“เดิน-วิ่ง การกุศล 7 สีปันรักให้โลก” มินิมาราธอน 2562

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/386398

“เดิน-วิ่ง การกุศล 7 สีปันรักให้โลก” มินิมาราธอน 2562

“เดิน-วิ่ง การกุศล 7 สีปันรักให้โลก” มินิมาราธอน 2562

วันพุธ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2562, 16.19 น.

ช่อง 7HD ขอเชิญชวนคนไทย ใส่ใจสุขภาพ ร่วมกิจกรรม “เดิน-วิ่ง การกุศล 7 สีปันรักให้โลก”   มินิมาราธอน 2562  “สุขภาพที่ดี มีไว้เพื่อส่งต่อ…” ร่วมส่งต่อกำลังใจให้ผู้อนุรักษ์พิทักษ์ผืนป่า และสนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ ผ่านการวิ่งเพื่อสุขภาพที่ดี พร้อมทั้งเฉลิมฉลองวาระครบ 10 ปี โครงการ “7 สีปันรักให้โลก” เคลียร์คิวให้พร้อม แล้วมาสนุกกันที่คุ้งบางกระเจ้า กับนักแสดง ผู้ประกาศข่าว จากช่อง 7HD และพรีเซ็นเตอร์ 7 สีปันรักให้โลก มาร่วมวิ่งไปด้วยกัน ในวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2562 เวลา 05.00-10.00 น. ณ ลานเอนกประสงค์ตลาดบางน้ำผึ้งอ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จูงมือกันเข้าเส้นชัยกันแบบอินสุด ๆ มาร่วมสนุกด้วยกันนะคะสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – วันอังคารที่ 15 มกราคม 2562 โดยแบ่งเป็นทีม
สีฟ้า มินิมาราธอน ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร ค่าสมัคร 600 บาท  และทีมสีเขียว ฟันรัน ระยะทาง
5 กิโลเมตร ค่าสมัคร 500 บาท โดยรายได้จากค่าสมัคร จะนำไปมอบให้ผู้อนุรักษ์พิทักษ์ผืนป่า
และสนับสนุนสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ นอกจากนี้ยังได้ลิ้มรสความอร่อยกับอาหารร้านดังของตลาดบางน้ำผึ้ง สินค้าชุมชนคุ้งบางกระเจ้า และร่วมสนุกกับบูธกิจกรรมมากมายในงาน ลงทะเบียนกันได้แล้วที่ www.runlah.comติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมต่าง ๆ  ได้ทาง ช่อง 7HD กด 35 ทางโซเชียลFacebook, IG, Twitter, Youtube: Ch7HD และ เว็บไซต์: www.ch7.com

ช่อง 7HD ประเดิมความสุขรับปีหมูทอง ด้วยภาพยนตร์สุดมันใน “บิ๊กซินีม่า”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/386396

ช่อง 7HD ประเดิมความสุขรับปีหมูทอง ด้วยภาพยนตร์สุดมันใน “บิ๊กซินีม่า”

ช่อง 7HD ประเดิมความสุขรับปีหมูทอง ด้วยภาพยนตร์สุดมันใน “บิ๊กซินีม่า”

วันพุธ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2562, 16.18 น.

รายการบิ๊กซินีม่า ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา  22.45 น. เปิดประเดิมศักราชใหม่ ปี 2562 ด้วยภาพยนตร์สุดมัน ระทึก ในวันเสาร์ที่ 5 ม.ค. “ชั่วโมงระทึกฝ่าวิกฤตทะเลเดือด” (THE FINEST HOURS) ภาพยนตร์แอ็กชันที่สร้างจากเรื่องจริงสุดเหลือเชื่อ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางทะเลอันกว้างใหญ่ เมื่อพายุลูกใหญ่กำลังเข้าโจมตีชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา เรือบรรทุกน้ำมันพร้อมกับลูกเรืออีกหลายชีวิตจึงได้ตกอยู่ในอันตราย ภารกิจช่วยเหลือลูกเรือโดยหน่วยป้องกันชายฝั่งของสหรัฐจึงได้เริ่มขึ้น ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต และช่วยลูกเรือให้พ้นจากอันตราย

ถัดมา วันเสาร์ที่ 12 ม.ค. พบกับภาพยนตร์ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชม จากหนังสือขายดีระดับนานาชาติ ใน “ปรุงชีวิต ลิขิตฝัน” (THE HUNDRED-FOOT JOURNEY) อำนวย การสร้างโดย สตีเว่น สปีลเบิร์กและ โอปราห์ วินฟรีย์ กำกับโดย แลส ฮาสตรอม พบกับเรื่องราวของ ฮัสซาน (มานิช ดายาล) ผู้ปราดเปรื่องในการทำอาหารเทียบเท่าอัจฉริยะ แต่เขาและครอบครัวกลับต้องย้ายถิ่นฐานจากบ้านเกิดที่มุมไบ ประเทศอินเดีย มาเปิดร้านอาหารอินเดียในหมู่บ้านชนบทของเซนต์-แอนโทนิน-วาล เมืองเล็กๆ อันงดงามทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ที่นั่นเองที่พวกเขาได้พบกับ มาดาม มัลลอรี (เฮเลน เมียร์เรน) เจ้าของร้าน เลอ ซอล เพลอร์เรอร์ ร้านอาหารฝรั่งเศสสุดคลาสสิคที่ได้รับดาวมิชลิน เธอมีทัศนคติต่อต้านร้านอาหารอินเดียเปิดใหม่ที่อยู่ตรงข้ามร้านของเธอไปเพียง 100 ฟุต แต่พรสวรรค์ของ ฮัสซาน จะสามารถทำให้ มาดาม มัลลอรี ยอมรับในตัวของเขาและเปลี่ยนทัศนคติได้หรือไม่ อย่าลืมติดตามชม

ในวันเสาร์ที่ 19 ม.ค. กลับมาอีกครั้งกับภาพยนตร์ฝรั่งแนวแอ็กชัน อาชญากรรม “ซินซิตี้ 2 ขบวนโหด นครโฉด” (SIN CITY 2 : A DAME TO KILL FOR) จากผลงานการกำกับของผู้กำกับภาพที่มีชื่อเสียงระดับโลก  โรเบิร์ต รอดดิเกซ และ แฟรงค์ มิลเลอร์ นักเขียนการ์ตูนผู้โด่งดังในยุค 80 ที่มีสไตล์การวาดการ์ตูนและเล่าเรื่องดาร์คๆ เฉพาะตัว นำทีมโดยนักแสดงชื่อดัง เจสสิกา อัลบา ร่วมด้วย โรซาริโอ ดอสัน, โจเซฟ กอร์-ดอน-เลวิตต์, มิกกีย์ รูร์ก, บรูซ วิลลิส, อีวา กรีน และ เลดี กาก้า โดยผ่านการบอกเล่าเรื่องราวออกเป็น 4 ตอน  A Dame to Kill For, Just Another Saturday Night, The Long Bad Night และ The Fat Lose

ส่วนวันเสาร์ที่ 26 ม.ค. พบกับโปรแกรมเพชรหนังพันล้าน “แมคฟาร์แลนด์ วิ่ง คว้า ฝัน” (McFARLAND, USA) ภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเรื่องจริงที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ นำแสดงโดย เควิน คอสต์เนอร์ นักแสดงมากฝีมือจากภาพยนตร์เรื่อง DANCES WITH WOLVES ที่การันตีด้วยรางวัลออสการ์หลากหลายสาขา เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในปี 1987 ที่เมืองแมคฟาร์แลนด์ เมืองชนบทของรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีความอุดมสมบูรณ์ จิม ไวท์ (เควิน คอสต์เนอร์) หรือ โค้ชจิม ได้ย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวละติน เขาพยายามฝึกให้เด็กๆ มีความมุ่งมั่นและความตั้งใจ ระหว่างทางที่พวกเขาได้ฝึกนั้นไม่เพียงแต่การเล่นกีฬา แต่มันคือมิตรภาพและครอบครัว จนนำไปสู่การเป็นแชมป์วิ่งมาราธอนที่พวกเขาเคยวาดฝันไว้

“น้ำหวาน ดาวดึงส์” สุดปลื้มเพลงฮิตติดกะแส!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/386394

“น้ำหวาน ดาวดึงส์” สุดปลื้มเพลงฮิตติดกะแส!!

“น้ำหวาน ดาวดึงส์” สุดปลื้มเพลงฮิตติดกะแส!!

วันพุธ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2562, 16.15 น.

เป็นทั้งนักร้องดีวาเสียงคุณภาพตัวแม่ และ คุณแม่ลูกสาม “กระแต อาร์สยาม-นิภาพร บุญยะเลี้ยง/ กระต่าย-อาทิตย์ บุญยะเลี้ยง / กฤษ บุญยะเลี้ยง”  สำหรับ “แม่น้ำหวาน ปรานอม บุญยะเลี้ยง” หรือ “น้ำหวาน ดาวดึงส์” เจ้าของซิงเกิ้ล“ตากระตุก” และล่าสุดกับ “ช้ำคือเรา Cover by น้ำหวาน  ดาวดึงส์”ซึ่งพอเหล่าเพศที่ 3 ได้ฟังถึงกับกรี๊ดสุดเสียงเพราะชื่นชอบในสไตล์การร้องเพลงของ “น้ำหวาน ดาวดึงส์”

“น้ำหวาน ดาวดึงส์”กล่าวว่า “ปลื้มกับกระแสตอบรับจากแฟนเพลงมาก หลายคนชื่นชอบ โดยเฉพาะ แฟนเพลงกลุ่มเพศที่ 3 นำเพลง “ตากระตุก” และ  “ช้ำคือเรา”  มาโคฟเวอร์ลงยูทูบเยอะมาก ทำให้ตอนนี้ทั้ง 2 เพลงกลายเป็นเพลงยอดนิยม (ยิ้ม)   ลูกๆแฟนเพลงบางคนก็มาคอมเม้นท์ในยูทูบ ยกให้เป็น ไอดอลเก้ง-กวางเลยก็มีค่ะ ปลื้มใจมากๆ  ยังไง น้ำหวาน  ต้องขอขอบคุณแฟนเพลงทุกเพศทุกวัยที่ให้การตอบรับดีขนาดนี้ หายเหนื่อยเลยค่ะเพราะการทำงานทุกซิงเกิ้ลนี้ทุ่มสุดตัวจริ’ง”

สามารถติดตามผลงานเพลงจาก “แม่น้ำหวาน ปรานอม บุญยะเลี้ยง ” หรือ “น้ำหวาน ดาวดึงส์”กับซิงเกิ้ล“ช้ำคือเรา Cover by น้ำหวาน  ดาวดึงส์”   https://www.youtube.com/watch?v=MWd0sIICUiQ และซิงเกิ้ล“ตากระตุก” https://www.youtube.com/watch?v=tZfeOl8oSqo รวมทั้งโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้ยูทูบ KT Family Official ไอจีส่วนตัว Namwhan_007 และ Facebook น้ำหวาน โสดจ้า กันด้วยนะคะ”

“ทราย” เปิดซิงรายการใหม่แกะกล่อง “one day special”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/386392

“ทราย” เปิดซิงรายการใหม่แกะกล่อง “one day special”

“ทราย” เปิดซิงรายการใหม่แกะกล่อง “one day special”

วันพุธ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2562, 16.15 น.

“one day special” รายการใหม่แกะกล่องทางช่อง 22 เนชั่นทีวี รายการที่จะพาไปเที่ยว กิน ชิม ช็อป พร้อมกับดีลเด็ดๆ ที่ให้กันไปเลยฟรีๆ โดยมีนักแสดงสาวมากความสามารถ “ทราย-อินทิรา เจริญปุระ” มารับหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการ โดยจะประเดิมออกอากาศเทปแรกในวันเสาร์ที่ 5 มกราคมนี้

เริ่มต้นรายการกันที่อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่น่าสนใจที่ไม่ควรพลาดที่จะมาเช็คอินกับที่นี่ “คิง เพาเวอร์ มหานคร”โดยมีไฮไลท์เด็ดก็คือ “มหานคร สกายวอล์ก” (Mahanakhon Skywalk) จุดชมวิว 360 องศาที่สูงที่สุดในประเทศไทยด้วยความสูง 314 เมตร ตั้งอยู่บนชั้น 74 ซึ่งการที่เราจะขึ้นมาที่ชั้น 74 จะต้องผ่านมัลติมีเดียลิฟต์ที่มีความเร็วสูงมาพร้อมจอแอนิเมชั่นขนาดใหญ่ สร้างความตื่นตาตื่นใจ ในการขึ้นลิฟต์รูปแบบใหม่ๆ ใช้ระยะเวลาจากชั้น 1 ถึงชั้น 74 เพียง 50 วินาที เท่านั้นเองค่ะ หลังที่ชมวิวกันจนอิ่มตาอิ่มใจแล้วเราก็ไปต่อกันที่ชั้น 78 รูฟท็อปบาร์ (Rooftop Bar) ที่สูงที่สุดในประเทศไทย พร้อมเครื่องดื่มและค็อกเทลสูตรพิเศษก่อนที่จะไปชิมอาหารกันที่ร้าน  DEAN & DELUCA มหานคร คิวบ์ เป็นสาขาแรก ที่เป็นสาขาต้นแบบ และเป็นสาขาเดียวที่ใหญ่ที่สุด เรียกว่าครบทุกเมนู ทั้งอาหาร คาเฟ่ ร้านของชำขนาดเล็กพร้อมกับเจอแขกรับเชิญคนพิเศษ “ปุ้ย-พิมลวรรณ หุ่นทองคำ” ที่จะมาพูดคุยอัพเดทเรื่อวราวชีวิตพร้อมทั้งดีลเด็ดๆ มาแจกให้กับท่านผู้ชม และพิเศษสุดในช่วงท้ายรายการสำหรับใครที่อยากได้การบัตรเข้าชมมหานคร สกายวอร์คและบัตรรับประทานอาหารจากร้าน DEAN & DELUCA ต้องไม่พลาดติดตามร่วมสนุกในรายการ  “one day special” ในวันเสาร์ที่ 5 มกราคมนี้ เวลา 9.30 น.ทางช่อง 22 เนชั่นทีวี ค่ะ

“แซมมี่” ชวนประกวด THAI SUPERMODEL CONTEST 2019

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/386390

“แซมมี่” ชวนประกวด THAI SUPERMODEL CONTEST 2019

“แซมมี่” ชวนประกวด THAI SUPERMODEL CONTEST 2019

วันพุธ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2562, 16.14 น.

ช่อง 7HD จัดเต็มกลับมาอีกครั้งสำหรับการประกวด ไทยซูเปอร์โมเดลคอนเทสต์ 2019 (THAI SUPERMODEL CONTEST 2019) เวทีแห่งโอกาสที่สานฝันให้กับสาวมั่นทันสมัย ก้าวสู่วงการนางแบบระดับประเทศ ซึ่งช่อง 7HD ดำเนินการจัดประกวดมาตั้งแต่ปี 2545 โดยมีความมุ่งมั่นที่จะเฟ้นหาสาวไทยที่มีความมั่นใจ เหมาะสมกับตำแหน่งสุดยอดนางแบบให้พร้อมก้าวขึ้นไปเป็นนางแบบอาชีพ และเมื่อโอกาสดีๆ กำลังจะมาถึง “แซมมี่ เคาวเวลล์” เจ้าของตำแหน่ง THAI SUPERMODEL 2007 รุ่นพี่ซึ่งแจ้งเกิดจากเวทีดังกล่าว จึงไม่อยากให้สาวๆ พลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ไป  โดย แซมมี่ เผยว่า

“ทุกครั้งที่คิดถึงวันที่ประกวดส่วนตัวยังแอบคิดว่านี่เราฝันไปหรือเปล่า (หัวเราะ) เพราะการประกวด
วันนั้น ทำให้ได้มาเป็นหนึ่งในครอบครัวช่อง 7HD ซึ่งเมื่อโอกาสดีๆ มาถึงแล้ว ก็อยากขอเชิญชวนสาวๆ ที่มีอายุ 16 – 24 ปี ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 165 เซนติเมตร ที่สนใจมาประกวด THAI SUPERMODEL CONTEST 2019 (ไทยซูเปอร์โมเดลคอนเทสต์ 2019) เตรียมตัวให้พร้อมและพกความมั่นใจ ความกล้าแสดงออกมาเจอกัน โดยครั้งนี้จะเปิดรับสมัคร 2 วัน คือ วันเสาร์ที่ 19 และ วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2562 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 13.00 น. ที่ โซน B ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว บอกเลยว่าเวทีนี้ให้อะไรมากกว่าที่คุณคิดแน่นอน ใครที่สนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่ tsm.ch7.com แล้วมาพบกันเยอะๆนะคะ”

ดูหนังราคาประหยัดกับบัตรซีเนียร์การ์ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/386389

ดูหนังราคาประหยัดกับบัตรซีเนียร์การ์ด

ดูหนังราคาประหยัดกับบัตรซีเนียร์การ์ด

วันพุธ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2562, 16.12 น.

“โมโนฟิล์ม” และ “เอสเอฟ ซีเนม่า ซิตี้”  จับมือมอบความสนุกให้กับแฟนหมัดมวยที่อยากสัมผัสภาคเปิดจักรวาลตำนานยิปมันเรื่อง “ยิปมัน: ตำนานมาสเตอร์ ซี (Z)” (Master Z: The IP Man Legacy) เพียงคุณถือบัตร SF MOVIE CLUB CARD (เอส เอฟ มูฟวี่ คลับ การ์ด) ประเภท SENIOR (ซีเนียร์) สามารถซื้อบัตรชมภาพยนตร์ได้ในราคา 60 บาท ในวันจันทร์ – วันศุกร์ และราคา 90 บาท เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์

สิทธิพิเศษนี้สำหรับแฟน SF MOVIE CLUB CARD (เอส เอฟ มูฟวี่ คลับ การ์ด) ประเภท SENIOR (ซีเนียร์) เท่านั้น!! ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 27 ธันวาคม – ตลอดโปรแกรมฉาย

**สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook: Monofilm, www.sfcinemacity.com

“แสตมป์-ป้าง-รูม39-สิงโต” ยกทัพมอบความสุขส่งท้ายปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/386388

“แสตมป์-ป้าง-รูม39-สิงโต” ยกทัพมอบความสุขส่งท้ายปี

“แสตมป์-ป้าง-รูม39-สิงโต” ยกทัพมอบความสุขส่งท้ายปี

วันพุธ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2562, 16.12 น.

“เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี” ร่วมกับ “สถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29”  (ช่องโมโนทเวนตี้ไนน์) ในเครือโมโนกรุ๊ป จัดงานส่งความสุขในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ “MONO29 PATTAYA COUNTDOWN 2019 : Universe of Entertainment สนุกสุดขอบจักรวาล” (โมโนทเวนตี้ไนน์ พัทยา เคาท์ดาวน์ 2019 : ยูนิเวิร์ส ออฟ เอนเตอร์เทนเมนท์) ให้กับชาวชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงได้เข้าชมฟรี! และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลในงานมูลค่ากว่าสองล้านบาท พร้อมชมคอนเสิร์ตจากเหล่าศิลปินชั้นแนวหน้าของเมืองไทยมากมาย โปรดักชั่น แสง สี เสียง จัดเต็ม! ณ ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวเมืองพัทยา (แหลมบาลีฮาย) กันแบบจุใจ 2 วัน 2 คืน

โดยคืนแรก (30 ธ.ค.) ได้รับการตอบรับจากชาวพัทยา, นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมความสนุกอย่างคึกคักจาก ธนาคารออมสิน, ทิพยประกันชีวิต, มิตซูบิชิ, มาม่า, เครื่องดื่มเรดดี้, สมาคมท่องเที่ยวเมืองพัทยา, ศักดิ์สยาม (ท้อปคิงส์) และ 3BB ถ่ายภาพกับต้นคริสมาสต์ยักษ์, อิ่มอร่อยกับร้านอาหารดัง, กระทบไหล่กับเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ และลงทะเบียนลุ้นของรางวัล นอกจากนี้ยังได้สนุกสนานกับคอนเสิร์ตจากศิลปิน โมโนมิวสิค นำทีมโดย “เบล-เลลาณี”, “แป้ง-ณัฐณิชา”, “ไอซ์ GSB”, 4 หนุ่มจาก “Blue Gents”, “ไฮคิว”, “โรส-ศิรินทิพย์”, “ขนมจีน-กุลมาศ”, “เต๋า-เศรษฐพงศ์”, “ปนัดดา เรืองวุฒิ” และ “เต๋า-สมชาย” จากนั้นก็ถึงคิวของ ROOM 39”, “สิงโต นำโชค”, “เบน-ชลาทิศ” และปิดท้ายด้วย “แสตมป์-อภิวัชร์” ที่ต่างก็จัดเต็มความสนุกมาร่วมฉลองเทศกาลส่งความสุข

ต่อมาวันที่ 31 ธ.ค. เริ่มคึกคักกับวันส่งท้ายปีเก่า 2561 กับการแข่งขันมวยไทยระดับโลก MONO29 TOPKING WORLD SERIES TK27 PATTAYA THE FINAL” (โมโน29 ท็อปคิง เวิลด์ซีรี่ส์ ศึกมวยไทยระดับโลก TK27 เมืองพัทยา รอบตัดสิน) จากนั้น  คุณสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ได้ขึ้นกล่าวเปิดงาน “MONO29 PATTAYA COUNTDOWN 2019” ก่อนจะถึงเวลาระเบิดความมันส์กับคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มาร่วมขึ้นเวทีในคืนส่งท้ายปีเก่า อาทิ ศิลปินจาก โมโนมิวสิค นำโดย 4 สาว “GELATO (เจลาโต้), “พีธ-พีระ”, “โอ้-เสกสรรค์”, “เซนโฟน”,  “ชีส เดอะว๊อยส์”, “คิง-พิงเชษฐ์”, “โทนี่ ผี”, “พลอยชมพู”, “เอ๊ะ-จิรากร” และ “ป้าง-นครินทร์”

จากนั้นถึงเวลาเข้าสู่พิธีการนับถอยหลังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไปพร้อมๆ กัน โดยได้รับเกียรติจาก คุณธรรมศักดิ์ รัตนธัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, ท่านนายกเมืองพัทยา, คณะผู้บริหารโมโน  กรุ๊ป และเหล่าศิลปิน ร่วมในวินาทีข้ามปี ร่วมกันร้องเพลง     “พรปีใหม่” เพื่อเป็นการอวยพรสวัสดีปีใหม่ให้กับทุกคน พร้อมแสดงพลุจำนวน 36 นัด ยิงขึ้นบนท้องฟ้าในเวลาเที่ยงคืนนานกว่าสิบนาทีอย่างยิ่งใหญ่สุดตระการตาเพื่อเป็นของขวัญให้แก่ผู้ที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ และได้จับรางวัลใหญ่ รถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ก่อนจะปล่อยความมันส์กันข้ามปีต่อกับ “เรโทรสเปกต์” และ “ดีเจ Rabbiizz” ตลอดทั้งคืน ท่ามกลางรอยยิ้มและความสนุกอิ่มเอมใจรับศักราชใหม่

“เข้ม หัสวีร์” วางบทเสือสมิง จากละคร “จ้าวสมิง” ขอปลีกวิเวกทำบุญขอพรเสริมสิริมงคล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/386386

“เข้ม หัสวีร์” วางบทเสือสมิง จากละคร “จ้าวสมิง” ขอปลีกวิเวกทำบุญขอพรเสริมสิริมงคล

“เข้ม หัสวีร์” วางบทเสือสมิง จากละคร “จ้าวสมิง” ขอปลีกวิเวกทำบุญขอพรเสริมสิริมงคล

วันพุธ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2562, 16.10 น.

ละคร “จ้าวสมิง” เนื้อหาเข้มข้นขึ้นทุกขณะและเรตติ้งพุ่งแรงและกำลังโกยความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พระเอกหนุ่มป้ายแดง “เข้ม หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล” รับบทเป็น “ตะวัน” และ “อองที” ซึ่งกำลังเผยฝีมือการแสดงสุดเข้มข้นในจอทุกวันศุกร์ เวลา 20.45 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7HD กด35 มาได้สักระยะ ทำให้เจ้าตัวยิ้มไม่หุบและบอกหายเหนื่อย แต่เพื่อความอุ่นใจจึงหาจังหวะเวลาว่าง ก่อนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง

หนุ่ม “เข้ม หัสวีร์” ขอเริ่มต้นวันของเรื่องราวดี ๆ พร้อมเล่าให้ว่าศึกษาข้อมูลวิธีการขอพรอย่างครบถ้วนในทุกขั้นตอนมาล่วงหน้า เริ่มที่แรกด้วยความตั้งใจเป็นพิเศษกันที่ ศาลหลักเมือง ของกรุงเทพมหานคร บริเวณท้องสนามหลวง ไม่พลาดทุกกระบวนการทั้ง กราบพระที่หอพระพุทธรูป ผูกผ้าแพร 3 สี ที่องค์พระหลักเมืองจำลอง พร้อมถวายพวงมาลัยภายในบริเวณองค์พระหลักเมืององค์จริง ไปไหว้ขอพรเทพารักษ์ทั้ง 5 ได้แก่ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าเจตคุปต์ และเจ้าหอกลอง และไปเติมน้ำมันที่พระประจำวันเกิด ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ขอพรให้ปกปักษ์รักษาบ้านเมืองให้สงบสุข และฝากเนื้อฝากตัวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวกทม.

จากนั้นไม่รอช้าแวะไป“ศาลเจ้าพ่อเสือ” ย่านถนนตะนาว  ซึ่งมีอายุกว่า 100 ปี เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีน สืบเนื่องจากในละครเรื่อง “จ้าวสมิง” ตนรับบทเป็นเด็กที่ถูกวิญญานของ เสือสมิงเข้าสิง เพื่อความเป็นสิริมงคลจึงไปขอพร “เจ้าพ่อเสือ” ที่เชื่อกันว่าคอยปกป้องและปราบปรามศัตรู และให้ตนเองอบอุ่นใจไว้ก่อน

มาทั้งทีก็ต้องให้ครบสูตรเลยขอจัดเส้นทางไปต่อกันที่ วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ ย่านเจริญกรุง ซึ่งทำให้เจ้าตัวกลับทึ่งในบรรยากาศและความสวยงามของสถานที่จึงแวะ แชะภาพเป็นที่ลึก และตั้งอกตั้งใจขอพร จากนั้นเดินลัดเลาะย่านเยาวราช ไปยังที่ตั้งของมูลนิธิป่อเต็กตึ๋ง เพื่อร่วมทำบุญซื้อโลงศพแบบครบชุด

“หลายๆ สถานที่ได้ไปวันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปสักการะขอพร ถือเป็นวันดีๆ จริง ๆ ครับ และต้องขอบคุณคุณตาที่มักจะพาผมไปวัดด้วยกันตอนเด็ก ๆ เสมอ ๆ เลยทำให้ผมซึมซับทางธรรม เข้าวัดคลุกคลีกับกิจกรรมของพระสงฆ์ไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิ มาตลอด จนสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ช่วยให้เราเรียงลำดับความคิด มีสติยั้งคิด รู้จักใช้ความนิ่งสงบสยบปัญหาซึ่งใช้ได้ผลดีไม่น้อยครับ ขอขอบคุณแฟน ๆ ช่อง 7HD ทุกคนที่ให้การสนับสนุนติดตามชมผลงานละครเรื่อง “จ้าวสมิง” ฝากให้กำลังใจหรือไปเจอกันทีไหนก็เรียกทักทายได้นะครับ”

 

พระปิดตาหลวงปู่จีน วัดท่าลาดเหนือ อ.พนมสารคราม จ.ฉะเชิงเทรา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/589632

  • วันที่ 20 พ.ค. 2562 เวลา 21:12 น.

พระปิดตาหลวงปู่จีน วัดท่าลาดเหนือ อ.พนมสารคราม จ.ฉะเชิงเทรา

โดย อาจารย์ชวินทร์ chavintapoti@gmail.com

มาชมสุดยอดพระปิดตาที่ถือเป็น ต้นกำเนิดพระปิดตาของเมืองแปดริ้ว และยังเป็นหนึ่งในเบญจภาคีพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักของเมืองไทย นั่นคือ พระปิดตาหลวงปู่จีน วัดท่าลาดเหนือ ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

พระปิดตาทุกพิมพ์ของท่านได้รับชื่อว่าเป็น สุดยอดแห่งพระปิดตาเมตตามหานิยม และหายากในปัจจุบัน พิมพ์ที่นำมาให้ชมคือพิมพ์ไม้ค้ำเกวียน ซึ่งลักษณะองค์พระที่พระเพลาหรือหน้าตักมีเส้นที่พาดขึ้นมาดูลักษณะคล้ายไม้ค้ำเกวียน ด้านหลังพระปิดตาจะอูมนูน มวลสารเป็นเนื้อผงพุทธคุณชุบรัก พระสวยดูง่ายแบบองค์นี้เอาไว้ศึกษาครับ

มาส่องดูพระปิดตาองค์นี้เนื้อหาจัดจ้านเหมือนเนื้อกะลาชุบรัก ซึ่งรักออกสีแดงซึ่งเป็นสีนิยม ในส่วนซอกมุมบริเวณที่ไม่โดนสัมผัสจะเห็นความแห้ง ความเก่าของรักปรากฏต่อสายตา มีผดรักที่เกาะอยู่ตามผิวพระให้เห็นอยู่ทั่วองค์พระสิ่งเหล่านี้เป็นธรรมชาติที่ปลอมแปลงได้ยากครับ

ส่วนที่สัมผัสกับเหงื่อจนรักหลุดร่อนออกไป จะเห็นเนื้อจัดจ้านมันวาวอมเหลืองจนเหมือนสีน้ำตาลเข้มเหมือนผิวกะลาขัดทีเดียว และเนื่องจากพระปิดตาของหลวงปู่จีนสร้างทีละองค์นอกเหนือจากพิมพ์แล้ว เราจึงต้องดูธรรมชาติจากเนื้อหาของพระเป็นหลักครับ พระทุกองค์จะไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับการเก็บรักษาพระของแต่ละคน และการใช้งานที่ต่างกัน

เนื้อหาพระที่ถูกสัมผัสก็ต่างกันแล้ว เหมือนว่า คนนึงใส่แล้วสัมผัสเหงื่อตลอด อีกคนใส่สลับองค์ทำงานออฟฟิศสภาพผิวพระย่อมต่างกันไป และที่สำคัญหลวงปู่จีนท่านสร้างทีละองค์ ถ้ามีองค์พระที่เหมือนกันเป๊ะ แน่นอนครับต้องมีองค์ใดองค์หนึ่งเป็นของเลียนแบบ

สันนิษฐานกันว่า หลวงปู่จีนท่านสร้างพระปิดตาขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2430 โดยนำมวลสารประกอบด้วยผงเกสรร้อยแปดผสมว่านยามาคลุกรักโดยรักจะเป็นตัวประสาน เสร็จแล้วถึงนำมากดพิมพ์เป็นพระปิดตาหลังจากนั้นจะนำมาชุบรักอีกครั้ง ถึงจะนำไปปลุกเสก ซึ่งท่านจะปลุกเสกตลอดทั้งพรรษา กระทั่งพระกระโดดออกมานอกบาตรได้จึงจะถือว่าสำเร็จ การจัดสร้างพระปิดตาของท่านแต่ละครั้งนั้นมีจำนวนไม่มากนัก เนื่องจากวิธีการสร้างทำได้ยากมาก นอกจากพิมพ์ไม้ค้ำเกวียนแล้วพระปิดตาของท่านยังมีหลายพิมพ์เช่นพิมพ์แข้งหมอน พิมพ์เม็ดกระบก พิมพ์กลีบบัวใหญ่ พิมพ์กลีบบัวเล็ก พิมพ์เม็ดบัว เป็นต้น

ด้านพุทธคุณของพระปิดตาของท่านครบเครื่อง ทั้งเมตตามหานิยม โชคลาภ และแคล้วคลาด มีประวัติกล่าวไว้ว่า หลวงปู่จีนมีลูกศิษย์ 5 องค์ ที่สร้างห้าเสือพระปิดตาที่โด่งดังทั่วประเทศ คือ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ , หลวงพ่อเจียม วัดกำแพง ,หลวงปู่ภู่ วัดนอก,หลวงพ่อครีพ วัดสมถะหรือวัดอุทยาน,หลวงพ่อโต วัดเนิน ทั้งนี้ลูกศิษย์ของท่านก็ได้สร้างพระปิดตาตามแบบพระอาจารย์เช่นกัน

มีบันทึกจากคำบอกเล่า ของ คุณตาจุ้ย สมิตรปรีชา ซึ่งเป็นพี่ชายของหลวงพ่อพระครูโสภณนวการ เจ้าอาวาสวัดท่าลาดเหนือว่า วัดท่าลาดเหนือ เดิม ชื่อ วัดท้าวอุทัยทอง สมัยนั้นพระยาท้าวอู่ทอง ได้อพยพมาจากเขมร ผ่านทางพนมสารคาม จึงสร้างวัดและหมู่บ้านขึ้นอยู่ชั่วคราว

ขณะที่หลวงปู่จีน มาอยู่ที่วัดนั้นยังไม่มีถาวรวัตถุอะไรที่มั่นคงเลย มีแค่กุฏิไม่กี่หลัง และศาลาหลังไม่โตนัก แต่วัดตั้งอยู่ในป่าซึ่งลำบากในการสัญจรไปมามาก ต่อมาไม่นานท่านก็ได้ย้ายวัดนั้นมาอยู่ใกล้ลำคลองท่าลาด ซึ่งการไปมาสะดวกสบายมาก สำหรับถาวรวัตถุในวัดที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งสร้างในสมัยหลวงปู่จีน คงมีอยู่แต่เจดีย์เก่า และพระอุโบสถเท่านั้น

เมื่อท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านก็ได้ปกครองดูแล สั่งสอนลูกศิษย์ของท่านมากมาย ให้ปฏิบัติตัวให้เป็นคนดี ท่านเป็นผู้มีใจเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับผู้ที่ไปหาท่านเสมอ แม้แต่กับพระสงฆ์ท่านก็ปกครองแบบลูกกับพ่อ ซึ่งอดีตนั้นที่พึ่งของชาวบ้านก็มีวัดเท่านั้น มีความทุกข์เดือดร้อนอะไรหลวงปู่จีน ต้อนรับเสมอ

นอกจากนี้ยังมีบันทึกอื่นที่ว่า วัดท่าลาดเหนือ ตั้งอยู่ ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวกันว่า ช่างเขมรซึ่งมีเชื้อสายเป็นพระยา ได้เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นไว้เมื่อ พ.ศ. 2395 ( ต้นสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ) ต่อเมื่อถึง พ.ศ. 2397 ได้มีพระธุดงค์ 3 องค์ที่แก่กล้าในพุทธาอาคมและเก่งในด้านการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ผ่านมาและแวะพักแรมในบริเวณใกล้ๆกับวัด ชาวบ้านแถบคลองท่าลาดจึงนิมนต์พระองค์ชื่อจีน ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดท่าลาดเหนือนับตั้งแต่นั้นมา ส่วนอีก 2 องค์ ซึ่งก็ได้ออกธุดงค์ต่อไป

เล่ากันว่าหลวงปู่จีน เกิดเมื่อประมาณ พ.ศ. 2357 ท่านก็ถึงแก่มรณภาพในปีพ.ศ.2440 รวมอายุได้ 83 ปี ตลอดระยะเวลาที่ท่านครองวัดท่าลาดเหนืออยู่ 43 ปี ท่านสร้างเครื่องรางของขลังและพระเครื่องคือพระปิดตาที่มีชื่อเสียงจนเป็นที่กล่าวขวัญสร้างชื่อเสียงให้กับวัดท่าลาดเหนือ

สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่เกศทะลุซุ้ม พ.ศ.2509

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/588815

  • วันที่ 10 พ.ค. 2562 เวลา 20:36 น.

สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่เกศทะลุซุ้ม พ.ศ.2509

โดย อาจารย์ ชวินทร์ chavintapoti@gmail.com

พระสมเด็จบางขุนพรหม วัดใหม่อมตรส หรือ วัดบางขุนพรหม พ.ศ.2509 ปัจจุบันเป็นที่เสาะหาสำหรับนักสะสมรุ่นใหม่ ด้วยเหตุที่มีผงเก่า หรือชิ้นส่วนแตกหักของสมเด็จบางขุนพรหม เมื่อคราวเปิดกรุปีพ.ศ. 2500 เป็นส่วนมวลสารสำคัญ จึงถือได้ว่า มีพุทธคุณเฉกเช่น พระสมเด็จบางขุนพรหมเช่นกัน และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือ นักสะสมรุ่นใหม่ต่างสามารถเรียนรู้จากพระรุ่นนี้ได้เอง เพราะมีพระอยู่ในตลาดจำนวนมาก และหลายท่านยังทันช่วงที่เปิดให้เช่าบูชาด้วย เป็นเหตุให้ค่านิยมปัจจุบันในพิมพ์ใหญ่ทะลุขึ้นถึงหลักแสนกลางทีเดียวในสภาพสวยๆ

มาส่องดูสภาพผิวด้านหน้าองค์นี้ เป็นพระที่ไม่ผ่านการใช้หรือผ่านการสัมผัสมาก่อน ถึงแม้ว่าไม่ถึงกับสวยกริ๊บแต่ก็ดูง่ายตำหนิครบถ้วน เป็นพิมพ์เกศทะลุซุ้มพิมพ์เอ คราบแป้งคลุมผิวด้านหน้ายังมีให้เห็น มีก้อนผงเก่าของสมเด็จบางขุนพรหมกระจายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีสังฆาฏิ มีเนื้อเกินที่ซอกรักแร้ซ้าย มีเส้นชายจีวรพาดมาที่เข่าซ้าย

ปลายฐานชั้นกลางหยักเหมือนขาสิงห์ และ ปลายฐานซ้ายองค์พระแหลมคม หันมาดูด้านข้างและด้านหลังสภาพความแห้งและร่องรอยเป็นธรรมชาติ มีรอยปูไต่ซึ่งเกิดจากปาดด้านหลังไปถูกก้อนผงเก่าและครูดไปตามพื้นผิวที่ยังไม่แห้ง เห็นแล้วสบายใจได้สำหรับองค์นี้ว่าดูง่ายสบายตาและแท้แน่นอน

การจัดสร้างสมเด็จบางขุนพรหม พ.ศ.2509 นั้นเริ่มสร้างมาตั้งแต่เดือนต.ค. พ.ศ.2508 มาแล้วเสร็จปลายเดือนพ.ย. พ.ศ.2508 ได้ทำพิธีการสร้างตำผง และกดพิมพ์พระกันภายในพระอุโบสถ โดยหลวงพ่อชม เป็นผู้กดพิมพ์เป็นปฐมฤกษ์ จากนั้นคณะกรรมการและผู้มีจิตศรัทธา ต่างร่วมแรงร่วมใจช่วยกันทำจนสำเร็จ รายนามพระเกจิอาจารย์ ที่นั่งปรกบริกรรมปลุกเสกประกอบด้วย หลวงปู่นาค วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพ ฯ,หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม นครปฐม,หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม นครปฐม,อาจารย์ทิม วัดช้างให้ ปัตตานี,ท่านอาจารย์ อำพล วัดปราสาทบุญญาวาส กรุงเทพฯเป็นต้น

ด้านวัตถุประสงค์การจัดสร้างนั้น ได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ 1. ประเภทให้บูชาเพื่อนำไปบรรจุกรุในพระเจดีย์ ให้ทำบุญองค์ละ 1 บาทด้านหลังจะปั๊มคำว่า บรรจุ จำนวนรวมกันทั้งหมดทุกพิมพ์ 84,000 องค์ และ 2.ประเภทให้บูชาทำบุญองค์เดี่ยว องค์ละ10 บาท แล้วให้ไปตีตราเจดีย์เอง หากทำบุญแบบกล่องยกชุด 11 พิมพ์ชุดละ 100 บาท (ยกเว้นพิมพ์ไสยาสน์ ) ซึ่งจำนวนการสร้างพระในประเภทนี้มีทั้งหมด 84,000 บาท องค์เช่นกัน

สำหรับ พระที่ไม่ได้ตีตรานั้นมีบันทึกว่า หลวงพ่อชมหรือพระครูบริหารคุณวัตร เจ้าอาวาสวัดบางขุนพรหม หรือวัดใหม่อมตรสได้กล่าวว่า มีลูกศิษย์บางกลุ่มได้บูชาองค์ละ 1 บาท และต้องนำไปตีตราว่า “บรรจุ” เพื่อจะบรรจุกรุ แต่ไม่ได้นำไปตีตราบรรจุกรุนำกลับบ้านเลยเรียกว่าบริจาค10 บาทได้พระ 10 องค์

ด้านเนื้อหามวลสารหลักของพระขุนพรหม ปี 09 คือ ชิ้นส่วนพระสมเด็จที่ชำรุดแตกหักและดินกรุที่ได้จากการเปิดกรุของทางวัดเมื่อปี พ.ศ.2500 ผงพุทธคุณจากพระคณาจารย์ต่างๆรวมไปถึง ปูนขาว ปูนเปลือกหอย น้ำมันตังอิ๊วน้ำผึ้งเกสรดอกบัวหลวง ดอกพิกุล เป็นต้น

โดยการกดพิมพ์นั้น มีบล็อกแม่พิมพ์หลายตัว วัสดุที่ใช้ทำแม่พิมพ์ประกอบด้วย ปูนพาสเตอร์ ซีเมนต์ขาว ยางทำฟัน เป็นต้น เมื่อกดพิมพ์พระไปสักระยะแม่พิมพ์จะเริ่มชำรุดแตกหักได้ง่าย ต้องถอดพิมพ์ทำบล็อกใหม่ จนกว่า จะได้จำนวนพระตามต้องการในพระทุกพิมพ์ เช่นพิมพ์ใหญ่เพียงพิมพ์เดียว มีแม่พิมพ์หลายตัว ตัวอย่างเช่นพิมพ์เกศทะลุซุ้มครั้งแรกก็เป็นพิมพ์ใหญ่ธรรมดา ต่อมาแม่พิมพ์ตรงซุ้มเกิดกะเทาะ จึงซ่อมพิมพ์กลายเป็นพิมพ์เกศทะลุซุ้ม เป็นต้นบางขุนพรหม 2509 มีการจัดสร้าง 12 พิมพ์คือ 1. พิมพ์ใหญ่หรือพิมพ์พระประธาน , 2. พิมพ์เส้นด้าย ,3.พิมพ์ทรงเจดีย์ ,4.พิมพ์เกศบัวตูม ,5.พิมพ์สังฆาฏิ ,6.พิมพ์ปรกโพธิ์ ,7.พิมพ์ฐานคู่ ,8.พิมพ์ฐานแซม ,9. พิมพ์อกครุฑ,10. พิมพ์คะแนน ,11.พิมพ์จันทร์ลอย ,12.พิมพ์ไสยาสน์ ทั้งนี้ ช่างที่แกะแม่พิมพ์ในสมัยนั้นมีอยู่ 4 ผีมือช่างคือ

1.ลุงแฉล้ม บัวเปลี่ยนสี การแกะจะคล้ายพิมพ์มาตรฐานของวัด แต่จะมีเอกลักษณ์ เช่น องค์ค่อนข้างผอม รวมไปถึงพิมพ์พิเศษบางพิมพ์ 2.ช่างมานิตย์ ปฐพี (รับราชการทหารเรือ)แกะแม่พิมพ์บล็อกวัดตามพิมพ์มาตรฐานที่พบในการเปิดกรุ รวมไปถึงพิมพ์พิเศษอีกจำนวนหนึ่ง 3. ช่างเกษม มงคลเจริญ ซึ่งได้เข้ามาช่วยแกะในช่วงระยะสุดท้ายแล้ว แม่พิมพ์ที่แกะจะมีความสวยงามคมชัดลึกมากเป็นพิเศษ 4.บล็อกกรรมการ หมายถึงผู้ที่มีจิตศรัทธาเข้ามาช่วยในการสร้างพระบางขุนพรหมปี 09 และมีพระกรุบางขุนพรหมอยู่ในครอบครองจึงนำมาถอดแม่พิมพ์ ทำเป็นบล็อกแม่พิมพ์ในการกดพิมพ์พระ ซึ่งพระบล็อกนี้ พิมพ์ใกล้เคียงกับพระกรุบางขุนพรหมเดิม มากเพียงแต่ขนาดเล็กกว่า พร้อมทั้งตื้นกว่า เนื่องมาจากการถอดพิมพ์มานั้นเอง

ด้านพระที่สร้างบรรจุในกรุปี พ.ศ.2509 นั้น มีบันทึกจากวัดใหม่อมตรสว่า พระทั้งหมดจะบรรจุภายในพระเจดีย์องค์ใหญ่ของวัดใหม่อมตรส โดยภายในองค์เจดีย์ก่อเป็นถังน้ำขุดเป็นทางยาว มีช่องระบายอากาศจำนวน 10 ช่อง เอาทรายเทปูพื้น แล้วจึงนำพระมาบรรจุ เสร็จแล้วก็กลบเป็นชั้นๆ มาถึงด้านบน ใช้แผ่นเงินจำนวน 6 แผ่น จารึกข้อความว่า บรรจุปี 09 หากมีการเปิดกรุเมื่อใด มีการคะเนกันว่า พระกรุนี้ต้องมีสภาพพระที่สวยและสมบูรณ์กว่ากรุแรกปีพ.ศ.2500 แน่นอน