มฟล.ครบรอบ 23 ปี สถาปนามหาวิทยาลัย จัดกิจกรรมประจำปีผ่านช่องทางออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/604613

มฟล.ครบรอบ 23 ปี สถาปนามหาวิทยาลัย จัดกิจกรรมประจำปีผ่านช่องทางออนไลน์

วันเสาร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.11 น.

23 ปี มฟล. ปฏิบัติภารกิจอุดมศึกษาครบถ้วน หวังก้าวสู่มหาวิทยาลัยชั้นนําของอาเซียนที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มุ่งพัฒนาการการเรียนการสอนให้นักศึกษาพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงตอบโจทย์ความต้องการของตลาดงานในอนาคต พร้อมอัพเกรดสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัลเต็มรูปแบบ เปิด 3 หลักสูตรใหม่สอดคล้องสถานการณ์ ด้านวิจัยมีผลงานที่ได้รับการยอมรับในวงวิชาการ ได้รับอันดับ 1 จาก THE World University Rankings ต่อเนื่องกัน 3 ปีซ้อน ส่วนโรงพยาบาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง รับผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 เข้ารับการรักษาไปแล้ว 1,515 คน

วันที่ 25 กันยายน 2564 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ได้ดำเนินพันธกิจกรรมของสถาบันอุดมศึกษาทั้งการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมมาอย่างต่อเนื่อง และครบรอบ 23 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย ในวันเสาร์ที่ 25 กันยายน 2564 นี้ จึงได้จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 23 ปีแห่งการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผ่านช่องทางออนไลน์  http://www.facebook.com/MFUconnect  

โดยพิธีการเริ่มตั้งแต่ 10.30 น.เป็นต้นไป ด้วยพิธีถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พิธีทางศาสนา และพิธีถวายผ้าป่าเพื่อการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2564 จากนั้น ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีผู้ก่อตั้งและนายกสภามหาวิทยาลัย กล่าวแสดงความยินดี และกิจกรรมอธิการบดีรายงานประชาชน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ชยาพร วัฒนศิริ ก่อนจะเข้าสู่พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับผู้มีคุณูปการต่อมหาวิทยาลัย มอบใบประกาศเกียรติคุณให้พนักงานดีเด่น ทั้งสายวิชาการ และสายปฏิบัติการวิชาชีพและบริหารทั่วไป และมอบใบประกาศเกียรติคุณผู้สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย และพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาที่มีความจำเป็น

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีผู้ก่อตั้งและนายกสภามหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีและชื่นชมในการปฏิบัติภารกิจที่มีความสำเร็จครบถ้วนทุกประการตามที่ได้มุ่งหวังไว้ วันนี้มหาวิทยาลัยได้มีการพัฒนาเติบโตเป็นอย่างมาก และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในระดับประเทศและในนานาชาติ ดังที่ปรากฎในการจัดอันดับและการยอมรับโดยทั่วไป ปัจจุบันมีนักศึกษามาจากทุกจังหวัดในประเทศไทยและอีกกว่า 30 ประเทศทั่วโลก มีบัณฑิตที่จบการศึกษาไปแล้วกว่า 33,000 คน กระจายตัวออกไปทำงานอยู่ทุกภาคส่วน ซึ่งสิ่งต่างๆ ทั้งหลายย่อมแสดงให้เห็นถึงความยอมรับในคุณภาพของการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี ความสำเร็จทั้งหลายมาจากความพยายามความมุ่งมั่นของบุคลากรของมหาวิทยาลัยทุกฝ่าย การสนับสนุนจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน รวมทั้งคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องเป็นอย่างดี

รองศาสตราจารย์ ดร.ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดี กล่าวในกิจกรรมรายงานประชาชนว่า ในปีนี้สถานการณ์โควิด มฟล.ได้ปรับการเรียนการสอนออนไลน์ ทั้งยังส่งเสริมอาจารย์ได้พัฒนาการสอนรูปแบบใหม่ ที่ทันสมัย ก้าวข้ามข้อจำกัดของการเรียนออนไลน์เพื่อคงคุณภาพมาตรฐานการเรียนรู้ พัฒนาให้นักศึกษาทั้งทางวิชาการควบคู่กับทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เพื่อเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต โดยได้จัดตั้งสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง หรือ MFU Learning Innovation Institute (MLii) เพื่อขับเคลื่อนภารกิจนี้ให้บรรลุเป้าหมาย

ทั้งนี้ยังสามารถนำองค์ความรู้เหล่านี้ไปต่อยอด ผ่านโครงการ MFU Academy โดยเผยแพร่กิจกรรมบริการวิชาการรูปแบบใหม่ ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตอบสนองการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนในสังคม (Lifelong learning)

และเพื่อรองรับการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน และการบริหารมหาวิทยาลัยในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผัน Disruption นี้ มหาวิทยาลัยจึงดำเนินงานด้าน Digital Transformation นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในทุกภารกิจ เพื่อเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัล (Digital University) อย่างเต็มรูปแบบ ตลอดจนสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญทางดิจิทัลเพื่อตอบสนองการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างต่อเนื่อง เข้าถึงได้จากทุกพื้นที่ ทุกเวลา

มหาวิทยาลัยยังเปิดหลักสูตรใหม่ เพื่อให้ตรงกับสถานการณ์-ความต้องการของผู้เรียน ได้แก่ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางเชิงสร้างสรรค์ (ระดับปริญญาโท สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง), หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการวิเคราะห์ข้อมูลทางสุขภาพและชีวการแพทย์ (ระดับปริญญาโท สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ) และหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาสาธารณสุขศาสตร์ (ระดับปริญญาเอก สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ)

ด้านงานวิจัย ในปีที่ผ่านมามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีผลงานตีพิมพ์ในฐานข้อมูลระดับนานาชาติถึง 289 ผลงาน ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และในปีที่ผ่านมาได้รับงบประมาณด้านการวิจัยและนวัตกรรมจากภายนอกมากเป็นประวัติการณ์ ทั้งยังเป็น 1 ใน 13 สถาบัน ที่ได้รับงบประมาณสนุนภายใต้โครงการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2564 หรือ Reinventing University

23 ปีของ มฟล. ได้สั่งสมองค์ความรู้จนมีผลงานที่ได้รับการยอมรับในวงวิชาการ ได้รับอันดับ 1 จาก THE World University Rankings ต่อเนื่องกัน 3 ปีซ้อน ทั้งด้านภาพรวม ด้านการอ้างอิงผลงานทางวิชาการ และด้านความเป็นนานาชาติ

ทั้งยังได้รับคะแนนการประเมิน 94.96 คะแนน อยู่ในระดับ A ในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment:ITA) ประจำปี 2564 โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)

เนื่องจากวิกฤตโควิด-19 นอกจากมหาวิทยาลัยลดค่าธรรมเนียมการศึกษาพร้อมจัดหา SIM Internet เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนออนไลน์ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ยังได้ เปิดหอผู้ป่วยรวม (Cohort Ward) รองรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 ของจังหวัด-โครงการเจียงฮายปิ๊กบ้าน ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2564 – ปัจจุบัน มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาไปแล้ว 1,515 คน ให้บริการเป็นศูนย์การฉีดวัคซีนไปแล้ว 21,599 คน

23 ปีแห่งความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเกิดขึ้นด้วยความร่วมมือร่วมใจจากทุกคนในองค์กร ด้วยหลักการ New Different Better และ Together เพื่อก้าวสู่มหาวิทยาลัยชั้นนําของอาเซียนที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

เช็คที่นี่! ‘ตรีนุช’กางรายละเอียดแผนแก้ปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบเริ่มทันที #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/604583

เช็คที่นี่! 'ตรีนุช'กางรายละเอียดแผนแก้ปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบเริ่มทันที

วันเสาร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564, 11.58 น.

“ตรีนุช”กางแผนแก้ปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบเริ่มทันที พร้อมอบรมวินัยทางการเงินปีละ1 แสนคน เริ่มอบรมรุ่นแรก 1-15 ต.ค.นี้

เมื่อวันที่ 25 ก.ย.64 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้จัดทำแผนแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ ซึ่งในระยะแรกจะดำเนินการ 3 แผนงาน ดังนี้ แผนงานที่ 1.โครงการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบเป็นฐาน เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูร่วมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบ จำนวน 12 แห่ง 4 ภาค ๆ ละ 3 แห่ง ทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทุกแห่ง และส่วนราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่จังหวัด ภายในเดือนตุลาคมนี้ และขยายผลการดำเนินไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศที่มีความพร้อม ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป

สำหรับรูปแบบการดำเนินงานในโครงการดังกล่าว ได้มีการถอดบทเรียนจากสหกรณ์ตัวอย่าง 2 แห่ง คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมุทรปราการ จำกัด และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกำแพงเพชร จำกัด ซึ่งพบแนวทางการแก้ไขปัญหาในประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของสหกรณ์ออมทรัพย์ให้ต่ำลงไม่เกิน 3%

2.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สหกรณ์และสถาบันการเงินให้สอดคล้องกับสินเชื่อที่มีอัตราความเสี่ยงต่ำ 4.5-5%

3. จัดสรรผลกำไรมาเพิ่มเงินเฉลี่ยคืนเงินกู้ให้มากขึ้น ไม่น้อยกว่า 30% ของผลกำไร

4. การบริหารความเสี่ยง การลดค่าธรรมเนียมและการค้ำประกันที่ไม่จำเป็น

5. ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูยกเลิกการฟ้องคดี รวมหนี้จากทุกสถาบันการเงินมาไว้ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครู และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ แก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ในอัตรา 2.5 % การปรับโครงสร้างหนี้ครูก่อนเกษียณ อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และลดดอกเบี้ยเงินกู้แก่ครูที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป ตั้งแต่ 0.25-0.50.% ปรับลดการส่งค่าหุ้นรายเดือน

6. จัดทำฐานข้อมูลสมาชิกและการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับสถาบันการเงิน และต้นสังกัด

7. ร่วมกับส่วนราชการต้นสังกัดหัก ณ ที่จ่าย ควบคุมยอดหนี้ไม่ให้เกินความสามารถในการชำระหนี้ของสมาชิกสหกรณ์ จะต้องมีเงินเดือนเหลือไม่น้อยกว่า 30%

และ 8. ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ สร้างระบบพัฒนาและดูแลสมาชิกให้ความรู้เสริมสร้างวินัยและ การวางแผนทางด้านการเงิน การสร้างอาชีพเสริม ลดรายจ่าย เพิ่มการออม และไม่ก่อหนี้เพิ่ม

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ส่วนแผนงานที่ 2.คณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เจรจากับสถาบันการเงินเพื่อแก้ไขปัญหาครูรายที่ถูกฟ้อง พร้อมแนวทางการแก้ปัญหาของผู้ค้ำประกัน และการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 โดยให้มีการดำเนินการแก้ปัญหาร่วมกันในระดับพื้นที่จังหวัดในการปรับโครงสร้างหนี้ ระหว่างสหกรณ์ออมทรัพย์ครู สถาบันการเงิน และส่วนราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการระดับจังหวัด

และแผนงานที่ 3.การจัดอบรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา กลุ่มอายุราชการ 1- 5 ปี ให้มีความรู้ทางด้านการวางแผนและการสร้างวินัยทางการเงินและการออม โดยมีเป้าหมายอบรม 1 แสนคนต่อปี โดยเริ่มอบรมรุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2564 ออนไลน์ผ่านศูนย์ Deep กระทรวงศึกษาธิการ

ทั้งนี้ ข้อมูลภาพรวมปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา พบว่า ครูฯทั่วประเทศประมาณ 9 แสนคน หรือ 80% มีหนี้รวมกัน 1.4 ล้านล้านบาท โดยเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู วงเงิน 8.9 แสนล้านบาท คิดเป็น 64 % รองลงมาคือ ธนาคารออมสิน วงเงิน 3.49 แสนล้านบาท คิดเป็น 25 % ของหนี้สินครูทั้งหมด

เคาะแล้ว! อว.คลอดเกณฑ์‘เปิดมหาวิทยาลัย’ 3 เฟส เริ่ม พ.ย.64-ม.ค.65 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/604479

เคาะแล้ว! อว.คลอดเกณฑ์‘เปิดมหาวิทยาลัย’ 3 เฟส เริ่ม พ.ย.64-ม.ค.65

วันศุกร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564, 16.30 น.

เคาะแล้ว! อว.คลอดเกณฑ์‘เปิดมหาวิทยาลัย’ 3 เฟส เริ่ม พ.ย.64-ม.ค.65

24 กันยายน 2564 ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการและโฆษกกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวง อว.ได้ออกหลักเกณฑ์การให้เข้ามาปฏิบัติงานหรือทำกิจกรรมในพื้นที่ของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศ ดังนี้

1) ในระยะที่ 1 อนุญาตเฉพาะคณาจารย์ บุคลากร นักวิจัย และนิสิตนักศึกษาที่เข้ามาปฏิบัติงานจัดการเรียนการสอน หรือทำกิจกรรมในพื้นที่ของสถาบันอุดมศึกษา

2) กำหนดจำนวนผู้ที่เข้ามาในพื้นที่สถาบันอุดมศึกษา โดยคำนึงถึงการป้องกันการติดเชื้อและภูมิคุ้มกันของผู้ปฏิบัติ เช่น มีผู้ที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อยร้อยละ 90 ของบุคคลทั้งหมดที่เข้ามาในพื้นที่ของสถาบันอุดมศึกษา เป็นต้น

3) จำนวนของผู้ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่สถาบันอุดมศึกษาไม่เกินร้อยละ ดังนี้

3.1) ระยะที่ 1  ไม่เกิน 25% ของจำนวนผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ในสถานการณ์ปกติ 

3.2) ระยะที่ 2 ไม่เกิน 50% ของจำนวนผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ในสถานการณ์ปกติ

3.3) ระยะที่ 3 ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของภาครัฐ หรือพื้นที่ ในขณะนั้น

4) การเข้ามาปฏิบัติงาน จัดการเรียนการสอน หรือทำกิจกรรมกลุ่ม จำแนกตามพื้นที่ควบคุม(ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามประกาศของ ศบค.) ดังนี้

4.1 พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ไม่เกินกลุ่มละ 25 คน

4.2) พื้นที่ควบคุมสูงสุด ไม่เกินกลุ่มละ 50 คน

4.3) พื้นที่ควบคุม ไม่เกินกลุ่มละ 100 คน

4.4 พื้นที่เฝ้าระวังสูง ไม่เกินกลุ่มละ 200 คน

4.5 พื้นที่เฝ้าระวัง ไม่เกินกลุ่มละ 500 คน

โฆษกกระทรวงอว. กล่าวอีกว่าสำหรับเงื่อนไขในการเปิดสถานที่ทำการของสถาบันการอุดมศึกษา มีรายละเอียด 1.เมื่อสถานการณ์ในระดับพื้นที่คลี่คลายและให้ใช้อาคารสถานที่ได้ 2.จัดให้มีระบบการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกัน เฝ้าระวัง ดูแลเมื่อมีการติดเชื้อ 3.มีการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในช่วงแรกทุก 2 สัปดาห์และสามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้

ส่วนช่วงเวลาของการเปิดสถานที่ทำการของสถาบันอุดมศึกษานั้น ให้มีการประเมินร่วมกันกับทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยดำเนินการเป็น 3 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 เดือนพ.ย.64

ระยะที่ 2 เดือนธ.ค.64

ระยะที่ 3 เดือนม.ค.65

ทั้งนี้สถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งจะดำเนินการตามมาตรการและจัดทำประกาศในส่วนที่เกี่ยวข้องของสถาบันอุดมศึกษาต่อไป

‘ณรงค์’ไขก๊อกรอง สกสค.อีกราย อ้างดูแลธุรกิจครอบครัว ‘ธนพร’ยันไร้ขัดแย้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/604398

'ณรงค์'ไขก๊อกรอง สกสค.อีกราย อ้างดูแลธุรกิจครอบครัว 'ธนพร'ยันไร้ขัดแย้ง

วันศุกร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.28 น.

เมื่อวันที่ 24 กันยายน นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาธิการ สกสค.) เปิดเผยว่า นายณรงค์  แผ้วพลสง รองเลขาธิการ สกสค.ได้ยื่นจดหมายขอลาออกจากตำแหน่ง โดยให้เหตุผลว่า ต้องกลับไปดูแลธุรกิจครอบครัว ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อย่างหนัก ทั้งนี้ นายณรงค์ ได้เข้ามาหารือตนเป็นการส่วนตัวแล้วตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา และประเมินสถานการณ์ แต่หลังจากหารือกับทางครอบครัวแล้ว อยากให้กลับไปช่วยดูแลธุรกิจ เพราะหากนายณรงค์ไม่กลับไปช่วยดูแลด้วยตัวเองอาจถึงขั้นปิดกิจการได้ ซึ่งส่วนตัวเข้าใจเหตุผล อีกทั้งนายณรงค์เอง ก็ทำงานให้กับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มาเป็นเวลานานแล้ว ตนจึงไม่คัดค้าน โดยการลาออกจะมีผลในวันที่ 9 ตุลาคม นี้ ซึ่งยังพอมีเวลาให้นายณรงค์สะสางงานที่คั่งค้างอยู่

“การที่ นายประเสริฐ บุญเรือง ลาออกจากตำแหน่งรองเลขาธิการ สกสค.ไปแล้ว และต่อมานายณรงค์ ก็ลาออกด้วยนั้น ผมยืนยันว่า ไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งกันแน่นอน แต่ละคนมีเหตุผลและความจำเป็นส่วนตัว ผมตัดสินใจเชิญทั้ง 2 คน มาช่วยตั้งหลักทำงานให้ สกสค.ซึ่งตอนนี้งานต่างๆ ก็เดินไปได้มาก การสะสางทุจริตต่างๆ ก็เกือบเสร็จสิ้นแล้ว ดังนั้น จึงไม่มีความกังวล เพราะอะไรก็ไม่เท่ากับความรักที่มีต่อกัน ซึ่งในอนาคตหากผมมีปัญหาอะไร ก็สามารถหารือทั้ง 2 คนนี้ได้ตลอด” นายธนพร กล่าว

นายธนพร กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ก็ได้แต่งตั้ง นายพิพัฒน์ พุ่งยี่สุ่น ที่ปรึกษาเลขาธิการ สกสค.ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในช่วงที่นายณรงค์ เป็นเลขาธิการ กอศ.และเคยเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) คิดว่ามีประสบการณ์เพียงพอที่จะเข้ามาดูแลสวัสดิการและสวัสดิภาพครู – 006

สอวช.เชิญ 2 กูรูสมาร์ทฟาร์มมิ่ง ถกแนวทางทำเกษตรอัจฉริยะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/604367

สอวช.เชิญ 2 กูรูสมาร์ทฟาร์มมิ่ง ถกแนวทางทำเกษตรอัจฉริยะ

วันศุกร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564, 11.23 น.

สอวช. เชิญ 2 กูรู สมาร์ทฟาร์มมิ่ง ถกแนวทางการทำเกษตรอัจฉริยะ สร้างนวัตกรรมแบบเปิด ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่าย แนะรัฐสร้างความเข้มแข็งภาคเกษตร ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานการบริหารจัดการน้ำเต็มรูปแบบ

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เชิญสองผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรอัจฉริยะ ดร. องอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) และนายนริชพันธ์ เป็นผลดี ผู้ช่วย วิจัยอาวุโส ทีมวิจัยระบบเกษตรดิจิทัล (DAT) ผู้วิจัยระบบเกษตรอัจฉริยะ HandySense จากเนคเทค สวทช. มาร่วมพูดคุยผ่านช่องทางออนไลน์ ในรายการ Future Talk by NXPO หัวข้อสนทนาในครั้งนี้คือ “Smart Farming ส่งเกษตรกรไทยก้าวไกลด้วยเทคโนโลยี” โดยมี ดร. กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช.เป็นผู้ดำเนินรายการ

ดร.องอาจ เล่าถึงการดำเนินกิจการของบริษัท ซันสวีทฯ ผู้ประกอบการทางด้านการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร ทั้งการผลิตและส่งออก มีการเพาะปลูกแบบเกษตรอัจฉริยะ (smart farming) ในลักษณะเกษตรพันธสัญญาหรือ contract farming โดยพื้นที่โรงงานและบริษัทตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ มีการส่งออกข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง แช่แข็ง และสุญญากาศ ไปยังต่างประเทศประมาณ 50-70 ประเทศ มีจำนวนลูกค้ากว่า 200 ราย และมีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกวัตถุดิบประมาณ 150,000 ตันต่อปี โดยมีเกษตรกรอยู่ในคอนแทค ฟาร์มมิ่ง ทั่วพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนบนรวมกว่า 20,000 ครอบครัว

ในมุมการมองภาพอนาคตของเกษตรกรไทย ดร. องอาจ กล่าวว่า เป็นส่วนสำคัญมากเพราะประเทศไทยมีรายได้จากการเกษตรเป็นสัดส่วนถึง 30% และมีความเกี่ยวข้องกับประชากรจำนวนมากในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร แต่ปัญหาสำคัญคือประเทศไทยยังขาดแคลนการพัฒนาเรื่องการเกษตร อย่างไรก็ตาม ถือเป็นเรื่องดีที่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางด้านวิทยาศาสตร์ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และราคาไม่แพงเหมือนในอดีต

อย่างบริษัท ซันสวีทฯ เอง ที่ได้เริ่มทำการเกษตรแม่นยำสูง ตั้งแต่ปี 2012 ในช่วงแรกหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่จำเป็น อีกทั้งเกษตรกรไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ ได้ถูกนำมาใช้อย่างแท้จริง เริ่มเข้าไปถึงเกษตรกรมากขึ้น และแก้โจทย์ให้ภาคการเกษตรได้ ทั้งการแก้ไขปัญหาเรื่องระบบน้ำ ดิน การให้ปุ๋ย หรือเรื่องของเมล็ดพันธุ์ หากไม่ได้นำเอาเทคโนโลยีหรือองค์ความรู้ต่างๆ ในยุคสมัยใหม่มาใช้ เกษตรกรจะดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างยากลำบาก

ด้านนายนริชพันธ์ ที่ทำงานวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ ได้คิดค้นเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เรียกว่า HandySense เป็นนวัตกรรมแบบเปิด ขึ้นมา ซึ่งทาง สวทช. และเนคเทคมีการผลักดันนวัตกรรมนี้ ให้เป็นนวัตกรรมที่เข้าถึงผู้ประกอบการและเกษตรกร เพื่อเป็นจุดตั้งต้นในการใช้เทคโนโลยีสำหรับภาคการเกษตร

โดยจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดนวัตกรรมนี้ นายนริชพันธ์ เปิดเผยว่า มาจากความตั้งใจส่วนตัวจากการที่พ่อแม่ปู่ย่าเป็นเกษตรกรที่ทำงานหนัก หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน จึงอยากสร้างเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเข้าไปช่วย และมองถึงเรื่องการทำการเกษตรแม่นยำสูง ที่มีข้อดีคือสามารถทำเกษตรในพื้นที่น้อยๆ แต่ได้ผลผลิตในปริมาณมาก หรือได้คุณภาพที่สูงขึ้น จึงทำให้เกิด HandySense ที่เป็นเซ็นเซอร์ในการตรวจสอบ ควบคุม ดูแลสภาพแวดล้อมในการปลูกพืชชนิดต่างๆ ว่าเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงควบคุมกระบวนการให้น้ำ ใส่ปุ๋ย ให้ธาตุอาหารต่างๆ ของพืช ซึ่งในปัจจุบันทำได้ถึงระดับ crop requirement หรือแบ่งความต้องการตามชนิดของพืชได้ อีกทั้งยังมีการเก็บข้อมูล ทำดาต้าแพลตฟอร์มเพื่อที่ในอนาคตเกษตรกรจะสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ได้

เมื่อพูดถึงเป้าหมายของการทำเทคโนโลยี HandySense ในรูปแบบนวัตกรรมแบบเปิด สิ่งที่สำคัญที่สุด นายนริชพันธ์ กล่าวว่า คือการมองภาพความยั่งยืน ปัจจุบันการใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ เกษตรกรเริ่มเห็นประโยชน์ ทั้งเรื่องการเพิ่มผลผลิต การพยากรณ์ผลผลิต การรู้ช่วงเวลาในการเพาะปลูก เก็บเกี่ยว เรื่องของการบริหารจัดการต่างๆ สิ่งที่ต้องมองเพิ่มเติม คือเรื่องของความยั่งยืน ด้วยการเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีของเกษตรกรและผู้ประกอบการ เมื่อทำเป็นนวัตกรรมแบบเปิดการเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆ ของผู้ประกอบการก็มีความเป็นไปได้ ทำให้เกษตรกรและนักพัฒนาเข้าถึงเทคโนโลยี และได้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ได้มาตรฐาน อีกสิ่งหนึ่งคือการสร้างชุมชนหรือระบบนิเวศ ที่ช่วยกันขับเคลื่อนเรื่องการทำเกษตรอัจฉริยะ อยากให้เทคโนโลยีนี้ เป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย และเพราะเป็นนวัตกรรมแบบเปิด เราจึงเปิดเผยให้ทั้งหมด ตั้งแต่กระบวนการผลิต วัตถุดิบต่างๆ เทคโนโลยีการผลิต การออกแบบ รวมทั้งเราเอาอุปกรณ์ไปผ่านการทดสอบระดับมาตรฐาน เพื่อให้เหมาะกับบริบทของประเทศ นี่เป็นสิ่งที่เราส่งผ่านให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรให้สามารถนำไปใช้ได้เองทั้งหมด

ด้าน ดร.องอาจ ที่เริ่มนำเทคโนโลยีนวัตกรรมเข้ามาใช้ในธุรกิจกว่าสิบปี กล่าวว่า ทางบริษัทฯ ทำตั้งแต่เรื่องน้ำ โดยได้ร่วมมือกับบริษัทด้านเทคโนโลยี ทำแอปพลิเคชันให้เกษตรกรใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือ ช่วยพยากรณ์สภาพภูมิอากาศได้ล่วงหน้า ตั้งแต่ 3 เดือนไปจนถึง 9 เดือน มีความแม่นยำ 60-70% ทำให้เกษตรกรรู้ว่าในอนาคตพวกเขาจะมีน้ำเพียงพอในการเพาะปลูกหรือไม่ และในปัจจุบันใช้น้ำได้เหมาะสมหรือไม่ อีกส่วนหนึ่งมีการทำแอปพลิเคชันการจองปลูก เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการปลูกพืชผลทางการเกษตรได้อย่างเป็นระบบ ในส่วนการส่งขายสินค้า มีระบบส่งโดยใช้การจองผ่านโทรศัพท์มือถือเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกษตรกรทำได้ เข้าถึงได้ง่าย และเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาสำคัญเรื่องโครงสร้างพื้นฐานในการทำการเกษตรได้อย่างครบวงจร ซึ่งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างโดยใช้เทคโนโลยีและด้วยการบริหารการจัดการที่ดี สุดท้ายแล้วจะเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการผลิตได้มากขึ้น และทำให้เกษตรกรมีรายได้อย่างมั่นคง

ดร.องอาจ กล่าวเสริมว่า ต้องการผลักดันให้สิ่งที่ทำอยู่ ขยายผลไปในกลุ่มอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม อยากให้นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ มากกว่าการซื้อพืชผลการเกษตรที่เป็นไปตามภาวะตลาดอย่างเดียว สำหรับกลุ่มเกษตรกร เริ่มใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้มากขึ้น แต่ยังต้องมีการกระตุ้นให้เกิดการเข้าถึงเทคโนโลยีในวงกว้าง ให้เกษตรกรเห็นประโยชน์จากการใช้งานจริง ในส่วนของภาครัฐ ต้องมองในเรื่องระบบบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการเกษตรของประเทศ ในการแก้ไขเรื่องน้ำแล้ง น้ำท่วม ด้วยวิทยาศาสตร์ ซึ่งการลงทุนนั้นคุ้มค่า ทั้งด้านการเงินและสังคม

ทั้งนี้ รัฐบาลต้องให้ความสำคัญในการลงทุนในส่วนนี้ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ  โดยเฉพาะเรื่องน้ำชลประทาน ทั้งภาคการเกษตร น้ำกิน น้ำใช้ ของประเทศอย่างถาวร อีกกลุ่มหนึ่งที่สำคัญ คือสถาบันการศึกษา ต้องปรับให้เป็นการเรียนแบบลงไปในสนาม การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย การเรียนรู้ต่างๆ ต้องเปลี่ยนไปอยู่หน้างาน เชื่อว่าภาคเอกชนพร้อมเปิดกว้าง ร่วมมือกับทางภาคสถาบันการศึกษาในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ไปพร้อมกัน

นายนริชพันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การทำเกษตรอัจฉริยะในประเทศไทย เกษตรกรผู้ใช้งานยังเป็นกลุ่มเฉพาะ เช่น กลุ่มที่ปลูกพืชมูลค่าสูง หรือกลุ่มเกษตรพันธสัญญา ซึ่งมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนเกษตรกรทั้งหมด ในมุมของการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ จำเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการมองภาพในอนาคต เช่นตัวอย่างของบริษัท ซันสวีทฯ ที่มีแนวคิดเรื่องการใช้เทคโนโลยีไปตอบโจทย์ตั้งแต่กระบวนการผลิต กระบวนการบริหารจัดการ จนกระทั่งถึงการขาย ที่ครบวงจร เมื่อเกษตรกรสามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้ ก็จะไปตอบโจทย์ในเรื่องของรายได้ที่กลับมาหาตัวเกษตรกรเอง ส่วนในเรื่องการพัฒนาบุคลากร มองว่า ในอนาคตต้องพัฒนาไปพร้อมกับเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนเชื่อมโยงกันทั้งหมด

สำหรับการพูดคุยในครั้งนี้ ดร. กิติพงค์ กล่าวว่า สอวช. เองก็จะเก็บรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้ เพื่อเป็นโอกาสสำหรับประเทศไทย ในการเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่อนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเทคโนโลยี นวัตกรรม เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการแข่งขันในอนาคต รวมถึงเป็นหนึ่งปัจจัยที่สามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนได้ และสำหรับผู้ที่สนใจลงทะเบียนขอรับพิมพ์เขียว HandySense Open Innovation สามารถติดตามข้อมูลได้ผ่านเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/groups/handysense 

ศธ.กางปฏิทินสำรวจจำนวนนักเรียนผู้ปกครองยินยอม ฉีด-ไม่ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/604348

ศธ.กางปฏิทินสำรวจจำนวนนักเรียนผู้ปกครองยินยอม ฉีด-ไม่ฉีดวัคซีนไฟเซอร์

วันศุกร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564, 09.22 น.

ศธ.กางปฏิทินสำรวจจำนวนนักเรียนผู้ปกครองยินยอม ฉีด-ไม่ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ขีดเส้น 26 ก.ย.นี้ ข้อมูลถึงมือศึกษาธิการจังหวัด นักเรียนพักอาศัยอยู่จริงที่จังหวัดไหนได้ฉีดวัคซีนที่จังหวัดนั้น

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่จะมีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุ 12-18 ปี ทุกคน ทุกสังกัด กว่า 4.5 ล้านคน ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และ กรุงเทพมหานคร ในช่วงเดือนตุลาคม 2564 นั้น ในการจัดเตรียมรายชื่อนักเรียนและจำนวนนักเรียนขอให้สถานศึกษาดำเนินการ ดังนี้ 1.สรุปรายชื่อนักเรียนที่ผู้ปกครองประสงค์ให้ฉีดวัคซีน โดยระบุรายละเอียด ชื่อ-นามสกุล /เลขประจำตัวบัตรประชาชน 13 หลัก /วัน-เดือน-ปีเกิด / ฉีด – ไม่ฉีด พร้อมกับสรุปยอดรวมจำนวนนักเรียนที่ประสงค์จะฉีดวัคซีน ต่อศึกษาธิการจังหวัด

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า 2.ในกรณีสถานศึกษามีนักเรียนในสังกัดที่ประสงค์จะฉีดวัคซีน แต่นักเรียนรายนั้นไม่ได้พักอยู่ในจังหวัดที่ตั้งของสถานศึกษา เช่น สถานศึกษาอยู่ในกรุงเทพฯ แต่นักเรียนไปพักอาศัยอยู่จังหวัดไหน ให้สถานศึกษาจัดทำรายชื่อนักเรียนรายนั้นแยกต่างหาก เสนอต่อศึกษาธิการจังหวัด ภายในวันที่ 26 กันยายน 2564 โดยระบุข้อมูล ดังนี้ 1. ชื่อ – นามสกุล 2.เลขบัตรประชาชน 13 หลัก 3.วัน-เดือน-ปีเกิด และ 4.อำเภอและจังหวัดที่เด็กไปพักอาศัย จากนั้นให้ศึกษาธิการจังหวัด เสนอคณะกรรมการจัดเตรียมรายชื่อนักเรียนกลุ่มนี้ เพื่อสรุปรายชื่อนักเรียนและจำนวนนักเรียน และรายชื่อแยกรายจังหวัด ส่งมายังสำนักบูรณาการกิจการการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ภายในวันที่ 28 กันยายน 2564 หลังจากนั้นในวันที่ 29 กันยายน 2564 สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สรุปจำนวนนักเรียนที่พักอาศัยในจังหวัดที่ไม่ได้เป็นที่ตั้งของสถานศึกษาต้นสังกัด รวม 77 จังหวัด แล้วนำเสนอต่อกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในวันที่ 30 กันยายน 2564 เพื่อให้กรมควบคุมโรค สธ.จัดสรรยอดวัคซีนเพิ่มรายจังหวัด และให้สาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่สำหรับการฉีดวัคซีนของนักเรียนกลุ่มดังกล่าว เพื่อให้นักเรียนได้ฉีดวัคซีนในจังหวัดที่ตนเองพักอาศัยอยู่ในปัจจุบัน เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระการรับ-ส่งของผู้ปกครอง ในการเดินทางไปฉีดวัคซีน – 006

รมช.พาณิชย์ มอบ สศท.ส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยทุกมิติอย่างยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/604315

รมช.พาณิชย์ มอบ สศท.ส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยทุกมิติอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 19.58 น.

‘สินิตย์ เลิศไกร’ รมช.พาณิชย์ มอบ สศท.เร่งดำเนินการสืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยในทุกมิติอย่างยั่งยืน

23 ก.ย.64 นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) (สศท.) หรือ sacit จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2564 มีภารกิจในการสืบสาน สร้างสรรค์ และส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยในทุกมิติอย่างยั่งยืน โดยเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้เข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนบทบาท ภารกิจและอำนาจหน้าที่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในโลกยุคปัจจุบัน

นายสินิตย์ กล่าวต่อว่า ได้มอบนโยบายให้ สศท. เร่งพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยให้มีขีดความสามารถ ในการแข่งขันเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย ให้สามารถเป็นที่ยอมรับและเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในและต่างประเทศ ได้อย่างครอบคลุมทุกด้าน ได้แก่ ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเน้นคุณภาพและสร้างมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่มีรูปแบบที่ร่วมสมัย สามารถใช้งานในชีวิตประจำวัน ส่งเสริมให้จดทะเบียนสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า หรือทรัพย์สินทางปัญญาอื่น เพื่อให้มีมาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ มีฐานการผลิต ที่มีคุณภาพและมีจำนวนการผลิตที่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดในราคาที่แข่งขันได้ เพื่อสามารถขยาย กลุ่มผู้บริโภคไปยังวงกว้างมากขึ้น   

ด้านการตลาด การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำตลาดที่เน้นความทันสมัยและเสริมตลาดออนไลน์ การใช้เทคโนโลยีมาช่วยทำการตลาดเชิงรุก ขยายช่องทางการค้าสู่ช่องทางดิจิทัล โดยพัฒนาและบริหารแพลตฟอร์มการค้าสำหรับงานศิลปหัตถกรรมโดยเฉพาะ เพื่อเป็นการเชื่อมต่องานศิลปหัตถกรรมไทยสู่ตลาดโลก ผ่านแพลตฟอร์ม “Thai Crafts Online : ไทยคราฟต์ออนไลน์” รองรับ E-Commerce แห่งชาติ และการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดงานแสดงสินค้ากับพันธมิตรต่างประเทศในลักษณะการจับคู่ธุรกิจออนไลน์ (Online Business Matching : OBM)

ด้านการสืบสานอนุรักษ์ เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ฝีมือเชิงช่างอันทรงคุณค่าและเป็นอัตลักษณ์ของชาติให้คงอยู่คู่สังคมไทย ผ่านการส่งเสริมคุณค่า ยกย่องเชิดชูผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย ครูฯ และทายาทฯ ให้เกิดการสืบทอดต่อไปยังคนรุ่นใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เร่งสร้างผู้ประกอบการงานศิลปหัตถกรรมไทยที่มีคุณภาพ พัฒนาทักษะฝีมือ รวมทั้งการอบรมให้ความรู้ในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดทักษะในการเจรจาค้าขายและส่งออก ด้านการบริหารธุรกิจ บัญชี ดิจิทัล และการตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการใช้ภาษาที่สองในการเจรจาต่อรอง

ด้านการบริหารจัดการวัฒนธรรม การถ่ายทอดองค์ความรู้ และบริหารจัดการวัฒนธรรมที่ส่งเสริมและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่องานศิลปหัตถกรรมไทย (Cultural Management) คนรุ่นใหม่และสังคมมีมุมมองใหม่และทัศนคติที่ดี เข้าถึงงานศิลปหัตถกรรมไทยที่มีภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย ร่วมสมัย ก่อเกิดวัฒนธรรมแห่งความภาคภูมิใจ เกิดกระแสความนิยมใช้ ยอมรับสนับสนุนในงานศิลปหัตถกรรมไทย สร้างให้เกิดแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ให้เกิดการพัฒนาต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่งานศิลปหัตถกรรมไทยต่อไป

นายสินิตย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สศท. จะเป็นองค์กรเพื่องานศิลปหัตถกรรมไทยของประเทศอย่างแท้จริง ให้ผู้ประกอบการงานหัตถกรรมเกิดความเข้มแข็ง เกิดการสืบสาน ต่อยอดงานศิลปหัตถกรรมไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้กลับมาสู่ชุมชนต่อไป. -008

‘ตรีนุช’เตรียมชง ครม.จัดตั้งสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/604290

'ตรีนุช'เตรียมชง ครม.จัดตั้งสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 18.49 น.

วันที่ 23 กันยายน 2564 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2564 โดยมี ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา  คณะอนุกรรมการ ฯ ผู้แทนองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พันธมิตรหลัก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สถาบันคุณวุฒิ วิชาชีพ (องค์การ มหาชน) สภาหอการค้าไทย ภาคผู้ประกอบการ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมผ่านวีดิทัศน์ทางไกล (VDO Conference) ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) 

น.ส. ตรีนุช กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องเพื่อทราบ ถึงความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติเห็นชอบ กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2560 เนื่องจากเห็นความสำคัญในการให้มีกรอบคุณวุฒิแห่งชาติขึ้นมาเพื่อพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้กำลังคน  จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และมีการขับเคลื่อนมาโดยตลอด ในวันนี้ คณะกรรมการฯ ได้รับทราบความก้าวหน้า ซึ่งตนจะนำความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอยโดยเร็วที่สุด รวมถึงจะได้นำข้อเสนอการจัดตั้งสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และ (ร่าง) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติแล้ววันนี้ เพื่อให้นำเข้าพิจารณาใน ครม.เพื่อให้มีความสมบูรณ์สามารถนำมาใช้ได้

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ในการขับเคลื่อนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ทางสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร. กระทรวงแรงงาน และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) (สคช.) ได้เชื่อมโยงหลักสูตรตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติใน 8 สาขาอาชีพที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน ใน 8 สถานศึกษาที่ได้รับคัดเลือกเป็นศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (Center of Vocational Manpower Networking Management: CVM) เพื่อผลักดันให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)ให้สอดคล้องและยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพตามหลักการของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และจะขยายเพิ่มเป็น 42 สาขาอาชีพ ใน 120 สถานศึกษาอาชีวศึกษา

รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังขยายผลการเทียบโอนหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank ) จากมาตรฐานอาชีพเต็มรูปแบบขึ้น มีการทำการฝึกอบรม มีการขยายโอกาส และให้มีการเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่ก่อนให้สามารถนำประสบการณ์นั้นมาเทียบโอนต่อยอดการศึกษาได้โดยที่ไม่ต้องเริ่มเรียนใหม่ได้ เพื่อทำให้ผู้เรียนมีสมรรถนะและสามารถตอบโจทย์ในการพัฒนากำลังคน รวมถึงมีการยกระดับคุณค่าความเชี่ยวชาญของคนในตลาดแรงงาน และมีการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย” รมว.ศธ. กล่าว และว่า

ทั้งนี้ ยังได้มีการจัดทำต้นแบบการขึ้นทะเบียนหลักสูตรที่สอดคล้องและยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และขยายผลไปยังสถานศึกษาที่ เป็นศูนย์ CVMและศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent

วันที่ 25 ก.ย. 2564 ข่าวการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/politic

4 ปัจจัยไปต่อลำบาก "บิ๊กตู่" ไม่ง่ายฝืนกระแสขาลง

4 ปัจจัยไปต่อลำบาก “บิ๊กตู่” ไม่ง่ายฝืนกระแสขาลง

วันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 20:00 น. | วิเคราะห์

น้ำป่าท่วมสุโขทัย"สมศักดิ์"ไม่รอดขี่คอลูกน้องหนีท่วม

น้ำป่าท่วมสุโขทัย”สมศักดิ์”ไม่รอดขี่คอลูกน้องหนีท่วม

น้ำป่าท่วมสุโขทัย รัฐมนตรีแทบเอาตัวไม่รอด สมศักดิ์ ขี่คอลูกน้องหนีน้ำ ศิโรตม์ เหน็บกู้ภัยถึงเข้าพื้นที่ก่อนประยุทธ์วันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 19:33 น. | ข่าวการเมือง

ตำรวจคฝ.กระชับพื้นที่แยกนางเลิ้ง ม็อบกระเจิง!

ตำรวจคฝ.กระชับพื้นที่แยกนางเลิ้ง ม็อบกระเจิง!

สรุปสถานการณ์ชุมนุม กลุ่มทะลุฟ้าและกลุ่มทะลุแก๊สแยกนางเลิ้ง ปาจรวดใส่เจ้าหน้าที่ ตำรวจคฝ.ไล่ต้อนกระชับหนีแตกกระเจิงวันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 19:11 น. | ข่าวการเมือง

ทะลุฟ้ามาตามนัดเปิดตัวอาวุธใหม่บุกทำเนียบฯ

ทะลุฟ้ามาตามนัดเปิดตัวอาวุธใหม่บุกทำเนียบฯ

ทะลุฟ้ารวมตัวแยกยมราชเคลื่อนบุกทำเนียบฯ โชว์อาวุธใหม่ ขวดบรรจุน้ำสีแดง เจ้าหน้าที่จัดรถน้ำแรงดันสูง จีโน่-แผงเหล็กกั้น-วางกำลังวันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 18:06 น. | ข่าวการเมือง

"ธนกร"ลั่นกระแส2ป.แตกคอจบได้แล้ว!

“ธนกร”ลั่นกระแส2ป.แตกคอจบได้แล้ว!

“ธนกร”เผยบิ๊กตู่ย้ำลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนพร้อมรับฟังส.ส.สะท้อนปัญหา วอนอย่าโยงการเมือง ลั่นกระแส “2 ป.” แตกคอ ควรจบได้แล้ววันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 17:44 น. | ข่าวการเมือง

"ศุภชัย" ปลื้มไทยฉีดวัคซีนแตะ 50 ล้านโดส มุ่งสู่เป้าฟื้นศก.ไทย

“ศุภชัย” ปลื้มไทยฉีดวัคซีนแตะ 50 ล้านโดส มุ่งสู่เป้าฟื้นศก.ไทย

นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ปลื้มไทยฉีดวัคซีนแตะ 50 ล้านโดสมุ่งสู่เป้าฟื้นเศรษฐกิจไทยวันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 14:07 น. | ข่าวการเมือง

โฆษกรบ.ประณามเบื้องหลังม็อบใช้เด็กก่อเหตุรุนแรง เตือนอย่าหลงเชื่อคำยุยง

โฆษกรบ.ประณามเบื้องหลังม็อบใช้เด็กก่อเหตุรุนแรง เตือนอย่าหลงเชื่อคำยุยง

โฆษกรัฐบาลประณามเบื้องหลังม็อบใช้เยาวชนก่อเหตุรุนแรงแทน เตือนเยาวชนอย่าหลงเชื่อคำยุยง เผย “นายก”เป็นห่วงเกรงเสียโอกาส หมดอนาคตวันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 13:02 น. | ข่าวการเมือง

"นพ.สุภัทร" เชื่อ ย้าย "หมอเกรียงศักดิ์" มีใบสั่งเอาคืน หลังแฉจัดซื้อATK

“นพ.สุภัทร” เชื่อ ย้าย “หมอเกรียงศักดิ์” มีใบสั่งเอาคืน หลังแฉจัดซื้อATK

ประธานชมรมแพทย์ชนบท เชื่อ ย้าย “หมอเกรียงศักดิ์” มีใบสั่งเอาคืน หลังออกมาเปิดโปง จัดซื้อATK ทำฝ่ายการเมืองหงุดหงิดหนักมากวันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 12:12 น. | ข่าวการเมือง

พท.เตือน “ประยุทธ์” ระวัง การโกงแบบ ปรส. สมัยต้มยำกุ้ง จะคืนชีพ

พท.เตือน “ประยุทธ์” ระวัง การโกงแบบ ปรส. สมัยต้มยำกุ้ง จะคืนชีพ

“เพื่อไทย” เตือน “ประยุทธ์” การโกงแบบ ปรส. สมัยต้มยำกุ้ง จะคืนชีพ บังคับโอนทรัพย์สินและให้ต่างชาติซื้อที่ดิน ค้าน กู้เงินต่างประเทศ เพราะเสี่ยงสูง แนะ ควรรอให้รัฐบาลใหม่มาฟื้นเศรษฐกิจวันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 09:32 น. | ข่าวการเมือง

รัฐบาลเร่งปราบเว็บพนัน-เงินกู้ออนไลน์ ชี้เป็นภัยศก.หวั่นซ้ำเติมปชช.

รัฐบาลเร่งปราบเว็บพนัน-เงินกู้ออนไลน์ ชี้เป็นภัยศก.หวั่นซ้ำเติมปชช.

รองโฆษกฯ เผย รัฐบาลเร่งปราบเว็บพนันออนไลน์ /เว็บเงินกู้ออนไลน์ ชี้เป็นภัยเศรษฐกิจหวั่นซ้ำเติมพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 พบเจอแจ้ง 1599วันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 09:22 น. | ข่าวการเมือง

วันที่ 24 ก.ย. 2564 ข่าวการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/politic

ศาลยกคำร้องประกันเพนกวิน คดีปักหมุดสนามหลวง

ศาลยกคำร้องประกันเพนกวิน คดีปักหมุดสนามหลวง

ศาลอาญายกคำร้องแม่เพนกวินขอปล่อยตัวชั่วคราวลูกชายคดีปักหมุดสนามหลวงชี้เคยปล่อยเเล้วก็ไปเพิ่มคดีความไม่สงบในบ้านเมืองวันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 19:38 น. | ข่าวการเมือง

"ซินแสเข่ง"ชี้รัฐสภาหลังคารั่วไม่เป็นมงคล

“ซินแสเข่ง”ชี้รัฐสภาหลังคารั่วไม่เป็นมงคล

ซินแสเข่ง ชี้ “ฮวงจุ้ย” รัฐสภาหลังคารั่วไม่เป็นมงคล เตือนทำดีจะเสริมดวงอาคาร ถ้าไม่ดีก็มีแต่เสียกับเสีย เสื่อมถอย สวนทางขัดแย้งวันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 15:52 น. | ข่าวการเมือง

"อนุทิน" ยันไม่ดองวัคซีนไฟเซอร์ การบริจาคมีขั้นตอน

“อนุทิน” ยันไม่ดองวัคซีนไฟเซอร์ การบริจาคมีขั้นตอน

รมว.สาธารณสุข ย้ำ ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเข็ม 3 ปลอดภัยแน่นอน ยืนยันรัฐมนตรีไม่ดองวัคซีนไฟเซอร์ การบริจาคมีขั้นตอนวันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 14:21 น. | ข่าวการเมือง

ครม.ฮั้วนายทุน พปชร.ยึดดาวเทียมไทยคม

ครม.ฮั้วนายทุน พปชร.ยึดดาวเทียมไทยคม

กลุ่มไทยไม่ทนอัดครม.ฮั้วนายทุน พปชร.ยึดดาวเทียมไทยคมของรัฐ ชี้ หลักสูตร นธป. คือระบอบอุปถัมภ์ระหว่างธุรกิจและการเมือง จี้องค์กรอิสระยกเลิกโครงการหลักสูตรพิเศษวันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 13:53 น. | ข่าวการเมือง

หญิงหน่อยขอ"รอมนีย์"หนุนท้องถิ่นไทยซื้อ mRNA

หญิงหน่อยขอ”รอมนีย์”หนุนท้องถิ่นไทยซื้อ mRNA

คุณหญิงสุดารัตน์หารือ วุฒิสมาชิกรอมนีย์ ขอช่วยสนับสนุนท้องถิ่นของไทยหลายแห่งพร้อมควักเงินซื้อวัคซีน mRNAวันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 13:23 น. | ข่าวการเมือง

"สมคิด"อัด"บิ๊กตู่"ทำชาติเป็นหนี้3ชั่วโคตร

“สมคิด”อัด”บิ๊กตู่”ทำชาติเป็นหนี้3ชั่วโคตร

“สมคิด”อัด“บิ๊กตู่”ทำไทยเป็นหนี้3ชั่วโคตร ก็ใช้ไม่หมด เชื่อนักลงทุนแหยงไม่กล้าลงทุนเพราะไม่เชื่อมั่นผู้นำรัฐบาลวันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 12:55 น. | ข่าวการเมือง

นายกฯยินดี ไทยขยับอันดับความสามารถด้านนวัตกรรม คว้าอันดับ 3 อาเซียน

นายกฯยินดี ไทยขยับอันดับความสามารถด้านนวัตกรรม คว้าอันดับ 3 อาเซียน

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ยินดีไทยขยับอันดับความสามารถด้านนวัตกรรมสูงที่ 43 ของโลกและคว้าอันดับ 3 ของอาเซียน แม้ในช่วงโควิด-19วันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 12:38 น. | ข่าวการเมือง

เปิดลงทะเบียน "เราเที่ยวด้วยกัน" เฟส 3 แล้ว วันนี้วันแรก

เปิดลงทะเบียน “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 แล้ว วันนี้วันแรก

รัฐบาลเชิญชวน ลงทะเบียนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 วันนี้วันแรก รับ 2 ล้านสิทธิ เริ่มเที่ยว 15 ต.ค.วันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 12:30 น. | ข่าวการเมือง

นายกฯยินดี ไทยขยับอันดับความสามารถด้านนวัตกรรม คว้าอันดับ 3 อาเซียน

นายกฯยินดี ไทยขยับอันดับความสามารถด้านนวัตกรรม คว้าอันดับ 3 อาเซียน

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ยินดีไทยขยับอันดับความสามารถด้านนวัตกรรมสูงที่ 43 ของโลกและคว้าอันดับ 3 ของอาเซียน แม้ในช่วงโควิด-19วันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 12:38 น. | ข่าวการเมือง

เปิดลงทะเบียน "เราเที่ยวด้วยกัน" เฟส 3 แล้ว วันนี้วันแรก

เปิดลงทะเบียน “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 แล้ว วันนี้วันแรก

รัฐบาลเชิญชวน ลงทะเบียนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 วันนี้วันแรก รับ 2 ล้านสิทธิ เริ่มเที่ยว 15 ต.ค.วันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 12:30 น. | ข่าวการเมือง

ปชป.เตรียมศึกษาจัดทำกม.ลูก รธน.คาด14วันเสร็จ

ปชป.เตรียมศึกษาจัดทำกม.ลูก รธน.คาด14วันเสร็จ

ปชป.ประชุมนัดแรก วางแนวทางแก้กม.ลูก เลือกตั้งส.ส. เทียบบัญญัติไตรยางค์คำนวณปาร์ตี้ลิสต์ คาด14วันยกร่างแล้วเสร็จวันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 12:30 น. | ข่าวการเมือง

“บิ๊กตู่”เดินสายกระหน่ำ “สุโขทัย-โคราช-นครศรีฯ” ไม่เน้นระดมส.ส.นอกพื้นที่แห่รับ

“บิ๊กตู่”เดินสายกระหน่ำ “สุโขทัย-โคราช-นครศรีฯ” ไม่เน้นระดมส.ส.นอกพื้นที่แห่รับ

“บิ๊กตู่”ออนทัวร์กระหน่ำ “สุโขทัย-โคราช-นครศรีธรรมราช” เปิดส.ส.จังหวัดต้อนรับ-ร่วมประชุม ไม่เน้นระดมส.ส.นอกพื้นที่แห่รับ เปิดกำหนดการ ลงสุโขทัย 26 ก.ย.นี้ รับฟังรายงานสถานการณ์น้ำ-พบปะประชาชนวันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 11:39 น. | ข่าวการเมือง

“ศุภชัย” ตอก “ไทยสร้างไทย” แค่แถแก้เขิน ย้ำต้องฟังคนทำงาน

“ศุภชัย” ตอก “ไทยสร้างไทย” แค่แถแก้เขิน ย้ำต้องฟังคนทำงาน

ฟังคนทำงาน ! “ศุภชัย” ตอก “ไทยสร้างไทย” แค่แถแก้เขิน ปมวัคซีนสหรัฐฯ สอนกลับ อยากจบข้อสงสัย ให้งัดเอกสารทางการมาโชว์วันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 11:19 น. | ข่าวการเมือง

เพื่อไทยปัดเป็นท่อน้ำเลี้ยงหนุนม็อบ ฟ้องกลับ"สนธิญา" กลั่นแกล้ง

เพื่อไทยปัดเป็นท่อน้ำเลี้ยงหนุนม็อบ ฟ้องกลับ”สนธิญา” กลั่นแกล้ง

แถลงการณ์ เพื่อไทย ยัน ไม่มีนโยบายให้เงินทุนหนุนม็อบ สมาชิกร่วมชุมนุม เป็นสิทธิทำได้ พร้อมฟ้องกลับ “สนธิญา” เจตนากลั่นแแกล้ง ยื่นกกต.ยุบพรรควันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 10:23 น. | ข่าวการเมือง

อย่าเป็นภูมิใจเท็จ!! ไทยสร้างไทย งัดหลักฐานโต้ “ศุภชัย” ปมวัคซีนสหรัฐ

อย่าเป็นภูมิใจเท็จ!! ไทยสร้างไทย งัดหลักฐานโต้ “ศุภชัย” ปมวัคซีนสหรัฐ

ผอ.ศูนย์นวัตกรรมฯ ไทยสร้างไทย สอนมวย “ศุภชัย” นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย อย่าเป็นภูมิใจเท็จ งัดหลักฐานแปลคำพูด แทมมี่ ดักเวิร์ธ แนะต้องตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนพูดวันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 10:14 น. | ข่าวการเมือง

ความหมายของ AUKUS

ความหมายของ AUKUS

วันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 10:00 น. | คอลัมนิสต์การเมือง

"ไตรรงค์"ชี้ นักต่อสู้ปชต. ต้องค้านทั้งเผด็จการทหาร เผด็จการสภา นักการเมืองไม่ทำคือคนขี้ขลาด

“ไตรรงค์”ชี้ นักต่อสู้ปชต. ต้องค้านทั้งเผด็จการทหาร เผด็จการสภา นักการเมืองไม่ทำคือคนขี้ขลาด

อดีตรองนายกรัฐมนตรี เขียนบทความ “คอร์รัปชั่นกับระบบการเมืองการปกครอง” ชี้ นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ต้องค้านทั้งเผด็จการทหาร เผด็จการสภา อัด นักการเมือง ถ้าไม่ทำถือเป็นคนขี้ขลาดวันที่ 24 ก.ย. 2564 เวลา 08:02 น. | ข่าวการเมือง