ตัดงบกรมวิชาการเกษตรพ่นพิษ! ขรก.นอนวัด ลูกจ้างนับพันโดนหั่นเงินเดือน-เลิกจ้าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/468722

news_default

ตัดงบกรมวิชาการเกษตรพ่นพิษ! ขรก.นอนวัด ลูกจ้างนับพันโดนหั่นเงินเดือน-เลิกจ้าง

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 14.06 น.

ตัดงบกรมวิชาการเกษตรพ่นพิษ! ขรก.นอนวัด ลูกจ้างนับพันโดนหั่นเงินเดือน-เลิกจ้าง

26 มกราคม 2563 นายจักรพรรดิ์ วุ้นสีแซง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขต 4 (อุบลราชธานี) กล่าวว่า ตนได้เรียกประชุมผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกษ อำนาจเจริญ ยโสธร มหาสารคาม และร้อยเอ็ด เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือลูกจ้างกรมวิชาการเกษตรที่จะต้องถูกเลิกจ้าง เนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอ โดย 9 จังหวัดในความรับผิดชอบของสำนักวิจัยเขต 4 มีลูกจ้างแบบจ้างเหมา ทำสัญญาครั้งละ 3 เดือน ต้องถูกเลิกจ้าง 157 คน

นายจักรพรรดิ์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2563 ตนได้เรียกประชุม พร้อมแจ้งลูกจ้างทั้งหมดว่าไม่สามารถจ้างงานได้ต่อไป โดยงบประมาณมีเพียงพอจ่ายให้ในเดือนมกราคมเท่านั้น ทั้งนี้ได้หาแนวทางแก้ปัญหาโดยแจ้งปรับลดเงินเดือน 50% ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 และพยายามจะจัดสรรงบประมาณให้สามารถจ้างต่อได้จนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2563 โดยหวังว่าปีงบประมาณ 2564 กรมวิชาการเกษตรจะไม่ถูกตัดงบกว่า 40% เหมือนปีนี้ แต่ไม่สามารถจ้างต่อได้ เพราะไม่มีเงินเหลือ ตั้งแต่เริ่มต้นปีงบประมาณ 2563 ซึ่งสภาฯ ยังไม่ได้อนุมัติงบประมาณให้ ทางกรมวิชาการเกษตรได้จัดสรรงบของปี 2562 มาให้ก่อน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 25 ของงบประมาณที่เคยได้ ทางสำนักวิจัยฯ พยายามประหยัดทุกทาง แต่งบไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจซึ่งมีมาก

“ทางสำนักวิจัยฯ ดูแลทั้งข้าราชการและลูกจ้างแบบครอบครัว เงินเดือนลูกจ้างจ้างเหมา 6,000-10,000 บาท เมื่อต้องเลิกจ้างจึงเป็นห่วงว่าลูกน้องจะนำเงินจากไหนส่งลูกเรียนหนังสือ เลี้ยงพ่อแม่ รวมทั้งค่ากินอยู่ เป็นสาเหตุที่ถึงกับร่ำไห้ในวันที่ต้องบอกเลิกจ้าง โดยลูกจ้างในสำนักวิจัยฯ ระดับเขตทั้ง 8 เขตและศูนย์วิจัยฯ ระดับจังหวัดทั่วประเทศมี 1,705 คน ได้รับผลกระทบทั้งหมด บางที่มีภารกิจน้อย ลูกจ้างมีจำนวนไม่มากอาจใช้วิธีลดเงินเดือน 50% แต่สำนักที่มีภารกิจเยอะอย่างเขต 4 มีทางเดียว คือ เลิกจ้าง” นายจักรพรรดิ์ กล่าว

นายจักรพรรดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ ย่อมมีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ข้าราชการจะพยายามอย่างเต็มที่ เช่น กรณีออกตรวจและกำจัดโรคและศัตรูพืช หากค้างคืนต้องได้เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย 500 บาท ข้าราชการเสียสละไม่รับ พยายามเดินทางไป-กลับ กรณีที่ต้องค้างคืนจะอาศัยนอนที่วัดแทนการพักโรงแรม ทั้งนี้จำนวนลูกจ้างเป็นไปตามภารกิจ เมื่อผู้ปฏิบัติงานลดลงงานบางส่วนจึงล่าช้า ได้แก่ การออกตรวจรับรองมาตรฐานแปลงทั้งแบบเกษตรปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ (Organic) รวมถึงโรงคัดบรรจุ โรงแปรรูปตามมาตรฐาน GMP ซึ่งเกษตรกรและผู้ประกอบการต้องใช้กรณีส่งออกและยกระดับราคาสินค้า

“ขณะนี้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่งบประมาณดำเนินการที่ได้รับจัดสรรเบื้องต้นบางส่วนหมดแล้วและบางส่วนอีกไม่นานจะหมด จึงหวังว่าจะได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ทั้งการตรวจพืชผักที่นำเข้าทางด่านชายแดน การป้องกันโรคและศัตรูพืช การออกใบรับรองมาตรฐานต่าง ๆ ตลอดจนการตรวจการจำหน่ายปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตรให้เป็นไปตามมาตรการจำกัดการใช้และป้องกันการนำปุ๋ย-ยาปลอมมาหลอกขายเกษตรกร” นายจักรพรรดิ์ กล่าว

‘ภณวัชร์นันท์’ชี้ ครม.เตรียมดูฝีมือคนไทย ถือเป็นสื่อกลางตระหนักและสร้างแรงบันดาลใจให้ ปชช. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468760

news_default

‘ภณวัชร์นันท์’ชี้ ครม.เตรียมดูฝีมือคนไทย ถือเป็นสื่อกลางตระหนักและสร้างแรงบันดาลใจให้ ปชช.

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 16.56 น.

นายกฯนักประดิษฐ์’ ชี้ ครม. เตรียมดูผลงานการประดิษฐ์และนวัตกรรมฝีมือคนไทย ถือเป็นสื่อกลางให้ประชาชนตระหนักและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในการสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ

นายภณวัชร์นันท์ ไกรมาตย์ นายกสมาคมนักประดิษฐ์และนวัตกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่ทางสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้เชิญนำผลงานการประดิษฐ์และนวัตกรรม ที่คิดค้นโดยฝีมือคนไทย เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 28 มกราคม 2563 ว่า ถือเป็นโอกาสอันดีที่สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่คิดค้นจากมันสมองของคนไทย ได้แสดงให้เห็นต่อหน้าคณะรัฐมนตรีทุกท่าน เพื่อเป็นสื่อกลางให้ประชาชนตระหนักว่า การประดิษฐ์คิดค้นเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ นั้น นอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับสังคมแล้ว ยังถือเป็นเวทีระดับชาติ  ในการนำเสนอสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม รวมทั้งการเผยแพร่ ถ่ายทอด และขยายผลสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ ในมิติต่าง ๆ ตลอดจนเป็นการสร้างแรงบันดาลใจแก่นักประดิษฐ์ไทยและเยาวชนรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ

“ผมถือว่า เป็นนิมิตหมายอันดีที่ทางรัฐบาลได้หันมาสนใจกับสิ่งแนวคิดของคนไทยในการพัฒนาเป็นสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำไปเป็นองค์ความรู้และสามารถนำไปพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ โดยเฉพาะโลกในยุคปัจจุบันที่ตนเห็นว่า แม้แต่เสี้ยววินาที่หรือพริบตาเดียว สิ่งที่เราเห็นว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ก็อาจจะกลายเป็นของล้าสมัย ดังนั้น การที่ผลงานนักประดิษฐ์ของไทยที่นำมาจัดแสดงต่อหน้าคณะรัฐมนตรี จำนวน 5 ผลงาน ได้แก่  ระบบผสมปุ๋ยและจ่ายน้ำอัจฉริยะ ระบบควบคุมสภาวะแวดล้อมในโรงเรียน ของคุณคมสันต์ สุขเสนา น้ำตาลไอโซมอลทูโลส ที่เป็นการคิดค้นเพื่อสุขภาพของประชาชน ของคุณปัญญาโชติ เวชสมุทรวารี ระบบพลาสมาเย็น ของนายแพทย์ชาญชัย ฉัตรศิริมงคล ได้คิดค้น และพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อประยุกต์ใช้ทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Bio Plasma) ซึ่งใช้เวลาพัฒนากว่า 10 ปี และระบบควบคุมอุณหภูมิการเผาไหม้ของเครื่องกังหันก๊าซแบบอัตโนมัติ ของคุณไพโรจน์ รุ่งรังสี วิศวกรระดับ 10 กองการผลิตโรงไฟฟ้าลานกระบือ ฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้า แม่เมาะ ซึ่งได้มีโอกาสแสดงผลงานในเวทีระดับโลกมาแล้ว และผลงานของตน ลูกบอลดับเพลิง Elide fire extinguishing ball บัญชีนวัตกรรมไทย ระหัสเลขที่ 14000005 ที่มีความมุ่งหวังให้การบรรเทาเหตุจากอัคคีภัย เป็นเรื่องที่ง่าย เฝ้าระวังอัคคีภัยก่อนลุกลามใหญ่โต การใช้ดับไฟ ยังสะดวกและง่าย กับทุกสถานที่ สามารถระงับอัคคีภัยไม่ต้องฝึกฝน และยังประยุกต์เพื่อใช้กับโดรน เพื่อดับไฟป่าในอนาคตด้วย ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ให้คนไทยได้ริเริ่มที่จะนำความคิดจินตนาการที่อยู่รอบๆตัว มาสร้างเป็นผลงานใหม่ๆ เพื่ออำนวยประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมต่อไป” นายภณวัชร์นันท์กล่าว

คุยกัน7วันหน : ตลาดค้าสัตว์ป่าจีน ต้นตอเชื้อไวรัสจากสัตว์สู่คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468631

คุยกัน7วันหน : ตลาดค้าสัตว์ป่าจีน ต้นตอเชื้อไวรัสจากสัตว์สู่คน

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ตลาดค้าสัตว์ป่าจีนเป็นที่จับตามองอีกครั้งจากการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 41 ศพ เพราะมีการคาดการณ์ว่าแหล่งกำเนิดของเชื้อนั้นมาจากตลาดขายส่งอาหารทะเลในเมืองอู่ฮั่น ทำไมตลาดค้าสัตว์จึงเป็นแหล่งเพาะเชื้ออันตรายนี้ได้

ผู้ป่วยรายแรกๆที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่คือ บรรดาคนงานที่ทำงานในตลาดค้าส่งสัตว์ทะเลหัวหนานในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ซึ่งเป็นตลาดที่ขายทั้งอาหารทะเล สัตว์ต่างๆ ในป่า ทั้งหมูป่า งู นก เก้ง กวาง แม้แต่นาก ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะตลาดค้าสัตว์อยู่คู่กับสังคมและวัฒนธรรมการกินของชาวจีนมานาน ตามคำเล่าขานว่าชาวจีนนั้นกินได้ทุกอย่างที่มีสี่ขา ยกเว้นก็เพียงโต๊ะและกินทุกอย่างที่มีปีก ยกเว้นเพียงปีกเครื่องบิน และนิยมบริโภคสัตว์หายากเพื่อบำรุงสุขภาพ

โดยปกติแล้ว ตลาดค้าขายสัตว์ในจีน มักจะมีสัตว์ป่านานาชนิดโชว์ขายด้วย ตั้งแต่ หมาป่า จระเข้ งู หนู นกยูง โคอาลา เม่น กิ้งก่า เป็นต้น ตลาดเหล่านี้
นอกจากจะเป็นแหล่งซื้อขายสัตว์แล้ว ยังใช้เป็นที่ฆ่าและชำแหละสัตว์ด้วย ซึ่งเราอาจเห็นภาพเหล่านี้เป็นภาพปกติเช่น การถลกหนังสุนัขและแมว แล้วนำไปต้มหรือย่าง / แผงขายเม่น รวมถึงขนเม่นที่ยังมีเลือดติดตามพื้นตลาด ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ผู้ขายและคนงานที่ทำงานในตลาดที่สัมผัสสัตว์ ชำแหละ และทำอาหารเป็นประจำ และทำให้พวกเขาเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อต่างๆ จากสัตว์เข้าสู่คนได้

ที่ผ่านมา เคยมีกรณีตัวอย่างจากการระบาดของโรคซาร์ส หรือโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรงที่มณฑลกวางตุ้ง เมื่อคนไข้รายแรกเป็นเชฟที่ปรุงเมนูชะมด และนำไปสู่การระบาดของโรคซาร์สจนมีผู้เสียชีวิตเกือบ 800 ศพ ทำให้รัฐบาลจีนได้สั่งกำจัดชะมดหลายพันตัวทั่วประเทศ และห้ามการขายและบริโภคชะมดหลังองค์การอนามัยโลกเผยว่า พบเชื้อไวรัสซาร์สที่กรงสัตว์ของร้านอาหารที่มีการเสิร์ฟเมนูชะมด และในเวลาต่อมานักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าไวรัสดังกล่าวมาจากค้างคาว ทำให้เกิดทฤษฎีที่ว่า เชื้อไวรัสอาจแพร่จากค้างคาวมาสู่ชะมด และต่อด้วยมนุษย์นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจีนพยายามจัดระเบียบการค้าสัตว์ป่าหลังการระบาดของโรคซาร์ส แต่ความนิยมในการบริโภคสัตว์หายาก หรือใช้สัตว์เหล่านั้นในการแพทย์แผนจีน ยังคงเป็นที่นิยมมากอยู่

เอียน โจนส์ นักไวรัสวิทยาจากมหาวิทยาลัยเรดดิ้งในอังกฤษ ระบุกับหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดี้ยน ว่า ไวรัสโคโรนาดูเหมือนจะมีถ่ายติดต่อในลักษณะคล้ายกันกับโรคซาร์ส คือ มาจากค้างคาวสู่คน โดยผ่านสัตว์ตัวกลาง และสัตว์ตัวนั้นน่าจะติดไวรัสตัวนี้ และถูกนำมาวางขายที่ตลาดในเมืองอู่ฮั่น

ขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานว่า มีการพบสัตว์ป่าหายากราว 50 ตัว ที่ถูกนำมาขายที่ตลาดต้นตอของเชื้อที่เมืองอู่ฮั่นก่อนที่ตลาดจะถูกทางการจีนสั่งปิด โดยมีภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นว่ามีทั้งงูเห่า เม่น และหมาป่า อัดแน่นอยู่ในกรงในตลาด

คริสเตียน วัลเซอร์ จาก Wildlife Conservation Society ตั้งข้อสังเกตว่า สวัสดิภาพของสัตว์ที่ตลาดแห่งนี้ก็ชัดเจนอยู่แล้ว และสิ่งที่ซ่อนลึกลงไปอีกคือการนำสัตว์นานาชนิดมาอยู่รวมกันในพื้นที่เล็กๆ จนทำให้ทั้งปัสสาวะและมูลสัตว์ปนกันไปอีก เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการแพร่เชื้อไวรัสได้สมบูรณ์แบบที่สุดนั่นเอง

อย่างไรก็ดี การจะตรวจสอบหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อยืนยันถึงต้นกำเนิดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ให้แน่นอนกว่านี้อาจจะทำได้ยาก เพราะตลาดสดที่คาดว่าเป็นแหล่งแพร่เชื้อในตอนแรกนั้นถูกปิดและล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว

@koopnot01

แหวกฟ้าหาฝัน : Litomysl castle ปราสาทมรดกโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468594

แหวกฟ้าหาฝัน : Litomysl castle ปราสาทมรดกโลก

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Theater

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือน Litomysl นอกจาก Portmoneum แล้ว สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปให้ได้ไม่เช่นนั้นเหมือนมาไม่ถึงเมืองนี้นั่นคือ Litomysl Castle ปราสาทแนวเรอเนสซองส์ที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็กที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี 1999 เมื่อ Litomyslที่ถูกกล่าวถึงครั้งแรกในปี 981 จากบันทึกประจำวันของ Kosmas นักบุญที่มีชื่อเสียงของสาธารณรัฐเช็กนี้ได้ถูกยกสถานะให้สูงขึ้นประกอบกับมีการสร้างอารามใหม่ในปี 1145 ทำให้เมืองกลายเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ

Blue Parlour

ในปี 1259 พระเจ้า Premysl Otakar ที่สอง ได้อนุญาตให้ตั้งเมืองขึ้น ต่อมาในปี 1344 จักรพรรดิชารล์ที่สี่ได้อนุญาตให้บิชอปมาตั้งรกรากส่งผลให้ที่นี่เป็นเมืองอันดับสองของแคว้นโบฮีเมียรองจากกรุงปราก ระหว่างปี 1432-1547 ดินแดนแห่งนี้ถูกครอบครองโดยตระกูล Kostkaส่งผลให้ที่นี่เจริญรุ่งเรืองมากและกลายเป็นเส้นทางการค้าสำคัญ เมืองนี้ถูกกษัตริย์ยึดคืนในสมัยรัชทายาทรุ่นสุดท้ายของ Kostka เนื่องจากพวกเขากระด้างกระเดื่อง กษัตริย์จึงส่งมอบให้ตระกูล Perstejn ภายใต้การนำของ Vratislav ofPernstejn ที่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของแผ่นดินเช็ก เขาได้มีโอกาสเดินทางไปยังหลายประเทศในยุโรปรวมทั้งอิตาลีด้วย เขาจึงดำริที่จะสร้างปราสาทตามแนวทางศิลปะแบบเรอเนสซองส์ซึ่งรุ่งเรืองสุดขีดในช่วงเวลานั้น เขาได้แต่งตั้งให้ Jan Baptista Avostalis หรือ Giovanni Battista Avostalli เป็นผู้ควบคุมดูแลการก่อสร้างต่อมาในปี 1792 เจ้าของปราสาทคนใหม่ประสงค์ที่จะตกแต่งปราสาทให้ทันสมัยขึ้นจึงได้แต่งตั้งJan Krystof Habich ให้ปรับปรุงปราสาทตามแนวทางศิลปะแบบบาโรกโดยยังคงรักษาแนวทางศิลปะแบบเรอเนสซองส์ไว้ด้วย

Chapel

ปราสาท 3 ชั้น 4 ปีก ที่ไม่สมมาตรกันนี้มีส่วนทิศตะวันตกเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุด และมีส่วนใต้ที่มีเพียง 2 ชั้นเท่านั้น เป็นที่ตั้งของหอสวดมนต์การตกแต่งภายในส่วนใหญ่จะมีพื้นฐานมาจากการสร้างดั้งเดิมแบบเรอเนสซองส์โดย Frantisek Maximilian Kanka สถาปนิกที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นเป็นผู้ออกแบบ ส่วนของปราสาทแนวบาโรกมีเฉพาะส่วนสวน กำแพงและหลังคา นอกจากนี้ที่นี่ยังมีโรงเบียร์ซึ่งเป็นที่ถือกำเนิดของ Bedrich Smetana นักแต่งเพลงชื่อก้องโลกอีกต่างหากด้วย

Dinning room

ส่วนที่น่าประทับใจมากที่สุดและพิเศษสุดของปราสาทก็คือส่วนของโรงละครที่อยู่ทางทิศตะวันตก โรงละครที่สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 18 นั้น ครั้งแรกสร้างที่ชั้นสอง ต่อมาเจ้าของปราสาทได้สร้างโรงละครที่สองใหม่ในปี 1791ที่ชั้นหนึ่ง Count Jiri Josef Valdstejn-Vartemberk เป็นผู้รับหน้าที่ตกแต่งภายในจนแล้วเสร็จ และเปิดทำการในเดือนเมษายน 1798 โรงละครขนาด 150 ที่นั่งนี้กลายเป็นแหล่งบันเทิงที่สำคัญที่ครอบครัวของเจ้าของปราสาทและเพื่อน ได้มาแสดงละครร่วมกัน โรงละครที่ได้รับการตกแต่งโดย Domini Dvorak ตามแนวทางศิลปะแบบคลาสสิก และตกแต่งเวทีโดย Josef Platzerจิตรกรราชสำนักผู้ตกแต่งโรงละครกรุงปราก และเวียนนานี้ไม่เพียงได้มาตรฐานสูง ยังสวยงามจนได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของEuropean Route of Historic Theaters projectในปี 2013 อีกทั้งยังเป็นส่วนสำคัญหนึ่งของImperial route ของโบฮีเมียและออสเตรียสมกับที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยนักท่องเที่ยวที่จะได้มาเยี่ยมเยือนปราสาท เมื่อได้ชมส่วนของเวทีและการตกแต่งจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกตื่นตาตื่นใจในการตกแต่งด้วยของดั้งเดิมของตัวเวทีที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีตลอดเวลาหลายร้อยปี

Green Parlour room

Library

Litomysl castle

Theater audian part

หนังสือเด่น : จากแรงบันดาลใจในอนุสาร อสท สู่จินตนาการของนักเขียนนิยายไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468622

news_default

หนังสือเด่น : จากแรงบันดาลใจในอนุสาร อสท สู่จินตนาการของนักเขียนนิยายไทย

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ได้สัมผัสกับ อนุสารสาร อสท ฉบับเดือนธันวาคม ที่เขาเจาะจงแนะนำให้คนอ่านได้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย ในส่วนที่เป็น ภูเขา และมหาสมุทร ทำให้นึกไปถึงนิยายจีนกำลังภายใน เรื่องหนึ่งในชุด “ภูผามหานที” ผลงานประพันธ์ของ “เฟิ่งเกอ” ซึ่งชุดล่าสุด เป็นตอนที่ชื่อว่า “คัมภีร์วิถีผู้กล้า” มีอยู่ด้วยกัน 8 เล่มจบ

ใครที่ได้อ่านนิยายจีนกำลังภายในเรื่องนี้มาแล้ว คงได้รับรู้ถึงสภาพของภูเขาและท้องทะเลในประเทศจีน ซึ่งหลากหลายไปด้วยหลายรูปแบบ แต่ละแห่งที่แฝงความสวยงาม ความลี้ลับและมนต์ขลังของสิ่งเร้นลับมองไม่เห็นที่แผ่รังสีกระทบออกมาให้ผู้ไปเยือนได้รับรู้ ทำให้เกิดความรู้สึกอยากไปเห็นของจริงว่ามันจะมีความรู้สึกเหมือนจากการสัมผัสด้วยตัวอักษรหรือไม่

เมื่อได้มาเห็น อนุสาร อสท ฉบับที่ให้ได้รับรู้เรื่องราวของ “ภูผามหาสมุทร”ในประเทศไทย ทำให้ต้องหยิบมาอ่าน และได้พบว่าภูเขาและท้องทะเลของไทยก็มีเสน่ห์ไม่แพ้ ภูผามหานทีของจีนเหมือนกัน

อนุสาร อสท ฉบับ ภูผามหาสมุทร ยังคงรักษาเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของหนังสือท่องเที่ยวเอาไว้อย่างสมบูรณ์ นั่นคือเรื่องของภาพ ที่ยังคงเต็มไปด้วยความคมชัด สวยงามด้วยมุมกล้องระดับศิลปิน และเรื่องราวที่เขียนขึ้น โดยนักเขียนสารคดีท่องเที่ยวมืออาชีพ อาทิ สุรศักดิ์ ตันตะโยธิน เขียนเรื่อง การเดินทางของภูผาถึงทะเลสีครามจากดอยตาปัง เขาตาหมื่นปี ถึงเกาะลังกาจิว, ฐากูร โกมารกุล ณ นคร เขียนเรื่อง เมืองคอง ไออุ่นในอ้อมกอดดอยไกล, พระคุณ บุณยเนตร เขียนเรื่อง ขนอม สิชลถนนสีคราม, ชตาทิพย์ อำพันทอง เขียนเรื่องสัมผัสสายหมอกและกระแสดาวบนเส้นทางงดงามจากน่านใต้สู่น่านเหนือ, อภินันท์ บัวหภักดีเขียนเรื่อง สงบสบาย ทะเลชายฝั่ง และ เชษฐา นุ้ยเล็ก เขียนเรื่อง เขาสก เกาะเต่า มีภูเขามีทะเล เป็นต้น

ทุกเรื่องดังกล่าว ทำให้เรามองเห็นถึงความสวยงามของภูมิประเทศของไทยที่ธรรมชาติสร้างสรรค์เอาไว้อย่างสวยงาม ไม่แพ้ประเทศอื่นใดในโลกเหมือนกัน

เลยทำให้นึกเลยเถิดฝากไปถึง นักประพันธ์นิยายของไทย น่าจะมีใครสักคน ลองสัมผัสธรรมชาติของไทยให้ลึกซึ้ง แล้วเขียนนิยาย ที่สอดแทรกจินตนาการของนักประพันธ์เข้าไปให้สนุกและกลมกลืนกับธรรมชาติ น่าจะเป็นทางเลือกอีกด้านหนึ่งของนักประพันธ์นิยายไทยนะครับ

เราประสบความสำเร็จมาแล้ว จากงานประพันธ์ที่นำเอา เรื่องอาหาร เรื่องหมอยา และเรื่องวิถีวัฒนธรรมไทยมาผูกเป็นเรื่องราวโด่งดังไปหลายเรื่อง ตอนนี้ลองเอาธรรมชาติมาจินตนาการเพื่อโปรโมทประเทศกันบ้างก็ไม่เสียหายอะไรนะครับ

ปลูกฝังเด็กให้รู้จักระบบนิเวศ การ์ตูนเด็กเพื่อการเรียนวิทยาศาสตร์

“แก๊งซ่า ท้าทดลอง” การ์ตูนของเกาหลี เพื่อปลุกจิตสำนึกให้เด็กๆ เข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องอยู่ในชีวิตประจำวัน ฉบับนี้ เป็นการเรียนรู้ในเรื่องของระบบนิเวศ เพื่อให้เด็กเข้าใจถึงความสำคัญและการรักษาระบบนิเวศให้สมบูรณ์ ด้วยการนำเสนอในรูปแบบของนิทานการ์ตูน เป็นเรื่องของกลุ่มเด็กๆ ที่มาร่วมกันแข่งขันงานทางด้านวิทยาศาสตร์ มีการเตรียมตัว การอาศัยเทคนิคที่จะต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ การ์ตูนเด็กในชุดนี้นอกจากความสนุกสนานจากเนื้อหาแล้วยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็กๆ มองเห็นความสำคัญของวิชาวิทยาศาสตร์ไปด้วย ราคาเล่มละ 158 บาท

อัตราส่วนทองและลำดับฟีโบนักชี เทียบเคียงวิชาคณิตศาสตร์กับธรรมชาติ

“อัตราส่วนทองและลำดับฟีโบนักชี” เป็นหนังสือภาพสำหรับเด็กของเกาหลี ที่บ่งบอกให้ นักอ่านวัยเด็ก ได้รับรู้ถึงอัตราส่วนของทองและความสัมพันธ์ของอัตราส่วนทองและลำดับฟีโบนักชี ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เด็กๆ ได้รับรู้สัดส่วนของสารที่รวมกันเป็นทองแบบเข้าใจง่ายๆ ตามหลักการของวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งผู้เขียนจะมีทั้งภาพประกอบและเรื่องราวที่อ่านเข้าใจง่าย ไม่สับสน ที่จะทำให้เด็กๆ ได้รับรู้ถึงอัตราส่วนของทองตามหลักคณิตศาสตร์แล้วยังได้รับรู้ถึงการนำทองไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในด้านต่างๆ อ่านสนุกและแฝงความรู้คณิต-วิทย์ไปพร้อมๆ กัน ราคา 225 บาท

ความทรงจำในห้วงดาราเล่มที่เจ็ด เซียวเจียวขึ้นเป็นครูฝึกในฐานทัพโอมินัส

“ความทรงจำในห้วงดารา” ผลงานของ “กงหัว” แปลเป็นไทยโดย “สรวลสุวรรณ” เล่มที่ 7 อออกวางตลาดแล้ว ในเล่มนี้ กล่าวถึง เซียวเจียว ที่ได้แสดงความสามารถออกมาอย่างเต็มที่เมื่อก้าวขึ้นไปเป็นครูฝึกที่หลายคนพากันให้ความเคารพนับถืออย่างสูงสุดแห่งฐานทัพโอมินัส ซึ่งแน่นอนว่าเซียวเจียวต้องไม่อยู่นิ่งแน่ๆและจำต้องมีลูกเล่นที่แปลกใหม่ออกมาโชว์ให้นักอ่านได้ประทับใจอย่างแน่นอน ตัวอย่าง “ผู้หญิงคนนี้คิดจะใช้กำลังของตัวเองคนเดียวเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของทั้งอวกาศ ต้องการนิยามรูปแบบระหว่างมนุษย์กับต่างพันธุ์ เธอบีบตัวเองไปจนถึงขอบหน้าผาแล้ว หากก้าวพลาดไปเพียงก้าวเดียวก็จะไม่ได้กลับมาอีกตลอดกาล”

เมื่อหนุ่มสาวต่างความคิดต้องมาพบกัน เรื่องราวที่ไม่คาดฝันจึงเกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึง

“ลำนำนกกระเรียนแห่งหวาถิง” งานเขียนของ“เสวียหม่านเหลียง” แปลเป็นไทยโดย “เกาเฟย” เป็นเรื่องของหนุ่ม-สาวต่างระดับที่ต้องมาพบพานกันบนความหวาดระแวงและความคิดที่ต่างขั้ว แต่ทั้งสองเมื่อพบกัน ความแตกต่างกลับกลมกลืนกันได้อย่างลงตัว แต่ยังคงความไม่แน่ใจไว้กับคนทั้งสอง เนื่องจากคนหนึ่งเป็นถึงองค์รัชทายาทที่เป็นรองเพียงแค่ฮ่องเต้เท่านั้น ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นเพียงนางกำนัลที่ต่ำต้อยซึ่งมีอดีตที่เจ็บปวดซ้ำซ้อน เมื่อได้มาพบกับองค์รัชทายาท ที่มีแต่คนจับจ้องจนต้องระแวงคนทุกคนไปหมด แต่เมื่อทั้งสองถูกกำหนดให้ต้องพบกันอะไรจะเกิดขึ้น ราคาเล่มละ 270 บาท

เดอะ มาร์เก็ต ไชนีส นิวเยียร์ 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468635

ผู้บริหารและนักแสดงมอบอั่งเปาให้กับสิงโตในเทศกาลตรุษจีน

เดอะ มาร์เก็ต ไชนีส นิวเยียร์ 2020

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กันยารัตน์ โชคอุ่นกิจผู้บริหารศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ร่วม“ตีกลอง” เปิดงาน โดยมีซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดรมาแนะความรู้ในช่วงการทำนาย “ดวงชะตารับทรัพย์ปี’63 นักษัตร หนูทอง” และนักแสดงหนุ่มฮอต มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพลร่วมงาน

เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ ต้อนรับเทศกาลมหามงคลตรุษจีนปีหนูทอง จัดงาน “เดอะ มาร์เก็ต ไชนีส นิวเยียร์ 2020” เนรมิตพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็นทุ่งดอกโบตั๋น เพื่อดึงดูดความสุขความมั่งคั่งร่ำรวยรับโชคปีหนูทอง พร้อมจัดเต็มด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพร ชมการแสดงเชิดสิงโต มังกร สนุกรับโชค ช็อปเพลิน และอิ่มอร่อยกับสุดยอดเมนูอาหารจีนจากร้านดัง ณ ชั้น M ศูนย์การค้าเดอะ มาร์เก็ต แบงคอกราชประสงค์

โดยพิธีเปิดงาน กันยารัตน์ โชคอุ่นกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ตแบงคอก ร่วม “ตีกลอง” เปิดงาน ต่อด้วยด้วยการแสดงตีกลองเบิกฤกษ์มงคล จากนั้น ซินแสเป็นหนึ่งวงษ์ภูดร ได้มาแนะความรู้ในช่วงการทำนาย “ดวงชะตารับทรัพย์ ปี’63 นักษัตร หนูทอง” โดยมีนักแสดงหนุ่มฮอต มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพลร่วมพูดคุยและตรวจโชคชะตา นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังได้ร่วมสนุกรับโชคกับโปรโมชั่นพิเศษ ลุ้นรับโชค 2 ต่อเมื่อช็อปครบทุกๆ 1,000 บาท กับร้านค้าที่ร่วมรายการ ต่อแรก รับทันทีอั่งเปาโชคดีปีหนูทองบัตรกำนัลเงินสดมูลค่า 100 บาท ใช้ซื้อสินค้า อาหาร หรือเครื่องดื่ม เฉพาะร้านอาหารที่ร่วมรายการ และต่อที่สองยังได้ลุ้นเป็นผู้โชคดีรับแพ็กเกจท่องเที่ยวเยือนแดนมังกร กรุงเทพฯ-คุนหมิง (ต้าลี่ แชงกรีลา และ ลี่เจียง) จำนวน 2 ที่นั่ง 1 รางวัลอีกด้วย

ผู้บริหารและนักแสดงมอบอั่งเปาให้กับสิงโตในเทศกาลตรุษจีน

ผู้บริหารและนักแสดงมอบอั่งเปาให้กับสิงโตในเทศกาลตรุษจีน
การแสดงกลองเปิดฤกษ์มงคล

การแสดงกลองเปิดฤกษ์มงคล
ช่วงพูดคุยดวงชะตารับทรัพย์ ปี’63 นักษัตร หนูทอง

ช่วงพูดคุยดวงชะตารับทรัพย์ ปี’63 นักษัตร หนูทอง
มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล

มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล

ตะลอนเที่ยว : ‘เราจะบำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ’สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468615

ตะลอนเที่ยว : ‘เราจะบำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ’สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศฯ

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ประเทศสยามมีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร พระองค์แรก คือ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศอดิศวรมหาจุฬาลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร บรมมกุฎนเรนทรสูริย์ขัตติยสันตติวงษ อุกฤษฐพงษวโรภโตสุชาต ธัญญลักษณวิลาศวิบุลยสวัสดิ์ศิริวัฒนวิสุทธิสยามมกุฎราชกุมาร

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีมหาพิไชยมงคลสรงสนาน เฉลิมพระปรมาภิไธย สถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ขึ้นดำรงพระบรมราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2429

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระนางเจ้า
สว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี (สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) ประสูติเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2421 เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2437 ด้วยอาการพระประชวรด้วยโรคไข้รากสาดน้อย

พระองค์ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชปิตุลาธิบดีในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และทรงมีพระอนุชา และพระขนิษฐาร่วมพระราชมารดา คือสมเด็จเจ้าฟ้าวิจิตรจิรประภา, สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์, สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร,สมเด็จเจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณ และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงสงขลานครินทร์ (ต่อมาคือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) และทรงเป็นพระบรมราชอัยกาเจ้าในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

หลังการพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ไปบูรณปฏิสังขรณ์ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ฯ ครั้นเมื่อบูรณะวัดเรียบร้อยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เชิญตราสัญลักษณ์ประจำสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศไปไว้ที่หน้าบันพระวิหารหลวง

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อแผ่นดินสยามนานัปการทรงช่วยผ่อนพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระราชบิดา นับตั้งแต่ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสยามมกุฎราชกุมาร เช่น เสด็จออกรับพระราชอาคันตุกะ และทรงรับฎีการ้องทุกข์จากราษฎร และเสด็จฯ เป็นผู้แทนพระองค์ในโอกาสต่างๆ ที่สำคัญคือ ทรงมีพระอัจฉริยภาพ และพระสติปัญญาหลักแหลม ทรงรอบรู้ในสรรพวิทยา เพราะทรงได้รับการอบรมสั่งสอนจากพระราชบิดาอย่างใกล้ชิด ทรงมีพระอัจฉริยภาพในด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ทรงเขียนพระบันทึกจดหมายเหตุรายวัน ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงพระราชนิพนธ์โคลงกลอนต่างๆ ไว้มากทรงเชี่ยวชาญแตกฉานในภาษาอังกฤษ ทรงได้รับรางวัลเรียงความและแต่งนิทานภาษาอังกฤษจากเกาะสิงคโปร์ เมื่อครั้งที่อังกฤษยังมีอิทธิพลเหนือสิงคโปร์ เมื่อครั้งทรงผนวชเป็นสามเณรทรงเทศน์มหาชาติ เรื่องความกตัญญูกตเวที

พระราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมารประดิษฐานอยู่ ณ บริเวณหน้าอาคารปฏิบัติธรรม ชื่อ เบญจมราชวรานุสรณ์ โดยที่หน้าบันชั้นบนสุดของอาคารมีตราสัญลักษณ์ของพระราชวงศ์จักรีประดิษฐาน ซึ่งถือได้ว่าเป็นอาคารภายนอกพระบรมมหาราชวังเพียงแห่งเดียวที่ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ประดิษฐานตราสัญลักษณ์สำคัญนี้ไว้ ส่วนหน้าบันชั้นถัดลงมามีตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ประดิษฐานไว้คือรูปมงกุฎ และมีช่อชัยพฤกษ์ประดับโดยมีตัวอักษร ร.จ.บ.ต.ว.ห.จ. ติดอยู่ด้วย ซึ่งย่อมาจาก เราจะ บำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ อันหมายถึง จะทรงทำนุบำรุงประเทศชาติประชาชนให้มีความเจริญ เนื่องจากทรงตระหนักดีว่า พระมหากษัตริย์ทรงเปรียบเสมือนพ่อของแผ่นดิน ดังนั้นจึงมีพระราชภารกิจต้องทำนุ บำรุงชาติบ้านเมืองและประชาชนให้มีความสุขความเจริญทั่วทั้งแผ่นดิน

ดังนั้นในทุกวันที่ 4 มกราคม ทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระองค์ท่าน จึงมีการพิธีทำบุญอุทิศถวายแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ณ พระราชานุสาวรีย์ของพระองค์ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ฯ โดยผู้เป็นเจ้าภาพจัดพิธีทำบุญอุทิศถวายทุกปีได้แก่ คุณยศ-ดร.นฎาประไพ เอื้อชูเกียรติ

คอลัมน์ตะลอนเที่ยวขอเชิญชวนให้คุณไปกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้าพระองค์แรกของสยามประเทศ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อสยามประเทศ และพสกนิกรชาวไทย ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ฯ

โซไซตี้ : วิศวะมหิดล รีไซเคิลจักรยานเพื่อน้องบางระกำ…ตามศาสตร์พระราชา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468636

โซไซตี้ : วิศวะมหิดล รีไซเคิลจักรยานเพื่อน้องบางระกำ…ตามศาสตร์พระราชา

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดโครงการ “จักรยานรีไซเคิลเพื่อน้องบางระกำ…ตามศาสตร์พระราชา” แท็กทีมจิตอาสารวมพลังรีไซเคิลจักรยานสำหรับน้องนักเรียนโดยมี ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นประธานส่งมอบ จำนวน40 คัน แก่ พ.ต.ท.โสภณ มุ้ยจั่น ผู้แทนจากโรงเรียนบางระกำ จ.พิษณุโลก

ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จักรยานและรถรางไฟฟ้า เป็น Mobility ของการสัญจรหลักในคณะวิศวกรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น Green Universityในแต่ละปีมีจักรยานที่นักศึกษาซึ่งจบไปและไม่ได้ใช้แล้ว รวมกับจักรยานบริจาคจำนวนมาก ขณะที่โรงเรียนบางระกำ จ.พิษณุโลก มีแนวคิดในการส่งเสริมนักเรียนปั่นจักรยานจากบ้าน ไป-กลับ โรงเรียน เพื่อสุขภาพของนักเรียน และลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ทั้งเป็นพาหนะที่ไม่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม แต่ทางโรงเรียนยังขาดแคลนจักรยานสำหรับนักเรียน งานวิศวกรรมเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ESR)ในการบริหารของ ผศ.ดร.กฤษฎา อัศวสกุลเกียรติรองคณบดี จึงได้จัดโครงการ “จักรยานรีไซเคิลเพื่อน้องบางระกำ…ตามศาสตร์พระราชา” โดยระดมทีมจิตอาสาจากนักศึกษา อาจารย์ เจ้าหน้าที่มาชุบชีวิตจักรยานเก่า ให้กลับมาใช้งานวิ่งฉิวได้อีกครั้งนับเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ประโยชน์ 4 อย่าง คือ ส่งเสริมการรีไซเคิลซึ่งลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม สร้างเสริมวิถีการสัญจรเพื่อสุขภาพและไร้มลพิษแก่เยาวชน ฝึกฝนการใช้ทักษะทางวิศวกรรมของนักศึกษาและทีมจิตอาสา และสำคัญเป็นการสืบสานศาสตร์พระราชาในการแบ่งปันช่วยเหลือสังคมส่วนรวม

วิศวะมหิดล โดย ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดี และ ผศ.ดร.กฤษฎา อัศวสกุลเกียรติ รองคณบดี ส่งมอบจักรยานรีไซเคิลในลอตแรก 40 คัน ความสุขจากผู้บริจาค-ผู้รีไซเคิล-ถึงผู้รับ

สุชานันท์ พิทยาธรไชยศรี นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการจิตอาสานี้ เพราะเราอยู่ในโลกยุค Circular Economy สังคมเศรษฐกิจหมุนเวียน หากมีแต่คนทิ้งอย่างเดียว โลกจะเต็มไปด้วยขยะ การได้ใช้ความคิดและทักษะความรู้ในการซ่อมจักรยาน ทำให้เราได้ส่งมอบสิ่งดีๆ มีประโยชน์ให้กับน้องเยาวชนที่อยู่ห่างไกลสนุกและประทับใจมากตอนที่เห็นจักรยานที่เสร็จแล้วทั้ง 40 คัน โหลดขึ้นรถบรรทุกเตรียมขนส่งไปที่โรงเรียน มีความสุขที่ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อน้องๆ นักเรียนได้ใช้งานประหยัดเงินและพลังงานอีกด้วย ณัฐธิดา อัลภาชน์ นักศึกษาภาคเดียวกันกล่าวว่า จักรยานแต่ละคันมีความหมายกับอีกหลายชีวิตเห็นรอยยิ้มของน้องๆ บางระกำแล้วหายเหนื่อยเลย ดีใจกับน้องๆ ที่จะได้ใช้จักรยานเป็นพาหนะเดินทางไป-กลับโรงเรียน ช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ที่จะต้องมารับมาส่งได้อีกทาง ช่วงที่เรารีไซเคิลซ่อม-สร้าง แม้จะไม่เคยมีความรู้ในการซ่อมจักรยานมาก่อน แต่ไม่ใช่ปัญหา เพราะได้เรียนรู้ถึงอุปกรณ์และวิธีซ่อมเครื่องมือจากทีมช่างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแนะนำ นอกจากใช้ความรู้ซ่อมจักรยานแล้ว ยังได้มารู้จักเพื่อนต่างมหาวิทยาลัยที่มาช่วยกันด้วยค่ะ

น้องนักเรียน บางระกำ พิษณุโลก

หนึ่งในทีมจิตอาสา ปิยะ ไพบูลย์รุ่งโรจน์วิศวกรภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า พื้นฐานของวิศวกรรม คือ วิเคราะห์ ออกแบบและพัฒนา ทุกคนจะมีพื้นฐานตรงนี้อยู่แล้ว เครื่องไม้เครื่องมือพร้อม นำความรู้พื้นฐานทางวิศวะมาประยุกต์ใช้ได้ เช่น การเชื่อมเหล็ก ขัด ถูอ๊อกเหล็ก รวมไปถึงงานทางด้านไฟฟ้า โครงการนี้ผมมีหน้าที่สอนและบอกเทคนิคการซ่อมแซมแก่ทีมนักศึกษาจิตอาสา ว่าควรจับตรงไหน มุมไหนถึงจะง่ายต่อการซ่อมแซม การถอดล้อด้านหน้า-ด้านหลัง
การเปลี่ยนยางด้านใน-ด้านนอกทำอย่างไร การส่งมอบจักรยานรีไซเคิลแก่โรงเรียนบางระกำ เราได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการบำรุงรักษาจักรยานแก่เด็กนักเรียนด้วย สำหรับหลักการดูแลรักษาจักรยานเบื้องต้น เช่น ควรตรวจเช็คและเติมลมยางสัปดาห์ละครั้ง,ตรวจดูความตึงของโซ่ เบรก หรือนอตต่างๆ ให้พร้อมใช้เสมอ, หากโซ่มีปัญหาขึ้นสนิม ควรทำความสะอาดและหยอดน้ำมันเป็นระยะ, ไม่จอดจักรยานทิ้งตากแดดจัด หรือตากฝนนานเกินไป เป็นต้น

รอยยิ้มของเด็กๆ บางระกำ กับจักรยานไร้มลพิษ

รอยยิ้มของเด็กๆ บางระกำ กับจักรยานไร้มลพิษ

สุชานันท์ พิทยาธรไชยศรี นักศึกษาคณะวิศวะมหิดล

สุชานันท์ พิทยาธรไชยศรี นักศึกษาคณะวิศวะมหิดล
ณัฐธิดา อัลภาชน์ นักศึกษาคณะวิศวะมหิดล

ณัฐธิดา อัลภาชน์ นักศึกษาคณะวิศวะมหิดล
ปิยะ ไพบูลย์รุ่งโรจน์

ปิยะ ไพบูลย์รุ่งโรจน์
นักศึกษาและกลุ่มจิตอาสา กำลังช่วยกันชุบชีวิตจักรยานสองล้อ

นักศึกษาและกลุ่มจิตอาสา กำลังช่วยกันชุบชีวิตจักรยานสองล้อ
ขนลำเลียงจักรยานรีไซเคิลขึ้นรถบรรทุก

ขนลำเลียงจักรยานรีไซเคิลขึ้นรถบรรทุก

Science Update : คอนกรีตมีชีวิต งอกเพิ่มปริมาณได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468625

news_default

Science Update : คอนกรีตมีชีวิต งอกเพิ่มปริมาณได้

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด วิทยาเขตโบลเดอร์ (CU Boulder) ของสหรัฐ เผยถึงความสำเร็จในการคิดค้นคอนกรีตมีชีวิต (Living concrete) ซึ่งสามารถขยายตัวเพิ่มปริมาณเนื้อคอนกรีตเองได้ โดยใช้แบคทีเรียชนิดไซเนโคค็อกคัส (Synechococcus) มาเป็นส่วนผสมของเนื้อคอนกรีตซึ่งทำมาจากเจลาตินผสมกับแบคทีเรีย สารอาหารที่จำเป็น และทราย จนได้ส่วนผสมเหลวที่นำไปใส่แม่พิมพ์ตามรูปแบบที่ต้องการ จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ในสถานที่ซึ่งมีความร้อนและแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ เพื่อให้แบคทีเรียสังเคราะห์แสงและสร้างผลึกแคลเซียมคาร์บอเนตออกมาห่อหุ้มเม็ดทรายเอาไว้ คล้ายกับการก่อตัวของเปลือกหอยในธรรมชาติ อิฐหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จะเกาะตัวกันในรูปของเจล ซึ่งจะต้องนำไปทำให้แห้งอีกครั้ง เพื่อให้มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น ข้อดีของคอนกรีตมีชีวิตคือ สามารถเพิ่มปริมาณเนื้อคอนกรีตขึ้นมาเองได้หลายเท่า หากยังไม่อยู่ในสภาพที่ความชื้นระเหยแห้งไปหมด และแบคทีเรียในคอนกรีตยังคงมีชีวิตอยู่ อิฐบล็อกที่ทำจากคอนกรีตมีชีวิตเพียงก้อนเดียว สามารถแบ่งตัวเพิ่มจนกลายเป็นอิฐถึง 8 ก้อนเมื่อเติมน้ำและสารอาหารให้แบคทีเรียที่อยู่ในเนื้อคอนกรีต ช่วยให้สะดวกต่อการนำไปเป็นวัสดุก่อสร้างสำหรับพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร หรือแม้แต่ในห้วงอวกาศนอกโลก เนื่องจากไม่ต้องเปลืองแรงขนย้ายวัสดุจำนวนมากที่หนักอึ้งไปยังจุดก่อสร้างตั้งแต่แรก

ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน กับเมนูอาหารจาก ‘THAI TASTE HUB’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468634

ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน กับเมนูอาหารจาก ‘THAI TASTE HUB’

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ตรุษจีนปีนี้ “คิง เพาเวอร์” ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ต้อนรับปีหนูทองกับเมนูอาหารจีน 3 ร้านดังจาก “THAI TASTE HUB” ที่จัดเต็มทั้งคาวหวานเอาใจสายชิม อิ่มอร่อย เสริมมงคล รับตรุษจีนร้านสยาม วิสดอม ร้านอาหารไทยต้นตำรับ ทุกเมนูเป็นอาหารไทยแบบดั้งเดิมตามสูตรโบราณและสร้างจากภูมิปัญญาไทยโดดเด่นด้วยความหลากหลายของอาหารไทยตั้งแต่ยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเชฟหนุ่ม-ธนินธร จันทรวรรณ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคการทำอาหารมากมายซึ่งสั่งสมมาจากประสบการณ์จากหลากหลายประเทศ นำเสนอเมนู ผัดหมี่กะทิกุ้งสด, ข้าวซอยไก่, ข้าวผัดผงกะหรี่ปูไข่เค็ม

ภัตตาคารเชียงการีล่า ภัตตาคารจีนชื่อดังที่เปิดมายาวนานกว่า 50 ปี รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ความเลิศรสระดับตำนานบนดินแดนมังกรของไทยกับภัตตาคารรุ่นบุกเบิกบนถนนเยาวราชที่สร้างชื่อจนกลายเป็นที่ยอมรับทั้งจากชาวไทยชาวจีนขนานแท้ ตลอดจนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติซึ่งทุกคนต่างประทับใจในรสชาติ ความสด การบริการ การตกแต่ง และศิลปะการปรุงแต่งอาหารและจัดจานอาหารในแบบฉบับจีนกวางตุ้งได้อย่างนุ่มลึกและมีรสนิยมดั่งเช่นต้นตำรับ “ภัตตาคาร เชียงการีล่า” โดยเมนูจะมีดังนี้ ผัดหมี่สไตส์ฮ่องกง, กุ้งผัดซอสเอ็กซ์โอ, ปลาผัดซอสส้ม, หมูผัดพริกไทยดำ, ขนมจีบ /ซาลาเปา, เผือกลาวา / เผือกทองคำ และสุดท้าย ร้านหลี่ชิมเฮีย เป็นร้านจุ๋ยก้วยเจ้าแรกในประเทศไทย ที่มีมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 1919 จุ๋ยก้วย เป็นเมนูทานเล่นของคนแต้จิ๋ว ซึ่งนำข้าวมาโม่แล้วนึ่งสุก ในสมัยก่อนจะนำจุ๋ยก้วยไปนึ่งแล้วตักใส่กระทงโรยหน้าด้วยไชโป๊วและปรุงรสด้วยซีอิ๊ว แต่ในปัจจุบันจะเพิ่มน้ำส้มสายชูเพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยมากยิ่งขึ้น เมนูแนะนำได้แก่จุ๋ยก้วย, ก๋วยเตี๋ยวหลอด และ เปาะเปี๊ยสดนอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารสตรีทฟู้ดส์ชื่อดังอีกกว่า 20 ร้านค้า และยังมีโซน “THAI TASTE HUB EXPRESS” ที่รวบรวมร้านอร่อยอีกมากมายผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาให้ได้ชิมกันอย่างจุใจ ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายที่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักเดินทางอย่างแท้จริง ตามไปพิสูจน์กันได้แล้ว ที่ชั้น 3คิง เพาเวอร์ รางน้ำ