สถานการณ์ไวรัสที่บานปลาย การช่วยคนไทยกลับประเทศอาจไม่ใช่เรื่องง่าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612887

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 17:24 น.

สถานการณ์ไวรัสที่บานปลาย การช่วยคนไทยกลับประเทศอาจไม่ใช่เรื่องง่าย

หลังจากที่รัฐบาลจีนสั่งปิดเมืองอู่ฮั่น บางประเทศก็เริ่มติดต่อกับรัฐบาลจีนเพื่อที่จะขอส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำมารับพลเมืองของตน แม้แต่บริษัทเอกชนบางแห่งก็เสนอไปที่รัฐบาลจีนเช่นกัน

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะจีนอาจจะไม่ยอมปล่อยให้ใครออกมาจากอู่ฮั่นง่ายๆ แม้จะเป็นพลเมืองชาติอื่น เพราะหากมีผู้ติดเชื้อออกมาจากเมืองแล้วลุกลามไปยังที่อื่นๆ จีนในฐานะพลเมืองโลกก็จะลำบากไปด้วยเช่นกัน

การควบคุมการระบาดไม่ให้ขยายวงกว้างก็จะล้มเหลวไป!

ดังนั้น เรื่องนี้จึงต้องเป็นระดับนายกรัฐมนตรีที่ต้องออกมาชี้แจง เช่น กรณีของญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะเพิ่งจะแถลงด้วยตัวเองว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังหารือกับทางการจีนเพื่อขอส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำไปรับพลเมืองญี่ปุ่นราว 700 คน ออกมาจากอู่ฮั่น

ในส่วนของสหรัฐ กระทรวงการต่างประเทศมีแถลงการณ์ว่า กำลังดำเนินการอพยพเจ้าหน้าที่และประชาชนชาวอเมริกันออกมาจากอู่ฮั่นแล้วแวะที่ซานฟรานซิสโก แต่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเตือนว่า มีพื้นที่จำกัดสำหรับประชาชนทั่วไป ซึ่งหมายความว่า เจ้าหน้าที่จะมาก่อน ในส่วนประชาชนใครมาช้าอาจจะต้องติดแหงกอยู่ในอู่ฮั่นต่อไป

จะเห้นว่าแม้แต่สหรัฐยังเห็นว่าเป็นเรื่องยากในการอพยพประชาชนออกมา ดังนั้นเรื่องนี้จึงต้องเตรียมการแต่เนิ่นๆ จะช้าไม่ได้ เพราะกระบวนการซับซ้อน ทรัพยากรจำกัด และล่าสุด รัฐบาลจีนยอมรับแล้วว่า การระบาดรวดเร็วกว่าที่คาด

ดีไม่ดีอาจจะต้องอพยพประชาชนจากเมืองอื่นด้วยซ้ำ!

มาดูที่ฝรั่งเศส มีแผนการที่จะอพยพประชาชนจากมณฑลหูเป่ยด้วยรถบัส แต่เรื่องนี้ก็ไม่ง่ายเพราะหูเป่ยถูกปิดเส้นทางแล้ว ไหนจะต้องเสียเวลาตรวจสอบการติดเชื้อหรือแม้แต่การกักตัวเมื่อถึงจุดหมาย

กรณีที่ชัดเจนคือ บริษัท PSA ค่ายรถยนต์ของฝรั่งเศสเจ้าของเปอโยต์และซีตรองกล่าวในแถลงการณ์จะอพยพพนักงาน 38 คน แต่เมื่อออกจากอู่ฮั่นแล้วทั้งหมดถูกกักกันตัวในเมืองฉางซาซึ่งอยู่ห่างจากอู่ฮั่นประมาณ 300 กิโลเมตรก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้กลับสู่ประเทศต้นกำเนิด

รัสเซียนั้นคุยกับทางการจีนตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม ว่าจะอพยพประชาชนจากอู่ฮั่นและมณฑลหูเป่ย แต่ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้า

สรุปก็คือ สหรัฐ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และรัสเซียหารือกับฝ่ายจีนแล้วว่าจะอพยพคนของตนออกมา แต่อาจเป็นเพราะสถานการณ์ซับซ้อน จึงยังไม่มีประเทศไหนที่สามารถดำเนินการตามแผนได้

ในตอนนี้ เริ่มมีเสียงสะท้อนจากคนไทยในอู่ฮั่นแล้วว่าคงจะทนสถานการณ์ไม่ไหว และขอร้องให้รัฐบาลรับตัวกลับไป เรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศจัดประชุมหารือในวันนี้แล้ว

แต่ผู้เขียนคิดว่ารัฐบาลขยับตัวเรื่องนี้ช้าเกินไป ช้าจนสถานการณ์ซับซ้อนและรุนแรงเกินกว่าที่จีนจะปล่อยให้มีการอพยพคนออกมาจากเมืองได้ง่ายๆ แม้คนไทยจะมีแค่ราว 50 คนในอู่ฮั่นก็ตาม ขนาดประเทศมหาอำนาจยังรอแล้วรออีกกว่าจีนจะยอมให้อพยพ

ถึงอพยพออกมาได้ก็จะต้องถูกกักตัวเอาไว้ที่ใดที่หนึ่ง ไม่ในจีนก็ต้องในไทย

อย่างไรก็ตาม หากออกมาจากอู่ฮั่นได้พี่น้องคนไทยอาจรู้สึกอุ่นใจขึ้น ไม่ต้องทนอยู่ในภาวะสิ้นหวัง เงียบเหงา และหวาดกลัว โดยเฉพาะความขาดแคลนที่เกิดจากการปิดเมืองและกักตุนอาหาร

แต่ขอเตือนว่า หากสถานการณ์ร้ายแรงกว่านี้ เราอาจจะต้องเตรียมพร้อมกับการอพยพคนไทยจากเมืองอื่นๆ เช่นกัน และที่สำคัญรัฐบาลจะต้องทำงานรวดเร็วกว่านี้

และที่สำคัญ (กว่านั้นอีก) รัฐบาลควรจะเลิกมองโลกในแง่ดีในสถานการณ์เลวร้าย เพราะหน้าที่ของรัฐบาลคือการตั้งสมมติฐานที่เลวร้ายที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นจริง

บทวิเคราะห์โดย กรกิจ ดิษฐาน

ผู้นำตุรกีเคียงข้างประชาชน แบกโลงศพผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612878

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 15:57 น.

ผู้นำตุรกีเคียงข้างประชาชน แบกโลงศพผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหว

ประธานาธิบ เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน แห่งตุรกีร่วมแบกหีบศพของของเหยื่อผู้เสียชีวิต 2 คนจากเหตุแผ่นดินไหวความรุนแรง 6.8 แมกนิจูด ที่เมืองเอลาซิก ทางตะวันออกประเทศตุรกี

แอร์โดอัน กล่าวว่า เขาติดตามปฏิบัติการกู้ภัยอย่างใกล้ชิดและบอกว่า “เราอยู่เคียงข้างประเทศของเรา และสถาบันของทั้งหลายของประเทศเรา”

ล่าสุด มีผู้เสียชีวิต 31 ราย บาดเจ็บอีก 1,600 ราย ทั้งยังเกิดอาฟเตอร์ช็อคติดตามมาถึง 700 ครั้ง มีอาคารได้รับความเสียหาย 645 แห่ง พังทลายลงมา 76 แห่ง สำนักงานภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินของตุรกี AFAD แนะนำไม่ให้ประชาชนกลับไปยังบ้านเรือนของตน เพราะเสี่ยงที่อาคารที่เสียหายจะพังถล่มลงมาอีก

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความสูญเสียและความเสียหาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยชีวิตผู้ที่ติดอยู่ในซากอาคารออกมาได้ 5 คนแล้ว

รวมภาพความเสียหายที่ตุรกี

Photo by BULENT KILIC / AFP

Photo by BULENT KILIC / AFP

Photo by STR / MEZOPOTAMYA AGENCY / AFP

Photo by BULENT KILIC / AFP

สาวจีนขอโทษกินค้างคาวที่แปซิฟิก ไม่รู้ว่าเป็นพาหะนำโรคร้ายแรงได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612863

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 14:19 น.

สาวจีนขอโทษกินค้างคาวที่แปซิฟิก ไม่รู้ว่าเป็นพาหะนำโรคร้ายแรงได้

วังเมิ่งหยุน พิธีกรออนไลน์ชาวจีนขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิดหลังจากมีคลิปของเธอรับประทานค้างคาวแพร่ในโลกโซเชียล จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ

สำนักข่าว South China Morning Post และ sina.com รายงานว่า วังเมิ่งหยุนเขียนในไมโครบล็อกของเธอว่า เธอไม่ทราบว่าค้างคาวอาจเป็นพาหะของไวรัสตอนที่เธอกินมันและทำคลิปวิดีโอ โพสต์ไว้เมื่อปี 2560

“ระหว่างการถ่ายทำ (ฉัน) ไม่รู้ว่ามันมีไวรัสชนิดนี้ ฉันเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เอง” เธอบอก “ฉันไม่รู้ว่าค้างคาวเป็นแหล่งกักเก็บไวรัสอันดับต้น ๆ … ฉันไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลหรืออธิบายอันตรายของมัน”

เธอกล่าวว่าวิดีโอนี้ถ่ายทำที่ปาเลาซึ่งเป็นหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วเมื่อเธอและทีมของเธอถ่ายทำรายการท่องเที่ยวและลองชิมอาหารท้องถิ่นรวมถึงซุปค้างคาว

ตอนนั้นเธอบอกว่า “ค้างคาวมีรสชาติสดใหม่มาก เหมือนเนื้อไก่”

ในเวลาต่อมาคลิปนี้ถูกลบออกไป แต่ชาวเน็ตจีนกลับนำมาโพสต์ใหม่ หลังเกิดการระบาดของไวรัสอู่ฮั่น ซึ่งเชื่อว่าต้นเหตุของไวรัสอาจมาจากการกินเนื้อสัตว์ป่า

sina.com สื่อและโซเชียลเน็ตเวิร์กยักษ์ใหญ่ของจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคม สือเจิ้งลี่ หนึ่งในคณะทำงานของสถาบันไวรัสวิทยาแห่งอู่ฮั่น เปิดเผยผลวิจัยล่าสุดพบว่า ไวรัสอู่ฮั่นมีความเหมือนกับโคโรนาไวรัสของค้างคาวในระดับจีโนมถึง 96% ซึ่งหมายความว่ามีโอกาสสูงที่ไวรัสอู่ฮั่นน่าจะมาจากค้างคาว

จีนเริ่มปิดทีละเมือง ซีอานถึงซัวเถาสั่งหยุดการเดินทางเข้าเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612860

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 13:15 น.

จีนเริ่มปิดทีละเมือง ซีอานถึงซัวเถาสั่งหยุดการเดินทางเข้าเมือง

เมืองซีอาน เป็นเมืองระดับนครล่าสุดแห่งที่ 3 ในประเทศจีนที่มีคำสั่งห้ามรถโดยสารทางไกลเดินทางเข้าออก

ตั้งแต่ 18.00 น. วันอาทิตย์ ซีอานจะระงับรถโดยสารทางไกลและรถเช่าเหมาสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าเมือง คำสั่งนี้ครอบคลุมถึงรถแท็กซี่ข้ามเมือง ยกเว้นแท็กซี่จากสนามบินของเมือง

ด้านมณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน จะระงับรถโดยสารทางไกลเข้าสู่มณฑล ตามมาตรการที่คล้ายกันที่เพิ่งประกาศใช้ที่เมืองเทียนจิน, ปักกิ่ง และซีอาน โดยจะอนุญาตให้เฉพาะรถที่ผ่านการตรวจสอบการติดเชื้อแล้วเท่านั้นเดินทางออกจากมณฑลได้

ก่อนหน้านี้ เมืองซ่านโถว หรือเมืองซัวเถา เมืองท่าชายฝั่งของจีนในมณฑลกวางตุ้ง ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่าจะห้ามรถยนต์ เรือและผู้คนเข้ามาในเมืองตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม เพื่อช่วยป้องกันการแพร่กระจายของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสอู่ฮั่น

โดยจากการประกาศช่วงแรก ซัวเถา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองอู่ฮั่นมากกว่า 800 กม. ประกาศว่าจะระงับการให้บริการรถโดยสารประจำทาง รถแท็กซี่ และเรือข้ามฟากตั้งแต่เวลา 14.00 น. ของวันอาทิตย์เป็นต้นไป

เจ้าหน้าที่ของเมืองยังประกาศในแอคเคาท์โซเชียลเน็ตเวิร์กว่า ผู้คนที่เดินทางมาถึงสถานีรถไฟซัวเถาจะได้รับการคัดกรองเพื่อตรวจโรค และจากนั้นเจ้าหน้าที่จะขอให้กลับเดินทางกลับไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 13:46  น. เวลาประเทศไทย สำนักข่าว AFP รายงานว่าทางการเมืองซัวเถาเปลี่ยนแผนฉับพลัน โดยยกเลิกแผนการที่ระบุไว้ข้างต้นแล้ว

ทั้งนี้ พบผู้ติดเชื้อ 2 รายที่ซัวเถาและทั้งมณฑลกวางตุ้งพบถึง 98 ราย

สภาพน่าอนาถ สิงโตในสวนสัตว์ขาดอาหารเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612857

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 12:45 น.

สภาพน่าอนาถ สิงโตในสวนสัตว์ขาดอาหารเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก

สัตวแพทย์ชาวซูดานเร่งช่วยชีวิตสิงโต 4 ตัวที่ถูกปล่อยให้ที่ป่วยและขาดสารอาหารในสวนคาร์ทูม ระหว่างที่ซูดานเกิดความวุ่นวายทางการเมืองและเศรษฐกิจ

ในตอนแรกมีสิงโตรอดชีวิต 5 ตัว แต่ตายไปเมื่อวันจันทร์ที่ 20 มกราคม เพราะขาดน้ำและขาดอาหาร แม้จะได้รับของเหลวทางหลอดเลือดเป็นเวลาหลายวัน หลังจากมีผู้แจ้งเรื่องนี้และทีมสัตวแพทย์รุดเข้าช่วเหลือแล้วก็ตาม

สิงโตน้ำหนักลดลงถึงสองในสามของน้ำหนักตัวพวกมัน อันเป็นผลมาจากการไม่ได้รับการเลี้ยงดูเป็นเวลาหลายสัปดาห์ เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนเงินของสวนสัตว์ ระหว่างที่ซูดานเกิดความวุ่นวายทางการเมืองและเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ สวนอัลกุเรชิ บริหารงานโดยเทศบาลเมืองคาร์ทูม แต่ได้รับเงินสนับสนุนบางส่วนจากการบริจาคของเอกชน แต่เงินบริจาคหดหายไปเมื่อเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทั่วประเทศ

Photo by ASHRAF SHAZLY / AFP

Photo by ASHRAF SHAZLY / AFP

Photo by ASHRAF SHAZLY / AFP

Photo by ASHRAF SHAZLY / AFP

Photo by ASHRAF SHAZLY / AFP

Photo by ASHRAF SHAZLY / AFP

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์-โอเชียนพาร์คปิดไม่มีกำหนด สกัดการระบาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612852

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 10:06 น.

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์-โอเชียนพาร์คปิดไม่มีกำหนด สกัดการระบาด

ข่าวล่าสุดจากฮ่องกง “ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์” และ “โอเชียนพาร์ค” สวนสนุกที่ได้รับความนิยมของคนทั่วโลก จะปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2563 เพื่อช่วยป้องกันการแพร่กระจายของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสอู่ฮั่นที่พบผู้ติดเชื้อในฮ่องกงแล้ว

เว็บไซต์ hongkongdisneyland.com ประกาศว่า “เพื่อเป็นการป้องกันตามมาตรการป้องกันที่เกิดขึ้นทั่วฮ่องกง เราจึงจะปิดสวนสนุกฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2563 โดยคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของแขกและสมาชิกของเรา โรงแรมของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ทจะยังคงเปิดให้บริการอยู่ เรากำลังติดต่ออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสถานการณ์ และจะประกาศวันเปิดใหม่อีกครั้ง เมื่อพวกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพิจารณาแล้วว่าสมควรแก่เวลา”

เว็บไซต์ oceanpark.com.hk มีประกาศว่า “เพื่อตอบสนองต่อการฉุกเฉินของรัฐบาลเพื่อป้องกันโรคทางเดินหายใจรุนแรงที่เกี่ยวข้องกัยติดเชื้อใหม่ (โรคปอดบวมอู่ฮั่น) และความปลอดภัยของแขกและพนักงานของเรานั้นเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก โอเชียนพาร์คจึงปิดชั่วคราวตั้งแต่วันนี้ (26 มกราคม) จนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบ”

อย่างไรก็ตาม สถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนรายงานว่า ที่โรงแรมในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ยังให้บริการตามปกติก่อนหน้านี้ รัฐบาลท้องถิ่นเซี่ยงไฮ้กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า Shanghai Disneyland จะปิดทำการตั้งแต่วันเสาร์ (25 มกราคม)

นอกจากนี้ พระราชวังต้องห้าม ที่กรุงปักกิ่งก็ปิดให้บริการเช่นกันตามมาตรการสกัดกั้นการระบาด

จีนยืนยันให้ยาต้านHIVนำมารักษาไวรัสอู่ฮั่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612845

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 09:04 น.

จีนยืนยันให้ยาต้านHIVนำมารักษาไวรัสอู่ฮั่น

หลังจากที่มีกระแสข่าวมาระยะหนึ่ง คณะกรรมาธิการสาธารณสุขของเทศบาลกรุงปักกิ่ง (Beijing Municipal Health Commission) ก็ยืนยันในที่สุด ว่ามีคำสั่งให้ใช้ยาต้าน HIV คือ Lopinavir/Ritonavir มาใช้รักษาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสอู่ฮั่น จากการรายงานของสำนักข่าวซินหัว

คณะกรรมาธิการสาธารณสุขของเทศบาลกรุงปักกิ่งมีแถลงการณ์เรื่องนี้อย่างเป็นทางการว่าเป็น “โครงการวินิจฉัยและรักษาโรคปอดจากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ (เวอร์ชั่นทดสอบ 3)” โดยมีการสำรองยา Lopinavir/Ritonavir  ไว้ที่ปักกิ่ง และโรงพยาบาลระดับเทศบาลเมือง 3 แห่ง และนำยาไปรักษาผู้ป่วยตามโครงการดังกล่าว

สำนักข่าวซิงต่าว (Singtao ) ของฮ่องกงรายงานว่า ก่อนหน้านี้ หวางกว่างฟา ผู้อำนวยการแผนกโรคทางเดินหายใจและแผนกผู้ป่วยหนักแห่งโรงพยาบาลปักกิ่งที่ 1 ซึ่งติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่น เผยว่า เขาใช้ยาต่อต้าน HIV  ในการควบคุมการติดเชื้อและมีอาการดีขึ้น

ลู่หงโจว เลขาธิการคณะกรรมาธิการสาธารณสุขและคลินิกของเซี่ยงไฮ้ กล่าวกับผู้สื่อข่าวจีนก่อนหน้านี้ว่า ไวรัสเอดส์และไวรัสอู่ฮั่น มี RNA virus แบบเดียวกัน และใช้วิธีการรักษาแบบเดียวกันได้ และยา Lopinavir มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคปอดชนิดใหม่

ทั้งนี้ โรงพยาบาลปักกิ่ง 3 แห่งที่ได้รับมอบหมายให้รักษาผู้ป่วยโรคไวรัสอู่ฮั่นด้วยยาต้าน HIV ที่ยืนยันแล้วคือโรงพยาบาลปักกิ่งตี้ถาน, โรงพยาบาลปักกิ่งโย่วอัน และศูนย์การแพทย์ที่ 5 ของโรงพยาบาลกองทัพปลดปล่อยประชาชน

อัปเดตสถานการณ์ช่วงเช้าวันที่ 26 มกราคม 2563 ของการระบาดของไวรัสอู่ฮั่น หรือไวรัสโคโนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV)

• แคนานาเป็นประเทศล่าสุดที่พบผู้ติดเชื้อ 1 ราย เพิ่งประกาศเมื่อเวลาประมาณ 6:30 น. เวลาประเทศไทย

• เมื่อเวลา 7:41 น. มีรายงานว่าเซี่ยงไฮ้พบผู้เสียชีวิตรายแรก เป็นผู้เสียชีวิตคนแรกนอกมณฑลหูเป่ย

• ยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมดในจีน 1,975 ราย เสียชีวิต 56 ราย

• ประเทศไทยยังพบผู้ติดเชื้อมากที่สุดนอกจีน ล่าสุดคือ 7 ราย

• ฮ่องกงเป็นอันดับที่สอง ล่าสุดพบแล้ว 5 ราย

• ออสเตรเลีย, มาเลเซีย และสิงคโปร์ 4 ราย

• ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น และไต้หวัน 3 ราย

• มาเก๊า, เกาหลีใต้, สหรัฐ และเวียดนาม 2 ราย

• แคนาดาและเนปาล 1 ราย

• สีแดงในแผ่นที่ คือประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ (ยกเว้นตุรกีที่ยืนยันว่าไม่พบ)

• สีน้ำเงินคือ ประเทศต้องสงสัยว่ามีผู้ติดเชื้อ รอการยืนยัน

จีนสั่งระงับบริการทัวร์ไปต่างประเทศสกัดการระบาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612834

  • วันที่ 25 ม.ค. 2563 เวลา 21:42 น.

จีนสั่งระงับบริการทัวร์ไปต่างประเทศสกัดการระบาด

สำนักข่าว CCTV รายงานว่า กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีน สั่งระงับการให้บริการทัวร์กลุ่มทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อพยายามควบคุมการระบาดของไวรัสอู่ฮั่นที่ล่าสุดติดเชื้อถึง 1,300 คนแล้ว

คำสั่งนี้จะมีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2563 โดยบริการทัวร์กลุ่มต่างประเทศทั้งหมด รวมถึงการจองโรงแรม และตั๋วเครื่องบินจากตัวแทนการท่องเที่ยวของจีนจะถูกระงับ ส่วนกลุ่มทัวร์ในประเทศถูกระงับตั้งแต่วันศุกร์

ทั้งนี้ ผู้ที่ซื้อบริการและเดินทางท่องเที่ยวอยู่ สามารถใช้บริการต่อไปจนกว่าจะถึงกำหนดกลับ

ก่อนหน้านี้โพสต์ทูเดย์ได้รับรายงานว่า มีชาวจีนจองตั๋วไปยังต่างประเทศผ่านเว็บไซต์ให้บริการจองตั๋ว Ctrip ซึ่งเป็นผู้ให้บริการทัวร์ออนไลน์ชั้นนำของจีน แต่เมื่อจองแล้ว Ctrip กลับแคนเซิลคำสั่งจองและคืนเงินให้ หลังจากนั้นทางการจึงมีประกาศว่า ได้สั่งห้ามให้บริการทัวร์ไปยังต่างประเทศแบบกลุ่ม

รมช.เกษตรฯระดมทุกหน่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำจันทบุรี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/468743

รมช.เกษตรฯระดมทุกหน่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำจันทบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 17.05 น.

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2563 นายประภัตร โพธสุธน รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังการประชุมแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ประสบภัยแล้งพร้อมการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์ และการปลูกผลไม้ตามฤดูกาล พร้อมด้วย นายอำพันธ์ุ เวฬุตันติ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และหัวหน้าส่วนราชการ อาทิ กรมชลทาน กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วม โดยมี นายวิทูรัช ศรีนาท ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และนายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์จันทบุรี ต.วังแซ้ม อ.มะขาม จ.จันทบุรี

โดย นายประภัตร กล่าวว่า ขณะนี้ จ.จันทบุรี ยังไม่มีพื้นที่ประสบภัยแล้ง แต่มีพื้นที่เฝ้าระวังภัยแล้ง รวม 10 อำเภอ 69 ตำบล พื้นที่ 379.861 ไร่ ซึ่งจากการลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน อาทิ อ.มะขาม อ.เมือง อ.แหลมสิงห์ และ อ.ขลุง จ.จันทบุรีที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาแหล่งน้ำอุปโภค-บริโภค และใช้การเกษตร เนื่องจากฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง จึงได้บูรณาการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ จ.จันทบุรี มีปริมาณฝนตกลงมามากกว่าหลายจังหวัด แต่ลักษณะพื้นที่ลาดเอียงจึงทำให้ฝนที่ตกลงมาไหลลงสู่ทะเล จึงต้องเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งให้เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ได้เปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้มาร้องเรียนถึงปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งเบื้องต้นได้มอบหมายให้กรมชลประทานเร่งดำเนินโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำต่างๆ ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณให้แล้วเสร็จเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ และบริหารจัดการเก็บกักน้ำในช่วงหน้าแล้ง สำหรับในส่วนของการแก้ปัญหาการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองขลุง ที่ติดขัดเนื่องจากอยู่ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้ จ.จันทบุรี ได้ดำเนินการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างขั้นตอนของกรมอุทยานแห่งชาติจะประกาศเพิกถอนพื้นที่ป่า ซึ่งก็จะสามารถดำเนินการได้ทันที ซึ่งหากการก่อสร้างแล้วเสร็จสามารถเก็บกักน้ำได้ 4.21 ล้าน ลบ.ม.เพื่อสนับสนุนพัฒนาการเกษตรเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำหรับการเกษตรและอุปโภค-บริโภค พื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 2,500 ไร่

จากนั้น รมช.เกษตรฯ และคณะ เดินทางไปยัง ศูนย์พัฒนาผลไม้ตามพระราชดำริ จ.จันทบุรี เพื่อรับฟังสรุปการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ศูนย์ฯ และเดินทางตรวจติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองขลุง ต.เกวียนหัก อ.ขลุง จ.จันทบุรี

สำหรับ จ.จันทบุรี มีพื้นที่ทั้งหมด 3,961,250 ไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 2,284,609 ไร่ (57.67% ของพื้นที่ทั้งหมด) โดยแบ่งเป็น พื้นที่ไม้ผล 1,038,126 ไร่ พื้นที่ปลูกไม้ยืนต้น 893,062 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชไร่ 118,797 ไร่ พื้นที่นา 32,186 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชผัก 7,225 ไร่ เป็นต้น ปริมาณน้ำภาพรวมจังหวัด 230 ล้าน ลบ.ม.ปริมาณน้ำสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.62 ถึง วันที่ 31 ธ.ค.62 จำนวน 17,391.30 มม. พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ทุเรียน 339,292 ตัน ผลผลิตต่อไร่ 1,779 กิโลกรัมลำใย 279,776 ตัน ผลผลิตต่อไร่ 1,342 กิโลกรัม มังคุด 125,834 ตัน ผลผลิตต่อไร่ 967 กิโลกรัม

ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำขนาดกลางมี 5 แห่ง คือ เขื่อนคีรีธาร เขื่อนพลวง อ่างเก็บน้ำคลองประเเกด อ่างเก็บน้ำคลองศาลทรายและอ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ รวมความจุอ่าง 306.44 ล้าน ลบ.ม.ปริมาณน้ำทั้งหมด 230.30 ล้าน ลบ.ม.น้ำใช้การได้220 ล้าน ลบ.คิดเป็น 72 (ตัวเลข ณ วันที่ 24 ม.ค. 62)

กรมชลฯเร่งช่วยเหลือชาวหนองเสือ หลังขาดแคลนน้ำทำการเกษตร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/468732

กรมชลฯเร่งช่วยเหลือชาวหนองเสือ หลังขาดแคลนน้ำทำการเกษตร

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 14.57 น.

กรมชลฯระดมทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือเกษตรกรชาวหนองเสือจ.ปทุมธานี ขาดแคลนน้ำทำการเกษตร ประกาศเขตภัยแล้ง

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2563 นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงกรณีที่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอหนองเสือ และอำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้ง ไม่มีน้ำเพียงพอที่จะใช้หล่อเลี้ยงพืชไร่ พืชสวน และรักษาระบบนิเวศ โดยได้ร้องขอความช่วยเหลือจากกรมชลประทาน ให้ดำเนินการผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่คลองรังสิต เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง นั้นว่า สถานการณ์น้ำในปัจจุบัน เขื่อนขนาดใหญ่ 4 เขื่อนหลักของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ในเกณฑ์น้อย การส่งน้ำในช่วงฤดูแล้งนี้จึงเป็นไปอย่างจำกัดตามแผนจัดสรรน้ำที่ได้วางไว้ เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค และการรักษาระบบนิเวศ เป็นหลัก ตลอดในช่วงฤดูแล้งนี้ไปจนถึงต้นฤดูฝนปีหน้า

สำหรับ จ.ปทุมธานี ได้ประกาศให้พื้นที่อำเภอหนองเสือ เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (ภัยแล้ง) แล้ว ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2562 เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ ได้ดำเนินการประสานองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และอำเภอหนองเสือ เพื่อพิจารณาแนวทางในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและหาแหล่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย โดยกรมชลประทานได้จัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัยในจังหวัดปทุมธานี รวมไปถึงผู้แทนกลุ่มเกษตรกรคลอง 7 , 8 , 9 , 10 , 11 และ 12 เข้าร่วมประชุม เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยที่ประชุมได้มีมติให้จัดรอบเวรการสูบน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เพื่อส่งน้ำเข้าไปช่วยพื้นที่อำเภอหนองเสือ อำเภอธัญบุรี รวมถึงการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาถนนชำรุดทรุดตัวและรักษาเสถียรภาพของถนนสาย รังสิต – นครนายก (สาย 305) และจะรักษาระดับน้ำในคลองรังสิตไม่ให้ต่ำจนเกิดผล กระทบต่อสเถียรภาพของคันคลองด้วย

ส่วนกรณีที่เกษตรกรขอให้ผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านประตูระบายน้ำเปรมเหนือบางปะอิน ลงคลองเปรมประชากร แล้วระบายลงคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เพื่อส่งน้ำไปในพื้นที่อำเภอหนองเสือ นั้น ด้วยสภาพของคลองเปรมประชากร มีคลองสาขาเชื่อมต่อจำนวนมาก ทั้งคลองพุทรา 1 , คลองพุทรา 2 และคลองเชียงรากน้อย คลองสาขาต่างๆเหล่านี้ล้วนไม่มีอาคารควบคุมหรือบังคับน้ำ ดังนั้น การผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านทางคลองเปรมประชากร ปริมาณน้ำจะกระจายลงสู่คลองสาขาต่างๆ ทำให้เกิดการสูญเสียน้ำเป็นจำนวนมาก ประกอบกับปัจจุบันเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่สถานีสูบน้ำเปรมเหนือบางปะอิน ไม่สามารถสูบน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ จึงได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี หาแนวทางในการลำเลียงน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาเติมในคลองรังสิตฯ ภายใต้เงื่อนไขที่ระดับน้ำและค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ในเกณฑ์ที่สูบได้ พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่คอยติดตามผลการจัดรอบเวรการรับน้ำ และตรวจสอบคุณภาพน้ำโดยเฉพาะความเค็ม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับเกษตรกรตลอดในช่วงฤดูแล้งนี้