‘ตรีนุช’ ตรวจจ่ายเงินเยียวยา ย้ำเงิน 2 พันต้องส่งถึงมือผู้ปกครอง ห้ามหักเป็นค่าเทอม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600187

‘ตรีนุช’ตรวจจ่ายเงินเยียวยา ย้ำเงิน 2 พันต้องส่งถึงมือผู้ปกครอง ห้ามหักเป็นค่าเทอม

‘ตรีนุช’ตรวจจ่ายเงินเยียวยา ย้ำเงิน 2 พันต้องส่งถึงมือผู้ปกครอง ห้ามหักเป็นค่าเทอม

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.06 น.

วันที่ 6 กันยายน 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดศธ. และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม โรงเรียนวัดธรรมศาลา โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม และโรงเรียนสุคนธีรวิทย์ จ.นครปฐม เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของผู้ปกครองและนักเรียนในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รายละ 2,000 บาท โดยมี นายมติชน มูลสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 พร้อมด้วยผู้บริหารโรงเรียน ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษา และคณะครูอาจารย์ ให้การต้อนรับ

น.ส.ตรีนุช เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ว่า เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการให้ความช่วยเหลือการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ปกครอง นักเรียน และนักศึกษา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ปกครองและนักเรียน จำนวน 2,000 บาท ต่อนักเรียน 1 คน  และทราบว่าขณะนี้ทุกสังกัดได้จ่ายเงินที่รัฐบาลอนุมัติจ่ายเงินกว่า 22,000 ล้านบาท เพื่อเยียวยา ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา ทุกสังกัด รวมประมาณ 11 ล้านคน ให้ขบวนการต่าง ๆมีการเร่งรัดและให้มีความโปร่งใส ยืดหยุ่นและสะดวกที่สุด โดยผู้ปกครองสามารถเลือกได้ว่าจะรับเงินสด หรือโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า การจ่ายเงินเยียวยาในสถานการณ์โควิด-19 โรงเรียนต้องมีมาตรการเข้มงวดจัดสรรเวลาให้นักเรียน ผู้ปกครองมารับเงิน เพื่อไม่ให้เกิดการแออัดมากเกินไป ซึ่งที่ผ่านมาพบอุปสรรคในการจ่ายอยู่เงินบ้าง เช่น ผู้ปกครองได้ทำการย้ายนักเรียนไปเรียนโรงเรียนอื่นในระหว่างที่รัฐบาลอนุมัติโครงการนี้ ทำให้ชื่อนักเรียนอาจจะไม่ได้อัพเดตตามการย้ายโรงเรียนของนักเรียน ดังนั้น โรงเรียนจะต้องประสานงานระหว่างกันเพื่อให้เงินไปถึงผู้ปกครองโดยเร็วที่สุด ส่วนกระบวนการตรวจสอบว่าเงินส่งถึงผู้ปกครองจริงหรือไม่นั้น ศธ.ต้องดำเนินการตามระเบียบที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งศธ.ต้องทำให้เรียบร้อย และโปร่งใสที่สุด โดยมีกระบวนการตรวจสอบตัวตน เอกสารในการรับเงิน ซึ่งศธ.ตั้งเป้าว่าเงินจะถึงมือผู้ปกครองทุกคนภายในวันที่ 7 กันยายน นี้ ขณะเดียวกันหากมีการตกหล่น นักเรียนไม่ได้รับเงินเยียวยาโรงเรียนต้องติดตามผู้ปกครองให้มารับเงินจำนวนนักกล่าว

“ดิฉันได้เน้นย้ำ นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดศธ. และผู้บริหารทุกหน่วยงานในสังกัด ศธ. ว่า รัฐบาล และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งใจจะให้เงินจำนวนนี้ส่งถึงผู้ปกครองและนักเรียนเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนและเยียวยาในสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้น สถานศึกษาเอกชน ไม่สามารถหักเงินในจำนวนนี้ของนักเรียน ถึงแม้ผู้ปกครองจะค้างจ่ายค่าเทอมก็ตาม เพราะรัฐบาลต้องการส่งเงินจำนวนนี้ให้ถึงมือผู้ปกครองและนักเรียนทุกคน หากการโอนเงินพบปัญหาต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการโอนต่างธนาคาร ผู้ปกครองก็สามารถติดต่อโรงเรียนเพื่อขอรับเป็นเงินสดได้” น.ส.ตรีนุช กล่าว

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมหารหารศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ. มีจำนวนโรงเรียน 28,987 แห่ง มีนักเรียน 6,225,658 คน ได้รับเงิน 12,451.316 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ สพฐ.ได้ส่งเงินให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั้ง 245 แห่งเรียบร้อยแล้ว จากข้อมูลเมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา สทพ.ได้โอเงินให้โรงเรียน 90 เขต และยังไม่รายงานข้อมูล 155 เขต โดยโรงเรียนได้จายเงินให้ผู้ปกครองไปแล้ว 2,313,784 คน เป็นเงินจำนวน 4,627.57 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 37  ซึ่ง สพฐ.ได้โอนเงินลงไปให้เขตพื้นที่การศึกษา ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2564 และวันที่ 2 เขตฯได้โอนเงินให้โรงเรียน และวันที่ 3 โรงเรียนก็ได้เริ่มจ่ายเงินให้ผู้ปกครอง 

สำหรับบรรยากาศการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ปกครองและนักเรียนของโรงเรียนธรรมศาลา  ได้มีผู้ปกครองและนักเรียนจำนวนหนึ่งมารอรับเงินเยียวยา เนื่องจากวันนี้ทางโรงเรียนจะจ่ายเงินเยียวยาเป็นวันสัดท้ายเพราะได้ดำเนินการจ่ายเงินให้นักเรียนเกือบครบทุกคนแล้ว 

โดย‪นางนัทธมน สระสมทรัพย์ คุณย่าของเด็กชายชานนท์ สงษ์ทอง นักเรียนชั้น ม.3/1 โรงเรียนวัดธรรมศาลา เดินทางมารับเงินเยียวยา กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้รับเงินเยียวยาทางการศึกษา จำนวน 2,000 บาท ก็จะเก็บไว้ซื้ออุปกรณ์ทางการศึกษาที่จำเป็น และซื้อชุดนักเรียนเพิ่มเติม สำหรับการเรียนออนไลน์ในช่วงนี้ได้เรียนผ่านมือถือ และจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตเดือนละ 200 บาท ก็เพียงพอต่อการเรียน โดยเรียนออนไลน์วันละ 3-5 ชั่วโมง เพราะบางวิชาเรียนผ่านใบงานจึงไม่รู้สึกเคลียดกับการเรียนออนไลน์ ‬

นักเรียนเตรียมตัว! ‘ตรีนุช’ ย้ำ ศธ.-รัฐบาลจ่อฉีดวัคซีนโควิดเด็กอายุ 12-18 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600179

นักเรียนเตรียมตัว! 'ตรีนุช'ย้ำ ศธ.-รัฐบาลจ่อฉีดวัคซีนโควิดเด็กอายุ 12-18 ปี

นักเรียนเตรียมตัว! ‘ตรีนุช’ย้ำ ศธ.-รัฐบาลจ่อฉีดวัคซีนโควิดเด็กอายุ 12-18 ปี

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.48 น.

“ตรีนุช”ย้ำ ศธ.-รัฐบาลเตรียมให้เด็กอายุ 12-18 ปี ได้ฉีดวัคซีน ส่วนนักเรียนเลวประกาศหยุดเรียนออนไลน์ 6-10 ก.ย.ให้ครูนักเรียนหาทางออก เพื่อก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากร่วมกัน

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีนักเรียนเลว ประกาศชวนนักเรียนไทยทั่วประเทศ หยุดเรียนออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 6 – 10 ก.ย.นี้ เพื่อเรียกร้องให้ ศธ.แก้ปัญหาการเรียนออนไลน์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากขึ้น เพราะนักเรียนมีความเคลียด และเรื่องการจัดสรรวัคซีนให้กับนักเรียน ว่า ตนเข้าใจในสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งเป็นสถานการไม่ปกติ ถึงแม้ว่าผลการเรียนออนไลน์จะไม่ได้ดีเท่ากับการเรียนปกติที่โรงเรียนที่นักเรียนได้เจอครูและเจอเพื่อนๆ ซึ่งทาง ศธ.เข้าใจประเด็นนี้ดี และรัฐบาลเองก็เข้าใจจึงได้มีการพูดถึงการฉีดวัคซีนให้กับเด็กที่มีอายุ 12 – 18 ปี ซึ่งขณะนี้วัคซีนไฟเซอร์กำลังจะเข้ามาในเดือนตุลาคมนี้ และ ศธ.ก็กำลังรอ ขณะเดียวกัน ศธ.ก็ได้ประสานงานกับทางกระทรวงสาธารณสุขอยู่ตลอด เพราะเด็กยังถือเป็นกลุ่มเปาะบาง ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองทุกคนด้วย ศธ.จึงให้ความสำคัญและต้องระมัดระวัง รวมถึง ศธ.จะต้องได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขด้วยว่าวัคซีนตัวใดที่จะสามารถฉีดให้เด็กได้

“ในหลักการ รัฐบาลโดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มนักเรียนต่างๆ ที่จะได้รับการฉีดวัคซีน เพื่อให้เด็กได้กลับมาเรียน
ในสถานที่ (Onsite) ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ได้ เพราะการที่เด็กมาเรียนที่โรงเรียน เป็นวิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุด หากไม่สามารถจัดการเรียนการสอนแบบ Onsite ได้ เด็กจะเกิดความเครียด ส่วนที่กลุ่มนักเรียนเลวประกาศหยุดเรียนออนไลน์นั้น ดิฉันเชื่อว่าคุณครูทุกคนเข้าใจ และ ศธ.ก็ไม่ได้มีมาตรการในการต่อต้าน หรือสร้างความรุนแรง โดยเฉพาะสถานการณ์ช่วงนี้ทั้งครูและนักเรียนก็ตั้งทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ในเรื่องของขบวนการคิดต่างๆ  ที่อาจจะมีความแตกต่างกันบ้าง แต่ก็ให้คุยกันและหาแนวทางร่วมกันเพื่อที่จะก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ซึ่งดิฉันก็เชื่อว่าจะดีขึ้นในเร็วๆ นี้” น.ส.ตรีนุช กล่าว

กสศ.- ธนาคารโลก ห่วงปัญหาความเหลื่อมล้ำการศึกษาพุ่ง ชี้ต้องเร่งยกระดับคุณภาพ รร. อย่างทั่วถึง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600178

กสศ.- ธนาคารโลก ห่วงปัญหาความเหลื่อมล้ำการศึกษาพุ่ง ชี้ต้องเร่งยกระดับคุณภาพรร.อย่างทั่วถึง

กสศ.- ธนาคารโลก ห่วงปัญหาความเหลื่อมล้ำการศึกษาพุ่ง ชี้ต้องเร่งยกระดับคุณภาพรร.อย่างทั่วถึง

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.40 น.

กสศ.- ธนาคารโลก ห่วงปัญหาความเหลื่อมล้ำการศึกษาพุ่ง  ชี้ต้องเร่งยกระดับคุณภาพรร.อย่างทั่วถึงและมีมาตรการพิเศษ สำรวจล่าสุดพบนักเรียนยากจนพิเศษทุบสถิตินิวไฮ 1.3 ล้านคน   กว่า 43,060 คนไม่กลับมาเรียนต่อ

ผลสำรวจชี้ว่าเด็กยากจนพิเศษ 271,888 คน ใน 29 จังหวัดระบาดหนัก ขาดแคลนไฟฟ้าและอุปกรณ์เข้าถึงการเรียนออนไลน์ ด้านเวิล์ดแบงก์คาดการณ์ หากปิดโรงเรียนถึงสิ้นปีนี้ เด็กไทยความรู้ถดถอย 1.27 ปี มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 3.9 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 30% ของจีดีพี 

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ‘สำรวจสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในวิกฤตโควิด-19 การศึกษาไทยเดินหน้าอย่างไร ไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการเรียนรู้’ 

ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุดปีการศึกษา 1/2564 มีเด็กยากจนและยากจนพิเศษรวมประมาณ 1.9 ล้านคน ถือเป็นสัดส่วนที่สูงมาก เมื่อเทียบกับเด็กทั้งหมด  ในช่วงวัยเรียนการศึกษาภาคบังคับที่มีประมาณ 9 ล้านคน 

“ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้รายได้ของครอบครัวเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ลดลงเหลือเฉลี่ยเดือนละ 1,094 บาท อีกทั้งในรายละเอียดพบว่า รายได้จากการเกษตรหรือด้านอื่น ๆ ส่วนใหญ่ลดลง แต่รายได้ที่เพิ่มมาจาก สวัสดิการรัฐ เงินช่วยเหลือเยียวยา และผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้จำนวนเด็กยากจนพิเศษที่คัดกรองรอบใหม่ภาคเรียนที่ 1/2564 เพิ่มมากขึั้นเป็นนิวไฮ คือ 1,302,968 คน หรือเพิ่มขึ้น 128,524 คน จากภาคเรียนที่ 2/2563 โดยคาดหวังว่าจำนวนเด็กที่ยากจนฉับพลันหลังสถานการณ์โควิด-19 จะเป็นแค่เพียงสถานการณ์ชั่วคราวที่จะคลี่คลายและกลับไปสู่สภาวะปกติได้ในอีกระยะเวลาไม่นาน

“จากความสุ่มเสี่ยงที่เด็กยากจนพิเศษจะหลุดจากระบบการศึกษา ที่ผ่านมา กสศ. ได้เข้าไปช่วยสนับสนุนทุนการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนยากจนพิเศษในช่วงชั้นรอยต่อกลับเข้าเรียนได้ โดยจากการติดตามล่าสุด ณ เดือนสิงหาคม พบว่านักเรียนยากจนพิเศษช่วงชั้นรอยต่อ 294,454 คนนั้น 82.82% หรือ 242,081 คนเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้ว แต่ยังมีเด็ก 43,060 คน หรือ 14.6% ยังไม่พบข้อมูลว่าได้กลับเข้ามาเรียนต่อ โดยส่วนใหญ่อยู่ในระดับ ม.3 จำนวน 33,710 คน และ ป.6 จำนวน 8,699 คน เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ติดตามเด็กกลุ่มนี้ไม่ให้หลุดออกจากระบบการศึกษา ทำให้เขาได้รับโอกาสและสิทธิประโยชน์” 

รองผู้จัดการ กสศ. กล่าวอีกว่า กสศ.ยังได้สำรวจนักเรียนยากจนพิเศษในพื้นที่ 29 จังหวัดที่ประสบปัญหาการเรียนช่วงโควิด-19 เนื่องจากไม่มีไฟฟ้าและอุปกรณ์ พบว่ามีนักเรียนที่ประสบปัญหาถึง 87.94% หรือ 271,888 คน โดยจังหวัดที่พบปัญหามากที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ตาก นครราชสีมา และยะลา 

“โควิด-19 ยังส่งผลกระทบต่อเด็กในเรื่องการติดเชื้อที่พบตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากต้นเดือนสิงหาคมที่มีเด็กติดเชื้อ 65,086 คน ขยับขึ้นเป็น 138,329 คนในต้นเดือนกันยายน และมีเด็ ก 366 คนสูญเสียพ่อแม่จากโควิด-19 ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ควรได้รับการดูแลระยะยาวลักษณะเดียวกับความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้ หรือสึนามิ ภัยพิบัติทางธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่ให้ความช่วยเหลือเด็กที่ต้องสูญเสียพ่อแม่ผู้ปกครองจากเหตุการณ์เหล่านั้น ให้ได้รับการศึกษาจนจบปริญญาตรี เพราะไม่มีใครมาช่วยดูแลพวกเขา รวมทั้งยังมีประเด็นเรื่องผลกระทบระยะยาว หรือ Long Covid ที่เด็กจะได้รับผลกระทบทางสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งควรได้รับการติดตามเป็นระยะ ตั้งแต่ 6 เดือนไปถึง 3 ปี โดยจะเห็นว่าที่ผ่านมา กสศ.ได้ร่วมมือกับหลายฝ่ายตั้งศูนย์ช่วยเหลือวิกฤตโควิด-19 อีกด้านหนึ่ง โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว ทำให้สูญเสียการพัฒนาทุนมนุษย์ ในวันที่เด็กเกิดน้อยลง มีเด็กจำนวนมากที่กำลังเสี่ยงจะหลุดจากระบบการศึกษา และยังเผชิญกับเรื่องความรู้ถดถอย หลังจากโควิดเราหวังว่าจะนำไปสู่ Build back equity นำความเสมอภาคกลับมา ประเทศก็จะสร้างการเจริญเติบโต 

“กสศ. กำลังแสวงหาความร่วมมือเพื่อช่วยให้เด็กๆ ไม่หลุดจากระบบการศึกษา เป็นความพยายามที่อยากให้คนไทยทุกภาคส่วนเข้าไปสนับสนุนในส่วนไหนก็ได้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้เกิดความร่วมมือ ทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ ประชาชน ผู้นำทางความคิด มาร่วมเป็นเครือข่ายทางสังคมที่แน่นแฟ้น เอาชนะอุปสรรคไปด้วยกัน ทาง กสศ.ก็จะพยายามนำข้อมูลที่มีอยู่ มาแปลงเป็นความร่วมมือเพื่อสร้างความเสมอภาคให้เกิดขึ้น” รองผู้จัดการ กสศ.กล่าว 

ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์ทรัพยากรมนุษย์ กลุ่มงานการศึกษา ประจำธนาคารโลกสำนักงานประเทศไทย กล่าวว่า ผลการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของโควิด-19 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2020 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีเด็กที่ได้รับผลกระทบจากการปิดเรียนราว 369 ล้านคน จากจำนวนประชากรเด็ก 375 ล้านคนทั่วโลก 

หลายประเทศจึงได้นำวิธีการต่างๆ มาใช้เพื่อลดความสูญเสียทางการศึกษาให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ด้วยการจัดการศึกษาผ่านออนไลน์ โทรทัศน์ ผสมผสานกับสื่อการเรียนรู้หลายรูปแบบ เช่น สั่งงานหรือการบ้าน ที่จะครอบคลุมถึงเด็กทุกกลุ่มไม่ให้หลุดจากการเรียนรู้ 100% อย่างไรก็ตาม การเรียนทางไกลกลับทำให้ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายิ่งชัดเจนขึ้น 

ประเทศที่ถือว่าจัดการศึกษาออนไลน์ในระดับที่ประสบความสำเร็จ เช่น ประเทศจีน ที่ผลสำรวจชี้ว่าถึงแม้ครูกว่า 70% ยืนยันว่าเครื่องมือและระบบที่พร้อมและมีความเสถียรช่วยให้การจัดการศึกษาเข้าถึงนักเรียนได้ แต่อีก 40% ระบุว่าการเรียนผ่านระบบออนไลน์ทำให้เกิดปัญหาในการโต้ตอบกับนักเรียน รวมถึงอีกมากกว่า 50% ไม่สามารถจัดระเบียบควบคุมชั้นเรียนได้ 

สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจาก PISA ระบุว่า ก่อนวิกฤตโควิด-19 มีเด็กนักเรียนในกลุ่มยากจนด้อยโอกาสเข้าถึงคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเพียง 20% ขณะที่กลุ่มเด็กจากครอบครัวที่พร้อมสามารถเข้าถึงได้ 90% ดังนั้นจึงคาดการณ์ได้ว่าหากสถานการณ์การเรียนทางไกลเพื่อรับมือโรคระบาดยังยืดเยื้อต่อไป จะยิ่งส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา เกิดช่องว่างเพิ่มขึ้นในเด็กที่มาจากครอบครัวต่างกัน

ผลการศึกษาประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบว่า การจัดการศึกษาทางไกลทำให้ความรู้ของเด็กนักเรียนสูญหายไปราว 50% หรือเท่ากับเวลาประมาณครึ่งปี และหากสถานการณ์ยังต่อเนื่องไปถึงสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2021 อัตราการสูญหายทางการเรียนรู้ของเด็กจะยิ่งเพิ่มขึ้นไปเท่ากับช่วงเวลา 1 ปี การคาดการณ์ดังกล่าวสะท้อนไปถึงผลที่จะเกิดกับเศรษฐกิจในอนาคตว่า จะมีมูลค่าความสูญเสียมากกว่า 9 ล้านล้านดอลลาร์ 

ขณะที่ในประเทศไทย ถ้าสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลงจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2021 อัตราการสูญเสียการเรียนรู้จะอยู่ที่ประมาณ 1.27 ปี คิดความเสียหายเป็นมูลค่าประมาณ 3.9 แสนล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่ากับ 30% ของ GDP  ซึ่งในอนาคตเด็กกลุ่มนี้จะทยอยเข้าสู่ตลาดแรงงาน ความรู้ที่สูญเสียไปจะหมายถึงคุณภาพของตลาดแรงงานที่ด้อยลง และเด็กกลุ่มนี้จะต้องอยู่ในตลาดแรงงานจนถึงปี 2081 หรือ 60 ปีนับจากนี้ และทุนมนุษย์ที่สูญเสียไปในช่วงนี้จะลดทอนศักยภาพอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโดยตรง ทั้งการสะสมทุน ผลผลิตของประเทศ รวมไปถึงการลดลงของพัฒนาการในทุกด้าน 

ดร.ดิลกะ กล่าวว่า ปัญหาการศึกษาไทยมีมาก่อนวิกฤตโควิด-19 โดยตัวเลขจาก OECD ระบุว่า เด็กนักเรียนไทยกว่า 60% มีทักษะทางวิชาการต่ำกว่ามาตรฐานการเรียนรู้ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม OECD ด้วยกัน โดยปัญหาหลักที่พบคือ การขาดแคลนทรัพยากรทางการศึกษา โดยเฉพาะบุคลากรครูที่ไม่เพียงพอในโรงเรียนทุกระดับ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในโรงเรียน เช่น อุปกรณ์การเรียนการสอน หรือเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเอื้อต่อการจัดการศึกษาในปัจจุบัน

ขณะที่กลุ่มงานการศึกษา ประจำธนาคารโลกสำนักงานประเทศไทย มีแผนการทำงานร่วมกับ กสศ. และ สพฐ. ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้วยโครงการ Fundamental School Standard ซึ่งทำสำเร็จมาแล้วในประเทศต้นแบบ

โดยจะทำการเก็บข้อมูลเบื้องต้น ทั้งการบริหารจัดการ ความเพียงพอของโครงสร้างพื้นฐาน เริ่มจากโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลจนถึงโรงเรียนในเมืองทั่วประเทศ แล้วนำมาออกแบบนิยามมาตรฐานโรงเรียนที่มีคุณภาพ เพื่อให้ สพฐ.มีแนวทางในการแก้ปัญหาของแต่ละโรงเรียนให้ถูกจุด เพิ่มเติมในส่วนที่ขาด และยกระดับมาตรฐานทุกโรงเรียนให้ทัดเทียมกัน  ทำให้ในอนาคตไม่ว่าเด็กจะอยู่ในพื้นที่ใด ก็จะสามารถเข้าถึงโรงเรียนที่มีคุณภาพได้
 

‘พระมหาไพรวัลย์’ ฝากถึง ‘ศรีสุวรรณ’ ทำไมร้องเก่ง คุยธรรมนะ ไม่ใช่เผาศพ จะต้องทำเป็นเศร้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600162

'พระมหาไพรวัลย์'ฝากถึง'ศรีสุวรรณ' ทำไมร้องเก่ง คุยธรรมนะ ไม่ใช่เผาศพ จะต้องทำเป็นเศร้า

‘พระมหาไพรวัลย์’ฝากถึง’ศรีสุวรรณ’ ทำไมร้องเก่ง คุยธรรมนะ ไม่ใช่เผาศพ จะต้องทำเป็นเศร้า

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.12 น.

วันที่ 6 กันยายน 2564 จากกรณีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ทำคำร้องส่งไปยังมหาเถรสมาคมผ่าน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแก่งชาติ เพื่อขอให้มีบัญชาสอบสวนเอาผิดภิกษุอลัชชี(ผู้ไม่ละอาย)ที่ชอบเล่นโชเขียลมีเดียโดยไลฟ์สดเอาธรรมะมาสอนเป็นเรื่องตลกขบขัน ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ‘ศรีสุวรรณ’ร้องมหาเถรสมาคม-สำนักพุทธฯ สอบเอาผิด‘2พส.’

ล่าสุด พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กระบุว่า... “ร้องเก่งขนาดนี้ เดอะวอยซ์ต้องเข้าแล้วแหล่ะ สภาพพพ” และ “อ๊าวววว แล้วศรีเป็นนักร้องหรอ ทำไมร้องเก่งงงง” นอกจากนี้ยังได้คอมเมนต์กับแฟนคลับระบุว่า “คุยธรรมนะฮะ ไม่ใช่รอเผาศพคนตาย จะให้ต้องทำเป็นเศร้า”

‘อัษฎางค์’ ชี้เปรี้ยง! 2 พส. อาบัติปาจิตตีย์ คือ ‘การละเมิดอันยังกุศลให้ตกมี 92 ข้อ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600158

‘อัษฎางค์’ ชี้เปรี้ยง!2พส. อาบัติปาจิตตีย์ คือ‘การละเมิดอันยังกุศลให้ตกมี92ข้อ’

‘อัษฎางค์’ ชี้เปรี้ยง!2พส. อาบัติปาจิตตีย์ คือ‘การละเมิดอันยังกุศลให้ตกมี92ข้อ’

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.00 น.

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ด้านประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค ระบุว่า  อาบัติปาจิตตีย์

คือ “การละเมิดอันยังกุศลให้ตก มี ๙๒ ข้อ เช่น

๑.ห้ามพูดปด

๒.ห้ามด่า

๓.ห้ามพูดส่อเสียด

พูดส่อเสียด หรือ ปิสุณาวาจา โดยทั่วไปหมายถึง เจตนาพูดส่อเสียดเหน็บแหนม กระทบกระเทือบ ถากถาง เย้ยหยันให้ผู้อื่นได้รับความเสียใจ คับแค้นใจ ขุ่นเคือง โกรธ อับอาย มีความทุกข์

แต่ “การพูดส่อเสียด ตามพระศาสดาบัญญัติ” เป็นหนึ่งในสัมมาวาจา ในมรรคแปด

……………………………………………………………………

มรรค 8 คือหนทางสู่การดับทุกข์

เป็นหัวใจสำคัญของพุทธศาสนา

มรรค คือ หนทางสู่ความดับทุกข์ เป็นหนึ่งใน อริยสัจ 4 จึงเรียกอีกอย่างว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา หรือการลงมือปฏิบัติเพื่อให้พ้นจากทุกข์

มรรค 8 ประกอบด้วยองค์ประกอบ 8 ประการ คือ

๑)สัมมาทิฏฐิ ๒)สัมมาสังกัปปะ ๓)สัมมาวาจา ๔)สัมมากัมมันตะ ๕)สัมมาอาชีวะ ๖)สัมมาวายามะ ๗(สัมมาสติ ๘)สัมมาสมาธิ

จากข้อ ๓)สัมมาวาจา(วาจาที่ถูกต้อง) หมายถึง การเว้นจากการพูดเท็จ หยาบคาย ส่อเสียด และเพ้อเจ้อ

……………………………………………………………………

ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย บุคคลผู้ประพฤติไม่เรียบร้อย คือ ไม่ประพฤติธรรมด้วยวาจา ๔ อย่าง

๑. เว้นจากการพูดเท็จ

ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้กล่าวคำเท็จ … เป็นผู้กล่าวเท็จทั้งรู้อยู่

๒. เว้นจากการพูดส่อเสียด

เป็นผู้พูดส่อเสียด คือ ได้ฟังแต่ข้างนี้แล้วนำไป

บอกข้างโน้น … และกล่าววาจาที่เป็นเครื่องทำให้แตกกันเป็นพวก ด้วยประการฉะนี้

๓. เว้นจากการพูดหยาบคาย

เป็นผู้มีวาจาหยาบ คือกล่าววาจาหยาบที่เป็นโทษ

เป็นผู้กล่าวไร้ประโยชน์ คือ พูดในเวลาที่ไม่ควรพูด

พูดเรื่องที่ไม่เป็นจริง พูดไม่เป็นประโยชน์ พูดไม่เป็นธรรม พูดไม่เป็นวินัย

๔.เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ

กล่าววาจาไม่มีหลักฐาน ไม่มีที่อ้าง ไม่มีที่สุด ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ โดยกาลไม่สมควร

ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย บุคคลผู้ประพฤติไม่เรียบร้อยคือ ไม่ประพฤติธรรมด้วยวาจา ๔ อย่าง เป็นอย่างนี้แล

……………………………………………………………………

สรุป

การพูดส่อเสียด คือ การเอาเรื่องของอีกคน ไปเล่าให้อีกคนฟัง ด้วยการกล่าววาจาที่เป็นเครื่องทำให้แตกกัน

ซึ่งสังคมที่กำลังแตกแยกก็เพราะ พูดส่อเสียด

•การพูดส่อเสียด เป็นส่วนหนึ่งของ”สัมมาวาจา”

•สัมมาวาจา เป็นส่วนหนึ่งของ”มรรค 8”

•มรรค 8 เป็นส่วนหนึ่งของ”อริยสัจ 4”

•มรรค 8 และ อริยสัจ 4 เป็นหนทางสู่การดับทุกข์

ซึ่งเป็นแก่นแท้อันสำคัญที่สุดของพุทธศาสนา

ผู้ที่พูดส่อเสียด ต้องอาบัติปาจิตตีย์

แต่การพูดของ พส. 2 คนนี้จะถือเป็นเป็นอาบัติปาจิตตีย์ หรือไม่ต้องรอผู้มีอำนาจพิจารณา

……………………………………………………………………

ผมรู้เรื่อง มรรค 8 เพราะชื่อผม”อัษฎางค์” แปลว่า องค์ ๘

ซึ่งองค์ ๘ ก็คือ มรรค ๘ นั้นเอง

อัษฎางค์ ยมนาค

เริ่มแล้ว 10 หลักสูตร START UP อบรมผู้ประกอบการออนไลน์ กับ สอศ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600137

เริ่มแล้ว 10 หลักสูตร START UP อบรมผู้ประกอบการออนไลน์ กับ สอศ.

เริ่มแล้ว 10 หลักสูตร START UP อบรมผู้ประกอบการออนไลน์ กับ สอศ.

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 11.21 น.

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมออนไลน์ “การเป็นผู้ประกอบการออนไลน์” ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 6 – 17 กันยายน 2564 ถ่ายทอดสดผ่าน Youtube : BC-BAT (บีซี แบท) Channel เวลา 09.00 – 12.00 น.

ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า การผลิตและพัฒนากำลังคนที่มี สมรรถนะ ทักษะ และคุณลักษณะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ให้สามารถปรับตัวและรู้เท่าทันต่อกระแส ความเปลี่ยนแปลงของโลก มุ่งเน้นคุณภาพของ ผู้สำเร็จการศึกษา เสริมสร้างทักษะและสมรรถนะผู้เรียน และกำลังแรงงาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะต้องดำเนินการ และเป็นการดำเนินงานที่ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายใต้วาระเร่งด่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ด้านการพัฒนาทักษะอาชีพของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้บูรณาการการทำงานของหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ และได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์พัฒนาอาชีพ และการเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัด (MOE CEC) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน

โครงการอบรมหลักสูตรการเป็นผู้ประกอบการออนไลน์ เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงศึกษาธิการ (MOE CEC) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาทักษะอาชีพให้กับครู นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้มีความรู้และทักษะอาชีพตามความเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยีและธุรกิจในปัจจุบัน สามารถนำไปสร้างอาชีพอิสระของตนเอง ถือเป็นการเพิ่มโอกาส และการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพตามความต้องการของผู้เรียน ผู้สนใจทั่วไปได้เป็นอย่างดี สามารถดำรงชีวิต ในสังคมในยุคปัจจุบันและสามารถดำเนินการได้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันในยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ทั้งนี้การฝึกอบรมในโอกาสข้างหน้ารูปแบบของการอบรม ก็จะมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมเพิ่มขึ้นตามบริบท และสถานการณ์ เช่น อาจเป็นการฝึกอบรมแบบออนไซต์ (on site)

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า การจัดอบรมหลักสูตรการเป็นผู้ประกอบการออนไลน์  สอศ.ได้รับเกียรติจากวิทยากรมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจออนไลน์ มาให้ความรู้ เพื่อให้ผู้ที่เข้าอบรม สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ได้จริง โดยมีหลักสูตรจำนวน 10 หลักสูตร ดังนี้ 1.Start-Up Business สร้างแบรนด์สินค้าให้ปังบนโลก Online 2.Business Model Canvas เข็มทิศนักธุรกิจพิชิตความสำเร็จ 3.เริ่มต้นเป็น Youtuber สู่การสร้างรายได้และอาชีพ 4.เทคนิคการแต่งภาพและตัดต่อวิดีโอ App canva 5.กฎหมายและความรับผิดชอบ ที่ผู้ประกอบการออนไลน์ต้องรู้ 6.พื้นฐานการขายสินค้าออนไลน์บน Facebook 7.การยิงแอดโฆษณาอย่างไร ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย 8.พื้นฐานการขายสินค้าออนไลน์บน IG marketing 9.พื้นฐานการขายสินค้าออนไลน์บน Tik tok marketing และ 10.เทคนิคนักธุรกิจยุค Covid ปั้นยอดขายสู่หลักล้าน

สำหรับผู้สนใจ สามารถลงทะเบียนเรียน และเข้าเรียนออนไลน์ได้ที่ https://sites.google.com/view/neterpreneur-2021 พร้อมรับประกาศเกียรติบัตรเมื่อสำเร็จการฝึกอบรม

Zegna คอลเลคชั่น FW21 รีเซตแนวคิด #WHATMAKESAMAN #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600050

Zegna คอลเลคชั่น FW21 รีเซตแนวคิด #WHATMAKESAMAN

Zegna คอลเลคชั่น FW21 รีเซตแนวคิด #WHATMAKESAMAN

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อะไรคือความหมายของผู้ชายในทุกวันนี้? คำถามดังกล่าวเป็นหัวใจของทุกสิ่งที่เราทำที่ Zegna

มนุษย์มีวิวัฒนาการผ่านความสามารถในการก้าวไปข้างหน้าด้วยความคิดใหม่โดยไม่ลืมสิ่งที่มาก่อน แคมเปญ #WHATMAKESAMAN ของ Zegna แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายจากอิตาลี สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้งในยุคสมัยของเรา สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในนิสัย
ของผู้ชายสมัยใหม่ ตลอดจนเสื้อผ้าของพวกเขา การออกแบบเสื้อผ้าให้มีความร่วมสมัยสำหรับโลกใบใหม่นี้

Zegna ได้มองเห็นถึงโอกาสอันล้ำค่าในการ (รีเซต) แนวคิด What Makes a Man สำหรับคอลเลคชั่น Fall/Winter 2021 ที่มาพร้อมวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล เพื่อปรับลุคของผู้ชายให้ทันสมัยมากขึ้น สร้างสรรค์โดย Alessandro Sartori อาร์ทิสติกไดเร็กเตอร์

นวัตกรรมเสื้อผ้าของ Sartori ถือเป็นการประกาศสู่ยุคใหม่ในด้านรูปแบบและเอกลักษณ์ เป็นการตอบสนองต่อการใช้ชีวิตของผู้ชายในปัจจุบันโดยตรง สำหรับความเป็นจริงในปัจจุบันนี้ เราล้วนอาศัย ทำงาน และพักผ่อนอยู่ในที่ที่เดียว เนื่องจากเส้นขอบเขตระหว่างชีวิตส่วนตัวและชีวิตสาธารณะนั้นไม่ชัดเจนอีกต่อไป นี่จึงเป็นผลมาจากนวัตกรรมของงานฝีมือที่ก้าวหน้าของเรา

แคมเปญ Zegna Fall/Winter 2021 นำเสนอความคิดเห็นสมัยใหม่ที่มีความหลากหลาย สมาชิกผู้สร้างแรงบันดาลใจทั้ง 5 คนในชุมชนทั่วโลกของเรา รวมไปถึงนางแบบ 2 คน, นักเต้น, นักวางแผนและจัดซื้อสินค้าแฟชั่น และช่างภาพ ทั้งหมดนี้ล้วนท้าทายให้เราคิดทบทวนแนวความคิดอันเอนเอียงที่ฝังมานาน ทบทวนขอบเขตของความเป็นชายสมัยใหม่ และยืนยันค่านิยมที่สำคัญอย่างแท้จริงในปัจจุบัน

“การแต่งการของผู้ชายสมัยใหม่ ความต้องการและนิสัยของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างมากในปีที่ผ่านมา ลูกค้ากำลังมองหาสไตล์ที่แตกต่างออกไป เนื่องจากพวกเขาหันมาใช้ซิลลูเอทที่พลิ้วไหวมากขึ้น และเสื้อผ้าที่ใช้งานได้หลากหลายแต่สวมใส่สบาย ดังนั้นเสื้อผ้าจึงต้องสามารถเปลี่ยนได้ระหว่างในร่มและกลางแจ้งอย่างราบรื่นเพื่อสะท้อนถึงพฤติกรรมและความรู้สึกของเรา” Alessandro Sartori อาร์ทิสติกไดเร็กเตอร์กล่าว

แคมเปญ Zegna Fall/Winter 2021 ผสมผสานการแต่งตัวผู้ชายเข้ากับประโยชน์ใช้สอยที่มากขึ้น โดยคอลเลคชั่นนี้นำเสนอ The New Jacket ซึ่งรวมถึงเสื้อ Overshirt อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งกลายเป็นตัวเลือกที่ต้องมีสำหรับเสื้อเบลเซอร์ และฤดูกาลนี้ยังได้ออกแบบรองเท้าอันเป็นเอกลักษณ์ที่คงทนถาวรที่สุดคู่หนึ่งของเรา นั่นคือ Triple Stitch Sneaker ซึ่งปรับโฉมใหม่ในแนวคิด #UseTheExisting ด้วยการผลิตจากผ้าขนสัตว์14MILMIL14 ที่ผ่านกระบวนการที่นำขยะหรือวัสดุเหลือใช้มาชุบชีวิตใหม่

‘เชฟนูรอ’ เปิดแบรนด์ ‘Azian by Blue Elephant’ เดลิเวอรี่ความอร่อยรสชาติไทยและเอเชียถึงบ้านคุณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600003

‘เชฟนูรอ’เปิดแบรนด์‘Azian by Blue Elephant’  เดลิเวอรี่ความอร่อยรสชาติไทยและเอเชียถึงบ้านคุณ

‘เชฟนูรอ’เปิดแบรนด์‘Azian by Blue Elephant’ เดลิเวอรี่ความอร่อยรสชาติไทยและเอเชียถึงบ้านคุณ

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ แห่งร้านอาหารบลู เอเลเฟ่นท์ ชวนลิ้มลอง “Azian by Blue Elephant” เมนูที่เชฟตั้งใจสร้างสรรค์ด้วยความรัก เพราะต้องการให้ทุกคนได้รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Simply Delicious” พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของอาหารรสชาติไทยแท้และเอเชีย อาทิ ข้าวแกงอินเดีย, ข้าวแกงไทย, อาหารฮาลาล, อาหารย่าง ฯลฯ ให้อร่อยแบบง่ายๆ ในราคาเบาๆ เริ่มต้นเพียง 75-160 บาท โดยปรุงใหม่สดจากวัตถุดิบคุณภาพดีที่คัดสรรมาจากทั่วประเทศ และคุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19 ในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารทุกจานส่งถึงมือลูกค้าไร้ความกังวัล

เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ แห่งร้านอาหาร บลู เอเลเฟ่นท์ ผู้สร้างตำนานความอร่อยของอาหารไทยมายาวนานกว่า 41 ปี ด้วยหัวใจที่รักในการทำอาหารและมักจะสร้างสรรค์เมนูแปลกใหม่จากหลากหลายวัฒนธรรม กล่าวว่า “Azian by Blue Elephant” เป็นแบรนด์อาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทาน ที่ผสมผสานความหลากหลายทางวัฒนธรรมของไทยและเอเชียเข้าด้วยกัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ที่ได้เดินทางไปชิมอาหารและสัมผัสวัฒนธรรมต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอาหารอินเดีย “ดิฉันชอบมาก” และยังได้มีโอกาสเรียนรู้การทำอาหารอินเดีย เมื่อครั้งที่ได้รับเชิญให้ไปเป็นเชฟของโรงแรมหรูในเครือ Taj Group ทั้งยังได้เปิดร้านอาหารอินเดียที่ลอนดอน และเบลเยียมอีกด้วย”

สามารถสั่งความอร่อยจาก “Azian by Blue Elephant” ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.30-19.30 น. ที่ โทร.02-1159830 / 080-0701771, Line : @azian https://page.line.me/azian, GRAB : AZIAN by Blue Elephant – ซอยสุขุมวิท 13 https://bit.ly/2VtWLY4, LINEMAN : https://wongn.ai/1rwgv และยังสามารถเลือกซื้ออาหารแบรนด์ “Azian by Blue Elephant” แบบ Take Home ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตของ
Icon Siam, Siam Takashimaya, UG Zone / Siam Paragon, Gourmet Market, G Floor / Central Chidlom, Tops Market, G Floor / Central Ladprao, Tops Market, G Floor ไปลิ้มลองความอร่อยในแบบเชฟนูรอ ได้เช่นเดียวกัน

เปิดไพรเวทวิลล่าติดชายหาด ของ ‘ภูริ หิรัญพฤกษ์’ มรดกของตระกูลบนเกาะนาคาน้อย เปิดจองผ่าน Airbnb #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600008

เปิดไพรเวทวิลล่าติดชายหาด ของ‘ภูริ หิรัญพฤกษ์’  มรดกของตระกูลบนเกาะนาคาน้อย เปิดจองผ่าน Airbnb

เปิดไพรเวทวิลล่าติดชายหาด ของ‘ภูริ หิรัญพฤกษ์’ มรดกของตระกูลบนเกาะนาคาน้อย เปิดจองผ่าน Airbnb

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หากใครที่เคยฝันถึงการหลีกหนีความจำเจวุ่นวายในเมืองแล้วไปพักผ่อนเงียบๆ บนเกาะที่สวยงามราวสรวงสวรรค์ตอนนี้คุณสามารถจองที่พักเพียงหนึ่งเดียวบนเกาะส่วนตัวได้แล้วบนแพลตฟอร์มของ Airbnb โดยเจ้าของที่พักแห่งนี้คือ ภูริ หิรัญพฤกษ์ เซเลบริตี้คนดังที่เป็นทั้งดารา นายแบบและพิธีกร

ไพรเวทวิลล่าบนเกาะนาคาน้อย อยู่ห่างจากชายฝั่งตะวันออกของภูเก็ตโดยใช้เวลานั่งเรือไปเพียงไม่กี่นาทีวิลล่าติดชายหาดหลังใหญ่ขนาด 4 ห้องนอนแห่งนี้ สามารถรองรับผู้เข้าพักได้สูงสุดถึง 8 คน และยังมีระเบียงกว้างขวางให้ออกไปนั่งเล่นรับลมทะเลและชมวิวพาโนราม่าอันสวยงาม ถือเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบเป็นอย่างมากเหมาะสำหรับทริปครอบครัวหรือเพื่อนฝูงคนสนิทที่จะได้มาพักผ่อนค้างคืนดื่มด่ำไปกับธรรมชาติบนเกาะแบบส่วนตัว วิลล่าแห่งนี้เป็นมรดกตกทอดของ ภูริ และครอบครัวหิรัญพฤกษ์ ซึ่งเดิมทีเคยเป็นบ้านพักตากอากาศของครอบครัว  “คุณปู่ของผมมาเที่ยวที่เกาะแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2505 แล้วก็ตกหลุมรักความสวยงามของธรรมชาติที่นี่ ท่านจึงตัดสินใจซื้อเกาะแห่งนี้ หลังจากนั้นจึงได้สร้างที่พักผ่อนสำหรับครอบครัว” ซึ่ง ณ ปัจจุบันบริเวณที่พักแห่งนี้ยังมีจุดดำน้ำให้คุณได้เพลิดเพลินทั้งการชมความสวยงามใต้ท้องทะเลและหาดทรายขาวน้ำทะเลใสราวกับคริสตัล

ผู้เข้าพักจะต้องชื่นชอบความเงียบสงบของเกาะและวิวทะเลที่สวยงามของผืนทะเลอันกว้างใหญ่ ที่สามารถมองเห็นเมืองภูเก็ตได้จากระยะไกล ภูริ ยังเล่าเสริมด้วยว่า “ความมหัศจรรย์ที่สุดอย่างหนึ่งของการมาพักบนเกาะแห่งนี้ คือ การได้ชมภาพ
ที่สวยงามอลังการซึ่งคุณจะไม่มีทางลืมได้เลยจากการชมวิวของพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่ลาลับแสงหลังทิวเขา นอกจากนี้ สิ่งที่ผมชอบที่สุดก็คือ แค่เดินออกไปจากวิลล่าเพียงไม่กี่ก้าวเท้าของเราก็จะได้สัมผัสกับน้ำทะเลสีฟ้าใสอันสวยงามของทะเลอันดามัน”

ทีมงานของวิลล่าทำงานอย่างใกล้ชิดกับคนในชุมชนโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาวัตถุดิบต่างๆ ที่นำมาจากชุมชนอ่าวปอบนเกาะภูเก็ต และหากผู้เข้าพักต้องการจะจัดบาร์บีคิวแบบส่วนตัวหรืออยากจะจัดมื้ออาหารค่ำสุดพิเศษบนเกาะ ทางวิลล่าก็ยังมีบัตเลอร์เพื่อคอยดูแลพร้อมให้บริการทุกอย่างตามต้องการได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้เข้าพักสามารถนั่งเล่นพักผ่อนบนหาดส่วนตัวที่มีแนวชายหาดยาวสีขาวได้ตลอดทั้งวัน หรือจะออกไปสนุกกับกิจกรรมทางน้ำต่างๆ มากมาย อาทิ ดำน้ำ แล่นเรือใบ พายเรือคายัค หรือ แพดเดิ้ลบอร์ด และหากใครต้องการจะออกไปสำรวจสถานที่ต่างๆ โดยรอบก็สามารถพายเรือคายัคไปยังเกาะใกล้เคียงได้

“เกาะนาคาน้อย กำลังเป็นจุดหมายปลางทางของการท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงและเป็นสถานที่ที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการมาผ่อนคลายความเครียดและเติมพลัง ครอบครัวของเรารู้สึกดีใจมากที่สามารถมอบโอกาสให้กับผู้เข้าพักซึ่งต่างจากการเข้าพักในโรงแรมทั่วไป สามารถเปลี่ยนมาลองสัมผัสกับประสบการณ์แบบส่วนตัวครั้งหนึ่งในชีวิต” ภูริ กล่าวเพิ่มเติม

Airbnb ได้จัดแคมเปญ #RediscoverThailand ขึ้นเพื่อโปรโมทสถานที่อันสวยงาม วัฒนธรรม ชุมชนท้องถิ่น และอาหารไทยอันโด่งดัง ถือเป็นการส่งเสริมให้ผู้คนทั่วไปได้ลองหาเวลาออกเดินทางไปสำรวจประเทศไทยในมุมมองใหม่ๆ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้อีกทางหนึ่งตลอดปีนี้

หากคุณกำลังมองหาสถานที่สำหรับวันหยุดพักผ่อนครั้งต่อไปเพื่อหลีกหนีชีวิตประจำวันอันแสนวุ่นวายและจะได้ออกไปใช้ช่วงเวลาดีๆ ที่มีคุณภาพกับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน สามารถจองไพรเวทวิลล่าบนเกาะนาคาน้อยได้แล้วบนแพลตฟอร์มของ Airbnb 

Airbnb ก่อตั้งขึ้นในปี 2007 โดยเจ้าของที่พัก 2 คน เปิดบ้านต้อนรับแขกผู้เข้าพัก 3 คน ในซานฟรานซิสโก ปัจจุบัน Airbnb เติบโตด้วยจำนวนผู้ให้บริการที่พัก (โฮสต์) กว่า 4 ล้านคน และได้ต้อนรับแขกผู้เข้าพักมากกว่า 900 ล้านคน ในเกือบทุกประเทศทั่วโลก ในทุกๆวันโฮสต์ต่างให้บริการที่พักและจัดเอ็กซ์พีเรียนซ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเพื่อให้ทุกคนมีประสบการณ์ที่แท้จริง และคอนเน็คกันได้ยิ่งกว่าที่เคย

ยูนิซิตี้เปิดตัวเซรั่มบำรุงผิวอย่างล้ำลึกและตรงจุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/599989

ยูนิซิตี้เปิดตัวเซรั่มบำรุงผิวอย่างล้ำลึกและตรงจุด

ยูนิซิตี้เปิดตัวเซรั่มบำรุงผิวอย่างล้ำลึกและตรงจุด

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดตัว Neigene Evolution Expert Ampoule เซรั่มบำรุงผิวอย่างล้ำลึกได้ถูกพัฒนาและผสานนวัตกรรมเทคโนโลยีการนำสารสำคัญเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ด้วยส่วนผสมที่ถูกคัดสรรเป็นอย่างดี อาทิ Gold-Tox ผสมสารสกัดจากโสมไซบีเรียลและกระเทียม ที่ช่วยให้ริ้วรอยที่เกิดขึ้นแลดูลดลง Bakuchiol พืชสมุนไพรที่ทำหน้าที่เสมือน เรตินอล จากธรรมชาติโดยไม่ทำให้ผิวระคายเคือง ช่วยลดเลือนริ้วรอยให้แลดูจางลง และดูอ่อนเยาว์ Sooting Cooler รวมสารสกัดจากพืช ประกอบด้วย อะเวร่า และเคลป์ ช่วยให้ผิวเย็นสดชื่นและลดปัญหารอยแดงจากสิว นอกจากนี้ ยังมีสารอาหารที่สำคัญต่อผิวอีกหลายชนิด ที่ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ สนใจผลิตภัณฑ์ติดต่อ บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด (สำนักงานใหญ่) ช่องทางออนไลน์ และศูนย์ DSC ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.unicity.com หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-0926777 ติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ http://www.unicity.com, ushop.unicity.com ,Facebook: Unicity Thailand, IG : Unicity_thailand, Line : @unicity