‘รศ.ดร.วรรณวิไล’ลงนามความร่วมมือ‘สร้างสิ่งดีงามต่อเยาวชนและสังคมไทย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/388246

‘รศ.ดร.วรรณวิไล’ลงนามความร่วมมือ‘สร้างสิ่งดีงามต่อเยาวชนและสังคมไทย’

‘รศ.ดร.วรรณวิไล’ลงนามความร่วมมือ‘สร้างสิ่งดีงามต่อเยาวชนและสังคมไทย’

วันเสาร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

รศ.ดร.วรรณวิไล กันเพ็ชร์ นักพลังจิตบำบัดพลังจักรวาล พร้อมด้วย ดร.เอนก หิรัญรักษ์และ ดร.จารวี หิรัญรักษ์, จารุวรรณ เวชตระกูลรองประธานศูนย์ ร่วมเป็นสักขีพยานลงนามความร่วมมือกับมูลนิธิร่มเกล้าเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมงกุฎราชกุมาร โดย ยุวัฒน์ วุฒิเมธี ประธานมูลนิธิฯ ณ กรมการพัฒนาชุมชน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสิ่งดีงามต่อเยาวชนและสังคมไทยคืนคนดีสู่สังคม โดยใช้พลังจิตในการดูแล

จับตานางเอก ‘มุก – วรนิษฐ์’ ท้าทายบทสุดพีค!! ใน’เมียน้อย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/388257

จับตานางเอก ‘มุก - วรนิษฐ์’ ท้าทายบทสุดพีค!! ใน'เมียน้อย'

จับตานางเอก ‘มุก – วรนิษฐ์’ ท้าทายบทสุดพีค!! ใน’เมียน้อย’

วันเสาร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ปะทะเดือด และเชือดเฉือนกว่าทุกบทบาท เมื่อนางเอกสาววัยใส มุก-วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์ ต้องรับบทเป็น “ชลาธร” ในละครเรื่อง “เมียน้อย” ผลงานใหม่จากช่อง GMM 25 ของผู้กำกับ โอ๋-คฑาเทพ ไทยวานิช ที่จ่อโปรแกรม ทุกคืนวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.10 น. (เริ่มตอนแรกจันทร์ที่ 14 มกราคมนี้) โดยมีนักแสดงนำอย่าง 3 หนุ่มสุดเก๋า หนิง-นิรุตติ์ ศิริจรรยา, เต๋า- สมชาย เข็มกลัด และ สมาร์ท-กฤษฎา พรเวโรจน์ ร่วมถ่ายทอดความดราม่าหนักหน่วง จนนางเอกสาวถึงขนาดเกิดอาการวูบเป็นลมกลางกองถ่ายกันเลยทีเดียว

มุก เผยว่า“ เป็นการพลิกบทบาทครั้งยิ่งใหญ่ของมุกเลยค่ะ ยอมรับว่าเครียด เป็นกังวล และกดดันมากๆ แต่ก็เป็นความท้าทายใหม่ที่เราอยากจะลองสัมผัสและพัฒนาตัวเองด้านการแสดงให้มากยิ่งขึ้น เพราะหลายคนอาจจะเห็นมุกใสๆ รับบทวัยรุ่นน่ารักกุ๊กกิ๊กมาแล้ว เรื่องนี้เลยจะเป็นอะไรที่โตขึ้น เล่นยาก ดราม่า ร้องไห้หนักมากทุกตอนที่เล่นค่ะ เพราะซีนอารมณ์ค่อนข้างเยอะ ซึ่งก่อนถ่ายทำมุกทำการบ้านเยอะมาก และมีไปเรียนแอ๊กติ้งคอร์สพิเศษมาด้วยค่ะ เพราะมุกอยากให้ทุกซีนออกมาดี ให้สมกับที่ผู้ใหญ่ให้โอกาสเรามาเล่นค่ะ ฉะนั้นก็เลยต้องทำเต็มที่ ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนก็ลุกขึ้นสู้ แต่สุดท้ายพอสู้กลับกลายเป็นว่าร่างกายเราไม่ไหว ทั้งๆ ที่ใจเราพร้อมไปต่อ คือมีอยู่วันหนึ่งถ่ายๆ ไป จู่ๆ มุกก็หน้ามืดจนเป็นลม พอมุกฟื้นขึ้นมา เห็นพี่โอ๋ ผู้กำกับ นั่งบีบเท้า นวดขาให้มุกอยู่พอมุกเห็น มุกร้องไห้ออกมาทันทีเลยค่ะ เพราะเรารู้สึกว่าเราทำให้คนอื่นเสียเวลา และต้องมารอเรา แต่พี่โอ๋ก็บอกว่าไม่เป็นไร เราคือทีมเดียวกัน ถ้ามุกไม่ไหวทุกคนพร้อมจะรอ อย่าเครียด มุกก็เริ่มผ่อนคลายขึ้นและกลับมาถ่ายต่อได้ค่ะ เรียกว่าเป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่เราได้เรียนรู้จากการทำงานจริงๆ ค่ะ แล้วเรื่องนี้มุกยังได้เล่นกับนักแสดงรุ่นใหญ่ฝีมือดีเพียบไม่ว่าจะเป็นอาหนิง พี่เต๋า พี่สมาร์ท และพี่ๆ ทุกคนใจดีมากๆ ที่ได้ร่วมงานกับพี่ๆ ค่ะ เพราะมันทำให้มุกได้วิชากลับบ้านเกือบทุกวันที่ไปกองถ่ายค่ะ มุกขอฝากบทบาทของ ชลาธร ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจคนดูทุกคนด้วยนะคะ เป็นอีกเรื่องที่มุกตั้งใจมากๆ ค่ะ”

เมียน้อย เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ชลาธร (มุก-วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์) เด็กสาววัย 18 ปี ที่ทั้งสวย และเรียนเก่ง ชลาธรวาดฝันไว้ว่าหลังเรียนจบเธอจะได้เลี้ยงดูครอบครัวและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นไปตามที่เธอฝัน…เมื่อ เสี่ยชูชัย (เต๋า-สมชาย เข็มกลัด) เจ้าของบริษัทที่พ่อของเธอทำงานเป็นเสมียนให้อยู่ เกิดถูกใจเธอเข้า จึงหาทุกวิถีทางที่จะเอาเธอมาเป็นเมียให้ได้ ซึ่งพ่อของชลาธรก็ไม่ให้ความร่วมมือสักนิด เสี่ยชูชัยจึงวางแผนมอมเหล้าพ่อของชลาธร และให้เซ็นเอกสาร ทำบัญชีของบริษัทผิด จนเงินหายไปหลายล้าน เสี่ยเลยยื่นข้อเสนอให้ส่งชลาธรมาขัดดอกแทน พอชลาธรรู้เรื่องก็สงสารพ่อกับแม่มาก เธอจึงตัดสินใจไปอยู่กับเสี่ยชูชัยเพื่อล้างหนี้ให้กับครอบครัว ระหว่างที่อาศัยอยู่กับเสี่ยชูชัย ชลาธรพยายามอย่างมากที่จะทำใจให้ชินกับการถูกตราหน้าว่า “เมียน้อย” เพราะมันไม่ใช่ชีวิตแบบที่เธอฝันไว้สักนิด เธอต้องคอยสู้รบปรบมือกับ เจ๊หยก (ตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ) เมียของเสี่ยชูชัย ที่มาคอยตามราวี และหาสารพัดวิธีที่จะไล่เธอไปจากบ้านที่เสี่ยเช่าให้ ชลาธรพยายามถีบตัวเองเพื่อหนีจากชีวิตแบบนี้ ด้วยการไปประกวด Miss Beauty Thailand จนได้รู้จักกับ คณินทร์ (อุ๋ม-อาภาศิริ นิติพน) ซึ่งมีหน้าที่หาเด็กให้กับ ท่านกฤษณะ (หนิง- นิรุตติ์ ศิริจรรยา) พอท่านกฤษณะได้เจอชลาธรก็เอ็นดูเธอมาก และตกลงรับเธอมาอยู่ในฐานะ “เมียน้อย” หลังจากไปอยู่กับท่านกฤษณะ ชลาธรก็มีโอกาสเจอกับ ตุลา (สมาร์ท-กฤษฎา พรเวโรจน์) ทนายที่เคยช่วยเหลือเธอ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นคนสนิทของท่านกฤษณะ ด้วยความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่ก็รู้สึกดีต่อกันขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง ชลาธรก็รู้ว่าตุลาแต่งงานแล้ว ทำให้เธอเสียใจมาก เธอจึงบอกให้ตุลาเลิกยุ่งกับเธอ เพราะเธอไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็น “เมียน้อย” อีกแล้วเธออยากจะเริ่มชีวิตใหม่ ตามลุ้นกันว่าสุดท้ายชลาธรจะหลุดพ้นจากคำว่า “เมียน้อย” ได้หรือไม่!?

‘ลำเพลิน’ ท้าทายด้วยเพลงเร็วครั้งแรกในชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/388252

‘ลำเพลิน’ ท้าทายด้วยเพลงเร็วครั้งแรกในชีวิต

‘ลำเพลิน’ ท้าทายด้วยเพลงเร็วครั้งแรกในชีวิต

วันเสาร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

หลังจากที่ฝากฝีไม้ลายมือทางด้านการแต่งเพลงมาแล้วหลายผลงาน อาทิ “รำคาญกะบอกกันเด้อ, เฮ็ดใจ, ฮู้โตแนบ่ (อ้ายเจ็บ), บุญเก่า” ซึ่งแต่ละผลงานเพลงล้วนเป็นที่ถูกอกถูกใจฮิตติดหูกันทั่วบ้านทั่วเมือง ล่าสุด “ลำเพลิน วงศกร” เลยขอฝากอีกหนึ่งผลงานเพลงที่ตั้งใจแต่งเอง เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับแฟนเพลง ที่ให้การตอบรับเจ้าตัวมาโดยตลอด กับเพลงที่มีชื่อว่า “ขี้ค้านเจ็บ” ซึ่งเป็นเพลงจังหวะเร็วครั้งแรกที่เจ้าตัวได้มีโอกาสทำ ทั้งคำร้องและทำนองเอง ที่สำคัญยังลงทุนถ่ายมิวสิกวีดีโอเพลงเอง พร้อมกับแนะนำตัวนักดนตรีเองอีกด้วย ซึ่งเพลง“ขี้ค้านเจ็บ” ก็ได้กระแสการตอบรับจากแฟนเพลงอยู่ไม่ใช่น้อย ทำเอาเจ้าตัวยิ้มหน้าบานรับปีใหม่กันเลยทีเดียว

“เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ผมอยากลองพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง เพราะด้วยความที่ผมเป็นคนถนัดแต่งเพลงช้ามากกว่า พอมีโอกาสเลยลองดูกับเพลง “ขี้ค้านเจ็บ” พอปล่อยไปแล้วปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงดีพอสมควร ต้องขอบคุณทุกการรับชมด้วยนะครับ ทุกคำติชมล้วนเป็นแรงผลักดันให้ผมมีพลังในการแต่งเพลงต่อๆ ไป ที่สำคัญเดือนกุมภาพันธ์ ผมมีอีกหนึ่งผลงานเพลงใหม่ แต่จะเป็นเพลงอะไร แนวไหนอยากให้แฟนๆ คอยติดตามกันด้วยนะครับผม”

ปั้นธุรกิจอสังหาฯฉบับ‘ธีริศรา อัศวนิเวศน์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/388247

ปั้นธุรกิจอสังหาฯฉบับ‘ธีริศรา อัศวนิเวศน์’

ปั้นธุรกิจอสังหาฯฉบับ‘ธีริศรา อัศวนิเวศน์’

วันเสาร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไทยมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นในทุกๆ ปี เนื่องจากมีปัจจัยบวกหลายประการที่ส่งการเติบโต โดยเฉพาะการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดการกระจายตัวอย่างรวดเร็วในบริเวณชานเมืองหรือปริมณฑลของกรุงเทพฯ เนื่องจากมีการพัฒนาและขยายเส้นทางคมนาคมส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจอสังหาฯบริเวณชานเมือง หรือปริมณฑลอย่างมาก

ธีริศรา อัศวนิเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการ Asava Property Group เจ้าของโครงการบ้านเดี่ยวสุดหรู THE PAVILLA กาญจนาภิเษก-บางบอน 3 เผยว่า เธอเป็นคนที่มี passion ทางด้านอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่เยาว์วัย แม้ไม่มีประสบการณ์ แต่ด้วยความเด็ดเดี่ยวทำให้เริ่มศึกษาและลงมือทำด้วยตนเอง พร้อมกับทีมงานมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการลงพื้นที่ศึกษาตลาด การร่วมพัฒนาที่ดิน ออกแบบโครงการ และลงรายละเอียดเรื่องคุณภาพงานก่อสร้าง รวมถึงการดูแลเรื่องการขายและบริการหลังการขาย

และสำหรับ THE PAVILLA กาญจนาภิเษก-บางบอน3 เป็นโครงการหรูหนึ่งเดียวในโซนเอกชัย-กาญจนาภิเษก-บางบอน ที่ถูกออกแบบสำหรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นเจ้าของโรงงานเจ้าของกิจการในพื้นที่โดยเฉพาะ เนื่องจากออกแบบให้รองรับครอบครัวขนาดใหญ่ มีพื้นที่การใช้สอยกว้างขวางและหรูหราอยู่ในย่านชุมชนที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่านแต่สาธารณูปโภคครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ตลาดสด, ห้างสรรพสินค้า, สถานศึกษา,โรงพยาบาล และอื่นๆ อีกทั้งมีพื้นที่สีเขียวโดยรอบโครงการ, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Club House, รปภ.ประจำการตลอด 24 ชั่วโมง และอีกหลากหลายความสะดวกสบายที่คุณคาดไม่ถึง

สัมภาษณ์พิเศษ ซุป’ตาร์หนุ่ม ‘จู จี ฮุน’ เมื่อต้องวุ่นกับการวิ่งหนี ‘ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/388260

สัมภาษณ์พิเศษ ซุป’ตาร์หนุ่ม ‘จู จี ฮุน’ เมื่อต้องวุ่นกับการวิ่งหนี ‘ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด’

สัมภาษณ์พิเศษ ซุป’ตาร์หนุ่ม ‘จู จี ฮุน’ เมื่อต้องวุ่นกับการวิ่งหนี ‘ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด’

วันเสาร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ใกล้เข้ามาทุกที กับการเปิดตัวซีรี่ส์ทุนสร้างมหาศาลของวงการเกาหลีใต้ เรื่อง Kingdom (ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด) หลังสร้างปรากฏการณ์ฮือฮาในงานเปิดตัวที่สิงคโปร์ “See What’s Next : Asia” เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยการเผยโฉม 2 ตอนแรกของซีซั่นแรกให้สื่อมวลชนจากทั่วเอเชียได้สัมผัสความสนุกในเบื้องต้น จนเป็นกระแสไวรัลในสื่อออนไลน์ ถึงความน่าสนใจของเนื้อหาซอมบี้ยุคโชซอนที่ชวนขวัญผวา!! และยิ่งต้องจับตามากเข้าไปอีก เมื่อผู้สร้างเดินหน้าถ่ายทำ ซีซั่น 2 ต่อทันที ทั้งที่ซีซั่นแรกยังไม่ได้ประเดิมจอด้วยซ้ำ!!

และเพื่อทำความรู้จักกับซีรี่ส์กระแสแรงเรื่องนี้ให้มากขึ้น “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” ได้โอกาสพิเศษ กระทบไหล่ 2 นักแสดงนำต่างรุ่น จู จี ฮุน และ เรียว ซึง รยอง รวมถึงมือเขียนบท คิม อึน ฮี และผู้กำกับ คิม ซอง ฮุน เพื่อบอกเล่าถึงการสร้างสรรค์ซีรี่ส์ Kingdom หรือชื่อไทย ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด

ความสัมพันธ์ที่น่าสนใจของ 2 ตัวละคร คือองค์ชายรัชทายาท (จู จี ฮุน) กับองครักษ์ (เรียว ซึง ยอง)?

จู จี ฮุน : ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะอยู่ในยุคโชซอนสมัยที่การแบ่งชนชั้นชัดเจนมากๆ เราก็อยากเล่าเรื่องนี้ให้เกี่ยวกับผู้คนด้วย เพราะเขานั้นเป็นทั้งเพื่อนสนิท และองครักษ์ประจำองค์รัชทายาท โดยมองเห็นการเติบโตของรัชทายาทมาตลอด และเป็นคนเดียวที่รัชทายาทนั้นเปิดใจด้วย รวมถึงยังเป็นเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากด้วยเช่นกัน มันเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีเรื่องชนชั้นมาเป็นอุปสรรค ในยุคที่การแบ่งชนชั้นเกิดขึ้นอย่างตึงเครียดแบบนั้น และโดยทั่วไปองครักษ์ประจำพระองค์ของรัชทายาทไม่สามารถแม้กระทั่งจะมองตาเจ้าชายได้ด้วยซ้ำ แต่ความสัมพันธ์ที่แตกต่างของทั้งสองคนนี้ เป็นเหมือนกับความสัมพันธ์แบบเพื่อน เขาทั้งสองคนสามารถพึ่งพากันและกันได้มาก โดยตัวละครทั้งสองนี้ ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ด้วยกัน แต่ผมไม่สามารถสปอยล์คุณได้มากหรอกนะครับ

ความน่าสนใจที่ทำให้ตอบตกลงเล่นเรื่องนี้?

จู จี ฮุน : ผมไม่เห็นว่าจะมีเหตุผลอะไรที่ผมจะไม่เข้าร่วมโปรเจกท์นี้เลยครับ ในเมื่อเรามีนักเขียนที่ดีที่สุด และผู้กำกับที่ดีที่สุดเช่นกัน เราทำงานด้วยกันมาก่อนในภาพยนตร์ และซีรี่ส์เรื่องนี้มีแง่มุมดีๆ ในแบบภาพยนตร์อยู่เยอะ เรายังมีแง่มุมดีๆของทีวีเช่นเดียวกัน ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องดีๆ ของทั้งสองโลก และผมคิดว่าการเข้าร่วมโปรเจกท์นี้เป็นโอกาสที่น่าสนใจและน่าตื่นเต้นมาก

เรียว ซึง รยอง : ด้วยความที่เป็นซีรี่ส์ย้อนยุคดังนั้นผมจึงคิดว่าเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมมาก ที่จะได้ร่วมโปรเจกท์ ซึ่งจับเอาความงดงามของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเกาหลี ผมชอบความจริงที่ว่าเรื่องราวพวกนี้สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องใช้ธีมทั่วไป คือมันแสดงให้เห็นว่ามนุษย์สามารถโหดร้ายได้ และมันก็เป็นโอกาสที่เยี่ยมมากที่เราได้ร่วมงานกับเน็ตฟลิกซ์เพราะเน็ตฟลิกซ์เป็นสื่อที่มีอิทธิพลมากในการส่งต่อเรื่องราวต่างๆ ไปยังคนดูทั่วทั้งโลก (มีคาแร็กเตอร์ต้นแบบในใจไหม?) ชื่อแรกที่ผมนึกถึงคือ Jack Nicholson ครับ

คุณว่าซอมบี้มีจริงหรือไม่?

จู จี ฮุน : ผมไม่รู้เลย แต่ผมเชื่อในจิตวิญญาณมากนะ เพราะถ้าเราไม่มีวิญญาณแล้วชีวิตของมนุษย์คงว่างเปล่าน่าดู

ด้วยความที่เป็นซีรี่ส์ย้อนอดีต มีส่วนไหนที่สร้างจากเหตุการณ์ในประวัตศาสตร์บ้างหรือไม่?

คิม อึน ฮี : สิ่งที่ฉันพยายามจะทำในส่วนของการหาข้อมูลเพื่อเขียนบทนั้น คือการให้ความสำคัญเรื่องของผู้คนในช่วงเวลานั้น แล้วฉันก็พบว่ามันมีข้อมูลเกี่ยวกับกษัตริย์เยอะมาก แต่กลับไม่มีข้อมูลของประชาชนเลย ดังนั้นนั่นเลยเป็นปัญหา แต่พวกเราก็มีคนแนะนำอยู่ และฉันก็พยายามเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ในเรื่องด้วยตัวเอง แม้ว่ามันอาจไม่เหลือสิ่งก่อสร้างในทางสถาปัตยกรรมอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังจะไปที่นั่นด้วยตัวเอง เพื่อที่จะดูว่ามันเป็นยังไง อย่างเช่นที่แม่น้ำ Nakdong จริงๆ แล้วพอพูดถึงเรื่องสถานที่โรคระบาด (ในเรื่อง) หรือปรากฏการณ์ต่างๆ มันดูจะเป็นเรื่องแปลกๆ สำหรับคุณ แต่มันก็เป็นบางอย่างที่ฉันรู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นฉันเลยอ่านหนังสือและเรื่องราวต่างๆ เยอะมาก เพื่อจะได้นำเอาความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ในซีรี่ส์เรื่องนี้ค่ะ

ไอเดียของซีรี่ส์หรือคนที่มีอิทธิพลกับคุณในขณะเขียนเรื่องนี้?

คิม อึน ฮี : ฉันเป็นแฟนตัวยงของหนังซอมบี้ค่ะและฉันก็รู้สึกว่าซอมบี้ไม่เหลือสัญชาตญาณอะไรเลยนอกจากความหิวโหยฉันรู้สึกว่ามันมีความน่าเห็นใจอยู่ในตัวพวกมันฉันรู้สึกถึงความเศร้าโศกบางอย่างที่มีอยู่ในพวกมันและฉันก็เลยอยากดึงเอาแง่นั้นเข้ามาในเรื่องราวในเกาหลีเพื่อดึงเอาความเจ็บปวดและความทรมานออกมาจากตัวคนธรรมดา

เสน่ห์ของซีรี่ส์เรื่อง Kingdom?

คิม ซอง ญฮุน : ผู้ชมน่าจะต้องการที่จะได้รับแรงบันดาลใจ หรือรู้สึกร่วมไปกับเนื้อหา เช่นเดียวกันก็จะได้รับความสนุกสนานด้วย สองสิ่งนี้คือสิ่งที่สำคัญ และในขณะที่คุณได้รับความสนุกสนาน ผมหวังว่าผู้ชมทั้งหมดจะสามารถจับเอาจุดพิเศษต่างๆ ในความรู้สึกได้ ซึ่งมันได้ผสมผสานไว้กับวัฒนธรรมประเพณีหรือการกระทำต่างๆ ของประเทศนี้ ผ่านชื่อโชซอน ในดินแดนตะวันออกอันไกลโพ้น เมื่อห้าร้อยปีก่อนในระหว่างศตวรรษที่ 15 ผมหวังว่าสิ่งนี้ที่เพิ่มเข้ามาในแนวเฉพาะทางเช่นนี้ จะสามารถส่งต่อไอเดียบางอย่างไปยังคนดูได้ และผมเองก็สงสัยและอยากรู้ว่ามันจะเป็นอย่างไรนั่นคือสิ่งที่ผมอยากให้คนดูได้รับรู้

คนไทยชื่นชมงานเขียนบทของนักเขียนเกาหลีมาก คุณพอจะแนะเทคนิคงานเขียนกับเราได้ไหม?

คิม อึน ฮี : ฉันไม่สามารถพูดแทนนักเขียนบทเกาหลีได้ทั้งหมด แต่สำหรับฉันแล้ว ฉันให้ความสำคัญกับการเล่าอารมณ์ของเหล่าตัวละครมาก ฉันพยายามตรงนั้นมาก เพื่อที่ตัวละครจะได้ไม่จมหายไปในบางเหตุการณ์ ดังนั้นสำหรับตัวฉันเองนะ ฉันเชื่อว่าเมื่อฉันลงมือเขียน ฉันจะพยายามที่จะให้ความสำคัญกับตัวละครมากที่สุดเสมอ

สำหรับคนไทยอดใจรอกันอีกนิด เพราะ NETFLIX ผู้ผลิตและเผยแพร่ ซีรี่ส์ออริจินอลเรื่องนี้ประกาศเตรียมเปิดตัวให้ชมพร้อมกันทั่วเอเชีย 25 มกราคมนี้ ทาง NETFLIX ที่เดียวเท่านั้น

กัลลัตตา

โรแมนติก! ‘ยุ้ย-ธัญญ์’ฉลองมงคลสมรสแสนอบอุ่น เตรียมบินฮันนีมูนอังกฤษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/388350

โรแมนติก! 'ยุ้ย-ธัญญ์'ฉลองมงคลสมรสแสนอบอุ่น เตรียมบินฮันนีมูนอังกฤษ

โรแมนติก! ‘ยุ้ย-ธัญญ์’ฉลองมงคลสมรสแสนอบอุ่น เตรียมบินฮันนีมูนอังกฤษ

วันศุกร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2562, 20.55 น.

11 ม.ค.62 ที่บริเวณโรงแรมแกรนด์จรูญรัตน์ อ.เมือง จ.สระบุรี  ได้มีการจัดงานมงคลสมรสของดาราสาวและดาราหนุ่ม ช่อง7สี  ระหว่างยุ้ย จีรนันท์ มะโนแจ่ม กับ ธัญญ์ ธนากร ซึ่งภายในงาน มีแขกรับเชิญและแขกเพื่อนของสองดาราสาวมาร่วมในงานแสดงความยินดีเป็นตำนวนมาก โดยภายในงานมีคุณวรายุทธ มลินทจินดา ผู้จัดการละคร และนายองอาจ วงศ์ประยูร  อดีตสส.จังหวัดสระบุรี ร่วมเป็นประธานในพิธีของบ่าวสาว รวมทั้งเพื่อดาราคับคั้ง เช่น อ๊อฟ-ชนะพล,มิ๊กค์-ทองระย้า,เบนซ์-ปุณยาพร ,หมิว-สิริลภัส ,อู-ภาณุ ,ฝ้าย-ธิชานันท์ เป็นต้น

โดยทั้งยุ้ยและธัญญ์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เราสองคนได้คบกันมานานร่วม 11 ปี ส่วนตัวในอุปนิสัยนิสัยใจคอตลอดเวลา เราคบกันว่าเราสองคน เข้ากันได้ดีและมีจิตใจตรงกัน จนกระทั้งที่ผ่านมาเราสองคนซึ่งสัญญากันไว้สร้างบ้านเสร็จเราก็จะแต่งงานกัน จนบ้านดังกล่าวสร้างเสร็จแล้วพร้อมกับทุกอย่างก็ลงตัวได้ดี มาในวันนี้ถือว่าเป็นวันที่ดีสำหรับเราสองคน จึงตกลงใจเข้าร่วมหอชายคาเดียวกัน ซึ่งหลังจากที่เราได้แต่งงานกันแล้ว โดยสินสอดก็เป็นแหวนเพชร  ส่วนหลังจากงานเสร็จสิ้นเราสองคน ก็จะเดินทางไปฮันนีมูนที่ประเทศอังกฤษและญี่ปุ่นกัน

ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงเรื่องของการแสดง ทั้งสองตอบว่า ตอนนี้เราเป็นคนเดียวกันแล้ว เราสองคนต้องช่วยกันขยันมากขึ้น ส่วนการจดทะเบียนสมรสนั้นเราจดกันเมื่อวานนี้แล้วแต่ทุกคนยังใช้นามสกุลเดิมกันอยุ่ สุดท้ายนี้ทางเราสองคนขอฝากขอบพระคุณแขกผู้มีเกรียติทุกท่านที่มาร่วมงานกันครั้งนี้

รัฐมนตรีเกษตรฯ ชี้มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ได้ผล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/367947

รัฐมนตรีเกษตรฯ ชี้มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ได้ผล

ไข่ไก่

รัฐมนตรีเกษตรฯ ชี้มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ได้ผล ราคาหน้าฟาร์มขยับขึ้นเป็นฟองละ 2.50 บาท

รัฐมนตรีเกษตรฯ ชี้มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ได้ผล ราคาหน้าฟาร์มขยับขึ้นเป็นฟองละ 2.50 บาท เล็งเดินหน้ามาตรการบริหารจัดการระยะยาว เพิ่มปริมาณการส่งออก

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังอนุญาตให้นายสุเทพ
สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ นำคณะเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยจากภาคใต้และจังหวัดอื่น ๆ เข้าพบ เพื่อขอบคุณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ช่วยผลักดันมาตรการแก้ไขปัญหาราคาไข่ไก่ได้สำเร็จ ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ผลจากการดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ของกระทรวงเกษตรฯ ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาไข่ไก่
คละหน้าฟาร์มเกษตรกรปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ฟองละ 2.50 บาท ทำให้ภาวะปริมาณไข่ไก่ที่ล้นตลาดเริ่มกลับสู่สมดุล หลังจากภาคเอกชนผู้นำเข้าปู่ย่าพันธุ์ (GP) และพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) ทั้ง 16 บริษัท และเจ้าของฟาร์มไก่ไข่ขนาด 2 แสนตัวขึ้นไป ให้ความร่วมมือในการลดจำนวนไก่พันธุ์และลดแม่ไก่ไข่ยืนกรง พร้อมผลักดันการส่งออกไข่ไก่ไปจำหน่ายต่างประเทศ ตามแผนปฏิบัติการ “PS Support” ของกรมปศุสัตว์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ หรือ Egg Board ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาไข่ไก่ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีเป้าหมายมุ่งสร้างความยั่งยืนแก่เกษตรกรไทย โดยเฉพาะการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ ด้วยการปรับสมดุลการผลิตให้เหมาะสมกับความต้องการบริโภคในประเทศ ลดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไข่ไก่ของไทยจากปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด เพื่อให้เกษตรกร ผู้เลี้ยงไก่ไข่สามารถขายไข่ไก่ได้ในราคาที่น่าพึงพอใจ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค

“การแก้ปัญหาราคาไข่ไก่อย่างเป็นระบบและจริงจังเริ่มตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน อาศัยการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนรายใหญ่และเกษตรกรผู้เลี้ยง ในการให้ความร่วมมือตามมาตรการที่กรมปศุสัตว์กำหนด โดยไม่ใช้งบประมาณของภาครัฐ วันนี้สิ่งที่ทุกฝ่ายดำเนินการอย่างต่อเนื่องเริ่มบรรลุผล ทำให้ราคาไข่ไก่ขยับขึ้นใกล้เคียงต้นทุนการผลิต ช่วยให้เกษตรกรสามารถต่อยอดอาชีพต่อไป หลังจากนี้จะยังคงสานต่อมาตรการเพื่อให้ราคาไข่ไก่มีเสถียรภาพ จากกิจกรรมส่งออกไข่ไก่ที่ยังคงเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ได้เปิดตลาดสิงคโปร์เพิ่มอีก 49 ล้านฟองต่อเดือน จากเดิมที่ส่งออกในตลาดฮ่องกงอยู่แล้ว และในช่วงเดือนพฤษภาคม ที่โรงเรียนเปิดภาคเรียน ราคาไข่น่าจะดีขึ้นเป็นลำดับจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้น” นายกฤษฎา กล่าว

ด้าน นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ปรับตัวขึ้น เป็นผลมาจากมาตรการระยะสั้นครั้งล่าสุดที่กรมปศุสัตว์ประสานกับผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ให้รวบรวมไข่ไก่สดส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศแล้ว138 ล้านฟอง ควบคู่กับการลดจำนวนแม่ไก่ไข่ ยืนกรง 4,000,000 ตัว พร้อมดำเนินกิจกรรมลดพ่อแม่พันธุ์ PS ให้เหลือ 460,000 ตัว รวมถึงลดปู่ย่าพันธุ์ GP ให้เหลือ 3,800 ตัว ส่วนมาตรการระยะยาว นอกจากการปรับลดแม่พันธุ์ไก่ไข่ให้มีจำนวนที่เหมาะสมตามหลักการ “ตลาดนำการผลิต” แล้ว ยังมีการตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ไก่ไข่ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2562 – 2566) เพื่อทบทวนยุทธศาสตร์เดิม และเพิ่มเติมเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งการลดต้นทุนการผลิต การส่งเสริมการบริโภค การสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมถึงการบริหารจัดการปริมาณการเลี้ยงที่เหมาะสม ตลอดจนการจับคู่ระหว่างเกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยกับผู้ซื้อโดยตรง และการสร้างแรงจูงใจต่าง ๆ ให้กับเกษตรกรที่ปฏิบัติตามมาตรการแก้ปัญหา

“กฤษฎา”ลงแปลงเกี่ยวข้าวโพดหลังนาจังหวัดตาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/367831

“กฤษฎา”ลงแปลงเกี่ยวข้าวโพดหลังนาจังหวัดตาก

ตาก

“กฤษฎา”ลงแปลงเกี่ยวข้าวโพดหลังนาจังหวัดตาก

            รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงแปลงเกี่ยวข้าวโพดหลังนาจังหวัดตากผลผลิตเฉลี่ย 1,000 กก./ไร่ คาดผลผลิตเก็บเกี่ยวเสร็จภายในพฤษภาคม นี้

"กฤษฎา"ลงแปลงเกี่ยวข้าวโพดหลังนาจังหวัดตาก

"กฤษฎา"ลงแปลงเกี่ยวข้าวโพดหลังนาจังหวัดตาก

         นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก เปิดงานวันสาธิตการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา จากนั้นได้เดินทางไปยังแปลงข้าวโพด เพื่อขับรถเกี่ยวข้าวโพดในแปลงสาธิตและขับรถไถกลบเศษวัสดุการเกษตร และเยี่ยมชมจุดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของสหกรณ์การเกษตรบ้านตาก จำกัด

ซึ่งนำอุปกรณ์การตรวจวัดความชื้นและการกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดตามคุณภาพผลผลิต เพี่อมาสาธิตถึงขั้นตอนกระบวนการในการรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกร โดยสหกรณ์ได้รับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกร ความชื้น 30 % ราคา 6.26 บาท/กก. แต่หากเกษตรกรนำมาแปรสภาพให้เหลือความชื้นไม่เกิน 14.5% จะขายได้ 8.00 บาท/กก.               ซึ่งทางสหกรณ์ได้รวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรแล้วส่งจำหน่ายให้กับผู้แทนบริษัทเบทาโกร จำกัด (มหาชน)  ก่อนส่งเข้าโรงงานผลิตอาหารสัตว์ต่อไป

พื้นที่จังหวัดตากเข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา จำนวน 25,070.75 ไร่ เกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 2,876 ราย และมีสหกรณ์ในจังหวัดตาก เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 7 แห่ง สมาชิกเข้าร่วมโครงการปลูกข้าวโพดรวม 348 ราย พื้นที่รวม 3,002 ไร่ ประกอบด้วย สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ตาก จำกัด สหกรณ์การเกษตรบ้านตาก จำกัด สหกรณ์นิคมแม่สอด จำกัด สหกรณ์การเกษตรแม่สอด จำกัด สหกรณ์นิคมแม่ระมาด จำกัด สหกรณ์การเกษตรแม่ระมาด จำกัด และสหกรณ์การเกษตร พบพระ จำกัด

จากการคาดการณ์ปริมาณผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่จังหวัดตากที่ดำเนินตามโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา จะสามารถรวบรวมผลผลิตได้จำนวน 25,543.62 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 1,000 กก./ไร่ ขณะนี้ได้ดำเนินการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แล้ว ประมาณ 2,283.25 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 9.11 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยสหกรณ์ในจังหวัดตากทั้ง 7 แห่ง ได้เตรียมความพร้อมเปิดจุดรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรในแต่ละอำเภอ คาดว่าผลผลิตจะทยอยเก็บเกี่ยวระหว่างเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2562 นี้ จึงจะแล้วเสร็จทุกพื้นที่

โดยเกษตรกรจะได้ผลตอบแทนไร่ละ 5,950 บาท เมื่อเทียบกับการปลูกข้าวนาปรังให้ผลตอบแทนไร่ละ 3,300 บาท ดังนั้น เกษตรกรที่หันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา จึงได้ผลตอบแทนมากกว่าปลูกข้าวนาปรัง 2,650 บาทต่อไร่ ทำให้เกษตรกรจังหวัดตากลดพื้นที่นาปรังแล้วหันมาปลูกข้าวโพดตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความพึงพอใจกับโครงการดังกล่าว เนื่องจากมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

ตะลึง! ทุเรียนกบชายน้ำของแท้ ส่งขายลูกละห้าพัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/367822

ตะลึง! ทุเรียนกบชายน้ำของแท้   ส่งขายลูกละห้าพัน

ตะลึง! ทุเรียนกบชายน้ำของแท้   ส่งขายลูกละห้าพัน  ส่งนอกลูกละสี่หมื่นบาท!!

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.62   ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรีรายงาน  ท่ามกลางพื้นที่ดั้งเดิม ของชาวบ้านย่าน อ.ศรีมหาโพธิ  ได้กลายเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ นิคมอุตสาหกรรม 304 ,นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ (ใหม่)  มีโรงงานต่าง ๆ มากกว่า  1,000  แห่ง

ริมถนนสายบ้านคลองรั้ง –ระเบาะไผ่   จากสี่แยกคลองรั้งมาประมาณ 5 กม. มีสวนผลไม้ในเนื้อที่มากกว่า 300 ไร่ อยู่ริมถนน   ชื่อสวนจิตนิยม ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี  ทำสวนผลไม้ผสมผสาน หลากหลายมีหมุนเวียนขายกันทั้งปี    มาตั้งแต่รุ่นก๋งของเจ้าของคนปัจจุบัน     เช่น เงาะ  , มังคุด ,ขนุน ,ลองกอง,  ทุเรียน   ทั้งหมดนี้ ใครจะเชื่อว่าเจ้าของได้อนุรักษ์ความเก่าแห่งสายพันธุ์ผลไม้เกือบทั้งสวนนี้ไว้อย่างถาวรถึงรุ่นปัจจุบัน

ที่ได้ใช้ความเก่า –โดดเด่นแห่งสายพันธุ์เก่า   แต่มีคุณภาพระดับแนวหน้าของเมืองไทย   ทำการตลาดผลไม้จนได้ก้าวโกอินเตอร์ในตลาดต่างประเทศ   ไกลสุดกู่เกินเพื่อนเกษตรกรด้วยกันไปหลายร้อยก้าว   ทำมาแล้วกว่า 50 ปี    นับจากสมัยก๋งสู่รุ่นพ่อ    เจ้าของคือเกรียงศักดิ์ อุดมสิน ลูกชายผู้จบการศึกษามาจากวิศวกรรมศาสตร์  แต่หันมาทำการเกษตรผู้สืบทอดจากพ่อการตลาดเน้นส่งออกต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่

เกรียงศักดิ์  กล่าวว่า   ย้อนยุคไปก่อนหน้าสมัยยุคก๋ง กว่า 70 ปี มาแล้ว   ชื่อนายจินดา อุดมสิน ชาวจีนแห่งโพ้นทะเล ข้ามน้ำ ข้ามทะเลมาตั้งรกรากปักฐาน ณ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรีแห่งนี้ ซึ่งในสมัยนั้นในแถบบริเวณนี้ยังเป็นป่า รกทึบ ถนนไม่มีตัดผ่านทางสัญจรก็มีทางเกวียน ที่ขรุขระ เป็นหลุม เป็นบ่อ การเดินทางยังลำบากอยู่มาก แต่ด้วยที่ว่านายจินดา เป็นคนที่รักต้นไม้ จึงคิดริเริ่มจะทำสวนผลไม้ และนายจินดาเองเป็นคนที่มองการณ์ไกล สามารถวิเคราะห์เพื่อทราบได้ว่าพื้นที่แหล่งใด มีความสมบรูณ์ ที่จะเพาะปลูกไม้ผลได้เป็นอย่างดี

                ดังนั้นจึงได้เลือกพื้นที่ในอำเภอศรีมหาโพธิ ด้วยเหตุที่ว่าในบริเวณพื้นที่เขตอำเภอศรีมหาโพธินี้เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ ปราจีนบุรี ที่ไหลมาจากเทือกเขาใหญ่ ซึ่งได้นำพาเอาตะกอนและแร่ธาตุที่อุดมสมบรูณ์ ลงมาด้วย อีกทั้งยังมีสายน้ำใต้ดิน ไหลผ่าน นายจินดาจึงได้ซื้อที่ดินใน ต.หนองโพรง ด้วยเนื้อที่เพียง 25 ไร่ (ในขณะนั้น) และเป็นสวนแรกของอำเภอศรีมหาโพธิ

รุ่นที่ 2  นายสมพร อุดมสิน   เมื่อสำเร็จการศึกษา ได้มาช่วยเหลือนายจินดา ทำสวนเพื่อส่งเสียให้น้อง ๆ ได้รับการศึกษา และได้สืบทอดเจตนารมณ์ในการทำสวนต่อจากนายจินดา ได้บุกเบิกและขยายพื้นที่เพาะปลูก จาก 25 ไร่ ในอดีต มาถึงปัจจุบันกว่า 300 ไร่   นายสมพร อุดมสิน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำสวนไม้ผลต่อจากนายจินดามากว่า 30 ปี เมื่อได้ส่งเสียให้ลูก ๆ ได้จบการศึกษาและมีหน้าที่การงานกันทุกคน

ประกอบด้วย  ตนเอง จบการศึกษาจากระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา ,   นางสาวดุจดาว อุดมสิน จบการศึกษาระดับปริญญาโท คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัย จอร์ช เมสัน ประเทศสหรัฐอเมริกา

โดยในรุ่นที่ 3  ยุคปัจจุบัน   ตนเอง  (นายเกรียงศักดิ์) ดำเนินการด้านการเกษตรต่อ    จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ทิ้งอาชีพวิศวกร กลับมาทำสวน      นอกจากนี้นายเกรียงศักดิ์ยังได้ ทั้งพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ของไม้ผล เพื่อการส่งออก เช่น มะยงชิด มะปรางของสวนให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี จนเป็นไม้ผลที่ขึ้นชื่อของสวนจิตร์นิยม

นอกจากนี้ สวนจิตร์นิยม ได้รับการพัฒนา ปรับปรุงและได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอศรีมหาโพธิ สำนักงานส่งเสริมการเกษตรอำเภอศรีมหาโพธิ สำนักงานเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรี ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งพัฒนาชุมชน และเยาวชน เป็นสถานที่ฝึกงานด้านการเกษตรของนักศึกษาด้านเกษตรกรรมทั่วประเทศ และเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร โดยมีนายเกรียงศักดิ์ อุดมสิน เป็นวิทยากร ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มต่าง ๆ เข้ารับฟังการบรรยาย ในเรื่องของการพัฒนา และความก้าวหน้าในด้านการเกษตร

เกรียงศักดิ์  กล่าวต่อไปว่า   สวนจิตนิยมจะเน้นทำเกษตรอินทรีเป็นหลัก   ผลไม้ต่างๆปลอดสารพิษทุกชนิด    ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมานั้น  ส่งออกต่างประเทศล้วนๆ    ถือว่าการทำสวนนั้นประสบผลสำเร็จ    เน้นคุณภาพ สินค้า    เป็นสินค้าอินทรีย์ ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี,ยาฆ่าแมลง อายุผลผลิตได้ตามเวลา ไม่อ่อน   ไม่เน้นปริมาณ   จึงเป็นที่น่าเชื่อถือในวงการผลไม้ส่งออกต่างประเทศ   แต่ในปัจจุบันนี้มีสายพันธ์ปลอมออกมาเยอะ   ขายทั้งต้น  และ ผลทุเรียน   ผู้บริโภคไม่รู้  เมื่อได้กินทุเรียนกบชายน้ำแล้วคล้ายทุเรียนบางพันธ์

เกรียงศักดิ์ ย้ำด้วยว่าให้สังเกตว่าทุเรียนกบชายน้ำของจริงดั้งเดิม  ดูที่ตูดลูกทุเรียนนี้   ถ้าพันธ์แท้ตูดหรือก้นจะบุ่มลงเล็กน้อยเท่านิ้วแม่มือให้เห็น  เป็นที่ว่าง   เนื้อในสีเหลืองทองแน่น   ลูกทุเรียนกบชายน้ำนี้จะกลมรี5แถว ฟูเต็มถ้าไม่มีตามแบบที่กล่าวมาไม่ใช่ทุเรียนสายพันธ์กบชายน้ำของจริง    ปีนี้ที่สวนจิตนิยมมียอดจองหมดแล้ว   ทั้งใน  และต่างประเทศ โดยขายผ่านอินเตอร์เน็ต

สำหรับ ผลทุเรียนพันธุ์กบชายน้ำของสวนนิยม ในขณะนี้  ยังอยู่บนต้นขนาดใหญ่มากว่า 2 คนโอบ  รอให้สุกได้ขนาดอีกประมาณ 1 เดือน  จะตัดผลสุกออกสู่ท้องตลาด  นำส่งให้ลูกค้า  โดยลูกค้าหลักที่สั่งจองคือ  ตลาด CP.   ตลาดต่อมาคือตลาดต่างประเทศลูกค้าชาวจีน

ทั้งนี้ผลผลิตดังกล่าวหลังลูกค้าสั่งจองหมดทุกต้น   ทุเรียนกบชายน้ำของแท้   ส่งขายตลาดในประเทศ  ลูกละห้าพัน  ส่งนอกลูกละสี่หมื่นบาทได้ถูกประคบประหงม ดูแลรักษาอย่างดี   โดยนำไม้ไผ่มาค้ำยันโดยรอบ ป้องกัน พายุฤดูร้อน  หรือกิ่งทรุด     คอยให้น้ำ   ดูแลไล่ ไม่ให้กระรอก กระแต  มาชิมก่อนลูกค้า  นับเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่เลื่องชื่ออีกอย่างของชาวสวนผลไม้ปราจีนบุรี”คุณเกรียงศักดิ์ กล่าว

เครือซีพี.หนุนเครือข่ายเกษตรกรเชียงใหม่-น่าน”ป้องกันไฟป่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/367814

เครือซีพี.หนุนเครือข่ายเกษตรกรเชียงใหม่-น่าน”ป้องกันไฟป่า

เครือเจริญโภคภัณฑ์สนับสนุนเครือข่ายเกษตรกร”เชียงใหม่-น่าน” ป้องกันไฟป่า แก้ปัญหาหมอกควัน

         เครือเจริญโภคภัณฑ์สนับสนุนเครือข่ายเกษตรกร“เชียงใหม่-น่าน” ทำแนวป้องกันไฟป่า รับมือปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ มีส่วนสำคัญในยุทธศาสตร์เพื่อไปสู่ความยั่งยืน

               นายวิสุทธิ์ ปรีชาสุภากุล  ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านกองกาย อ.แม่แจ่ม  จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า  ปีนี้ปัญหาเรื่องไฟป่าและหมอกควันจากไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ ถือว่ารุนแรงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชาวบ้านในพื้นที่ค่อนข้างมาก  ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบว่า หมอกควันที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเกิดจากไฟป่าถึง 90%และเป็นสาเหตุให้ค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน สูงเกินค่ามาตรฐาน

โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านกองกายและชาวบ้านในพื้นที่ ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งเครือเจริญโภคภัณฑ์และเจ้าหน้าที่อาสาพัฒนา(อสพ.)ในการทำแนวป้องกันไฟป่าโดยรอบหมู่บ้านกองกาย เป็นโครงการนำร่อง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและหน่วยงานต่างๆร่วมกันแก้ปัญหาและป้องกันไฟป่าไม่ให้ลุกลามมายังพื้นที่ๆมีชาวบ้านพักอาศัยกว่า  75 ครัวเรือนที่ดูแลผืนป่าสมบูรณ์จำนวน  3,750 ไร่

ด้านนางอ้อย จันทรธิมา เกษตรกรบ้านสบขุ่น อ.ท่าวังผา จ.น่าน กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรภายใต้โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้สนับสนุนนำร่องเกษตรกรในพื้นที่หมู่บ้านสบขุ่น จ.น่าน ทดลองปลูกกาแฟเป็นพืชทางเลือกในการสร้างรายได้แก่เกษตรกรควบคู่ไปกับการดูแลและพลิกฟื้นผืนป่าสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา เป็นอีกพื้นที่ในภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเผาป่าและลุกลามไหม้สวนกาแฟของชาวบ้านเกิดความเสียหายรวมกว่า 500 ต้น

โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ให้การสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์การทำแนวกันไฟป่าและอุปกรณ์ดับไฟป่า ภายใต้ “โครงการสบขุ่นร่วมใจ ทำแนวป้องกันไฟป่า 2562” เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาการเผาป่าและหมอกควันในพื้นที่ หมู่บ้านสบขุ่น หมู่ที่ 7 ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ซึ่งมีชาวบ้านอาศัยอยู่ 323  ครัวเรือนที่ดูแลผืนป่าสมบูรณ์ในเขตดอยวาว อุทยานแห่งชาตินันทบุรี

นายจอมกิตติ  ศิริกุล  ผู้บริหารด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ติดตามสถานการณ์ปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะจ.เชียงใหม่ ที่พบหมอกควันพิษที่เกิดจากการเผาป่าจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เครือฯจึงได้ร่วมกับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่บ้านกองกาย อ.แม่แจ่ม จ. เชียงใหม่ และบ้านสบขุ่น อ.ท่าวังผา จ.น่าน จัดทำแนวป้องกันไฟป่า ตลอดจนให้การสนับสนุนภารกิจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ด้วย

ทั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานด้านการปกป้องและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ปัจจุบันมีพื้นที่ดำเนินการอยู่ในเขต ปิง – วัง – ยม – น่าน ได้แก่ พื้นที่ต้นน้ำปิง (อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่) ,พื้นที่ต้นน้ำวัง (อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง) , พื้นที่ต้นน้ำยม (อ.ปง จ.พะเยา) และ พื้นที่ต้นน้ำน่าน (ในหลายอำเภอของ จ.น่าน) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ และการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนปี 2563 ภายใต้กรอบการทำงาน 3Hs คือ HEART-มุ่งมั่นทำธุรกิจด้วยใจที่ยั่งยืน HEALTH-มุ่งมั่นสร้างสังคมที่ยั่งยืน HOME-มุ่งมั่นเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน