โรชร่วมมือกับโมเดอร์นา นำการตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542198

โรชร่วมมือกับโมเดอร์นา นำการตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู

โรชร่วมมือกับโมเดอร์นา นำการตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 18.51 น.

โรชร่วมมือกับโมเดอร์นา นำการตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู ไปใช้ในระยะทดลองของการฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19

โรช (SIX: RO, ROG; OTCQX: RHHBY) ประกาศความร่วมมือกับโมเดอร์นา (Moderna Inc.) นำการตรวจหาสารภูมิต้านทานต่อโปรตีนหนาม (Spike Protein) ของเชื้อซาร์ส-โควี-ทู เข้าไว้ในงานวิจัยทดลองวัคซีน mRNA-1273 ของโมเดอร์นา ความร่วมมือนี้จะช่วยให้สามารถวัดปริมาณของภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู และระบุความเชื่อมโยงระหว่างกลไกการป้องกันที่วัคซีนสร้างขึ้นและระดับของสารภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้น  ความร่วมมือนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่องค์การอาหารและยาสหรัฐอนุมัติให้โรชสามารถใช้การตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู   ได้ภายใต้อำนาจตามมาตรการฉุกเฉิน (Emergency Use Authorization หรือ EUA) ดังที่ได้ประกาศให้ทราบแล้วเมื่อไม่นานมานี้

“โรชเห็นคุณค่าของการได้ร่วมมือกับโมเดอร์นา หลังจากก่อนหน้านี้ ที่เราได้นำเทสต์การตรวจภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู  ซึ่งเป็นการตรวจหาภูมิต่อโปรตีนนิวคลีโอแคพซิด มาร่วมอยู่ในช่วงแรกของงานวิจัย และได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี” นายโธมัส ชิเนคเกอร์ ประธานบริหารของโรช ไดแอกโนสติกส์ กล่าว “เราดีใจที่ได้เห็นว่า ตอนนี้จะมีการนำเทสต์การตรวจภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู ของเรา ซึ่งเป็นการทดสอบหาปริมาณภูมิต้านทาน มารวมเข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งในงานวิจัยทดลองวัคซีนของโมเดอร์นาอีกครั้ง และมันอาจมีส่วนช่วยหยุดยั้งภาวะโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้ได้”

การใช้เทสต์ของโรชเพื่อวัดระดับปริมาณภูมิต้านทานที่ตำแหน่งรับ-ยึดเกาะของเชื้อซาร์ส-โควี-ทู จะช่วยให้โมเดอร์นา มีข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่ามหาศาลในการระบุความเชื่อมโยงระหว่างกลไกการป้องกันจากการได้รับวัคซีนและระดับของสารภูมิต้านทาน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินว่า ควรมีการฉีดวัคซีนซ้ำหรือไม่ และควรทำเมื่อใด อีกทั้งยังช่วยตอบคำถามทางการแพทย์อื่นๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ด้วยเช่นกัน

เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในเรื่องวัคซีนต้านเชื้อซาร์ส-โควี-ทู การทราบระดับตั้งต้นของภูมิต้านทานในร่างกายก่อนได้รับวัคซีนมีประโยชน์อย่างยิ่งเพื่อช่วยให้เราประเมินได้ว่าวัคซีนนั้นสามารถภูมิต้านทานได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะในกรณีของภูมิต้านทานต่อเชื้อ ซาร์ส-โควี-ทู เพราะสารภูมิต้านทานเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถต้านเชื้อไวรัสและมีศักยภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันได้1 การวัดระดับภูมิต้านทานยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันการติดเชื้อ และ/หรือ ยับยั้งการระบาดและความรุนแรงของโรคโควิด-192

การทำงานร่วมกันของสององค์กรใหญ่ในครั้งนี้ เริ่มด้วยการนำเทสต์การตรวจสารภูมิต้านทานต่อโปรตีนหนามของเชื้อซาร์ส-โควี-ทู  ของโรชมาตรวจสอบหาสารภูมิต้านทาน anti-N ซาร์ส-โควี-ทู ในร่างกายของผู้เข้าร่วมการทดลองก่อน เพื่อเป็นการประเมินระดับการติดเชื้อตามธรรมชาติของผู้ป่วย ก่อนรับวัคซีน ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งในงานวิจัยทดลองวัคซีนของโมเดอร์นา

เกี่ยวกับเทสต์การตรวจภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู

การตรวจภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู  เป็นการทดสอบทางวิทยาภูมิคุ้มกัน (immunoassay) เพื่อตรวจหาภูมิต้านทาน (รวมถึง IgG) ต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู เชิงปริมาณ เป็นการตรวจภายนอกร่างกายเพื่อหาสารภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่แสดงว่าคนนั้นอาจเคยติดเชื้อมาแล้ว และอาจมีภูมิคุ้มกันไวรัสตัวนี้แล้ว เทสต์นี้ยังสามารถช่วยในการกำหนดความชุกของภูมิคุ้มกันในกลุ่มประชากร (เช่น ความหนาแน่นของผู้ที่มีสารภูมิต้านทานต่อไวรัส) ตลอดจนใช้ช่วยเสริมกับการทดสอบ Nucleic Acid Amplification Tests (NAAT) เพื่อการวินิจฉัยการติดเชื้อซาร์ส-โควี-ทู

เกี่ยวกับการรับมือของโรชต่อภาวะแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ในฐานะบริษัทเฮลต์แคร์ชั้นนำของโลก โรชทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้แต่ละประเทศสามารถรับมือและลดผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โรชได้พัฒนาชุดทดสอบอันหลากหลายเพื่อช่วยในการตรวจหาและวิเคราะห์การติดเชื้อในผู้ป่วย รวมถึงการให้การสนับสนุนในเชิงดิจิตอลแก่ระบบเฮลต์แคร์ อีกทั้งยังมุ่งมั่นเสาะหา พัฒนา และส่งเสริมแนวทางการรักษาและดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

โรช ตระหนักดีว่าผลกระทบของโควิด-19 นั้นกว้างไกลกว่าแค่ผู้ติดเชื้อ เราจึงได้ร่วมงานกับผู้ให้บริการด้านเฮลต์แคร์ ห้องปฏิบัติการ หน่วยงาน และองค์กรต่างๆ เพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่า ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจ ตลอดจนการดูแลรักษาที่จำเป็นในภาวะที่ท้าทายเช่นนี้ เรามีบทเรียนจากภาวะโรคระบาดนี้ เราจึงได้ร่วมมือกับภาครัฐและภาคีอื่นๆ เพื่อร่วมกันเสริมสร้างรากฐานของเฮลต์แคร์ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต

โซลูชั่นการตรวจวินิจฉัยของโรช

การตรวจที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพและเชื่อถือได้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อช่วยให้ระบบเฮลต์แคร์สามารถก้าวผ่านภาวะโรคระบาดร้ายแรงครั้งนี้ได้ โซลูชั่นและผลิตภัณฑ์ของโรชมีให้เลือกมากมาย อาทิ

– โซลูชั่นทดสอบระดับโมเลกุลที่สามารถรองรับงานปริมาณสูงเพื่อตรวจหาเชื้อ ซาร์ส-โควี-ทูที่เป็นสาเหตุของโรคโควิด-19 (ผ่านการอนุมัติ Emergency Use Authorisation หรือ EUA จากองค์การอาหารและยาสหรัฐ และมีให้บริการในประเทศที่รับรองมาตรฐาน CE Mark)

– โซลูชั่นทดสอบสารภูมิต้านทานต่อเชื้อ ซาร์ส-โควี-ทูสำหรับการใช้งานในห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจหาสารภูมิคุ้มกันในกระแสเลือดต่อนิวคลีโอแคพซิดของเชื้อ (FDA EUA และ CE Mark)

– โซลูชั่นทดสอบ IL-6 เพื่อช่วยในการระบุหาการติดเชื้อรุนแรงในผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่ามีเชื้อโควิด-19 (FDA EUA และ CE Mark)

ฉลอง 20 ปี สเปเชียลโอลิมปิคไทย จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ชิงถ้วยอดีตนายกฯอานันท์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542195

ฉลอง 20 ปี สเปเชียลโอลิมปิคไทย จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ชิงถ้วยอดีตนายกฯอานันท์

ฉลอง 20 ปี สเปเชียลโอลิมปิคไทย จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ชิงถ้วยอดีตนายกฯอานันท์

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 18.38 น.

ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิปมิคแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “การแข่งขันกอล์ฟการกุศลในครั้งนี้ เป็นงานระดมทุนประจำปีที่เป็นประเพณีสำคัญของสเปเชียลโอลิมปิคไทย โดยสมาคมฯได้รับถ้วยเกียรติยศจากนายกรัฐมนตรี นายอานันท์ ปันยารชุน การจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลฯทุกๆปีนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้สนับสนุนกิจกรรมของสเปเชียลโอลิมปิคไทย ที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาสุขภาพ และความสามารถในการช่วยเหลือตนเองของบุคคลที่พิการทางสติปัญญาไทยในโครงการกว่า 28,000 คนทั่วประเทศ

ในการนี้ รายการกอล์ฟการกุศลปีนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวาระที่ครบรอบ 20 ปีของการจัดแข่งขัน ดังนั้น สมาคมฯ จึงได้เตรียมรายการพิเศษเพื่อฉลองวาระนี้หลายรายการด้วยกัน รายการแรก เป็นพิธีการมอบ 3 ถ้วยรางวัลใหม่ในปีนี้

ถ้วยแรก สำหรับชนะเลิศประเภท รางวัลบุคคล Flight A เป็นการยกย่อง ท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์ อดีตประธาน สเปเชียลโอลิมปิคไทย โดยคุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร บุตรีท่านผู้หญิงนิรมล จะเดินทางมามอบถ้วยท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์ ให้กับสมาคมฯโดยเฉพาะ ผู้ได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ ของท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์ คือ ผู้ชนะเลิศ / SUSCO / คุณพัสกร เหล่ามนัสศักด์

ถ้วยที่สอง สำหรับชนะเลิศประเภท รางวัลบุคคล Flight C เป็นการยกย่อง คุณสุเทพ บูลกุล หนึ่งในผู้ก่อตั้งสเปเชียลโอลิมปิคไทย ที่ทุ่มเทเรื่องกีฬามาทั้งชีวิต ท่านเป็นอดีตนักเทนนิสทีมชาติ เคยเป็น บอร์ด กกท และกรรมการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย คือ -ผู้ชนะเลิศ / CPF / คุณชาตรี กลิ่นทโชติ

ถ้วยที่สาม สำหรับชนะเลิศประเภทรางวัลใกล้ธง เป็นการระลึกถึงการจากไปของ คุณพากพูม วัลลิสุต กรรมการและประธานฝ่ายหาทุนของคณะกรรมการอำนวยการสมาคมฯ ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคโควิดเมื่อปลายเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งท่านเป็นกรรมการที่ช่วยสเปเชียลโอลิมปิคไทยอย่างแข็งขันมาเกือบ 20 ปีแล้ว” รายชื่อผู้ได้รางวัล 3 ท่านได้แก่ คูณมนันส์ สรรค์คุณากร , คุณเจษฏา , ดญ.กฤติชัญญา เก้าพัฒนสกุล เป็นต้น

รางวัลทีมชนะเลิศถ้วยรางวัล อดีตนายกรัฐมนตรี นายอนันท์ ปันยารชุน ได้แก่ ทีม SYS ผู้เล่นในทีมประด้วยด้วย คุณสมพร แก้ววิเศษ, คุณธนาธร เหงี่ยมไพศาล ,คุณหลักชัย โชคชัยธนานันท์ และ Mr. Jang San

ดร.นริศ ปิดท้ายรายการพิเศษ ด้วยการชี้แจงเกี่ยวกับการเปิดตัว มิวสิควิดีโอ/หนังสารคดีสั้น เพลง “ขอบคุณที่ร่วมทาง” หรือ From the Heart ที่ผลิตขึ้นเป็นการรณรงค์ให้เกิดการอยู่ร่วมกันระหว่างผู้พิการและไม่พิการในสังคม ซึ่งวิดีโอนี้เล่าถึงชีวิตเสี้ยวหนึ่งของนักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคไทย 4 คน และมุมมองของผู้ใกล้ชิดที่หลากหลาย นำเสนอเรื่องราวและขับร้องเพลงโดย ทูตศิลปินสเปเชียลโอลิมปิคไทย ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี และ วิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร พร้อมด้วย ทูตยุวชน เอด้า

ทั้งนี้ สเปเชียลโอลิมปิค เป็นโครงการพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสติปัญญาโดยใช้กีฬาเป็นสื่อ เป็นสมาคมกีฬาที่จดทะเบียนกับการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่รับผิดชอบนักกีฬาผู้พิการทางสติปัญญามากกว่า 28,000 คนทั่วประเทศไทย โดยจัดกิจกรรมหลากหลาย ทั้งด้านการกีฬา การส่งเสริมสุขภาพ การพัฒนาปฐมวัย และ การเตรียมความพร้อมสู่การประกอบอาชีพ เป็นต้น นอกจากการเปิดโอกาสให้นักกีฬาผู้พิการได้มีกิจกรรมกีฬาร่วมกันแล้ว สเปเชียลโอลิมปิคยังเปิดเวทีให้ผู้ที่ไม่พิการได้เล่นกีฬาร่วมกับนักกีฬาพิเศษ ในโครงการกีฬายูนิฟายด์ เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันทางสังคม

สำหรับผู้ที่สนใจสนับสนุนกิจกรรมสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิค สามารถบริจาคได้ที่กรุงไทย เลขที่ 986-8-12483-2 ชื่อบัญชี “สมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย” พร้อมส่งใบ pay-in และแจ้งชื่อ-สกุล เลขประจำตัวผู้เสียภาษา 13 หลัก และที่อยู่จัดส่งใบเสร็จรับเงินมาที่อีเมล solympicsthai@gmail.com (ใบเสร็จสามารถนำไปหักภาษีได้ 2 เท่า) ต้องการสอบถามเพิ่มเติม โปรดติดต่อ คุณสถาพร ก่อแก้ว 081-9024636

‘นิคลาส ลิเพอร์’ ร่วมรายการ ‘Brave Frontiers’ บรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542188

‘นิคลาส ลิเพอร์’  ร่วมรายการ ‘Brave Frontiers’ บรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO

‘นิคลาส ลิเพอร์’ ร่วมรายการ ‘Brave Frontiers’ บรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 18.09 น.

มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดคอนเสิร์ตถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยความสนับสนุนของบี.กริม, บมจ.กรุงเทพ ดุสิตเวชการ (BDMS), เมืองไทยประกันภัย, มูลนิธิเอสซีจี และโรงแรมอนันตราสยาม ขอเชิญชมคอนเสิร์ตถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา รายการ “Brave Frontiers” บรรเลงผลงานมาสเตอร์พีซของคีตกวีเอกยุคโรแมนติค ร่วมด้วย นิคลาส ลิเพอร์ (Niklas Liepe) ศิลปินเดี่ยวไวโอลินชื่อดังระดับนานาชาติชาวเยอรมัน บรรเลงเดี่ยวกับวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า อำนวยเพลงโดย มิเชล ทิลคิน (Michel Tilkin) ผู้อำนวยการด้านดนตรีวง RBSO เพลงในรายการเป็นผลงานมาสเตอร์พีชของคีตกวีเอกยุคโรแมนติค คือไวโอลินคอนแชร์โตในบันไดเสียง D ไมเนอร์ ผลงานของ ฌอง ซิเบลิอุส คีตกวีชาวฟินแลนด์ แนวกระแสร์ชาตินิยมผู้ปลุกจิตวิญญาณของชาวฟินแลนด์ด้วยเสียงดนตรี ทำให้มีความรักชาติ และเพลงบรรเลงสองบทคือบทโหมโรง “Overture – Romeo and Juliet” ของไชคอฟสกี และซิมโฟนีหมายเลข 9 ซึ่งมีชื่อว่า “From the New World” ผลงานที่สร้างชื่อเสียงมากให้กับ อันโตนิน ดโวช้าค บทเพลงนี้มีความหลากหลาย มีสีสัน ไพเราะจับใจ ท้าทายฝีมือศิลปินเดี่ยว ผู้อำนวยเพลง และวงออร์เคสตร้าที่พลาดไม่ได้

กำหนดแสดงวันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคมนี้ เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย รายการเริ่มด้วยบทโหมโรง “Overture – Romeo and Juliet” ไชคอฟสกีได้รวมทำนองเด่น จากดนตรีประกอบบัลเล่ต์ชื่อเรื่องเดียวกัน มาร้อยเรียงได้อย่างไพเราะ ไฮไล้ท์ คือ“ไวโอลินคอนแชร์โต ในบันไดเสียง D ไมเนอร์” เพลงเดี่ยวไวโอลินที่สร้างชื่อเสียงเป็นอย่างมากให้กับ ฌอง ซิเบลิอุส ความน่าสนใจของงานชิ้นนี้เริ่มตั้งแต่เริ่มต้นท่อนแรก ซึ่งศิลปินเดี่ยวไวโอลินบรรเลงทำนองที่คร่ำครวญ ไพเราะจับใจ นำเข้าสู่ดนตรีที่หนักแน่น แสดงอารมณ์ทั้งตื่นเต้นเร้าใจ ช่วงคาเด็นซ่า วงจะหยุดบรรเลง เปิดโอกาสให้ศิลปินเดี่ยวได้โชว์ฝีมือ เสมือนการด้นสด บรรเลงทำนองเดี่ยวอันโลดโผน วิจิตรพิสดาร แสดงกลเม็ดเด็ดพรายและชั้นเชิงการเล่นอย่างเต็มที่ ด้วยความคิดและอารมณ์อย่างมีอิสระ ทรงพลัง ท่อนที่สอง ให้ความรู้สึกและบรรยากาศลึกลับ ครุ่นคิด และค่อยๆ ทวีความเข้มข้นด้วยเสียงดนตรีที่หนักแน่น จากนั้นจะบรรเลงอย่างแผ่วเบา หวีตสูงขึ้น และจบลงอย่างเงียบงัน ท่อนสุดท้ายศิลปินเดี่ยวจะโชว์ฝีมืออีกครั้ง แสดงเทคนิคการบรรเลงเดี่ยวขั้นสูง ประชันกับวงด้วยทำนองที่เร่งเร้า ตื่นตาตื่นใจ และจบลงอย่างหนักแน่น งานชิ้นนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบรรดาไวโอลินคอนแชร์โต้ยอดเยี่ยม ไพเราะและมีความยากทางเทคนิคมากที่สุด ถือเป็นเพลงเดี่ยวไวโอลินมาตรฐานในยุคปัจจุบัน เป็นเพลงทดสอบการแข่งขันไวโอลินระดับโลก รายการ International Jean Sibelius Violin Competition และการแข่งขันไวโอลินระดับทั้งหลาย

เพลงสุดท้าย ซิมโฟนีหมายเลข 9 ซึ่งมีชื่อว่า “From the New World” ดโวช้าคประพันธ์งานชิ้นนี้ในช่วงที่ได้รับเชิญให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยดนตรีแห่งนิวยอร์ค ที่นั่นเขาได้พบผู้คนทั้งชาวอเมริกัน, อเมริกันอินเดียนหรืออินเดียนแดง, คนผิวสีในสหรัฐอเมริกา ได้พบเพื่อนร่วมชาติชาวโบฮิเมียนหรือเช็คโกสโลวาเกีย บรรยากาศที่นั่นเสมือนเป็นโลกใหม่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เขานำทำนองดนตรีจากเพลงพื้นบ้านของชนชาติดังกล่าวมาเป็นฐานในการประพันธ์ซิมโฟนีบทนี้ อาทิ ในท่อนแรกจะได้ยินเสียงฟลุทเดี่ยวทำนองอันไพเราะ ซึ่งมาจากเพลงสวดของพวกอินเดียนแดง ท่อนที่สอง ลีลาเชื่องช้า อ่อนโยน ปี่อิงลิชฮอร์นจะบรรเลงเดี่ยวทำนองที่สวยงาม คลอโดยกลุ่มเครื่องสายที่บรรเลงอย่างแผ่วเบา ให้ความรู้สึกโหยหา เศร้าสร้อย และอบอุ่น ทำนองนี้มีชื่อเสียงคุ้นหูมาก มักนำไปบรรเลงในพิธีไว้อาลัยทหารอเมริกันที่เสียชีวิตในสงคราม ท่อนที่สาม รื่นเริงสนุกสนาน มีสำเนียงเพลงเต้นรำพื้นบ้านของชาวโบฮิเมียน และท่อนที่สี่ซึ่งเป็นท่อนสุดท้าย ให้ความรู้สึกฮึกเหิม เร้าใจ ช่วงท้ายของท่อนนี้

กลุ่มเฟร้นช์ฮอร์นจะบรรเลงทำนองที่สง่างาม เปี่ยมไปด้วยพลังและจบลงอย่างอลังการ ซิมโฟนี หมายเลข 9 “The New World” เป็นหนึ่งในซิมโฟนีที่นิยมฟัง และนำออกแสดงมากที่สุด เมื่อ 50 ปีก่อน องค์กรนาซ่าแห่งสหรัฐอเมริกาได้ส่งยานอพอลโล 11 พานักบินอวกาศไปดวงจันทร์เป็นครั้งแรก ทันทีที่นิล อาร์มสตรอง นักบินอวกาศได้เหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ เขาได้นำเทปที่บันทึกเสียงซิมโฟนีบทนี้เปิดให้ผู้คนทั่วโลกฟังระหว่างการถ่ายทอดสดออกอากาศเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนั้น นิคลาส ลิเพอร์ (Niklas Liepe) ศิลปินเดี่ยวไวโอลินชาวเยอรมัน ผู้มากด้วยประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์ ผลงานปี 2019/20 บรรเลงเดี่ยวกับวง NDR Radio Philharmonic, Hamburg Elbphilharmonie, Tauber Philharmonic, Lower Saxony Music Festival และ Berlin Philharmonic บรรเลงผลงานของSibelius, Paganini และ Sain-Saëns เคยร่วมบรรเลงเชมเบอร์มิวสิคกับนักไวโอลินและนักเปียโนชื่อดัง อาทิ Gidon Kreme, Yuri Bashmet, Christoph Eschenbach และ Andras Schiff ซีชั่นที่ผ่านมาเขาได้บรรเลงเดี่ยวกับวง Frankfurter Open-und Museumorchestra, Bratislava Slovakian Radio Symphony Orchestra, Kaohsiung City Symphony Orchestrac และ German Radio Philharmonic of Saarbrucken ได้รับรางวัล Northern German Broadcasting Corporation และ Braunschweig Classix Festival ชนะการแข่งขันรายการ International Henryk Wieniawski Violin Competition และ German Music Competition (2017) ปี 2018 ได้ร่วมงานกับ Sony Classic ออกอัลบั้มเดี่ยว2ชุด ชื่อ The New Paganini Project :Paganini Jazz for Piano นำทำนองเพลงจากผลงานของ Paganini 20 บทมาเรียบเรียงใหม่ แต่ยังคงรักษาทำนองหลักตามเดิม และชุด Goldberg Reflections ซึ่งนำบทเพลงชุด Goldberg Variations ของบาค มาเรียบเรืยงและ บรรเลงเดี่ยวร่วมกับวง NDR Radio Philharmonic ลิเพอร์สำเร็จการศึกษาด้านไวโอลินที่ Kronsberg Academygiupo, Hannover Music Conservatory และ Cologne Music Universityโดย เรียนกับ Ana Chumachenco, Mihaela Martim, Krzysztof Wegzyn และ Zakhar Bron ตามลำดับ

บัตรราคา 300,700, 900, 1200, 1500 บาท ลด 50% สำหรับนักเรียน/นักศึกษา และผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จองบัตรได้ที่ ThaiTicketmajor โทร. 02 262 3456 หรือ http://www.thaiticketmajor.com สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานมูลนิธิ RBSO โทร.02 255 6617-8 / 02 255 9191-2 Email: rbso@bangkoksymphony.org

‘กุ๊กกิ๊ก’ อ้อนขอคะแนนสงสาร…ถึงร้ายแต่ก็ร้ายแบบไม่ตั้งใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/542145

'กุ๊กกิ๊ก'อ้อนขอคะแนนสงสาร...ถึงร้ายแต่ก็ร้ายแบบไม่ตั้งใจ

‘กุ๊กกิ๊ก’อ้อนขอคะแนนสงสาร…ถึงร้ายแต่ก็ร้ายแบบไม่ตั้งใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กำลังเข้มข้นเลยทีเดียว สำหรับละครเรื่อง “รหัสริษยา” ของค่าย “ดาราวิดีโอ” ที่ออกอากาศทางช่อง 7HD ซึ่งนางร้ายขึ้นแท่นอย่าง “กุ๊กกิ๊ก-กชกร ส่งแสงเติม” โดดรับบทเป็น “จันทร์แจรง” หญิงสาวที่ร้ายแบบไม่ตั้งใจร้าย เพราะถูกตัวแม่อย่าง “พิม-พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์”ปลูกฝังให้ร้าย งานนี้เลยอ้อนขอคะแนนความน่าสงสารให้กับตัวละคร ‘กุ๊กกิ๊ก’ เผยว่า

“ฟีดแบ็กที่เข้ามาตอนนี้คือดีมากค่ะ คนชอบบอกว่าละครสนุก เรื่องราวน่าติดตาม เหตุการณ์พลิกไปพลิกมา คาดเดาได้ยาก ทันเกมกันตลอดทั้งตัวนางเอกเองกับตัวร้ายแม่ของเราในเรื่อง คือพี่พิม-พิมพ์พรรณ ที่ทันเกมกันตลอด ต้องบอกว่าละครเรื่องนี้เป็นการกลับมาร่วมงานกับพี่พิมอีกครั้ง ซึ่งพี่พิมก็ยังน่ารักและเป็นกันเองกับกิ๊กเหมือนเดิม ทำให้กิ๊กไม่เกร็ง เล่นได้เต็มที่แถมบางฉากพี่พิมยังช่วยแนะนำอีก เพิ่มดีกรีความร้ายของกิ๊กไปอีก แต่ต้องขอออกตัวก่อนนะค่ะ ว่าตัวละคร “จันทร์แจรง” เป็นตัวร้ายที่ไม่ได้ร้ายตั้งแต่แรก แต่ถูกแม่ปลูกฝังในหัวสมองตลอดเวลาให้เกลียดครอบครัวนางเอกคือ “พิ้งค์พลอย-ปภาวดี” ยิ่งนางเอกมาแย่งคนรักเราไปอีก ยิ่งทำให้เราฝังใจหนัก เลยทำทุกอย่างที่แม่บอก แต่ความร้ายของตัวละครตัวนี้ก็จะร้ายแบบไม่มีสมอง ไม่ค่อยทันเกมนางเอกอยู่แล้ว เรียกว่าร้ายแบบใช้แต่อารมณ์และกำลังมากกว่า บางทีก็ร้ายติ๊งต๊องค่ะ เลยอยากจะขอคะแนนความน่าสงสารกับแฟนๆทุกคนว่าอย่าเพิ่งเกลียดตัวละคร “จันทร์แจรง” เลยนะค่ะ ตัวละครตัวนี้น่าสงสารมาก บอกเลยว่ายิ่งดูยิ่งน่าสงสาร เพราะจะมีเรื่องราวเกิดขึ้นกับตัวละครตัวนี้แบบที่ทุกคนไม่คาดคิด ไม่ได้สปอยนะค่ะ แต่อยากให้ทุกคนได้ติดตามชมกันอย่าพลาดแม้แต่ตอนเดียวเลย รับรองว่าจะอึ้งในการเขียนบทของเรื่องนี้ ร่วมไปถึงการกำกับของพี่ฬอน ผู้กำกับ ที่วางเรื่องราวได้น่าสนใจและที่สำคัญทุกตัวละครของเรื่องนี้จะมีเส้นเรื่องของตัวเองทุกตัวละคร มันน่าติดตามมากๆ

‘นาดาว มิวสิค’ ร่วมกับ ‘จีเอ็มเอ็มแกรมมี่’ สร้างเซอร์ไพรส์ รวมตัวกันครั้งแรก!! ในผลงานเพลง ‘มันดีเลย’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/542146

'นาดาว มิวสิค'ร่วมกับ'จีเอ็มเอ็มแกรมมี่'สร้างเซอร์ไพรส์  รวมตัวกันครั้งแรก!! ในผลงานเพลง'มันดีเลย'

‘นาดาว มิวสิค’ร่วมกับ’จีเอ็มเอ็มแกรมมี่’สร้างเซอร์ไพรส์ รวมตัวกันครั้งแรก!! ในผลงานเพลง’มันดีเลย’

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เตรียมตัวคึกคักรับปีใหม่ เมื่อ “นาดาว มิวสิค”ร่วมกับ “จีเอ็มเอ็มแกรมมี่”สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่กับการเปิดตัวซิงเกิลเพลง “มันดีเลย” โดยบริษัท เป๊ปซี่-โคลา (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายมันฝรั่งทอดกรอบ “เลย์”มาร่วมสนับสนุน โปรเจกต์สุดพิเศษในครั้งนี้ งานนี้เบล-สุพล หนึ่งในทีมผู้บริหาร บริษัท นาดาว มิวสิค จำกัด และ โฟร์ (ประทีป สิริอิสสระนันท์)  โปรดิวเซอร์   เตรียมเสิร์ฟความสุขให้แฟน ๆ ทุกคน  ด้วยการรวมศิลปินสุดฮอตแห่งปี  ได้แก่เป๊ก- ผลิตโชค อายนบุตรศิลปินจากค่ายwhite music จีเอ็มเอ็มแกรมมี่,Billkin(บิวกิ้น-พุฒิพงศ์) ,PP (พีพี-กฤษฎ์)และ PEARWAH (แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์)ศิลปินจากค่ายนาดาวมิวสิค มาสร้างปรากฏการณ์ความสุขในเพลง“มันดีเลย”เพลง POP จังหวะสนุก ที่มีกลิ่นอายดนตรี POP ยุค 70’s 

เบล-สุพล กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของเพลงมันดีเลย เริ่มจากทางเลย์มาชวนนาดาว มิวสิค ทำเพลง โดยที่เลย์มีพี่เป๊ก ผลิตโชค เป็นพรีเซนเตอร์หลักอยู่แล้ว เลยเป็นโอกาสที่ดีที่นาดาว มิวสิคจะได้ร่วมงานกับมืออาชีพอย่างพี่เป๊ก  ซึ่งโปรเจกต์พิเศษแบบนี้ ทางทีมมองว่าน้อง ๆ จากนาดาวมิวสิคทั้งสามคน ไม่ว่าจะเป็นแพรวา บิวกิ้น พีพี    น่าจะเหมาะกับการเป็นตัวแทนของความสดใสถือเป็นการรวมตัวกันครั้งแรกของศิลปินทั้งสี่คนซึ่งเพลงนี้พี่โฟร์มาเป็นโปรดิวเซอร์  พร้อมทั้งดูแลเรื่องการแต่งทำนองและเรียบเรียงดนตรี โดยเพลงนี้ได้พี่ปู๋-ปิยวัฒน์ มีเครือ มาช่วยเขียนเนื้อร้องให้ตอบโจทย์ของเพลงที่มีความสนุก ถ่ายทอดฟิลลิ่งความสุขเวลาที่เพื่อนๆ อยู่ด้วยกันซึ่งตัวเพลงจะมีกลิ่นอายดนตรีของเพลงป๊อบในยุค70ที่ฟังง่ายมีเสียงปรบมือ มีเสียงคอรัส มีท่อนที่ร้องรวมมีท่อนที่ร้องรับส่งกันไปมา ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงที่มีส่วนผสมค่อนข้างลงตัว

‘โอริเวอร์’ เผยวิธีกล่อม ‘วีรภาพ’ รับเชิญบทสำคัญใน “ล่า ท้า ชน” หลังห่างจอ 2 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/542142

'โอริเวอร์'เผยวิธีกล่อม'วีรภาพ' รับเชิญบทสำคัญใน“ล่า ท้า ชน”หลังห่างจอ 2 ปี

‘โอริเวอร์’เผยวิธีกล่อม’วีรภาพ’ รับเชิญบทสำคัญใน“ล่า ท้า ชน”หลังห่างจอ 2 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ห่างหายจากหน้าจอไปนาน เพราะมุ่งทำงานผู้จัดฯ และผู้กำกับแต่ละครแอ็กชั่นดราม่า ล่า ท้า ชน ทาง ช่อง 7HD ในอีพีล่าสุด วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ มาเปิดตัวเป็นนักแสดงรับเชิญในลุคหล่อเนี้ยบให้แฟน ๆ ฮือฮา ส่งพลังทางการแสดงผ่านสายตาชวนให้แฟน ๆ ขนลุก แถมพากันอยากรู้ว่ากันถ้วนหน้าว่าผู้จัดฯ และผู้กำกับอย่าง โอริเวอร์ บีเวอร์กล่อม วีรภาพ ให้รีเทิร์นงานแสดงในรอบ 2 ปี ได้อย่างไร ซึ่ง โอริเวอร์ เปิดใจให้ฟังว่า

“ปกติแล้วการผลิตละครของค่าย ไนน์บีเวอร์ฟิล์มส์ ทุกเรื่อง มักจะมีการสร้างลายเซ็นให้เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละเรื่อง ซึ่งในละครเรื่อง ล่า ท้า ชน ผมตั้งใจปรับเพิ่มบทให้มีฉากโรแมนติก ดราม่า ผสมผสานกับฉากแอ็กชั่น และยังจัดเต็มด้วยโปรดักชันอลังการส่วนตัวละครของคุณวีรภาพ ก็เป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจที่ผมตั้งใจอยากให้แฟน ๆ ได้ติดตาม ตอนที่ไปเจรจาให้คุณวีรภาพเขามาร่วมงาน ผมก็บอกคุณวีรภาพไปว่า บทที่ผมวางไว้ให้คุณ เป็นตัวละครตัวหนึ่งที่มันต้องมากไปด้วยความทรงอานุภาพของความเป็นนักแสดง ภาพลักษณ์ ทุกอย่างที่จะทำให้ละครของผมทรงอานุภาพ (หัวเราะ) ฉะนั้นผู้ที่ทรงอานุภาพอย่างที่ผมพูดมาทั้งหมดในช่อง 7HD ที่จะรับบทนี้ไม่มีใครแล้วนอกจากคุณซึ่งพอผมพูดไปแบบนี้ คุณวีรภาพสวนผมมา 2 พยางค์ว่าไม่เชื่อ (หัวเราะ) ผมก็เลยบอกเขาตรง ๆ ว่าบทนี้มันต้องเป็นคุณจริง ๆ นะแล้วผมก็มีคุยกับคุณวีรภาพไปว่า เดี๋ยวผมจะเอาความสามารถของผมไปแลก เพราะเราต่างก็เป็นผู้จัดละครทั้งคู่ เดี๋ยวละครของคุณผมจะไปช่วย แล้วเอาอุปกรณ์ที่มีไปช่วยคุณ ก็เลยเป็นเหตุผลที่คุณวีรภาพให้เกียรติมาร่วมงานกับผม แต่เอาตรง ๆ ไม่ใช่ว่าจะอวยนะ บทนี้มันต้องเป็นคุณวีรภาพจริง ๆ อยากให้ไปถามนักแสดงทุกคนที่ต้องเข้าฉากกับเขา ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีพลังมาก แค่คุณวีรภาพยืนเฉย ๆ ยังใช่อยากให้ติดตามกันดูนะครับว่า หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร เมื่อคุณวีรภาพเข้ามาปรากฏตัว บอกเลยว่าช่วงท้าย ๆ เรื่องเซอร์ไพรส์แฟนละครมาก ๆ”

DPU เปิดประสบการณ์นอกห้องเรียน ให้ นศ.กับศิลปินสตรีทอาร์ตระดับประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/542138

DPU เปิดประสบการณ์นอกห้องเรียน  ให้ นศ.กับศิลปินสตรีทอาร์ตระดับประเทศ

DPU เปิดประสบการณ์นอกห้องเรียน ให้ นศ.กับศิลปินสตรีทอาร์ตระดับประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) พานักศึกษาหลักสูตรคอมพิวเตอร์กราฟิกเปิดประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน เยี่ยมชมนิทรรศการ Monument of Hope โดยมี Alex Faceหรือ พัชรพล แตงรื่น ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดังของไทยเจ้าของผลงาน ต้อนรับ พาชมงานให้ความรู้ พร้อมสร้างแรงบันดาลให้นักศึกษา ณ BANGKOK CITYCITY GALLERY

นิด้า มองเศรษฐกิจไทยปี’64 หลังสิ้นโควิด เสนอรัฐเร่งยุทธศาสตร์การค้ากับต่างประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/542141

นิด้า มองเศรษฐกิจไทยปี’64 หลังสิ้นโควิด  เสนอรัฐเร่งยุทธศาสตร์การค้ากับต่างประเทศ

นิด้า มองเศรษฐกิจไทยปี’64 หลังสิ้นโควิด เสนอรัฐเร่งยุทธศาสตร์การค้ากับต่างประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาการการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง(วบส.) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)เปิดเผยถึงการปรับตัวด้านเศรษฐกิจ ภายหลังจากการสิ้นสุดการระบาดของโควิด-19 ว่า จากการประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2564 คาดว่ามีอัตราเติบโต 2.5-3% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้นหลังจากหลายประเทศเริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน จึงเป็นโอกาสของภาครัฐควรวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อขยายการค้าการลงทุนกับประเทศในกลุ่มยุโรป อเมริกา จีน และญี่ปุ่น ผ่านการทำข้อตกลงทางการค้าต่างๆ ได้แก่ RCEP หรือความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่เป็นข้อตกลงทางการค้าใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน มี 10 ชาติสมาชิกอาเซียน บวก จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ หรือการเข้าร่วมเป็นสมาชิก CPTPP หรือความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก รวมถึงการทำ FTA กับประเทศอังกฤษ เป็นต้น ช่วยสนับสนุนการส่งออกของไทยให้ดีขึ้น

รศ.ดร.มนตรีกล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตามปี 2564 ยังมีปัจจัยบวกอยู่หลายประการ คือ การที่สหรัฐฯ มีประธานาธิบดีคนใหม่ “โจ ไบเดน” สังกัดพรรคเดโมแครต ที่มีนโยบายการค้าโดยเน้นการเจรจาภายในกรอบความร่วมมือและการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงการพัฒนาวัคซีน COVID-19 มีความคืบหน้าและสามารถผลิตได้เป็นจำนวนมากในต้นปี 2564 จะช่วยการค้าระหว่างประเทศและการท่องเที่ยวได้ดีขึ้น ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคาดว่าจะฟื้นตัวได้ในไตรมาสสุดท้ายปีหน้า คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยรวมประมาณ 9 ล้านคน โดยภาครัฐต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวที่ต้องโฟกัสนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายเงินต่อหัวต่อคนให้มากขึ้น

สุดท้าย รศ.ดร.มนตรีกล่าวสรุปว่า ปี 2564 ยังเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยจะกลับมาเติบโตตามเศรษฐกิจโลกแต่ยังมีความเสี่ยงในหลายปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังทั้งไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดรอบใหม่ ทำให้หนี้ครัวเรือนสูงขึ้นกดดันกำลังซื้อ หนี้สาธารณะใกล้เพดาน 60% ทำให้การใช้จ่ายภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ไม่มากนัก และเงินบาทแข็งค่าจะทำให้สินค้าไทยส่งออกในราคาแพงขึ้น เหล่านี้เป็นเรื่องที่ภาครัฐต้องดูแล เนื่องจากไทยมีการพึ่งพาการส่งออกและท่องเที่ยวสูงถึง72% ของ GDP นอกจากนี้ ภาครัฐควรเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในหลายๆ ด้าน เช่นการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี 5G การลงทุนแพลตฟอร์มด้านการสื่อสารเพื่อรองรับยุค New Normal การสร้างบรรยากาศการลงทุนในอีอีซี ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยกับนานาประเทศให้ดีขึ้น และประคองเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ให้สามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤติโควิดไปให้ได้

‘อักษร’ ย้อนดูการศึกษาไทยในปีหนู การเรียนเพื่อองค์ความรู้ไม่เพียงพอกับชีวิตแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/542137

‘อักษร’ ย้อนดูการศึกษาไทยในปีหนู การเรียนเพื่อองค์ความรู้ไม่เพียงพอกับชีวิตแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ปี 2563 กำลังจะผ่านไป ซึ่งหากจะมองย้อนไปตั้งแต่ช่วงต้นปีใช่ว่าจะผ่านไปได้ง่ายๆ เพราะเกิดปรากฏการณ์และวิกฤตการณ์ทั้งเก่าและใหม่ ให้วงการศึกษาไทยไม่ว่าจะเป็นครู นักเรียน หรือ บุคลากรทางด้านการศึกษา ล้วนมีเรื่องให้ต้องฝ่าฟันอุปสรรคกันมากเหลือเกิน “อักษร เอ็ดดูเคชั่น” ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงการศึกษา สรุปเรื่องราวย้อนหลัง เพื่อเป็นการส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่สู่แวดวงการศึกษา ดังต่อไปนี้

ปิดโรงเรียนตั้งแต่เดือนแรกของปี จากฝุ่น PM2.5

เริ่มจากศึกเบาๆ กันตั้งแต่ต้นปี ปัญหาฝุ่นละอองและหมอกควัน PM2.5 ที่ค่าเกินมาตรฐานลุกลามจากปี 2562 สร้างผลกระทบครอบคลุมในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อวิถีการใช้ชีวิตและดูแลสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศ สุดท้ายหลายโรงเรียนมีประกาศปิดการเรียนชั่วคราวทำให้การสอนต้องหยุดชะงัก งานเข้าคุณครูต้องจัดสรรตารางเวลาเรียนกันใหม่เพื่อชดเชยที่หยุดไปสำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้

วิกฤติไวรัสโควิด-19

เวลาผ่านไปยังไม่ทันข้ามเดือนวิกฤติ PM2.5 ไม่ทันจะจางหาย วิกฤติใหม่ก็เข้ามาแทนที่ เมื่อองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ลงมติประกาศว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นภัยพิบัติฉุกเฉินระดับโลกในวันที่ 31 มกราคม 2563 สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนทุกวงการ โรงเรียนหลายแห่งทั่วโลกประกาศงดการเรียนการสอนร้อนมาถึงประเทศไทย นายณัฏฐพลทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกประกาศปิดการเรียนการสอนชั่วคราวทุกสถานศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นเหตุพิเศษตั้งแต่วันที่18 มีนาคม 2563 และตามมาด้วยมติครม.ประกาศเลื่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2563 ออกไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 พร้อมนโยบายชัดเจนที่ต้องการให้การเรียนการสอนต้องดำเนินต่อไป แม้ว่าโรงเรียนจะไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนจากที่โรงเรียนได้ตามปกติ

New Normal นิยามการศึกษายุคใหม่สู่ความท้าทายและการปรับตัว

วิกฤติไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ทำให้สถาบันการศึกษาทั่วโลกเริ่มปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้ไปสู่การเรียนรู้ในรูปแบบของออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม และนี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการต่อยอดการศึกษาในอนาคต พฤติกรรมของครูไทยเราเองก็เปลี่ยนไป โรงเรียนหลายแห่งพร้อมใช้เทคโนโลยีมากขึ้น และเริ่มตระหนักถึงความจำเป็นของนวัตกรรมเพื่อการศึกษาในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งหากมองในแง่ดีวิกฤติครั้งนี้อาจเป็นเหมือนเคมีเร่งปฏิกิริยาให้โรงเรียนและครูไทยก้าวเข้าสู่การศึกษาในรูปแบบใหม่ แม้ยังขาดทักษะและความชำนาญในการใช้เทคโนโลยีอยู่บ้าง แต่สิ่งสำคัญคือการได้เริ่มก้าวไปสู่การเรียนรู้สิ่งใหม่ เพื่อผลลัพธ์สำคัญสุดท้ายคือเด็กไทย ผู้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของชาตินั่นเอง

ทางเลือกใหม่ของการเรียนรู้กับแพลตฟอร์มออนไลน์

เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดการเรียนรู้นอกห้องเรียน หลายค่ายทั้งในไทยและต่างประเทศพร้อมใจกันเปิดตัวแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์กันมากขึ้น ล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการนำเสนอแพลตฟอร์มด้านการศึกษาใหม่ภายใต้ชื่อ DEEP (DigitalEducation Excellence Platform) ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยสร้างความเท่าเทียมของระบบการศึกษา สร้างความยืดหยุ่นในการเรียนการสอน เกิดมิติการสร้างห้องเรียนแบบใหม่ Flipped Classroom หรือ ห้องเรียนกลับด้านที่ถูกนำมาเป็นโมเดลสำคัญเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ ฝึกฝน และค้นคว้าข้อมูลได้ด้วยตนเอง โดยได้รับการสนับสนุนจากทางภาคเอกชนหลายแห่ง อักษรเอ็ดดูเคชั่นเองก็ได้รับเกียรติในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนแพลตฟอร์มด้านการศึกษาดังกล่าว ด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับระบบของ Aksorn On-Learnดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการศึกษาซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนทั้งผู้เรียนและผู้สอน มาในรูปแบบของ e-Book และคลิปวีดีโอ ใช้สื่อประกอบการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆอาทิ สื่อการเรียนรู้ Interactive 3D สื่อการเรียนรู้ Interactive Software ภาพยนตร์สารคดีสั้นเพื่อการศึกษา สไลด์ประกอบการสอน ไฟล์เสียงประกอบการสอน ทำให้ผู้เรียนเรียนสนุก ผู้สอนสอนสะดวก และสามารถจัดตารางการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

ปีการศึกษาใหม่ แนวทางสู่การเรียนการสอนแบบฐานสมรรถนะ

2564 ปีการศึกษาใหม่ ทางภาครัฐเองก็มีแนวนโยบายปฏิรูปการศึกษาไทยด้วยแผนเปลี่ยนการจัดการเรียนการสอนเพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะหลักที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นให้เด็กไทยรู้จักคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประยุกต์ใช้ และมุ่งสร้างองค์ความรู้ให้เกิดขึ้นได้ด้วยตนเองแทนที่การท่องจำเนื้อหาเพื่อใช้ในการสอบ และเปลี่ยนจุดเน้นจากที่เคยเป็นหลักสูตรที่เน้นเนื้อหา (Content-based) ซึ่งมุ่งไปที่มาตรฐานและตัวชี้วัดจำนวนมาก ไปเป็นหลักสูตรที่เป็นฐานสมรรถนะ (Competency-based) คือ มุ่งไปยังพฤติกรรมที่ผู้เรียนโดยตรง ยึดที่ความสามารถที่ผู้เรียนพึงปฏิบัติได้เป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเด็กๆของเราจะสามารถมีทักษะ องค์ความรู้ที่พร้อมต่อยอดไปสู่การเป็นนวัตกรได้ต่อไปในอนาคต

จากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ทำให้ผู้คนเริ่มเข้าใจแล้วว่า การเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีเพียงองค์ความรู้ อาจไม่เพียงพอกับการดำเนินชีวิตในโลกยุคใหม่อีกต่อไป โลกที่เชื่อมถึงกันและกันแบบทุกวันนี้คนที่จะประสบความสำเร็จได้ จำเป็นต้องเข้าใจและหาทางข้ามเส้นขีดจำกัดของตนเองให้เจอ พร้อมที่จะต่อยอด และประยุกต์ใช้จากองค์ความรู้ที่มีอยู่ตลอดชีวิต

Makro launches campaign to help shrimp farmers #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Makro launches campaign to help shrimp farmers

Dec 30. 2020Photos by Tatchadon PanyaphanitkulPhotos by Tatchadon Panyaphanitkul

By The Nation

Siam Makro is joining forces with the Commerce and Agriculture ministries to purchase 200 tonnes of shrimp in an effort to help farmers affected by the new wave of Covid-19 infections, as well assure consumers that cooked shrimp is safe for consumption.

People have been wary about consuming shrimp after a new cluster of infections broke out in Samut Sakhon’s central shrimp market recently.

“The new Covid-19 wave has severely impacted shrimp farmers across the country. The last week of the year is supposed to be their opportunity to rack up sales, but the loss of confidence and concern have left them devastated. Therefore, Makro, in association with the Commerce and Agriculture and Cooperatives ministries, has started purchasing shrimp directly from farmers to help move their products in time for the ‘new normal’ New Year celebrations,” said Siriporn Dechsingha, Siam Makro’s chief corporate communications officer.

“This collaboration is an urgent initiative that will be carried out continuously to help shrimp farmers affected by Covid-19. Apart from buying an additional 200 tonnes of shrimp per week directly from farmers and promotions nationwide, Makro has also been certified by the Department of Fisheries to have hygienic, Covid-19-free inspection and storage processes, further boosting public confidence.”

The promotions kicked off with a celebration at Makro Nakhon-In, which was attended by Commerce Minister Jurin Laksanawisit, Agriculture and Cooperatives Minister Chalermchai Sreeon, Department of Internal Trade director-general Wattanasak Sur-iam and Department of Fisheries director-general Mesak Pakdeekong.

The event featured booths selling cooked shrimp served up by members of shrimp farmer networks and the Thai Restaurant Association.

“In the ‘new normal’ festive season, when people will be celebrating by cooking at home, shrimp products from Thai farmers should see better reception, especially after government agencies and network members have joined hands to regain confidence in the safety of shrimp consumption. We are not just looking at short-term solutions but are also aiming for development towards sustainability, in line with our mission to stand by Thai farmers and become the leader of fresh food safety,” Siriporn said.

The shrimp is divided into three sizes, with the smallest going at Bt189 per kilo, medium at Bt199 per kg and large at Bt239 per kg. The promotion will continue until January 31.