‘นวัตกรรมป้องกันนํ้าท่วมอัตโนมัติ’ ผลงานเยาวชนไทยคว้าแชมป์ระดับนานาชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593541

‘นวัตกรรมป้องกันนํ้าท่วมอัตโนมัติ’  ผลงานเยาวชนไทยคว้าแชมป์ระดับนานาชาติ

‘นวัตกรรมป้องกันนํ้าท่วมอัตโนมัติ’ ผลงานเยาวชนไทยคว้าแชมป์ระดับนานาชาติ

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เยาวชนไทยสร้างความฮือฮาผงาดบนเวทีระดับนานาชาติ เดลต้าคัพ 2021 (Delta Cup) เมื่อทีม คาลามารี (Calamari) นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล คว้ารางวัลชนะเลิศ Grand Prize ด้วยผลงานนวัตกรรมป้องกันน้ำท่วมอัตโนมัติ Flood Prevention Protocol ที่น่าทึ่ง ท่ามกลางผู้เข้าแข่งขันจากนานาประเทศ 546 ทีม จาก 200 มหาวิทยาลัย ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

ทีม “คาลามารี (Calamari)” จากประเทศไทย นำโดย รศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ดร.เอกชัย วารินศิริรักษ์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ ผศ.ดร.ปานนท์ ลาชโรจน์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาพร้อมด้วย ทีมนักศึกษามหิดล 22 คน ได้แก่ สุเมธ กล่อมจิตเจริญ ณัฐภัทร ตันจริยภรณ์

ชอน กัลอัพ จิน ตั้งกิจงามวงศ์ ภัครมัย คูหาชัยสกุล ธัญชนก ตั้งวัฒนศิริกุล พัฒน์ งามเดชากิจ ธัญธร สุกสอาด สาริน นิพัทธ์วรสกุล ธนารีย์ ไหนาค วิทวัส สุดทวี ธัญพล มาประดิษฐ์ สพล มาสุข ศศินิภา สุขโชติ นพวุฒิ ละออง พิสิฐชัยเตชะวิเศษ อภิชญา จินพล เบญจมาศ จิระปัญญาเลิศ อะบิคยัด ไปรสัย วิศรุต อนรรฆมงคล สุทธิศักดิ์ จันทร์อารักษ์ และซาฮัน ชนุกา บันดารา

รศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โลกวันนี้และอนาคต ระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งในชีวิตประจำวัน การทำงาน การแพทย์และสุขภาพ คมนาคมขนส่ง จนถึงการบริหารจัดการเมือง สำหรับงานแข่งขัน เดลต้าคัพ 2021 จัดโดย เดลต้า อิเล็กโทรนิคส์

ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการแห่งประเทศจีน และสมาคมเทคโนโลยีอัตโนมัติแห่งประเทศจีน (CAA) ภายใต้ธีม Seeking Smart Industrial Internet of Things (IIoT) Talents ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมศักยภาพของคนรุ่นใหม่และความคิดสร้างสรรค์ด้านพัฒนาเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติโซลูชั่นการผลิตอัจฉริยะและแอปพลิเคชั่นเทคโนโลยีสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมการแข่งขันมี 3 ประเภทคือ Innovative Machines, Smart Factory และ Better Future Living

“แม้จะอยู่ในช่วงวิกฤติจากโควิด-19 แต่ เดลต้าคัพ 2021 ปีนี้ยิ่งใหญ่คึกคักด้วยการประชันผลงานนวัตกรรมระบบอัตโนมัติของนวัตกรคนรุ่นใหม่จาก 200 มหาวิทยาลัย ผลการแข่งขันนำความภาคภูมิใจสู่คนไทยทุกคนโดยนับเป็นครั้งแรกที่ทีมจากประเทศไทย สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ Grand Prize โดยทีม Calamari จากผลงาน Flood Prevention Protocol ที่ออกแบบจากแนวคิด Smart IIoT For Better Future Living” รศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ด้าน ชอน กัลอัพ หัวหน้าทีมคาลามารี (Calamari) นักศึกษาวิศวกรรมชีวการแพทย์ปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวถึงที่มาและนวัตกรรมว่า ที่ผ่านมาความเสียหายจากภัยธรรมชาติในประเทศไทยนั้น อุทกภัยได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและผลกระทบมากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล และในบางพื้นที่ เช่น รามคำแหง บางกะปิ สุขุมวิท อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2 เมตร

ทำให้กรุงเทพฯ ประสบปัญหาน้ำท่วมมาทุกปี ถึงแม้จะมีมาตรการป้องกันน้ำท่วมโดยการใช้ประตูน้ำ 100 แห่งทั่วเมือง แต่ก็ยังไม่สามารถจัดการน้ำท่วมได้ เนื่องจากประตูน้ำแต่ละบานเปิด-ปิด โดยใช้คน ซึ่งไม่ได้คำนึงถึงน้ำทุกส่วน วิธีการล่าช้า ขาดการใช้เทคโนโลยีในการควบคุมดูแลระบบอย่างมีประสิทธิภาพ ขาดความแม่นยำด้วยข้อมูลที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัย

ทีม คาลามารี (Calamari) จึงได้คิดค้นและออกแบบนวัตกรรมป้องกันน้ำท่วมอัตโนมัติ Flood Prevention Protocol ซึ่งเป็นระบบระบายน้ำอัตโนมัติที่ผสานรวมกับเทคโนโลยี AI อัจฉริยะ มี เครือข่ายระบบเซ็นเซอร์เก็บข้อมูลน้ำจากประตูน้ำทั้ง 100 แห่ง และประมวลผลด้วยคลาวด์ คอมพิวติ้ง ระบบสามารถคาดการณ์ปริมาณน้ำ ความน่าจะเป็นใน 1 ชม. ข้างหน้า ทำ Flow Rate Mapping กำหนดเส้นทางการไหลของน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม จนถึงควบคุมการเปิด-ปิดประตูน้ำอย่างสอดคล้องกับสถานการณ์จริง

อีกทั้งแสดงข้อมูลจากเครือข่ายเซ็นเซอร์ มอเตอร์ และการไหลของน้ำทั้งหมดบนคอมพิวเตอร์ศูนย์ควบคุม SCADA หรือระบบมอนิเตอร์แสดงสถานะของแต่ละประตูน้ำและเห็นภาพรวมได้อีกด้วย นับเป็นการรวมระบบการตัดสินใจการควบคุมประตูน้ำทั้ง 100 แห่งด้วย AI เข้าไป ซึ่งจะช่วยพัฒนายกระดับให้เป็นระบบเปิด-ปิดประตูน้ำอัจฉริยะ

ขณะที่สมาชิกทีมอีก 2 คนคือ สุเมธ กล่อมจิตเจริญ นักศึกษา ป.โท, ณัฐภัทร ตันจริยภรณ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จุดเด่นของระบบนวัตกรรมป้องกันน้ำท่วมอัตโนมัติ Flood Prevention Protocol ก้าวหน้าด้วยความอัจฉริยะโดยเราทำ Machine Learning ฝึก AI ให้เรียนรู้การคำนวณ ประมวลวิเคราะห์จากข้อมูลน้ำทั้งหมดในพื้นที่ ประเมินผล และคาดการณ์อนาคต (Event Prediction) โดยจะใช้ข้อมูลจากระดับน้ำ อัตราการไหล และอื่นๆ

จากนั้นจึงเปิดหรือปิดประตูระบายน้ำแต่ละบานโดยอัตโนมัติด้วยระบบอัจฉริยะ ทั้งนี้ โซลูชั่นที่นำมาใช้นี้จะช่วยประหยัดทรัพยากรมนุษย์ ประหยัดเวลา ทำให้มีความแม่นยำ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมสามารถตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสภาพน้ำในพื้นที่มากยิ่งขึ้น เตือนภัยและสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ ช่วยลดความเสียหายและการสูญเสียชีวิตของประชาชนตลอดจนเกษตรกรจะได้รับจากน้ำท่วม

ซึ่งการทำงานครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าจากพลังของทีมงานทุกคนที่ต่างก็เชี่ยวชาญในแต่ละด้านได้มาหลอมรวม ค้นคว้าและต่อยอดองค์ความรู้ทั้งด้าน Software และ Hardware การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและปัญหาเชิงเทคนิค นำเสนอในการแข่งระดับโลกเป็นครั้งแรกในชีวิตและประสบผลสำเร็จสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย ทั้งเป็นโอกาสให้ทีมไทยได้เห็นไอเดียใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมายของทีมต่างประเทศอีกด้วย

นับเป็นอีกพลังบวกของคนรุ่นใหม่ ได้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่ออนาคตไทย…ตอบโจทย์แก้ปัญหาในสังคม ให้เมืองน่าอยู่และโลกของเรายั่งยืน!!!

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ศธ.ส่งแนวทางแก้หนี้ครูให้ ‘สุพัฒนพงษ์’ แล้ว รอนัดประชุมขับเคลื่อนแผน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593509

ศธ.ส่งแนวทางแก้หนี้ครูให้'สุพัฒนพงษ์'แล้ว รอนัดประชุมขับเคลื่อนแผน

ศธ.ส่งแนวทางแก้หนี้ครูให้’สุพัฒนพงษ์’แล้ว รอนัดประชุมขับเคลื่อนแผน

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.54 น.

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2564 นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้ตนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา จากนั้นตนและคณะทำงานก็ได้รวบรวมข้อมูลและเชิญกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตัวแทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือร่วมกัน พร้อมนำแนวทางที่คณะทำงานศธ.ชุดก่อนเคยพิจารณาไว้ มาประกอบการพิจารณาและวิเคราะห์หาทางออกในการแก้ปัญหาหนี้ครู เบื้องต้นได้วางแนวทางแก้ไขปัญหาไว้ 4 แนวทาง คือ 1.ต้องหามาตรการลดเงินต้นให้ครู 2.ต้องหามาตรลดดอกเบี้ยให้กับครู 3.ทำอย่างไรให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา เสียดอกเบี้ยในการทำประกันชีวิตที่ผูกกับเงินกู้ลดน้อยลง เพราะที่ผ่านมาการทำประกันเงินกู้สร้างภาระให้ครูอย่างมาก ทั้งที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาถือเป็นลูกค้าชั้นดี ดังนั้นต้องหาทางช่วยลดภาระในส่วนนี้ให้ได้

และ 4.การวางแผนป้องกันระยะยาวให้ครูที่จะกู้เงิน โดยให้มีคณะทำงานหรือผู้รับรองเงินเดือนครู หรือผู้ที่มีส่วนให้ความคิดเห็น ว่าครูมีความสามารถและมีศักยภาพที่จะกู้เงินต่อได้หรือไม่ และสร้างหลักสูตรเพื่อให้ความรู้ สร้างทักษะชีวิตให้กับบุคลากรและครูที่บรรจุใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ครูที่เข้าที่เข้าบรรจุใหม่มีปัญหาหนี้สินในอนาคต โดย ศธ.ได้ส่ง 4 แนวทางแก้ปัญหาหนี้สินครูให้ทางคณะกรรมการกำกับการแก้ปัญหาหนี้ภาครัฐและประชาชนรายย่อย ที่มี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ แล้ว ซึ่งทางคณะกรรมการฯ ก็เห็นว่า ศธ.ได้ดำเนินการเรื่องนี้ไปพอสมควรแล้ว จึงให้นำแนวทางไปหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันจัดเตรียมแผนให้มีแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้น

นายสุทธิชัย กล่าวต่อว่า เมื่อเร็วๆนี้ก็ตนได้หาข้อมูลเพิ่มเติมโดยประชุมและสอบถามความคิดเห็นจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 6 แห่ง เพื่อรับทราบแนวทางและปัญหาที่ผ่านมา ซึ่งสหกรณ์ออมทรัพย์ครูก็ได้สะท้อนปัญหาส่วนใหญ่ซึ่งก็เป็นปัญหาเดิมๆคือความสามารถในการส่งเงินกู้ของสมาชิกผู้กู้ โดยเฉพาะสถานการณ์ขณะนี้จะมีผลกระทบมาก ซึ่งเราก็จะนำแนวทางและปัญหานี้มาประกอบในการจัดเตรียมแผนแก้ปัญหาหนี้สินครู โดยจะเร่งจัดทำแผนให้เสร็จโดยเร็ว และเสนอให้ รมว.ศธ.พิจารณาก่อน และรอนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการกำกับการแก้ปัญหาหนี้ภาครัฐและประชาชนรายย่อยพิจารณาต่อไป ซึ่งคาดว่าคณะกรรมการฯจะนัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเร็ว ๆนี้เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาหนี้สินครู

เริ่มแล้ววันนี้ งานมหกรรม “ไม้ผลอัตลักษณ์” และ “สินค้าเกษตรแปรรูป” ภาคใต้ออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/477601

เริ่มแล้ววันนี้ งานมหกรรม”ไม้ผลอัตลักษณ์”และ”สินค้าเกษตรแปรรูป”ภาคใต้ออนไลน์

6 สิงหาคม 2564 – 20:32 น.

เริ่มแล้ววันนี้ งานมหกรรม”ไม้ผลอัตลักษณ์”และ”สินค้าเกษตรแปรรูป”ภาคใต้ออนไลน์” ช่วยเหลือ “เกษตรกร”ในช่วง “โควิด-19”

วันที่ 6 สิงหาคม 2564 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นประธานเปิดงานมหกรรมไม้ผลอัตลักษณ์และสินค้าเกษตรแปรรูปภาคใต้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคม 2564 ผ่าน Fanpage Facebook : ไม้ผลอัตลักษณ์และสินค้าเกษตรแปรรูปภาคใต้ 

เริ่มแล้ววันนี้ งานมหกรรม"ไม้ผลอัตลักษณ์"และ"สินค้าเกษตรแปรรูป"ภาคใต้ออนไลน์
เริ่มแล้ววันนี้ งานมหกรรม"ไม้ผลอัตลักษณ์"และ"สินค้าเกษตรแปรรูป"ภาคใต้ออนไลน์

นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ได้กล่าวรายงานการจัดงานโดยมีเกษตรจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพร้อมด้วยเกษตรกรกว่า150 คน เข้าร่วมงาน 

เริ่มแล้ววันนี้ งานมหกรรม"ไม้ผลอัตลักษณ์"และ"สินค้าเกษตรแปรรูป"ภาคใต้ออนไลน์

นายสุพิท จิตรภักดี เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 การบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ในปีนี้จึงให้ความสำคัญกับการกระจายผลผลิตผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น เกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนวิถีการขายรูปแบบใหม่ ขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูกาลผลไม้กำลังออกสู่ตลาด

เริ่มแล้ววันนี้ งานมหกรรม"ไม้ผลอัตลักษณ์"และ"สินค้าเกษตรแปรรูป"ภาคใต้ออนไลน์

กิจกรรมวันนี้ที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา และสำนักงานเกษตรจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ร่วมกันจัดขึ้นก็เพื่อประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการจำหน่าย และกระจายผลผลิตให้แก่เกษตรกรในช่วงสถานการณ์ covid-19 

โดยเปิดโอกาสให้เครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตไม้ผล กลุ่มแปลงใหญ่ เกษตรกรรุ่นใหม่ (Young smart farmer) กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ ได้นำผลไม้และสินค้าเกษตรแปรรูปคุณภาพดี รสชาติอร่อย มาร่วมประชาสัมพันธ์และจำหน่ายรวม 150 ราย สินค้ากว่า 300 รายการ

เริ่มแล้ววันนี้ งานมหกรรม"ไม้ผลอัตลักษณ์"และ"สินค้าเกษตรแปรรูป"ภาคใต้ออนไลน์

เช่น ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา ลองกองตันหยงมัส มังคุดทิพย์พังงา เงาะโรงเรียนนาสาร สละ จำปาดะขวัญสตูล 
ส้มโอทับทิมสยามและสินค้าเกษตรแปรรูปที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

เช่น ชาสามขิง ผลิตภัณฑ์จากเห็ดแครง ลูกหยี มะม่วงเบาแช่อิ่ม ส้มแขก แกงไตปลาแห้ง กล้วยอบ ทุเรียนทอด เป็นต้น

และอีกวัตถุประสงค์สำคัญคือ อยากให้เกษตรกรมีความรู้ ได้รู้จักวิธีการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ในอนาคตหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมนี้ซึ่งการขายออนไลน์ ก็มีเทคนิควิธีการหลากหลายรูปแบบเกษตรกร สามารถจัดทำเพจ หรือ ช่องทาง social media ต่าง ๆ ในการประชาสัมพันธ์สินค้าของตนเอง

ซึ่งมีเรื่องราวที่มา ความเป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นของชุมชน ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่า เป็นการยกระดับ ขึ้นเป็นผู้ประกอบการ และลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลางให้น้อยลง การขายสินค้าออนไลน์ต้องมีความรู้ในเรื่องต่างๆ ประกอบกันด้วย ซึ่งหน่วยงานได้จัดกิจกรรมดังนี้

1.การอบรมให้ความรู้ด้านการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ การจัดทำเพจขายสินค้า ให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมงาน ซึ่งดำเนินการไปแล้วเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 วิทยากรที่ประสบความสำเร็จในการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ โดย อาจารย์อั๋น ทวีวงศ์สง่า ผู้เขียนเขียนหนังสือ “อัพ ยอดขาย เพิ่มยอดไลน์ใน 21 วัน “

การแนะนำวิธีและเทคนิคการประสบความสำเร็จในการใช้ระบบ Social Media โดย คุณตุ๊ก ชนกวนันท์ รักชีพ เจ้าของ “สุธาทิพย์ฟาร์ม” และอบรมการสร้างเพจด้วย Smart Phone ผ่านโปรแกรม Canva การอบรมการใช้งานโปรแกรม Zoom โดย ดร.ศภุฤกษ์ เวศยาสิรินทร์ บริษัท Eak Medai

2.กิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น การจำหน่ายสินค้านาทีทอง การประมูลทุเรียน การแนะนำสินค้าโดยศิลปินดารา การลดราคาเป็นพิเศษคืนกำไรให้กับผู้บริโภค ซึ่งวันนี้เป็นงานวันแรกถือว่าได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก มีการประมูลทุเรียนสะเด็ดน้ำจังหวัดยะลาเพื่อการกุศล โดยมอบเงินให้กับโรงพยาบาลอีกด้วย

“เหลือเวลาอีก 2 วัน อยากจะเชิญชวนให้ทุกท่านมาร่วมกันอุดหนุน ชมและช้อปสินค้าเกษตรของดีของภาคใต้ผ่านทาง Fanpage Facebook : ไม้ผลอัตลักษณ์และสินค้าเกษตรแปรรูปภาคใต้ ถือเป็นโอกาสดีของท่านที่จะได้อุดหนุนและช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในช่วงโควิด-19 แถมยังได้บริโภคสินค้าทั้งผลไม้สดและผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูปจากเกษตรกรผู้ผลิตอีกมากมาย ในราคาที่จับต้องได้  “

“กรมส่งเสริมสหกรณ์” เปิดปฏิทินอบรมบัญชีฟรี “ผ่านออนไลน์” ยุค “โควิด” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/477516

“กรมส่งเสริมสหกรณ์” เปิดปฏิทินอบรมบัญชีฟรี”ผ่านออนไลน์”ยุค”โควิด”

6 สิงหาคม 2564 – 10:38 น.

“กรมส่งเสริมสหกรณ์” เปิดปฏิทินอบรมบัญชีฟรี”ผ่านออนไลน์”ยุค”โควิด” เน้นกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยน เพื่อให้มีคุณสมบัติตามกฎกระทรวง เริ่มส.ค.- ก.ย. 64


นายวิศิษฐ์  ศรีสุวรรณ์  อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์(กสส.) เปิดเผยว่า กรมฯได้เตรียมเปิดอบรมหลักสูตร” การเงิน การบัญชี และการบริหารสำหรับกรรมการสหกรณ์ “ ผ่านระบบออนไลน์เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19  โดยหลักสูตรที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ(คพช.)

การอบรมจะจัดฟรีให้กับกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนขนาดเล็ก คือ สหกรณ์ที่มีสินทรัพย์น้อยกว่า 5 พันล้านบาทซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อให้กรรมการสหกรณ์ได้มีคุณสมบัติเป็นไปตามกฎกระทรวงหมวด 2 ข้อ 8  ที่บัญญัติในเรื่องคุณสมบัติของกรรมการสหกรณ์ทั้ง 2 ประเภทไว้ว่าจะต้องมีคุณวุฒิในด้านเงิน การบัญชี การบริหารจัดการและด้านเศรษฐศาสตร์ 

"กรมส่งเสริมสหกรณ์" เปิดปฏิทินอบรมบัญชีฟรี"ผ่านออนไลน์"ยุค"โควิด"

นายวิศิษฐ์  ศรีสุวรรณ์  อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์(กสส.)

ซึ่งในบทเฉพาะกาลให้ระยะเวลาในการพัฒนาบุคลากรให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี คือภายใน 10 ก.พ. 2566  ในปี 2564 กรมจะจัดอบรม 6รุ่นๆละ 200 คนเมื่อจบหลักสูตรจะได้รับใบรับรองของหลักสูตรที่ออกโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ 

“กรมได้มีการเตรียมการมาเป็นลำดับ ตั้งแต่ขั้นตอนการพิจารณาหลักสูตร และเสนอให้คพช.รับรองหลักสูตร การถามความเห็นของสหกรณ์ที่ประสงค์จะอบรม และนำมาสู่การจัดปฏิทินการอบรม 6 รุ่น ซึ่งจะทำให้กรรมการสหกรณ์เหล่านี้มีคุณสมบัติครบซึ่งในช่วงการเปลี่ยนผ่านจนกว่ากฎหมายจะมีสภาพบังคับในเดือนก.พ 2566 กรรมการสหกรณ์แต่ละแห่งที่คัดเลือกกันใหม่ในห้วงเวลานี้จะสามารถขออบรมในหลักสูตรนี้ได้

ซึ่งกรมฯจะจัดทุกปีเพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ ในขณะที่สหกรณ์ขนาดใหญ่มีสินทรัพย์มากกว่า 5 พันล้านบาท     ทางสันนิบาตสหกรณ์ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนได้มีการจัดอบรมในหลักสูตรของกรมด้วยเช่นกัน”อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าว

สำหรับการอบรมปี 2564  จะมีการจัด 6 รุ่น ๆ ละ 200 คน โดยปฏิทินในการอบรม ประกอบด้วยรอบที่  1 ระหว่างวันที่  23-26 ส.ค. 2564  รอบที่ 2 วันที่  30 ส.ค .- 2 ก.ย. รอบที่ 3 วันที่ 6-9 ก.ย. รอบที่ 4 วันที่ 13 -16 ก.ย. รอบที่  5 วันที่ 20-23 ก.ย. และรอบที่  6 วันที่ 27-30 ก.ย. 2564

นอกจากนี้ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมได้มีการจัดอบรมโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นการอบรมแบบออนไลน์ และมีคณะกรรมการสหกรณ์เข้าอบรม จำนวน 96 คน 

ทั้งนี้ก่อนหน้า กสส.ได้มีการสำรวจคุณวุฒิกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนระหว่างวันที่  12 มี.ค.- 30 เม.ย.  2564  จำนวน 2,000 แห่ง ทั้งขนาดเล็ก(มูลค่าสินทรัพย์น้อยกว่า  5,000 ล้านบาท) และขนาดใหญ่(มูลค่าสินทรัพย์มากกว่า  5,000 ล้านบาทขึ้นไป) มีการตอบแบบสอบถามกลับมาจำนวน 1,682 แห่ง คิดเป็นร้อยละ  84

โดยพบว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ขนาดเล็กมีสหกรณ์ที่ไม่มีคุณวุฒิ  218 แห่ง ขนาดใหญ่ 47 แห่ง ขณะที่สหกรณ์ที่มีคุณวุฒิอย่างน้อย 1 คน นั้นพบว่า สหกรณ์ขนาดเล็กมี 844 แห่ง  สหกรณ์ขนาดใหญ่ 106 แห่ง สำหรับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พบว่า ขนาดเล็กที่ไม่มีคุณวุฒิ 254 แห่ง ขนาดใหญ่ที่ไม่มีคุณวุฒิพบว่าไม่มี  สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนขนาดเล็กที่มีคุณวุฒิอย่างน้อย 1 คน จำนวน  212 แห่ง  ขนาดใหญ่ที่มีอย่างน้อย 1  คน จำนวน 1 แห่ง  รวมสหกรณ์ทั้งสองประเภท ซึ่งมีกรรมการที่ไม่มีคุณวุฒิจำนวน 519 แห่ง และมีคุณวุฒิอย่างน้อย 1 คนรวม 1,163 แห่ง

“แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่” ศูนย์ห้วยทรายฯ รูปแบบมีกินมีขายได้ทั้งปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/477471

“แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ “ศูนย์ห้วยทรายฯ รูปแบบมีกินมีขายได้ทั้งปี

5 สิงหาคม 2564 – 19:06 น.

“แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่” ศูนย์ห้วยทรายฯ รูปแบบมีกินมีขายได้ทั้งปี

“เกษตรทฤษฎีใหม่”เป็นหนึ่งในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช 
นาถบพิตร ที่พระราชทานให้ปวงชนชาวไทยนำไปปฏิบัติเพื่อยกระดับผลผลิตให้มีอาหารพอเพียงสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมั่นคงบนพื้นฐานของความพอเพียงและความสามัคคีมีการแบ่งปัน สามารถดำรงชีพอยู่ได้โดยไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ

หรือแม้แต่จากสภาวะที่ทั่วโลกกำลังประสบกันอยู่คือการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส (โควิด 19) เกษตรทฤษฎีใหม่มีหลักสำคัญคือการบริหารจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการผลิตภาคการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด

"แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ "ศูนย์ห้วยทรายฯ รูปแบบมีกินมีขายได้ทั้งปี
"แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ "ศูนย์ห้วยทรายฯ รูปแบบมีกินมีขายได้ทั้งปี

โดยแบ่งขั้นตอนการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 การผลิตแบบพอเพียงสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ภายใต้พื้นฐานของการประหยัดและลดค่าใช้จ่ายด้วยการจัดสรรพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน ในอัตราส่วน 30:30:30:10

โดย 30% แรก คือการขุดสระน้ำและเลี้ยงปลา 30%  ที่สองปลูกข้าว 30% ที่สามปลูกพืชสวน พืชไร่ และ10% ที่สี่เป็นที่อยู่อาศัย เลี้ยงสัตว์ โรงเรือนต่าง ๆ ซึ่งอัตราส่วนนี้สามารถลดหรือเพิ่มได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ 

ขั้นตอนที่ 2 การรวมกลุ่มในรูปแบบของกลุ่มเกษตรกรหรือสหกรณ์เพื่อทำการผลิตและการตลาด การจัดการด้านความเป็นอยู่ สวัสดิการ การศึกษา สังคมและศาสนา

"แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ "ศูนย์ห้วยทรายฯ รูปแบบมีกินมีขายได้ทั้งปี

และขั้นตอนที่ 3 การสร้างเครือข่ายกลุ่มอาชีพ การติดต่อประสานงานเพื่อหาทุนหรือแหล่งเงินทุน เช่น ธนาคาร บริษัทห้างร้านเอกชนมาช่วยในการลงทุนและกระจายสินค้า ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิก

นับตั้งแต่ที่พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ปวงชนชาวไทยทั่วทุกภูมิภาคต่างน้อมนำมาปฏิบัติใช้โดยมีศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่งทั่วภูมิภาคเป็นแหล่งสาธิต ศึกษาดูงาน ให้ข้อมูลพร้อมฝึกปฏิบัติให้แก่เกษตรกรที่สนใจอย่างต่อเนื่องตลอดมา

เช่นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี ได้มีการจัดสรรพื้นที่จำนวน 5 ไร่ บริเวณริมถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพมหานคร ด้านหน้าของศูนย์ศึกษาฯ จัดทำเป็นแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ามาดูงานศึกษาเรียนรู้ พร้อมกับจับจ่ายสินค้าที่เป็นผลผลิตจากโครงการฯ ได้ทุกวัน

แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่นี้ มีสภาพเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามแนวถนนเพชรเกษม มีการจัดแบ่งพื้นที่เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม มีการผลิตพืชหมุนเวียนต่อเนื่องแบบหลากหลาย ทุกตารางนิ้วก่อเกิดประโยชน์และสร้างรายได้แบบรายวัน รายเดือน และรายปี

"แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ "ศูนย์ห้วยทรายฯ รูปแบบมีกินมีขายได้ทั้งปี

นายโยธิน รัตคาม เจ้าหน้าที่งานขยายผลและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ อดีตนักวิชาการการเกษตร สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จังหวัดราชบุรี ( สสก.2 ) ประจำศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ  เล่าให้ฟังว่า เบื้องต้นมีการปรับขนาดพื้นที่ในแต่ละกิจกรรมตามความต้องการของการผลิต เป็นที่อยู่อาศัย โรงเก็บวัสดุ โรงคัดแยกพืชผัก 155.82 ตารางวา สระน้ำ และบ่อน้ำพัก ความจุขนาด 1,000 ลูกบาศก์เมตร สามารถนำน้ำมาเติมได้ และแปลงพืชไร่ พืชสวน เน้นการผลิตที่มีความหลากหลายแบบเกษตรผสมผสาน ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่เดียวกัน

"แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ "ศูนย์ห้วยทรายฯ รูปแบบมีกินมีขายได้ทั้งปี

ปลูกผักบนดินแบบหมุนเวียนเพื่อลดปัญหาโรคแมลง ประกอบด้วย พริก มะเขือ ผักบุ้งจีน มะกรูด มะนาว โหระพา ปลูกในกระบะแบบยกสูง จำนวน 11 กระบะ ปลูกคะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักชี ขึ้นฉ่าย ปลูกมะเขือเทศในมุ้ง พื้นที่ 129.59 ตารางวา ปลูกพืชไร่หมุนเวียน

ประกอบด้วย อ้อยคั้นน้ำ ข้าวโพดฝักสด ถั่วลิสง 508.38 ตารางวา ปลูกไม้แบบผสมผสานสลับแถวเป็นพืชที่มีอายุในการให้ผลผลิตมากกว่า 3-5 ปี เช่น มะม่วง ส้มโอ ชมพู่ มะพร้าวน้ำหอม และพืชที่มีอายุให้ผลผลิตไม่เกิน 1 ปี เช่น ฝรั่ง มะละกอ กล้วยน้ำว้า เป็นต้น พื้นที่ว่างระหว่างแปลงปลูกดาวเรืองเพื่อตัดดอกจำหน่าย

สำหรับการเลี้ยงสัตว์ มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย การเลี้ยงไก่แบบปล่อย จำนวน 6 เล้า เล้าละ 100 ตัว รวมไก่ที่เลี้ยง 600 ตัว หมุนเวียนการปล่อยทุก 66 วัน และเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ จำนวน 12 บ่อ บ่อละ 600 ตัว

หมุนเวียนการปล่อยทุก 12 วัน เพื่อให้สามารถจับจำหน่ายได้ทุกอาทิตย์ และพื้นที่นาข้าว จำนวน 43.54 ตารางวา ใช้ผ้าพลาสติกความหนา 2 มิลลิเมตร ปูรองพื้นเพื่อเก็บน้ำ ยกคันนาสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ใส่ดินในแปลงสูง 25 เซนติเมตร สามารถหมุนเวียนปลูกได้ตามอายุการปลูกข้าวตลอดทั้งปี ทำให้มีข้าวเพียงพอต่อการบริโภคในครอบครัว และยังมีเหลือไว้ขายอีกด้วย

“มีการประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ของการเจริญเติบโตของพืชทุกชนิด ภายใต้แนวทางการประหยัดน้ำในแปลงสาธิตมีการให้น้ำพืชแบบประหยัดถึง 2 รูปแบบ ประกอบด้วย การให้น้ำแบบฉีดฝอยด้วยสปริงเกอร์ และแบบหยดและฉีดฝอยใต้ต้นด้วยมินิสปริงเกอร์ ควบคู่กับการนำนวัตกรรมด้านการเกษตรมาใช้เพื่อลดแรงงาน

เช่น ระบบเปิดปิดประตูเล้าไก่อัตโนมัติ การให้น้ำพืชด้วยเครื่องตั้งเวลา เปิดปิดอัตโนมัติอีกด้วย ที่สำคัญแนวทางการจัดการพื้นที่ทำการผลิตด้วยเกษตรทฤษฎีใหม่เช่นนี้ จะทำให้เกษตรกรมีกินมีใช้เพียงพอตลอดทั้งปีในทุกสถานการณ์ และยังมีผลผลิตให้ได้ขายมีรายได้ทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี อีกด้วย” นายโยธิน รัตคาม กล่าว

เกษตรกรหรือผู้สนใจต้องการศึกษาดูงานหรือเรียนรู้แนวทางการทำการเกษตรทฤษฎีใหม่แบบประยุกต์นี้ ตลอดถึงผลผลิตและผลิตภัณฑ์ที่สดใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีด้วยปราศจากสารเคมี สามารถแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมพร้อมจับจ่ายได้ทุกวันที่แปลงสาธิตแห่งนี้ เบอร์โทรติดต่อ 032-593-253

กศน.ห่วงใยร่วมต้านภัยโควิด-19 ปรับ “สถานศึกษา” เป็นรพ.สนาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/477864

กศน.ห่วงใยร่วมต้านภัยโควิด -19 ปรับ “สถานศึกษา” เป็นรพ.สนาม

8 สิงหาคม 2564 – 16:40 น.

เกิดขึ้นแล้วพร้อมกัน  ทั้งโรงพยาบาลสนาม-ศูนย์พักคอย รองรับผู้ป่วยได้ ถึง 2,197 เตียง “เลขาธิการ กศน.” เล็งใช้ “สถานศึกษา” ขยายเพิ่มหากผู้ติดเชื้อยังไม่ลดลง

ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการ กศน. เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ โคโรนา2019 หรือโควิด- 19ที่กำลังวิกฤต และส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน ซึ่ง ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงาน กศน. ได้มอบหมายให้ กศน.เป็นหน่วยงานหลัก

ในการวางแนวทางมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด -19ทาง กศน.จึงได้ขับเคลื่อนกิจกรรม “กศน.ห่วงใยร่วมต้านภัยโควิด -19”ขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนตามพื้นที่ต่าง ๆ ในสถานการณ์วิกฤตนี้

เลขาธิการ กศน. กล่าวว่า ทั้งนี้ สำนักงาน กศน. ที่ได้รับการร้องขอจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในการใช้สถานที่ของหน่วยงานในสังกัด กศน.เพื่อใช้เป็นโรงพยาบาลสนาม สถานที่กักตัว และศูนย์พักคอย ให้บริการแก่ประชาชนที่เป็นผู้ป่วยกักตัวดูอาการ

“ซึ่งขณะนี้หน่วยงานของ กศน. ได้ให้การช่วยเหลือสนับสนุน โดยให้ใช้สถานที่ของ กศน. จัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม สถานที่กักตัว และศูนย์พักคอย ทั่วประเทศ”เลขาธิการ กศน. กล่าว

กศน.ห่วงใยร่วมต้านภัยโควิด -19 ปรับ "สถานศึกษา" เป็นรพ.สนาม

เลขาธิการ กศน. กล่าวอีกว่า โดยข้อมูล ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2564 มีสถานศึกษาในสังกัด กศน.ที่จัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม สถานที่กักตัว และศูนย์พักคอย รวมทั้งสิ้น192แห่ง

กศน.ห่วงใยร่วมต้านภัยโควิด -19 ปรับ "สถานศึกษา" เป็นรพ.สนาม

ประกอบด้วย

1.โรงพยาบาลสนาม มี7จังหวัด10แห่ง จำนวน282เตียง

2.สถานที่กักตัว มี18จังหวัด106แห่ง จำนวน824เตียง

3.ศูนย์พักคอย มี17จังหวัด76แห่ง จำนวน1,091เตียง

รวมทั้งสิ้น มีเตียงที่สามารถรองรับได้ถึง2,197เตียง 

กศน.ห่วงใยร่วมต้านภัยโควิด -19 ปรับ "สถานศึกษา" เป็นรพ.สนาม

“ซึ่งถ้าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย จำนวนผู้ติดเชื้อยังไม่ลดลง ก็อาจจะได้รับการร้องขอในการใช้สถานที่ของหน่วยงานในสังกัด กศน. เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ”ดร.วรัท กล่าวในที่สุด

ตลาดต้องการอีก 5 ปีขาดแคลนบุคลากรด้าน “ความปลอดภัยทางไซเบอร์” กว่าหมื่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/477809

ตลาดต้องการอีก 5 ปีขาดแคลนบุคลากรด้าน “ความปลอดภัยทางไซเบอร์”กว่าหมื่น

8 สิงหาคม 2564 – 08:25 น.

“ม.เอเชียอาคเนย์” จับมือPalo Alto Networks ปั้นคนสู่ตลาดงานด้าน “ความปลอดภัยทางไซเบอร์” เพื่อร่วมพัฒนาบุคลากรเพื่อผลิตนักศึกษาด้านCybersecurity ออกไปทำงานได้จริง รองรับตลาดที่ขาดแคลน

มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ (SAU)ลงนามความร่วมมือกับPalo Alto Networksผู้นำระบบNetwork Securityอันดับท็อปของโลกจากซิลิคอน วัลเลย์ มุ่งพัฒนานักศึกษาและบุคลากรสู่งานด้านCybersecurityระดับโลก

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดร.ธัชพล โปษยานนท์ ผู้อำนวยการบริษัท พาโล อัลโต เน็ตเวิร์ค ประเทศไทยและอินโดจีน กล่าวว่า การเซ็นสัญญาความร่วมมือกับ ม.เอเชียอาคเนย์ ในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาศักยภาพให้กับนักศึกษาด้านCybersecurity หรือความมั่นคงหรือความปลอดภัยทางไซเบอร์ 

ลดความเสี่ยงจาการถูกโจมตีทางอินเทอร์เน็ตสำหรับองค์กร หรือการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีต้นสูง และบุคลากรทางด้านนี้กำลังขาดแคลนอย่างมากทั้งปัจจุบัน และอนาคตในอีก5ปีข้างหน้าถึงกว่า10,000ตำแหน่ง 

ดังนั้นจึงต้องร่วมกันจากหลายภาคส่วนที่จะพัฒนาบุคลากรเพื่อผลิตนักศึกษาด้านCybersecurityให้ได้ 1,000 คนต่อปี โดยโครงการได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล รวมทั้งเรื่องของการพัฒนาศักยภาพแรงงานในด้านของดิจิทัลด้วย

ดร.ธัชพล กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้มีอยู่4ประเด็นหลักที่สำคัญ ได้แก่ (1)การถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยอบรมคณาจารย์เพื่อสร้างTrainerที่มีศักยภาพ (2)การจัดกิจกรรมร่วมกันกับทางมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างความตื่นตัว ตระหนักรู้และความสนใจของนักศึกษา

(3)การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเน้นทักษะการสร้างเครื่องมือปกป้องภัยด้านCybersecurityเช่นAI Machine Learning, IoT Securityสำหรับเซ็นเซอร์ใหม่ ๆ หรือการพัฒนาSmart Manufacturing Industry 4.0หรือCloud Securityรวมถึงงานวิจัยกับทางมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างPlatformใหม่ๆ ให้กับประเทศไทย 

(4)การสร้างความตระหนักรู้ถึงภัยCyberโดยจัดWorkshopในเชิงเทคนิคให้กับนักศึกษา บุคลากร รวมถึงการจัดส่งนักศึกษาไปร่วมBootcampหรือHackatronกับผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของไทยและระดับโลก

โดยทั้งพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์ค และมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์มีความตั้งใจร่วมกันอย่างยิ่งในการร่วมมือสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพสู่สังคมและสู่ตลาดแรงงานของประเทศ

ด้านดร.ฉัททวุฒิ  พีชผล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับPalo Alto Networksผู้นำด้านระบบCyber Securityในครั้งนี้ถือเป็นการนำหลักสูตรมาพัฒนาร่วมกันกับผู้เชี่ยวชาญตัวจริง เรื่องCybersecurityที่กำลังขาดแคลนบุคลากรด้านนี้เป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะผลิตบุคลากรด้านCybersecurityที่ออกไปทำงานได้จริงซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายและเป็นสิ่งที่เรามุ่งมั่นว่าเราจะต้องพัฒนาและทำให้ได้

ตลาดต้องการอีก 5 ปีขาดแคลนบุคลากรด้าน "ความปลอดภัยทางไซเบอร์"กว่าหมื่น

เซ็นสัญญาออนไลน์

“ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยกันสร้างบุคลากรด้านCybersecurityที่มีคุณภาพ มีความสามารถ ทำงานได้จริง มีคุณธรรม และก้าวสู่งานที่มั่นคงต่อไปในอนาคต”ดร.ฉัททวุฒิ กล่าว

“ลดค่าเล่าเรียน” 2,000 บาท รอสำนักงบฯจัดสรร “รมว.ศธ.” คาดได้ 31 ส.ค. นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/477597

“ลดค่าเล่าเรียน” 2,000 บาท รอสำนักงบฯจัดสรร “รมว.ศธ.”คาดได้31ส.ค.นี้

6 สิงหาคม 2564 – 20:05 น.

“ครูเหน่ง” ตั้งปลัดศธ. เร่งเดินหน้าจ่ายเงินเยียวยา “ลดค่าเล่าเรียน” นักเรียนและผู้ปกครอง  คาด 31 ส.ค.- ต้นก.ย.นี้ ผู้ปกครองและนักเรียน นักศึกษา ได้เงิน 2,000 บาท

มติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันอังคารที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา เรียกได้ว่า “ครูเหน่ง” นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) ได้ฐานคะแนนเสียงจากพ่อแม่ผู้ปกครองของนักเรียนไม่น้อย

เมื่อมติครม.เห็นชอบในหลักการ ด้วยการออกมาตรการเยียวยานักเรียน ลดค่าเล่าเรียน 2,000 บาทและเยียวยาผู้ปกครอง 2,000 บาท ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 

ล่าสุด มีความคืบหน้าในเรื่องนี้ จากนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) ว่า ครม.เห็นชอบให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษา ลดภาระค่าเล่าเรียนของนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังเล่าเรียนทั้งสถานศึกษาของรัฐบาล และสถานศึกษาเอกชน 

ทั้งที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ และไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงม.6 และอาชีวศึกษา ในภาคเรียนที่ 1 / 2564

ลดค่าเล่าเรียนระดับขั้นพื้นฐาน  ในอัตรา 2,000 บาทต่อคน กระทรวงศึกษาธิการ จะจ่ายผ่านสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)มายังเขตพื้นที่การศึกษา จากนั้นเขตพื้นที่การศึกษาจ่ายผ่านโรงเรียนหรือสถานศึกษา และให้สถานศึกษาจ่ายตรงให้นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ปกครอง ครอบคลุม 11 ล้านคน วงเงิน 21,600 ล้านบาท “นางสาวตรีนุช ระบุ

ส่วนความคืบหน้าว่าการลดค่าเล่าเรียน และเยียวยาผู้ปกครอง จะได้รับเมื่อไหร่นั้น น.ส.ตรีนุช  แจกแจงว่า  ขณะนี้สำนักงบประมาณอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดเพื่อทำการจัดสรรเงินให้กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ซึ่งตนมอบหมายให้นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ปลัด ศธ.) ไปดำเนินการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด

“หากสำนักงานงบประมาณ จัดทำรายละเอียดและจัดสรรเงินมาให้ ศธ.แล้ว จากนั้น ศธ.จะตรวจสอบข้อมูล เพื่อจัดสรรเงินงบประมาณลงไปที่สถานศึกษาต่อไป คาดว่าภายในวันที่ 31 สิงหาคม หรือต้นเดือนกันยายนนี้ สถานศึกษาจะได้รับเงิน และทำการโอนเงินเยียวยา 2,000 บาท ให้นักเรียนและผู้ปกครองต่อไป”รมว.ศธ.ระบุ

รมว.ศธ. กล่าวถึงการจ่ายเงินเพื่อลดค่าเล่าเรียนให้นักเรียน นักศึกษาและผู้ปกครองนั้นว่า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับมาว่า ศธ.ต้องเร่งดำเนินการลดความเดือดร้อนของนักเรียน และผู้ปกครองให้เร็วที่สุด

“ดังนั้นการจ่ายเงิน จะต้องจะรวดเร็วด้วย ซึ่งศธ.ได้คิดหาวิธีการที่จัดส่งเงินให้รวดเร็วที่สุด โดยพบว่าหากจ่ายเงินตามฐานข้อมูลการจ่ายเงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียนที่ ศธ. มีข้อมูลอยู่ จะสามารถนำส่งเงินให้สถานศึกษาได้เร็วที่สุด”รมว.ศธ.กล่าว

“ครูเตรียมตกงาน” เมื่อสพฐ. เห็นชอบให้สิ้นสุดโครงการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/477438

“ครูเตรียมตกงาน” เมื่อสพฐ. เห็นชอบให้สิ้นสุดโครงการ

5 สิงหาคม 2564 – 18:10 น.

ช็อกยิ่งกว่าติดโควิด เมื่อสพฐ. เห็นชอบสิ้นสุดโครงการฯ 30 ก.ย.64 สำหรับการจ้างบุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา กิจกรรมครูคลังสมอง นั่นหมายถึง “ครูเตรียมตกงาน”

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา บุคลากรในกระทรวงศึกษาธิการมีความเสี่ยง ในการปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่าข้าราชการอื่น จำเป็นต้องปิดสถานศึกษา ปรับรูปแบบการเรียนการสอน ครูต้องเดินออกจากโรงเรียนไปสอนนักเรียนถึงบ้าน

แต่ในขณะนี้มีบุคลากรกลุ่มหนึ่งที่ร่วมฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากลำบากมาด้วยกัน กำลังจะถูกให้ออกจากงาน หรือ เตรียมตกงาน เพราะสิ้นสุดโครงการ แต่ก็มีบุคลากรบางกระทรวงที่ถูกปรับเปลี่ยนสถานะให้บรรจุเป็นข้าราชการเพราะสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวนหลายหมื่นคน มันยุติธรรมหรือไม่สำหรับบุคลากรเหล่านั้น

จากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2564 ได้มีการแชร์หนังสือราชการจาก สพฐ. ถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยหนังสือ ศธ 04010/ว39 เรื่อง การดำเนินการ การจ้างบุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (ครูวิทย์-คณิต)โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา กิจกรรมครูคลังสมอง

เนื้อหาในหนังสือราชการดังกล่าว ใจความว่า ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีนโยบายในการยกระดับคุณภาพการศึกษา วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในโรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษา ขนาดกลางและเล็ก ที่ประสบปัญหาการขาดแคลนครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ หรือครูวิทย์-คณิต

ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการต่อเนื่องและมีรอบระยะเวลาการจัดสรรงบประมาณเพื่อยกระดับ คุณภาพการศึกษาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ให้กับโรงเรียนที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาคัดเลือก 3 ปี/รอบ (รอบที่ 1 ปีงบประมาณ 2556-2558 รอบที่ 2 ปีงบประมาณ 2559 – 2563 รอบที่ 3 ปีงบประมาณ 2562 – 2564

ขณะนี้การจ้างบุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา กิจกรรมครูคลังสมอง จะสิ้นสุดการดำเนินโครงการและสิ้นสุดการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว ในรอบที่ 3 ปีงบประมาณ 2564 ในวันที่ 30 กันยายน 2564 นั้น

ในการนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) พิจารณาแล้วว่า โครงการดังกล่าว บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการตามงบประมาณและระยะเวลาที่กำหนด จึงเห็นชอบให้สิ้นสุดโครงการ และสิ้นสุดการจัดสรรงบประมาณสำหรับการจ้างบุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์(ครูวิทย์-คณิต) โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา กิจกรรมครูคลังสมอง ในรอบที่ 3 ปีงบประมาณ 2564 ในวันที่ 30 กันยายน 2564 และขอให้แจ้งโรงเรียนและบุคลากรในโครงการดังกล่าวทราบการสิ้นสุดโครงการฯ ต่อไป

พร้อมกับการตั้งคำถามหลายข้อ เช่น มีจัดตั้งโครงการ รอบที่ 4 หรือไม่ ปีงบประมาณ 2565 มีการตั้งงบนี้ไหม บุคลากรรับทราบมาก่อนหรือไม่ ในสัญญาระบุอย่างไร กี่ปี หน่วยงานมีการเตรียมการ เยียวยาอะไรได้บ้างหรือไม่ เป็นต้น

นับเป็นข่าวร้ายกว่าที่มากับข่าวร้าย ในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ทราบว่า นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ทราบหรือไม่ว่า บุคลกรเหล่านี้รับใช้กระทรวงศึกษาธิการมานานกว่า 8 ปี โดยไม่มีความก้าวหน้า ไม่มีความมั่นคง ไม่มีสวัสดิการรัฐใดๆ

นอกจากเงินผู้ประกันตน จากประกันสังคม ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่กันดารและขาดแคลน และถูกย้ายเกือบทุกปีตามความเหมาะสม สุดท้ายสิ่งที่เขาได้รับกลับแตกต่างกับบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้รับการบรรจุให้เป็นข้าราชการเหลือเกิน ทั้งที่ปฏิบัติงานในช่วงเวลาเดียวกัน

หากไม่มีการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขปัญหาใดๆ ค่อนข้างชัดเจนว่า “ครูเตรียมตกงาน” แม้ในสารบัญชีการบรรจุข้าราชการครู จะจัด “ครูวิทย์-คณิต” อยู่ในอันดับ4 ที่ต้องรับบรรจุเพราะขาดแคลน

แต่กระทรวงศึกษาธิการ ยุค “ตรีนุช เทียนทอง” ไม่มองแบบนั้น  เมื่อสพฐ.กำลังจะเลิกจ้างครูวิทย์-คณิต เกือบ 2,000 ราย ชนิดที่เรียกได้ว่าไร้การเยียวยา ไร้การดูแล ไม่แคร์ ไม่สนใจ

ไม่อยากให้น้องเครียด “พี่เอ้ สุชัชวีร์” กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/477277

ไม่อยากให้น้องเครียด “พี่เอ้ สุชัชวีร์” กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

4 สิงหาคม 2564 – 18:28 น.

สุดอบอุ่น First Meet แบบ Social Distancing กับ งาน “ปฐมนิเทศออนไลน์ – Welcome to KMITL Family” พบอธิการบดี – คณบดีทุกคณะ/วิทยาลัย กล่าวต้อนรับน้อง ๆ เฟรชชี่ กว่า 6,000 คน ผ่านไลฟ์สตรีม @สจล.

เมื่อเอ่ยถึง “พระจอมเกล้าลาดกระบัง” สิ่งแรกน้อง ๆ “เฟรชชี่” หรือ “นักศึกษาใหม่” จะต้องได้เจอ คือ การรับน้องรถไฟ ประเพณีการรับน้องจาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ที่เป็นเอกลักษณ์ของสถาบันฯ มากว่า 60 ปี

ไม่อยากให้น้องเครียด "พี่เอ้ สุชัชวีร์" กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

โดยตั้งต้นปล่อยขบวนการเดินทาง ตั้งแต่สถานีหัวลำโพงและต่อเนื่องมายังปลายทางที่จุดจอดรถไฟสถานีพระจอมเกล้า โดยมีพี่ ๆ มาร่วมต้อนรับพร้อมสร้างเสียงหัวเราะและบรรยากาศให้อบอวลไปด้วยมิตรภาพและความอบอุ่นจากพี่สู่น้องรั้วแคแสด ซึ่งทำให้การเดินทางราว 55 นาทีนั้นสนุกสนานกว่าที่เคย

ไม่อยากให้น้องเครียด "พี่เอ้ สุชัชวีร์" กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

แต่ในห้วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ ความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง อาจจะไม่ได้ใกล้ชิดหรือกระทบไหล่ระหว่างกัน ด้วยข้อจำกัดของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่จำเป็นต้อง เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อให้ความคิดถึงได้ทำงานและก่อตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเราได้พบกันอีกครั้งหลังการผ่อนคลายของสถานการณ์

ซึ่งปีนี้ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) “พี่เอ้” ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” จึงไม่รอช้าชักชวน อาจารย์ ผู้บริหาร และรุ่นพี่ สจล. มาร่วมส่งต่อความรักความห่วงใยแม้จะอยู่ห่างกัน เพื่อไม่ให้น้อง ๆ เครียด ผ่านการจัดกิจกรรม “ปฐมนิเทศออนไลน์ – Welcome to KMITL Family” ที่มาในคอนเซ็ปต์ “รักและห่วงใย ถึงตัวอยู่ไกล แต่ใจส่งถึงกัน” ถึงเฟรชชี่กว่า 6 พันคน

เปิดตัวกิจกรรมด้วยคลิปแอนิเมชัน ประเพณีการรับน้องรถไฟสุดคลาสสิก ต่อเนื่องด้วยการกล่าวต้อนรับจาก “คณบดี” จากทุกคณะและวิทยาลัย ทั้ง “ขอต้อนรับและส่งต่อความอบอุ่นถึงน้อง ๆ ผ่านจอนี้ อยากให้น้อง ๆ มองมหาวิทยาลัยเป็นเสมือนสนามเด็กเล่น ที่สามารถทดลองทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่เลยนะคะ”, “น้อง ๆ สามารถเรียกอาจารย์ทุกท่านที่นี่ ว่า “พี่” ได้เลยนะครับ ขอให้น้อง ๆ มีความสุขในการเรียน

โดยพี่ๆ ทุกคนที่นี่พร้อมให้คำปรึกษากับน้อง ๆ อย่างสนิทสนม”, “เราเตรียมพร้อมการเรียนการสอนในทุก ๆ ด้าน สบายใจได้เลยค่ะ”, “ทุกคณะ ทุกวิทยาลัย พร้อมต้อนรับนักศึกษาทุกคน หากมีคำถามสามารถติดต่อผ่าน Facebook คณะได้ครับ”

ไม่อยากให้น้องเครียด "พี่เอ้ สุชัชวีร์" กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

ซึ่งกิจกรรมภายในงานก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน  และไฮไลท์กับโชว์สุดพิเศษ จากดิสรัปเตอร์เมืองไทย ที่ปีนี้ ฉีกกฎของความเป็นอธิการบดี อีกครั้งกับการทุ่มสุดตัว ร่วมเต้นสันทนาการแบบไม่กลัวเสียลุค ซึ่งน้อง ๆ เฟรชชี่ที่ร่วมกิจกรรมจากทางบ้านก็ไม่รอช้าร่วมโชว์สเตป Dance Battle กันสุดเหวี่ยง

 รวมไปถึงยังร่วม Featuring เพลง “ฝนตกไหม” กับ “นิลโลหิต” แร็ปเปอร์ชื่อดังที่เป็นทั้งศิษย์เก่าจากรั้ว สจล. และปัจจุบันกับการเป็นอาจารย์รับเชิญพิเศษในหลักสูตร “สุนทรียะเพลงแร็ป” (Rap Appreciation) ที่มาร่วมสอนตั้งแต่ความรู้พื้นฐานของการแร็ป การใช้ภาษาและฝึกแต่งเพลง การสอดแทรกมุมมองด้านวัฒนธรรมเข้าไปในบทเพลง ฯลฯ จนน้อง ๆ ในคลาสสามารถร่วมร้องหรือแต่งเพลงด้วยตนเองได้ 

ไม่อยากให้น้องเครียด "พี่เอ้ สุชัชวีร์" กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

ด้าน “พี่เอ้” ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า เพราะพี่เอ้เชื่อว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ ที่เราต้องห่างกัน การจัดกิจกรรมเช่นนี้ จะช่วยลดความตึงเครียดสะสมของน้อง ๆ เฟรชชี่ ควบคู่กับการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคณาจารย์ที่ให้ความรู้สึกที่มากกว่า ครูผู้สอน แต่เป็นเสมือนพี่หรือเพื่อนที่น้อง ๆ สามารถเข้ามาขอรับคำปรึกษาได้

ไม่อยากให้น้องเครียด "พี่เอ้ สุชัชวีร์" กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

“พี่เอ้” ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสจล.

รวมไปถึงการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง ที่ถึงแม้จะไม่ได้เจอหรือทักทายกันซึ่งหน้า แต่การพบกันแบบ Social Distancing นี้ ก็ช่วยให้เราสามารถสนิทหรือทำความรู้จักกันได้ โดยไม่รู้สึกถึงข้อจำกัดของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้

ไม่อยากให้น้องเครียด "พี่เอ้ สุชัชวีร์" กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

อย่างไรก็ตาม ตลอดวาระการดำรงตำแหน่งเป็นอธิการบดี นับตั้งแต่ปี 2558 มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมรับน้องอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย ลดช่องว่างระหว่างวัยของคณาจารย์ รุ่นพี่ ที่มีต่อน้องเฟรชชี่ แต่ยังคงแฝงกลิ่นอายของประเพณีและจุดยืนของสถาบันฯ ในการเป็นรากฐานนวัตกรรม ร่วมด้วย

ไม่อยากให้น้องเครียด "พี่เอ้ สุชัชวีร์" กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

ทั้งการแฝงตัวเองเป็นพี่เนียน การปรับลุคเป็นแร็ปเปอร์ หรือกระทั่งการแปลงโฉมคณะผู้บริหารเป็น Rock Star KMITL เปิดคอนเสิร์ต และปีนี้ก็ยังคงเดินหน้าสร้างมิติใหม่ของงานปฐมนิเทศนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง

ไม่อยากให้น้องเครียด "พี่เอ้ สุชัชวีร์" กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

น้อง ๆ นักศึกษาใหม่ รวมถึงนักศึกษาปัจจุบัน สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ที่ สำนักงานกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ http://www.facebook.com/KMITLstudentlife สำนักทะเบียนและประมวลผล http://www.facebook.com/reg.kmitl ติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของ สจล. ได้ที่ http://www.facebook.com/kmitlofficial หรือ https://www.kmitl.ac.th/