“กมธ.การกฎหมายฯ” เตรียมพิจารณากรณี “น้องชายธนาธร” วันพรุ่งนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“กมธ.การกฎหมายฯ” เตรียมพิจารณากรณี “น้องชายธนาธร” วันพรุ่งนี้ (komchadluek.net)

“กมธ.การกฎหมายฯ” เตรียมพิจารณากรณี “น้องชายธนาธร” วันพรุ่งนี้

"กมธ.การกฎหมายฯ" เตรียมพิจารณากรณี "น้องชายธนาธร" วันพรุ่งนี้

15 ธันวาคม 2563 – 17:36 น.

กมธ.การกฎหมายฯ เตรียมพิจารณากรณี “น้องชายธนาธร” วันพรุ่งนี้ “สิระ “ย้อนถามแกนนำม็อบทำไมตอนประธาน กมธ.ชื่อ “ปิยบุตร” ถึงเข้าร่วมทุกครั้ง หรือเพราะกลัวประธานชื่อสิระ หรือกลัวความจริง

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2563 นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ในการประชุมของคณะกรรมาธิการฯในวันพรุ่งนี้(16ธ.ค.) จะมีการพิจารณาเกี่ยวกับกรณีที่พนักงานอัยการไม่สั่งฟ้องน้องชายนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากกรณีการติดสินบนการเช่าที่ย่านชิดลม โดยได้มีการเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กองปราบปราม และอัยการ โดยในส่วนของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้นทราบว่าหากไม่ติดภาระกิจก็จะมาด้วยตัวเอง แต่หากไม่มาก็จะทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง  

ส่วนกรณีของผู้ชุมนุมทางการเมืองนั้น ในวันพรุ่งนี้ทางประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนได้ตอบรับว่าจะเดินทางเข้ามาร่วมประชุม ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นก็ได้ปฏิเสธไม่ตอบรับเข้าร่วม

“ทำไมเมื่อก่อนประธานชื่อปิยบุตรถึงมากันทุกอาทิตย์ และก็กรรมาธิการการกฎหมายไม่มีเวลาไปพิจารณาเรื่องของความเดือดร้อน ความยุติธรรมให้กับประชาชนเลย ทำแต่เรื่องม็อบ แล้ววันนี้พอประธานชื่อนายสิระกลัวอะไร กลัวประธานชื่อสิระจะพูดความจริงหรือให้พูดความจริง บังคับให้พูดความจริงกับประชาชนหรือไม่ กลัวความจริงใช่ไหมถึงไม่มา” นายสิระ กล่าว

“บิ๊กตู่” ลั่น จะทุ่มเททำงานจนตาย เตือน จัดงานแสดง ถ้าไม่ควบคุมเสี่ยงแพร่โควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“บิ๊กตู่” ลั่น จะทุ่มเททำงานจนตาย เตือน จัดงานแสดง ถ้าไม่ควบคุมเสี่ยงแพร่โควิด (komchadluek.net)

“บิ๊กตู่” ลั่น จะทุ่มเททำงานจนตาย เตือน จัดงานแสดง ถ้าไม่ควบคุมเสี่ยงแพร่โควิด

"บิ๊กตู่" ลั่น จะทุ่มเททำงานจนตาย เตือน จัดงานแสดง ถ้าไม่ควบคุมเสี่ยงแพร่โควิด

15 ธันวาคม 2563 – 16:55 น.

“บิ๊กตู่” ลั่น จะทุ่มเททำงานจนตาย เตือน จัดงานแสดง ถ้าไม่ควบคุมเสี่ยงแพร่โควิด เผย ไม่อยากล็อกดาวน์อีก ขอช่วยกันเข้ม

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมสถานีกลางบางซื่อ ว่า วันนี้มาติดตามความก้าวหน้า โดยคาดว่า ในปีหน้าจะใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งจากการทดสอบนั่ง ก็พบว่า สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย สามารถลดเวลาการเดินทางได้ ขณะเดียวกัน ก็ต้องดูว่าข้างทางจะพัฒนาได้อย่างไร 

พล.อ.ประยุทธ์ ยังบอกว่า วันนี้ได้ย้ำเตือนในที่ประชุมครม. ให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง แก้ไข PM 2.5 ซึ่งตนเอง ก็ทราบดีว่า หลายกระทรวงก็ดำเนินการไปแล้ว โดยไม่ใช่รัฐบาล ไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งรัฐบาล มีทุกมาตรการ 

ส่วนสถานการณ์โควิด พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยัน เข้มงวดทุกอย่าง โดยเฉพาะการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก ดังนั้น การจัดแสดง ถ้าไม่ควบคุม ไม่ใส่หน้ากากให้เข้มงวด โอกาสจะแพร่เชื้อก็มีมาก และอาจเกิดซุปเปอร์สเปรดเดอร์ ซึ่งตนเอง ไม่อยากให้ไปถึงตรงนั้น และไม่อยากให้กลับไปล็อกดาวน์อีก ดังนั้น ก็อยู่ที่ความร่วมมือ 

พล.อ.ประยุทธ์ ยังบอกว่า ตนเองได้เพิ่มกำลังทหารตามแนวชายแดนมากพอสมควร​ โดยใช้ทั้งคน โดรน ลวดหนาม ซึ่งจากนี้ ใกล้ปีใหม่ ไม่อยากให้กลับไปทุกข์แบบเดิม คือ ล็อกดาวน์ ดังนั้น ต้องเตือนกัน ส่วนงานปีใหม่ ก็กำลังพิจารณากันว่า จะจัดในรูปแบบใด ซึ่งต้องมีมาตรการที่รัดกุม โดยช่วงที่ผ่านมา เราทำมาดีแล้ว

"บิ๊กตู่" ลั่น จะทุ่มเททำงานจนตาย เตือน จัดงานแสดง ถ้าไม่ควบคุมเสี่ยงแพร่โควิด

พล.อ.ประยุทธ์ ยังย้ำว่า ความสงบสุข ความรัก ความสามัคคี สำคัญที่สุดในเวลานี้ และตนคาดหวังว่า ถ้าวัคซีน สำเร็จ เราจะเป็นประเทศที่ฟื้นตัวเร็วกว่าเพื่อน พร้อมเน้นย้ำว่า ถ้าล้มต้องประคอง อย่าให้ล้มหัวทิ่ม ประคองให้ยืนขึ้น ลุกให้ไว เดินหน้าให้เร็ว เพื่อชดเชยสถานการณ์ที่เสียไปช่วงโควิด โดยอย่าให้เรื่องอื่นมาเป็นปัญหากับรัฐบาลและประชาชน ซึ่งตนไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งกัน ยิ่งขัดแย้งกัน ประเทศชาติยิ่งเสียโอกาส ตนก็เสียใจ ดังนั้น สิ่งสำคัญ เราต้องรวมใจไทยสร้างชาติให้ได้ ในการลดความขัดแย้งไปสู่ความสงบเรียบร้อยให้ได้โดยเร็ว ส่วนตนเอง ก็จะทำงานให้ท่านจนตาย ไม่ใช่อยู่จนตาย แต่ว่า ทุ่มเท รวมถึงต้องให้กำลังใจ ครม. ด้วย แต่ตนเองไม่ต้องให้ก็ได้ แต่ตนก็ต้องให้ประชาชนอยู่แล้ว ตนอาจจะเป็นเป้าใหญ่

“บิ๊กตู่” สั่งล่าตัวกลุ่มคน-โรงแรม โกงเราเที่ยวด้วยกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“บิ๊กตู่”สั่งล่าตัวกลุ่มคน-โรงแรม โกงเราเที่ยวด้วยกัน (komchadluek.net)

“บิ๊กตู่”สั่งล่าตัวกลุ่มคน-โรงแรม โกงเราเที่ยวด้วยกัน

"บิ๊กตู่"สั่งล่าตัวกลุ่มคน-โรงแรม โกงเราเที่ยวด้วยกัน

15 ธันวาคม 2563 – 15:29 น.

บิ๊กตู่ สั่งกลางครม. ล่าตัวกลุ่มคน-โรงแรม โกงเราเที่ยวด้วยกัน ทำโครงการดีๆเสีย ลั่นฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พูดในที่ประชุมครม.ถึงโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ภายหลังรับรายงานว่าการมีแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างโรงแรมกับผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในลักษณะที่มีการโกงเกิดขึ้น 

พล.อ.ประยุทธ์ จึงสั่งการว่าต้องตรวจสอบให้เจอว่าคนกลุ่มนี้คือคนกลุ่มไหน และเป็นโรงแรมที่ไหน ซึ่งต้องดำเนินการจัดการขั้นเด็ดขาด ด้วยการฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นตัวอย่างและแบบอย่างเวลาเรามีโครงการอะไรดีๆ ของรัฐบาลออกมา ไม่ควรไปร่วมมือทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จึงกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ

“บิ๊กป้อม” ย้ำเดินหน้า “นิคมจะนะ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“บิ๊กป้อม” ย้ำเดินหน้า “นิคมจะนะ” (komchadluek.net)

“บิ๊กป้อม” ย้ำเดินหน้า “นิคมจะนะ”

"บิ๊กป้อม" ย้ำเดินหน้า "นิคมจะนะ"

15 ธันวาคม 2563 – 10:21 น.

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันเดินหน้าโครงการนิคมจะนะ เตรียมตั้งคณะทำงานสร้างความเข้าใจ ย้ำประชาชนได้ประโยชน์

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเจรจากับกลุ่มที่มาคัดค้านโครงการนิคมอุตสาหกรรม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ว่า เรื่องนี้ต้องตั้งคณะทำงานขึ้น เพื่อศึกษาสร้างการรับรู้ให้ประชาชน ว่าเราทำอะไรไปบ้าง

"บิ๊กป้อม" ย้ำเดินหน้า "นิคมจะนะ"

  และประโยชน์ก็ได้แก่ประชาชนโดยตรง ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม เราทำอะไรไปบ้าง เรื่องของประมง เราก็จะไปชี้แจงให้ประชาชนได้เข้าใจว่าเราได้ทำอะไรไป และประโยชน์ก็จะได้กับประชาชนโดยตรงทั้งหมด

 พลเอกประวิตร กล่าวอีกว่า ส่วนการแต่งตั้งนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นคณะกรรมการสมานฉันท์สัดส่วนคณะรัฐมนตรี คงต้องรอเข้าคณะรัฐมนตรีก่อน ส่วนกระแสวิจารณ์ว่า จะทำให้เกิดความสมานฉันท์ได้ยากนั้น พลเอกประวิตร กล่าวย้ำว่า เขายังไม่ได้ทำเลย จะไปคิดอย่างนั้นได้อย่างไร ให้เขาทำงานก่อน 

 ส่วนท่าทีของทั้งสองคน ที่แสดงออกตอบโต้กลุ่มผู้ชุมนุมมาโดยตลอด พลเอกประวิตร กล่าวว่า เขารู้อยู่แล้วว่า เขาจะต้องทำอะไร แล้วแต่จะคิด ก็ต้องคุยกัน ให้เขาทำงานก่อน

 สำหรับกรณีพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเว ส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พลเอกประวิตร กล่าวว่า อภิปรายไม่ไว้วางใจยังไม่รู้ จะต้องไปถาม ร้อยเอกธรรมนัส  ส่วนการอภิปรายพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  กรณีบ้านพักทหาร ท่านไม่ได้ทำอะไรเลย ก็เป็นเรื่องที่จบไปแล้ว มีคำสั่งเรียบร้อยตั้งแต่ปี 2548 แล้ว

กรมปศุสัตว์จัดตั้งศูนย์จักรกลการเกษตรด้านปศุสัตว์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – กรมปศุสัตว์จัดตั้งศูนย์จักรกลการเกษตรด้านปศุสัตว์ (naewna.com)

กรมปศุสัตว์จัดตั้งศูนย์จักรกลการเกษตรด้านปศุสัตว์

กรมปศุสัตว์จัดตั้งศูนย์จักรกลการเกษตรด้านปศุสัตว์

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.01 น.

กรมปศุสัตว์จัดตั้งศูนย์จักรกลการเกษตรด้านปศุสัตว์ นำร่อง7ศูนย์ช่วยเกษตรกรลดค่าใช้จ่าย 

15 ธ.ค.63 นายสัตวแพทยส์ รวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทาให้เกิดภัยแล้งและอุทกภัยหลายๆพื้นที่ของประเทศไทย ทาให้ปศุสัตว์ เช่น โคเนื้อ โคนม กระบือ แพะ-แกะ ได้รับผลกระทบ ในแต่ละปีไม่น้อยกว่า 3 ล้านตัว และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้น ดังนั้น กรมปศุสัตว์ซง่ึ มีภารกิจให้การช่วยเหลือ สนับสนุน เสบียงสัตว์ พันธุ์สัตว์ การป้องกันโรค และการรักษาสัตว์ 

ทั้งนี้ เพื่อให้การบริการอย่างทั่วถึงจาเป็นต้องมีบุคลากร ที่มีความรู้ ความสามารถ เครื่องมือ และสิ่งอานวยความสะดวกที่ทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสารองเสบียงสัตว์นั้น จาเป็นต้องมี เครื่องจักรกลการเกษตรขนาดใหญ่ในการปฏิบัติงานในภารกิจต่างๆ เช่น การจัดการแปลงพืชอาหารสัตว์ การสารองเสบียงสัตว์ อาทิ หญ้าแห้ง หญ้าหมัก และฟางอัดฟ่อน ตลอดจนการเก็บสารองเสบียงสัตว์เพื่อความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ รวมทั้งการช่วยเหลือเกษตรกรเมื่อเกิดภัยธรรมชาติ เป็นต้น

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีงบประมาณ 2564 กรมปศุสัตว์มีเป้าหมายการพัฒนาศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรด้านปศุสัตว์ (MotorPool) ซ่งึมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรในการจัดการ แปลงพืชอาหารสัตว์และการสารองเสบียงสัตว์ โดยนาร่องในศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ 7 แห่ง ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนา อาหารสัตว์สระแก้ว ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์บุรีรัมย์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ร้อยเอ็ด ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ ลาปาง ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์แพร่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบูรณ์ และศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ สุพรรณบุรี โดยศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรด้านปศุสัตว์จะให้บริการเครื่องตัดหญ้า เครื่องอัดหญ้าแห้ง เครื่องเกลี่ยหญ้า และ เครื่องสะบัดผึ่งหญ้าแก่กลุ่มเกษตรกร โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมปศุสัตว์กาหนด เช่น มีส่วน ร่วมในการออกค่าใช้จ่ายในการดาเนินการ เช่น ค่าน้ามันเชื้อเพลิง ค่าแรงงาน และค่าวัสดุการเกษตร ตลอดจนเกษตรกรต้อง ดูแลรักษา และส่งคืนเครื่องจักรกลในสภาพพร้อมใช้งาน

ทั้งนี้ ในการจัดการแปลงพืชอาหารสัตว์ และสารองเสบียงสัตว์ สามารถทดแทนแรงงาน ลดต้นทุน เพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตรทั้งเชิงปริมาณ คุณภาพ และเวลา นอกจากนี้ ยังสามารถรองรับผลกระทบจากการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาทิ ภัยแล้ง และอุทกภัย ตลอดจนทดแทนแรงงานภาคเกษตรที่ลดลง และการเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุ อีกด้วยหากเกษตรกรรายใดสนใจจะขอรับบริการจากศูนย์บริการอาหารสัตว์ สามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในพื้นที่

กรมส่งเสริมการเกษตรชู ‘สุโขทัย’ หนุนปลูกใช้พืชน้ำน้อยตอบโจทย์เกษตกร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – กรมส่งเสริมการเกษตรชู’สุโขทัย’หนุนปลูกใช้พืชน้ำน้อยตอบโจทย์เกษตกร (naewna.com)

กรมส่งเสริมการเกษตรชู'สุโขทัย'หนุนปลูกใช้พืชน้ำน้อยตอบโจทย์เกษตกร

กรมส่งเสริมการเกษตรชู’สุโขทัย’หนุนปลูกใช้พืชน้ำน้อยตอบโจทย์เกษตกร

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.00 น.

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวภายหลังการเปิดงานกิจกรรมการจัดกระบวนการถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา ปี 2564 ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.สุโขทัย จำกัด ต.ทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ว่า จ.สุโขทัย มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังเป็นจำนวนมาก และยังเป็นแหล่งผลิตใบยาสูบหลักของประเทศไทย ในปี 2563/64 ได้รับโควตาการผลิตใบยาสูบเพียง 11 ล้านกิโลกรัม ทำให้ต้องพื้นที่การผลิตใบยาสูบลดลง 5,000 ไร่ ประกอบกับมีนโยบายลดพื้นที่การปลูกข้าวนาปรังทางสำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัยร่วมกับสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.สุโขทัย จำกัด ดำเนินการส่งเสริมปลูกพืชเพื่อทดแทนพื้นที่การปลูกข้าวนาปรังและพื้นที่การปลูกยาสูบ จำนวน 2 พืช ได้แก่ข้าวโพดหวาน จำนวน 5,000 ไร่ และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา 1,000 ไร่ รวมทั้งได้จัดทำแปลงสาธิตการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ผลิตส่งให้บริษัทเอกชน

ทั้งนี้ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยพืชหนึ่ง พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 6.50 ล้านไร่ ผลผลิตร้อยละ 95 ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์เพื่อการบริโภคของประชากรภายในประเทศ และการส่งออก คิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ปัจจุบันการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยยังผลิตได้ไม่เพียงพอกับความต้องการ สามารภผลิตได้เพียงปีละ 4.5 – 5 ล้านตัน ในขณะที่ความต้องการอยู่ที่ 6 – 8 ล้านตันต่อปี และมีแนวโน้มขยายตัวตามปริมาณการเลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มขึ้นทุกปี พื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่เพาะปลูกโดยอาศัยน้ำฝน  ทำให้เกิดปัญหาผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต้นฝนออกสู่ตลาดมากเกินกำลังการรับซื้อของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในช่วงดังกล่าว และมักประสบปัญหาความแปรปรวนของฝนจากอิทธิพลของสภาวะโลกร้อน ทำให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำ อีกทั้งผลผลิตมีความชื้นสูงเพราะเก็บเกี่ยวในช่วงฝนตกชุก กรมส่งเสริมการเกษตร จึงมุ่งเน้นให้เพิ่มพื้นที่ปลูกทดแทนในพื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา เพื่อให้มีผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนอกจากแก้ปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างยั่งยืน แล้วยังช่วยลดปริมาณการผลิตข้าวซึ่งมีปัญหา ผลผลิตเกินความต้องการ ตามมาตรการลดรอบการปลูกข้าวเพื่อปลูกพืชหมุนเวียนด้วย

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรม สาธิตการหยอดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แนะนำการผสมปุ๋ยใช้เองเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต แนะนำการป้องกันและกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด (Fall armywarm) การผลิตและขยายพันธุ์แมลงหางหนีบเพื่อควบคุมหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด วิธีกำจัดผีเสื้อกลางคืน และแนะนำการผลิตและขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อราเมตาไรเซียม และเชื้อราบิวเวอเรีย

‘มนัญญา’ ปรี๊ด!สั่งเช็คสมาคมวัชพืชฯ เดินนโยบายสวนทางแบนสารเคมี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘มนัญญา’ปรี๊ด!สั่งเช็คสมาคมวัชพืชฯ เดินนโยบายสวนทางแบนสารเคมี (naewna.com)

‘มนัญญา’ปรี๊ด!สั่งเช็คสมาคมวัชพืชฯ เดินนโยบายสวนทางแบนสารเคมี

‘มนัญญา’ปรี๊ด!สั่งเช็คสมาคมวัชพืชฯ เดินนโยบายสวนทางแบนสารเคมี

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 12.41 น.

‘มนัญญา’ปรี๊ด!สั่งเช็คสมาคมวัชพืชฯ เดินนโยบายสวนทางแบนสารเคมี

15 ธันวาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกำกับกรมวิชาการเกษตร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย ระบุกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่มีสารทดแทนหลังแบนสารพาราควอต ทำให้เกษตรกรต้องเลิกอาชีพเกษตรไป 25 เปอร์เซ็นต์ ว่า ขณะนี้ในกรมวิชาการเกษตร มี 7 สมาคมที่ตั้งอยู่ภายใน จึงมอบหมายให้อธิบดีกรมวิชาการเกษตรไปสอบว่าดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงฯ อย่างไร ไม่ใช่ว่าพอมีการประชุม ผลออกมาก็ย้อนแย้งกับนโยบายที่ออกไป จากเดิมที่เป็นประโยชน์แก่เกษตรกรก็กลายไม่เป็นประโยชน์ และจ้องที่จะทำอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์กับสารเคมี

น.ส.มนัญญา กล่าวต่อว่า ความจริงแต่ละคนในสมาคมฯ ก็เป็นนักวิชาการในกรมวิชาการเกษตร มาก่อน แม้กระทั่งอธิบดีที่มี ส. อยู่ ซึ่งในทุกวันนี้การโยกย้ายตำแหน่งในกรมวิชาการเกษตรก็มีปัญหา คือมีแต่ขนอกแต่ขาดแขนง คือ ย้ายใครก็ต้องเป็นเส้นทางตรง คือไม่มีการนำคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานในกรมวิชาการเกษตร ซึ่งประเด็นเหล่านี้ควรจะจบไปตั้งนานแล้ว เพราะขัดกับวัตถุประสงค์ของกรมวิชาการเกษตรที่ต้องทำงานเพื่อเกษตรกร ที่ผ่านมาคนที่ทำงานก็เอาแต่พยายามจะนำสารพิษกลับเข้ามาทั้งที่เป็นเรื่องที่จบไปแล้ว ทำไมต้องวนเวียนกลับมาแถมยังตั้งสมาคมอยู่ในกรมวิชาการเกษตร เวลาในการขึ้นต้นการประชุมก็จะอ้างชื่อตน ในการแบนสารเคมีต่างๆ

“ดิฉันจึงอยากถามว่ามีสมาคมฯ กันเพื่ออะไร คุณต้องกลับมาช่วยเกษตรกร และ 7 สมาคมที่ตั้งภายใต้กรมวิชาการเกษตร ถูกหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังหรือไม่ และอยากถามว่าน้ำไฟที่สมาคมฯ ใช้นั้นเป็นของใคร จึงอยากให้อธิบดีกรมวิชาการเกษตรไปดูเรื่องนี้ แต่ถ้าผลการตรวจสอบพบว่าตั้งมาแล้วไม่เป็นประโยชน์ ผิดหลักเกณฑ์หลักการของสมาคมฯ ก็ต้องมาว่ากันอีกครั้ง ไม่ใช้ว่าตั้งขึ้นมาแล้วให้คนในสมาคมมาเดินสวัสดีทักทายกัน อยากได้นู่นอยากได้นี่ อยากทำโน่นทำนี่ เพราะมันหมดสมัยแล้ว สมัยนี้มีแต่คนต้องออกมาทำงาน” รมช.เกษตรฯ กล่าว

เมื่อถามว่า สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทยมีความพยายามนำสารพาควอตกลับมาใช้อีกครั้งใช่หรือไม่ น.ส.มนัญญา กล่าวว่า การตั้งสมาคมมีเส้นทางอยู่แล้ว โดยคนในสมาคมนี้ก็คือ คนที่ปลดเกษียณจากราชการและองค์กรเอกชน และมาตั้งในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งแนวทางการทำงานก็มีอยู่แล้ว ส่วนมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย ก็มีข้อมูลอยู่มานาน และมีเอกสารและหลักฐานว่าสมาคมฯรับการสนับสนุนพาราควอต ถามว่าเรารู้ไหม เราก็ตอบแค่ในสิ่งที่เราพูดได้ แต่ถ้ายังเล่นงานเราไม่หยุดยังมีการประชุมและก้าวร้าวกับเรา และเรียกให้ไปชี้แจงในส.ว.หลายๆ ครั้ง เราก็จะไม่หยุดบ้าง

ชงทบทวนโครงการ 1 ตำบล 1 เกษตรทฤษฎีใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ชงทบทวนโครงการ1ตำบล1เกษตรทฤษฎีใหม่ (naewna.com)

ชงทบทวนโครงการ1ตำบล1เกษตรทฤษฎีใหม่

ชงทบทวนโครงการ1ตำบล1เกษตรทฤษฎีใหม่

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ครั้งที่ 7/2563 ที่ห้องประชุมโรงแรมทีเค พาเลซ & คอนเวนชั่น ว่า คณะกรรมการบริหารโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ มีมติเห็นชอบให้มีการเสนอขอทบทวนโครงการฯ ต่อคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (เพิ่มเติมอีก 3 ข้อ) ได้แก่ 1) ขอทบทวนพื้นที่เข้าร่วมโครงการ จาก 3 ไร่/ราย เป็น 2.5 ไร่ขึ้นไป/ราย หรือเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารโครงการฯ กำหนด 2) การอบรมเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจากเดิมหลักสูตร 4 วัน

3 คืน เพียงครั้งเดียว จะขอปรับเป็นการอบรมมากกว่า 1 ครั้ง เพื่อให้เกิดการพัฒนาให้เกษตรกรทำเกษตรทฤษฎีใหม่โดยปรับในรูปแบบการจัดเวทีชุมชน การศึกษาดูงานการแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นต้น หรือเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารโครงการฯกำหนด และ 3) กรณีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ (5 ประสาน สืบสาน เกษตรทฤษฎีใหม่) หากพื้นที่ที่ร่วมโครงการขาดแหล่งน้ำ หรือมีแหล่งน้ำไม่เพียงพอทำเกษตร และต้องการเข้าร่วมโครงการ
1 ตำบล 1 เกษตรทฤษฎีใหม่ กระทรวงเกษตรฯ จะสนับสนุนเฉพาะการขุดบ่อเก็บกักน้ำ เพื่อทำให้เกิดจุดเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ อย่างไรก็ตาม จะนำมติดังกล่าวเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563) กระทรวงเกษตรฯเปิดรับสมัครเกษตรกร และแรงงาน เข้าร่วมโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ทั้ง 3 รอบ มีเกษตรกรสมัครเข้าร่วม 34,019 ราย ผ่านหลักเกณฑ์พิจารณาแล้ว 21,556 รายอยู่ระหว่างพิจารณา 792 ราย และไม่ผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณา 11,670 ราย ในส่วนของการจ้างแรงงานมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ 32,239 ราย ผ่านการพิจารณาแล้ว 19,996 ราย อยู่ระหว่าง การพิจารณา 2,380 ราย และไม่ผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณา 9,863 ราย

เตือนชาวสวนรับมือหนอนชอนใบส้มโอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เตือนชาวสวนรับมือหนอนชอนใบส้มโอ (naewna.com)

เตือนชาวสวนรับมือหนอนชอนใบส้มโอ

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรสวนส้มโอในช่วงอากาศเย็นลงและมีลมแรงแบบนี้เฝ้าระวังการระบาดของหนอนชอนใบส้ม จะสามารถพบได้ในระยะที่ต้นส้มโอแตกใบอ่อน เกษตรกรจะพบผีเสื้อตัวเต็มวัย วางไข่ใต้เนื้อเยื่อใบใกล้เส้นกลางใบ เมื่อไข่ฟักเป็นตัวหนอนจะชอนไชเข้าไปทำลายกัดกินเนื้อเยื่ออยู่ในระหว่างผิวใบอ่อนและยอดอ่อน ตัวหนอนจะทำลายด้านใต้ใบมากกว่าบนใบ รอยทำลายจะสังเกตได้ง่ายตั้งแต่เริ่มทำลายโดยเห็นเป็น

เส้นทางสีขาวเรียวยาวในระยะเริ่มแรก และรอยทำลายจะปรากฏขยายใหญ่ขึ้นเป็นทางคดเคี้ยวไปมาบนใบ ส่งผลให้ใบมีลักษณะบิดงอลงทางด้านที่มีตัวหนอนทำลาย หากระบาดรุนแรง ตัวหนอนจะเข้าทำลายกิ่งอ่อนและผลอ่อน ซึ่งรอยแผลที่เกิดจากการทำลายของตัวหนอนจะเป็นช่องทางให้เชื้อแบคทีเรีย Xanthomonascitri subsp. citri ที่เป็นเชื้อสาเหตุของโรคแคงเกอร์เข้าทำลายซ้ำได้
เกษตรกรควรควบคุมบังคับต้นส้มให้แตกยอดพร้อมกัน เพื่อง่ายต่อการป้องกันกำจัด ช่วยควบคุมประชากรหนอนชอนใบส้มได้ดีขึ้น สะดวกในการดูแลรักษา ช่วยลดจำนวนครั้งในการพ่นสารเคมี และช่วยอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติที่พบมากในสวนส้ม ส่วนใบอ่อนที่พบหนอนชอนใบส้มเข้าทำลายมาก ให้เกษตรกรตัดและเก็บยอดอ่อนหรือใบอ่อนที่ถูกทำลายนำไปทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณหนอนชอนใบส้มและช่วยในการแตกยอดของต้นส้มรุ่นต่อไป

นอกจากนี้ เกษตรกรควรหมั่นสำรวจสวนระยะที่ต้นส้มแตกใบอ่อน หากพบหนอนชอนใบส้มเข้าทำลายยอดอ่อนมากกว่า 50% ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงปิโตรเลียมสเปรย์ออยล์ 83.9% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโคลไทอะนิดิน 16% เอสจี อัตรา 5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไทอะมีทอกแซม 25% ดับเบิลยูจี อัตรา 5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอิมิดาโคลพริด 70% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 2 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นให้ทั่วทั้งหน้าใบและหลังใบ กรณีสำรวจพบว่ายังมีการระบาดของหนอนชอนใบส้มอยู่ให้พ่นซ้ำ อีกทั้งในการใช้ปิโตรเลียมสเปรย์ออยล์ในการป้องกันกำจัดหนอนชอนใบส้มให้มีประสิทธิภาพดีนั้น เกษตรกรต้องทำการพ่นสารโดยการใช้อัตราน้ำมากกว่าการพ่นสารฆ่าแมลงทั่วไป เพื่อให้สารน้ำมันเคลือบใบพืช

พระสงฆ์-ชาวบ้านกลุ่มฮักน้ำเลย จี้กรมชลศึกษาผลกระทบโครงการเขื่อนศรีสองรัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – พระสงฆ์-ชาวบ้านกลุ่มฮักน้ำเลย จี้กรมชลศึกษาผลกระทบโครงการเขื่อนศรีสองรัก (naewna.com)

พระสงฆ์-ชาวบ้านกลุ่มฮักน้ำเลย จี้กรมชลศึกษาผลกระทบโครงการเขื่อนศรีสองรัก

พระสงฆ์-ชาวบ้านกลุ่มฮักน้ำเลย จี้กรมชลศึกษาผลกระทบโครงการเขื่อนศรีสองรัก

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 21.50 น.

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ชาวบ้านในนามกลุ่มฮักน้ำเลยกว่า 150 คนและพระสงฆ์  เดินทางด้วยรถอีแต๊ก พร้อมด้วยป้ายผ้าเขียนข้อความต่างๆ ไปยังบริเวณหัวงานของโครงการก่อสร้างเขื่อนศรีสองรัก บ้านห้วยหินสอ ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย เพื่อเรียกร้องให้กรมชลประทานทำการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม ก่อนที่จะเดินหน้าโครงการเขื่อนศรีสองรัก 

นางมุด อุ่นทุม ตัวแทนกลุ่มฮักน้ำเลยกล่าวว่า  โครงการเขื่อนศรีสองรักถูกผลักดันซึ่งกรมชลประทาน มาตั้งแต่ปี 2556 ได้ล่วงเลยมาเป็นระยะเวลามากกว่า 7 ปีแล้ว โดยกรมชลประทาน อ้างเหตุผลในการสร้างเขื่อนเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ต่อมาปี 2559 ในยุครัฐบาลคสช. ได้อนุมัติโครงการโดยใช้มูลค่างบประมาณลงทุนมากกว่า 5,000 ล้านบาท  โดยไม่ต้องการทำการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม  ทั้งที่มีชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานริมฝั่งแม่น้ำเลยจำนวนกว่า 70 ชุมชนอาจจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากเขื่อนศรีสองรัก  

นางมุด กล่าวว่า การทำกิจกรรมวันนี้เพราะอยากย้ำจุดยืนเรื่องการคัดค้านโครงการเขื่อนศรีสองรัก เนื่องจากความกังวลใจโดยเฉพาะเรื่อง น้ำท่วม เพราะที่ผ่านมาชุมชนลุ่มน้ำเลยจะตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงทันที หากเขื่อนเริ่มกักเก็บน้ำ ที่ผ่านมาชุมชนลุ่มน้ำเลยเคยมีประสบการณ์เผชิญกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่มาแล้วในอดีต เมื่อปี 2521 กับ ปี 2545  นอกจากนี้ การศึกษาการวางโครงการฯ มีความผิดพลาดของกรมชลประทาน ไม่สอดคล้องกับภูมินิเวศของพื้นที่ลุ่มน้ำเลย  และยังละเลยการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการฯ ที่มีมูลค่าโครงการมากถึง 5,000 ล้านบาท รวมทั้งการปิดบังอำพรางข้อมูล “โครงการเขื่อนศรีสองรัก” และ “โครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล” ที่มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง  แต่กรมชลประทานมักอ้างเสมอว่า โครงการทั้ง 2 ไม่เกี่ยวข้องกัน และไม่สร้างความกระจ่างชัดด้านข้อมูลให้กับประชาชนในพื้นที่ จนเกิดความคลุมเครือ สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นเหตุผลสำคัญในการคัดค้านโครงการฯ ของ กลุ่มฮักแม่น้ำเลย  ล่าสุดโครงการดังกล่าวยังมีแผนที่จะทำคันไดร์กั้นน้ำความยาวกว่า 21 กม.จากหัวงานเขื่อนตลอดลำน้ำเลย ซึ่งชาวบ้านมีความกังวลใจมากขึ้นกว่าเดิมเรื่องการสูญเสียที่ดินและน้ำท่วมนอกคันไดร์ดังกล่าว

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 สถานการณ์การความขัดแย้งกรณีเขื่อนศรีสองรัก ได้นำไปสู่เวทีการพุดคุยเพื่อหาทางออกปัญหาร่วมกันระหว่าง กรมชลประทาน กับกลุ่มฮักแม่น้ำเลย โดยมีส่วนราชการจังหวัดเลย เป็นพยาน ณ ศาลากลางจังหวัดเลย  ในการประชุมวันนั้นมีข้อสรุปว่า ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 58 ต่อโครงการเขื่อนศรีสองรัก โดยตัวแทนกรมชลประทาน ลงนามรับรองร่วมกับชาวบ้านว่า จะเป็นผู้ดำเนินการเสนอ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้มีการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมจากโครงการเขื่อนศรีสองรัก ตามกฎหมายดังกล่าว 

ต่อมา เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 มีการจัดเวทีสาธารณะ “ปัญหาความขัดแย้งของโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก” ระหว่างกลุ่มฮักน้ำเลย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรมชลประทาน เพื่อให้แสดงความคิดเห็นต่อการแก้ไขปัญหาระหว่างชาวบ้านและกรมชลประทานต่อโครงการดังกล่าว โดยยืนยันให้มีการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมของโครงการดังกล่าว ก่อนจะเดินหน้าโครงการ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านกลุ่มฮักน้ำเลยเห็นว่า  กรมชลประทานกลับใช้กลวิธีในการเตะถ่วงปัญหา ไม่ปฏิบัติการข้อตกลง และข้อเสนอของชาวบ้านในการตั้งคณะกรรมการฯ อีกทั้งบิดเบือนเจตนารมณ์การตั้งคณะกรรมการฯ โดยหันไปตั้งกรรมการในระดับจังหวัดแทน ซึ่งเคยแต่งตั้งมาก่อนและขาดประสิทธิภาพในการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น 

“พวกเรากลุ่มฮักแม่น้ำเลยจึงขอประณามกรมชลประทาน ที่ผิดคำสัญญาในการลงนามตามบันทึกข้อตกลงในการตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมจากโครงการเขื่อนศรีสองรัก และขอเรียกร้องให้ กรมชลประทาน ดำเนินการติดตาม และประสานงานไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการแต่งตั้ง คณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมจากโครงการเขื่อนศรีสองรัก ตามข้อตกลงที่มีร่วมกัน”นางมุด กล่าว