รองปลัดฯร่วมวง ถกกรรมการโคนม จัดสรรโควตานำเข้า ตามข้อตกลงAFTA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703410

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการ (คกก.) โคนมและผลิตภัณฑ์นม ครั้งที่ 5/2565 พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้าของคณะอนุกรรมการศูนย์สารสนเทศโคนมระดับชาติ ความก้าวหน้าโครงการช่วยเหลือราคาน้ำนมดิบแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม การศึกษาผลกระทบกรณีผู้ประกอบการร่วมจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) จำนวนมาก และเรื่องการใช้ตัวเลข MOU เพื่อวัตถุประสงค์นมโรงเรียนที่มากเกินจริง และการขาดแคลนน้ำนมดิบ การจัดตั้งกองทุนโคนม และการหารือปรับปรุงหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และขั้นตอนการจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) การซื้อขายน้ำนมโค หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ให้สอดคล้องกัน นอกจากนี้ เพื่อทราบต้นทุนการผลิตน้ำนมโค ไตรมาส 2 และคาดการณ์ไตรมาส 3 ปี 2565 เรื่องการขออนุมัติปรับเพิ่มราคากลางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นม โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน

นอกจากนี้ ยังพิจารณาในประเด็นสำคัญต่างๆ ทั้งการจัดสรรโควตานำเข้าสินค้านม ปี 2566 แบ่งเป็นนมปรุงแต่ง 504 ตัน นมและครีม 7,595 ตัน และนมผงขาดมันเนย 75,704 ตัน การอนุมัติปริมาณเครื่องดื่มประเภทนมปรุงแต่งตามความตกลงอาเซียน (AFTA) การทบทวนกำหนดราคากลางรับซื้อน้ำนมดิบหน้าศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ และหน้าโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นม ปี 2565 การกำหนดราคาผลิตภัณฑ์นม และการขออนุมัติการนำเข้าน้ำนมโคยูเอชที รสจืด ตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA)

กรมข้าวยกเครื่องผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703408

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมจัดทำข้อตกลงคุณธรรม โครงการปรับปรุงการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2566 (Kick Off Meeting) พร้อมด้วย พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ กรรมการส่งเสริมโครงการข้อตกลงคุณธรรม ดร.ประเสริฐ ตปนียางกูร นายป๋วย จันทรานนท์ศิริ และคณะผู้สังเกตการณ์โครงการฯ เข้าร่วม โดยนายณัฏฐกิตติ์ กล่าวภายหลังลงนามสัญญาจัดซื้อและข้อตกลงคุณธรรม โครงการปรับปรุงการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว ปี 2566 กิจกรรมการปรับปรุงการผลิตเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์คัด-พันธุ์หลัก ว่า ได้กำหนดแผนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวของเกษตรกร 150,000 ตัน แต่ปัจจุบันสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้เพียง
ปีละ 95,000 ตัน เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายด้าน

ดังนั้น กรมการข้าว จึงจัดทำโครงการการปรับปรุงระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์คัดและเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์หลัก ซึ่งดำเนินโครงการในศูนย์วิจัยข้าว 16 แห่ง เพื่อเป็นการจัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ปรับปรุงชั้นพันธุ์คัด-ชั้นพันธุ์หลัก และอาคารโรงคลุม อาทิ เครื่องทำความสะอาดขั้นต้น (Pre cleaner) เครื่องคัดเมล็ดพันธุ์แบบใช้ตะแกรงและลม (Air screen cleaner) เครื่องคัดเมล็ดพันธุ์ตามความถ่วงจำเพาะ (Gravity separator) และชุดเครื่องชั่งบรรจุ เป็นต้น พร้อมระบบจัดเรียงแบบอัตโนมัติ 31 รายการ งบประมาณ 1,256 ล้านบาท เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์คัดและเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์หลัก ให้มีเมล็ดพันธุ์ที่บริสุทธิ์เพิ่มมากขึ้น และมีปริมาณเพียงพอในการนำไปผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์ขยายและเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์จำหน่าย ที่กำลังขยายกำลังการผลิต ตอบสนองต่อความต้องการเมล็ดพันธุ์ของเกษตรกร ลดภาวะขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ดี และสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

‘ประภัตร’ชี้แจงสร้างอาชีพ มุ่งยกระดับรายได้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703409

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ชี้แจง “โครงการสานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร” ที่เทศบาล ต.ดงมูล อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ว่าโครงการสานฝันสร้างอาชีพ และยกระดับรายได้เกษตรกร เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์ ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะส่งเสริมสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่เกษตรกรรายย่อย โดยใช้บุคคลค้ำประกันเงินกู้ ภายใต้หลักการ 3 คนร่วมมือ 1 คนกู้ 2 คนค้ำ หนี้เสียสามารถกู้ได้ เงินได้ไม่เกินรายละ 100,000 บาท วงเงินกู้ทั้งหมด 30,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ระยะเวลาปล่อยเงินกู้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 2567 เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรได้มีเงินทุนในการสร้างงานสร้างอาชีพ หรือการประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นคืนกลับมาโดยเร็ว

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะส่งเสริมเกษตรกรในการประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม (พืช ปศุสัตว์ ประมง) ที่มีตลาดรองรับชัดเจน หรือการประกอบอาชีพนอกภาคการเกษตรที่มีลักษณะเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ เพื่อเลี้ยงชีพ
ในครัวเรือน ซึ่งใช้เงินลงทุนไม่มากนัก และต้องไม่เป็นการประกอบอาชีพในลักษณะที่ทำลายสิ่งแวดล้อมหรือผิดกฎหมายด้วย ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ ธ.ก.ส.สาขาใกล้บ้าน

LIFE & HEALTH : เคล็ด (ไม่) ลับเผยผิวสวยรับปีใหม่ ให้คนทัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703375

LIFE & HEALTH :  เคล็ด (ไม่) ลับเผยผิวสวยรับปีใหม่ ให้คนทัก

LIFE & HEALTH : เคล็ด (ไม่) ลับเผยผิวสวยรับปีใหม่ ให้คนทัก

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.35 น.

ช่วงปีใหม่มีวันหยุดยาวหลายวันทำให้หลายๆ คน ได้ไปท่องเที่ยวพักผ่อนกับหวานใจ เพื่อนๆ หรือครอบครัว อีกทั้งบางคนอาจจะไปตะลุยทริปแอดเวนเจอร์ ปีนเขา ไปปาร์ตี้สุดเหวี่ยง นอนพักผ่อนน้อย ส่งผลต่อผิวพรรณทำให้แลดูไม่สดใสขาดความมั่นใจ เพราะฉะนั้นก่อนกลับไปทำงานหรือเจอผู้คน แนะนำให้ดูแลฟื้นฟูผิวอย่างถูกวิธีเพื่อให้มั่นใจเผยผิวสวยจนใครๆ ก็ต้องทัก

ข้อมูลจาก แพทย์หญิงดวงกมล ทัศนพงศากุล แพทย์ประจำศูนย์ผิวหนังและความงาม โรงพยาบาลเวชธานี แนะนำ เคล็ดลับการดูแลผิวพรรณหลังปีใหม่ง่ายๆ 4 วิธี ได้แก่

1.การล้างหน้าทำความสะอาดผิว โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับชนิดของผิวโดยเฉพาะหลังปาร์ตี้ อย่าลืมทำความสะอาดเครื่องสำอางบนใบหน้า และล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้ง

2.การทาครีมบำรุงเพื่อผิวชุ่มชื่น ในช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นขึ้น การทาครีมเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวเป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกทาครีมชุ่มชื่นให้เหมาะกับผิวหน้าของเรา นอกจากนี้ อาจใช้ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามิน หรือสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อบำรุงผิว
ช่วยให้หน้ากระจ่างใส และลดริ้วรอย

3.การทาครีมกันแดดทุกวัน เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะในแสงแดดมีรังสี UV ซึ่งทำให้เกิดการทำลายคอลลาเจน
ในชั้นผิวหนังได้ ทำให้เกิดริ้วรอย และกระตุ้นเม็ดสีในผิวของเราจะทำให้เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ ดังนั้นควรทาครีมกันแดดที่หน้า คอ และบริเวณลำตัวด้วย

4.ถ้าหลังปีใหม่รู้สึกว่า ใบหน้าหมองคล้ำไม่สดใส มีริ้วรอย สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ผิวหนังได้ เพื่อใช้เทคโนโลยีต่างๆ ที่เหมาะสมในการดูแลผิวพรรณ เช่น

l การผลัดเซลล์ผิวด้วยการใช้กรดผลไม้ หรือ AHA Treatment โดยสาร AHA จะช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพเกิดการหลุดออกได้เร็ว ทำให้ความหมองคล้ำและริ้วรอยจุดดำต่างๆ จางหายไปและยังมีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนที่ทำให้ผิวพรรณเต่งตึงยิ่งขึ้นด้วย ช่วยให้ความมันของผิวหน้าลดลง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีผิวมัน

l Diamond Peel เป็นการปรับสภาพและฟื้นฟูผิวพรรณ ด้วยการใช้เทคโนโลยีการผลัดเซลล์ผิวหนัง (Microdermabrasion) ซึ่งเป็นการใช้หัวคริสตัลที่เป็น Diamond ร่วมกับการใช้ระบบดูดสุญญากาศ ขัดนวดเบาๆ เพื่อขจัดผิวเก่าที่เสื่อมสภาพออกอย่างอ่อนโยนทำให้ผิวนุ่มเนียน และกระจ่างใสขึ้น และช่วยกระตุ้นให้เกิดเซลล์ผิวใหม่ที่สดใส โดยไม่ทำให้เกิดแผล ปลอดภัยแม้มีสภาพผิวที่บอบบางและแพ้ง่าย

l การผลักวิตามินเข้าผิวหน้าโดยใช้คลื่นเสียง Phonophoresis การบำรุงผิวโดยใช้คลื่นเสียงเป็นตัวนำครีมหรือยาบำรุงเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้เซลล์มีการดูดซึมตัวยาได้ดีขึ้น และยังทำให้เมตาบอลิสึมของเซลล์ดีขึ้น เพิ่มการไหลเวียนของเลือดและผิวพรรณเต่งตึงขึ้น ทำให้ผิวชุ่มชื้น และช่วยในการลดเลือนริ้วรอย

l การใช้กระแสไฟฟ้า (Infusion) เป็นวิทยาการในการปรับสภาพผิวโดยใช้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ในการผลักยา หรือวิตามิน ผ่านรูขุมขนของผิวหนังเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ตัวยา สามารถซึมลงไปรักษาได้ดีกว่าการทายาตามปกติ Infusion สามารถช่วยรักษาผิวพรรณในเรื่อง

l การใช้แสงที่มีความเข้มข้นสูง (Intensed Pulsed Light หรือ IPL) เป็นเทคโนโลยีความงามโดยการใช้คลื่นแสงธรรมชาติ IPL ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิวแต่จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวสวยใส ดูอ่อนวัย คืนความเนียนใสให้กับใบหน้า ลบเลือนจุดด่างดำ ช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง พร้อมปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ พร้อมกับการทำลายเฉพาะเม็ดสีส่วนเกินในชั้นหนังกำพร้า ไม่มีอาการเจ็บและไม่ทำให้เกิดแผล หลังการรักษายังสามารถแต่งหน้าได้

l การใช้เลเซอร์กระตุ้นคอลลาเจนเนื่องจากความหย่อนคล้อยเกิดจากคอลลาเจนในชั้นผิวลดลง ดังนั้น เลเซอร์จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับชั้นผิวและยกกระชับใบหน้าได้ เช่น Long pulse Nd Yag Laser, Fractional Erbium Glass Laser เป็นต้น

ทั้งนี้ ในการดูแลผิวพรรณให้สวยสดใส ด้วยการบำรุงผิวอย่างถูกวิธีข้างต้นแล้ว อย่าลืมการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมากๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้ เพราะการบำรุงจากภายนอกอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

สำหรับช่วงปีใหม่นี้ ใครที่อยากทำบุญช่วยเด็กพิเศษที่บกพร่องทางด้านสติปัญญา กว่า 170 คน ของ รร.เด็กพิเศษ
คุณพ่อเรย์ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ทั้งนี้รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ร่วมกับศูนย์การศึกษานอกระบบฯจ.ชลบุรี จัดการศึกษาเฉพาะบุคคลในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานและสร้างอาชีพจัดการฝึกอบรมและมีกิจกรรมพิเศษเฉพาะกลุ่มสำหรับคนพิการพร้อมอาหาร โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ขอเชิญร่วมบริจาคได้ที่ ธ.กรุงไทย 591-6-00135-5 บ/ช.ชื่อ รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ใบเสร็จลดหย่อนภาษี โทร.092-7390990

ผ่าตัดปลูกถ่ายตับ ความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วยภาวะตับที่ผิดปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703372

ผ่าตัดปลูกถ่ายตับ ความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วยภาวะตับที่ผิดปกติ

ผ่าตัดปลูกถ่ายตับ ความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วยภาวะตับที่ผิดปกติ

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.21 น.

การปลูกถ่ายตับ คือการตัดเอาตับทั้งหมดของผู้ป่วยออก และทำการปลูกถ่ายตับใหม่เข้าไปในช่องท้องของผู้ป่วย โดยปัจจุบันการผ่าตัดปลูกถ่ายตับถือเป็นหนึ่งในการรักษาที่เป็นมาตรฐานสำหรับภาวะตับที่ผิดปกติหลายประเภท ศูนย์ศัลยกรรมโรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมดูแลผู้ป่วยที่มีโรคเกี่ยวกับตับหรือตับไม่สามารถทำงานได้ตามปกติจนต้องเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับ ซึ่งเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ด้วยทีมแพทย์ที่มากด้วยประสบการณ์ เครื่องมือทันสมัย และทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีความชำนาญ เพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

ผศ.นพ.สุปรีชา อัสวกาญจน์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี และการปลูกถ่ายอวัยวะ ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่าการปลูกถ่ายตับเป็นการรักษาที่เหมาะสมกับบางโรคหรือความผิดปกติทางตับเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันข้อบ่งชี้ของการผ่าตัดปลูกถ่ายตับ ได้แก่ ภาวะตับแข็ง(Cirrhosis) ระยะสุดท้าย เป็นภาวะตับแข็งที่ตับไม่ทำงานแล้วหรือไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายอย่างมาก ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของตับแข็งรุนแรง เช่น เส้นเลือดดำที่หลอดอาหารโป่งพองผิดปกติ ภาวะท้องมาน ที่ไม่สามารถควบคุมด้วยยาได้ดี และภาวะโรคทางสมองจากตับทำให้มีอาการสับสน เป็นต้น ภาวะตับวายเฉียบพลัน (Fulminant Hepatic Failure) เป็นภาวะที่ตับไม่ทำงานเฉียบพลัน ทำให้เกิดภาวะโรคทางสมองจากตับ ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะมีผลต่อไปถึงอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ ไต และมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้มาก มะเร็งตับระยะแรก (Early Hepatocellular Carcinoma) จากการศึกษาพบว่ากรณีมะเร็งตับที่มีขนาดเล็กและจำนวนไม่มากเกินไปมีอัตราการรอดชีวิตดีและมีอัตราการเกิดซ้ำของมะเร็งตับน้อยในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ภาวะการทำงานของตับผิดปกติโดยกำเนิดบางชนิด อาจมีผลทำให้ตับผิดปกติในลักษณะที่ทำให้มีผลต่ออัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย

การผ่าตัดปลูกถ่ายตับสามารถแบ่งเป็น 2 แบบตามที่มาของอวัยวะ ได้แก่ ตับจากผู้บริจาคที่มีภาวะสมองตาย (Cadaveric Liver Transplantation) เป็นการผ่าตัดปลูกถ่ายตับโดยนำตับจากผู้บริจาคที่สมองตายแล้ว ในปัจจุบันการผ่าตัดปลูกถ่ายตับในผู้ใหญ่ส่วนใหญ่เป็นการผ่าตัดแบบนี้ และตับจากผู้บริจาคที่มีชีวิตอยู่ (Living – Related Liver Transplantation) เป็นการผ่าตัดปลูกถ่ายตับโดยแบ่งตับส่วนหนึ่งมาจากผู้บริจาคที่มีชีวิต เช่น การผ่าตัดแบ่งตับจากผู้ใหญ่ เช่น บิดา มารดา ไปปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยเด็ก หรือแบ่งตับผู้ใหญ่ไปปลูกถ่ายในผู้ใหญ่ด้วยกัน การผ่าตัดทั้งสองแบบนี้มีเทคนิคการผ่าตัดที่แตกต่างกันและมีข้อดีข้อ-เสียรวมถึงภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ไม่เหมือนกัน จึงมีความเหมาะสมต่อโรคหรือภาวะตับแต่ละแบบต่างกัน โดยจะมีขั้นตอนการประเมินผู้ป่วยก่อนพิจารณาผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะตับ ประกอบไปด้วย การตรวจสภาพการทำงานทั่วไปของร่างกาย การทำงานของหัวใจ การทำงานของปอด ตรวจประเมินสภาพการทำงานของตับ ลักษณะกายวิภาคและภาวะเนื้องอกหรือมะเร็งในตับ โดยตรวจเลือด อัลตราซาวนด์ตับ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ตับ หรือตรวจด้วยการถ่ายภาพโดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ตรวจประเมินคัดกรองหามะเร็งชนิดอื่นในร่างกาย ซึ่งอาจไม่เคยทราบหรือมีอาการมาก่อน เช่น การตรวจแมมโมแกรม เอกซเรย์ปอด ส่องกล้องตรวจลำไส้ (กรณีมีข้อบ่งชี้) เป็นต้น รวมถึงการเจาะเลือดคัดกรองหาความผิดปกติของค่ามะเร็งต่างๆ เพราะกรณีที่มีมะเร็งชนิดอื่นในร่างกายแล้วทำการปลูกถ่ายตับ หลังผ่าตัดเมื่อผู้ป่วยรับประทานยากดภูมิคุ้มกันจะทำให้มะเร็งดังกล่าวมีอาการหรือมีความรุนแรงมากขึ้นได้ ตรวจประเมินหาภาวะการติดเชื้อต่างๆ ไวรัสตับอักเสบ ไวรัสเอชไอวี รวมถึงการติดเชื้อที่อาจเป็นเรื้อรังหรือไม่แสดงอาการ เพราะหลังปลูกถ่ายตับผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการกดภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีโอกาสทำให้มีอาการหรือเป็นรุนแรงมากขึ้นได้ ตรวจคัดกรองสภาพฟันโดยทันตแพทย์ หากมีฟันผุต้องได้รับการรักษาให้ดีก่อน และตรวจประเมินสภาวะทางจิตใจโดยจิตแพทย์เพื่อประเมินความสามารถในการดูแลรักษาตนเองและติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องได้ ผู้ป่วยต้องหยุดดื่มสุราติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือนก่อนผ่าตัด ยกเว้นกรณีภาวะตับวายเฉียบพลันต้องงดดื่มสุราหลังผ่าตัด เพราะการทำงานของตับหลังปลูกถ่ายจะลดลงและเกิดภาวะตับแข็งได้ถ้ากลับมาดื่มสุรา

เมื่อผู้ป่วยได้รับการประเมินต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แพทย์เฉพาะทางจะพิจารณาว่าผู้ป่วยสามารถทำการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะตับได้หรือไม่ หลังจากนั้นทางศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพจะดำเนินการกับทางสภากาชาดไทยเพื่อรอการจัดสรรอวัยวะตับเมื่อมีผู้บริจาคอวัยวะและเนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่ใหญ่และมีเลือดเลี้ยงเป็นจำนวนมาก จึงมีโอกาสเสียเลือดจำนวนมากระหว่างผ่าตัด อาจมีเลือดค้างในช่องท้อง แผลติดเชื้อหลังผ่าตัด จนอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนขณะและหลังผ่าตัดปลูกถ่ายตับได้ เช่น ภาวะการปฏิเสธหรือต่อต้านตับใหม่ (Graft Rejection) เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยจะมีการสร้างสารคัดหลั่งต่างๆ มาต่อต้านตับใหม่ที่ทำการปลูกถ่าย จึงมีความจำเป็นที่ผู้ป่วยจะต้องรับประทานยากดภูมิคุ้มกันตลอดชีวิตเพื่อลดอัตราการเกิดภาวะดังกล่าว

ภาวะตับไม่ทำงานหลังปลูกถ่ายตับ (Graft Nonfunction/Dysfunction) อาจเกิดขึ้นได้โดยอัตราการเกิดแตกต่างกันไปตามคุณภาพของตับและปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ของการปลูกถ่ายตับ ภาวะเส้นเลือดตับอุดตัน เนื่องจากต้องมีการตัดและต่อเส้นเลือดของตับจึงมีโอกาสที่จะเกิดภาวะเส้นเลือดตับอุดตันได้ทั้งในเส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดงของตับ โดยอัตราการเกิดภาวะดังกล่าวจะแตกต่างกันตามชนิดของการผ่าตัดเปลี่ยนตับ ภาวะทางเดินน้ำดีตับอุดตันหรือรั่วซึมเนื่องจากต้องมีการตัดและต่อท่อน้ำดีจึงมีโอกาสเกิดภาวะอุดตันหรือรั่วซึมได้หลังผ่าตัดคล้ายในกรณีเส้นเลือดตับอุดตัน รวมทั้งความเสี่ยงในการเกิดโรคไวรัสตับอักเสบใหม่กรณีเป็นโรคไวรัสตับอักเสบก่อนผ่าตัด

การผ่าตัดปลูกถ่ายตับแม้จะมีกระบวนการที่ยุ่งยากและซับซ้อน แต่หากผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดรักษาตามกระบวนการที่เหมาะสมจะได้รับผลการรักษาที่ดี กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีหลังผ่าตัดและมีอัตราการรอดชีวิตที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาสุขภาพออกกำลังกายและทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อตับอยู่เสมอก็ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถรักษาตับให้สุขภาพดีและอยู่กับเราไปได้อีกนาน ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.02-3103002, 02-7551002 หรือ Contact Center โทร.1719

ฉลองวันเด็กแห่งชาติ ‘เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ คิดส์ ฟันนิวัล 2023’ มอบประสบการณ์ให้เด็กๆ สนุกสนาน เรียนรู้ไม่รู้จบ นอกตำราเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703314

ฉลองวันเด็กแห่งชาติ ‘เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ คิดส์ ฟันนิวัล 2023’  มอบประสบการณ์ให้เด็กๆ สนุกสนาน เรียนรู้ไม่รู้จบ นอกตำราเรียน

ฉลองวันเด็กแห่งชาติ ‘เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ คิดส์ ฟันนิวัล 2023’ มอบประสบการณ์ให้เด็กๆ สนุกสนาน เรียนรู้ไม่รู้จบ นอกตำราเรียน

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัว ฉลองวันเด็กแห่งชาติปี 2566 จัดงาน “เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์คิดส์ ฟันนิวัล 2023” มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้เด็กๆ ได้สนุกสนานกับการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ นอกตำราเรียน ด้วยกิจกรรมต่างๆ ทั่วทุกพื้นที่ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์

สุธาวดี ศิริธนชัย กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ กล่าวว่า เด็กๆ คือกำลังสำคัญที่จะพัฒนาประเทศไทย ดังนั้นการเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ จากการเรียนรู้นอกตำราเรียนด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเด็กๆ ทุกคนวันเด็กแห่งชาติปีนี้ ศูนย์การค้าฯ ขอมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้เด็กๆ จัดงาน “เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ คิดส์ ฟันนิวัล2023” ให้เด็กๆ ได้สนุกสนานไปกับการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบด้วยกิจกรรมต่างๆ มอบความสุขให้ครอบครัวทั่วพื้นที่ภายในศูนย์การค้าฯ

ฟันนิวัล เพล์แลนด์ บริเวณ ควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ดิ เอ็มควอเทียร์ สนุกสุดฟินกันทั้งครอบครัวกับอเมริกัน คานิวัล เช็คอินกับจุดแลนด์มาร์คแห่งความสนุกกับม้าหมุน ฟันนิวัล โกราวน์ พร้อมเพลิดเพลินกับร้านอาหารสไตล์อเมริกันที่ถูกใจเด็กๆ และชมการแสดงความสามารถพิเศษของน้องๆ หนูๆ ร้อง เล่น เต้น โชว์ ของเหล่าคนเก่งตัวจิ๋วKIDS IDOL และน้องๆ จากสถาบันในโซนEMJOY ฟันนิวัล เพล์กราวด์ บริเวณ เอ็มจอยชั้น 2 ดิ เอ็มควอเทียร์ สนุกสนานกับโลกแห่งการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ เพลิดเพลินไปกับการแสดงความสามารถพิเศษของเด็กๆ จากสถาบันชื่อดังกว่า 20 สถาบันในโซนที่มามอบความสนุกผ่านประสบการณ์สุดประทับใจเต็มไปด้วยความรู้แบบจัดเต็ม พร้อมกิจกรรมสุดหรรษา EMJOY FUNIVAL ARCADE อาทิ Ring toss, Tic tac toe, Mini golf และ Kids Funival Face Paint พร้อมรับฟรีป๊อปคอร์น, สายไหมจาก EMJOY และ Plant-based High-protein และเกมส์หมุนวงล้อจาก AlphaGrow ส่งเสริมทักษะอย่างสนุกสุดมันส์ไปกับ ฟันนิวัล ทอยส์ บายคิดส์เพลนเน็ต บริเวณ ควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้น M ดิ เอ็มควอเทียร์ พบพื้นที่แห่งความสุขสนุกแบบไร้ขีดจำกัด ให้เด็กๆ ได้ช้อป พร้อมเปิดโลกแห่งจินตนาการจากหลากหลายแบรนด์ดังที่เด็กๆ ชื่นชอบ ฟันนิวัลอีทเทอรี่ EMDINING เสิร์ฟความอร่อยให้กับคุณหนูๆ และครอบครัว พร้อมรับสิทธิพิเศษจากร้านอาหารในศูนย์การค้า และสนุกสนานกับฟรีกิจกรรมมากมาย เช่น EMDINING Fun ICE-CREAM, Funival face paint, Funival lucky machine

พร้อมร่วมมอบโอกาสให้กับน้องๆ จากมูลนิธิบ้านพระพรในกิจกรรมเพื่อสังคม“พี่อิ่มท้อง น้องอิ่มใจ” แสดงใบเสร็จเมื่อทานอาหารครบ 2,000 บาทขึ้นไป ระหว่างนี้-15 มกราคม 2566 รับฟรี EMJOY&Friends Water Bottle มูลค่า 590 บาท พร้อมมอบบัตรชมละครเวที LUNA THE IMMERSIVE MUSICAL EXPERIENCE ละครเวทีแนว“Immersive Musical” สัมผัสประสบการณ์ละครเพลงแฟนตาซีที่สามารถติดตามและพูดคุยกับตัวละครได้ครั้งแรกในประเทศไทย ให้กับน้องๆ ผู้ด้อยโอกาส

ดีไซเนอร์สาว มิลิน ยุวจรัสกุล กล่าวถึงความชอบของลูกๆ 2 คนว่า “มีความชอบแตกต่างกันค่ะ ลูกสาวคนโตจะชอบ
เกี่ยวกับงานอาร์ท การแสดง ส่วนลูกชายก็จะมาสายวิชาการหน่อย ชอบเลขเป็นพิเศษ ปกติเราเลยชอบมาทำกิจกรรมที่Emjoy ค่ะ เพราะลูกๆ ก็จะเลือกเรียนและเล่นตามความชอบได้เลย ทำให้เค้ารู้ และค้นหาตัวเองได้ไว ว่าเค้ามีความสนใจและถนัดด้านไหนเป็นพิเศษ วันเด็กนี้ เราก็มีแพลนมาเที่ยวงานวันเด็กที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์เพราะกิจกรรมสนุกสนานและหลากหลายที่สำคัญเด็กๆ ก็ชื่นชอบและคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี”

พรรณธร บุญมหิทธิสุทธิ์ และณกรณ์ ศรีประเสริฐ คุณพ่อคุณแม่ของน้องเบียงก้า เล่าถึงกิจกรรมที่ลูกชื่นชอบว่า“คุณพ่อเป็นศิลปิน ส่วนใหญ่ก็จะเน้นงาน DIY ต่างๆ เขามีความสนใจทางศิลปะหลากหลายด้าน ส่วนกิจกรรมทางดนตรีน้องก็มาเรียนเปียโนที่ Emjoy ซึ่งคุณแม่ก็มาเรียนกับน้องด้วย วันเด็กนี้คุณแม่ก็ให้ความสำคัญและคิดว่าทุกๆ วันก็เป็นวันของเด็กอยู่แล้ว และที่ Emjoy รวมถึงกิจกรรมส่วนต่างๆ ในศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เค้าคัดสรรมาแล้วนอกเหนือจากความสนุกแล้ว ยังเสริมสร้าง IQ และ EQ”

วันเด็กแห่งชาติปีนี้ ชวนเด็กๆ และครอบครัว สนุกสนานกับการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบนอกตำราเรียน ที่งาน เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์คิดส์ ฟันนิวัล 2023 ระหว่างวันที่ 12-15 มกราคม 2566 ณ ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียมและ ดิ เอ็มควอเทียร์

สุธาวดี ศิริธนชัย ผู้บริหาร ดิ เอ็มโพเรียม ดิ เอ็มควอเทียร์

สุธาวดี ศิริธนชัย ผู้บริหาร ดิ เอ็มโพเรียม ดิ เอ็มควอเทียร์

มิลิน ยุวจรัสกุล และลูกๆ

มิลิน ยุวจรัสกุล และลูกๆ

มณรัตน์ ธรรมมณีวงศ์ และลูกๆ

มณรัตน์ ธรรมมณีวงศ์ และลูกๆ

พรรณธร บุญมหิทธิสุทธิ์, ณกรณ์ ศรีประเสริฐ

พรรณธร บุญมหิทธิสุทธิ์, ณกรณ์ ศรีประเสริฐ

คเชนทร์ วงศ์แหลมทอง และ กุลปรางค์  นราศิริศักดิกร

คเชนทร์ วงศ์แหลมทอง และ กุลปรางค์ นราศิริศักดิกร

กิจกรรมทำสายไหม

กิจกรรมทำสายไหม

กิจกรรมทำสายไหม

กิจกรรมทำสายไหม

บรรยากาศความสนุกสนานภายในงาน

บรรยากาศความสนุกสนานภายในงาน

ม้าหมุน ฟันนิวัล โกราวน์ แสนสนุก

ม้าหมุน ฟันนิวัล โกราวน์ แสนสนุก

ม้าหมุน ฟันนิวัล โกราวน์ แสนสนุก

ม้าหมุน ฟันนิวัล โกราวน์ แสนสนุก

ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703385

ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ

ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วันเด็กปีนี้คุณพ่อคุณแม่ทุกครอบครัวทั่วไทย เตรียมจูงมือลูกรักไปสนุกสุดเหวี่ยงกันได้ที่ ห้างเซ็นทรัล และ ห้างโรบินสัน เพราะ รุ่งนิภา ศรีวิริยะเลิศกุล เตรียมเนรมิตอาณาจักรเพื่อคุณหนูๆ ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติกับแคมเปญ “Central / Robinson Kids Day” พิเศษ! ที่ห้างเซ็นทรัล ในวันเสาร์ 14 ม.ค. 2566 ชวนพบกับกิจกรรมไฮไลต์จากศิลปินแนวสตรีทอาร์ตรูปการ์ตูนสุดน่ารักNOLANOLEE (โนลาโนลี) ที่มาร่วมมอบความสนุกผ่านการออกแบบตัวการ์ตูนคาแร็กเตอร์อาชีพในฝันให้กับน้องๆ ได้ค้นหาความเป็นตัวเอง ด้านห้างโรบินสันในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 14-15 ม.ค. 2566 จัดเต็มกับกิจกรรมเวิร์กช็อปให้เด็กๆ เพ้นท์เสื้อแต่งแต้มไอเดียสุดสร้างสรรค์ รวมถึงยกเหล่ากองทัพสินค้าที่ขนมาให้คุณพ่อคุณแม่ และคุณหนูๆ ช้อปกันแบบเต็มที่ พร้อมโปรโมชั่นลดสูง 50% ทั้งหน้าร้าน ออนไลน์ และทุกช่องทางการช้อปของห้าง ตั้งแต่วันนี้-15 ม.ค. 2566 ที่แผนกเด็ก ห้างเซ็นทรัล และห้างโรบินสัน ทั่วประเทศ

เดินหน้าโครงการ ‘บ้านใส่ใจเพื่อคนพิการ’ สู่เป้าหมายพัฒนาเพื่อความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703387

เดินหน้าโครงการ ‘บ้านใส่ใจเพื่อคนพิการ’  สู่เป้าหมายพัฒนาเพื่อความยั่งยืน

เดินหน้าโครงการ ‘บ้านใส่ใจเพื่อคนพิการ’ สู่เป้าหมายพัฒนาเพื่อความยั่งยืน

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สานต่อโครงการ “บ้านใส่ใจเพื่อคนพิการ By Pruksa” ปี 4 ภายใต้ความร่วมมือจากหลายภาคส่วนโดยดำเนินการปรับปรุงบ้านหลังใหม่ให้คนพิการในชนบท ส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างโอกาสและความเท่าเทียมในการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองรวมทั้งการส่งเสริมให้คนพิการมีอาชีพมีรายได้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

นางสาวอังคณา ลิขิตจรรยากุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดองค์กรกลุ่ม บริษัท พฤกษาโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พฤกษามีมุมมองเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ในทุกบริบทของการพัฒนาธุรกิจ โดยมีการผสานแนวคิดทั้งสามด้านไม่ว่าจะเป็นความใส่ใจสภาพแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG เข้าไปในแนวนโยบายและการดำเนินงานทุกส่วน โดยเฉพาะในมิติด้านสังคม ภายใต้แนวคิดเรื่องการใส่ใจเพื่อสังคม หรือ Heart to Society เราเชื่อว่าทุกภาคส่วนสามารถใช้ความเชี่ยวชาญของตนเองมาแบ่งปัน
และร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่คนทุกกลุ่มอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม มีสิทธิ์และศักดิ์ศรีในฐานะมนุษย์ซึ่งสามารถใช้ชีวิตและทำกิจกรรมทางสังคมได้อย่างเสมอภาค

ภายใต้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย พฤกษามุ่งหวังว่าคนไทยทุกคนควรได้รับโอกาสในการมีบ้านและมีคุณภาพการใช้ชีวิตที่ดี โครงการ “บ้านใส่ใจเพื่อคนพิการ By Pruksa” จึงเกิดขึ้นและเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานของพฤกษาที่สะท้อนแนวนโยบายด้าน ESG อย่างชัดเจนด้วยความมุ่งมั่นและลงมือทำอย่างต่อเนื่องด้วยความใส่ใจเพื่อยกระดับคุณภาพสังคมสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

“ผู้มีความพิการไม่ว่าจะเป็นด้านการมอง การเดิน หรืออื่นๆ ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน
และส่วนใหญ่แล้วที่อยู่อาศัยของพวกเขาไม่เอื้อต่อความปลอดภัยและไม่เหมาะสมกับการใช้ชีวิต ดังนั้น เมื่อเป็นเรื่องบ้าน เราใช้ความชำนาญในการสร้างบ้านและการออกแบบบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตสำหรับคนพิการ โครงการนี้จึงไม่เพียงแต่สร้างบ้านใหม่ให้พวกเขาแต่ยังสร้างคุณภาพการอยู่อาศัยให้พวกเขาช่วยเหลือตัวเองได้ดีและสามารถใช้ชีวิตได้สะดวกมากขึ้นด้วย เรายังได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่ช่วยเหลือให้คนพิการที่มีศักยภาพมีอาชีพมีงานทำ เพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองในการใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย” นางสาวอังคณา กล่าว

โครงการ “บ้านใส่ใจเพื่อคนพิการ By Pruksa” เริ่มดำเนินการครั้งแรกในปี 2562 ที่จังหวัดขอนแก่น และดำเนินการต่อเนื่องมาสามปี โดยในปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่ 3 ของการดำเนินโครงการได้มีการขยายพื้นที่ให้ความเกื้อกูลแก่คนพิการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพิ่มขึ้นด้วย สำหรับปี 2565 พฤกษายังคงดำเนินโครงการนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในพิกัดพื้นที่ชนบทของจังหวัดขอนแก่นอีกครั้ง

สังคมดีขึ้นได้ย่อมมาจากความร่วมมือของทุกฝ่าย เช่นดียวกับความสำเร็จของโครงการ “บ้านใส่ใจเพื่อ
คนพิการ By Pruksa” ที่มาจากความร่วมมือของหลายภาคส่วนเพื่อให้โครงการนี้เกิดขึ้นและก่อประโยชน์สูงสุด มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและผู้นำชุมชนในพื้นที่ รวมถึงโรงพยาบาลวิมุต ในนามบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) พร้อมภาคีเครือข่ายได้แก่ มูลนิธินวัตกรรมทางสังคมโรงพยาบาลสิรินธร จ.ขอนแก่น และหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ สำนักงานจังหวัดขอนแก่น สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดขอนแก่น ที่ว่าการอำเภอ อบต. และเทศบาลตำบล

ให้ความร่วมมือทั้งการเก็บรวบรวมข้อมูลการอยู่อาศัยของคนพิการ สภาพปัญหาและจัดลำดับการให้ความช่วยเหลือในการสร้างและปรับปรุงบ้านให้คนพิการในชนบทเพื่อให้พวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีสะดวกสบาย และมีอาชีพ นับเป็นการมอบโอกาสและความเท่าเทียมในการมีบ้านเป็นของตนเองและเป็นที่อยู่อาศัยที่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

แนวทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืนในมิติด้านสังคมของพฤกษา นอกเหนือจากการใส่ใจดูแลสังคมแวดล้อมแล้ว พฤกษายังให้ความใส่ใจสังคมภายในองค์กรด้วย โดยมีแนวนโยบายที่เปิดกว้างสำหรับคนพิการในการทำงานในองค์กร ให้สิทธิ์ ให้โอกาสและความเท่าเทียมสำหรับพนักงาน บุคลากรทุกฝ่ายในการพัฒนาตนเองเพื่อความก้าวหน้า รวมถึง
มีการรับฟังความคิดเห็นอย่างเปิดกว้างเพื่อสนับสนุนแนวทางการทำงานที่มีประสิทธิภาพในบรรยากาศท่ามกลางความหลากหลาย

มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา ส่งต่อความสุขและรอยยิ้ม มอบตู้อบเด็กทารกและทุนการศึกษาให้กับเด็กที่ขาดแคลน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703328

มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา ส่งต่อความสุขและรอยยิ้ม  มอบตู้อบเด็กทารกและทุนการศึกษาให้กับเด็กที่ขาดแคลน

มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา ส่งต่อความสุขและรอยยิ้ม มอบตู้อบเด็กทารกและทุนการศึกษาให้กับเด็กที่ขาดแคลน

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ช่วงเวลาแห่งการส่งต่อความสุขและรอยยิ้มของคนไทยยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา ขอเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ร่วมสร้างรอยยิ้มและความอิ่มเอมใจให้กับคนไทย ผ่านการส่งต่อโอกาสดีๆ ให้กับเด็กไทยในด้านการศึกษาและสาธารณสุข ตามเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ที่ต้องการเป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ด้วยการส่งมอบตู้อบเด็กทารกแรกเกิดให้กับโรงพยาบาลประจำอำเภอที่ขาดแคลน เพื่อสร้างโอกาสในการรอดชีวิต ต่อลมหายใจให้กับทารก และมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนหนังสือและนำความรู้ความสามารถไปใช้ประกอบอาชีพเลี้ยงดูครอบครัว และสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคมต่อไป

ที่ผ่านมา มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา เล็งเห็นถึงความสำคัญของการแพทย์และสาธารณสุขอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้าง “โอกาส” ให้เด็กทารกแรกเกิดที่มีความเสี่ยงได้มีชีวิตอยู่รอดมากขึ้น ด้วยการมอบตู้อบเด็กทารกแรกเกิดให้กับโรงพยาบาลประจำอำเภอที่ขาดแคลนเพื่อใช้ในการรักษารวมถึงเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับทารกเมื่อต้องส่งต่อไปรักษายังโรงพยาบาลอื่นที่มีความพร้อมด้านเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์มากกว่าโดยมูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา ได้เริ่มมอบตู้อบเด็กทารกแรกเกิดให้กับโรงพยาบาลประจำอำเภอต่างๆ ตั้งแต่ปี 2562 ปัจจุบันมอบไปแล้วทั้งสิ้น 70 เครื่อง
70 โรงพยาบาลทั่วประเทศ

พญ.ศศินิภา สิริสุทธิสุวรรณ กุมารแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร กล่าวถึงความจำเป็นของ “ตู้อบเด็กทารกแรกเกิด” ว่าโรงพยาบาลหลังสวนมีปริมาณเด็กคลอดอยู่ที่ประมาณ 120 คนต่อเดือนเครื่องที่มูลนิธิฯ บริจาคให้โรงพยาบาลจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เด็กวิกฤต เด็กคลอดก่อนกำหนดให้ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิเหมาะสม เพิ่มอัตราความสำเร็จในการดูแลทารกแรกเกิด ลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น อุณหภูมิร่างกายต่ำเกินไปอาจจะติดเชื้อได้ ตู้นี้ก็จะเป็นการจำลองการอยู่ในท้องแม่ เป็นบ้านให้เด็ก ซึ่งตู้อบเด็กที่ได้รับบริจาคนี้ ทางโรงพยาบาลจะได้ใช้ดูแลทารกได้มากขึ้น ไม่ต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลจังหวัดหรือโรงพยาบาลที่ไกลขึ้น

พญ.กอบกาญจน์ ชามพูนท สูตินารีแพทย์ โรงพยาบาลพรหมพิราม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก กล่าวว่า การที่มูลนิธิฯ ได้บริจาคตู้อบเด็กให้โรงพยาบาลทำให้สนับสนุนการทำงานได้มากขึ้นเพราะการส่งเด็กที่มีน้ำหนักน้อยหากเราไม่ใช้ตู้อบเด็กจะควบคุมอุณหภูมิไม่ได้เราต้องควบคุอุณหภูมิและการหายใจให้ดีก่อนส่งต่อไปโรงพยาบาลที่มีความพร้อมมากกว่า ซึ่งก่อนหน้านี้ที่เรายังไม่มีตู้อบเด็กเครื่องใหม่เราจำเป็นต้องใช้ถุงถั่วเขียวเอาไปเวฟมาให้ความอบอุ่นเด็ก ทำให้มีความเสี่ยงเรื่องความร้อนที่มีมากเกินไปเพราะควบคุมอุณหภูมิไม่ได้และถ้าเด็กตัวเย็นเกินไปจะทำให้เด็กหยุดหายใจได้ซึ่งบางครั้งเด็กที่คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวน้อย อายุครรภ์น้อย จำเป็นจะต้องส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลพุทธชินราชถ้าไม่มีตู้อบเด็กทารกสำหรับเคลื่อนย้ายจะค่อนข้างเสี่ยงเพราะระยะทางไกลมีโอกาสที่เด็กจะเสียชีวิตระหว่างส่งตัวได้

สำหรับด้านการศึกษา มูลนิธิวิชัย ศรีวัฒนประภา สร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่เรียนดี ประพฤติดี
มุ่งมั่น ขยันหมั่นเพียร แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ที่ต้องการศึกษาต่อด้วยการสนับสนุนทุนการศึกษาให้เยาวชนเหล่านี้ได้เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1, ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือ ปวช. 1 โดยจะมอบทุนการศึกษาให้จนจบระดับปริญญาตรี เป็นการติดอาวุธทางการศึกษาให้เป็นใบเบิกทางได้เติบโตและเพิ่มโอกาสในการพัฒนาทักษะวิชาชีพ อันจะเป็นหนทางในการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งมูลนิธิฯ ได้เริ่มให้ทุนการศึกษามาตั้งแต่ปี 2563 ปัจจุบันมีนักเรียนที่ได้รับทุนแล้วทั้งสิ้น 41คน โดย 2 นักเรียนที่ได้รับทุนจากมูลนิธิฯ ได้เผยถึงความรู้สึก ดังนี้

เริ่มจาก ด.ช.ระพีภัทร จันคำ หรือ น้องอ้น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนหนองแวงวิทยาคม อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร นักเรียนทุนรุ่นแรกของมูลนิธิฯ กล่าวว่า อาศัยอยู่กับยายอายุ 72 ปี ไม่มีรายได้อื่นนอกจากเบี้ยผู้สูงอายุ จึงรู้สึกดีใจมากที่ได้รับทุนการศึกษา หากไม่ได้รับทุนคงจะได้เรียนจบแค่ชั้น ม.6 เพราะที่บ้านยากจน แต่เมื่อได้รับทุนแล้วทำให้สามารถเรียนต่อได้จนถึงปริญญาตรี เมื่อจบม.3 ตั้งใจจะสอบเข้าโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จ.มุกดาหาร เพราะมีความใฝ่ฝันอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ขอขอบคุณมูลนิธิฯ ที่ให้โอกาสได้เรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี ตนจะตั้งใจเรียน และทำความฝันให้เป็นจริง เมื่อเรียนจบจะได้มีอาชีพเลี้ยงดูครอบครัว

นางสาวดรุณี พลศร หรือ น้องไอซ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนพรานกระต่ายพิทยาคม อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร นักเรียนทุนรุ่นแรกกล่าวว่าดีใจที่ได้รับทุนการศึกษาของมูลนิธิฯ เพราะตอนแรกคิดว่าเมื่อจบ ม.3 คงไม่ได้เรียนต่อแล้วเนื่องจากปู่กับย่าไม่มีรายได้ ทำให้ชีวิตมีความหวังและมีโอกาสขึ้นมา ความใฝ่ฝันของตนคืออยากเป็นพยาบาล ตั้งใจว่าถ้าจบแล้วจะได้กลับมาทำงานเป็นพยาบาลดูแลคนในชุมชนดูแลปู่กับย่าที่อายุมากแล้วและมีร่างกายไม่แข็งแรง

นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของมูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา ในการส่งความสุข สร้างรอยยิ้ม ต่อลมหายใจ และมอบโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนให้ได้มีชีวิตและอนาคตที่ดีต่อไปในภายภาคหน้า และแน่นอนว่ามูลนิธิฯ จะยังคงเดินหน้ามุ่งมั่นสานต่อปณิธานอันแรงกล้านี้ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

ผู้บริหารมูลนิธิ วิชัยฯ นำโดย เอมอร-อัยยวัฒน์-วรมาศ-อภิเชษฐ์-อรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา มอบตู้อบเด็กทารกแรกเกิด

ผู้บริหารมูลนิธิ วิชัยฯ นำโดย เอมอร-อัยยวัฒน์-วรมาศ-อภิเชษฐ์-อรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา มอบตู้อบเด็กทารกแรกเกิด

พญ.ศศินิภา สิริสุทธิสุวรรณ กุมารแพทย์ ชำนาญการ รพ.หลังสวน

พญ.ศศินิภา สิริสุทธิสุวรรณ กุมารแพทย์ ชำนาญการ รพ.หลังสวน

พญ.กอบกาญจน์ ชามพูนท พร้อมด้วยทีมพยาบาล

พญ.กอบกาญจน์ ชามพูนท พร้อมด้วยทีมพยาบาล

คุณแหน : 11 มกราคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703422

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผอ.ดีป้าและอิกอร์ มอเรล ปธ.บจ.อีริคสัน ประเทศไทย ลงนาม MOU ขับเคลื่อนการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นผ่านการใช้เครือข่าย 5G เพื่อการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลในไทย..

ll รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม รับปีใหม่ด้วยการขับรถพามาดาม พญ.สมทรง ศิลธรรม ไปตระเวนเดินสายทำบุญไหว้พระทั้งที่เชียงใหม่ เชียงราย และแพร่..

ll เฉลิมพันธุ์ สุวรรณประกร นัดเลี้ยง ปีใหม่รวมญาติและฉลองวันเกิดให้น้องสาวกมลวรรณ สุวรรณประกร งานนี้ระพีพรรณ รุจิรัตน์,กอบทิพย์ ศรีจอมขวัญ,อุทิศพร สุรัตนาวงศ์กูร,อรรควุฒิ-จิราภา-ฉันทนา-สรสัณห์ สุวรรณประกร,อรุโณชา ภาณุพันธุ์ ไม่ยอมพลาดเพราะมีทั้งร่วมเล่นดนตรีไทยเดิม เต้นระบำม้าด้วย..

ll พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา ควงหวานใจซิลเวีย สุธีรา บุณยรักษ์ พร้อมลูกชายและลูกสาวคนเล็ก ศุภสิทธิ์-ศลิษาเสรีวิวัฒนา ไปตะลุยอิตาลีใต้ 6 เมือง กว่าอาทิตย์ช่วงปีใหม่..

ll ชื่นชม ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ซีอีโอกลุ่มบริษัทบางจาก ที่ร้านอินทนิล“ร้านกาแฟสีเขียว”ในคอนเซ็ปต์ผูกพัน ผลิบาน ยั่งยืน ได้ขยายเครือข่ายครบ 1 พันสาขา..

ll ปีใหม่ ดร.ดุสิต พิทยาธิคุณ ชวนคุณพ่อชัยโรจน์ วัย 92 พร้อมลูกชายคนโตและคนเล็ก ศิรชัช-เศรษฐสิต ไปตีกอล์ฟที่เขาใหญ่ นับเป็น การเล่นกอล์ฟแบบ 3 เจนฯ เลย งานนี้ไม่มีใครแพ้ชนะเพราะคุณปู่เล่นไม่นับแต้ม เน้นออกกำลังผสมเฮฮา งานนี้ขาดชายกลาง ศสิต ไปดูแลงาน รร.ของครอบครัวที่สมุย..

ll วันเกิดปีนี้ ธำรงเกียรติ อุทัยสาง เช้าใส่บาตรในหมู่บ้าน ตอนเย็นรวมพี่ๆ น้องๆ รับทานข้าวฉลองกันที่บ้านแบบอบอุ่น..

ll ร่วมมือช่วยสังคม ธนพร ฐิติสวัสดิ์ ปธ.บจ.อีเอสอาร์ไอ(ประเทศไทย)จับมือกับ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ผอ.ศูนย์วิจัย อนาคตศึกษา ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ เพื่อเปิดฮับข้อมูลพยากรณ์ภัยพิบัติที่อาจเกิดกับ กทม.ในช่วง 100 ปีหน้า..

ll อนุโมทนาบุญกับ ทวีวรรณ ขันธอารี พร้อมพนักงาน บจ.เอ็นบีดี เฮลท์แคร์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิสทร้าได้ร่วมส่งมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สนับสนุนโครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้อง ให้แก่มูลนิธิกระจกเงาเพื่อมอบให้กับ รร.ขนาดเล็กในต่างจังหวัดที่ขาดแคลน..

ll ม.เชียงใหม่ และสมาคมนักศึกษาเก่า ม.เชียงใหม่ ขอเชิญชวนนักปั่นทุกคนร่วมปั่นจักรยานท่องเที่ยวในเส้นทางสุดคลาสสิก CMU de Classic ระยะทาง 40 กม. เพื่อสมทบทุนการศึกษาแก่น้องๆนักศึกษา มช.13 ม.ค.นี้ สอบถามที่โทร.053-216227..ll

 

น้องใหม่