‘โดนัท’ ชวนหนุ่มหน้าใส ประชันหล่อ เวที SMART BOY 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469287

‘โดนัท’ ชวนหนุ่มหน้าใส ประชันหล่อ เวที SMART BOY 2020

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งเวทีแห่งโอกาสของหนุ่มวัยทีนมากความสามารถ สำหรับการประกวด สมาร์ทบอย (SMART BOY) หนึ่งในกิจกรรมพิเศษของการประกวด ไทยซูเปอร์โมเดลคอนเทสต์ (THAI
SUPERMODEL CONTEST) ล่าสุดพร้อมเปิดรับสมัครประกวด สมาร์ทบอย 2020 (SMART BOY 2020) งานนี้“โดนัท-ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์”หนุ่มสมาร์ทบอย คนแรกของประเทศไทย เจ้าของตำแหน่ง สมาร์ทบอย 2013 (SMART BOY 2013)ขอเป็นตัวแทน เชิญชวนหนุ่มๆ เข้าประกวดในปีนี้ว่า

“การประกวดสมาร์ทบอย ช่อง 7HD จัดการประกวดมาตั้งแต่ปี พ.ศ 2556 ครับ ซึ่งผมเป็นคนแรกที่ได้รับตำแหน่งชนะเลิศ และได้รับโอกาสจาก ช่อง 7HD มากมาย โดยเฉพาะเรื่องงานแสดง สำหรับปีนี้น้องๆ คนไหนที่สนใจอยากเข้ามาเรียนรู้ประสบการณ์ในวงการบันเทิง และมีอายุ 16-19 ปี สามารถมาสมัครกันได้ในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะ สตรีท รัชดา ตั้งแต่เวลา 10.00-13.00 น.ครับ และจะมีการคัดเลือก 12 หนุ่ม เพื่อเข้ารอบชิงชนะเลิศในวันนั้นเลย ฉะนั้นโอกาสมีครั้งเดียว ขอให้น้องๆ ที่มาสมัครเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ต้องตื่นเต้นจนกดดันตัวเอง เพียงแค่พกความมั่นใจ หล่อใส สมวัย และเป็นตัวของตัวเองมาให้คณะกรรมการเห็น แค่นี้ก็เพียงพอแล้วครับ คนที่ชนะการประกวด สมาร์ทบอย 2020 จะได้รับทุนการศึกษา และของรางวัลต่างๆ มากมาย รวมทั้งโอกาสเป็นนักแสดงของช่อง 7HD ด้วยครับผมในฐานะรุ่นพี่พร้อมต้อนรับว่าที่พระเอกคนใหม่อยู่นะครับ”

‘มารีน่า’ ปลื้ม ‘ซ่อนเงารัก’ เรตติ้งปัง ส่งผลเพลง ‘เบาๆ ในใจ’ ยอดทะลุ 1 ล้านวิว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469285

‘มารีน่า’ ปลื้ม ‘ซ่อนเงารัก’ เรตติ้งปัง ส่งผลเพลง ‘เบาๆ ในใจ’ ยอดทะลุ 1 ล้านวิว

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ถือเป็นลูกไม้ใต้ต้นที่ครบเครื่องจริงๆ สำหรับโดย “มารีน่า” เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า “ก่อนอื่นต้องบอกว่ากระแสละคร ซ่อนเงารักดีมากจริงๆ เพราะทุกตอนที่ละครออกอากาศ ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1เกือบทุกตอนที่ละครออกอากาศ ส่งผลให้เพลงประกอบละคร “เบาๆ ในใจ”ฮิตไปด้วย ตอนนี้ยอดวิวทะลุ 1 ล้านวิว ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับเพลงนี้เป็นสไตล์อาร์แอนด์บีความหมายเหมือนแทนตัวละครที่ตกหลุมรักพี่หนึ่ง (ณรงค์วิทย์) เป็นคนเขียนเนื้อเพลงนี้ได้เข้าถึงอารมณ์มาก ชอบประโยคไหนมากที่สุด จริงๆชอบทั้งหมด แต่มีประโยคที่ว่า คำบางคำ ถ้าพูดไปก็เหมือนไม่ได้อะไร คือ ฟังแล้วจุกกับประโยคนี้สุดแล้ว เหมือนเราต่อสู้กับระหว่างความรู้สึกกับตัวเองซึ่งไม่ค่อยได้เห็นเพลงแบบนี้สักเท่าไหร่ คิดว่าน่าจะมีคนน้ำตาตกกันบ้างถ้าใครที่ได้ฟังเพลงนี้ ถามว่ามีอะไรตรงกับตัวเองบ้าง ก็มีสมัยเรียน ที่มีแอบชอบรุ่นพี่ เป็นแบบวัยรุ่นๆ ในช่วงนั้น ยังไงก็ขอฝากเพลงนี้ไว้ด้วย และที่พลาดไม่ได้ฝากติดตามชมละคร ซ่อนเงารัก ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทาง ช่อง 3 กด 33 ช่อง 3 กด 33 หรือ http://www.ch3thailand.com และ http://www.facebook.com/Ch3Thailand นะคะ”

อย่าลองดี เพราะที่นี่ต้องคำสาป!! ‘The Grudge’ บ้านผีดุ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469270

อย่าลองดี เพราะที่นี่ต้องคำสาป!! ‘The Grudge’ บ้านผีดุ

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

THE GRUDGE กำกับโดย นิโคลัส เพช

นำแสดงโดย แอนเดรีย ไรส์โบโรห์, เดเมียนบิเชียร์, จอห์น โช, เบ็ตตี้ กิลพิน ร่วมด้วย ลิน เชย์และ แจ็คกี้ วีฟเวอร์

ด้วยบทภาพยนตร์โดย นิโคลัส เพช และเรื่องราวโดย เจฟฟ์ บูห์เลอร์

THE GRUDGE มีเค้าโครงจากภาพยนตร์เรื่อง“Ju-On : The Grudge” ที่เขียนบทและกำกับโดยทาคาชิชิมิซึ THE GRUDGE ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการจัดเรท Rโดยสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งอเมริกาสำหรับความรุนแรงที่สั่นประสาทและภาพนองเลือด ความสยดสยองและถ้อยคำหยาบคาย

สิบห้าปีผ่านมาแล้วนับตั้งแต่ตอนที่ แซม ไรมี(A Simple Plan, Spider-Man, Drag Me to Hell)หนึ่งในผู้อำนวยการสร้าง/ผู้กำกับที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของอเมริกา ได้ทำให้ผู้ชมชาวอเมริกันรู้จัก The Grudgeมาตอนนี้ ผู้สร้างแฟรนไชส์ Evil Dead ก็รู้สึกตื่นเต้นที่ได้กลับมาสู่หนึ่งในเรื่องราวโปรดของเขาในเวอร์ชั่นเรท R

“ตอนที่เราสร้างภาคต้นฉบับขึ้นมาในปี 2004”แซม ไรมี กล่าว

“ความสยองขวัญยังอยู่ด้านนอก และมันก็ยังคงเป็นหนังสำหรับผู้ชมเฉพาะกลุ่ม แต่ตอนนี้ มันก้าวสู่ความเป็นกระแสหลักแล้ว”

ภาพยนตร์อเมริกันปี 2004 มีเค้าโครงจากภาพยนตร์สยองขวัญสัญชาติญี่ปุ่นเรื่อง Ju-on : The Grudge ที่กำกับโดย ทาคาชิ ชิมิซึ ซึ่งเอาชนะใจ(และขู่ขวัญ) คอภาพยนตร์สยองขวัญในญี่ปุ่น ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นอย่างมาก จนในหนึ่งปีให้หลัง ไม่เพียงแต่จะมีการสร้างซีเควลออกมาเท่านั้น แต่มันยังกระตุ้นความสนใจจากไรมีที่จะให้ชิมิซึนำเสนอมันสู่ผู้ชมชาวอเมริกันด้วย

“หนังเรื่อง Grudge ของทาคาชิประสบความสำเร็จอย่างมากในญี่ปุ่น” ไรมี เล่า “และผมก็รักแฟรนไชส์ของเขามาก ผมอยากให้ผู้ชมอเมริกันได้ดู The Grudge”

“The Grudge” บ้านผีดุ13 กุมภาพันธ์นี้ ทุกโรงภาพยนตร์

6 บทบาทน่าทึ่งของ ‘แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ จาก ‘THE GENTLEMEN’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469274

6 บทบาทน่าทึ่งของ ‘แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ จาก ‘THE GENTLEMEN’

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นักแสดงหนุ่มมากฝีมือ แมทธิวแม็กคอนาเฮย์ ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นซูเปอร์สตาร์ขวัญใจวัยรุ่น ขวัญใจสาวๆ รวมถึงนักวิจารณ์ จนกระทั่งกลายเป็นขวัญใจคอหนังทั่วโลก ด้วยรูปร่างสูง ผมหยิก และนัยน์ตาสีฟ้าชวนฝัน ล่าสุดเขากำลังจะกลับมาอีกครั้งให้แฟนๆ หายคิดถึงกับบทบาท “มิกกี้ เพียร์สัน” เจ้าพ่อค้ากัญชาผู้ทรงอิทธิพลแห่งเกาะอังกฤษในหนังใหม่ของกาย ริชชี่ “THE GENTLEMEN สุภาพบุรุษมาหากัญ” นี่คือ 6 บทบาทน่าจดจำของเขา

วูดเดอร์สัน-Dazed andConfused (1993)

ผลงานน่าจดจำของผู้กำกับมากฝีมือ ริชาร์ด ลิงเคลเตอร์ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตวัยรุ่นมัธยมปลายในเท็กซัส ยุค 70 ที่ใกล้จะจบการศึกษา พวกเขาใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงทั้งปาร์ตี้ เหล้าและยาเสพติด หนังล้มเหลวในตารางบ็อกซ์ ออฟฟิศ แต่กาลเวลาพิสูจน์ว่าหนังเรื่องนี้ได้กลายเป็นหนังคัลท์คลาสสิกแจ้งเกิดนักแสดงในเรื่องอย่าง แมทธิวแม็กคอนาเฮย์ และ มิลล่า โจโววิช นอกจากนี้ คำพูด Alright Alright Alright กลายเป็นคำพูดติดปากของแม็กคอนาเฮย์จนหลายคนพูดถึงทุกวันนี้อีกด้วย

เจค-A Time To Kill (1996)

แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ กลายเป็นนักแสดงหนุ่มดาวรุ่งน่าจับตามองกับบทบาททนายหนุ่มไฟแรงที่ต้องว่าความให้ชายผิวสีคนหนึ่งนามว่าคาร์ล (แซมมวล แอล แจ็คสัน)หลังจากคาร์ลก่อเหตุฆาตกรรมทรชนที่รุมข่มขืนลูกสาวของเขา อันนำไปสู่ความขัดแย้งเรื่องสีผิว ในผลงานการกำกับน่าจดจำของโจเอล ชูมัคเกอร์

Dazed and Confused

เบนจามิน แบร์รี่-How to LoseA Guy in 10 Days (2003)

หลังจากเล่นบทจริงจังมานานแม็กคอนาเฮย์ ก็หันมาเล่นหนังโรแมนติกคอเมดี้ประกบคู่กับสาวฮอตแห่งยุคในขณะนั้น อย่าง เคต ฮัดสันเขารับบทเป็นผู้บริหารบริษัทโฆษณาและเสือผู้หญิงที่เล่นแคมเปญประหลาดว่าเขาจะทำให้ผู้หญิงสักคนหลงรักเขาภายใน 10 วัน ผู้หญิงคนนั้นคือแอนดี้ (ฮัตสัน) ที่กำลังจะ “สลัดรักจากผู้ชายภายใน 10 วัน” เพื่อเขียนบทความ แต่กลายเป็นว่าทั้งสองตกหลุมรักมากกว่า 10 วันความเข้าขาของสองดารานำทำให้หนังรักเรื่องนี้กลายเป็นหนังทำงานเกินร้อยล้านดอลลาร์แบบเหนือความคาดหมาย

ดัลลัส-Magic Mike (2012)

ขึ้นแท่นภาพยนตร์สุดเซ็กซี่ขวัญใจคอหนังหลายๆ คน เพราะจัดเต็มด้วยหนุ่มหล่อล่ำมาเต้นเปลื้องผ้าให้ดู อ้างอิงจากชีวิตจริงของหนุ่มฮอต แชนนิ่งทาทั่ม ที่ก่อนจะกลายเป็นนักแสดงฮอลลีวูด เขาเคยเป็นหนุ่มนักเต้นเปลื้องผ้ามาก่อน และตีแผ่ชีวิตของเขาและผองเพื่อนแบบถึงเนื้อถึงหนัง แม้ดารานำจะเป็นแชนนิ่ง ทาทั่ม แต่คนที่ขโมยซีนและกวาดคำชมมากสุดๆ คือแมทธิว แม็กคอนาเฮย์ ในบท ดัลลัส อดีตนักเต้นเปลื้องผ้าที่กลายเป็นเจ้าของคลับโชว์หนุ่มๆ

How to Lose A Guy in 10 Days

รอน วู้ดรูฟ-Dallas Buyers Club (2013)

แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ ทุ่มเทสุดตัวในชีวิตการแสดงด้วยการลดน้ำหนัก 47 ปอนด์ จนผอมหุ้มกระดูกเพื่อเป็นช่างไฟฟ้าเหยียดเกย์ที่ชีวิตพลิกผันเมื่อเขาติดเชื้อเอชไอวี เขาจึงหาทางรักษาตนเองและผู้ป่วยคนอื่นๆ ด้วยการเข้าสู่วงการค้ายาต้านเชื้อเอชไอวีแบบผิดฎหมายโดยมีกะเทยสาว (จาเร็ด เลโต ซึ่งคว้าออสการ์จากบทนี้) คอยช่วยเหลือในหนังที่สร้างจากเหตุการณ์จริง การเข้าถึงบทบาทแบบสุดขั้วของเขาไม่สูญเปล่า เพราะในที่สุดแม็กคอนาเฮย์ก็คว้าออสการ์สาขานักแสดงนำชายได้สำเร็จ

คูเปอร์-Interstellar (2014)

หนังไซไฟที่ถ่ายทอดความรักระหว่างพ่อ-ลูกได้กินใจหลายๆ คน แต่กลายเป็นหนังมีคำวิจารณ์เสียงแตกมากที่สุดของผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลนเล่าเรื่องราวของโลกมนุษย์ที่ถูกคุกคามด้วยภัยธรรมชาติคูเปอร์ (แม็กคอนาเฮย์) อดีตวิศวกรหนุ่มจึงนำทีมนักบินอวกาศ ขึ้นยานไปสำรวจผ่านรูหนอนเพื่อหาดวงดาวใหม่ที่สามารถเป็นโลกใบใหม่ของมนุษยชาติได้ ซึ่งภารกิจยิ่งใหญ่ของคูเปอร์อาจจะทำให้เขาต้องพรากจากลูกสาวของเขาไปตลอดกาล

“THE GENTLEMEN สุภาพบุรุษมาหากัญ”

30 มกราคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

A Time To Kill

A Time To Kill
Magic Mike

Magic Mike
Dallas Buyers Club

Dallas Buyers Club
Interstellar

Interstellar

หนทางอีกยาวไกล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/397492?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

หนทางอีกยาวไกล

7 พฤศจิกายน 2562 – 12:05 น.
วงในวงนอก,แก้ไขรธน,ประธานกรรมาธิการวิสามัญ,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,ลุงตู่
เปิดอ่าน 1,240 ครั้ง

หนทางอีกยาวไกล คอลัมน์…  วงในวงนอก   โดย…  อสนีบาต aussaneebard@hotmail.com

“ใครจะเป็นก็เป็นไปเถอะ” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (6 พ.ย.) ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) มีมติเสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้าประกวดชิงตำแหน่ง ประธานกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

อ่านข่าว : ไพบูลย์ หนุนตั้งกมธ.ศึกษาแก้รธน.
ขยายความเพิ่มเติมบทสัมภาษณ์ “ลุงตู่” สักหน่อย ท่านบอก “ไม่ได้ขัดข้องเลยใครจะมานั่งหัวโต๊ะ ทุกอย่างต้องเป็นขั้นเป็นตอน แก้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ประชาชนต้องการก่อน ขั้นตอนมีอยู่ ไม่ใช่แก้วันเดียวเสร็จ นี่เป็นแค่ศึกษามิใช่หรือ”

สะท้อนให้เห็นว่า “ลุงตู่” ซึ่งถือเป็นหมากตัวสำคัญในวังวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อ่านเกมออกว่า เส้นทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังอีกยาวไกล โดยเฉพาะฝ่ายกระเหี้ยนกระหือรืออยากแก้ รธน.ใจจะขาด ยังต้องเหนื่อยอีกหลายยก

อีกอย่างการจุดประเด็นใครจะเป็นประธานกมธ.วิสามัญแก้ไขรธน. ไม่ใช่จะเกิดขึ้นวันนี้หรือวันพรุ่ง อีกอย่างการตอบไปในเชิงแนวโน้ม ถ้าจะแก้ไขรธน.ต้องแก้ในประเด็นที่เป็นประโยชน์เป็นความต้องการของประชาชน นั่นแสดงว่า “ไม่ได้ขัดขวางการแก้ไขรธน.” เป็นการตอบโดยจับจังหวะเงื่อนไขเวลาที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันใกล้นี้

แต่ถ้าขืนตอบไปว่า “ไม่แก้ไข ไม่เห็นด้วย” ยิ่งจะสร้างประเด็นเข้าทางฝ่ายกระเหี้ยนกระหือรือ วกกลับมากดดัน “ลุงตู่” อีก ท่านจึงเล่นเป็นในจังหวะ “น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวาง”

ตอนนี้ขอนั่งตีขิมดูบรรดานักการเมืองถกแถลงความเห็นที่ไม่ลงรอย ให้ลงตัวกันให้ได้เสียก่อน นั่นคือ สิ่งที่ “ลุงตู่” มองสถานการณ์ตรงนี้ออกอย่างแหลมคม

ลองไล่ดูเส้นทางความพยายาม “แก้ไขรธน.” บ้าง เริ่มตั้งแต่ยังไม่มีการเลือกตั้งด้วยซ้ำ บรรดานักการเมืองผู้สถาปนาเป็นนักสัมปทานประชาธิปไตย ออกโรงคัดค้านรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เป็นรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ โวยวายการออกแบบ ส.ว.ลากตั้งเพื่อค้ำยันฝ่ายสืบทอดอำนาจ

ฝ่ายคัดค้านรธน.ฉบับปัจจุบัน ก็อาศัยรธน.ฉบับนี้นี่แหละ เลือกตั้งเข้ามาอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ทำงานกันยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ ไม่รู้ได้ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนปวงชนชาวไทยสำเร็จมรรคผลเรื่องใดบ้าง

ทว่าเรื่องเด่นสุดภายในระยะเวลาไม่ถึงสามเดือน ท่านผู้แทนฯ ซึ่งเทน้ำหนักไปทาง 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ฟิตจัดกับการรณรงค์แก้ไข รธน.

ทางหนึ่งสร้างแนวร่วมนอกสภางอกเครือข่ายขับเคลื่อนการแก้ไข รธน. ทางหนึ่งในสภา เริ่มขยับอีกครั้งด้วยการผลักดันญัตติตั้งกรรมาธิการแก้ไข รธน. โดยทันทีที่มีการเปิดประชุมสภา ประเด็นการแก้ไข รธน. จึงถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง โดยมีพลพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาขอแจมด้วย เพราะนิ่งเฉยไม่ได้เนื่องจากดันไปกำหนดเป็นนโยบายหาเสียงไว้ จะแก้ไข รธน.เพื่อปวงประชา

นายเทพไท เสนพงศ์ จากประชาธิปัตย์ จึงต้องเล่นเกมนี้ต่อไปในลักษณะ “ดันให้สุดหยุดไม่อยู่” ด้วยการเสนอ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชิงเก้าอี้ประธานกมธ. พรรคปชป.จึงรับลูกออกมติ ให้ “พี่มาร์ค” ผู้นำทัพส.ส.พ่ายแพ้ในกทม.อย่างหมดรูป และเหล่าขุนพลแถวหน้า ไม่ว่าจะเป็น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน, นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เข้าชิงโควตา กมธ.

เมื่อองคาพยพในสภาจะมาว่ากันด้วยญัตติตั้งกมธ.แก้ไขรธน. ต้องว่ากันไปเป็นลูกระนาด พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล หรือพรรคภูมิใจไทย ซึ่งไม่มีนโยบายหาเสียงแก้ไข รธน. แต่เมื่อกระบวนการสภาเดิน เป็นเรื่องที่พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ต้องรักษาสิทธิ เสนอชื่อบุคคลเข้าไปร่วมใน กมธ.ด้วย

ถึงได้บอกว่า กว่า กมธ.แก้ไขรธน.จะเป็นรูปเป็นร่าง กว่าจะหาบุคลากรนั่งหัวโต๊ะกมธ.ชุดนี้ ยังอีกยาว ที่สำคัญ มั่นใจแค่ไหนเพียงไร ว่า “อภิสิทธิ์” จะเข้าวินเป็นประธานกมธ.

ไหนจะต้องเผชิญกับพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งมีโควตาเหนือกว่า ไหนจะต้องถามใจพรรคร่วมฝ่ายค้านเสียก่อน ยิ่งล่าสุดมีเสียงคัดค้านดังออกมาเป็นระยะ ไม่เอาด้วยกับชื่อ “มาร์ค”

แค่ประกอบร่างเป็น กมธ. ฝุ่นตลบกันพอสมควรแล้วครับ

อีกอย่าง กลับไปดูให้ดี นี่เป็นแค่ กมธ.ศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็เป็นไปตามที่ “ลุงตู่” กล่าวไว้ข้างต้นในลักษณะอ่านเกมออกอย่างเบาใจ “นี่แค่ศึกษามิใช่หรือ”

อย่าลืม “ลุงตู่” แถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา ในส่วนที่สาม นโยบายเร่งด่วน 12 เรื่อง โดยเรื่องที่ 12 ซึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายเสียด้วย ระบุว่า “การสนับสนุนให้มีการศึกษา การรับฟังความความเห็นของประชาชน และการดำเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ”

นี่แค่ “กำลังจะ” ตั้งกมธ.ชุดประธานอลหม่านกันอยู่เองนะครับ เดี๋ยวต้องไปรับฟังความเห็นประชาชน แล้วลงมือดำเนินการแก้ไข รธน. จะเป็นเนื้อเป็นหนังขนาดไหน

เอาว่าวางปฏิทินคร่าวๆ ยาวไปถึงปีหน้าโน่นล่ะ (ยังไม่ขอกล่าวถึง ส.ว.จะร่วมด้วยช่วยโหวตไหม) แค่คิดก็เหนื่อยแล้วครับ…

p22

ปณิธาน เตือนภัย ผู้นำรุ่นใหม่ แสดงศักยภาพโหมไฟใต้ส่งท้ายปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/397578?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ปณิธาน เตือนภัย ผู้นำรุ่นใหม่ แสดงศักยภาพโหมไฟใต้ส่งท้ายปี

7 พฤศจิกายน 2562 – 11:55 น.
รศดรปณิธาน วัฒนายากร,ผู้นำรุ่นใหม่,ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน,ชรบ,ไฟใต้
เปิดอ่าน 689 ครั้ง

“ปณิธาน” เตือนภัย “ผู้นำรุ่นใหม่” แสดงศักยภาพโหมไฟใต้ส่งท้ายปีโดย…   ศตคุณ ตันทวีวิวัฒน์, นลิน สิงหพุทธางกูร

 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง มองว่า เหตุการณ์ที่คนร้ายเลือกโจมตีชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ซึ่งเป็นกองกำลังภาคประชาชน เพราะ ชรบ.ถือเป็นจุดเปราะบาง เป็นเป้าหมายอ่อนแอ แม้จะไม่เปราะบางเหมือนสถานประกอบการเอกชน แต่การรับมือกับเหตุร้ายหรือการโจมตีก็ยังมีความเชี่ยวชาญน้อยกว่าเจ้าหน้าที่ที่ถูกฝึกมามากกว่า

แต่สาเหตุที่ฝ่ายความมั่นคงต้องใช้กองกำลังภาคประชาชนในการดูแลพื้นที่ ก็เพราะมีข้อดีคือ ถ้าเป็นประชาชนด้วยกันก็จะทราบความเคลื่อนไหวและข่าวสารต่างๆ ของผู้ก่อความไม่สงบซึ่งแฝงตัวอยู่ตามหมู่บ้านเพราะเป็นคนในพื้นที่เหมือนกัน เมื่อได้ข่าวสารก็จะแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินสถานการณ์และประมวลข้อมูลเพื่อวางแผนรับมือ แต่อีกมุมหนึ่งที่ไม่ใช่เรื่องดีก็คือสภาพความเป็นเป้าหมายอ่อนแอ เพราะถึงอย่างไรก็ยังเป็นชาวบ้าน เป็นราษฎรที่เสียสละมาดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัย ฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับฝ่ายความมั่นคงว่าจะพลิกจุดอ่อนนี้มาเป็นจุดแข็งในอนาคตได้อย่างไร

“ผมคิดว่าน่าจะต้องมีการทบทวนถึงเรื่องความเปราะบางในหลายๆ ส่วนที่จะยังตกเป็นเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งในภาพรวมในภารกิจรักษาความปลอดภัย โดยหลังจากนี้การทำงานด้านข่าวกรองของเจ้าหน้าที่จะต้องมีความลึกซึ้งมากกว่าเดิม” อาจาารย์ปณิธาน กล่าว

ส่วนความอ่อนไหวของพื้นที่ตามแนวชายแดนที่มีข่าวว่าผู้ก่อความไม่สงบมักลำเลียงยุทโธปกรณ์และลักลอบข้ามแดนเข้ามาตามช่องทางธรรมชาตินั้น อาจารย์ปณิธาน ยอมรับว่าขณะนี้มีแนวร่วมรุ่นใหม่ที่ถูกฝึกฝนมาจากนอกพื้นที่ลักลอบเข้ามาตามรอยต่อชายแดนประเทศเพื่อนบ้านจริง ซึ่งทางกองทัพก็พยายามสกัดกั้นแต่ไม่สามารถดูแลได้ทั้งหมดเพราะพื้นที่แนวชายแดนมีระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร จึงต้องทำเป็นจุดๆ เน้นเฉพาะจุดที่สำคัญๆ

“มาตรการดูแลชายแดนของกองทัพอาจจะยังได้ผลไม่เต็มที่ แต่ก็ลดจำนวนเหตุร้ายได้มากขึ้น แต่กำลังพลที่วางเพิ่มตามแนวชายแดนประมาณ 5,000 นาย กับชายแดนที่ยาวหลายร้อยกิโลเมตรน่าจะยังไม่เพียงพอ ฉะนั้นจำเป็นต้องใช้การข่าวในการสืบหาข้อมูล”

เมื่อให้ประเมินสถานการณ์ไฟใต้นับจากนี้ อาจารย์ปณิธาน มองว่า ปัญหาไฟใต้ยืดเยื้อมานานกว่า 16 ปี การประเมินระยะยาวจึงค่อนข้างยาก ขอประเมินจากช่วงระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ข้างหน้านี้ก่อน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะตอนนี้มีกลุ่มผู้นำหน้าใหม่ต้องการแสดงศักยภาพ และอาจจะยาวไปจนถึงช่วงปลายปีด้วย

ส่วนปีหน้าเมื่อคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขเริ่มทำงานก็ควรจะมี “พิมพ์เขียว” ในเรื่องของการลดความรุนแรงควบคู่ไปกับการพูดคุยด้านอื่นๆ และต้องเจรจากับทางการมาเลเซียอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องการปิดพรมแดนและควบคุมคนกระทำผิดที่มีหมายจับ หรือหมายพ.ร.ก.ที่หลบหนีข้ามไปมาเลเซีย

กองทัพ แกนนำ อาเซียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/397497?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

กองทัพ แกนนำ อาเซียน

7 พฤศจิกายน 2562 – 11:55 น.
ถอดรหัสลายพราง,กองทัพ
เปิดอ่าน 771 ครั้ง

กองทัพ แกนนำ อาเซียน คอลัมน์…  ถอดรหัสลายพราง  โดย… พลซุ่มยิง

แม้การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง จะปิดฉากลงพร้อมๆ กับตำแหน่งประธานอาเซียนของไทยที่ถูกส่งต่อให้แก่ประเทศเวียดนาม หลังได้แสดงบทบาทประสานความร่วมมือระหว่างประเทศที่ครอบคลุมทุกมิติตลอด 1 ปีที่ผ่านมา แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.กลาโหม คาดหวังให้ ‘กองทัพ’ ได้เป็นแกนกลางของอาเซียน

ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ‘กองทัพไทย’ พยายามเป็นผู้นำร่อง บุกเบิก ชักชวนสมาชิกอาเซียนเข้าสู่ความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ เช่น การก่อตั้งศูนย์แพทย์อาเซียน เพื่อรองรับภัยคุกคามด้านความมั่นคงในมิติใหม่ ที่ไม่ได้มาจากการสู้รบหรือการเผชิญหน้าเฉกเช่นในอดีต แต่มาในรูปแบบภัยพิบัติธรรมชาติ หรือการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย จนได้รับเสียงชื่นชมจากนานาประเทศ

หรือแม้กระทั่งภัยคุกคามด้านไซเบอร์ ในลักษณะสงครามลูกผสม ที่ทุกประเทศได้รับผลกระทบเป็นลูกระนาดแนวเดียวกัน ก็อาศัยเวทีการประชุมในระดับผู้นำทหาร เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และหาวิธีป้องกัน ตลอดจนถึงการก่อการร้ายในภูมิภาค และการหลงผิดของประชาชนที่เข้าร่วมขบวนการ ซึ่ง ‘กองทัพไทย’ เป็นตัวกลางเดินสายสัมพันธ์ที่ดีเสมอมา

นอกจากนี้ กองทัพไทย ยังสร้างความร่วมมือของประเทศสมาชิกอาเซียนและชาติมหาอำนาจผ่านการฝึกในรูปแบบต่างๆ เพื่อเรียนรู้วิทยาการและแลกเปลี่ยนทางด้านยุทธวิธี อาทิ การฝึกคอบร้าโกลด์กับสหรัฐอเมริกา หรือแม้กระทั่งกับสาธารณรัฐประชาชนจีนหรืออินเดีย ที่ต่างจับจ้องและให้ความสำคัญกับภูมิภาคอาเซียนในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั้งทางน้ำและทางบก

ในขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่าปัจจัยภายในและนอกประเทศ ล้วนมีความละเอียดอ่อน แม้ภาพลักษณ์ภายนอก กลุ่มอาเซียนจะมีความสัมพันธ์ที่ดียึดมั่นในหลักการ คือการไม่ละเมิดแนวคิดลัทธิ และเคารพสิทธิ์ในรูปแบบการปกครองของแต่ละประเทศ ซึ่งมีความหลากหลายและแตกต่างกันในภูมิภาคนี้ ล้วนขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและประเพณี

แต่กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังมีความคุกรุ่นในกลุ่มชาติสมาชิก ที่สะท้อนออกมาในรูปแบบการสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บและสร้างแสนยานุภาพของกองทัพ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่อาเซียนจะกลายเป็นตลาดที่ใหญ่สุด ที่ประเทศมหาอำนาจมองว่ามีกำลังซื้อที่หอมหวนและต่างพุ่งเป้ามายังภูมิภาคนี้

อีกทั้งยังมีปัจจัยการเมืองภายในประเทศที่กลุ่มเคลื่อนไหวมักจะหยิบยกข้อแตกต่างระหว่างชาติสมาชิกอาเซียนมาเป็นประเด็นกดดันในทางอ้อม อย่างกรณีเลิกเกณฑ์ทหาร ซึ่งปัจจุบันมีเพียงไทยและสิงคโปร์เท่านั้น ที่ยังดำรงรูปแบบจารีตการตรวจเลือกการเกณฑ์ทหาร ในขณะที่ประเทศอื่นใช้รูปแบบการสมัครใจ

อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับประเทศในอาเซียน ถึงการถ่วงดุลกับชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐ ถือว่า ‘กองทัพไทย’ มีศิลปะและชั้นเชิงในการรับมือกับสภาวะการปกครองที่อยู่ในรูปแบบ ‘รัฐประหาร’ แต่สามารถบริหารจัดการความสัมพันธ์ได้อย่างราบรื่น ในขณะเดียวกันก็ยังแสวงหาประเทศมหาอำนาจอื่นที่พร้อมยอมรับในสภาวะต้องจัดการเรื่องภายในให้เรียบร้อย ก่อนเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย

ทั้งนี้หาก ‘กองทัพไทย’ จะก้าวไปเป็นแกนนำอาเซียน ต้องยกระดับการเป็นทหารยุคใหม่ที่นอกจากจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องประชาธิปไตยแล้ว เรื่องสิทธิมนุษยชนยังเป็นสิ่งที่ต้องคำนึง เพราะในอนาคตการแก้ไขปัญหาทางการเมืองด้วย ‘รัฐประหาร’ จะไม่ตอบโจทย์ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ขณะเดียวกัน ‘กองทัพ’ ก็เล็งเห็นถึงความจริงในข้อนี้ จึงเริ่มปรับตัวโดยสะท้อนผ่านแนวทางของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ที่ให้ความสำคัญกับการส่งทหารไปศึกษาหลักสูตรต่างๆ ในสหรัฐ นอกจากจะเพิ่มพูนขีดความสามารถแล้ว ยังเรียนรู้กระบวนการของนายทหารภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

แนวโน้ม ‘กองทัพไทย’ ที่จะกลายเป็นแกนนำของอาเซียนนั้นคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ซึ่งสะท้อนผ่านท่าทีของผู้นำเหล่าทัพ ในการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตทางความคิดของนายทหารรุ่นใหม่ เพื่อสอดคล้องกับวิถีทางประชาธิปไตย ที่จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงกองทัพให้เป็นสากลมากขึ้น

เปิดใจ รสนา โตสิตระกูล ลงสู้ศึกเลือกผู้ว่าฯกทม. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/397576?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เปิดใจ รสนา โตสิตระกูล  ลงสู้ศึกเลือกผู้ว่าฯกทม.

7 พฤศจิกายน 2562 – 10:20 น.
เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม,รสนา โตสิตระกูล
เปิดอ่าน 1,634 ครั้ง

เปิดใจ รสนา โตสิตระกูล  ลงสู้ศึกเลือกผู้ว่าฯกทม. โดย…   เนชั่นสุดสัปดาห์

สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ลุกเป็นไฟ เมื่อ “รสนา” ผู้เคยคว้าคะแนนถล่มทลาย ถึง 743,397 คะแนน ในการเลือกตั้ง ส.ว.กทม. เริ่มขยับตัวลงชิงชัย

เป็นอีกหนึ่งชื่อที่อยู่ในกระแสล่าสุดสำหรับ “รสนา โตสิตระกูล” ในการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

เวทีการเมืองระดับท้องถิ่นคึกคักขึ้นทุกขณะ สำหรับสนามเมืองหลวง ที่ผ่านมาหลายพรรคการเมืองใหญ่เริ่มขยับสรรหาตัวแทนลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.กันแล้ว ทำให้สนามเลือกตั้งแห่งนี้ จะเริ่มกลับมาดุเดือดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

“เนชั่นสุดสัปดาห์” มีโอกาสพูดคุยกับ “รสนา” ถึงกระแสข่าวเตรียมตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

เริ่มต้น “รสนา” ตอบคำถามถึงกระแสข่าวที่เกิดขึ้นนั้นยอมรับว่ากำลังคิดอยู่ เพราะมีหลายคนสนับสนุน ส่วนการตัดสินใจอย่างไร จะประเมินจากประชาชนจากการไปพบปะกับกลุ่มต่างๆ

หากตัดสินใจลงสมัครจะลงในนามอิสระ ไม่ใช่จากตัวแทนพรรคการเมือง

ขณะที่การตัดสินใจครั้งนี้จะเกี่ยวกับเสียงคนกรุงเทพฯ 743,397 คะแนน ที่เคยได้รับเมื่อครั้งลงสมัคร ส.ว. ปี 2551 หรือไม่นั้น “รสนา” บอกว่า คนที่เคยเลือกไม่ได้มาจากฐานเสียงของพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นเรื่องการเลือกตั้ง ส.ว.กับผู้ว่าฯ กทม. มีความแตกต่างกันพอสมควร เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องนำมาประเมิน แต่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จะเกิดขึ้นเมื่อใดยังไม่มีความชัดเจน ทำให้มีเวลาในการตัดสินใจจากปัจจัยต่างๆ ถ้าชัดเจนเมื่อใดจะเปิดแถลงประกาศให้ทราบ

สำหรับมุมมองการแก้ปัญหาให้กรุงเทพฯ “รสนา” บอกว่า มองเรื่องการแก้ปัญหาทำมาหากินของคนในเมืองจะทำอย่างไรให้คนมีโอกาสและมีพื้นที่ทำมาหากิน

ขณะนี้การทำมาหากินของคนระดับประชาชนทั่วไปถือว่าฝืดเคือง ปัญหาเรื่องขยะ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่องการบริหารงบประมาณอย่างโปร่งใส จากงบประมาณ 8 หมื่นล้านของหน่วยงาน กทม.แต่ละปี ถ้ารั่วไหล 10% ก็คิดเป็น 8,000 ล้านบาท ถ้า 20% คิดเป็น 1.6 หมื่นล้านบาท หรือถ้ารั่วไหลเกิน 30% ก็เกิน 2 หมื่นล้านบาท

สิ่งเหล่านี้ถ้าตัดสินใจจะลงสมัครรับเลือกตั้ง อยากจะให้ประชาชนมีส่วนร่วม จะเสนอการเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ในเรื่องคุณภาพชีวิต เป็นสิ่งที่อยากฟังจากเสียงชาวกรุงเทพฯ ก่อนการตัดสินใจเช่นกัน

“กรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องของการแย่งชิงกันทางการเมือง แต่เป็นเรื่องที่จะทำอย่างไรให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเมืองมีคุณภาพที่ดีขึ้น แต่ในกรุงเทพฯ มีความซับซ้อนและไม่ง่าย ไม่เหมือน ส.ว. เพราะไม่มีเรื่องงบประมาณเข้ามาแย่งชิงกัน เรื่องนี้ต้องอยู่ที่ความพร้อมของตัวเอง ถ้าอยากจะทำต้องฟังเสียงสนับสนุนของประชาชนก่อน”

“รสนา” อธิบายถึงการฟังเสียงประชาชน จะมาจากการลงพื้นที่และอาจจะทำข้อมูลให้ประชาชนแสดงความเห็นว่าอยากเห็นกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงในเรื่องอะไร ส่วนตัวสนใจรายละเอียดลงไปในระดับพื้นที่ ถ้าจะทำนโยบายต้องเริ่มต้นพัฒนามาจากระดับล่าง จากปัญหาของประชาชนจริงๆ ด้วยการลงไปฟังประชาชน ซึ่งขณะนี้มีผู้มาชักชวนไปพบประชาชนในแต่ละพื้นที่เพื่อฟังปัญหาและความคิดที่อยากเห็นผู้ว่าฯ กทม. เป็นแบบไหน อยากเห็นกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงอะไร จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลมาประเมินประกอบการตัดสินใจ

ถามไปถึงการตัดสินใจครั้งนี้ จะพิจารณาจากปัจจัยผู้สมัครพรรคการเมืองอื่นด้วยหรือไม่ “รสนา” บอกว่าอยากฟังจากประชาชนมากกว่า ไม่ได้นึกถึงประเด็นว่าใครจะมาแล้วเป็นอย่างไร โดยเฉพาะต้องพิจารณาจากทีมงานที่สนับสนุนว่าตัวเรามีศักยภาพพอหรือไม่ หลายคนมองว่าเราเป็นนักตรวจสอบไม่ใช่ภาพนักบริหาร ซึ่งจุดนี้ทำให้ต้องมีทีมงานและผู้ที่มีความสามารถหลากหลายเข้ามาช่วย ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญจะพิจารณา

แต่สิ่งที่ต้องการเห็นในเรื่องการตรวจสอบหากเป็นการบริหาร จะเป็นงานบริหารที่ต้องมี “ธรรมาภิบาล” จะเป็นไปได้หรือไม่จะทำให้เงินใต้โต๊ะไม่มี งบประมาณไม่รั่วไหลจะทำให้ได้จริงหรือไม่ เป็นสิ่งที่ตัวเองต้องประเมินตรงนี้ เพราะถ้าลงไปสมัครผู้ว่าฯ กทม.จริง อยากเห็นโอกาสที่ทำได้ ไม่ใช่ลงไปแล้วพูดขายฝันเฉยๆ แต่เข้าไปแล้วทำอะไรไม่ได้

“การตรวจสอบจะปรับมาเป็นการบริหารที่โปร่งใส โดยทีมงานที่เป็นดรีมทีมที่จะมาช่วยให้งานบริหารโปร่งใส เพราะกรุงเทพฯ เป็นงานใหญ่ มีปัญหาสะสมค่อนข้างมาก นอกจากดรีมทีมที่เป็นทีมงาน คิดว่าประชาชนต้องมีส่วนเข้ามาช่วยกัน เหมือนคุณพร้อมเข้ามากวาดบ้านทำความสะอาดด้วยกัน ที่เราบอกว่าสังคมดีไม่มีขายและไม่มีใครบันดาลให้ด้วยนะ สังคมดีเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกัน เป็นเรื่องที่ตัวเองต้องประเมินความรู้สึกของคนกรุงเทพฯในจุดนี้ด้วย”

“รสนา” ยอมรับว่า ขณะนี้มีทีมงานอยู่บ้าง แต่ต้องมีเพิ่มเติม ส่วนในแง่ที่ไม่มีฐานการเมืองแบบพรรคการเมืองที่มีเงินนั้น ส่วนตัวไม่มีความคิดอยากจะใช้เงินเข้าสู่อำนาจ เพราะส่วนใหญ่ที่เห็นการลงทุนเข้าสู่การเมือง ที่สุดก็เข้าไปถอนทุน ตรงนี้เป็นโจทย์ว่าถ้าจะเข้าไปสู่ในจุดนี้ โดยไม่ใช้เงินมากมายจะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะตัวเองไม่ใช้เงินมหาศาล ลองคิดว่าถ้าทำงานตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. 4 ปี มีเงินเดือนรวมกันประมาณ 4-5 ล้านบาท ถ้าต้องใช้เงิน 30 ล้าน 100 ล้านเพื่อเข้ามาก็ไม่มีเหตุผล เมื่อพรรคการเมืองขนาดใหญ่ก็มีเยอะ เพราะฉะนั้นหากลงสมัครในนามอิสระโดยไม่ได้มีฐานเสียง ไม่มีเงินทองมากมาย ก็ตั้งใจอยากให้กรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลง

ส่วนแนวคิดเรื่องการทำมาหากิน ขณะที่ กทม.ยังมีนโยบายจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย “รสนา” บอกว่าเรื่องนี้ต้องหาจุดร่วมกัน คนชั้นกลางไม่อยากให้มีหาบเร่แผงลอย แต่กลุ่มหาบเร่แผงลอยอาจต้องอาศัยพื้นที่สาธารณะเพื่อทำมาหากิน ต้องดูความเหมาะสมจะแบ่งปันอย่างไร ต้องมีการจัดระเบียบ เป็นประเด็นสำคัญต้องเข้าไปฟังเพื่อทำเป็นนโยบาย ให้หาบเร่แผงลอยมีพื้นที่ประกอบอาชีพ แต่การประกอบอาชีพต้องถูกจัดระเบียบไม่ใช่เลยเถิดจนคนอื่นเดือดร้อน

ขณะที่แนวคิดการแก้ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ เป็นเรื่องต้องช่วยกันหลายส่วน เมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 ขณะนั้นยังเป็น ส.ว. สมัยนั้นรัฐบาลทิ้งฝั่งธนบุรี เพื่อไปแก้ปัญหาฝั่งพระนคร ซึ่งตัวเองเป็นคนฝั่งธนบุรี แต่ชวนชาวบ้านริมคลองมานั่งคุยกัน ก็รู้มาว่าในกรุงเทพฯ มีคลองแนวดิ่งเยอะมาก แต่ กทม.ไม่ใช่ มีน้ำท่วมบนถนนแต่น้ำในคลองกลับแห้ง จึงไปดูคลองก็เห็นมีขยะ คลองตื้นเขิน ตอนนั้นชาวบ้านแนะนำให้ทำการผลักดันน้ำตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อฟังชาวบ้านแล้วจึงระดมสรรพกำลังเข้ามา ทั้งทหาร จากที่มี ส.ว.เป็นทหารหลายคนสามารถประสานนำทหารไปช่วยลอกคลอง มีชาวบ้านมาช่วยกันเก็บขยะ วัชพืชต่างๆ

“จากที่รัฐบาลบอกว่าจะทิ้งพระราม 2 เพราะท่วมแน่นอนหากมีมวลน้ำไหลข้ามทางรถไฟสายใต้ใหม่ แต่จากการทดลองทำ เราทำให้น้ำไม่ท่วมพระราม 2 โดยขณะนั้นกรมชลประทานบอกว่า จากน้ำที่ไหลลงทะเลผ่านคลองอยู่ที่ 3 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่สามารถเพิ่มเป็น 3 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทำให้น้ำไม่ท่วมพระราม 2”

จากเหตการณ์นี้ทำให้ “รสนา” มั่นใจว่าการแก้ปัญหาหลายๆ ต้องดึงสรรพกำลังจากคนในพื้นที่มาร่วมกันปัญหาในกรุงเทพฯ เพราะคลังของคนในกรุงเทพฯ มีเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้รับโอกาส จึงต้องเข้าไปแก้ปัญหาโดยอาศัยการสะท้อนของชาวบ้านในพื้นที่

“เราอยากจะดึงคนที่มีความสามารถ คนคุ้นเคยกับพื้นที่ มาเสนอความเห็นเพื่อแก้ปัญหากรุงเทพฯ ต้องมาจากความร่วมมือกัน แต่ต้องผ่านด่านแข่งขันกว่าจะเข้าไปพื้นที่นั้นได้ ตรงจุดนี้เป็นสิ่งที่ประเมินอยู่ว่าตัวเองมีพละกำลังพอหรือไม่ที่จะเข้าไปต่อสู้ได้”

“สม รังสี” เล่น-ไม่-เป็น จุด “ไฟ” ไม่ติด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/397575?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“สม รังสี” เล่น-ไม่-เป็น จุด “ไฟ” ไม่ติด

7 พฤศจิกายน 2562 – 10:15 น.
สม รังสี,กัมพูชา,ฮุน เซน,สมเด็จฮุน เซน
เปิดอ่าน 2,952 ครั้ง

คอลัมน์ “ท่องยุทธภพ” โดย “ขุนน้ำหมึก” หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 7 พ.ย.62

*****************************

ในที่สุดประเทศไทยก็ตกอยู่ในสถานการณ์ “เกมชิงอำนาจ” ระหว่าง สมเด็จฮุน เซน” กับ สม รังสี” เมื่ออดีตผู้นำฝ่ายค้านเขมรมีแผนการจะเดินทางออกจากกรุงปารีส ฝรั่งเศส วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 931 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 8 พฤศจิกายน และจะเดินทางไป อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อข้ามพรมแดนเข้าสู่ปอยเปตในวันถัดไป

สม รังสี หวังที่จะไปกราบแผ่นดินเขมร ก่อนตาย 

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า เราดำเนินการตามมติของอาเซียน เราจะไม่ยุ่งกิจการภายในซึ่งกันและกัน และเราจะไม่ยอมให้ผู้ต่อต้านรัฐบาลมาใช้พื้นที่ไทยเป็นพื้นที่ในการเคลื่อนไหว ได้สั่งการไปแล้ว คงไม่ได้เข้ามา

แหล่งข่าวในกลุ่มภาคประชาชนกัมพูชามองว่า สม รังสี เลือกประเทศไทย เพราะเชื่อว่ารัฐบาลไทยจะไม่ขัดขวางการเดินทางไปปอยเปตของเขา ต่างจากรัฐบาลลาวและรัฐบาลเวียดนาม ที่มีความใกล้ชิดกับสมเด็จฮุน เซน มากกว่า

หมายจับเกลื่อนชายแดน

หลังกลับจากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 “สมเด็จฮุน เซน” ได้ย้ำอีกครั้งว่ากองทัพกัมพูชา เตรียมการบังคับใช้กฎหมายตามคำสั่งศาลต่อสม รังสี และอดีตผู้นำพรรคซีเอ็นอาร์พี รวมถึงสมาชิก “กลุ่มกบฏ” ที่กำลังวางแผนจะกลับกัมพูชาในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้

“กัมพูชาไม่สามารถปล่อยให้กลุ่มคนทรยศชาติ ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ มาสร้างความวุ่นวายเพื่อขัดขวางความก้าวหน้าของกัมพูชาอีกต่อไปได้”

หมายจับ สม รังสี และคณะ 8 คน

เวลานี้ทุกด่านพรมแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่ด่านช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ไปจนถึงด่านจุดผ่านแดนถาวร อ.คลองใหญ่ จ.ตราด จะมีป้ายไวนิลติดภาพหมายจับ “สม รังสี” และอดีต ส.ส.พรรคซีเอ็นอาร์พีอีก คน เต็มไปหมด

อดีตสมาชิกพรรคฝ่ายค้านถูกจับ

ฝ่ายสมเด็จฮุน เซน ถือโอกาสนี้ปลุกพลังรักชาติและระดมทหารจำนวนมากไปตรึงกำลังที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ราวกับจะไปทำสงครามครั้งใหญ่

ลำพัง สม รังสี คนเดียวคงไม่มีอะไร แต่ฝ่ายพนมเปญคาดว่าจะมีนักสิทธิมนุษยชนจากยุโรปและสหรัฐเดินทางมาเป็นเกราะคุ้มกันอดีตผู้นำฝ่ายค้านเขมรด้วย

จับตาแรงงานเขมร

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 สม รังสี ได้โพสต์ภาพตัวเขาเองยืนอยู่ที่กำแพงเบอร์ลิน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของประชาธิปไตย พร้อมบอกว่า เตรียมตัวจะไปขึ้นเครื่องบิน ออกจากจากปารีสมุ่งสู่กรุงเทพฯ

รถยานเกราะเต็มเมืองปอยเปต

ระหว่างที่ลี้ภัยอยู่ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส สม รังสี ได้พูดถึงการลุกฮือของพลังประชาชนฟิลิปปินส์ ซึ่งดำเนินการต่อสู้โดยสันติวิธี มีการเดินขบวนหลายครั้งจนกระทั่งกองทัพประกาศเข้าร่วมกับประชาชน ขับไล่จอมเผด็จการเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จนต้องหลบหนีไปฮาวายพร้อมครอบครัว

วันจันทร์ที่ผ่านมาแอดมิจแฟนเพจ Sam Rainsy ได้เผยแพร่คลิปแรงงานชาวเขมรในไทย มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มเล็กๆ และเตรียมความพร้อมที่จะเดินนำหน้าพาสม รังสี กลับไปกราบแผ่นดินเขมรตามที่วางแผนกันไว้

พลซุ่มยิง เตรียมประจำการหลังคากาสิโนปอยเปต

2 ปีมานี้กลุ่มผู้สนับสนุนสม รังสี และพระสงฆ์ชาวเขมรได้เข้าเคลื่อนไหวจัดตั้งกลุ่มแรงงานเขมรในไทย โดยเย็นวันที่ 7 พฤศจิกายน กลุ่มต่อต้านรัฐบาลฮุน เซน จะเดินทางไปรวมตัวกันที่ด่านคลองลึก สระแก้ว

สม รังสี ประกาศพร้อมจะยอมตายหากว่าความตายของเขาจะปลุกพลังประชาชนให้ลุกฮือขึ้นมาโค่นล้มรัฐบาลฮุน เซน

กวาดล้างใหญ่

ภายในกัมพูชา กองทัพกัมพูชาภายใต้การนำของสมเด็จพิชัย เตีย บัญ รัฐมนตรีกลาโหม และพล.ท.ฮุน มาเน็ต ผู้บัญชาการทหารบก มีคำสั่งเตรียมพร้อมสำหรับหน่วยทหารประจำจังหวัดต่างๆ ตามแนวชายแดนทุกด้าน

เย็นวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้บุกเข้าตรวจค้นอาคารสำนักงานพรรคซีเอ็นอาร์พี กลางกรุงพนมเปญ ซึ่งศาลพนมเปญได้มีคำสั่งยุบพรรคซีเอ็นอาร์พี เมื่อ 2 ปีที่แล้ว

ในการตรวจค้นครั้งนี้ตำรวจได้จับกุมอดีตสมาชิกพรรคซีเอ็นอาร์พี 10 คน พร้อมหลักฐานแผ่นวีซีดีคำปราศรัยปลุกระดมของสม รังสี และวิทยุสื่อสาร

เมืองปอยเปต ซบเซา หวั่นเกรงเหตุปะทะ เพราะทหารเยอะมาก

สื่อออนไลน์ในกัมพูชาฝ่ายที่เชียร์รัฐบาลฮุน เซน ออกมาแฉว่า มีอดีตสมาชิกพรรคซีเอ็นอาร์พี ชื่อ Chakchar ได้ประชุมวางแผนอยู่ในกรุงเทพฯ โดยพวกเขาเตรียมสร้างสถานการณ์ความรุนแรงที่ชายแดนด้านปอยเปต

สุดสัปดาห์นี้สงครามความแค้นของ “เขมร ขั้ว” อาจปะทุขึ้นที่ชายแดนไทย คนไทยอาจเจอลูกหลง

เจ้าภาพบอลโลก 2034 มีหลายอย่างต้องทำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/397500?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เจ้าภาพบอลโลก 2034 มีหลายอย่างต้องทำ

7 พฤศจิกายน 2562 – 09:15 น.
เจ้าภาพบอลโลก 2034 เจ้าภาพบอลโลก 2034,อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน
เปิดอ่าน 1,047 ครั้ง

เจ้าภาพบอลโลก 2034 มีหลายอย่างต้องทำ คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

การประชุมสุดยอดมาเซียน ครั้งที่ 35 เสร็จสิ้นลงไปแล้วและที่เห็นกันอยู่คือผู้นำทุกประเทศต่างชื่นชมไทยที่จัดการประชุมในฐานะเจ้าภาพอย่างดียิ่ง

มีสิ่งหนึ่งที่แปลกออกไปจากครั้งก่อนๆ ได้แก่ประธานฟีฟ่า ‘มร.จานนี อินฟานติโน’ ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ พร้อมมีข้อเสนอแนะว่าประเทศในกลุ่มอาเซียน คือ ไทย-อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-สิงคโปร์-เวียดนาม จะเสนอตัวจัดบอลโลก 2034 หรือ 15 ปี ข้างหน้าว่าไทยคงต้องสร้างสนามบอลแห่งใหม่เพราะที่มีอยู่เล็กเกินไปความจุไม่ถึง 80,000 คน ที่พอเห็นว่าความฝันจะเป็นความจริงได้เป็นการร่วมลงนามเอ็มโอยู ระหว่างประธานฟีฟ่ากับผู้นำอาเซียน

อย่างที่ ‘ดับเครื่องชน’ เคยเสนอว่าการเป็นเจ้าภาพบอลโลกจะต้องมีคู่แข่งขันมากมายและต้องใช้เงินงบประมาณมหาศาล จึงขอให้กำลังใจว่าประเทศในกลุ่มอาเซียนต้องร่วมมือร่วมใจกันเต็มที่

อยากให้ทราบถึงการสนับสนุนของ ส.ส.”เดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี จากพรรครัฐบาล ‘พลังประชารัฐ’ ที่มองว่าการเป็นเจ้าภาพบอลโลก 2034 จะเป็นความฝันสูงสุดและกระตุ้นระบบเศรษฐกิจระยะสั้น-ระยะยาว มากมาย

แล้วเป็นการท้าทายอย่างยิ่งแม้ว่าเป้าหมายจะไปถึงหรือเป็นจริงได้หรือไม่ส่วนจะคุ้มค่าแค่ไหนก็อยู่ที่ว่าจะควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นได้

นี่เป็นข้อคิดเห็นสรุปจากหลายแง่มุมมาแจ้งให้ทราบและต้องลงมือทำกันตั้งแต่เวลานี้เพราะวันเวลารวดเร็วกว่าติดปีกบิน และถึงเวลานั้นผู้นำอาเซียนที่เห็นๆ กันอยู่อาจจะอยู่ไม่ถึงก็ได้

เกรงว่าผู้นำอาเซียนรุ่นต่อไปจะล้มเลิกแผนการนี้มากกว่า
อ๊อด เทอร์โบ


 5 วิธี เลิกบุหรี่
 อย่างมีประสิทธิภาพ

ผมเขียนจดหมายฉบับนี้มาเพื่อขอแชร์ประสบการณ์เลิกบุหรี่เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆ ที่คิดจะเลิกบุหรี่ เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่สูบบุหรี่มานานมากกว่า 10 ปี พยายามเลิกนับครั้งไม่ถ้วน พยายามสูบให้น้อยลงแต่ก็ไม่ได้ผล จนวันหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าสุขภาพตัวเองแย่มาก ตั้งใจว่าครั้งนี้ต้องเลิกให้ได้และสุดท้ายก็ทำสำเร็จ จึงอยากแชร์วิธีเลิกบุหรี่ที่ทำได้ง่ายๆ จากเว็บไซต์ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดย อ.นพ.ธีรยุทธ รุ่งนิรันดร ได้แนะนำ 5 วิธี เลิกบุหรี่อย่างมีประสิทธิภาพ คือ

1.ค้นหาแรงจูงใจให้ตัวเอง การเลิกบุหรี่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นอย่างไรบ้าง จะเป็นผลดีต่อคนรอบข้างอย่างไรบ้างเมื่อตนเองเลิกได้

2.หาวันที่เหมาะสมในการเริ่มต้นอาจเป็นวันที่มีความหมายต่อตนเอง เช่น วันเกิด วันเกิดของลูก หรือฤกษ์ดีอื่นๆ เช่น วันพระ วันปีใหม่ วันสำคัญทางศาสนา

3.หักดิบดีกว่าค่อยๆ หยุด โดยทั่วไปการเลิกบุหรี่โดยการหักดิบจะมีโอกาสเลิกได้สำเร็จในระยะยาวมากกว่าการค่อยๆ หยุด

4.ใช้ยาช่วยเลิกในกรณีที่สูบตั้งแต่ 10 มวนต่อวัน ปัจจุบันมียาหลากหลายที่ให้ผลดีมาก เช่น ยาวาเรนิคลิน ยาบูโบรพิออน และนิโคตินทดแทน

5.หลีกเลี่ยงและกำจัดสิ่งกระตุ้นให้สูบบุหรี่ ใช้สเปรย์ดับกลิ่นบุหรี่ที่ยังตกค้างตามที่ต่างๆ ทิ้งไฟแช็กและที่เขี่ยบุหรี่ รวมถึงรู้จักปฏิเสธผู้ที่ชักชวนให้สูบ

การสูบบุหรี่นั้นเป็นโทษมากกว่าประโยชน์แต่ไม่รู้ทำไม่ถึงยังมีคนสูบอยู่ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ดีทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม แต่ก็มีบางคนที่เลิกได้แล้ว อยากให้ทุกคนนั้นเลิกสูบบุหรี่เถอะถ้าใครที่มีลูกก็ขอแค่ให้คิดว่าจะเป็นผลเสียต่อลูกและอาจทำให้ลูกทำตาม

เอาใจช่วยคนที่คิดจะเลิกนะครับ อยู่ที่ใจล้วนๆ ส่วนคนที่ยังไม่เลิก สูบต่อไปเรื่อยๆ อย่าคิดว่าไม่เป็นอะไร ลองสังเกตตัวเองดูดีๆ สู้ๆ นะครับ ทุกคน
ชูเกียรติ (ลพบุรี)

 เรียนคุณ ‘ชูเกียรติ’ ลพบุรี
ขอบคุณสำหรับจดหมายของคุณซึ่งมีประโยชน์มาก ผมขออนุญาตเป็นสื่อกลางแจ้งให้ทราบและทุกอย่างอยู่ที่ใจอย่างแจ้งมาจริงๆ

สำหรับ 5 วิธีการเลิกบุหรี่ที่แจ้งมาทำได้ไม่ยากและได้ผลดีมากหากจะค่อยๆ ทำไปแบบง่ายๆ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน

ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้ผู้เลิกสูบบุหรี่และหากเอาเงินที่จะซื้อบุหรี่ไปใช้ดูแลสุขภาพตัวเองจะดีกว่าและเชื่อว่าหากทุกท่านตั้งใจจริงแล้วก็อดหรือเลิกบุหรี่ได้แน่ๆ อ๊อด เทอร์โบ


 รถติดเพราะอะไร
 ช่องจราจรถูกจอดแช่กีดขวาง
(ผ่านไปยังตำรวจ)

ผมมีข้อมูลเห็นอยู่ทุกวัน แจ้งอีกทีมายังตำรวจจราจรทุกท่านว่าจะต้องรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัดดังต่อไปนี้

ผมเป็นผู้ใช้ถนนที่ต้องผ่านถนนเจริญกรุง จากถนนสุรวงศ์เพื่อผ่านถนนเจริญกรุง ช่วงเย็นๆ 5 โมงเย็นรถจะติดมาก ติดแบบระยะทางแค่ 500 เมตรติดเป็นชั่วโมง เกิดจากรถสองแถวแดงจะจอดแช่ที่ป้ายรถเมล์ตรงข้ามโรบินสันบางรัก แบบไม่สนใจโลก ช่องถนนไป 2 เลน กลับ 2 เลน รถสองแถวแดงจอด 1 เลน ทำให้รถต้องเบี่ยงเพื่อบีบกันออกขวา พอเลยไปอีกสักหน่อยเลยช่วงใต้สะพานสาทรไป ปากซอยเจริญกรุง 50 ก็มาเจอรถสามล้อ 3-4 คันจอดแช่ ดับเครื่อง 1 ช่องจราจร ทำให้รถต้องเบี่ยงขวาอีกเป็นอย่างนี้นานแล้ว

ผมเห็นจดหมายแบบเดียวกันนี้ส่งไปยังหนังสือพิมพ์หลายฉบับและขอร่วมแจ้งถึงความเดือดร้อนและสาเหตุมาด้วยว่าเห็นกันทุกวันแต่ปล่อยนิ่งเฉยเพราะอะไร?
เจริญ (ผู้เดือดร้อน)
