Mitsubishi Electric เปิดตัว “เคียงฟ้า” หอทดสอบลิฟต์แห่งใหม่ในประเทศไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 7 ก.ค. 2560 11:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/997594

ยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้กับผลิตภัณฑ์ พร้อมเดินหน้าขยายตลาดลิฟต์ ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี

บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ เอเซีย จำกัด เปิดตัวหอทดสอบลิฟต์ “เคียงฟ้า” แห่งใหม่ในประเทศไทย ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี เพื่อเดินหน้าขยายตลาดลิฟต์ ทั้งจากกลุ่มลูกค้าที่สร้างอาคารใหม่และกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนลิฟต์เก่าเป็นลิฟต์ใหม่ มั่นใจหลังเปิดหอทดสอบลิฟต์ “เคียงฟ้า” จะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิต การทดสอบและประเมินคุณภาพลิฟต์ความเร็วปานกลางถึงความเร็วสูง ตลอดจนการทดสอบคุณภาพชิ้นส่วนและระบบต่างๆ ของลิฟต์ เพื่อให้มั่นใจว่าลิฟต์ทุกตัวมีความปลอดภัยควบคู่ไปกับคุณภาพ ซึ่งเป็นจุดแข็งอันสำคัญของผลิตภัณฑ์ลิฟต์ Mitsubishi Electric

มร. ฮิเดะอาคิ โคะเดระ ประธานกรรมการ บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ เอเซีย จำกัด หรือ AMEC เปิดเผยว่า “AMEC เป็นโรงงานผลิตลิฟต์และบันไดเลื่อนของ Mitsubishi Electric ส่งออกสู่ตลาดภายนอกประเทศญี่ปุ่น โดยมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพในการผลิตสินค้าให้มีนวัตกรรมใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดย AMEC ได้ก่อสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนา(R&D) เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2558 , มีการเปิดโรงงานแห่งใหม่ เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559 โดยได้ตั้งเป้าการผลิตเพิ่มขึ้น 50% หรือเป็นจำนวน 20,000 ตัว เพื่อส่งออกไปทั่วโลก โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักคือประเทศแถบตะวันออกกลาง รวมถึงครั้งนี้ บริษัทฯ ได้ก่อสร้างหอทดสอบลิฟต์ “เคียงฟ้า” แห่งนี้ขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในทดสอบและตรวจประเมินลิฟต์ความเร็วปานกลางถึงความเร็วสูงตามที่กลุ่มตลาดระบบอาคารสูงต้องการได้ ซึ่งถือเป็นการอำนวยความสะดวกและเป็นบริการในการทดสอบและตรวจประเมินลิฟต์

อีกทั้งยังเป็นศูนย์พัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์ลิฟต์รุ่นใหม่ เพื่อยกระดับลิฟต์รุ่นเก่าที่ใช้งานมานาน ให้มีระบบการทำงานที่ทันสมัยเพิ่มขึ้น นอกจากหอทดสอบลิฟต์แห่งนี้จะใช้สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของ ตัวลิฟต์แล้ว หอแห่งใหม่นี้ยังใช้สำหรับทดสอบรายละเอียดต่างๆ ได้แก่ ทดสอบชิ้นส่วนต่างๆ ที่จะนำมาจัดซื้อภายในประเทศ เช่น ชิ้นส่วนไฟฟ้าและเครื่องกลของลิฟต์ความเร็วสูง,ทดสอบระบบการควบคุมการสั่นสะเทือนและเสียงดังเมื่อลิฟต์เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง,ทดสอบสมรรถภาพและความทนทานของชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ของลิฟต์ความเร็วสูงที่จัดซื้อภายในประเทศ, ทดสอบสมรรถภาพและความทนทานของระบบความปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถช่วยลดความผิดพลาดของการผลิต ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลงได้อีกด้วย”

สำหรับยอดขายลิฟต์ในปีนี้ ความต้องการซื้อจากประเทศที่เปิดตลาดไปแล้ว คือ ประมาณ 920,000 ตัว เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่มีความต้องการซื้ออยู่ที่ 900,000 ตัว สำหรับประเทศไทยนั้น ตลาดมีความต้องการซื้อประมาณ 5,000 ตัวต่อปี อย่างไรก็ตามทิศทางการเติบโตของตลาดลิฟต์และบันไดเลื่อนยังมีอยู่ต่อเนื่อง คือ ประมาณ 1 ล้านตัวต่อปี โดยตลาดใหม่ เช่น ประเทศจีนถือเป็นตลาดใหญ่ที่สุด 60% ของทั้งโลก ตามด้วยอินเดียเป็นตลาดใหญ่อันดับสอง ตลอดจนตลาดใหม่ในประเทศที่กำลังขยายประเทศ เช่น ในภูมิภาคอาเซียน ตะวันออกกลาง และ ละตินอเมริกา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีความต้องการซื้อจากประเทศที่ Mitsubishi Electric ยังไม่ได้เปิดตลาด เช่น รัสเซีย ยุโรปตะวันออก แอฟริกา อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านตัว

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งตลาดลิฟต์ที่น่าสนใจ คือ ตลาดลิฟต์สำหรับปรับปรุงอาคารเก่า โดยเปลี่ยนลิฟต์เก่าเป็นลิฟต์ใหม่ บริษัทฯ จึงได้เตรียมแผนการขยายธุรกิจในส่วนนี้โดยการใช้กลยุทธ์ส่งเสริมธุรกิจแบบครบวงจร เพื่อขยายธุรกิจอย่างมีคุณภาพ ทั้งการสร้างยอดขาย “ลิฟต์ใหม่” ในตลาด และการให้บริการ “ซ่อมบำรุง” ที่มีคุณภาพสูง และจำหน่าย Renewal Lift” มร.ฮิเดะอากิ กล่าว

ด้วยประสบการณ์กว่า 90 ปี ในการให้บริการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงเชื่อถือได้ภายใต้ Mitsubishi Electric Corporation ส่งผลให้บริษัทฯเป็นผู้นำตลาดระดับโลกด้านการผลิต การตลาด และการขายอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับใช้ในการประมวลข้อมูลและการสื่อสาร รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศสื่อสารด้วยดาวเทียม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรม พลังงาน การขนส่งและอุปกรณ์สำหรับระบบอาคาร ซึ่ง Mitsubishi Electric ได้รวบรวมเจตนารมณ์ขององค์กรเข้าด้วยกัน ประกอบด้วย ปณิธานของกลุ่มบริษัท คือ “การเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า” (Changes for the Better) และถ้อยแถลงด้านสิ่งแวดล้อม (Eco Changes) Mitsubishi Electric มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทระดับโลก เป็นผู้นำด้านองค์กรสีเขียว และเสริมสร้างสังคมด้วยเทคโนโลยี

บริษัทฯ มียอดขายรวมทั้งกลุ่ม มูลค่า 4,394.3 พันล้านเยน (38.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ*) ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2559 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ www.MitsubishiElectric.com

*อัตราแลกเปลี่ยนที่ 113 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดโดยตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในโตเกียว วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559

 

เปิดแล้ว “จีเอฟที 2017” และ “จีเอ็มเอส 2017”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 7 ก.ค. 2560 11:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/997525

คุณอิสระ บุรินทรามาตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด ร่วมกับคุณถาวร กนกวลีวงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดงาน “จีเอฟที 2017” และ “จีเอ็มเอส 2017” มหกรรมเครื่องจักร เครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ตกแต่ง เพื่อผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอ ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ต่อยอดงานดีไซน์ สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า ระหว่างวันที่ 5-8 กรกฎาคมนี้ ณ ไบเทค

กิจกรรมไฮไลต์ในงาน

• รวมเทคโนโลยีดิจิตัล สมาร์ทโซลูชั่น 4.0 ควบคุมสั่งการเชื่อมต่อด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ประหยัดแรงงาน เพิ่มความแม่นยำในการผลิต อาทิ จักรเย็บเพิ่มความเร็ว เครื่องเย็บผ้าแบบไร้ตะเข็บเหมาะกับเสื้อกีฬาและเพื่อสุขภาพ เครื่องพับเสื้ออัตโนมัติพร้อมจัดใส่ถุงบินตรงจากยุโรป

• สร้างเอกลักษณ์และความแตกต่าง ด้วยเทคโนโลยีพิมพ์สกรีนระบบดิจิตอลล่าสุด เช่น เครื่องพิมพ์สีจากยุโรป สร้างงานคมชัดทุก pigment เข้าถึงเนื้อผ้าสองด้าน /เครื่องปริ้นท์นูนระบบ 3 มิติ

• “Fabric Market” รวบรวมคอลเลกชั่นผ้าคุณภาพหลากหลายจากจีน เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานแปลกใหม่

• การประชุม “การพัฒนาสิ่งทอไทยสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมในอนาคต” โดยสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (THTI)

• สัมมนากลยุทธ์การตลาดและสร้างแบรนด์ในหัวข้อ “เสริมธุรกิจ พลิกการตลาด พิชิตความสำเร็จแบบก้าวกระโดด” โดยกูรูด้านดิจิตัลมาร์เกตติ้งและเจ้าของแบรนด์ในอุตฯ แฟชั่น

• เจาะลึกเทรนด์การใช้สีและวัสดุแฟชั่น 2018/2019 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจแฟชั่น

• ค้นพบปัจจัยความสำเร็จของธุรกิจครอบครัวในอุตฯ สิ่งทอ นำโดยคุณสมชัย ส่งวัฒนา เจ้าของแบรนด์ Flynow

• แฟชั่นโชว์ในคอนเซปต์ “Siam Silhouette” (สยาม ซิลลูเอท) โดยดีไซเนอร์จากโครงการ Dee Project

 

ปิดจ๊อบโครงสร้างพื้นฐานอีอีซี นายกฯ เปิดหวูดดึงจีน-ยุโรป-มะกันลงทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ก.ค. 2560 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/997259

“บิ๊กตู่” ปิดจ๊อบโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซี ประชุม 2 รอบอนุมัติรวม 700,000 ล้านบาท ได้ฤกษ์ชวนนักลงทุนต่างชาติ ทั้งจีน ยุโรป สหรัฐอเมริกา ด้าน “คณิศ” ฝัน 5 ปี ได้ 30 บริษัทยักษ์ใหญ่มาลงทุน เม็ดเงินสะพัดกว่า 500,000 ล้านบาท

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกครั้งที่ 2/2560 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน อนุมัติโครงการโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อีอีซีเพิ่ม ในส่วนของการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกหลัก 3 แห่ง คือ ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3, ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 และท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ โดยมีรถไฟทางคู่เข้าเชื่อมโยงและมีระบบบริการการขนส่งสินค้าแบบไร้รอยต่อ ซึ่งเมื่อรวมกับโครงการที่ได้รับอนุมัติในการประชุมคณะกรรมการอีอีซีนัดแรก ถือว่าในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซีทั้งหมด ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการครบเสร็จสิ้นแล้ว รวมมูลค่าโครงการโครงสร้างพื้นฐานทั้งสิ้น 700,000 ล้านบาท ขณะที่เป้าหมายการลงทุนของภาคเอกชนที่จะมาลงทุนในอีอีซีอยู่ที่ประมาณ 500,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา

“การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซี จากการหารือกับ รมว.คลัง จะพยายามไม่ใช้งบประมาณ เพราะไม่ต้องการให้เป็นหนี้ และไม่ต้องการรับความเสี่ยงมาก จึงให้ภาคเอกชนเข้ามารับความเสี่ยง ขณะเดียวกันต้องการให้การลงทุนใช้แหล่งเงินภายในประเทศ ซึ่งมีสภาพคล่องเพียงพอ และต้องการให้บริษัทของคนไทยมาร่วมลงทุนในลักษณะการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนหรือพีพีพี เพื่อให้บริษัทคนไทยได้พัฒนาศักยภาพ จะได้ไปทำงานในต่างประเทศในลักษณะเดียวกันได้ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซีวงเงินประมาณ 700,000 ล้านบาท จะสร้างผลประโยชน์เพิ่มขึ้นมากในประเทศ มีเม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินว่าจะเกิดผลต่อเศรษฐกิจไทยเป็นตัวเลขเท่าไร”

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการอีอีซีเห็นว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐานจบแล้วในการประชุมเพียง 2 ครั้ง ดังนั้นจึงให้เร่งทำงาน ดึงนักลงทุนมากขึ้น ซึ่งจะง่ายขึ้น เพราะรัฐได้แสดงให้เห็นชัดเจน หรือมีคอมมิตเมนต์ในโครงการนี้ว่า เอาจริงเอาจัง จนออกมาเป็นนโยบาย ตามแผนงานก็จะไปเชิญชวนนักลงทุนจากจีน และยุโรป รวมทั้งสหรัฐอเมริกา หลังไปญี่ปุ่นมาแล้ว โดยเป้าหมาย 5 ปี มีบริษัทยักษ์ใหญ่มาลงทุนในโครงการไม่น้อยกว่า 30 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทจากจีนและญี่ปุ่น

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายอีอีซีเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการนโยบาย อีอีซี เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการในการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนตามที่ สคร.ได้ยกร่างขึ้น เพื่อยกระดับกฎหมายร่วมทุนในอีอีซี ให้เป็นมาตรฐานสากล โปร่งใสและรวดเร็วมากขึ้น สามารถลดระยะเวลาการอนุมัติโครงการ เหลือ 8-10 เดือน จาก 40 เดือน ขณะที่โครงการฟาสต์แทร็กจะใช้เวลา 20 เดือน คาดว่าจะได้บริษัทเอกชนมาร่วมลงทุนภายในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ทั้งนี้ระเบียบดังกล่าว จะใช้เฉพาะกับโครงการพีพีพี ที่สำคัญและมีความพร้อมในอีอีซี ส่วนโครงการพีพีพีอื่นยังต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 เช่นเดิม

สำหรับโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซีที่จะให้ เอกชนร่วมลงทุนมี 4 โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกวงเงิน 310,383 ล้านบาท, โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน วงเงิน 215,100 ล้านบาท, โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะ 3 วงเงิน 155,834 ล้านบาท และโครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะ 3 วงเงิน 10,154 ล้านบาท รวมวงเงินลงทุนทั้งสิ้น 691,471 ล้านบาท

ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวคิดในที่ประชุมให้การพัฒนาอีอีซีเชื่อมโยงไปสู่ประเทศไทย 4.0 ยึดโยงกับประชารัฐ ภาครัฐและเอกชนร่วมกันทำงานมีความร่วมมือในพื้นที่ ซึ่งโครงการอีอีซีมีความสำคัญที่จะนำประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง พร้อมให้รักษาสมดุลด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ประชาชนทุกกลุ่มได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเต็มที่จากโครงการ นอกจากเพิ่มรายได้ให้ประเทศแล้ว ประชาชนจะต้องยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นด้วย และอีอีซีจะเป็นต้นแบบ เพื่อขยายผลไปทำโครงการลักษณะเดียวกันในภาคอื่นๆ เชื่อมโยงตะวันตก-ตะวันออก-เหนือ-ใต้ พร้อมมีข้อสั่งการให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดดำเนินโครงการรถไฟทางคู่เชื่อมโยงจากอีอีซีต่อไปยังทวาย-ย่างกุ้ง-ติลาวา ไปจนถึงอินเดีย และให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทำแผนพัฒนาการเกษตรในพื้นที่อีอีซี ให้สอดคล้องกับการพัฒนาของอีอีซี.

 

บุกพันธุ์ทิพย์ล้างบางของเถื่อน “พาณิชย์” หวังโชว์สหรัฐฯปลดไทยหลุดบัญชีดำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ก.ค. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/997250

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติภาคเอกชนเจ้าของลิขสิทธิ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 39 หน่วยงาน ลงพื้นที่ที่ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ประตูน้ำ เพื่อตรวจดูการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา พบว่า ขณะนี้แผงลอย หรือร้านค้าที่ลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดหมดไปแล้ว ซึ่งเป็นผลจากการปราบปรามอย่างหนักของกอ.รมน. ตำรวจ และเจ้าของสิทธิ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องกำจัดสินค้าละเมิดใน 6 พื้นที่เป้าหมายหลักให้หมดสิ้นเดือน ก.ค.นี้ ขณะนี้ถือว่าห้างพันธุ์ทิพย์ไม่มีร้านขายสินค้าละเมิดแล้ว

“ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันกำจัดสินค้าละเมิด และผู้ละเมิดใน 6 พื้นที่สีแดงเป้าหมายหลัก คือ ศูนย์การค้ามาบุญครอง, ตลาดโรงเกลือ จังหวัดสระแก้ว, ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ประตูน้ำ, คลองถม, บ้านหม้อ และตลาดนัดจตุจักร เพื่อไม่ให้จำหน่ายสินค้าละเมิดอีก ซึ่งจากการดำเนินการต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมามั่นใจว่าจะกำจัดการละเมิด ได้หมดภายในสิ้นเดือน ก.ค.นี้ รวมถึงยังคงเฝ้าติดตาม และปราบปรามพื้นที่อื่นๆด้วย ทั้งย่านพัฒน์พงศ์, ถนนสุขุมวิท 3-12, ห้างไอที ซิตี้ พัทยา, หาดป่าตอง ภูเก็ต”

ขณะเดียวกัน กอ.รมน. ได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมทรัพย์สินทางปัญญา และเจ้าของพื้นที่จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการและรับเรื่องร้องเรียนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือ IPEC (ไอเพค) โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร กรมทรัพย์สิน ทางปัญญา และผู้แทนเจ้าของสิทธิ ประจำที่ศูนย์ไอเพค ในพื้นที่ศูนย์การค้ามาบุญครอง ตลาดนัดจตุจักร และตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว หากผู้ใดทราบข้อมูลเบาะแสการวางจำหน่ายสินค้าละเมิด สามารถแจ้งศูนย์ไอเพค เพื่อดำเนินการปราบปรามอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังไม่นิ่งนอนใจ จะยังคงตรวจสอบ และลงโทษผู้ที่ลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยดีขึ้น และจะนำผลการปราบปรามสินค้าละเมิดเสนอต่อสหรัฐฯด้วย เพื่อให้เห็นถึงความจริงจังในการปราบปรามและปลดไทยออกจากบัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับเบิลยูแอล) ด้านทรัพย์สินทางปัญญาตามมาตรา 301 พิเศษ กฎหมายการค้าสหรัฐฯต่อไป.

 

ขนส่งปัดฮั้วประมูลเส้นทางรถ แจงชัด!โปร่งใส-เปิดกว้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ก.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/997244

นายสนิท พรหมวงษ์

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่สหภาพแรงงานการขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) เตรียมเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาวันที่ 7 ก.ค.นี้ เพื่อร้องเรียนรัฐบาลถึงความไม่เป็นธรรมในการประมูลเส้นทางเดินรถโดยสาร ซึ่งเป็นการดำเนินงานอย่างเร่งรีบ มีความไม่ชอบมาพากล จนเสี่ยงต่อการเปิดช่องให้มีการล็อกสเปกเส้นทางเดินรถให้กับเอกชนบางรายหวังตั้งตัวเป็นผู้ประกอบการผูกขาดตลาดเพียงรายเดียวนั้น ขบ.ขอชี้แจงว่า การปฏิรูปเส้นทางเดินรถ 269 เส้นทางนั้น จะเปิดแข่งขันอย่างโปร่งใส ไม่มีการสมรู้ร่วมคิดกับเอกชนบางรายให้ผูกขาดตลาดการขนส่งอย่างแน่นอน

“ความคืบหน้าของการปฏิรูปเส้นทางใกล้จะได้ข้อสรุปแล้ว เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านประมาณ 2 ปี แต่ระหว่างนี้ ขบ.จะออกใบอนุญาต ประกอบกิจการชั่วคราวให้เจ้าของเส้นทางรายเดิมที่บริหารอยู่ เพื่อให้เวลาเตรียมตัวและลดผลกระทบทางธุรกิจ ควบคู่กับทยอยเปิดประมูลเส้นทางใหม่ที่ปฏิรูปแล้วทั้ง 269 เส้นทางให้แล้วเสร็จและได้ตัวผู้ประกอบการภายใน 2 ปี ส่วนเรื่องที่ ขสมก.จะขอขยายอายุให้มากกว่า 2 ปี ในเส้นทางที่บริหารอยู่นั้น สามารถทำได้ สำหรับแนวทางการคัดเลือกเอกชน บริหารเส้นทางจะเน้นที่ประสบการณ์ คุณภาพบริการ และสมรรถภาพยานพาหนะ ส่วนขั้นตอนการประมูลจะเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเปิดกว้างอย่างเท่าเทียม”.

 

เปิดจองเหรียญ “เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เปิดจองเหรียญ “เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์”

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/997237

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ ได้จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 4 ก.ค. 2560 โดยจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วย 1.เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกทองคำขัดเงา ชนิดราคา 16,000 บาท จำหน่ายราคา เหรียญละ 30,000 บาท ผลิตไม่เกิน 5,000 เหรียญ 2.เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเงินขัดเงา ชนิดราคา 800 บาท จำหน่ายราคาเหรียญละ 1,600 บาท ผลิตไม่เกิน 50,000 เหรียญ และ 3.เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกโลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคา 50 บาท จ่ายแลกราคาเหรียญละ 50 บาท ผลิตไม่เกิน 1 ล้านเหรียญ

“ขณะนี้กรมธนารักษ์ได้เปิดช่องทางการจำหน่ายเหรียญหลากหลายมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่อยู่ห่างไกลและอยู่ในเมือง ซึ่งสามารถจองซื้อผ่านเว็บไซต์ และสามารถมาซื้อที่กรมธนารักษ์ก็ได้”

ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะขอแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ สามารถสั่งจอง และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักการคลัง กรมธนารักษ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ กรุงเทพฯ โทร.0-2278-5446 หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพฯ โทร. 0-2282-4109 หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักบริหารเงินตรา ถนนพหลโยธิน จังหวัดปทุมธานี โทร. 0-2565-7900 และสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 76 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนมาด้วย อีกทั้งยังสามารถสั่งจองผ่านเว็บไซต์ https://www.thailandpostmart.com บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โทร.1545 โดยคีย์เลขที่บัตรประชาชนเพื่อดำเนินการสั่งจอง.

 

Strength in mindfulness

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/lifestyle/30317339

Strength in mindfulness

lifestyle June 06, 2017 15:35

By THE NATION

Learn how to cultivate courage and stability in the complexities of jobs and relationships by signing up for the five-week “Everyday Life” course being run by the Bangkok Shambhala Meditation Centre from this Saturday.

Offering guidance on how to use meditation in our working and daily lives, the course, which is priced at Bt1,000, combines recorded talks by senior teachers along with meditation instruction and discussion facilitated by authorised staff.

There are five Saturday classes: An Introduction to Meditation, Basic Goodness and Becoming Familiar with Equanimity; Using Mindfulness and Awareness to Gather the Mind and Work with Emotion; Overcoming the Obstacles to Meditation; Willing to Open the Genuine Heart; and Meditation as a Transformational Tool for Society.

The meditation centre also offers a series of free meditation classes every Wednesday from June 14 to 28. The mindfulness meditation provides many benefits to develop the qualities of stability, clarity and strength of mind.

Each class will involve guided meditation instruction, meditation practice, mindful activities and discussion. Participants can learn from a posture of meditation how to breathe as the object of meditation and how their mind relates with emotions and thoughts.

Bangkok Shambhala Meditation Centre is on the second floor of Yogatique Building, Sukhumvit Soi 23. Register online at http://www.Shambhala.or.th.

Crab with a French accent

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/lifestyle/30317259

Crab with a French accent

lifestyle June 06, 2017 01:00

By The Nation

The flavours of French are being celebrated in the form of the Tourteau crab, prepared fresh daily to your liking at the Grand Mercure’s One Rachada World and Agehan Japanese restaurants.

The flavours of French are being celebrated in the form of the Tourteau crab, prepared fresh daily to your liking at the Grand Mercure’s One Rachada World and Agehan Japanese restau?rants. Best enjoyed with a glass of Lindemans Cawana Chardonnay 2011, the distinctive crab is also called dormeur, which means “asleep” in French, because it is very slow and almost always still. Those who prefer Chinese food can also enjoy the crab at Nan Yuan in a casserole served with glass noodles. The promotion runs through July 31. For reservations and more information, call (02) 641 1500.

Nine West comes East

Shop till you drop from today until Monday at the Amarin Brand Sale being held at the Event Hall of Amarin Plaza. You can snap up trendy threads from Nine West at generous discounts of up to 70 per cent. |Find out more at (086) 966 5554.

 

Mylo’s got the beat

Rising Dutch star Justin Mylo is coming to Bangkok and will perform at Levels Club and Lounge this Thursday. Born Emilio Justin Behr, the DJ, producer and musician is only 21 but has already played at some of the biggest known venues yet and been part of the residential summer shows of Martin Garrix at Ushuaia Ibiza since 2015. Tickets cost Bt350 including one drink. |Find out more by calling (082) 308 3246 or email info@levelsclub.com.

Marvellous mollusks

Tuck into mussels and clams every Monday night at The World restaurant, Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld, You;ll enjoy them in such dishes as Boston clam chowder, Mussel Florentine, Stir fried black mussel with white wine, Sauteed black mussel and clam with fried cream and white wine, Yum Takai Hoy Lai, Fried crispy mussel, Bake mussel with garlic and butter or just served on ice. The menu costs Bt1,390 including free-flow Chilean Sauvignon Blanc. For reservations, |call (02) 100 6255.

Duck delicious

Silver Waves Chinese Restaurant at the Chatrium Hotel Riverside Bangkok goes quackers all this month with a selection of duck dishes including stuffed duck with mashed taro and mushroom sauce, stir-fried duck with Sichuan chili sauce, braised minced duck and bean curd in superior soup or braised whole duck with Chinese chestnuts in brown sauce all to be enjoyed alongside Silver Waves’ panoramic 36th floor vista. Prices start at Bt380-net. Book a table at |(02) 307 8888 extension 1948-49 or |e-mail: silverwaves.chrb@chatrium.com.

A chance to heal

Pranic healing instructor and clairvoyant Indra Ramamoorthy will lead a “Full Moon Meditation” programme this Thursday to “manifest success and abundance along with divine healing”. The event will take place at ITCC, No 13, Sathorn Soi 1 from 6.30 to 8.30pm. The fee is Bt250 and the programme is designed to heal at the physical, emotional, mental and spiritual levels and help bring mental clarity and emotional stability. |Book a place at (081) 991 0096 or email pranichealingthailand@gmail.com

These diamonds really are Forevermark

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/lifestyle/30317263

These diamonds really are Forevermark

lifestyle June 05, 2017 15:30

By The Nation

Forevermark-brand diamonds from the venerable De Beers Group are sold with the slogan “Beautiful, Rare and Responsibly Sourced”.

That means they come from “an approved mining source” and their movements are tracked and recorded through the cutting and polishing process, the company says.

Jubilee Enterprise chief executive Anyarat Pornprakit recently gave the press a preview of the latest line at House of Sathorn. A special looking glass on the retail counter afforded a close look at the inscription found on every Forevermark diamond.

Anyarat said the diamonds are sold at more than 1,800 outlets in 37 countries. Hollywood celebrities including Nicole Kidman, Gwyneth Paltrow, Kate Hudson and Kate Winslet favour them, he said, since the stones originate from mines that demonstrate community and social responsibility and meet international standards.

“Forevermark is the new standard among diamonds thanks to the rigorous selection process, he said. “All diamantaires must comply with the brand’s pipeline integrity standard, which is a rigorous track-and-trace manufacturing process.

“Every Forevermark diamond is meticulously cut and rigorously examined before being given the Forevermark inscription and a unique number at the factory in Antwerp, Belgium. These are not visible to the naked eye, so you need the special viewer, and they don’t affect the internal quality of the diamond. Less than 1 per cent of the world’s diamonds are worthy of this inscription.”

Two collections of diamond jewellery have designed in Italy.

“Forevermark Setting” echoes the shape of the brand’s signature four-pronged mount cradling the stone. The settings also have a “secret” piercing.

“Forevermark Encordia” tells stories, such as an elegant “knot” setting that represents the Knot of Herakles of Greek mythology. The smooth loop of gold or platinum signifies an enduring bond between two people, held in place by a beautiful diamond.

Forevermark diamonds and jewellery are sold at Siam Paragon, Central Chidlom and Bluport Hua Hin.

Three spray ways to beat UV rays

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/lifestyle/30317262

Three spray ways to beat UV rays

lifestyle June 05, 2017 15:30

By The Nation

Blasted almost year-round by fierce ultraviolet rays from the sun, Thais are always on the hunt for the perfect sunscreen – convenient to use, fully covering and not sticky or slick on the skin.

One popular purchase is spray-on sunscreen, quick to apply and with protection as good as the liquids.

French firm La Roche-Posay’s new formula is a face mist you can’t even feel on the skin.

Anthelios Invisible Fresh Mist Anti-Shine SPF50 (Bt990) has the optimal protection based on the patented filtering system Mexoplex, which is combined with the same firm’s soothing and antioxidant Thermal Spring Water. The mist is quickly absorbed and dries to an invisible finish.

No sunscreen can provide 100-per-cent protection, of course, so the idea is to apply it just before you go outdoors and freshen it up regularly and generously, especially after perspiring or towelling. Find out more at http://www.LaRochePosay-th.com

Another French brand, Avene, has Eau Thermale Avene Very High Protection Spray SPF50+ (Bt1,550) that uses a photo-protective system. Its alcohol-free, silicone-free, water-resistant formula boasts an improved texture that complies with stringent European regulations.

Japanese brand Shiseido offers Anessa Perfect UV Spray Aqua Booster SPF 50+ / PA++++ that’s suitable for water sports and leisure.

It’s easily applied to the face, hair and body, a waterproof sunscreen equipped with new Aqua Booster technology to ensure a stronger barrier against harmful solar rays. Hyaluronic acid and curcuma root extract moisturise even the most dehydrated skin.

It’s available at Boots, Watsons and Lab Pharmacy.