Another close shave in Bangkok #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/in-focus/40005474

Another close shave in Bangkok


The clip of an SUV losing control and speeding into a parking lot outside a commercial building in Bangkok went viral on Saturday. The car nearly hit an elderly woman pushing her vending cart down the street. Here’s what happened:

Facebook user Anusorn Suksri posted the clip of an SUV losing control and speeding into a parking lot in front of a commercial building in Bangkok on Saturday. The vehicle narrowly missed an elderly woman pushing her cart down the street.

Anusorn said a similar accident had taken place outside his store on May 21, when another out-of-control car knocked over six second-hand motorcycles on display.

Published : August 30, 2021

The beauty of hornbills in Thailand’s forest sanctuaries. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/in-focus/40005473

The beauty of hornbills in Thailand’s forest sanctuaries.


We invite you on a journey through the natural abundance of Thailand’s preserved forests, where different species of hornbills live together and forage for food in wildlife sanctuaries.

This video reveals the hornbills in their preserved forests in provinces across the country – Uthai Thani, Phetchabun, Prachuap Khiri Khan, Kanchanaburi and Tak.
The abundance of hornbills is an indicator of the natural integrity of the forest.

Thailand is home to 13 species of hornbills, named for their distinctive features. These are the great hornbill, oriental pied hornbill, wreathed hornbill, plain-pouched hornbill, rufous-necked hornbill, helmeted hornbill, black hornbill, bushy-crested hornbill, wrinkled hornbill, Tickell’s brown hornbill, Austen’s brown hornbill, rhinoceros hornbill and the white-crowned hornbill.

Thailand boasts many beautiful national parks and wildlife sanctuaries, all bursting with pristine natural abundance.
Each species of hornbill has its own unique ecology and habitat.
Hornbills are omnivorous birds, taking full advantage of the forest’s rich bounty by eating fruit, insects and also small animals.
Hornbills help preserve the forest by spreading seeds and controlling the population of small animals that destroy trees.
Hornbills play an important role in the ecosystem and are a crucial indicator of the forest’s natural integrity.

Published : August 30, 2021

Mahidol Uni creates anti-Covid mouthwash #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/in-focus/40005468

Mahidol Uni creates anti-Covid mouthwash


Mahidol University’s Faculty of Dentistry has patented a new mouthwash that reduces the spread of new coronavirus via patient’s saliva.

The new mouthwash was developed in research with Mahidol University’s Faculty of Tropical Medicine to find a formula that help reduces the spreading of Covid-19.

“We use a safe amount of hydrogen peroxide as an anti-viral agent plus other ingredients that will not irritate the oral cavity,” said Dr Surakit Wisutthiwatthanakorn, director of Mahidol University’s Dentistry Hospital.

Surakit added that the trial phase among patients at the Dentistry Hospital revealed that the mouthwash is capable of killing more than 99.9 per cent of new coronavirus in patients’ saliva.

“For example, if a patient has 100,000 units of Covid-19 virus in their saliva, after using this mouthwash for one minute, only 41 units will still be alive,” he said. “Furthermore, the mouthwash is able to tackle mutated variants of the virus, as it eliminates the fat layer protecting the virus, rendering it incapable of multiplying.”

The anti-Covid mouthwash does not affect the colour of the user’s teeth and can be stored at room temperature for more than a year, he added.

Mahidol University is planning to distribute the new mouthwash to field hospitals at prisons and military camps, where the risk of infection from patients and medical professionals is high due to limited space and protective gear.

Published : August 30, 2021

Roadmap for Thailand’s reopening and recovery #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/in-focus/40005467

Roadmap for Thailand’s reopening and recovery


The Public Health Ministry has come up with a roadmap to help boost Thailand’s economy and reopen the country safely. The aim is to have 70 per cent of the population fully vaccinated by December this year.

The ministry admitted that eradicating the disease is not possible at this point, but the roadmap provides guidelines on living with it in the short term.

Roadmap for Thailand’s reopening and recoveryRoadmap for Thailand’s reopening and recovery

Published : August 30, 2021

บ้านวังส้มซ่า จ.พิษณุโลก ชวนชิม ข้าวห่อใบบัวรสเด็ดเมนูเพื่อสุขภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598363

บ้านวังส้มซ่า จ.พิษณุโลก ชวนชิม  ข้าวห่อใบบัวรสเด็ดเมนูเพื่อสุขภาพ

บ้านวังส้มซ่า จ.พิษณุโลก ชวนชิม ข้าวห่อใบบัวรสเด็ดเมนูเพื่อสุขภาพ

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ศูนย์เรียนรู้บ้านวังส้มซ่า บ้านวังส้มซ่า อ.เมือง จ.พิษณุโลก  นางเผอิญ พงษ์สีชมพู อายุ 75 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า พร้อมด้วยสมาชิก ได้โชว์ในการทำเมนูข้าวห่อใบบัว ซึ่งเป็นเมนูเด็ดให้แก่ผู้ที่มาเยี่ยมชมบ้านวังส้มซ่า  จะสามารถรับประทานได้ และขณะนี้กำลังเปิดเป็นพรีออเดอร์ให้กับผู้ที่สนใจ

นางเผอิญ พงษ์สีชมพู ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า กล่าวว่า ชุมชนบ้านวังส้มซ่า เป็นชุมชนเก่าแก่ และมีต้นส้มซ่า เป็นต้นไม้ประจำถิ่นในหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงได้นำประโยชน์ของส้มซ่ามาผลิตเป็นอาหารและแปรรูปต่างๆมากมาย ซึ่ง ข้าวห่อใบบัว ก็ถือว่าเป็นเมนูที่ที่บ้านวังส้มซ่า ถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง จึงได้จัดเตรียมไว้หากประชาชนที่มาเที่ยวชมบ้านวังส้มซ่า ได้รับประทานกันอีกเมนู  ซึ่งข้าวห่อใบบัว รับประทานแล้วมีประโยชน์แก่ร่างกาย ทั้งนี้ในเรื่องของรสชาติก็ไม่ได้จัดจ้านอะไรมากนักไม่ต่างจากข้าวผัดทั่วไปแต่ที่ต่างก็คือ ดีต่อสุขภาพ เพราะว่า สรรพคุณ ของใบบัวที่ใช้ห่อนั้น  เมื่อนำมานึ่งสารที่อยู่ในใบบัวดีต่อระบบของหัวใจ ช่วยบำรุงได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีเครื่องเคียงที่รับประทานแล้วจะไม่ให้ข้าวห่อใบบัวแก้เลี่ยน ได้ ที่ทางศูนย์การเรียนรู้ จัดไว้นั้นจะต้องคำนึงถึงแคลอรี่ที่เรารับประทาน

นอกจากนี้ศูนย์เรียนรู้บ้านวังส้มซ่ายังมีอาหารว่าง เมนูเปิดปาก เป็น ม้าฮ้อและเครื่องดื่มที่ใช้น้ำส้มซ่าเป็นส่วนผสมด้วย อาทิ กาแฟส้มซ่าสีสันสดใส จะประกอบไปด้วยน้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ที่ผสมกับน้ำเชื่อมไว้ ลงเป็นชั้นล่างในแก้วอีกด้วย เมนูเหล่านี้เป็นเอกลักษณ์ของชาวชุมชนที่ช่วยกันรักษาเอาไว้ไม่ให้เลื่อนหายไป นอกจากนี้ ผลส้มซ่า และใบส้มซ่า ยังถูกต่อยอดไปทำผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง ที่สบู่ ครีมทาผิว สมุนไพร และอีกมากมาย หากผู้ใดต้องการชิมข้าวห่อใบบัว ที่ศูนย์เรียนรู้บ้านวังส้มซ่าแห่งนี้  ก็สามารถสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์  08-6929-1745 ซึ่งทางศูนย์การเรียนรู้บ้านวังส้มซ่า ก็จะเปิดรับเป็นพรีออเดอร์ เพื่อให้ประชาชนได้รับประทานได้เช่นกัน ส่วนราคานั้นทางศูนย์การเรียนรู้บ้านวังส้มซ่า ได้กำหนดไว้เซตละ 120 บาทเท่านั้น

สกู๊ปพิเศษ : ‘จระเข้’ ห่วงใยระดมฉีดซิโนฟาร์มให้พนง.และคนในชุมชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598366

สกู๊ปพิเศษ : ‘จระเข้’ห่วงใยระดมฉีดซิโนฟาร์มให้พนง.และคนในชุมชน

สกู๊ปพิเศษ : ‘จระเข้’ห่วงใยระดมฉีดซิโนฟาร์มให้พนง.และคนในชุมชน

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในสังคมไทย การที่จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้นั้น ประชาชนจำเป็นจะต้องได้รับการฉีดวัคซีน ซึ่งหลายหน่วยงานได้มีการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับพนักงานเพื่อป้องกันความปลอดภัยขององค์กร รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระภาครัฐ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

นายศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำในการผลิตและจำหน่ายสินค้านวัตกรรม เพื่องานก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่ง กล่าวว่า บริษัทตระหนักถึงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ซึ่งความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงานทุกคนเป็นสิ่งสำคัญ บริษัทจึงได้จัดซื้อวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” กว่า 3 ล้านบาท เพื่อฉีดให้กับพนักงาน สมาชิกในครอบครัวทุกคน ทั้งที่สำนักงานใหญ่และโรงงาน จ.สระบุรี เป็นการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับพนักงาน รวมถึงบริษัทยังได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนในชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงงาน จ.สระบุรี เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้กับคนในสังคม ซึ่งมีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนในครั้งนี้กว่า 1,300 คน

ทั้งนี้ การที่บริษัทให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยรอบโรงงาน ถือเป็นปณิธานที่จระเข้ ยึดถือมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท ที่ต้องการแบ่งปันและตอบแทนคืนสู่สังคม ซึ่งทุกปีที่ผ่านมาบริษัทจะจัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการแบ่งปันที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในปีนี้ที่จระเข้ ครบรอบ30 ปี จึงได้ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา จัดโครงการ “ห้องน้ำสร้างสุข”เชิญชวนลูกค้าร่วมบริจาคเงินผ่านช่องทางออนไลน์ จัดสร้างห้องน้ำให้กับชาวบ้าน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และเด็กในชุมชนชาติพันธุ์ จังหวัดเชียงราย ที่ห่างไกลความเจริญ โดยบริษัท ได้มอบเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง พร้อมทั้งสนับสนุนเงินทุนตั้งต้นครึ่งหนึ่งของโครงการ เพื่อจัดสร้างห้องน้ำ จำนวน 30 หลัง ซึ่งมียอดบริจาคเงินเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 1,155,000 บาท

“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จระเข้ยั่งยืนมาถึง 30 ปี คือการให้ความสำคัญกับพนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ บริษัทจึงมุ่งมั่น ที่จะสนับสนุนความยั่งยืนในการช่วยเหลือและตอบแทนสังคมผ่านกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และสิ่งสำคัญที่สุด คือการส่งมอบเคมีภัณฑ์ก่อสร้างที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของลูกค้าดียิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิดจระเข้ สร้างสรรค์ความสุข เพื่อคุณและทุกคนในครอบครัว” นายศุภพงษ์ กล่าวในที่สุด

ชายคาพระพิรุณ : 30 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598364

ชายคาพระพิรุณ : 30 สิงหาคม 2564

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากกรณีที่มีชาวประมงได้เสนอให้กรมประมงลดขั้นตอนในการขอรับหนังสือรับรองเพื่อประกอบการยื่นขอรับใบอนุญาตใช้เรือประมง เนื่องจากมีขั้นตอนในการดำเนินการหลายขั้นตอน และต้องใช้ระยะเวลานานทำให้เกิดความล่าช้า และมีข้อเสนอแนะให้ภาครัฐมีหน่วยงานกลางที่สามารถรับคำร้องและคำขออนุญาตต่างๆ ที่เกี่ยวกับการทำการประมงได้ในจุดเดียว และขอให้ลดจำนวนเอกสารที่ซ้ำซ้อนโดยพิจารณาเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐนั้น ได้รับการเปิดเผยจาก นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง ว่า จากกรณีดังกล่าว นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวประมงโดยด่วน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่
พี่น้องชาวประมง ในกระบวนการต่างๆ ของการยื่นขอรับใบอนุญาตใช้เรือประมง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการในภารกิจต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องเกษตรกรและชาวประมง

โดยล่าสุด เมื่อกลางเดือนสิงหาคม 2564 ที่ผ่านมากรมประมงและกรมเจ้าท่าได้ร่วมกันหารือถึงแนวทางในการดำเนินการเพื่อลดขั้นตอนการขอรับหนังสือรับรองเพื่อประกอบการยื่นขอออกใบอนุญาตใช้เรือประมง ซึ่งเดิมกำหนดให้ชาวประมงต้องมายื่นคำขอกับกรมประมงเมื่อได้หนังสือรับรองแล้วก็นำไปยื่นขอต่อใบอนุญาตใช้เรือกับกรมเจ้าท่า ส่งผลให้ชาวประมงจะต้องติดต่อไปมาระหว่าง 2 หน่วยงานเกิดความยุ่งยาก และสร้างภาระแก่ชาวประมง โดยได้ข้อยุติร่วมกันในการลดภาระของชาวประมง ซึ่งมีเรือจำนวนกว่า 60,000 ลำในปัจจุบัน โดยปรับเปลี่ยนขั้นตอนใหม่ให้ชาวประมงสามารถยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือ ณ หน่วยงานกรมเจ้าท่าเพียงจุดเดียว เมื่อกรมเจ้าท่าได้รับคำร้องแล้วจะจัดส่งข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศของทั้ง 2 หน่วยงานโดยอัตโนมัติ ภายใต้กรอบการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพเช่นเดิม ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวอยู่ระหว่างการร่วมกันพัฒนาระบบเพื่อให้สามารถรองรับหลักการตามที่ได้เห็นชอบร่วมกัน ซึ่งคาดว่าจะเปิดใช้ระบบได้ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2564 นี้

รองอธิบดีกรมประมง เชื่อมั่นว่า หากเริ่มดำเนินการใช้ระบบฯ จะสามารถอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องชาวประมงเป็นอย่างมาก และกรมประมงยังคงมุ่งมั่นที่จะปรับลดขั้นตอนในกระบวนงานอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่ชาวประมงต่อไป นอกจากนี้ วิธีการที่ปรับเปลี่ยน ยังเป็นวิธีที่สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ที่ต้องลดการเคลื่อนที่ เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้ออีกด้วย

ขุนเกษตรา

เร่งขยายคลองลอยเขื่อนผาจุกสร้างความมั่นคงเรื่องน้ำ แก้ภัยแล้ง 22 หมู่บ้าน จ.สุโขทัย-อุตรดิตถ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598365

เร่งขยายคลองลอยเขื่อนผาจุกสร้างความมั่นคงเรื่องน้ำ แก้ภัยแล้ง22หมู่บ้านจ.สุโขทัย-อุตรดิตถ์

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กรมชลประทานเผยผลศึกษาความเหมาะสมขยายคลองลอยจากเขื่อนผาจุก สามารถสร้างความมั่นคงเรื่องน้ำ แก้ปัญหาภัยแล้งได้ถึง 22 หมู่บ้านในเขต 3 อำเภอของสุโขทัยและอุตรดิตถ์ยืนยันกว่า 5,500 ครัวเรือนได้รับประโยชน์ มั่นใจเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2566

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้ดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมการขยายคลองลอยจากเขื่อนผาจุก-ศรีสัชนาลัย-สวรรคโลก จ.อุตรดิตถ์ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในเขตจ.อุตรดิตถ์ และสุโขทัย โดยเฉพาะในลุ่มน้ำคลองด่านแม่คำมัน และลุ่มน้ำคลองยม ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ อ.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย และบางส่วนของ อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ที่ไม่มีแม่น้ำไหลผ่าน ราษฎรต้องอาศัยน้ำฝนในการทำเกษตรและดำเนินชีวิต ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำซ้ำซากในช่วงฤดูแล้งและฝนทิ้งช่วง ไม่มีความมั่นคงเรื่องน้ำเพื่อการเกษตรและเพื่อการอุปโภค-บริโภค ส่งผลโดยตรงต่อการใช้ประโยชน์ที่ดินและผลผลิตด้านการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง

“ผลการศึกษาความเหมาะสมการขยายคลองลอยดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมในทุกๆด้านทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งยังได้ลงพื้นที่ร่วมหารือกับผู้นำชุมชน กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ใช้น้ำ เพื่อรับข้อมูลที่สะท้อนสภาพความเป็นจริงของพื้นที่ พบว่า รูปแบบ
การพัฒนาที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาที่สุดคือ การส่งน้ำจากเขื่อนผาจุกที่มีศักยภาพบริหารจัดการน้ำถึง 848 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ต่อปี ผ่านคลองลอยดาดคอนกรีตจำนวน 4 ล้านลบ.ม.ต่อปีไปยังพื้นที่ๆ ประสบปัญหาโดยตรง” นายเฉลิมเกียรติกล่าว

ทั้งนี้ในการส่งน้ำจากเขื่อนผาจุกจะส่งผ่านคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวาโดยการสร้างคลองลอยดาดคอนกรีตจำนวน 3 สายได้แก่ MC1 MC2 และ MC3 ความยาวรวมประมาณ 90 กิโลเมตร พร้อมสถานีสูบน้ำจากคลองส่งน้ำสายใหญ่ อาคารประกอบ และระบบกระจายน้ำ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 35,017 ไร่ ครอบคลุม 22 หมู่บ้าน 5 ตำบลได้แก่ ต.ดงคู่ ต.ท่าชัย ต.ป่างิ้ว อ.ศรีสัชนาลัย ต.นครเดิฐ อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย และ ต.ข่อยสูง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งจะทำให้ประชาชนในพื้นที่มีหลักประกันความมั่นคงเรื่องน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค เพื่อการเกษตร โดยเฉพาะในฤดูแล้งจะสามารถปลูกพืชฤดูแล้งได้กว่า 13,000 ไร่ รวมทั้งยังช่วยให้เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการปลูกพืชเป็นพืชที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้น เช่น ปลูกผักบุ้งพันธุ์เมล็ดเพื่อการส่งออก ปลูกผลไม้เศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะ เป็นต้นรวมทั้งยังจะทำให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการปศุสัตว์ ประมง และท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังจะมีการก่อสร้างถนนเลียบสองฝั่งคลองเพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจร ขนส่งสินค้าอันจะเป็นการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจแนวเขตที่จะดำเนินโครงการในเบื้องต้นพบพื้นที่ได้รับผลกระทบจำนวน 1,840 ไร่ ซึ่งกรมชลประทานได้เตรียมงบประมาณเพื่อชดเชยประมาณ 150 ล้านบาท คาดว่าสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ในปี 2566 ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 474 ล้านบาท

“การขยายคลองลอยจากเขื่อนผาจุกดังกล่าว จะสามารถบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนอันเกิดจากภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตให้ภาคการเกษตรและภาคอื่นๆ กระจายรายได้โดยตรงสู่ราษฎร ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นในที่สุด โดยมีราษฎรได้รับประโยชน์ประมาณ 5,500 ครัวเรือน ซึ่งเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดในพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า” รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวย้ำในตอนท้าย

กรมชลประทานเกาะติดสถานการณ์น้ำ พร้อมเร่งช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598425

กรมชลประทานเกาะติดสถานการณ์น้ำ พร้อมเร่งช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม

กรมชลประทานเกาะติดสถานการณ์น้ำ พร้อมเร่งช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม

วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 22.02 น.

กรมชลประทานเกาะติดสถานการณ์น้ำ พร้อมเร่งช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม เผยขณะนี้มีอ่างขนาดใหญ่มีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก 15 แห่ง ขนาดกลาง 41 แห่ง คุมเข้มการบริหารจัดการน้ำ ตาม Rule Curve เพื่อลดผลกระทบ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2564 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมชลประทานติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และให้ดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝน 10 มาตรการของรัฐบาล เพื่อลดผลกระทบไม่ให้ไปซ้ำเติมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ทั้งนี้ จากการติดตามสภาพภูมิอากาศของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) พบว่าในเดือนกันยายน 2564 นี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นเกือบทั่วไปเฉลี่ยร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ โดยล่าสุดอิทธิ พลของร่องมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกําลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำ ปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นท่ีภาคตะวันออก บริเวณ จ.ปราจีนบุรี โดยได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานที่ 9 สำนักเครื่องจักรกล และโครงการชลประทานปราจีนบุรี ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งของแม่น้ำปราจีนบุรี โดยให้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประจำในพื้นที่เสี่ยง ดำเนินการแก้ไขสถานการณ์โดยเร็ว เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำที่อาจจะล้นตลิ่ง

นอกจากนี้ ให้เตรียมความพร้อมของเครื่องจักร เครื่องมือ รถแบคโฮ รถขุด รถเทรลเลอร์ เครื่องสูบน้ําเคลื่อนที่ เครื่องผลักดันน้ําในพื้นที่เสี่ยงสามารถนำไปช่วยเหลือได้ทันที รวมทั้งกําจัดสิ่งกีดขวางทางน้ํา และมอบเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ส่วนในพื้นที่อื่นๆ ที่มีความเสี่ยงท่ีจะเกิดภัยน้ำท่วมก็ให้ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน  และให้รายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานให้ผู้บริหาร ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบทันที

สำหรับสถานการณ์น้ำ ในอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่มีน้ำไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นจากฝนที่ตกในช่วงนี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 3 กันยายน 2564 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดหมายว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง  โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2564 ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ทั่วประเทศ 447 แห่ง มีจำนวน 39,035 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 51% ของปริมาณการเก็บกัก เป็นปริมาณน้ำที่ใช้การได้ 15,105 ล้าน ลบ.ม.หรือ 29% สามารถรับน้ำได้อีก 37,032 ล้าน ลบ.ม.

อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น กรมชลประทานได้สั่งการให้เฝ้าระวังและบริหารจัดการน้ำโดยเกณฑ์กักเก็บน้ำของอ่าง (Rule Curve) อย่างใกล้ชิด พร้อมให้มีการติดตามสถานการณ์และคาดการณ์น้ำในอ่างโดยใช้ Dynamic Operation Curve (DOC) โดยเฉพาะอ่างฯ ขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 51% ของปริมาณการเก็บกัก ซึ่งขณะนี้มีจำนวน 15 แห่ง ได้แก่ อ่างฯ จุฬาภรณ์ 56% อ่างฯ ลำตะคอง 61% อ่างฯ มูลบน 63% อ่างฯ ลำแซะ 56% อ่างฯ ลำนางรอง 56% อ่างฯสิรินธร 63% อ่างฯ ศรีนครินทร์ 69% อ่างฯ วชิราลงกรณ 69% อ่างฯ ขุนด่านปราการชล 67% อ่างฯ หนองปลาไหล 68% อ่างฯ ประแสร์ 71% อ่างฯ นฤบดินทรจินดา 63% อ่างฯ แก่งกระจาน 61% อ่างฯ ปราณบุรี 53% และอ่างฯ รัชชประภา 65% และอ่างฯขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% ของปริมาณการเก็บกักซึ่งขณะนี้มีจำนวน 41 แห่ง โดยการระบายน้ำจะไม่กระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ นอกจากนี้ ยังได้มีการตรวจสอบความมั่นคง แข็งแรงของอ่างฯ ทุกแห่ง

ส่วนพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมขังในขณะนี้ กรมชลประทานได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ที่ อ.แกลง จ.ระยอง ได้เปิด ปตร.คลองโพล้ เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล ตลาดเจริญสุข อ.เมืองจันทบุรี ได้เปิด ปตร.คลองภักดีรำไพ ในแม่น้ำจันทบุรี เพื่อเร่งให้คลองน้ำใสระบายลงแม่น้ำจันทบุรีได้มากขึ้น เป็นต้น คาดว่าหากไม่มีฝนตกหนักลงมาซ้ำเติมสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติในเร็วๆ นี้

ททท. มอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสร้างสรรค์อุตสาหกรรมท่องเที่ยว TAT GYM 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598539

ททท. มอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสร้างสรรค์อุตสาหกรรมท่องเที่ยว TAT GYM 2021

ททท. มอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสร้างสรรค์อุตสาหกรรมท่องเที่ยว TAT GYM 2021

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.17 น.

30 สิงหาคม 2564 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศผลการแข่งขันในโครงการยกระดับขีดความสามารถของการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน หรือ TAT GYM 2021 เร่งฟื้นฟูท่องเที่ยวไทยภายใต้กรอบแนวคิดระบบเศรษฐกิจใหม่ BCG Economy โดยส่งเสริมให้ใช้การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) เป็นเครื่องมือสร้างความยั่งยืน หนุน 10 ผู้ประกอบการและตัวแทนชุมชนท่องเที่ยวใช้ “นวัตกรรม” คิดต่อยอดตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า โครงการยกระดับขีดความสามารถของการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน หรือ TAT GYM 2021 นี้ ททท. ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 เป็นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยนวัตกรรม และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ 10 ทีมจากผู้สมัครทั้งสิ้น 43 ทีม และผ่านกระบวนการพัฒนาศักยภาพเข้มข้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มมิลเลนเนียลในยุค New Normal ด้วยการอบรมออนไลน์จำนวน 10 ครั้ง รวมกว่า 20 ชั่วโมง โดยผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อที่สำคัญ อาทิ ทัศนคติของผู้ประกอบการอย่างความยั่งยืน พลวัตรการท่องเที่ยว (Dynamic of Tourism) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ การพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์กลุ่มมิลเลนเนียล และ Business Model 4.0 เป็นต้น

นอกจากนี้ทั้ง 10 ทีม มีภารกิจในการพัฒนานวัตกรรมทั้งรูปแบบ Service, Process และ Product Innovation ร่วมกับที่ปรึกษาประจำทีมในระยะเวลา 30 วัน     ซึ่งผลจากความทุ่มเทและความตั้งใจของทุกทีม ทำให้ได้ผลงานนวัตกรรมด้านการท่องเที่ยวที่เป็นรูปธรรม โดยผลงานของทั้ง 10 ทีมนั้น ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถของการท่องเที่ยวไทยบนพื้นฐานของแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Bio-Circular-Green Economy (BCG Economy Model) ผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism)

ทั้งนี้ ผู้เข้ารอบ 10 ทีม จะได้รับเงินสนับสนุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดธุรกิจทีมละ 10,000 บาท ได้แก่ ชุมชนบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น นำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยววิถีชุมชนพร้อมประสบการณ์แบบ เที่ยว ทำ นำกลับบ้าน สัมผัสวิถีชุมชม ธรรมชาติ รวมถึงชิมอาหารท้องถิ่นและลงมือทำกิจกรรม ฟาร์มสเตย์ไร่คืนรัง จังหวัดนครราชสีมา นำเสนอการท่องเที่ยวแบบไร้ความเร่งรีบ ผ่านกระบวนการ 5 Senses โดยระหว่างการท่องเที่ยวนี้จะมี “เพื่อนทิพย์” ที่คอยนำกระบวนการต่างๆ มาเชื่อมโยงทำให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจ ค้นพบ ผสานตัวตนไปกับชุมชนและธรรมชาติ Scootdy Tour กรุงเทพมหานคร นำเสนอทางเลือกในการท่องเที่ยวชุมชนด้วยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ลดพลังงานในการเดินทางและเพิ่มเวลาการท่องเที่ยวในชุมชน วิสาหกิจชุมชนกลุ่มของดีเมืองฝาง จังหวัดเชียงใหม่ นำเสนอนวัตกรรมแพลตฟอร์มชื่อลุงปันพาแอ่วเหนือ กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในแหล่งชุมชนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ อ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์ม จังหวัดอุดรธานี นำเสนอการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ด้วยผ้าที่เขียน ภาพ วาด ด้วยสีจากผ้าย้อมสีธรรมชาติที่เหลือจากภาคการเกษตร วิสาหกิจชุมชนล่องแพบ้าน น้ำราบ จังหวัดตรัง นำเสนอประสบการณ์กล่อง 6 ผัสสะของบ้านน้ำราบ ภายใต้แนวคิด “เรียกปู สู่จาน ฟอกปอด อาบป่าเลน” ด้วย ตา หู ลิ้น จมูก กาย และใจ จากวัตถุดิบในชุมชน

โรงแรมทรีธารา จังหวัดลำปาง นำเสนอ สื่อ Lampang Guide เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลทางด้านท่องเที่ยวลำปาง และสร้างสรรค์ให้เกิดการบอกต่อใน Social Media ไร่ใจยิ้ม จังหวัดกาญจนบุรี นำเสนอ University of Happiness มหาวิทยาลัยความสุข สร้าง Hardware On – Ground และ Software On – Cloud เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกับชุมชน Hi Stranger กรุงเทพมหานคร จัดทำหลักสูตร Experience online เพื่อส่งต่อความรู้ด้านการเขียนและภาพเชิงสร้างสรรค์ เพื่อบอกเล่า เทคนิค เบื้องหลังการทำงานผ่านการนำเสนอในสื่อออนไลน์ และการออกเดินทางลงพื้นที่จริงตามสถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยว และบ้านทุ่งรุ่งอรุณ จังหวัดเชียงราย นำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ Miss story box เพราะเราคิดถึง จากการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นมาสร้างการรับรู้ผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์

สำหรับทีมที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยม 4 ทีม ได้แก่ ไร่ใจยิ้ม อ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์ม ฟาร์มสเตย์ไร่คืนรัง และ โรงแรมทรีธารา จะได้รับเงินสนับสนุนต่อยอดธุรกิจอีกทีมละ 15,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร รวมมูลค่ารางวัลในโครงการมากกว่า 150,000 บาท โดยททท. เชื่อมั่นว่าทั้ง 10 ผู้ประกอบการและตัวแทนชุมชนท่องเที่ยว จะเป็นหนึ่งในกลไกร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ยั่งยืนต่อไป ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tatgym.com และ Facebook page: TAT GYM 2021