พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าชาว อว. ‘ในหลวง’ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลสนาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593239

พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าชาว อว. 'ในหลวง'พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลสนาม

พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าชาว อว. ‘ในหลวง’พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลสนาม

วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.08 น.

พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าชาว อว. “ในหลวง” พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สนับสนุนการดำเนินงานโรงพยาบาลสนาม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญเงินพระราชทาน มอบแก่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นส่วนหนึ่งในการบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2564 และเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2564 ณ ทำเนียบรัฐบาล ในการนี้ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้ารับพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ด้วย เพื่อนำไปสนับสนุนโรงพยาบาลสนามของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว.

วันที่ 6 ส.ค. 64 ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก กล่าวว่า ผมและข้าราชการและบุคลากรสังกัดกระทรวง อว. ทุกคน รู้สึกซาบซึ้งและสำนึก พระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลสนามในสังกัดกระทรวง อว. เพื่อบรรเทาปัญหาด้านความช่วยเหลือประชาชนที่ชาว อว. ได้ดำเนินการอยู่ และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ซึ่งการได้รับพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สนับสนุนการทำงานในครั้งนี้ ชาว อว. รู้สึกปลาบปลื้มเหมือนได้รับพระราชทานกำลังใจไปพร้อมกัน ด้วยงานที่ดำเนินการในฐานะกองหนุนของโรงพยาบาลสนามสังกัด อว.ทั่วประเทศ อยู่ในพระเมตตาและความห่วงใยของพระองค์ท่าน ซึ่งกำลังใจที่ได้รับพระราชทานในครั้งนี้จะทำให้ชาว อว. เปี่ยมไปด้วยพลังอันพร้อมที่จะอุทิศตนเพื่อให้พสกนิกรของพระองค์ท่านก้าวผ่านพ้นวิกฤติการณ์ ที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี

กระทรวง อว. จะส่งมอบพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ได้รับพระราชทานมาครั้งนี้ ไปยังโรงพยาบาลสนามของ อว.ทุกแห่ง ซึ่งดำเนินการโรงพยาบาลสนามตั้งในสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานของ อว.มากถึง 53 แห่ง ใน 45 จังหวัดทั่วประเทศ ตามพระราชประสงค์ต่อไป

ศธ.เร่งนำเงินพระราชทาน 70 ล้านหนุนรพ.สนาม-ศูนย์พักคอยในโรงเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593210

ศธ.เร่งนำเงินพระราชทาน 70 ล้านหนุนรพ.สนาม-ศูนย์พักคอยในโรงเรียน

ศธ.เร่งนำเงินพระราชทาน 70 ล้านหนุนรพ.สนาม-ศูนย์พักคอยในโรงเรียน

วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.11 น.

“ตรีนุช” กำชับปลัด ศธ.-เลขาธิการ กพฐ.-เลขาธิการ กอศ. เร่งกระจายเงินพระราชทาน 70 ล้านบาท ไปสนับสนุนการดำเนินงาน-ปรับปรุงสถานศึกษาในสังกัดที่ใช้พื้นที่เป็นโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย หรือสถานที่กักตัว 682 แห่ง ดูแลประชาชนติดเชื้อโควิด-19 ได้ทันการณ์

6 สิงหาคม 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม พระราชทานเงิน จำนวน 99,900,000 บาท ให้แก่รัฐบาล เพื่อนำไปสนับสนุนการดำเนินงานของวัด โรงเรียน สถาบันอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย และหน่วยงานของเหล่าทัพทั่วประเทศ ที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย สถานที่กักตัว และสถานที่ฌาปนกิจศพ เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2564 และ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2564 โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้รับเงินพระราชทาน จำนวน 70,000,000 บาท ซึ่งตนจะเร่งจัดสรรเงินพระราชทานไปสนับสนุนการดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัด ที่อนุญาตให้ใช้อาคารและพื้นที่จัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย และสถานที่กักตัว ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินงานไปแล้ว จำนวน 682 แห่ง

“ดิฉันได้ประชุมหารือกับ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และ ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) ในการนำเงินพระราชทาน ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ไปใช้สนับสนุนการดำเนินงานของสถานศึกษาในแต่สังกัดที่เป็นโรงพยาบาลสนาม สถานที่กักตัว สถานที่พักคอย รวมถึงหน่วยบริการด้านสาธารณสุข ให้ดีที่สุดทั้งในส่วนของที่พักและห้องน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนได้เป็นอย่างดีและทันการณ์” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุด พบว่า มีสถานศึกษาในสังกัด ศธ.อนุญาตให้ใช้อาคารและพื้นที่สถานศึกษาเป็นโรงพยาบาลสนาม จำนวน 156 แห่ง รองรับได้ 11,429 เตียง และเป็นสถานที่กักตัวหรือศูนย์พักคอย จำนวน 526 แห่ง รองรับได้ 18,725 เตียง รวมทั้งสิ้น 682 แห่ง รองรับได้ 30,154 เตียง จำแนกเป็น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อนุญาตให้ใช้สถานศึกษา เป็นโรงพยาบาลสนาม 148 แห่ง รวม 10,140 เตียง เป็นสถานที่กักตัวหรือศูนย์พักคอย 355 แห่ง รวม 15,812 เตียง, สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ) อนุญาตให้ใช้สถานศึกษา เป็นโรงพยาบาลสนาม 8 แห่ง รวม 1,289 เตียง เป็นสถานที่กักตัว หรือศูนย์พักคอย 16 แห่ง รวม 1,411 เตียง สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อนุญาตให้ใช้สถานศึกษาเป็นสถานที่กักตัว หรือศูนย์พักคอย 155 แห่ง รวม 1,502 เตียง

ศธ.คาดส่งเงินเยียวยานักเรียน ผู้ปกครองผ่านโรงเรียนได้ต้น ก.ย.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593085

ศธ.คาดส่งเงินเยียวยานักเรียน ผู้ปกครองผ่านโรงเรียนได้ต้น ก.ย.นี้

ศธ.คาดส่งเงินเยียวยานักเรียน ผู้ปกครองผ่านโรงเรียนได้ต้น ก.ย.นี้

วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.00 น.

วันที่ 6 สิงหาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของ ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ของโรงเรียนในสังกัด ศธ. และสังกัดอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาสังกัด ศธ.ทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ และไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ และสถานศึกษานอกสังกัด ศธ.ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชั้นอนุบาล-ม.6 และอาชีวศึกษา ในอัตรา 2,000 บาทต่อคน โดยจ่ายผ่านสถานศึกษา และให้สถานศึกษาจ่ายตรงให้นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ปกครอง 11 ล้านคน วงเงิน 21,600 ล้านบาท นั้น ขณะนี้การดำเนินการต่าง ๆไม่มีปัญหาอะไร อยู่ระหว่างที่สำนักงบประมาณดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดเพื่อทำการจัดสรรเงินให้กับศธ. ซึ่งตนมอบหมายให้นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. ไปดำเนินการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด หากสำนักงานงบประมาณจัดทำรายละเอียดและจัดสรรเงินมาให้ ศธ.แล้ว จากนั้น ศธ.ก็จะทำการตรวจสอบข้อมูล เพื่อจัดสรรเงินงบประมาณลงไปยังสถานศึกษาทันทีคาดว่าภายในวันที่ 31 สิงหาคม – ต้นเดือนกันยายน นี้ สถานศึกษาจะได้รับเงิน และทำการโอนเงินเยียวยา จำนวน 2,000 บาท ให้นักเรียนและผู้ปกครองต่อไป

“ส่วนการจ่ายเงินนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับมาว่า ศธ.ต้องเร่งดำเนินการลดความเดือดร้อนของนักเรียน และผู้ปกครองให้เร็วที่สุด ดังนั้น การจ่ายเงินจะต้องรวดเร็วด้วย ซึ่งศธ.ได้คิดหาวิธีการที่จัดส่งเงินให้รวดเร็วที่สุดแล้ว โดยพบว่าหากใช้ช่องทางการจ่ายเงินตามฐานข้อมูลของการจ่ายเงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียน ซึ่งศธ.มีข้อมูลอยู่ ก็จะสามารถส่งเงินให้สถานศึกษาได้เร็วที่สุด” น.ส.ตรีนุช กล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทำแนวทางลดภาระครูและนักเรียน เพื่อจะลดภาระให้ครูและนักเรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเบื้องต้น จะลดเวลาการทำงานของครู ปรับลดโครงการต่าง ๆให้ครูปฏิบัติให้เหลือเพียง 1% จากเดิม สพฐ.มีโครงการให้ครูและโรงเรียนปฏิบัติหลายร้อยโครงการ หรือการนับเวลาเรียนรูปแบบใหม่ จากเดิมจะนับเวลาเรียนจากการเรียนในห้องเรียนเท่านั้น แต่ขณะนี้การเรียนการสอนเปลี่ยนไปหลายรูปแบบ เช่น ออนไลน์ ออนแอร์ เป็นต้น ดังนั้น การนับเวลาเรียนก็ต้องเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงด้วย

“นอกจากนี้จะมีการปรับเปลี่ยนเรื่องการใช้งบต่าง ๆโดยเฉพาะงบอุดหนุนรายหัวในบางรายการ ที่เดิมกำหนดไว้ชัดเจนว่าจะต้องใช้จ่ายเรื่องนี้เท่านั้น ก็ต้องปรับให้มีความยืดหยุ่นเพื่อให้สถานศึกษานำไปลดภาระครูต่อไป ซึ่งการปรับงบบางรายการต้องขออนุมัติจาก ครม. ดังนั้น ศธ.จะเร่งทำเรื่องให้ ครม.พิจารณาโดยเร็ว ส่วนงบไหนที่ ศธ.สามารถปรับแก้ระเบียบกันเองได้ ก็จะเร่งเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)พิจารณาให้ความเห็นชอบโดยเร็ว เพื่อให้ครูมีความยืดหยุ่นสามารถปรับใช้พัฒนาการเรียนการสอนได้ทันที” น.ส.ตรีนุช กล่าว

ตอลิบานรุกคืบยึดเมืองเอกแห่งแรกของอัฟกานิสถานสำเร็จ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660003

วันที่ 07 ส.ค. 2564 เวลา 18:05 น.

ตอลิบานรุกคืบยึดเมืองเอกแห่งแรกของอัฟกานิสถานสำเร็จกลุ่มตอลิบานบุกยึดเมืองเอกแห่งแรกของอัฟกานิสถานได้แล้วโดยง่ายดาย

กองกำลังกลุ่มตอลิบานบุกยึดเมืองซารันจ์ เมืองเอกของจังหวัดนิมรอซทางตะวันตกเฉียงใต้ของอัฟกานิสถานสำเร็จโดยไม่มีกองทัพอัฟกันส่งกำลังเข้ามาขัดขวางแต่อย่างใด นับเป็นการเสียเมืองเอกให้กลุ่มตอลิบานครั้งแรกหลังจากกลุ่มนี้เริ่มรุกคืบยึดพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

กองกำลังตอลิบานประกาศชัยชนะเหนือเมืองซารันจ์ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้าหลักที่อยู่ติดกับพรมแดนอิหร่านผ่านทวิตเตอร์ ขณะที่ผู้บัญชาการกองกำลังรายหนึ่งเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า “นี่เป็นแค่การเริ่มต้น แล้วคอยดูจังหวัดอื่นๆ ตกอยู่ในมือเราเร็วๆ นี้”

ภาพที่เผยแพร่ในโลกโซเชียลเผยให้เห็นชาวบ้านเข้าไปฉกฉวยทรัพย์สินในอาคารที่ทำการของรัฐบาล ขณะที่มีภาพทหารตอลิบานอยู่ในสนามบินในท้องถิ่นและทางเข้าเมือง

กองกำลังตอลิบานเข้ายึดเมืองเอกแห่งนี้ได้อย่างง่ายดายหลังจากค่อยๆ บุกยึดพื้นที่ใกล้เคียง

ด้าน เราะห์ กัล คาอีร์ซาด รองผู้ว่าราชการตังหวัดนิมรอซเผยว่า เมืองซารันจ์พ่ายแพ้โดยไม่มีการต่อสู้ “เมืองนี้ตกอยู่ในอันตรายมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่ไม่มีใครในรัฐบาลกลางฟังเรา” และยังตำหนิรัฐบาลอัฟกันที่ไม่ส่งกำลังเสริมเข้ามา

ครั้งสุดท้ายที่กลุ่มตอลิบานเข้ายึดเมืองเอกคือเมื่อปี 2016 ที่เข้ายึดเมืองคุนดูซ และขณะนี้ยังมีเมืองเอกอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้แรงกดดัน อาทิ เฮรัตทางตะวันตก กันดาฮาร์ และลัชคาร์ การ์

เดบอราห์ ลียง ผู้แทนพิเศษด้านกิจการอัฟกานิสถานแห่งสหประชาชาติเผยว่า สงครามในอัฟกานิสถานเข้าสู่ระยะอันตรายและการทำลายล้างมากขึ้น โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมามีพลเรือนเสียชีวิตแล้วกว่า 1,000 คน และเตือนอีกว่า อัฟกานิสถานกำลังมุ่งหน้าสู่หายนะ

ล่าสุด รัฐบาลอังกฤษแนะนำให้พลเมืองอังกฤษทุกคนเดินทางออกจากอัฟกานิสถานเนื่องจากสถานการณ์ไม่ปลอดภัย

Photo by HOSHANG HASHIMI / AFP