่ง โดยจะเปิดให้ลองนั่งฟรีอีกที 3 -15 ม.ค.วันละ 1 เที่ยวแบบตั๋วเที่ยวเดียว

15.50 น. เกิดเพลิงไหม้บ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ที่พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ลุกโชนในคืนส่งท้ายปีเก่าเจ้าของไม่อยู่ไม่รู้ไปไหน ตัวบ้านไหม้หมดทั้งหลัง ส่วนข้าวของในบ้านเสียหายกว่าครึ่งแสน เร่งตรวจสอบหาสาเหตุ

15.50 น. หนุ่มใหญ่สุโขทัย ขับกระบะพาหลานไปหาญาติต่างหมู่บ้าน ถึงทางโค้งขึ้นเขาเร่งเครื่องหวังแซงคันหน้า แต่เสียหลักรถหมุนฟาดต้นไม้ข้างทาง คนขับเสียชีวิตคาที่ ส่วนหลานบาดเจ็บ

16.20 น. รถเก๋งมิราจ มีคนนั่งมา 3 คน ขับจาก อ.แกลง มุ่งหน้าชลบุรี เกิดเสียหลักตกข้างทางพุ่งชนต้นไม้เกิดเพลิงลุกไหม้ หญิงสาววัยรุ่นอายุแค่ 21 ปี ติดอยู่ในรถ ถูกนำออกมาในสภาพเสียชีวิตแล้ว ส่วนอีก 2 คนหญิง 1 ชาย 1 บาดเจ็บสาหัส

17.02 น. ตายก่อนวันเกิด 6 วัน! หนุ่มวัยรุ่นชาวหนองบัวลำภู ซื้อพลุมาจุดฉลองปีใหม่ จุดแล้วสงสัยพลุไม่ออก ก้มดูเจอพุ่งเข้าหน้าผากทะลุกะโหลกแตกเลือดอาบ แม่เรียกเพื่อนบ้านหามส่ง รพ. แพทย์ช่วยสุดความสามารถ สุดท้ายสิ้นใจวันปีใหม่

17.05 น. ชาวบ้านบางสัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ทำพิธีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปัดเป่าสิ่งอัปมงคล พร้อมสืบสานประเพณีที่มีมานานนับร้อยปี

17.08 น. หนุ่มวัย 29 ชาวอุตรดิตถ์ ขับรถกระบะรีบพาคนเจ็บถูกแทงในร้านคาราโอเกะ ส่งรพ. ปรากฏว่าซิ่งมาเร็วรถแหกโค้งพุ่งประสานงากับรถจยย. ที่มีหนุ่มสาววัยรุ่น อายุ 17 และ 16 ปีขี่ซ้อนท้ายกันมา ตายคาที่ทั้งคู่

17.12 น. นราธิวาส ฝนตกต่อเนื่อง น้ำป่าหลากจากเทือกเขาสันกาลาคีรี ลงแม่น้ำโกลก ล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือน 5 ชุมชน ขณะ อ.เจาะไอร้อง อ.ระแงะ อ่วมเช่นกัน แต่รถยังสัญจรได้ ด้านสงขลา น้ำป่าจากเทือกเขาแก้ว ไหลเข้าตัวเมืองสูง 30 ซม.

17.15 น. กลุ่มหนุ่มสาวฉลองปีใหม่ร้านอาหารย่านหนองจอก หลังเคาต์ดาวน์แซวเด็กเสิร์ฟ กลุ่มแฟนหนุ่มไม่พอใจควักปืนกราดยิง วิ่งหนียังไล่ตาม ส่งผลดับ 1 เจ็บ 6 ด้าน ตร. รู้ตัวคนร้ายแล้วเร่งล่า

17.17 น. ปืนผาหน้าไม้ ไม่ถูกกับคนเมา หนุ่มโพรงมะเดื่อ นครปฐม เชิญญาติมากินเลี้ยงปีใหม่ที่บ้าน ยืมปืนน้าชายมายิงขึ้นฟ้าเฉลิมฉลอง ไม่รู้ด้วยเหตุใด ปืนลั่นโป้งเจาะขมับขวาทะลุขมับซ้ายพอดิบพอดี ยังไม่แน่ว่ายิงตัวตายหรือไม่

17.25 น. รถตู้โดยสารสายนครปฐม-กำแพงแสน-บางเลน ชนประสานงาบิ๊กไบค์ขณะกลับรถ สถาพบิ๊กไบค์ล้อหลังชี้ฟ้าทับชายคนขับวัย 31 ปีเสียชีวิต ส่วนหญิงซ้อนท้ายบาดเจ็บหมดสติ

17.30 น. แฉแก๊งทมิฬอุ้มฆ่ารีดพ่อค้ายาที่นครศรีธรรมราช มีครบทั้งตำรวจ ปลัดอำเภอ อส. ผญบ.น ผช.ผญบ. อส.ตร. ล่าสุดมีทั้งจับกุมและมอบตัวแล้วหลายราย ผวจ.รายงานด่วนถึงมท.1 เตรียมออกหมายจับปลัดอำเภอ หน.แก๊งเร็วๆ นี้

17.36 น. หน.อุทยานฯ เขาใหญ่ ได้รับข่าว จระเข้กัดน่อง นทท.ชาวฝรั่งเศสได้รับบาดเจ็บ ขณะเดินป่ามุ่งหน้าน้ำตกเหวสุวัต จึงประสานหน่วยกู้ภัยนำตัวผู้บาดเจ็บส่ง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี

17.55 น. ประชาชนทั่วสารทิศ แห่กราบไหว้ขอพรปีใหม่ “ปู่ศรีสุทโธ” คำชะโนด จ.อุดรธานี ด้าน ตร.สภ.บ้านดุง เผยรถติดนับ 10 กม. วางแผนรับมือไว้ แต่ไม่คิดว่าคนจะมากขนาดนี้

ต่างประเทศ

08.11 น. สยองตั้งแต่ต้นปี… เกิดเหตุกราดยิงที่ไนต์คลับชื่อดัง ในนครอิสตันบูล ของตุรกี ขณะผู้คนหลายร้อยคนกำลังเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ ดับสลดแล้วอย่างน้อย 35 บาดเจ็บกว่า 40 ราย ชี้มือปืน สวมชุดซานตาคลอส

15.18 น. ตร.ตุรกียังคงเร่งไล่ล่าติดตามค้นหามือปืน หลังลงมือกราดยิงสุดสยองที่ไนต์คลับดังในอิสตันบูล ยอดตายเพิ่มเป็น 39 ขณะที่มีภาพจากคลิป แสดงให้เห็นช่วงเวลาคนร้ายเปิดฉากยิงบริเวณด้านหน้าของไนต์คลับ ส่องตร.ดับไป 1 ราย ก่อนเข้าไปก่อเหตุ

16.20 น. ชายญี่ปุ่นไม่ยอมพูดกับภรรยา ทั้งที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันมานานถึง 20 ปี จนมีลูกด้วยกัน 3 คน แต่ด้วยความพยายามของลูกๆ ในที่สุด พ่อของพวกเขาก็ยอมคุยกับแม่ จนลูกสาวถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่

กีฬา

06.00 น. เคลาดิโอ รานิเอรี นายใหญ่ของ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ โล่งใจทีมชนะเป็นเสียที พร้อมกับติดตลกยกให้เป็นโมเมนต์ที่สุดของปี 2016 ลืมเรื่องการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปแล้ว

10.15 น. “อนุสรณ์ แก้วกังวาล” ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ และ “เนวิน ชิดชอบ” ปธ.บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมด้วยภาครัฐ-เอกชน และชาวบุรีรัมย์ ร่วมจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ งาน “ลูกของพ่อ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้” ณ สนามไอโมบายฯ

11.00 น. “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง พร้อมคุยนายกฟุตบอล “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ถึงสัญญาฉบับใหม่ในการคุมทีมชาติไทย ในงานเลี้ยงฉลอง ความสำเร็จของทีมช้างศึก วันที่ 11 ม.ค.นี้

11.45 น. สมาคมกีฬาว่ายนํ้าแห่งประเทศ ไทยฯ ที่มี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น นายกสมาคมฟิตเปรี๊ยะ ลุยส่งนักกีฬาไปเก็บตัวต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้มากกว่าเดิม

12.30 น. ศึกจักรยานยนต์ซุปเปอร์ครอสปี 2017 ปะทะเดือดแน่ นักแข่งฝีมือดีของไทยจะต้องเจอกับลูอิส สจ๊วต นักแข่งจากออสเตรเลีย และ ยูตะ อิเกกายา จากญี่ปุ่น ที่จะมาร่วมแข่งขันตลอดทั้งฤดู 9 สนาม โดยจะประเดิมสนามแรก 14-15 ม.ค.นี้

13.15 น. “กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร” รัฐมนตรีกีฬา เดินหน้าผลักดัน ให้มีการบรรจุ งานให้กับนักกีฬาทีมชาติไทย ที่สร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติอย่างเป็นเรื่องเป็นราว โดยจะเสนอประเด็นนี้ให้คณะกรรมการกำกับนโยบายกีฬาแห่งชาติ ได้พิจารณา

14.00 น. “ธเนศ เครือรัตน์” ประธานสโมสร “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เอฟซี ยังไม่เคลียร์กับคำตัดสินของศาลปกครองอุบลราชธานี ที่ให้อีสาน ยูไนเต็ด ชนะคดีได้สิทธิทำทีม ยืนยันยื่นอุทธรณ์แน่พร้อมส่งทีมเข้าร่วมศึกไทยลีกฤดูกาล 2017

14.45 น. “ยูเซน โบลต์” ยอดลมกรดชื่อก้องโลก โทรเข้ามาคุยสดๆ หลังเกม “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” เปิดรังทุบ “มิดเดิลสโบรห์” 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

15.30 น. “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิง “เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด” และ ทีมชาติไทย สึกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวเผยเตรียมนำธรรมมาปรับใช้ในชีวิต ยันวันที่ 2 ม.ค.นี้ เตรียมเข้าร่วมฝึกซ้อมกับสโมสรต้นสังกัด

16.15 น. “โอกลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์” โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้ง เปิดรังไล่ทุบผู้มาเยือนอย่าง “ลอส แอนเจลิส คลิปเปอร์ส” 114-88 ในศึกบาสเกตบอล เอ็นบีเอ

17.00 น. ไม่ย้ายไปไหน! “วิลสัน โรดริเกซ” พ่อของ “ฮาเมส โรดริเกซ” จอมทัพตกอับของ “เรอัล มาดริด” ออกโรงระบุว่า ลูกชายของเขาจะขอสู้แย่งตำแหน่งทีมต่อไป

17.45 น. สมาคมกีฬาเทนนิสฯ เรียก 12 นักหวดหนุ่ม เตรียมสู้ศึกเดวิสคัพ รอบแรก ดวล “คูเวต” วันที่ 3-5 ก.พ.นี้ “บิ๊กเอ๋” กิตตน์สมบัติ เอื้อมมงคล นายกเทนนิสเผยใช้เกณฑ์คัดตัวนักกีฬาจากอันดับโลกเป็นหลัก

ไลฟ์สไตล์

14.25 น. ตามไปดูบรรยากาศงาน “แสงเทียนแห่งสยาม” เมื่อค่ำคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2559 ณ ลานเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อส่ง ส.ค.ส. ถึงพ่อบนฟ้า ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยบรรยากาศภายในงานสวยงามดูอบอุ่น

บันเทิง

12.00 น. นิว วงศกร รับเล่นละครประกบคู่หวานใจ นาว ทิสานาฏ เป็นครั้งที่ 2 เรื่อง สาปดอกสร้อย บอกร่วมงานครั้งนี้ไม่ค่อยมีฉากหวาน เพราะเป็นละครผีออกแนวพีเรียดดราม่า มีความสยองมากกว่าความหวาน

12.40 น. หลังจากประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในปี 59 จนเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในค่ายเพลงที่นำกระแสค่ายหนึ่งในการวงการเพลงไทย พอรูดม่านรับศักราชใหม่ปี 60 ปุ๊บ ฟองเบียร์ ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม บิ๊กบอสค่าย ME Records

13.30 น. หนูนา-สิงโต-พัดพัด-พรีม-ไอซ์ ส่งตรงคำอวยพรจากใจให้แฟนๆ ไทยรัฐ ต้อนรับปีใหม่ 2560

16.27 น. ผู้ประกาศข่าวทีวีมีเยอะ แต่ที่โดดเด่นจริงมีคุณภาพจริงมีเพียงไม่กี่คน หนึ่งในนั้นก็ต้องมีชื่อของ ขวัญ เรือนขวัญ ขุนวงศ์ ผู้ประกาศข่าวบันเทิงทาง

17.57 น. สังคมโดยรวมจะน่าอยู่ เราทุกคนต้องช่วยๆ กัน…เป็นอีกกิจกรรมที่น่าสนับสนุนมากๆ นางงามตัวแม่ตัวจริง บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ซุ่มเงียบทำกิจกรรมเพื่อสังคม ร่วมด้วยช่วยเด็กใต้ในพื้นที่เสี่ยง

 

ต้องกู้สถานการณ์ด่วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ทีมข่าวการเมือง 31 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/847462

ชั่วโมงสั้นๆที่ทำให้คนไทยรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว

ในการส่งแรงใจลุ้นและเชียร์ “น้องน้ำตาล” ชลิตา ส่วนเสน่ห์ สาวงามจากประเทศไทย บนเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2016 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อช่วงสายของวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา

แม้จะพลาดหวังคว้าตำแหน่งผู้หญิงสวยสุดในจักรวาลปีนี้ไป แต่น้อง “น้ำตาล” ก็สร้างความประทับใจและความภาคภูมิใจให้คนไทยทั้งชาติ

โดยเฉพาะช็อตสำคัญการตอบคำถามในรอบ 6 คนสุดท้าย ที่พิธีกรถามว่า ผู้นำโลกคนไหนในอดีตหรือปัจจุบันที่คุณชื่นชอบหรือเคารพ เพราะอะไร ซึ่งสาวงามตัวแทนจากประเทศไทยตอบมาจากส่วนลึกของใจ โดยไม่ต้องคิดนานเลยว่า

“คนนั้นก็คือ ในหลวงของดิฉันค่ะ ตั้งแต่ดิฉันเกิดมาก็เห็นพระองค์ทรงงานหนักมาตลอด ทรงไม่เคยบ่นแม้แต่น้อย และพระองค์ท่านก็เปรียบเสมือนพ่อของทุกคนในประเทศไทยค่ะ”

ได้ใจคนไทยทั้งประเทศ ได้รับรู้กันไปทั่วโลก

นับเป็นความสวยงาม เกียรติภูมิของไทยที่ผู้หญิงตัวเล็กๆทำให้ปรากฏในเวทีสำคัญ

ในบรรยากาศหักมุมกันเลยกับสถานการณ์ที่ต้องรีบกู้เครดิตประเทศไทยจากภาพ “แลนด์ ออฟ คอร์รัปชัน”

เชื้อชั่ว “โกง” ลามลึกจนเข้าขั้นโคม่า

ตามอาการแบบที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช. ต้องเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ ที่เป็นคณะกรรมการชุดย่อย “มินิคาบิเนต” ของคณะกรรมการบริหาราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)

เพื่อหารือเรื่องการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน

ภายหลังจากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ให้คะแนนไทยตกรูดไปอยู่ในอันดับที่ 101 จากเดิมอันดับที่ 76

ในจังหวะกระแส “สินบนข้ามชาติ” ประจานซ้ำ

โดยการแฉจากหน่วยงานปราบทุจริตในอังกฤษและสหรัฐอเมริกาที่ปล่อยข้อมูลฉาวๆในการจัดซื้อเครื่องยนต์โรลส์รอยซ์ที่โยงกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และเอี่ยวกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ต่อเนื่องถึงการจัดซื้อสายเคเบิลไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง

ล้วนแต่รัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย ระบบธรรมาภิบาลพังไม่เหลือ

และตามกระแสไหลลามไม่หยุด ล่าสุดปมสินบนข้ามชาติถูกเปิดโปงไปถึงโครงการจัดซื้อกล้องซีซีทีวีในรัฐสภาของไทย

เจาะถึงจุดศูนย์กลางอำนาจนิติบัญญัติเลย

โดยรูปการณ์ “คอร์รัปชัน” กระทบเครดิตประเทศไทยในสายตาของนักลงทุนทั้งในและต่างชาติ สั่นสะเทือนระบบเศรษฐกิจของประเทศที่วันนี้ก็แทบไม่มีปัจจัยบวกเหลืออยู่แล้ว

แนวโน้มแบบที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ พยายามอธิบายถึงปรากฏการณ์อันดับความโปร่งใสของไทยที่ร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 101 เป็นเพราะบางอันดับเป็นตัวเลขที่เกาะกลุ่มกัน

แต่คะแนนดิบจริงๆของไทยลดไปแค่ 3 แต้มเท่านั้น

มันก็เป็นอะไรที่น่าเห็นใจ เพราะไม่มีคำอธิบายที่ดีกว่านี้

นายสมคิดต้องฝืนมองโลกในแง่ดี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า คอร์รัปชันมันสะเทือน ไม่อย่างนั้น “นายกฯลุงตู่” คงไม่ต้องเรียกประชุมด่วนมินิคาบิเนตกู้สถานการณ์

นั่นก็เพราะมันจะพาลฉุดงานด้านอื่นไปหมด

ตามจังหวะ “ขนมผสมน้ำยา” แม้ประเด็นสินบนข้ามชาติจะเป็นเรื่องเก่าค้างปี คาบโยงรัฐบาลในอดีตมาหลายยุคหลายสมัย แต่มันมาโยงพอดีกับบรรยากาศห้วงอำนาจพิเศษที่องค์กรระดับโลกตั้งแง่การตรวจสอบที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ อย่างที่เห็นการปิดกั้นฝ่ายต่อต้านการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา

อันดับคอร์รัปชันในประเทศไทยเลยตกฮวบฮาบ

แม้ผู้นำรัฐบาล คสช.อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ที่ “หัวไม่ส่าย” พร้อมประกาศให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการปฏิรูป แถมยังยึดเอาตามคำทำนายโหรว่า เป็นศักราชแห่งการโชว์ความโปร่งใส

แต่ก็ยังไม่มีน้ำหนักมากพอทำให้องค์กรตรวจโกงโลกเชื่อใจ.

ทีมข่าวการเมือง

 

สินบนโรลส์รอยซ์ด่านทดสอบองค์กรปราบโกง : ปูทางขุดรากคอร์รัปชัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ทีมข่าวการเมือง 30 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/846152

องค์กรตรวจสอบการคอร์รัปชันเด้งรับตรวจสอบสินบน “โรลส์รอยซ์” กันเป็นทิวแถว แต่จะสามารถเอกซเรย์ขุดรากถอนโคนจับคนโกงเงินแผ่นดินได้ถึงระดับไหน

“ทีมข่าวการเมือง” ขอโฟกัสไปที่สององค์กรตรวจสอบหลัก เริ่มจาก นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีอำนาจตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่ายเงินการจัดซื้อจัดจ้าง จะช่วยแบ่งเบาภาระการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดซื้อว่าขั้นตอนใดผิดระเบียบหรือไม่

ขณะนี้องค์กรอิสระต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่สอดรับซึ่งกันและกัน ไม่ซ้ำซ้อน แต่เป็นการซ้ำเสริม ถ้าทั้งสองฝ่ายได้ข้อมูล สตง.ก็รวบรวมข้อมูลตามที่เรามีประสบการณ์ส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

และถ้า ป.ป.ช.ได้รายชื่อผู้รับสินบนมาแล้ว ต้องการหลักฐานรายละเอียดให้เราช่วยสอบ หรือ ป.ป.ช.จะตรวจสอบเองก็ไม่เป็นอะไร สุดท้ายทุกอย่างจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หรืออาจจะเข้าศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่ถือเป็นเครื่องมือในการปราบปรามการทุจริตของรัฐบาล

เห็นได้จากการใช้มาตรา 44 สั่งพักงานเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้เจ้าหน้าที่เกรงกลัว เพราะ ทำงานรวดเร็ว ตรงไปตรงมา หลักฐานไปถึงไหนก็ไปถึงนั้น ไม่ประจบใครหรือเอาใจใคร ทราบว่าจะมีการเรียกประชุมในเร็วๆนี้ เพื่อหารือถึงปัญหานี้ เพราะกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย

นับจากนี้ไป สตง.จะต้องขยันปราบปรามการคอร์รัปชัน หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่งสัญญาณเอาจริงกับปัญหานี้ เพื่อสร้างธรรมาภิบาลการบริหารบ้านเมืองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ทันทีที่เป็นข่าวบริษัทโรลส์รอยซ์จ่ายสินบนการจัดซื้อเครื่องยนต์และเครื่องจักรแก่เจ้าหน้าที่รัฐในบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) สตง.ก็รีบเข้าไปตรวจสอบ ปมนี้ถึงจะตรวจสอบตามปกติก็ไม่ปรากฏร่องรอย เพราะเป็นการรับสินบนในที่ลับ

เมื่อมีเบาะแสแพลมออกมา เรามีหน้าที่ค้นหาความจริงให้มากที่สุด โดยไม่ยึดติดอายุความ อย่างน้อยถ้าไม่สามารถดำเนินการคดีอาญา แพ่ง หรือเอาผิดทางวินัยได้ สตง.จะเปิดเผยรายชื่อให้สังคมได้รับรู้ว่าใครรับสินบน

ที่ผ่านมาได้ย้ำมาตลอดว่า รายชื่อผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดซื้อ ทั้งในส่วนของการบินไทยและ ปตท.อยู่ในกำมือแล้ว แล้วนำมาสังเคราะห์ว่าใครอยู่ในเส้นทางการจัดซื้อบ้าง มีตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่ที่เสนอเรื่องจัดซื้อผ่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.)

แต่ขบวนการ “เชียร์ ชม ชิม” โดยเชียร์ ชมว่าเครื่องยนต์ยี่ห้อไหนดี จะฟันธงคนนี้รับสินบนยังไม่ได้ จะต้องนำไปประกอบกับหลักฐานจากคนให้สินบนหรือคนที่ไปสอบคนให้สินบน เพื่อยืนยันว่าใครเป็นคนชิมสินบน เพราะเขาอาจจะไม่ได้เรียก แต่มีคนมาเสนอให้ เพราะมีอำนาจหน้าที่

กรณีนี้จะสามารถคลี่คลายความซับซ้อนถึงคนรับสินบนได้อย่างไร นายพิศิษฐ์ บอกว่า แต่ละองค์กรที่ถูกระบุถึงมีเอกสารหลักฐานเป็นบันทึกการประชุม โดยเฉพาะของการบินไทยที่ทำบันทึกค่อนข้างละเอียดว่า ใครนำเสนออย่างไร ใครทะเลาะกับใคร จุดนี้จะชี้ให้เห็นร่องรอยว่าใครทำผิดบ้าง

หากเชื่อมโยงถึงคนนอกเราก็มีร่องรอยให้ค้นหาต่อ เชื่อมั่นสิ่งที่เราทำจะไม่สูญเปล่า สุดท้ายจะส่งอัยการเพื่อดำเนินการยืนฟ้องต่อศาลได้

แต่จะสามารถสาวถึงนักการเมืองได้แค่ไหน นายพิศิษฐ์ บอกว่า อย่าเพิ่งไปพูดให้คนรับสินบนดีใจ ควรปล่อยให้คนรับสินบนร้อนๆหนาวๆไปก่อน เพราะกลัวถูกประจาน แม้จะไม่สามารถเอาผิดตามกฎหมายได้

แต่ไม่หลุดพ้นโทษทางสังคมที่จะจดจำชื่อคนทำผิดได้

ขณะที่ ป.ป.ช.ถูกสังคมจับตาเป็นพิเศษว่า จะหาหลักฐานเด็ดมัดตัวคนรับสินบนโรลส์รอยซ์ได้ นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. บอกว่า ทันทีเรื่องนี้ถูกเปิดโปง ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนและรวบรวมข้อมูลสินบนโรลส์รอยซ์

พร้อมรายงานข้อเท็จจริงไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่า ข้อมูลที่ขอจากการบินไทยและ ปตท.ถึงการจัดซื้อในช่วงนั้น ตอนนี้การบินไทยและ ปตท.ต่างตั้งคณะกรรมการสอบข้อ เท็จจริง

และหลังจากคณะทำงานฯประชุมทางไกลผ่านระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ เพื่อประสานข้อมูลกับสำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ (เอสเอฟโอ) ทางอังกฤษยินดีให้ความร่วมมือในการเปิดเผยข้อมูล เพราะต่างฝ่ายต่างมีความร่วมมือกันอยู่แล้ว

แต่เอสเอฟโอขอให้ ป.ป.ช.ทำหนังสือยืนยันมาอย่างเป็นทางการ ว่า เป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบคดีนี้ และขอความร่วมมือมาทางการไทยให้ระวังการให้ข่าว เพราะคดีดังกล่าว อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอังกฤษ อาจจะมีผลต่อรูปคดี

ส่วนที่กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกาที่ตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ ก็ตอบกลับมาว่ายินดีให้ความร่วมมือ แต่กรอบความร่วมมือจะต้องประสานพูดคุยกันอีกครั้งว่า เราต้องการอะไร และเขาจะให้ได้มากน้อยเพียงใด

ขั้นตอนจากนี้ไปจะสืบให้ลึกลงไปว่า เริ่มตั้งแต่แผนการจัดซื้อแล้วเสนอใครบ้าง จนถึงขอมติ ครม. ข้อมูลเหล่านี้ได้จากการบินไทยและ ปตท.แล้ว และทราบว่าใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง ถัดไปจะต้อง ไปดูว่าการจ่ายค่าสินบนตามการสืบสวนของต่างชาติหรือไม่ ใครคือ ผู้รับสินบน

คณะทำงานสอบสวนและรวบรวมข้อมูลฯจะต้องพิสูจน์ตรงนี้ให้ได้ว่า ใครเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใครเรียกรับสินบน เรียกกันเมื่อไหร่ อย่างไร ใครเกี่ยวข้องบ้าง ใครเป็นนายหน้าสนับสนุน ก่อนสรุปรายงานให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาตั้งคณะอนุกรรมการไต่ส่วนปมนี้หรือไม่ อย่างไร

ถ้าที่ประชุมใหญ่ ป.ป.ช.เห็นชอบให้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน จะมีการมอบหมายให้กรรมการ ป.ป.ช.รับผิดชอบและการดำเนินคดีกับคนที่เราตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อไป

หลักฐานในเบื้องต้นพอจะพิสูจน์ได้หรือยังว่าใครบ้างที่อยู่ในข่ายตั้งคณะกรรมการสอบสวน นายสรรเสริญ บอกว่า วันนี้ที่ได้ข้อมูลจากเมืองไทยเพียงพอแล้วว่าใครเกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอน ในแต่ละช่วงเวลา และน่าจะสรุปได้ว่าใครในประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนต่อไปอยากได้ข้อมูลจากต่างประเทศที่สอบสวนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะต้องทำตามขั้นตอนตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ การได้มาซึ่งหลักฐานต้องผ่านอัยการสูงสุด ผ่านกระทรวงการต่างประเทศส่งไปยังหน่วยงานนั้นๆ

ถึงจะเป็นหลักฐานที่ใช้ในสำนวนได้ เรื่องนี้ละเอียดอ่อนการได้พยานหลักฐานต้องทำโดยชอบ

ศาลถึงจะรับฟัง และเอาคนผิดมาลงโทษได้

แต่กระแสสังคมต้องการให้เอาคนผิดมาลงโทษโดยเร็ว นายสรรเสริญ บอกว่า ยอมรับว่าสังคมไทยอยากทราบว่าใครรับสินบน เพราะเงินในรัฐวิสาหกิจเป็นภาษีของคนไทย ฉะนั้นในการไต่สวนของ ป.ป.ช.ดูทั้งหมด จะบอกให้รู้ว่าใครเป็นคนทำเรื่องนี้ ฟ้องได้หรือไม่ ติดเงื่อนไขอายุความก็ว่ากันไป จะอธิบายให้ได้ว่ามีการกระทำเช่นนั้นจริงหรือไม่ ทางคดีอาญา คดีแพ่ง ยึดทรัพย์ได้ทำหรือไม่

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า ข้อมูลสินบนโรลส์รอยซ์ของเอสเอฟโอจากอังกฤษ เปิดเผยชัดเจนระดับไหน ถึงขั้นชี้ชัดว่าใครรับสินบนเลยหรือไม่ นายสรรเสริญ บอกว่า เอสเอฟโอมีข้อมูล

แต่ในรายงานไม่ระบุชื่อว่าเป็นใคร บอกเพียงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้

แบบนี้ไม่มีปัญหา เราสามารถสืบได้ว่าระยะเวลานั้นใครเป็นคนทำ

ทั้งหมดเป็นการให้ข้อมูลกลางๆ ไม่ขอลงลึกในรายละเอียด

อย่ามาคาดคั้นให้ ป.ป.ช.เปิดเผยมากนัก เพื่อให้เอสเอฟโอไว้ใจทางการไทย

จะได้ส่งข้อมูลมายืนยันกับข้อมูลของเรา

การไต่สวนคดีนี้จะรวดเร็วขึ้น.

ทีมการเมือง

 

โกงฝังลึกไทยแลนด์“โคม่า”ในสายตานานาชาติ : ตัวเร่งผ่าตัด สกัดเชื้อชั่ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ทีมข่าวการเมือง 29 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/845522

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้

ห้วงสัปดาห์แห่งความสุขในเทศกาลตรุษจีน เริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยความคึกคัก

คนไทยเชื้อสายจีนได้เวลาพัก กิน เที่ยว แจกอั่งเปา ฉลองตามประเพณี

ขณะที่บรรยากาศการเมืองก็ยังเดินไปตามกระบวน การโรดแม็ป ภายหลังรัฐบาลได้รับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญคืนมาเพื่อแก้ไขตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา

ตามขั้นตอนจะมีการนัดประชุมคณะกรรมการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีกรอบเวลาในการแก้ไขจนนำขึ้นทูลเกล้าฯเป็นเวลา 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้

ส่วนที่รัฐบาล คสช.กำลังเร่งเครื่องเดินหน้าก็คือเรื่องของการปรองดอง

ล่าสุดอยู่ในขั้นของการตั้งคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม สั่งการให้ปรับแก้ไข โดยเน้นโครงสร้างให้มีนักวิชาการด้านพลเรือน ทั้งสายนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รวมทั้งสายอื่นๆเข้ามามีส่วนร่วม

ให้เกิดความหลากหลาย ไม่ได้จำกัดวงเฉพาะทหาร

โดยดำเนินการคู่ขนานไปกับภาพใหญ่ของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่อยู่ระหว่างการจัดโครงสร้างและวางตัวบุคคลเข้าเป็นคณะกรรมการชุดต่างๆ

ยังอยู่ระหว่างจัดระบบให้เข้าที่เข้าทาง

และนั่นหมายถึงกระบวนการกำหนดรูปแบบพิจารณาเนื้อหาของการปรองดอง จะเริ่มต้นก็ต่อเมื่อคณะกรรมการ ชุดทำงานครบองค์ประกอบเรียบร้อยก่อน

ตอนนี้ที่โยนหินกันออกมา ไม่ว่าจะข้อเสนอของทีมงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หรือสูตรของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) รวมทั้งข้อท้วงติงของนักการเมือง

ยังเป็นแค่แนวคิดที่ฟุ้งกระจาย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พล.อ.ประวิตรยืนยันแล้ว ต้องให้ได้เนื้อได้หนังภายในกำหนด 3 เดือน

“พี่ใหญ่” ออกแรงลุ้นสร้างผลงานประวัติศาสตร์เต็มกำลัง

ในอารมณ์ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. แสดงท่าทีมั่นอกมั่นใจ ไม่ได้ยี่หระ หากมีพรรคการเมืองใหญ่บางพรรคไม่เข้าร่วมในการกระบวนการปรองดอง ก็ช่วยอะไรไม่ได้

เพราะ คสช.ให้ทุกคนมีโอกาสที่จะเข้ามาพูดจาในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย

พูดเป็นนัย “ล็อกคอ” นักการเมืองที่เป็นโจทย์ปัญหาหลักของการปรองดอง ถ้าไม่มองประเทศชาติและประชาชนอยู่ในสายตาว่าจะเดินหน้าต่อไปกันอย่างไรให้ทันต่อสถานการณ์โลก

อนาคตก็ไม่ควรเลือกเข้ามาเป็นรัฐบาล

ตามอาการสะท้อนเงื่อนสถานการณ์ปรองดองที่ทหารกุมความได้เปรียบไว้แทบทุกประตู อ่านเกมรู้ทาง นักการเมืองยังไงก็โหยหาการเลือกตั้ง อยากกลับมาทวงอำนาจเป็นรัฐบาล

ถ้ายังยึกยักไม่ร่วมวง ทหารก็ได้โอกาสลากยาวอำนาจพิเศษออกไป

นี่คือ “ไม้ตาย” ที่จะทำให้ปรองดองรอบนี้ เข้าใกล้ความจริงมากกว่ารอบที่ผ่านมา

เรื่องของเรื่อง จับทางแต่ละขั้วขัดแย้งที่สะท้อนท่าที ยื่นสารพัดเงื่อนไขต่างๆนานา มันก็แค่ลีลาการต่อรองผลประโยชน์ให้เข้าทางตัวเองมากที่สุด

นี่แหละคือจุดที่เป็นปมติดขัดของปรองดองอย่างแท้จริง

สรุปได้เลย “ผลประโยชน์” คือที่มาของวิกฤติเมืองไทย ต้องนำไปสู่การปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่

เรื่องของเรื่อง ในขณะที่กระบวนการปฏิรูปและการปรองดองกำลังติดเครื่องเดินหน้ารอบใหม่ และพอจะเริ่มเห็นแสงสว่างรำไรที่ปลายอุโมงค์

มันยังไม่วายมีปมร้อนฉาวๆแทรกเข้ามา

กรณี “สินบนข้ามชาติ” จากการที่บริษัท โรลส์รอยซ์ ยักษ์ใหญ่วง การเครื่องยนต์ของโลก ได้แถลงขอโทษต่อสาธารณชน ภายหลังจากยอมจ่ายค่าปรับ 497 ล้านปอนด์ ให้กับสำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ และอีก 141 ล้านปอนด์ให้กระทรวงยุติธรรม สหรัฐอเมริกา

แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีอาญา ในข้อหาติดสินบน จ่ายเงินใต้โต๊ะใน 7 ประเทศ คือ จีน อินเดีย รัสเซีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไนจีเรีย

รวมถึงประเทศไทยที่มีมูลค่าสินบนอยู่ที่ 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1,300 ล้านบาท

ในการจัดซื้อขายเครื่องยนต์ให้กับบริษัทการบินไทยฯ และยังลามถึงบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)

โดยเหตุเกิดระหว่างปี 2534-2548 คาบเกี่ยวมาตั้งแต่ยุครัฐบาลของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลทหาร รสช.ที่มี “ผู้ดีรัตนโกสินทร์” อย่างนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี ไล่มาจนถึงยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทยของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร

ฟาด “หัวคิว” กันมาแทบทุกรัฐบาล

เรื่องเพิ่งแดงมาประจานหลังผ่านไปนับสิบปี

ตามอาการแบบที่รัฐบาลทหาร คสช. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ต่างกระโดดเข้าร่วมวง

เทกแอ็กชั่น “กัดติด” คดีดังโรลส์รอยซ์ แบบไม่ปล่อย

ถึงขั้นที่ ป.ป.ช.อังกฤษต้องท้วงติงกลับมาว่าหน่วยงานในประเทศไทยแย่งกันขอข้อมูลจนสับสนไปหมด ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร หน่วยไหนทางการ หน่วยไหนมั่ว

แต่ที่แน่ๆ “ผู้ให้” ในต่างประเทศโดน “จับได้” คาหนังคาเขา

หลายฝ่ายก็เฝ้าจับตา “ผู้รับ” ในประเทศไทย จะมีปาฏิหาริย์ลอยนวลตามฟอร์มอีกหรือไม่

เพราะมีการย้อนไปเปรียบเทียบกับโครงการจัดซื้อเครื่องตรวจระเบิดจีที 200 ของกองทัพ ที่ภายหลังพิสูจน์ว่าใช้การไม่ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ เป็นแค่ “ไม้ล้างป่าช้า” คนขายที่อังกฤษโดนจับติดคุกไปแล้ว

แต่คนซื้อที่เมืองไทยยังลอยตัว แถมมีตำแหน่งใหญ่โต

และจากสินบนโรลส์รอยซ์ ปมสินบนข้ามชาติยังลามต่อเนื่อง เมื่อเว็บไซต์กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯได้แจ้งถึงการจ่ายค่าปรับจำนวนมากกว่า 20 ล้านดอลลาร์ของบริษัท เจเนอรัล เคเบิล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสายเคเบิลและสายไฟฟ้าจากรัฐเคนตักกี เพื่อยุติการสอบสวนดำเนินคดีกับบริษัท ฐานติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในหลายประเทศทั้งเอเชียและแอฟริกา ซึ่งรวมถึงไทย

โยงถึงค่าหัวคิวในการจำหน่ายอุปกรณ์สายเคเบิลไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)

ตามข่าวเหตุเกิดในยุครัฐบาลของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นั่นก็ทำให้ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เด้งรับ สั่งลุยคุ้ยทันควัน

กระแสสินบนข้ามชาติโดนประจานจากต่างประเทศ 2-3 คิวติดๆ

และโดยสถานการณ์เหมือนจะล้อกันเลย กับการที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Tran-sparency International) ได้เปิดเผยดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันปี 2559

พบว่า ประเทศไทยที่เคยอยู่อันดับที่ 76 เมื่อปี 2558 ร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 101 จากทั้งหมด 176 ประเทศ

คะแนนลดจาก 38 เหลือ 35 ในอาเซียนเหนือกว่าแค่ลาว พม่า กัมพูชา

งามหน้า เขินอายกันทั้งประเทศ

ก่อนอื่นเลย มันสะท้อนเลยว่าภายใต้รัฐบาลอำนาจพิเศษที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศถือธงนำปฏิรูปใหญ่ประเทศ เดินหน้าทำสงครามกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชัน

รัฐธรรมนูญใหม่ กฎหมาย ป.ป.ช. คาดโทษถึงขั้นประหารชีวิต

อัด “ยาแรง” ขั้นสูงสุด ยังฉุดสถานการณ์โกงไม่อยู่

ต่างชาติยังไม่ให้น้ำหนักกับสถานการณ์ที่ยังเป็นแค่ “รูปแบบ” หรือคำพูดสวยหรู

ลำพังเครดิตของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ไม่มีนอกมีใน หลังบ้านปิดประตูลงกลอนแน่นเจาะไม่ได้

“ผู้นำหัวไม่ส่าย” ไม่สามารถฉุดประเทศให้สูงขึ้น ทำอันดับให้หลุดพ้นจากโซนคอร์รัปชันได้

กลายเป็นว่า หนึ่งในเงื่อนไขในการลดอันดับความโปร่งใสของไทยมาจากการมีรัฐบาลอำนาจพิเศษ ที่ทำให้การตรวจสอบถ่วงดุลขาดความเป็นอิสระ

แม้แต่กระบวนการทำประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ ฝ่ายต่อต้านยังถูกจองจำ

โลกสากลให้น้ำหนักไปที่กระบวนการตรวจสอบโดยอิสระภายใต้ประชาธิปไตย และจับเอามาพัวพันเป็นคนละเรื่องเดียวกันกับปมทุจริตคอร์รัปชัน

แต่ทั้งหมดทั้งปวงเลย เงื่อนไขสำคัญมันอยู่ที่พฤติกรรมที่ชาชินจนกลายเป็นวัฒนธรรมชาติไทย

ต่างฝ่ายต่างช่วงชิงผลประโยชน์ เห็นแก่ตัวเองมาก่อนใคร

ไม่ว่ารัฐบาลยุคไหน นักการเมือง ทหาร ไม่เว้นยุค “ผู้ดีรัตนโกสินทร์” ที่ขึ้นชื่อเรื่องผุดผ่อง

“โกงฝังลึก” ไทยแลนด์โคม่าในสายตานานาชาติ

นี่คือ “ตัวเร่ง” สถานการณ์บังคับให้ต้องผ่าตัดใหญ่ กู้วิกฤติทุจริตคอร์รัปชัน

โจทย์แทรกของ พล.อ.ประยุทธ์ต้องสกัด “เชื้อชั่ว” ไม่ให้ลุกลามถึงขั้นทำประเทศไทยล้มละลาย

ตามเงื่อนสถานการณ์ “ปรองดอง” ว่าโคตรยากแล้ว

แต่ลุยล้างคอร์รัปชันยิ่งเหนื่อยกว่าอีกหลายเท่า.

“ทีมการเมือง”

 

เจอคลื่นแทรกเสียรังวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ทีมข่าวการเมือง 28 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/845400

ขยับลีลาขัดจังหวะปรองดองของรัฐบาล

ในท่าทีล่าสุดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างเดินทางมาศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งทางปกครองของรัฐบาลในการชดใช้ค่าเสียหายโครงการจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้านบาท

เล่นซีนถนัด เสียงสั่นน้ำตาคลอ ระหว่างการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โอดครวญถึงความทุกข์ระทมที่เจอหนี้ก้อนโตมหาศาลที่ชั่วชีวิตไม่มีทางชดใช้หมด

เรียกคะแนนสงสาร ขอความเห็นใจจากแฟนคลับ หลังเจอไล่เช็กบิล อาจถึงขั้นถูกอายัดทรัพย์ขายทอดตลาด เหมือนคนที่สิ้นเนื้อประดาตัว

ทวงขอความเป็นธรรมผ่านหน้าสื่อ สวนบรรยากาศที่รัฐบาลทหารกำลังเล่นบทปรองดอง ปูทางสร้างความสมานฉันท์
นั่นก็เป็นลีลาของ “อดีตนายกฯปู” ที่ต้องกระทุ้งขอความเป็นธรรมอยู่เป็นระยะๆในภาวะที่มีคดีติดตัว แต่อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการสร้างความปรองดองยังเป็นไปด้วยดี หลายฝ่ายไม่ได้ปิดประตูหย่าศึกสีเสื้อ

ภาพรวมแม้จะไม่ราบรื่นเสียทีเดียว แต่ก็ไม่ได้ติดขัดไปเสียทั้งหมด

แต่ที่เป็นคิวแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศจริงๆคือ กรณี “สินบนข้ามชาติ” รวมถึง

กรณีเหตุการณ์ระดับบิ๊กข้าราชการไทย ถูกจับที่ประเทศญี่ปุ่น ข้อหาขโมยภาพวาดในโรงแรม ขณะเดินทางไปราชการ ต่างประดังเข้ามาทำลายภาพลักษณ์ประเทศไทยต่อเนื่อง

ไล่มาตั้งแต่ “สินบนโรลส์รอยซ์” มาถึง “สินบนบริษัท เจเนอรัล เคเบิล” ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยไปเต็มๆ

แม้ไม่ใช่กรณีทุจริตในยุครัฐบาลทหาร เนื่องจากเกิดขึ้นในยุคคาบเกี่ยวหลายรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมา แต่ความอื้อฉาวที่เกิดขึ้น มันกระทบต่อชื่อเสียงประเทศโดยตรง

เพราะดันประจวบเหมาะกับช่วงที่ประเทศไทยถูกองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติหั่นเรตติ้งคะแนนความโปร่งใส ประจำปี 2559 เหลือ 35 คะแนน หล่นจากอันดับ 76 มาอยู่ลำดับที่ 101

ดัชนีทุจริตของประเทศสูงขึ้นอีกรอบ ในยุคที่กองทัพประโคมจุดยืนเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นจุดขายมาตลอด เป็นสิ่งที่ผู้นำ คสช.จะอยู่นิ่งไม่ได้

กลายเป็นโจทย์เร่งด่วนให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ต้องกวดขันลงดาบปราบโกง แสดงความจริงใจในการแก้ปัญหา

แม้กระทั่ง นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. องค์กรหลักที่ทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริต ยังยอมรับตรงๆว่า เห็นผลการจัดอันดับแล้วตกใจที่คะแนนความโปร่งใสของประเทศตกต่ำลง

ที่สำคัญตามท้องเรื่องที่ปรากฏตามหน้าสื่อ ดัชนีการทุจริตที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยตามที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติประเมินออกมา ส่วนหนึ่งเป็นปัจจัยผูกโยงจากสถานภาพรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร และเสรีภาพในการแลกเปลี่ยนความเห็น

เปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรคเพื่อไทยได้เหน็บแนมตีกินกันสนุกปาก ซัด คสช.เป็นต้นเหตุฉุดคะแนนคอร์รัปชันของประเทศให้แย่ลง

สถานะความไม่เป็นประชาธิปไตยในบ้านเมือง ถูกต่างชาตินำมาคำนวณเป็นคะแนนความโปร่งใสของประเทศไทย ทำให้กองทัพเสียรังวัด

และเผลอๆอาจกระทบไปถึงความเชื่อมั่นทางคดีระหว่างประเทศ อย่าง “คดีสินบนโรลส์รอยซ์”

จากสัญญาณแปร่งๆที่เลขาธิการ ป.ป.ช.ระบุว่า สำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ (เอสเอฟโอ)

แสดงความกังวลว่า จะมีการใช้อำนาจภายในรัฐบาลเข้ามาแทรกแซงกระบวนการดำเนินคดีสินบนโรลส์รอยซ์หรือไม่

ในสภาวะที่เริ่มมีเสียงเชียร์ให้หัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 รื้อฟื้นคดีสินบนโรลส์รอยซ์ในส่วนที่หมดอายุความไปแล้วขึ้นมาพิจารณาใหม่ จน ป.ป.ช.ต้องรีบปรามไม่อยากให้ใช้อำนาจภายในรัฐบาลเข้ามาก้าวก่ายเรื่องอายุความ จะยิ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศและ ป.ป.ช.ให้เสียหายหนักขึ้น

องค์กรต่างชาติหันมาจับจ้องอำนาจพิเศษอีกระลอก แสดงท่าทีกดดันไม่ตอบรับการทอดเวลาอยู่ยาวรัฐบาลทหาร ขยายแผลจากปมทุจริต กลายเป็นแรงเสียดทานไปสู่เรื่องอำนาจประชาธิปไตย

เจอคลื่นแทรกกระหน่ำ คสช.ต้องทรงตัวให้ดี.

ทีมข่าวการเมือง

 

เครดิตบังคับ ‘ล้างโกง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ทีมข่าวการเมือง 27 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/844656

ปีแห่งการ “แฉ”

ก็น่าจะเข้าเค้าตามตำราหมอดูที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ

และหัวหน้า คสช.ยกมาเอ่ยอ้าง

เริ่มต้นปี 2560 ไม่เท่าไหร่ เรื่องฉาวโฉ่ปมโกงออกมาถี่

ไล่ตั้งแต่บริษัทโรลส์รอยซ์ยอมรับกับสำนักงานการปราบปรามการทุจริตร้ายแรงของสหราชอาณาจักร (เอสเอฟโอ) ว่า ได้จ่ายสินบนเพื่อขายเครื่องยนต์ให้บริษัทการบินไทย และเครื่องจักรให้กับ ปตท.

ตามด้วยบริษัท เจเนอรัล เคเบิล คอร์ปอเรชั่น ยอมรับกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา จ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ไทย เพื่อขายสายเคเบิลให้หน่วยงานรัฐของไทยคือ กฟภ. กฟน. และทีโอที

2 ดอกฉาวซ้ำ ทำเอาเต้นกันยกแผง

ทั้งหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กระทรวงต้นสังกัด ฝ่ายการเมืองที่ถูกข้อมูลร้อนพาดพิง โดยเฉพาะกรณีโรลส์รอยซ์ตั้งแต่ปี 2534–2548 ดาหน้าชี้แจง

เคลียร์คิว “อดีตตามหลอน” กันพัลวัน

และแน่นอนองค์กรตรวจสอบต่างๆรับลูก ขึงขังเงื้อดาบพร้อมเพรียง

แต่เหนืออื่นใด ถึงกรณีเป็นเรื่องเก่าต่อเนื่องจากครั้งอดีตแต่เมื่อปม “สินบนข้ามชาติ” มาเปิดแฉในยุคนี้ “บิ๊กตู่” ก็ลอยตัวแบบสบายตัวไม่ได้เหมือนกัน

“สืบได้หรือไม่ก็ไม่รู้ หลักฐานไม่มี เว้นแต่สอบได้ทางโน้น แต่จะพยายามทำทุกอย่าง”

ถึงออกตัว แต่เมื่อประกาศคิวล้างโกงเป็นอีกโจทย์ใหญ่หลังการรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ประกอบกับมี “จุดแข็ง” เรื่องความสุจริต โชว์จุดขาย “ล้างโกง” มาตลอด

จึงเป็นไฟต์บังคับผู้นำอำนาจพิเศษต้องออกแรง

ในจังหวะเดียวกัน องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติเผยดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันปี 2559 จาก 176 ประเทศ พบว่า ประเทศไทยได้คะแนนความโปร่งใส 35 คะแนน ลดลงจาก 38 คะแนนในปี 2558

อันดับความโปร่งใสหล่นจากอันดับ 76 ในปี 2558 มาอยู่ที่อันดับ 101

ไทยแลนด์สอบตก เครดิตร่วงรูด

จากคิวร้อนมาถี่ สะท้อนถึงสถานการณ์ปัญหาการทุจริตที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ปัญหาสินบน คอมมิชชั่น เงินใต้โต๊ะ ค่าน้ำร้อนน้ำชา ค่าดำเนินการ กลายเป็นเรื่องปกติในระบบอุปถัมภ์

จุดเริ่มของการโกง ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่แก้ยาก

แต่อีกมุม ถือเป็นเรื่องดีที่ฝ่ายต่างๆตื่นตัว เรียกร้อง “อำนาจพิเศษ” จริงจังเด็ดขาดคิวนี้

ล่าสุดนายบรรยง พงษ์พานิช อดีตที่ปรึกษานายกฯ ในฐานะกรรมการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เรียกร้องผู้นำให้ใช้อำนาจ ม.44 มอบอำนาจให้ ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานหลัก

สะกิดผู้นำเร่งเคลียร์โจทย์โกงให้รวดเร็ว

อีกทางฝั่งการเมือง ก็เริ่มส่งเสียงเรียกร้อง ดักทางอำนาจพิเศษ ให้ตรวจสอบจริงจัง ไม่ปล่อยให้ซ้ำรอยกรณีต่างๆ ทั้งปมซีทีเอ็กซ์ จีที 200 เรือเหาะ ที่ถึงที่สุดสรุปออกมา “ไม่มีอะไรในกอไผ่”

เรียกร้องไห้อุดช่องโหว่กฎหมาย ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างในหน่วยงานรัฐ กองทัพ ไปจนกระทั่งพาดพิงคิวต่อสัญญา

ยาวศูนย์ประชุมแห่งชาติฯ โยงคอนเน็กชั่นผู้มีอำนาจ ฯลฯ

รวมทั้งเสียงเรียกร้องรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ ที่เคยอยู่ร่วมรัฐบาลที่ถูกพาดพิงปม “สินบนข้ามชาติ”

ขุดข้อมูลอดีต ให้ร่วมแสดงความรับผิดชอบ

จึงเห็นได้ชัด แรงกระแทกเริ่มพุ่งใส่ “จุดแข็ง” อำนาจพิเศษ

และแน่นอนหากโจทย์ “แก้โกง” จั่วลมบ่อยๆ ย่อมกระทบไปถึงการแก้โจทย์อื่นๆที่เริ่มติดเครื่องเดินหน้า ทั้งการปฏิรูป

การทำยุทธศาสตร์ชาติ สร้างความปรองดองสามัคคี

เพราะที่รัฐบาลได้ “ไฟเขียว” คุมเกมบ้านเมือง ส่วนสำคัญก็เพราะประชาชน “เชื่อถือ–เชื่อมั่น”

ฉะนั้นคิวแก้โกง-ล้างทุจริต จึงถือเป็นโจทย์เร่งด่วน เพื่อรักษาเครดิตของผู้นำ.

ทีมข่าวการเมือง

 

รอบนี้โมเดล ‘ตู่-ป้อม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ทีมข่าวการเมือง 26 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/843975

ไม่ยึดติดกับอดีต มุ่งไปข้างหน้า

ตาม “คอนเซปต์” การปรองดองรอบใหม่ที่หัวขั้วอำนาจปัจจุบันอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. กับพี่ใหญ่อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม วางเกณฑ์ไว้

นั่นจึงไม่มีการนิรโทษกรรมล้างผิด ไม่พูดถึงการอภัยโทษ เลี่ยงโจทย์ปัญหาโลกแตกที่ทำให้การปรองดองต้องสะดุดมาตลอด

รวมถึงการปฏิเสธการใช้โมเดล “66/23” ยุทธศาสตร์สลายคอมมิวนิสต์ ของ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

เน้นสูตรปรองดองของ “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” เท่านั้น

เรื่องของเรื่อง “มากคนมากความ” ถ้าเอาตามฝ่ายนั้น ก็ต้องเจอเสียงต้านจากฝ่ายนี้

อย่างที่เห็นลำพังแค่ไม่ทันไร พรรคเพื่อไทยยังตั้งแง่ใส่ทหาร คสช.เป็นคู่ขัดแย้ง ไม่ใช่คนกลาง แล้วถ้าเอายุทธศาสตร์ของ “ป๋าเปรม” ที่เป็นหนึ่งในเงื่อนไขคนสำคัญมาเป็นโมเดลปรองดอง มันยิ่งหนีไม่พ้นแรงเสียดทานจากฝ่าย “ทักษิณ” และเสื้อแดง

เท่ากับไปเขี่ยเชื้อไฟเก่าให้แรงขึ้นมา

ยังไง คสช.ก็ไม่เสียเวลาเดินย้อนรอยทางเก่า ทำปฏิวัติ “เสียของ” ซ้ำ

ที่น่าจับตาจริงๆก็คือท่าทีมั่นอกมั่นใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่ได้ยี่หระ หากมีพรรคการเมืองใหญ่บางพรรคไม่เข้าร่วมในกระบวนการปรองดอง ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะ คสช.ให้ทุกคนมีโอกาสที่จะเข้ามาพูดจาในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย

หากไม่พูดก็แสดงว่า พรรคการเมืองนั้นไม่ได้มองประเทศไทยอยู่ในสายตาว่า เราจะเดินหน้าประเทศกันอย่างไร จะเดินยุทธศาสตร์ชาติอย่างไร จะพัฒนาแก้ไขเศรษฐกิจให้ทันต่อสถานการณ์โลก

ถ้าเขาไม่พูดเรื่องเหล่านี้ แล้วจะเข้ามาเป็นรัฐบาลกันได้หรือในวันข้างหน้า

เอาอนาคตรัฐบาลวันหน้าเป็นเดิมพันกันเลย

พล.อ.ประยุทธ์ “ล็อกคอ” นักการเมืองคือตัวปัญหาหลักของโจทย์ปรองดอง

ตามเหลี่ยมทหารยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติส่วนรวมเป็นตัวตั้ง ถือเอาความต้องการของประชาชนคนไทยส่วนใหญ่เป็นบรรทัดฐาน

ขีดเส้น ตีกรอบให้นักการเมืองเดินกลับเข้าลู่เข้าทาง

ใครทำตัวเป็นไอ้เข้ขวางคลอง ต่อรองผลประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้ง ก็ต้องเสี่ยงกระแสตีกลับ

เรื่องของเรื่อง ความได้เปรียบอยู่กับทหารทุกประตู

ปล่อยให้อดอยากปากแห้งมา 2-3 ปี สถานการณ์ลากมาถึงตรงนี้ คสช.อ่านเกมขาด ตามฟอร์มนักการเมือง ใครไม่อยากเลือกตั้ง โดยเงื่อนไขที่รู้กันดีถ้าปรองดองรอบนี้ล่ม แนวโน้มปล่อยเลือกตั้งไปก็ไม่มีหลักประกันจะไม่วุ่นวายภายหลัง

เป็นข้ออ้างอย่างชอบธรรมให้ คสช.ลากเกมอำนาจต่อ

นี่คือปัจจัยที่มีน้ำหนักมากสุดที่เอื้อให้ปรองดองเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

ไม่อย่างนั้นระดับ “ขุน” อย่าง “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” คงไม่ขยับเดินหมากเอง

นั่นก็เพราะเห็นถึงโอกาสลุ้นเดิมพันสำคัญ

โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตรที่ดูท่าจะตั้งความหวังกับการสร้างผลงานประวัติศาสตร์ทิ้งทวนก่อนลงหลังเสือแบบปลอดภัย สบายเนื้อสบายตัว

จับความเคลื่อนไหว “พี่ใหญ่” ที่รับธงเป็นหัวหอก ประสานทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง

เดินสายขอแรงสนับสนุนจากทุกวง เปิดใจพูดทุกเวที

สร้างบรรยากาศรองรับโหมดปรองดองเต็มที่

ล่าสุด พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ระบุว่า พล.อ.ประวิตรได้สั่งการให้ปรับแก้ไขบางส่วนของคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง

โดยจะเน้นโครงสร้างให้มีนักวิชาการด้านพลเรือนทั้งสายนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รวมทั้งสายอื่นๆเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความปรองดองมากขึ้น

แน่นอน มุมนี้ก็เพื่อให้เกิดความหลากหลาย เพิ่มความเป็นธรรมชาติ

ลดโทนภาพท็อปบูตจี้บังคับให้ปรองดอง.

ทีมข่าวการเมือง

 

ปรับโทนลดเสียงแข็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ทีมข่าวการเมือง 25 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/843242

สถานการณ์แตกแยกร้าวลึกในหมู่อเมริกันชนลามไม่หยุด

ตามฉากล่าสุดที่ฝ่ายต้านกับฝ่ายหนุนประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” เปิดศึกทะเลาะวิวาทกันบนเครื่องบินว่าด้วยปมการเมือง เรื่องบานปลายจนต้องถูกเชิญตัวลงจากเครื่อง

เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ ลูกสาวของประธานาธิบดี “ทรัมป์” ก็โดนฝ่ายต่อต้านตะโกนด่าขณะโดยสารบนเครื่องบิน

อาการ “เกลียดทรัมป์เข้าไส้” กระตุ้นแรงเสียดทานตั้งแต่ประเดิมรับตำแหน่ง

ในจังหวะที่ปฏิบัติการ “ล้มโต๊ะ” รายวัน หลังจากประเดิมงานแรกในการรับตำแหน่งเพียงไม่กี่ชั่วโมง

ประธานาธิบดี “ทรัมป์” ได้ลงนามคำสั่งพิเศษคำสั่งแรกเกี่ยวกับการยกเลิกประกันสุขภาพ “โอบามาแคร์” ของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา

ล่าสุดประธานาธิบดี “ทรัมป์” ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษที่ห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว ในการถอนสหรัฐฯออกจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) อย่างเป็นทางการ

สถานการณ์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง ป่วนทั้งโลก

ปรากฏการณ์ “ทรัมป์” ทำสหรัฐฯและทั้งโลกตกอยู่ในห้วงบรรยากาศแตกแยก

ในห้วงสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่โหมดปรองดองอีกคำรบ

ตามรูปการณ์ที่ออกตัวได้แรงกว่ารอบที่ผ่านๆมา เพราะ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ออกหน้าฉากเล่นเองกับ “พี่ใหญ่” อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม

ด้วยสถานะ “หัวขั้ว” ที่คุมเกมอำนาจปัจจุบัน บวกกับเงื่อนไขสถานการณ์ที่เอื้อให้ทั้งในมุมของโรดแม็ปเลือกตั้งและบรรยากาศพระราชพิธีสำคัญ

มันย่อมมีน้ำหนักมากกว่าคณะทำงานลอยๆที่ศึกษาแล้วเก็บใส่ลิ้นชัก

ระดับ “ขุน” ขยับเดินหมากเอง มันต้องมีเดิมพันสูงตามรูปเกม

ใครอ่านหมากผิด ประเมินเกมพลาด อาจไม่มีโอกาสแก้ตัว

ที่แน่ๆตามฉากสถานการณ์ที่เห็นอยู่ตรงหน้า ล่าสุด “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ กปปส.พร้อมคณะ เดินทางเข้าให้กำลังใจนายเสรี วงษ์มณฑา นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ และนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม

พร้อมร่วมสังเกตการณ์รับฟังการไต่สวนพยานฝ่ายโจทก์ ในคดีก่อการกบฏอั้งยี่ สืบเนื่องมาจากการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

จบศึกไป 2-3 ปี กปปส.ยังต้องสู้คดีที่ค้างเป็นชนักปักหลัง

แพ้ ชนะ ยังต้องเหนื่อยกันอีกนาน

บวก ลบ คูณ หาร แน่นอนถึงตรงนี้คงต้องคิดมันคุ้มแค่ไหนกับที่ลงทุนลงแรงกันไป

และก็เป็นอะไรที่แปร่งไป ฟังจากน้ำเสียงของ “ลุงกำนัน” ที่ลดโทนลงอย่างเห็นได้ชัด “ผมไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ เพราะจะต้องรอให้ทุกอย่างเกิดความชัดเจนก่อน”

จากนาทีแรกที่ปฏิเสธเสียงแข็งไม่ขอร่วมวงลงนามใน “เอ็มโอยู” ปรองดอง

ไม่เอาด้วยกับมุกที่ “พี่ใหญ่” อย่าง “บิ๊กป้อม” โยนทุ่นออกมา

ผ่านมา 6-7 วัน “ลุงกำนัน” คงมีเวลาคิดทบทวนอะไรได้

โดยเฉพาะกับอาการปัดมือที่รัฐบาลทหาร คสช.ยื่นโอกาสมาให้ ในบรรยากาศที่ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมให้น้ำหนักกับทหารมากกว่านักการเมือง

สถานะของหัวขั้วขัดแย้งที่เป็นตัวก่อปัญหา ลากบ้านเมืองเข้าสู่วิกฤติ
ไม่มีสิทธิที่จะตั้งแง่ต่อรองใดๆ

ในอารมณ์ “เด็กดี” รอบนี้นายสุเทพยืนยันเลยว่า ตนเองและมูลนิธิ กปปส. พร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาลในการสร้างความปรองดอง เพราะเห็นถึงความตั้งใจจริงของ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งใจว่า หากมีการเชิญตนเองให้ไปร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรองดองก็ยินดี พร้อมเสนอแนวทางให้รัฐบาลเพื่อทำให้เกิดความปรองดองในระยะยาวให้ได้

เรื่องของเรื่อง น้ำกำลังแรง กระแสเชี่ยวกราก

จากข้อมูลวงนอกวงใน ปัจจัยเอื้อปรองดองรอบนี้ มีทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องลึก

พวก “ไอ้เข้ขวางคลอง” ไม่รู้ต้องเจอของแข็งอะไร.

ทีมข่าวการเมือง

 

ไม่เสี่ยงตายดาบหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ทีมข่าวการเมือง 24 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/842420

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่เริ่มบันทึก สถานการณ์โลกนับจากนี้ไป

ภายหลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 45

เริ่มต้นบทผู้นำเบอร์หนึ่งของโลก พร้อมกับภาพม็อบต่อต้านปรากฏการณ์

“วีเมิน’ ส มาร์ช” ผู้หญิงในสหรัฐฯและทั่วโลกเดินขบวนต่อต้านผู้นำอเมริกัน ที่ถูกจัดอยู่ในอารมณ์ “เกลียดเข้าไส้”

ประเดิมออกตัวด้วยสัญญาณไม่ค่อยสู้ดีซักเท่าไหร่

ตามเค้าลางอย่างที่เสียวๆกับปรากฏการณ์ “ทรัมป์” จะทำให้สั่นสะเทือนไปทั้งโลก

ที่แน่ๆต้องเตรียมตัวรองรับสถานการณ์กันแต่หัววัน ล่าสุดมีโปรแกรมสำคัญที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ นัดประชุมใหญ่ “ทูตพาณิชย์” หรือผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้

วาระสำคัญก็คือ ประเมินผลกระทบภาพปรากฏการณ์ “ทรัมป์” ต่อเนื่องกับสถานการณ์ “เบร็กซิต” ที่อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป

สถานการณ์แบบที่รองนายกฯสมคิดให้นิยามว่า “โลกาภิวัตน์ย้อนกลับ”

สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ชาติมหาอำนาจจะหันกลับไปอยู่ในกระแส “ชาตินิยม” เน้นสภาพความเป็นอยู่ภายในของประชาชนในชาติมาก่อนชาติอื่น

เชิดใส่กลไกเศรษฐกิจแบบพึ่งพาอาศัยกัน หันมาพึ่งพาตัวเอง

ซึ่งก็หนีไม่พ้นกระทบกับวงจรเศรษฐกิจโลก ทั้งการส่งออก การลงทุน การจ้างงาน

ประเทศไหนตั้งรับไม่ทัน อาการสาหัสแน่

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์ในเมืองไทยที่กำลังอยู่ในจังหวะ “เปลี่ยนผ่าน” สำคัญ ภายใต้บรรยากาศอ่อนไหวทั้งในมุมการเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจ

ตามสภาพการณ์ที่วิกฤติซ้อนวิกฤติได้ตลอดเวลา

นั่นไม่เท่ากับว่า ติดหล่มมานับ 10 ปี ประเทศไทยพลาดตกขบวนไม่ได้อีกแล้ว

ซึ่งก่อนอื่นเลย จำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์เชิงบริหารระบบราชการก่อน

อย่างที่นายสมคิดชงนโยบาย “ผู้ว่าฯพันธุ์ใหม่” โดยเสนอแนวคิดในการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะเมืองสำคัญที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ให้เลือกคนหนุ่ม มีวิสัยทัศน์ เพื่อให้ทำงานได้ระยะยาว ส่งผลดีต่อความต่อเนื่องและมั่นคงของนโยบาย เกิดความคล่องตัวในการบริหาร

เอื้อต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

เบื้องหลังว่ากันว่า เป็นแนวคิดที่ได้เห็นมาจากการบริหารของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งผู้ว่าการบางมณฑลจะเน้นเลือกใช้คนหนุ่มที่มีความคล่องตัวในเชิงบริหารแบบบูรณาการ

ทำให้การตัดสินใจรวดเร็ว สอดคล้องต่อเนื่องกับนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลกลาง

“สมคิด” คิดในมุมของกัปตันทีมเศรษฐกิจของประเทศที่มีเดิมพันรองรับวิกฤติโลก

แต่ก็หนีไม่พ้นแรงเสียดทาน ยังไม่ทันขยับก็มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวจากนักการเมือง โดยเฉพาะคนยี่ห้อประชาธิปัตย์ที่ลากไปเอี่ยวกับ “ผู้ว่าฯซีอีโอ” ของยี่ห้อ “ทักษิณ”

ขุดผีมาหลอก เพื่อกระตุกแรงต้านตามฟอร์ม

และพูดไปพูดมา คนประชาธิปัตย์ก็เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง ลากไปเข้าทางนักการเมืองคุมฐานเสียงใหญ่ หนีไม่พ้นได้คนในปีกนักการเมือง

เรื่องของเรื่อง นักเลือกตั้งยังมองไม่พ้นหัวแม่เท้าตัวเอง

แต่บังเอิญว่า วันนี้เครดิตของนักการเมืองยังอยู่ในช่วงติดลบ เสียงไม่ค่อยดัง

ล่าสุดวัดกระแสจาก 2 โพล ที่มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน

“กรุงเทพโพล” ชี้ว่าหากวันนี้มีสิทธิออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 61.8 จะสนับสนุนให้ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ “ซุปเปอร์โพล” ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 67.1 เชื่อมั่นว่ารัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จะทำให้เกิดความปรองดองในชาติได้ และส่วนใหญ่ร้อยละ 68.9 ไม่เชื่อว่านักการเมืองจะจริงใจทำให้เกิดความปรองดอง

โดยร้อยละ 71.8 เห็นว่า ถ้าไม่ปรองดองกันก่อน หลังเลือกตั้งจะขัดแย้งบานปลายเหมือนเดิม

ตามสถิติก็พอตั้งสมมติฐานได้ว่า ถ้าสถานการณ์ยังไว้วางใจไม่ได้ ประชาชนก็ยังอุ่นใจภายใต้การนำทางโดยรัฐบาลทหาร

มากกว่าจะเสี่ยงไปตายเอาดาบหน้ากับนักการเมือง.

ทีมข่าวการเมือง

 

ปรองดองฉบับคสช.เดินหน้าโรดแม็ป : วางกรอบเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/841354

“ยุทธศาตร์ชาติ-การปฏิรูป-การสร้างปรองดองจะเดินไปด้วยกัน”

น้ำเสียงหนักแน่นของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะนำพาบ้านเมืองไปให้ถึงจุดหมายดังกล่าวท่ามกลางบนถนนที่เต็มไปด้วยขวากหนาม

เพราะหลังจากใช้มาตรา 44 ตั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเลขานุการ ป.ย.ป.

ก่อนแตกกิ่งก้านคณะกรรมการให้ระดับรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแล ประกอบด้วยคณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์

คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง มี พล.อ.ประวิตร เป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมดึง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เข้ามาเป็นหัวหน้าฝ่ายคณะอำนวยการสร้างความปรองดอง โดยจะมีการทาบทามนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วม และสร้างกระบวนรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆทั้งพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง

โดยมีสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่มีนายอำพน กิตติอำพน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เข้ามาเป็นหัวหน้าสำนักงาน เพราะมีฝีมือในการประสานสิบทิศ เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรอง ตรวจสอบ รวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะต่างๆนำเสนอให้ ป.ย.ป.

คณะกรรมการทุกชุดมีภารกิจสำคัญที่แตกต่างกันไป และจะเชื่อมโยงถักทอยุทธศาสตร์ชาติ-การปฏิรูปประเทศ-การสร้างความปรองดองให้ประเทศเดินหน้าไปได้เสียที ดีเดย์เริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.60 แต่ยังไม่ทันได้เริ่มทำงาน คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองกลับถูกสังคมจับตาและวิพากษ์วิจารณ์ถึงมากที่สุด

เพราะที่ผ่านมามีคณะกรรมการศึกษาเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองหลายชุดแล้ว เช่น สถาบันพระปกเกล้า คณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธานฯ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) มีนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด เป็นประธาน

สุดท้ายก็ถูกเก็บเข้าลิ้นชัก เพราะในห้วงเวลานั้นตัวแปรเหนือการควบคุมและปัจจัยต่างๆยังไม่เอื้อให้ขั้วขัดแย้งหันหน้าเข้าหากัน ครั้งนี้จะซ้ำรอยเดิมหรือจะเดินไปถึงจุดหมายตามที่สังคมตั้งความหวังเอาไว้

พล.อ.ประวิตร บอกว่า ในฐานะที่เราเป็นหนึ่งใน ป.ย.ป.จะเริ่มนับจากปัจจุบันและปูทางไปสู่อนาคต โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านเข้ามาร่วมรับฟังทุกกลุ่มการเมือง ทุกพรรคการเมือง เพื่อให้คณะกรรมการฯได้พิจารณาในภาพรวม และวางรูปแบบการสร้างความปรองดองให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติต่อไปในอนาคต

ไม่เกี่ยวกับอดีตในด้านคดีความ การนิรโทษกรรม การอภัยโทษ เป็นเรื่องของรัฐบาลชุดต่อไปที่จะทำอะไรก็ไปทำหลังทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขแล้วฝ่ายการเมืองพยายามออกมาเรียกร้องเสนอการนิรโทษกรรมพ่วงท้ายเข้าไปด้วย พล.อ.ประวิตร บอกว่า ไม่มี ไม่เอา ขอบอกว่าไม่เอาอดีต ขอให้ยึดปัจจุบันและวางแผนการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในอนาคต คดีความที่เกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว สุดท้ายศาลจะพิพากษา

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า ก่อนหน้านั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยคณะทำงานศึกษาประเด็นกฎหมายที่จะส่งเสริมสนับสนุนกระบวนการสร้างสังคมสันติสุข ในคณะกรรมาธิการการเมือง (กมธ.) ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.อำนวยความยุติธรรมทางอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับมูลเหตุจูงใจทางการเมือง และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดย กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เสนอผลการศึกษาเรื่องการสร้างความปรองดอง หนึ่งในข้อเสนอขอให้พักโทษคดีการเมือง พล.อ.ประวิตร บอกว่า ขอย้ำว่าจะไม่มีการมองย้อนอดีต เพราะมันจะเดินไปไม่ได้

เรามีหน้าที่ทำอย่างไรให้บ้านเมืองเดินหน้าไปให้ได้ เริ่มจากการจะเชิญนักการเมืองมาเสนอแนะและลงสัตยาบันร่วมกัน มีข้อตกลงยาวเหยียดว่า ในอนาคตจะร่วมมือกันเดินหน้าปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ อาทิ ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ด้านการเมือง

ถ้านัก การเมืองคนไหนไม่ลงสัตยาบันก็ไม่ว่าอะไร ถ้าคนไหนตกลงทำสัตยาบันก็ร่วมมือกันเดินหน้าได้ ไม่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคล ดูภาพรวมแล้วมันไปได้ เพราะไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง หนึ่งในนั้นที่จะต้องลงสัตยาบันคือ พรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงข้างมากต้องสามารถจัดตั้งรัฐบาล พรรคที่ได้คะแนนรองจะต้องไม่ยกพวกออกมาเคลื่อนไหวที่ขัดต่อกฎหมาย เพื่อให้การเลือกตั้งผ่านพ้นไปด้วยดี สามารถมีรัฐบาลชุดต่อไปที่อยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง และบริหารประเทศโดยยึดเอาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นหลัก

ผมเชื่อว่า ประชาชนทุกคนเห็นประโยชน์ร่วมกันกับกระบวนการเริ่มต้นปรองดองกัน ทุกคนต้องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ต้องการเห็นประเทศชาติเดินไปข้างหน้า โดยทุกฝ่ายเคารพต่อกฎหมาย สิ่งเหล่านี้นักการเมืองจะต้องรับปากและลงสัตยาบัน ถ้าใครหักหลังก็ขอให้ประชาชนและสังคมรับรู้ว่าคนนี้หักหลัง

เมื่อเรามีข้อเสนอที่ดีต่อสังคมออกมาแล้ว อาจจะจำเป็นต้องออกกฎหมาย หรือแก้ พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้อง หรือใช้มาตรา 44 ในบางเรื่อง เพื่อให้เกิดกระบวนการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

ทีมข่าวการเมือง ถามย้ำว่า ข้อเสนอด้านการสร้างความปรองดองของรัฐบาลมาพร้อมข้อเสนอของ กมธ.ด้านการเมือง สปท.ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธานฯ เสนอทางออกต่อสังคม ถูกมองว่าเป็นข้อเสนอชุดความคิดเดียวกัน พล.อ.ประวิตร บอกว่า คุณเสรีมาเข้าพบก็ได้อธิบายได้เข้าใจว่า ถ้าทำตามที่คุณเสรีเสนอ 1 ปีก็ไม่สำเร็จ ต่างกับโมเดลที่รัฐบาลเสนอทางออกแบบไทยๆ จะทำให้
ประเทศเดินหน้าไปได้

ขอยืนยันอีกครั้งว่า ไม่เกี่ยวข้องกับคดีความ ต้องตัดทิ้ง ไม่เกี่ยวกับการพักโทษ การนิรโทษกรรม แต่เกี่ยวข้องกับการอยู่ร่วมกันให้ได้ ต่อให้ออกกฎหมายอย่างไรถ้าไม่ร่วมมือกันก็ตีกันอีก แต่ถ้าอยู่ในข้อตกลงว่าจะไม่ตีกัน ไม่พาคนออกมาประท้วง ถ้าใครออกมาจะกลายเป็นคนหักหลัง

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นผู้ที่มีคอนเนกชั่น สนิทกับสายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะถูกมองว่าอาจจะมีข้อเสนอที่แฝงเข้ามา พล.อ.ประวิตร บอกว่า…

“…ผมสนิทกับทุกฝ่าย ผมทำงานโดยไม่มีผลประโยชน์ วางตัวเป็นกลาง มาถึงวันนี้ยังไม่ได้คุยกับใคร ผมจะไม่ให้เถียงกัน ไม่ให้พบหน้ากัน จะพบเจอกันในวันที่เราได้ข้อตกลงออกมาแล้วว่าจะแก้ในเรื่องอะไรบ้าง

ผมไม่กังวลอะไร เพราะมีเจตนาดีกับบ้านเมือง ไม่ได้ทำให้ใครเสียประโยชน์หรือได้ประโยชน์ แต่จะทำอย่างไรให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์สูงสุด ประเทศเดินหน้าได้ตามทิศทางยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลกำลังผลักดันให้เกิดการคิดและทำร่วมกันอยู่”

ขั้นตอนการรับฟังพิจารณาการสร้างความปรองดองจะทำภายใน 3 เดือน เมื่อเสร็จแล้วคณะกรรมการฯจะปรับให้เป็นข้อตกลงภายใต้กรอบที่กลุ่มการเมือง พรรคการเมืองเสนอทั้งหมด และนำข้อเสนอคณะกรรมการปรองดองชุดต่างๆมาดูด้วย แต่ขอย้ำว่าจะไม่เอาเรื่องในอดีตเข้ามา

ถูกมองว่าโครงสร้างของคณะอำนวยการสร้างความปรองดอง มีแต่นายทหารจะสร้างความปรองดองได้อย่างไร พล.อ.ประวิตร บอกว่า ไม่ใช่ปัญหา เพราะกองทัพมีความเป็นกลาง และนายทหารระดับผู้ใหญ่ก็ทำหน้าที่รับฟังประมวลข้อมูลก่อนเสนอต่อคณะกรรมการเตรียมการสร้างความปรองดอง

สุดท้ายการเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแม็ปช่วงต้นปี 2561 พล.อ.ประวิตร บอกว่า ยังเป็นไปตามโรดแม็ป นายกรัฐมนตรีไม่เคยบอกให้เลื่อน เมื่อเป็นสัญญาประชาคมเราต้องทำให้ได้

ถึงได้บอกว่า ให้ทำข้อตกลงและลงสัตยาบันร่วมกันว่าจะให้เกิดความปรองดองให้เกิดขึ้น เพื่อในอนาคตจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ

อย่าลืมว่าที่ผ่านๆมา พอเดินเข้าอุโมงค์มืดมนไปหมด ไม่มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แต่โมเดลปรองดองแบบไทยๆ พอไม่พูดถึงคดีความในอดีต ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดต่อไป

เมื่ออยากให้มีการเลือกตั้งก็ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย

พอเข้าไปจะเห็นแสงสว่างในอุโมงค์ รู้ว่าจะเดินออกทางไหน.

ทีมการเมือง