ทักษิณสู้ เชียงราย-เชียงใหม่ แพ้บ่ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทักษิณสู้ เชียงราย-เชียงใหม่ แพ้บ่ได้ (komchadluek.net)

ทักษิณสู้ เชียงราย-เชียงใหม่ แพ้บ่ได้

ทักษิณสู้ เชียงราย-เชียงใหม่ แพ้บ่ได้

8 ธันวาคม 2563 – 17:58 น.

เบื้องลึก “ทักษิณ” ต้องสู้ รู้ทันเกม “จอมบงการ” หวังยึด อบจ.เชียงใหม่-เชียงราย

++
    “ทักษิณสู้” เป็นชื่อเครื่องดื่มชูกำลัง ที่มีการขายกันครึกโครมเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่วันนี้ ทักษิณกลับมาสู้อีกครั้ง ในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น
    เรื่องจดหมายน้อยจากดูไบ ถึงชาวเชียงใหม่ให้เลือก “สว.ก้อง” หรือ “สว.ก๊อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ยังโจษขานกันไม่จบไม่สิ้น
    จริงๆแล้ว ไม่ได้มีแค่สนามเชียงใหม่ เลยไปสนามเชียงราย ก็ไม่น้อยหน้า ทักษิณถือหางลูกสะใภ้-สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เต็มตัว
    ทั้งเชียงราย-เชียงใหม่ ทักษิณและน้องสาว “แดง-ปู” รู้ดีว่า ใครอยู่เบื้องหลังเกมล้มชินวัตร ทั้งสองสนามนี้ จึงถอยไม่ได้
    ตัวละครหลังม่านนั้น ตั้งเป้าล้ม “วิสาระดี” และ “พิชัย” ให้ได้ เพื่อปูทางสร้างฐานอำนาจใหม่

ทักษิณสู้ เชียงราย-เชียงใหม่ แพ้บ่ได้

                                พิชัย ก็แพ้ไม่ได้

++
เกมซ้อนกล
++
    สนามเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย ปีนี้ มีอะไรแปลกๆ คือ ตระกูล “จงสุทธานามณี” ไม้เบื่อไม้เมากับตระกูล “ติยะไพรัช” ไม่ลงสนาม แถมเก็บตัวเงียบ
    ดูเผินๆ เหมือนว่า ศึกนายก อบจ.เชียงราย เป็นการปะทะกันระหว่างตระกูล “เตชะธีราวัฒน์” กับ “วันไชยธนวงศ์” แต่เซียนการเมืองแถวชายแดนมองว่า มีเกมซ้อนเกมอยู่ข้างหลังผู้หญิงสองคนนี้
    “ยิ้ม” วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ แต่งงานกับจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ส.ส.เชียงใหม่ จึงเป็นลูกสะใภ้ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย
    ตระกูล “ติยะไพรัช” เปิดทางให้ ยิ้ม วิสาระดี มาเป็น ผอ.สโมสรฟุตบอลสิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด กรุยทางสู่การเมืองท้องถิ่น ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว
    ก่อนหน้านั้น (15 ก.ค.2562) “ยิ้ม” กับสามีได้พบกับทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกง โดยลูกสะใภ้สมพงษ์ บอกว่า ทักษิณติวเข้ม 3 ชั่วโมงแบบตัวต่อตัว เพื่อให้เธอลงสู้ศึกนายก อบจ.เชียงใหม่

ทักษิณสู้ เชียงราย-เชียงใหม่ แพ้บ่ได้

                   ทักษิณลงทุนติวข้ามประเทศ 

    ข้ามมาอีกปีหนึ่ง วันที่ 18 ต.ค.2563 วิสาระดีโพสต์ขอบคุณ “ทักษิณ” ที่โทรมาให้กำลังใจ และแนะนำทีมเจียงฮายยิ้มได้ แสดงว่าทักษิณหนุน “วิสาระดี” เต็มที่

ทักษิณสู้ เชียงราย-เชียงใหม่ แพ้บ่ได้

             ทักษิณ และยิ่งลักษณ์ หนุนวิสาระดี เต็มที่

++
ทักษิณจำแม่น
++

    ส่วนตระกูล “วันไชยธนวงศ์” โดยการนำของ “สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์” อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคชาติพัฒนา และไทยรักไทย
    รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยนั้นมีศักดิ์เป็นหลานของสมบูรณ์
    “สจ.นก” อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ อดีต ส.อบจ.เชียงราย เขต อ.เทิง ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงราย เป็นลูกสาวของสมบูรณ์

ทักษิณสู้ เชียงราย-เชียงใหม่ แพ้บ่ได้

           สจ.นก คู่แข่งของวิสาระดี

    ตอนแรก ตระกูล “วันไชยธนวงศ์” ได้ขออนุญาตใช้โลโก้พรรคเพื่อไทย แต่คณะกรรมการบริหารพรรคไม่ยินยอม จึงต้องสู้แบบอิสระ
    จริงๆแล้ว “สจ.เล็ก” สุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ พร้อมบิดา-สมบูรณ์ และพี่สาว “สจ.นก” ไปพบ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ฮ่องกงเช่นกัน เพื่อเจรจาเรื่องลงสมัครนายก อบจ.เชียงราย
    ทักษิณก็บอกว่า ให้ลงแข่งกันไปเลย เหมือนสมัยหนึ่ง ที่เชียงราย คนของไทยรักไทย 2 คนลงแข่งกันเองก็มีมาแล้ว 
    ลึกๆแล้ว ทักษิณมีแผนหนุนวิสาระดี และยังจำได้แม่น เมื่อเลือกตั้งปี 2554 ตระกูลวันไชยธนวงศ์ สวมเสื้อสีน้ำเงินลงสมัคร ส.ส.เชียงราย

ส่อง 3 สนาม เขย่า ‘แชมป์เก่า’ อบจ.ชายแดนใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส่อง 3 สนาม เขย่า ‘แชมป์เก่า อบจ.ชายแดนใต้ (komchadluek.net)

ส่อง 3 สนาม เขย่า ‘แชมป์เก่า อบจ.ชายแดนใต้

ส่อง 3 สนาม เขย่า 'แชมป์เก่า อบจ.ชายแดนใต้

8 ธันวาคม 2563 – 14:24 น.

ท้องถิ่นชายแดนใต้ ต้องจับตา 3 บ้านใหญ่ 3 จังหวัด สนามไหน จะถูกล้มแชมป์

++
    3 จังหวัดชายแดนใต้ การเลือกตั้งท้องถิ่นก็มีความคึกคัก ทั้งปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
    มองตามรูปการทั้ง 3 จังหวัด แชมป์เก่าหลายสมัยเป็นต่อ และมีโอกาสรักษาแชมป์ไว้ได้สูง แต่ผู้ท้าชิงหน้าใหม่ 2 จังหวัด ก็น่าติดตาม 

++
ปัตตานี
++
    สนามปัตตานี “เศรษฐ์ อัลยุฟรี”  ผูกขาดเก้าอี้นายก อบจ.ปัตตานี มาอย่างยาวนานถึง 3 สมัย 

ส่อง 3 สนาม เขย่า 'แชมป์เก่า อบจ.ชายแดนใต้

เศรษฐ์ อัลยุฟรี อดีตนายก อบจ.ปัตตานี 

    ส่วนผู้ท้าชิงคือ รุสดี สารอเอง อดีต สจ.ปัตตานี เขต อ.สายบุรี
ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะช่วงเลือกตั้ง ส.ส. มีผลงานให้ประจักษ์ ด้วยการปักธงสีน้ำเงินบนแผ่นดินปัตตานีได้สำเร็จ
    แถมมีกุนซือชื่อ เด่น โต๊ะมีนา อดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรี ที่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในยามนี้

++
นราธิวาส
++
    พูดถึงสนามนราธิวาส ก็ต้องยกให้ “กูเซ็ง ยาวอหะซัน” อดีตนายก อบจ.นราธิวาส 4 สมัย นี่คือแบบฉบับของ “บ้านใหญ่” ในปลายด้ามขวานของจริง

ส่อง 3 สนาม เขย่า 'แชมป์เก่า อบจ.ชายแดนใต้

กูเซ็ง ยาวอหะซัน อดีตนายก อบจ.นราธิวาส

    มีลูกชาย 2 คนเป็น ส.ส.นราธิวาสคือ วัชระ ยาวอหะซัน พรรคพลังประชารัฐ และกูเฮง ยาวอหะซัน พรรคประชาชาติ
    ส่วนผู้ท้าชิง รำรี มามะ อดีต ส.ส.นราธิวาส หลายสมัย เพิ่งย้ายออกจากประชาธิปัตย์ ไปสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทย แต่สอบตก
    รำรี ผู้รับเหมารายใหญ่เดินเกมรวมพลังจากทุกพรรค หวังโค่นแชมป์เก่า 4 สมัยให้ได้
    ที่น่าจับตาคือ คอยรุลซามัน มะ ชาว อ.ตากใบ หนุ่มใหญ่ไฟแรง เคลื่อนไหวทำงานทางด้านภาคประชาสังคม สวมเสื้อคณะก้าวหน้า และได้แรงหนุนโดยทีมของ “หมอแว” แวมาฮาดี แวดาโอะ 

++
ยะลา
++
    เมืองนราธิวาส มีบ้านใหญ่กูเฮง เมืองยะลา ก็มีบ้านใหญ่ศรียะลาของตระกูล “มะทา” ที่ยึดครองการเมืองท้องถิ่นมายาวนาน
    การเลือกตั้งนายก อบจ.ยะลา เที่ยวนี้ ตอนแรกเหมือนกร่อยๆ เพราะมีเพียง มุขตาร์ มะทา ทีมยะลาพัฒนา น้องชาย “บ้านใหญ่ศรียะลา” วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ มาสมัครเพียงทีมเดียว

ส่อง 3 สนาม เขย่า 'แชมป์เก่า อบจ.ชายแดนใต้

มุขตาร์ มะทา อดีตนายก อบจ.ยะลา

    ในที่สุด น้องชายวันนอร์ ก็มีคู่แข่งคือ อับดุลลาเตะ ยากัด ทีม ยะลาประชารัฐ 
    อับดุลลาเตะ ยากัด เป็นประธานโรงโม่หินยะลา และเจ้าของโรงโม่หินในท้องที่ ต.ลิดล อ.เมืองยะลา และ อ.กรงปินัง
    อย่างไรก็ตาม สภาน้ำชาเมืองยะลา ก็ฟันธงให้น้องชายบ้านใหญ่ศรียะลา เต็งหามคว้าแชมป์อีกสมัย

โหน อบจ.’หน่อย’ ปูทาง สร้างพรรคใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โหน อบจ.’หน่อย’ ปูทาง สร้างพรรคใหม่ (komchadluek.net)

โหน อบจ.’หน่อย’ ปูทาง สร้างพรรคใหม่

โหน อบจ.'หน่อย' ปูทาง สร้างพรรคใหม่

8 ธันวาคม 2563 – 11:16 น.

พรรคใหม่ไม่พลาด “คุณหญิงหน่อย” ใช้จังหวะเลือกตั้งนายก อบจ. ลุยอีสาน ปูทางสร้างแบรนด์ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ธ.ค.2563 วัฒนา เมืองสุข ที่ลาออกจากพรรคเพื่อไทย พร้อมคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คWatana Muangsook บอกเล่าเหตุผลที่ต้องลาออกจากพรรคว่า มีความขัดแย้งกับผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบัน
    “..เป็นความขัดแย้งในเชิงความคิดและวิธีการนำพรรคไปสู่เป้าหมายทางการเมืองที่ไม่ตรงกัน”
    ต่อมา วัฒนาเปิดเผยผ่านรายการวิเคราะห์ข่าวทางทีวีช่องหนึ่งว่า กลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ กำลังจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ และเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคต

++
ลุยอีสาน
++
    ทีมงานคุณหญิงสุดารัตน์ แจกข่าวในช่วงวันหยุดยาว ทำนองว่า ภารกิจแรกของคุณหญิงหน่อย หลังลาออกจากเพื่อไทยคือ ไปหาเสียงช่วยผู้สมัครนายก อบจ.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย โดยอ้างว่า สนิทกับบิดาของผู้สมัครนายก อบจ.
    จริงๆแล้ว คุณหญิงหน่อยเดินสายไปช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครนายก อบจ.พรรคเพื่อไทยในภาคอีสาน หลายจังหวัด ท่ามกลางความประหลาดใจของคอการเมือง
    วันที่ 8 พ.ย.2563 อดีตประธานยุทธศาสตร์เพื่อไทย ไปเดินหาเสียงช่วย สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม ที่ลงสนามป้องกันแชมป์ในนามพรรคเพื่อไทย
    วันที่ 14 พ.ย.2563 คุณหญิงหน่อย ไปหนองบัวลำภู ร่วมเวทีปราศรัยของ วิชัย สามิตร อดีต ส.ส.หนองบัวลำภูหลายสมัย ที่ลงสมัครนายก อบจ. สังกัดพรรคเพื่อไทย
    เฉพาะสองกรณีนี้ ได้ข่าวว่า แกนนำพรรคตัวจริงต่อสายไปถึงผู้สมัครนายก อบจ.ทั้ง 2 จังหวัดว่า คุณหญิงหน่อยไม่มีหน้าที่ไปช่วยใครหาเสียง เพราะลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรคแล้ว หากผู้สมัครนายก อบจ.คนใด ต้องการทีมส่วนกลางไปช่วยหาเสียงให้ติดต่อมาที่พรรคโดยตรง

โหน อบจ.'หน่อย' ปูทาง สร้างพรรคใหม่

ไปหนองบัวลำภู จัดเต็มสื่อโซเชียล

    วันที่ 17 พ.ย.2563 คุณหญิงสุดารัตน์ยังเดินทางมาหาเสียงช่วย มังกร ยนต์ตระกูล อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ที่ลงแข่งอีกสมัยในนามกลุ่มเพื่อไทยร้อยเอ็ด

โหน อบจ.'หน่อย' ปูทาง สร้างพรรคใหม่

 คุณหญิงหน่อย ไปหาเสียงที่ร้อยเอ็ด

     กรณีมังกร พรรคไม่ได้มีมติส่งลงสมัครนายก อบจ. แต่อนุญาตให้ใช้โลโก้พรรคเพื่อไทยได้  
    ดูเหมือนว่า คุณหญิงหน่อยทุ่มเวลาเดินหาเสียงที่ร้อยเอ็ดเต็มที่ แถมถ่ายภาพชูมืออดีตนายกฯ มังกร เด่นหรา
    ทุกการเคลื่อนไหวของเจ้าแม่เมืองหลวงไม่ธรรมดา และวันที่ 30 พ.ย.2563 คุณหญิงหน่อยยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย

++
ปูทางสร้างแบรนด์
++
    แม้จะลาออกจากเพื่อไทย คุณหญิงหน่อยก็ไม่หยุดลงพื้นที่ เพราะรับปากเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ดไว้แล้วว่า ต้องไปช่วยมังกรอีกรอบ
    วันที่ 2 ธ.ค.2563 ไปขึ้นเวทีปราศรัยของมังกร ยนต์ตระกูล ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ที่หน้า สภ.โพธิ์ชัย อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด
    วันที่ 3 ธ.ค.2563 ข้ามแดนไปทาง อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ช่วยหาเสียงให้กับเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ผู้สมัครนายก อบจ.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นลูกสาวของ ยงยุทธ หล่อตระกูล อดีตนายก อบจ.กาฬสินธ์ 
    สังเกตได้ว่า ทีมงานของเฉลิมขวัญ ไม่อยากให้การมาช่วยหาเสียงของคุณหญิงสุดารัตน์เป็นข่าว เพราะเกรงใจผู้ใหญ่ในพรรค แต่ทีมงานเจ้าแม่เมืองหลวง ปั้นข่าวนี้จนได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วไป

โหน อบจ.'หน่อย' ปูทาง สร้างพรรคใหม่

คุณหญิงหน่อยไปหาเสียงกาฬสินธ์ุ ต้องแจกข่าวเอง

    ส่วนทีมงานมังกร เจอคนปล่อยข่าวว่า สมคบกับคุณหญิงหน่อยแอบอ้างชื่อพรรคเพื่อไทย เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ จึงต้องเชิญ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และพงษ์เทพ เทพกาญจนา ไปปราศรัยที่ร้อยเอ็ด เพื่อยืนยันเพื่อไทยของแท้ ในวันที่ 10 และ 12 ธ.ค.นี้
    เห็นมั้ยล่ะท่านผู้ชม..คุณหญิงหน่อย โชว์การโหน อบจ.จนเพื่อไทยป่วนไปทั้งอีสาน

“บิ๊กตู่” ลั่นประเทศไทยไม่ใช่สาธารณรัฐ ใครเข้าข่ายยุยงปลุกปั่น ต้องถูกดำเนินคดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“บิ๊กตู่” ลั่นประเทศไทยไม่ใช่สาธารณรัฐ ใครเข้าข่ายยุยงปลุกปั่น ต้องถูกดำเนินคดี (komchadluek.net)

“บิ๊กตู่” ลั่นประเทศไทยไม่ใช่สาธารณรัฐ ใครเข้าข่ายยุยงปลุกปั่น ต้องถูกดำเนินคดี

"บิ๊กตู่" ลั่นประเทศไทยไม่ใช่สาธารณรัฐ ใครเข้าข่ายยุยงปลุกปั่น ต้องถูกดำเนินคดี

8 ธันวาคม 2563 – 16:12 น.

“พล.อ.ประยุทธ์”  เมินคำทำนาย”โหรวารินทร์” รัฐบาลอยู่ยาว ลั่นประเทศไทยไม่ใช่สาธารณรัฐ ให้ฝ่ายกฏหมายตรวจสอบ ชี้ใครเข้าข่ายยุยงปลุกปั่น ต้องถูกดำเนินคดี ขอคนไทยอย่าตระหนก ยันโควิดยังไม่ใช่การระบาดรอบ2

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีกรณี นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหรวารินทร์ เจ้าสำนักสุขิโต จ.เชียงใหม่ ออกมาบอกว่ารัฐบาลจะอยู่ยาว ว่า เป็นการคาดเดาในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น โดยเป็นการทำนายก็ว่ากันไป ทั้งหมดซึ่งตนคงไม่ได้ไปทำตามที่ได้ทำนายไว้ทั้งหมด เพราะต้องใช้หลักการในการบริหารราชการแผ่นดิน

ส่วนเรื่องการประกาศจุดยืนสาธารณรัฐของกลุ่มผู้ชุมนุมจะถูกต้องหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายจะต้องพิจารณาว่าถูกต้องหรือไม่โดยจะเข้ากฎเกณฑ์หรือไม่เพราะรัฐบาลต้องไปป้องปรามเพื่อไม่ให้ไปถึงจุดนั้น ซึ่งก็ต้องดูเจตนาของกลุ่มผู้ชุมนุมและความเป็นไปได้ เพราะประเทศก็มีกฎหมายอยู่แล้ว ดังนั้นใครเข้าข่ายยุยงปลุกปั่น ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทุกประการ  พร้อมย้ำว่าประเทศไทยไม่ใช่สาธารณรัฐ โดยเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

ส่วนกรณีตัวแทนคณะกรรมการสมานฉันท์ของ ครม. พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า กำลังพิจารณากันอยู่ โดยให้ทางวิปรัฐบาลเสนอขึ้นมาซึ่งก็จะทราบเร็วๆนี้

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึง ของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ว่า กำลังพิจารณากันอยู่ ซึ่งก็มีอยู่หลายกระทรวงด้วยกัน ที่เสนอขึ้นมาในหลายโครงการ อย่างเช่นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ คนละครึ่งเฟส 2 โดยกำลังรวบรวมกันอยู่ เพื่อทำให้เกิดการใช้จ่ายในการท่องเที่ยว

ส่วนเรื่องสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิค- 19 รัฐบาลมั่นใจแค่ไหนว่าจะไม่มีการระบาดระลอก 2 พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ขอให้ทุกคนช่วยกัน ไม่ใช่แค่รัฐบาลอย่างเดียว อย่างที่เห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลก็ทำได้ดีมาโดยตลอด จนมีแค่คนบางกลุ่ม เดินทางเข้ามา พร้อมเชื้อโควิด ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องหามาตรการที่เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม พร้อมขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ให้มากอย่าสร้างความตื่นตระหนกให้มาก เพราะทุกคนก็รู้ว่าต้นตอเป็นมาอย่างไร ซึ่งรัฐบาลก็กำลังแก้ปัญหาอยู่ รวมถึงรัฐบาลก็มีการเตรียมความพร้อม หากเกิดการระบาดรอบ 2 ซึ่งถ้าถึงขั้นนั้น ก็จะต้องshut down แต่ตนก็ไม่อยากที่จะให้ไปถึงแบบนั้น ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันดูแล

นายกฯยัน  สถานการณ์ “โควิด” ในไทย ไม่ใช่ระบาดรอบ 2 

พล.อ.ประยุทธ์ ยังบอกว่า ได้สั่งให้ มีการตรวจสอบคัดกรองตามแนวชายแดน พื้นที่ตอนใน และระดับในพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำว่าสถานการณ์วันนี้ไม่ใช่การระบาดรอบ 2 หรือเกิด Super spreader เพราะเป็นสิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งเข้ามา พร้อมเชื้อไวรัส และเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ขออย่าตื่นตระหนกไม่อย่างนั้นจะกลับไปเลวร้ายกว่าเดิม เพราะว่าจะเห็นได้ว่าช่วงที่ผ่านมามีการยกเลิก โรงแรมที่พักเป็นจำนวนมาก เพราะได้มีการเสนอข่าว จนประชาชนกังวลว่าจะเกิดการระบาดรอบ 2 พอดีดังนั้นจึงขอให้สื่อเสนอข่าวให้พอดี ซึ่งไม่ใช่เป็นการปิดบังอะไร  ขณะเดียวกันได้ฝากเตือนไปยังผู้ที่ช่วยเหลือให้คนที่ลักลอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมายนั้นมีความผิด และต้องถูกจับกุมดำเนินคดี โดยถ้าจะเข้ามาก็ขอให้เข้ามาตามช่องทางที่ถูกกฎหมาย เพื่อเข้าสู่ระบบการคัดกรอง

ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ปัดตอบคำถามว่าจะสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเพื่อที่จะลงสมัครนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งสมัยหน้าหรือไม่ โดยได้เดินออกจากห้องแถลงข่าวทันที

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ ได้เปิดเพลงบ้านเกิดเมืองนอน ของสุนทราภรณ์  โดยนายกรัฐมนตรีได้ถามผู้สื่อข่าวว่า รู้จักเพลงนี้และร้องได้หรือไม่ รวมถึงภูมิใจตามเนื้อเพลงหรือไม่ โดยเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของเราทุกคน ซึ่งก็ต้องรัก 

“สิระ” เตรียม “ปี๊บ” ฝากให้ “ธนาธร” คลุมหัวเดิน หลังมีข่าวน้องพัวพันคดีสินบน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“สิระ” เตรียม”ปี๊บ”ฝากให้ “ธนาธร” คลุมหัวเดิน หลังมีข่าวน้องพัวพันคดีสินบน (komchadluek.net)

“สิระ” เตรียม”ปี๊บ”ฝากให้ “ธนาธร” คลุมหัวเดิน หลังมีข่าวน้องพัวพันคดีสินบน

"สิระ" เตรียม"ปี๊บ"ฝากให้ "ธนาธร" คลุมหัวเดิน หลังมีข่าวน้องพัวพันคดีสินบน

8 ธันวาคม 2563 – 15:29 น.

“สิระ” เผย เตรียม “ปี๊บ”ฝากให้”ธนาธร” คลุมหัวเดิน หลังมีข่าวน้องพัวพันคดีสินบนเพื่อได้สิทธิ์เช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯ วันพรุ่งนี้ วัชระ มายื่นหนังสือให้กมธ.สอบ จะเรียกผู้เกี่ยวข้อง ตำรวจ และตัวนายสกุลธร มาชี้แจง

นายสิระ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ติดต่อมา จะมายื่นหนังสือให้คณะกรรมาธิการฯสอบกรณีการติดสินบนสำนักงานทรัพย์สินฯ โดยขั้นตอนเมื่อรับเรื่องแล้ว จะทำการตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นจะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ อาทิ ตำรวจกองปราบ อัยการ และนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชายนายธนาธร 

"สิระ" เตรียม"ปี๊บ"ฝากให้ "ธนาธร" คลุมหัวเดิน หลังมีข่าวน้องพัวพันคดีสินบน

“พรุ่งนี้ผมจะแถลงข่าวเรื่องนี้ และในการแถลงจะนำปี๊บมาด้วย จะฝากปี๊บไปให้นายธนาธร คลุมหัวเดิน เพราะที่ผ่านมาล้วนแต่มีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้น เผื่อนายธนาธร จะเกิดความอาย เลยจะเอาปี๊บให้คลุม” นายสิระกล่าวและว่า ส่วนการพิจารณากรณีแกนนำม็อบอ้างว่าตำรวจดำเนินการไม่ยุติธรรม ขณะนี้ได้ส่งจดหมายไปเชิญแกนนำม็อบ อาทิ นายเพนกวิน รุ้ง ไมค์ ซึ่งได้ตอบรับที่จะมาชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ ยังขาดตำรวจ หากเชิญไปแล้ว ตำรวจไม่มา ตนก็จะเชิญนายกฯมาชี้แจงในฐานะประธานก.ตร.

กรมอนามัย แนะใส่หน้ากากให้ถูกวิธีทุกครั้งป้องกันโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กรมอนามัย แนะใส่หน้ากากให้ถูกวิธีทุกครั้งป้องกันโควิด-19 (komchadluek.net)

กรมอนามัย แนะใส่หน้ากากให้ถูกวิธีทุกครั้งป้องกันโควิด-19

8 ธันวาคม 2563 – 12:11 น.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนใช้ขีวิตไม่ประมาท ให้สวมหน้ากากทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อสร้างเกราะป้องกันตนเองและสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับคนรอบข้าง พร้อมย้ำสวมหน้ากากให้ถูกวิธี เมื่อสวมแล้วไม่ควรเลื่อนมาไว้ใต้คางเพราะจะทำให้หน้ากากเกิดการปนเปื้อน

 จากสถานการณ์พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ภาคเหนือโดยลักลอบเข้ามาทางท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และอีกหลายรายที่เดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่นๆ นั้น

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เรื่องนี้ นายอนุทิน  ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยความปลอดภัยของประชาชน จึงเน้นย้ำให้ทุกคนใส่ใจสุขอนามัยตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ชีวิตประจำวันนอกบ้านทุกวัน การสวมหน้ากาก ยังเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขยังต้องขอความร่วมมือประชาชนทุกคนไม่ประมาท การ์ดอย่าตก ด้วยการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน พบปะพูดคุยกับผู้อื่น หรือทำกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่สาธารณะหรือมีคนจำนวนมาก เช่น สนามบิน ห้างสรรพสินค้า สถานีขนส่ง แหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น รวมทั้งต้องเว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1–2 เมตร หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือ เจลแอลกอฮอล์

สำหรับวิธีการเลือกหน้ากากที่เหมาะสมนั้น ต้องเลือกขนาดและปรับสายให้กระชับกับใบหน้า สวมให้คลุมทั้งจมูกและใต้คาง ในกรณีที่เป็นหน้ากากผ้าให้เปลี่ยนทุกวัน หรือเปลี่ยนเมื่อรู้สึกเปียกชื้นในระหว่างวัน เมื่อกลับถึงที่พักให้ซักด้วยสบู่หรือผงซักฟอก และตากแดดให้แห้งก่อนนำมาใช้     ในครั้งต่อไป ส่วนการสวมหน้ากากอนามัยที่ถูกต้องนั้น ให้หันด้านที่มีสีหรือบานพับคว่ำไว้ด้านนอกและหันด้าน   ที่ไม่มีสีหรือบานพับหงายเข้าหาใบหน้า ซึ่งจะมีลักษณะพื้นผิวนุ่มกว่า เพื่อดูดซับเหงื่อ น้ำมูก น้ำลายจากการ  ไอ จาม โดยให้ขอบที่มีแถบลวดอยู่ด้านบน กดแถบลวดให้แนบสันจมูก และดึงหน้ากากให้คลุมถึงใต้คาง และเมื่อสวมแล้วไม่ควรเลื่อนมาไว้ใต้คางเพราะจะทำให้หน้ากากเกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรค ในกรณีที่ต้องการพูด ดื่มเครื่องดื่ม หรือกินอาหาร ไม่ควรดึงหน้ากากมาไว้ใต้คางเช่นเดียวกัน แต่ให้ถอดเก็บไว้ในถุงหรือซองพกพาที่สะอาด

กรมอนามัย แนะใส่หน้ากากให้ถูกวิธีทุกครั้งป้องกันโควิด-19

“ทั้งนี้ หน้ากากอนามัยชนิดใช้แล้วทิ้ง หากเกิดการฉีกขาด ใส่แล้วไม่กระชับ เปื้อนสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลายหรือเปียกน้ำ ให้เปลี่ยนใหม่ทันที หากพบว่าหน้ากากมีความชื้นให้รีบเปลี่ยนใหม่ และควรมีหน้ากากสำรองไว้ตลอดเวลา สำหรับวิธีกำจัดหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วนั้น ประชาชนทั่วไปให้ทิ้งลงในถังขยะ  ที่มีฝาปิด หากเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลให้ทิ้งลงในถังขยะติดเชื้อที่มีสัญลักษณ์แสดงให้เห็นชัดเจน ที่สำคัญต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนสวมและหลังทิ้งหน้ากาก และห้ามใช้หน้ากากร่วมกับคนอื่นเพื่อสุขอนามัยที่ดี” รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

“แรมโบ้” มั่นใจนายกฯควบคุมสถานการณ์โควิด-19ได้ จวก “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“แรมโบ้” มั่นใจนายกฯควบคุมสถานการณ์โควิด-19ได้ จวก “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ” (komchadluek.net)

“แรมโบ้” มั่นใจนายกฯควบคุมสถานการณ์โควิด-19ได้ จวก “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ”

"แรมโบ้" มั่นใจนายกฯควบคุมสถานการณ์โควิด-19ได้ จวก "มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ"

7 ธันวาคม 2563 – 19:14 น.

“แรมโบ้” มั่นใจนายกฯควบคุมสถานการณ์โควิด-19ได้ ขอพรรคเพื่อไทยควรให้กำลังใจและช่วยรัฐบาลในการแก้ไขปัญหานี้ เพราะเป็นเรื่องคนทั้งประเทศต้องช่วยกัน เปรียบ”มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ”

7 ธันวาคม นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย และน.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่ารัฐบาลล้มเหลวทำให้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม ทำรายได้ท่องเที่ยวหายไป และให้รัฐบาลสร้างความมั่นใจให้คนกลับมาเที่ยว โดยระบุว่าที่ผ่านมานายกฯได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคุมเข้มตามด่านชายแดนอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว แต่พรรคเพื่อไทยต้องเข้าใจว่าสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้นขณะนี้ ก็เกิดจากคนไม่กี่คนที่ทำผิดกฎหมายและไม่มีความรับผิดชอบ ลักลอบเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ 

นายสุภรณ์ ยังขอให้พรรคเพื่อไทยมั่นใจในตัวนายกฯในการควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นขณะนี้เพราะที่ผ่านมานายกฯได้พิสูจน์ให้เห็นฝีมือแล้วว่าช่วงที่เกิดการระบาดหนัก นายกฯและรัฐบาลก็ทำทุกอย่างเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย เป็นที่ยอมรับของคนทั้งประเทศและนานาประเทศ ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็เห็นแล้ว

อีกทั้งนายกฯยังมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจนเป็นที่ยอมรับ ทั้งมาตรการคนละครึ่ง  รวมถึงโครงการเราเที่ยวด้วยกัน มีมาตรการช่วยประชาชนหลายอย่าง จนเป็นที่ยอมรับจากประชาชนอย่างดี ร้านค้าต่างๆเริ่มฟื้นตัว ตามโรงแรมมีคนเข้าพักมากขึ้นและคึกคักในช่วงวันหยุดยาว

“ในสถานการณ์เช่นนี้ พรรคเพื่อไทยควรให้กำลังใจและช่วยรัฐบาลในการแก้ไขปัญหานี้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนทั้งประเทศต้องช่วยกัน ไม่ใช่จะด่าแต่รัฐบาล มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ  และยืนยันว่ารัฐบาลทำงานแก้ไขปัญหาอย่างหนัก มีการบูรณาการการทำงานจากทุกภาคส่วนจนเป็นผลสำเร็จจนถึงทุกวันนี้  พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านคงไม่รู้ว่านายกฯและรัฐบาลทำงานอย่างไร รู้ตื้นๆ แต่ยังเอามาด่ารัฐบาล
“นายสมพงษ์ หัวหน้าพรรค ควรออกมาตักเตือนลูกพรรคที่ยังอ่อนพรรษาทางการเมืองทุกวันนี้พรรคก็ตกต่ำแตกแยกทยอยลาออกแบบน้ำทะลัก การปล่อยเด็กๆออกมาพูดแบบไร้ข้อมูลขาดน้ำหนัก เหมือนน้ำท่วมทุ่ง ยิ่งทำให้พรรคเพื่อไทยนับวันเสียหายมากขึ้น จึงเรียนหัวหน้าสมพงษ์ มาด้วยความหวังดีครับ” นายสุภรณ์ กล่าว

‘ไมค์ ระยอง’ ทวิต พรุ่งนี้ 10 โมง เจอกัน สภ.นนท์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘ไมค์ ระยอง’ ทวิต พรุ่งนี้ 10 โมง เจอกัน สภ.นนท์ (komchadluek.net)

‘ไมค์ ระยอง’ ทวิต พรุ่งนี้ 10 โมง เจอกัน สภ.นนท์

'ไมค์ ระยอง' ทวิต พรุ่งนี้ 10 โมง เจอกัน สภ.นนท์

7 ธันวาคม 2563 – 19:10 น.

ไมค์ ระยอง หนึ่งในแกนนำกลุ่มปลดแอก ทวีตเตอร์ประกาศ ไม่หลบหนีหมายเรียก ความผิด ม.112 พรุ่งนี้ 10 โมงไปแน่ที่ สภ.นนท์

วันที่ 7 ธันวาคม 2563 เมื่อเวลา 19.10 น.นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง ทวิตข้อความ ยืนยันจะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายเรียก ม.112  โดยระบุว่า 

“พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า ผมจะไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.ท่าน้ำนนท์ ฐานความผิดที่พูดความจริง และ จนท.ตำรวจจะให้ศาลพิจารณาฝากขัง #ยกเลิก112”  

'ไมค์ ระยอง' ทวิต พรุ่งนี้ 10 โมง เจอกัน สภ.นนท์

ท่ามกลาง การจับตาความเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ในวันพรุ่งนี้ 8 ธันวาคม 2563 จะมีแกนนำอย่างน้อย 9 คนเดินทางแยกย้ายไปรับทราบข้อกล่าวหา ในความผิด มาตรา 112 ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน 3 แห่ง คือ

1.สน.ทุ่งมหาเมฆ เวลา 09.30 น. 

2.สภ.เมืองนนทบุรี เวลา 10.00 น.

3.สน.ชนะสงคราม เวลา 13.00 น.

'ไมค์ ระยอง' ทวิต พรุ่งนี้ 10 โมง เจอกัน สภ.นนท์

รายงานพิเศษ : สศก.พยากรณ์ไม้ผลตะวันออกปี’64 ทุเรียน-มังคุด-เงาะ-ลองกองปริมาณรวม 1.06 ล้านตัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – รายงานพิเศษ : สศก.พยากรณ์ไม้ผลตะวันออกปี’64 ทุเรียน-มังคุด-เงาะ-ลองกองปริมาณรวม1.06ล้านตัน (naewna.com)

รายงานพิเศษ : สศก.พยากรณ์ไม้ผลตะวันออกปี’64  ทุเรียน-มังคุด-เงาะ-ลองกองปริมาณรวม1.06ล้านตัน

รายงานพิเศษ : สศก.พยากรณ์ไม้ผลตะวันออกปี’64 ทุเรียน-มังคุด-เงาะ-ลองกองปริมาณรวม1.06ล้านตัน

วันอังคาร ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นางติณณา คัญใหญ่ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการบูรณาการจัดทำข้อมูลปริมาณการผลิตไม้ผลเอกภาพรอบที่ 1 ปี 2564 ซึ่งสศท.6 และศูนย์สารสนเทศการเกษตร (ศสส.) ร่วมกับคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออก วิเคราะห์ผลพยากรณ์ไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออก ครั้งที่ 1 ของสินค้า 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกองใน 3 จังหวัดคือ จันทบุรี ระยอง และตราด เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวางแผนบริหารจัดการผลไม้ตั้งแต่ต้นฤดู

สำหรับผลพยากรณ์ปี 2564 ครั้งที่ 1 (ข้อมูล ณ 27 พฤศจิกายน 2563) พบว่า เนื้อที่ยืนต้น ของไม้ผลทั้ง 4 ชนิด มีจำนวน 743,352 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มีจำนวน 715,946 ไร่ (เพิ่มขึ้น 27,406 ไร่ หรือร้อยละ3.83) โดยเนื้อที่ยืนต้นทุเรียนเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 9.82 ส่วนลองกอง เงาะ และมังคุด ลดลงร้อยละ 11.06, 2.96 และ 0.24 ตามลำดับ เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนมาปลูกทุเรียนทดแทนมากขึ้น เนื้อที่ให้ผล ทั้ง 4 ชนิด มีจำนวน 640,151 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มีจำนวน 633,641 ไร่ (เพิ่มขึ้น 6,510 ไร่ หรือร้อยละ 1.03) โดยทุเรียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.59 ส่วนลองกอง เงาะ และมังคุด ลดลงทั้งหมดร้อยละ 10.62, 3.88 และ 0.55 ตามลำดับ เนื่องจากเกษตรกรตัดโค่นออกเพื่อปลูกทุเรียนทดแทน และในสวนผสมเกษตรกรจะสางต้นผลไม้ทั้ง 3 ชนิดออกเพื่อปลูกทุเรียนแซมและสางออกเพื่อให้ต้นทุเรียนมีทรงพุ่มรับแสงแดดสามารถสังเคราะห์แสงได้เต็มที่

ผลผลิตรวม ทั้ง 4 สินค้า คาดว่าจะมีประมาณ 1,066,330 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มีจำนวน 995,501 ตัน (เพิ่มขึ้น 70,829 ตัน หรือร้อยละ 7.11) โดยผลผลิตจะออกมากช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมิถุนายน 2564 ซึ่งคาดว่าผลผลิตรวมของทั้ง 3 สินค้าจะเพิ่มขึ้น โดยทุเรียนจะเพิ่มขึ้นมากที่สุดอยู่ที่ร้อยละ 11.42 เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยราคาทุเรียนดีต่อเนื่องมา 6-7 ปี จูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาต้นทุเรียนดี รวมถึงทุเรียนที่ปลูกใหม่ในปี 2559 เริ่มให้ผลเป็นปีแรก รองลงมาได้แก่ มังคุด และลองกอง เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.05 และ 0.52 ตามลำดับ ส่วนเงาะ ผลผลิตรวมลดลงร้อยละ 0.34 เนื่องจากเกษตรกรโค่นต้นเงาะที่ให้ผลผลิตแล้วทิ้ง เพราะราคาที่ลดลง ไม่จูงใจ ปัญหาแรงงานในการเก็บเกี่ยวเงาะที่หายาก และค่าแรงงานเก็บเกี่ยวสูง

ขณะนี้ทุเรียน ออกดอกแล้วประมาณร้อยละ 33.46 ผลผลิตที่ติดในช่วงแรกเป็นทุเรียนพันธุ์เบาและทุเรียนที่ใช้สารกระตุ้นการออกดอก โดยจะเป็นพันธุ์กระดุมและหมอนทองซึ่งบางส่วนจะทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 เป็นต้นไป ส่วนผลผลิตจะออกมากช่วงกลางเมษายนถึงกลางพฤษภาคม 2564 เงาะ ออกดอกแล้วเล็กน้อยประมาณร้อยละ 0.60 สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตรอบแรกได้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2564 โดยผลผลิตจะออกมากในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมต่อเนื่องถึงต้นเดือนมิถุนายน 2564 มังคุด ขณะนี้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระยะเตรียมใบ เกษตรกรเริ่มบังคับต้น ใบที่สมบูรณ์โดยหยุดการให้น้ำเพื่อให้ต้นมังคุดขาดน้ำจะช่วยเร่งกระตุ้นการออกดอกได้ในช่วงเดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตรุ่นแรกได้ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงต้นเดือนสิงหาคม 2564 โดยผลผลิตจะออกกระจุกตัวสูงสุดในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2564 ลองกอง ขณะนี้ยังคาดการณ์การออกดอกไม่ชัดเจน เนื่องจากฝนยังตกอย่างสม่ำเสมอในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนที่ผ่านมา ต้นลองกองยังไม่ขาดน้ำ ทำให้ต้น ใบยังไม่สลด ลองกองสามารถออกดอกได้ตลอดหากต้นสมบูรณ์และขาดน้ำ แต่คาดจะเริ่มมองเห็นการติดดอกที่ชัดเจนขึ้นในช่วงเดือนมกราคม 2564 โดยจะสามารถเก็บเกี่ยวลองกองรุ่นแรกได้ในเดือนเมษายน และจะสิ้นสุดการเก็บเกี่ยวในเดือนตุลาคม 2564 โดยจะออกกระจุกมากในช่วงปลายมิถุนายน ต่อเนื่องถึงต้นกรกฎาคม 2564

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ของคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ได้กำหนดแนวทางระยะปานกลางไว้ 3 ปี (ปี 2564-2566) คือ การบริหารจัดการเชิงคุณภาพ เน้นจัดทำแผนบริหารจัดการผลไม้ในพื้นที่ การบริหารจัดการเชิงปริมาณ โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตออกมาก ซึ่งมุ่งหวังให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม รวมทั้งเน้นแผนบริหารจัดการเชิงรุกตามนโยบายเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด โดยมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลักด้านการผลิตให้ได้คุณภาพมาตรฐาน GAP ส่วนกระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบด้านการตลาด การกระจายผลผลิตออกนอกพื้นที่ให้มีความคล่องตัว การผลักดันการส่งออก การเปิดตลาดต่างประเทศ ส่งเสริมการจำหน่ายผลผลิตผ่านช่องทางสมัยใหม่ โดยเน้นการตลาดออนไลน์

อย่างไรก็ตาม สศท.6 จะติดตามรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิดครั้งที่ 2 ช่วงปลายเดือนมกราคม 2564 และมีกำหนดลงพื้นที่ติดตามสำรวจข้อมูลสถานการณ์การออกดอก ติดผล และเก็บเกี่ยวผลผลิตจริงกับเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผลทั้ง 4 ชนิดนี้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เพื่อใช้ข้อมูลวางแผนบริหารจัดการผลไม้ร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาคตะวันออกต่อไป

เกษตรฯ เร่งสำรวจพื้นที่เสียหายอุทกภัยภาคใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เกษตรฯเร่งสำรวจพื้นที่เสียหายอุทกภัยภาคใต้ (naewna.com)

เกษตรฯเร่งสำรวจพื้นที่เสียหายอุทกภัยภาคใต้

วันอังคาร ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเปิดเผยว่า จากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้
ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เกิดดินสไลด์และวาตภัย ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน – ปัจจุบัน ในภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ใน 70 อำเภอ 358 ตำบล 2,318 หมู่บ้าน เกษตรกรได้รับผลกระทบ 148,554 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย ประมาณ 1,275,355 ไร่ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ไม้ผล นาข้าว และพืชผัก โดยเฉพาะข้าวนาปีซึ่งกำลังอยู่ในช่วงฤดูกาลผลิต และขณะนี้สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด ดังนั้น จึงสั่งการไปยังเกษตรจังหวัดทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบให้เร่งสำรวจความเสียหาย และเตรียมการช่วยเหลือเกษตรกรโดยเร็วที่สุด พร้อมให้ระดมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรกระจายลงพื้นที่อำเภอต่างๆเพื่อเยี่ยมเยียนเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งสำรวจปัญหาเพื่อเตรียมฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรหลังน้ำลด

ในส่วนภาคใต้มอบหมายให้นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ ร่วมกับอีก 14 จังหวัดภาคใต้ ประสานเน้นย้ำจังหวัดให้รายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยกำชับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรลงสำรวจพื้นที่เสียหายและเตรียมเฝ้าระวัง หากยังมีฝนตกต่อเนื่องให้รีบรายงานทันที สำหรับการเตรียมการฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลดนั้น ได้ให้ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักพืชจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดสงขลา ร่วมกับศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนทุกอำเภอในพื้นที่ประสบภัย เตรียมผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มา เพื่อฟื้นฟูสวนผลไม้ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา และไม้ยืนต้น ทันทีเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย

ด้านมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีเสียหายโดยสิ้นเชิงกรมส่งเสริมการเกษตรยึดหลักปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 โดยมีหลักเกณฑ์ช่วยเหลือเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรไว้ก่อนเกิดภัย ตามจำนวนพื้นที่จริงที่ได้รับความเสียหาย ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่ ได้แก่ ข้าวอัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ อัตราไร่ละ 1,148 บาท พืชสวนและอื่นๆ อัตรา ไร่ละ 1,690 บาท เมื่อเกิดภัยพิบัติ และผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตพื้นที่การให้ความช่วยเหลือฯ เกษตรกรต้องยื่นแบบความจำนงขอรับการช่วยเหลือ (กษ 01) โดยให้ผู้นำรับรอง ก่อนจะมีการตรวจสอบทะเบียนเกษตรกรและพื้นที่เสียหายจริง เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป และขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้พัฒนาระบบสำหรับบันทึกข้อมูลการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติขึ้นใหม่ ทันสมัย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อจะได้นำข้อมูลให้คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) และ คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) รับรอง และส่งข้อมูลให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โอนเงินช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถขอความช่วยเหลือและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ได้ ณ สำนักงานเกษตรอำเภอและสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน