“โบลโซนารู” อดีตผู้นำบราซิลล้มป่วยแอดมิต รพ.ที่สหรัฐฯ ท่ามกลางการประท้วงรุนแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2598631

"โบลโซนารู" อดีตผู้นำบราซิลล้มป่วยแอดมิต รพ.ที่สหรัฐฯ ท่ามกลางการประท้วงรุนแรง

10 ม.ค. 2566 08:41 น.

“โบลโซนารู” อดีตผู้นำบราซิลล้มป่วยแอดมิต รพ.ที่สหรัฐฯ ท่ามกลางการประท้วงรุนแรง

อดีต ปธน.บราซิล “ฌาอีร์ โบลโซนารู” ล้มป่วยเข้าแอดมิต รพ.ในรัฐฟลอริดา ท่ามกลางสถานการณ์ปราบปรามกลุ่มผู้สนับสนุนเขาที่ออกมาประท้วงรุนแรง รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินถึงปลายเดือนรวบผู้ประท้วง 1,500 คน

เว็บไซต์ข่าวบีบีซี รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2566 นายฌาอีร์ โบลโซนารู อดีตประธานาธิบดีบราซิล เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลใกล้กับเมืองออร์ลันโด รัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ จากอาการปวดบริเวณช่องท้อง ตามการเปิดเผยผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวของ นางมิเชล โบลโซนารู ภรรยาของเขา

รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้นายโบลโซนารูเคยถูกลอบทำร้ายร่างกาย โดนแทงที่บริเวณท้องอาการสาหัสเมื่อปี 2561 และหลังจากนั้นบางครั้งเขาก็จะมีอาการปวดในช่องท้อง อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่เป็นคนใกล้ชิดของครอบครัวโบลโซนารู เปิดเผยว่า อาการป่วยของนายโบลโซนารูไม่มีอะไรน่าวิตก

นายโบลโซนารู เดินทางเยือนสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อเกือบ 2 สัปดาห์ก่อน และไม่ได้เข้าร่วมร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีลูลา เพื่อส่งมอบสายสะพายประธานาธิบดีตามธรรมเนียมการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำของประเทศ ขณะที่ข่าวการล้มป่วยของอดีตผู้นำบราซิลมีขึ้นหลังจากกลุ่มผู้สนับสนุนเขาจำนวนหลายพันคนได้ออกมาชุมนุมประท้วงไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งที่นายโบลโซนารูพ่ายแพ้ ออกมาก่อเหตุจลาจลในกรุงบราซิเลีย บุกอาคารรัฐสภา และเข้าล้อมบริเวณทำเนียบประธานาธิบดี ทำให้ประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา สั่งกองกำลังเนชันแนล การ์ด ออกมาดูแลความสงบเรียบร้อย และมีการจับกุมผู้ประท้วงกว่า 1,500 ราย

ขณะที่การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของนายโบลโซนารู ทำให้เกิดคำถามถึงท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโต ไบเดน โดยนายวาคิน คาสโตร ผู้แทนพรรคเดโมแครต กล่าวว่า นายโบลโซนาโรไม่ควรอยู่ในฟลอริดา และสหรัฐฯ ไม่ควรเป็นที่ลี้ภัยให้กับบุคคลที่เป็นต้นตอการก่อการร้ายภายในประเทศบราซิล และเขาควรถูกส่งกลับประเทศโดยเร็ว

หลังจากเกิดสถานการณ์ประท้วงรุนแรงบุกอาคารที่ทำการรัฐบาล ทางด้านประธานาธิบดีลูลา พร้อมด้วยประธานศาลฎีกา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา ได้ออกแถลงการณ์ร่วม ประณามเหตุประท้วงรุนแรงโดยฝีมือของกลุ่มผู้สนับสนุนนายโบลโซนารู โดยระบุว่า บราซิลไม่ยอมรับการก่อการร้าย อาชญากรรมและความพยายามให้เกิดการล้มล้างรัฐบาลอย่างที่กำลังเกิดขึ้น.

อังกฤษปล่อย “เครื่องบินยิงจรวดส่งดาวเทียม” เป็นครั้งแรก หวังเสริมศักยภาพกองทัพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2598636

อังกฤษปล่อย "เครื่องบินยิงจรวดส่งดาวเทียม" เป็นครั้งแรก หวังเสริมศักยภาพกองทัพ

10 ม.ค. 2566 08:40 น.

อังกฤษปล่อย “เครื่องบินยิงจรวดส่งดาวเทียม” เป็นครั้งแรก หวังเสริมศักยภาพกองทัพ

อังกฤษปล่อยเครื่องบินโบอิ้ง747 สายการบิน “เวอร์จิ้น แอตแลนติก” ที่ถูกนำมาดัดแปลง ติดจรวดส่งดาวเทียมขนาดเล็ก 9 ดวง หวังพัฒนาต่อยอดเสริมศักยภาพของกองทัพในอนาคต

เว็บไซต์ข่าวสกายนิวส์ รายงานว่าเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2566 อังกฤษปล่อยเครื่องบินโบอิ้ง747 สายการบิน “เวอร์จิ้น แอตแลนติก” ที่ถูกนำมาดัดแปลง ติดจรวด “เวอร์จิ้น ออร์บิท” ไว้ที่บริเวณใต้ปีกเครื่องบินด้านซ้าย โดยเครื่องบินทะยานขึ้นจากสนามบินคอร์นวอล ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ และจะปล่อยจรวดลำนี้ ซึ่งบรรทุกดาวเทียมขนาดเล็กจำนวน 9 ดวง ออกไปสู่วงโคจร

โดยเครื่องบินจะปล่อยจรวดที่ระดับความสูง 35,000 ฟุตเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อให้จรวดได้ทำการปล่อยดาวเทียมเล็ก 9 ดวงที่จะถูกใช้ประโยชน์ด้านการทหารและพลเรือน สู่วงโคจร ก่อนที่เครื่องบินจะบินกลับมาลงจอดที่สนามบินคอร์นวอล

นับเป็นครั้งแรกที่มีการปล่อยดาวเทียมบนแผ่นดินอังกฤษ และเป็นครั้งแรกที่มีการใช้เทคโนโลยีการปล่อยดาวเทียมแบบใหม่ นอกจากนี้ยังนับเป็นการปล่อยจรวดในอังกฤษเป็นครั้งแรกของ “เวอร์จิ้น ออร์บิท” ที่ก่อตั้งโดยนายริชาร์ด แบรนด์สัน มหาเศรษฐีพันล้านชาวอังกฤษ หลังประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวดแบบนี้มาแล้ว 4 ครั้งในสหรัฐฯ

ภารกิจนี้ดำเนินการภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักงานอวกาศอังกฤษ กองทัพอากาศ บริษัทเวอร์จิ้น ออร์บิท และสภาการเมืองคอร์นวอล ซึ่งเดิมทีมีกำหนดปล่อยดาวเทียมเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ต้องเลื่อนออกไปด้วยปัญหาทางเทคนิกและการออกใบอนุญาตล่าช้า.

พรรคใหม่ผงาด “กำนันป้อ วีรศักดิ์”ถอย แตกทัพ“เนวิน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540632

ขุนน้ำหมึก

10 ม.ค. 2566

พรรคใหม่ผงาด “กำนันป้อ วีรศักดิ์”ถอย แตกทัพ“เนวิน”

โคราชป่วน “กำนันป้อ วีรศักดิ์” เลือกเว้นวรรคเพราะเกรงใจ “เนวิน” ส่วนเครือญาติสายแป้งมันเดินหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง ตั้งเป้าชิงเก้าอี้ ส.ส.เขตโซนอีสานใต้

โคราชวงแตก “กำนันป้อ วีรศักดิ์” แยกทาง “เนวิน” ส่งซิกเครือญาติสายแป้งมันพันล้าน เข็นพรรคเพื่อไทรวมพลัง เดินหน้าสู่สนามเลือกตั้ง    

ป่วยการเมืองหรือไม่ “กำนันป้อ วีรศักดิ์” ไม่กล้าหัก “เนวิน” ขอเว้นวรรคสมัยหน้า แต่คนการเมืองตระกูลหวังศุภกิจโกศล ไม่ถอย พร้อมชนทุกพรรค

ในที่สุด เสี่ยแป้งมัน-วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม ก็ตัดสินใจยุติบทบาททางการเมือง เพราะมีปัญหาด้านสุขภาพ เป็นโรคหัวใจ โดยแจ้งทางคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว

ทีมข่าวพีอาร์ค่ายสีน้ำเงินแจ้งสื่อว่า กรณีวีรศักดิ์ขอเว้นวรรคพักผ่อน ไม่กระทบแผนเลือกตั้งเมืองย่าโม เพราะ ส.ส.และผู้สมัครในเขตเลือกตั้ง ที่เป็นเป้าหมาย จำนวน 6 คน ยังอยู่ครบ

กรณีกำนันป้อ วีรศักดิ์ เนื้อหอมมาก หลังมีกระแสข่าวเสี่ยแป้งมัน มีความเห็นต่างกับครูใหญ่เนวิน ชิดชอบ อาจถึงขั้นแยกทางกันเดิน จึงมีหลายพรรคต้องการดึงตัวไปเป็นแม่ทัพโคราช ทั้งพรรคเพื่อไทยพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ

เหตุที่มาดามหน่อย-ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา จึงทำให้บารมีกำนันป้อเบ่งบาน และเป็นที่ต้องการพรรคใหญ่ แต่สุดท้าย กำนันป้อก็เลือกขอพักผ่อน เหมือนต้องการหลบกระแสขัดแย้ง 

ลึก ๆ แล้ว คนในตระกูลหวังศุภกิจโกศล ได้ตั้งพรรคการเมืองชื่อ เพื่อไทรวมพลัง(พทล.) ไว้นานแล้ว และมีการจัดเตรียมกำลังไว้พร้อมพรัก

‘โคราชวงแตก’

ครูใหญ่ “เนวิน” คงรู้มานานแล้วว่า “กำนันป้อ วีรศักดิ์” จะไม่อยู่ค่ายสีน้ำเงิน จึงให้อนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาดูพื้นที่นครราชสีมา และจัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ไว้เกือบครบทุกเขตแล้ว

การเลือกตั้งปี 2562 พรรคภูมิใจไทยได้ ส.ส.นครราชสีมา 3 คนคือ อภิชา เลิศพชรกมล ,พรชัย อำนวยทรัพย์ และวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ถือว่าพลาดเป้าไปเยอะ

ปัจจุบัน มี ส.ส.นครราชสีมา 2 คน คือ สมศักดิ์ พันธ์เกษม พรรคพลังประชารัฐ และสุชาติ ภิญโญ พรรคเพื่อไทย ได้ย้ายเข้ามาร่วมงานภูมิใจไทย

ดังนั้น ส.ส.โคราช ค่ายสีน้ำเงิน จึงแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ สายโรงงานแป้งมัน ได้แก่ อภิชา เลิศพชรกมล ส.ส.นครราชสีมา เขต 9 และ พรชัย อำนวยทรัพย์ ส.ส.นครราชสีมา เขต 10  

สายตรงเสี่ยหนู ประกอบด้วย วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ส.ส.นครราชสีมา เขต 13  ,สมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา เขต 11 และสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา เขต 14 

น่าจับตามอง กลุ่ม ส.ส.โคราช สายแป้งมัน จะลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อตัวเดิม หรือย้ายไปพรรคใหม่ เครือญาติกำนันป้อ

‘เดินหน้าพรรคใหม่’

ต้นปี 2565 เครือญาติ “กำนันป้อ วีรศักดิ์” ก่อการจัดตั้งพรรคเพื่อไทรวมพลัง ส่งผลให้ “เนวิน” ไม่พอใจ ทำเอาฝ่ายเสี่ยแป้งมัน ต้องเคลียร์ใจกับแกนนำพรรค ภท.ว่า เป็นเรื่องของญาติๆทำพรรคกันขึ้นเอง ไม่เกี่ยวกับตัวเขา


มีรายงานจากอุบลฯว่า หลังกำนันป้อประกาศขอพักผ่อน สมศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล น้องชายกำนันป้อ และมาดามกบ-จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล น้องสาวมาดามหน่อย-ยลดา ก็เดินหน้าขับเคลื่อนพรรคเพื่อไทรวมพลังเต็มสูบ

 มาดามกบ-จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล คนเบื้องหลัง พรรคเพื่อไทรวมพลัง มาดามกบ-จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล คนเบื้องหลัง พรรคเพื่อไทรวมพลัง

วันนี้ พรรคเพื่อไทรวมพลัง (พทล.) มีกังฟู-วสวรรธน์ พวงพรศรี เป็นหัวหน้าพรรค และวรเชษฐ เชิดชู เป็นเลขาธิการพรรค ตั้งฐานปฏิบัติการทางการเมืองอยู่โรงงานแป้งมันเอี่ยมอำนาจ จ.อำนาจเจริญ

กังฟู-วสวรรธน์ พวงพรศรี มีศักดิ์เป็นหลานชายของมาดามหน่อย-มาดามกบ ได้เคลื่อนไหวจัดตั้งสาขาพรรค และหัวคะแนนในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี มานานแล้ว

จากนี้ไป น่าจับตามองบทบาทชอง สมศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีต ส.ว.นครราชสีมา และมาดามกบ-จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล อดีต ส.ส.นครราชสีมา ว่าจัดทัพพรรคใหม่อย่างไร

แหล่งข่าวยืนยันว่า พรรคเพื่อไทรวมพลัง หวังเจาะ ส.ส.เขตให้ได้ 5-6 คน ไม่หวั่นกระแสพรรคใหญ่ โดยเฉพาะเขตมวลชนสายแป้งมันสำปะหลัง ตั้งแต่นครราชสีมา, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

กำนันป้องัดกลยุทธ์แกล้งตาย ทำไมครูใหญ่เนวินจะไม่รู้ ฉะนั้น สนามโคราชต้องสู้กันเลือดเดือดแน่ ระหว่างพรรคเพื่อไทรวมพลัง กับพรรคภูมิใจไทย


คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก

โจทย์หินด่านโหด “แรมโบ้อีสาน” แบก“ประยุทธ์”สุดเหนื่อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540566

ขุนน้ำหมึก

10 ม.ค. 2566

โจทย์หินด่านโหด “แรมโบ้อีสาน” แบก“ประยุทธ์”สุดเหนื่อย

สมรภูมิโหด “แรมโบ้อีสาน” รับภารกิจลุย 20 จว.อีสาน อุ้ม “ประยุทธ์” ฝ่ากระแสต้านเผด็จการ แทบหมดลุ้น ส.ส.เขต หวังเปิดกลยุทธ์แอร์วอร์ เก็บแต้มปาร์ตี้ลิสต์

โจทย์หินด่านโหด “แรมโบ้อีสาน” รับภารกิจลุยที่ราบสูง อุ้ม “ประยุทธ์” ฝ่ากระแสต้านเผด็จการ พรรค รทสช.แทบหมดลุ้น ส.ส.เขต ในเกมชิง 132 ที่นั่ง

จากแดงฮาร์ดคอร์ “แรมโบ้อีสาน” สู่หัวหมู่ทะลวงฟันปีกอนุรักษ์นิยม เดิมพันสุดท้ายพา “ประยุทธ์” เก็บแต้มปาร์ตี้ลิสต์ในสนามอีสาน

ก่อนถึงนาทีเปิดตัวไม่กี่ชั่วโมง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามแต่งตั้ง เสกสกล อัตถาวงศ์ เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐนตรี
 

การตั้ง “แรมโบ้อีสาน” ในช่วงเวลานี้ คงจะมองไปเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากการเตรียมบุคลากรสู้ศึกเลือกตั้ง ในสีเสื้อพรรครวมไทยสร้างชาติ

พลันที่มีคำยืนยันจากปาก พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ แรมโบ้อีสาน-เสกสกล ก็ตัดสินใจลาออกจากหัวหน้าพรรคเทิดไท เพื่อมาร่วมงานกับพรรค รทสช.

ยี่ห้อแรมโบ้ มีความเก๋าและเครือข่ายมวลชน จึงถูกคาดหมายว่า เขาจะเป็นขุนพลอีสาน พรรค รทสช.

จังหวะนั้น ก็มีข่าวว่า แรมโบ้อีสานเจอแผนสกัดจากคนในพรรค รทสช. ไม่ให้คุมภาคอีสาน ร้อนถึง เสกสกล อัตถาวงศ์ ต้องออกมาแถลงข่าวว่า ไม่มีความขัดแย้งกับพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. หรือคนในพรรคในเรื่องของการดูแลพื้นที่ภาคอีสาน 

อย่างไรก็ตาม การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแรมโบ้อีสาน เป็นที่ปรึกษานายกฯ ก็คือคำตอบว่า ใครจะเป็นแม่ทัพใหญ่ภาคอีสาน

เมื่อกวาดสายตามองไปในกลุ่มแกนนำพรรค รทสช. ไม่มีใครที่ชำนาญพื้นที่และมีฐานมวลชนเหมือนแรมโบ้อีสาน 

‘ด่านโหดลุงตู่’

ความหวังของ “ประยุทธ์” จะกลับมาเป็นนายกฯอีกสมัย พรรค รทสช.ต้องได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 100 เสียง แต่เหลียวมองไปที่สมรภูมิใหญ่ภาคอีสาน ก็เป็นโจทย์หินของ “แรมโบ้อีสาน”

นับแต่การเลือกตั้งทั่วไป 2544 จนถึงปี 2562 พรรคการเมืองของทักษิณ ทั้งไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย เป็นแชมป์ภาคอีสานมาตลอด ปี 2554 พรรคเพื่อไทย กวาด ส.ส.ภาคอีสาน 104 ที่นั่ง แต่ปี 2562 ลดลงเหลือ 83 ที่นั่ง แต่เพื่อไทยก็ยังเป็นแชมป์อีสาน

สมัยที่แล้ว พรรคพลังประชารัฐ ได้ระดมอดีต ส.ส.อีสาน ลงสนามมากกว่า 60 คน แต่ผลเลือกตั้งปี 2562 พรรค พปชร. ได้ ส.ส.ในภาคอีสาน14+1คน(ได้จากเลือกตั้งซ่อม 1 คน) ถือว่าพลาดเป้าไปเยอะ เฉพาะ ส.ส.เกรด A ที่ย้ายมาจากพรรคเพื่อไทยสอบตกเกลี้ยง 

ปัจจุบัน เหลือ ส.ส.อีสาน อยู่ในพรรค พปชร.แค่ 4 คน นอกนั้น ก็ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย, พรรคเศรษฐกิจไทย และพรรคเพื่อไทย

พรรค รทสช. ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในสมรภูมิอีสาน ท่ามกลางกระแสอุ๊งอิ๊งมาแรงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ วูบหายไปเยอะเลย


‘ปลุกพลังขวาอีสาน’

จำนวน ส.ส.เขตภาคอีสาน 132 คนในสมัยหน้า ยังเรื่องท้าทายของพรรค “ประยุทธ์” และพิสูจน์ฝีมือ “แรมโบอีสาน” จะเป็นของจริงหรือราคาคุย

วันที่ 19 ก.ค.2561 แรมโบ้อีสาน ได้ทำพิธีถอนคำสาบานต่อหน้าย่าโม เพราะก่อนหน้านี้ เขาประกาศวางมือทางการเมือง แต่อดีตนายทหารใหญ่ กองทัพภาคที่ 2 ได้ขอร้องให้แรมโบ้อีสาน หวนคืนการเมือง เพื่อภารกิจหนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ

แม้จะสอบตกในสนามโคราช พล.อ.ประยุทธ์ ก็แต่งตั้งแรมโบ้อีสาน เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นี่คือปฐมบทองครักษ์พิทักษ์ลุงตู่

กลางปี 2563 อานนท์ แสนน่าน อดีตผู้ก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงฯ ได้เข้าพบแรมโบ้อีสานที่ทำเนียบฯ จึงเกิดขบวนการรักลุงตู่ และปกป้องสถาบันฯ ซึ่งตอนหลัง ได้ใช้ชื่อกลุ่มหมู่บ้านเทิดไท้องค์ราชันแห่งประเทศไทย 

  อานนท์ แสนน่าน จับมือแรมโบ้อีสาน ปลุกกระแสลุงตู่ในอีสานอานนท์ แสนน่าน จับมือแรมโบ้อีสาน ปลุกกระแสลุงตู่ในอีสาน

ทีมงานไทยคู่ฟ้า คงประเมินแล้ว การเจาะ ส.ส.เขต ในอีสานนั้น ยากเย็นแสนเข็ญ แต่การได้แรมโบ้อีสาน จับคู่อานนท์ แสนน่าน อาจเหมาะแก่การทำแอร์วอร์ ปูกระแสลุงตู่ คนรักชาติ

พูดง่าย ๆ พรรค รทสช.หวังเก็บแต้มปาร์ตี้ลิสต์มากกว่า ส.ส.เขต สำหรับสมรภูมิอีสานที่สู้แล้วไม่ชนะ

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก 

“วิษณุ”ตอบชัด ตำแหน่ง”ที่ปรึกษาของนายกฯ”ไม่ใช่ข้าราชการ มีกี่คนย่อมได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540638

10 ม.ค. 2566

"วิษณุ"ตอบชัด ตำแหน่ง"ที่ปรึกษาของนายกฯ"ไม่ใช่ข้าราชการ มีกี่คนย่อมได้

“วิษณุ-อนุชา”ชี้แจง ดราม่าแต่งตั้ง”ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี”หลายตำแหน่ง ไม่ใช่ข้าราชการการเมือง จะมีกี่คนก็ได้ ต่างจาก”ที่ปรึกษานายกฯ”

จากกระแจากกระแสดราม่าแต่งตั้ง “ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี” ในยุครัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และเมื่อวานนี้ 10 ม.ค. เพิ่งมีคำสั่งให้ นายชุมพล กาญจนะ , นายเสกสกล อัตถาวงศ์ และนายชัชวาลล์ คงอุดม เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ

วันนี้ 10 ม.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า เป็นคำสั่งอาศัยอำนาจตามกฏหมายระเบียบราชการแผ่นดิน มาตรา 11 (6) แต่ไม่ได้เป็นข้าราชการทางการเมืองแต่อย่างใด ซึ่งทั้ง 3 คน เป็นเพียงตำแหน่งลอย แต่งตั้งมาไม่ได้เข้ามาเพื่อช่วยการเลือกตั้ง

ทั้งนี้เกิดข้อสังเกตว่า การตั้งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เอื้อในกิจการใดๆหรือไม่ นายวิษณุ ยืนยันว่า ทำไม่ได้ ยกเว้นแต่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ก็สามารถเรียกมาชี้แจงได้ ซึ่งตามมาตราที่ 11 (6) ตามอำนาจการบริหารราชการแผ่นดิน นายกรัฐมนตรีสามารถแต่งตั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นที่ปรึกษาอนุกรรมการหรือคณะกรรมการเข้ามาช่วยงาน 

ขณะที่ทางด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อธิบายความแตกต่างระหว่างตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กับ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีนั้นให้สังเกต

-หากมีคำว่า “ของ”เป็นเพียงคำเรียกจะได้รู้ว่าเป็นที่ปรึกษาของใคร ไม่ใช่ข้าราชการ

-หากไม่มีคำว่า “ของ” ก็ถือว่าเป็นตำแหน่งทางข้าราชการทางการเมืองที่สามารถมีได้ 5 ตำแหน่ง

พรรค’พลังประชารัฐ’ หวังได้ส.ส.เกิน 100 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540642

10 ม.ค. 2566

พรรค'พลังประชารัฐ' หวังได้ส.ส.เกิน 100 คน

แถลงนโยบาย 17 มกราคมนี้ พรรคพลังประชารัฐขอเอาใจบันดาลแรง ดัน พล.อ. ‘ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30

  • พลังประชารัฐ แถลงนโยบาย 17 มกราคมนี้

วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลงประชารัฐ กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ว่า ในวันนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และคณะกรรมการนโยบายพรรค เพราะจะมีการแถลงนโยบายในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ในวันที่ 17 มกราคม  หลังจากนั้นจะมีการเริ่มติดป้ายนโยบายของพรรคต่อไป ต่อจากวันนั้นในวันที่ 21 มกราคมจะมีการประชุมใหญ่พรรค พปชร.  โดยใช้ที่ทำการพรรคถนนรัชดาภิเษก เป็นสถานที่จัดการประชุม

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พรรคพลังประชารัฐ จะเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯอย่างยิ่งใหญ่นั้น วิรัช กล่าวว่า พลังประชารัฐ เอาใจมาบันดาลแรงที่ส่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค ไปเป็นนายกฯคนที่ 30 หากเทียบกันง่ายๆ พปชร. คือผู้ที่สร้างนายกฯมาแล้ว ครั้งนี้เราจะสร้างหัวหน้าพรรคของเราให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะต้องทำให้สำเร็จ ตั้งเป้าหมายได้ส.ส.เกิน 100 คน

  • ชัยวุฒิ ยืนยัน อยู่พลังประชารัฐ ไม่ไปรวมไทยสร้างชาติ

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์  รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวยืนยันถึงการอยู่ร่วมพรรคพลังประชารัฐ ว่าวันนี้ตนก็ ทำงานกับพรรคอยู่เพื่อเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้ง ไม่เปลี่ยนใจ สำหรับความสัมพันธ์กับพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตามฉายาวันทอง 2ป. นั้น เพราะสนิทกับทุกคน ทำงานกับทั้งนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี  และช่วยงานในพรรค  โดยพลเอกประยุทธ์ ไม่ได้ชวนให้ไปอยู่ด้วยกันที่พรรครวมไทยสร้างชาติ 

ส่วนการลงเลือกตั้งครั้งหน้าจะลงบัญชีรายชื่อลำดับที่เท่าไหร่นั้นยังบอกไม่ได้ ยังไม่ได้มีการจัด  และเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ 1 ใน 5 เพราะมีสมาชิกเยอะและมีคนมีชื่อเสียงมาลงสมัครจำนวนมาก

  • วีระกร ซบภูมิใจไทย เปิดตัวพรุ่งนี้

วีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจาก พปชร.เรียบร้อยแล้ว และถือว่าขาดสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ทันที โดยเหตุผลที่ลาออกประการแรก คือ
เข้าพบหัวหน้าพรรคยากมาก เดือนหนึ่งได้คุยกันแค่ครั้งเดียว ทำให้ทำงานไม่ถนัดไม่คล่องตัว ถูกกีดกัน ต้องแลกบัตรไปนั่งรอ ไม่สามารถโทรคุยหาหัวหน้าพรรคได้ แม้จะเป็นคนใจดี แต่การที่อยู่กับคนที่เป็นนายทหารเก่า เราพบปะลำบาก

ประการที่สอง คือคตนในพื้นที่เลือกพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น หากย้ายพรรคคิดว่าจะมีโอกาสได้คะแนนเพิ่มขึ้น  อย่างไรก็ตาม จะไปสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในวันพรุ่งนี้ เวลา 09.00 น. และเปิดตัวทันที

“บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่”ยังคบกันดี ด้าน”สมศักดิ์”ยังไม่ตอบอนาคตการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540630

10 ม.ค. 2566

"บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่"ยังคบกันดี ด้าน"สมศักดิ์"ยังไม่ตอบอนาคตการเมือง

“บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่”ยังคบกันดี หลังฝ่ายน้องเปิดตัวสมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ด้าน”สมศักดิ์”ยังไม่ตอบอนาคตการเมือง

ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ตอบที่สื่อมวลชนถามถึงการเปิดตัวในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นการประกาศสงครามกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ ก่อนโบกมือและเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไป 

ขณะที่ด้านพลเอกประวิตร ยันยืนแม้พลเอกประยุทธ์เปิดตัวไป แต่ตนคุยกันทุกวัน ทั้งวันตั้งแต่เช้า แต่ไม่ได้พูดคุยเรื่องการเมือง 

ส่วนก่อนการเลือกตั้งจะมีโอกาสได้พูดคุยเรื่องการเมืองกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ไม่มี ก่อนยืนยันว่า ยังคบกันเหมือนเดิม ไม่มีอะไร

ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ปฏิเสธถึงความชัดเจนอนาคตทางการเมืองจะยังอยู่ หรือย้ายไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุเพียงว่า ยังไม่รู้ ตอบไม่ได้ ขออย่าเพิ่งถามเรื่องการเมืองตอนนี้ 

‘สร้างอนาคตไทย’ สนใจ ดำรงค์ พิเดช ร่วมงานพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540631

10 ม.ค. 2566

'สร้างอนาคตไทย' สนใจ ดำรงค์ พิเดช ร่วมงานพรรค

พรรคสร้างอนาคตไทย อยากได้อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ ร่วมกำหนดทิศทางนโยบายด้าน’สิ่งแวดล้อม’และป่าไม้ ชูเป็นจุดขายของพรรค

พรรคสร้างอนาคตไทย เชิญดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคโอกาสไทย    มาบรรยายพิเศษและแลกเปลี่ยนความรู้ ในหัวข้อ แนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม…พร้อมการสร้างอาชีพในท้องถิ่น ร่วมกับคณะผู้บริหารพรรคสร้างอนาคตไทย นำโดย อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค   สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค  วิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการพรรค  สันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรคและประธานนโยบายพรรค  วัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคฝ่ายการเมือง พร้อมคณะกรรมการจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์ รวมถึงผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคสร้างอนาคตไทย

หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย บอกว่า การเชิญนายดำรงค์ พิเดช มาบรรยายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้ ก็เพื่อจะนำแนวคิดที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนายดำรงค์ พิเดชไปเสริมให้นโยบายของพรรคมีความชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งพรรคก็พร้อมที่จะหารือกับดำรงค์ พิเดช รวมถึงการพิจารณาแนวทางการทำงานทางการเมืองร่วมกันต่อไป โดยหนึ่งในนโยบายที่พรรคให้ความสำคัญก็คือการแก้ปัญหาป่าไม้และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน คู่ขนานการสร้างโอกาสการพัฒนาอาชีพในท้องถิ่น

ด้านเลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทยยอมรับว่ามีความสนใจในตัวนายดำรงค์ พิเดช ในด้านความรู้ความสามารถเรื่องสิ่งแวดล้อม แนวทางการแก้ปัญหาเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ รวมถึงการพัฒนาอาชีพในท้องถิ่น จากประสบการณ์ในการรับราชการในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมายาวนาน หากได้คนที่มีความรู้ความสามารถอย่าง ดำรงค์ พิเดช มาร่วมงานกับพรรค ก็จะเป็นการเสริมทัพในการจัดทำนโยบายและการทำงานที่ตอบโจทย์พี่น้องประชาชนเกี่ยวกับด้านการแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ รวมถึงแนวทางการสร้างอาชีพท้องถิ่นอย่างบูรณาการได้แน่นอน

นอกจากจะมีคณะผู้บริหารและคณะกรรมการจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์ รวมถึงผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคสร้างอนาคตไทยแล้ว ยังมี พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมรับฟังด้วย

‘แรมโบ้อีสาน’ จากบทผู้ร้ายกลายเป็นองครักษ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540620

10 ม.ค. 2566

'แรมโบ้อีสาน' จากบทผู้ร้ายกลายเป็นองครักษ์

เปิดปูม แรมโบ้อีสาน ‘เสกสกล อัตถาวงศ์’ จากกตัญญูทักษิณ สู่องครักษ์พิทักษ์ลุงตู่ ประสบการณ์กว่า 10 ปี สอนให้อยู่เป็น

แรมโบ้อีสาน หรือเสกสกล อัตถาวงศ์ ชื่อเดิม สุภรณ์ อัตถาวงศ์ เข้าสู่แวดวงการเมืองตั้งแต่ปี 2529  ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งแรกที่จังหวัดนครราชสีมา สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในปี พ.ศ. 2539 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง  

กระทั่งปี พ.ศ. 2544  ลงสมัครในสังกัดพรรคไทยรักไทยและได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส. ครั้งแรก ก่อนจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เป็นเวลา 5 ปี ในปี พ.ศ. 2550  เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกตัดสินยุบพรรคในปี 2549

แรมโบ้อีสานเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. หรือ กลุ่มคนเสื้อแดงที่สนับสนุนทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องลี้ภัยหลังรัฐประหารปี2549  ยังเป็นเจ้าของ บทเพลง กตัญญูทักษิณ ซึ่งร้องไว้ในระหว่างการชุมนุมประท้วงเมื่อปี 2553 และได้กลับมาเป็นส.ส. ระยะสั้นๆอีกครั้งในปี2557 จากการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์   ก่อนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม

รัฐประหารในปี 2557 มีรายงานว่าเขาควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 2557 แต่ได้รับการปล่อยตัวในคืนวันที่ 29 พ.ค. หลังผ่านการปรับทัศนคติ เช่นเดียวกันกับนักการเมืองคนอื่น   หลังจากนั้นได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยพร้อมกับประกาศวางมือทางการเมือง

แต่ก่อนเลือกตั้งปี 2562 ปรากฏชื่อเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ลงสมัคร ส.ส. โคราช แม้ไม่ชนะกาiเลือกตั้ง แต่ก็ยังได้เป็น ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และยังรอดพ้นจากคดีบุกประชุมอาเซียนที่พัทยา จึงสวมบทบท องครักษ์พิทักษ์ลุงตู่  ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

บทบาทสำคัญช่วงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี คือปราบหวยแพง และการสลายกลุ่มเสื้อแดง ตามที่ได้รับมอบหมาย แต่นอกจากจะปราบหวยแพงไม่ได้แล้ว ยังต้องระเห็จออกจากตำแหน่ง เพราะถูกกล่าวหาพัวพันกับการยืมเงินธุรกิจหวย 15 ล้านบาท พร้อมๆกับการถอนตัวออกจากการเป็นแกนหลักก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ  ไปก่อตั้งพรรคเทิดไท  ก่อนได้รับมอบหมายให้กลับมาเป็นลมใต้ปีก รวมไทยสร้างชาติอีกครั้ง และได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โดยมีกลุ่มเสื้อแดง ของ อานนท์ แสนน่าน ประธานหมู่บ้านเสื้อแดงสี่ภาค กลับมาล่มหัวจมท้ายด้วย 

“สันติ”ลั่น”บิ๊กป้อม”เหมาะนายกฯมากกว่า”บิ๊กตู่” พร้อมชนชิงทุกพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540607

10 ม.ค. 2566

"สันติ"ลั่น"บิ๊กป้อม"เหมาะนายกฯมากกว่า"บิ๊กตู่" พร้อมชนชิงทุกพื้นที่

“สันติ”ลั่น”บิ๊กป้อม”เหมาะนายกรัฐมนตรีมากกว่า”บิ๊กตู่” พร้อมชนชิงทุกพื้นที่ ไม่มีดีลหลีกทางพรรคพี่พรรคน้อง

การเปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีส.ส.ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐร่วมยินดี เช่น นายธนกร วังบุญคงชนะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายศาตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา, นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา 

วันนี้ 10 ม.ค. นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยถึงการลาออกของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ไปร่วมงานกับพรรคไทยสร้างชาติ ว่า พรรคมีผู้สมัครในแต่ละเขตมากกว่า 1 คนอยู่แล้ว ส.ส.ที่ไปส่วนใหญ่เป็น ส.ส.สมัยแรก ซึ่งพรรคพลังพรรคประชารัฐก็ได้คนดีๆ มาเยอะ และมั่นใจถึงมั่นใจมากว่าจะสามารถแทนคนเก่าได้

ทั้งนี้ภายในเดือนนี้จะประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ยืนยันชู พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ซึ่งส่วนตัวมองว่าควรชูเพียงคนเดียว แต่ก็ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค ส่วนความสมัครใจของพล.อ.ประวิตรนั้น หากกรรมการบริหารพรรคให้เหตุผลว่าท่านควรจะช่วยเหลือบ้านเมืองพัฒนาบ้านเมือง ด้วยการที่จะเป็นเบอร์ 1 ในการนำพาเศรษฐกิจนำพาความมั่นคงนำพาความอยู่ดีกินดี มีเงิน พล.อ. ประวิตรจะไม่รับได้อย่างไร เพราะท่านเสียสละเพื่อชาติมาตลอด 

"สันติ"ลั่น"บิ๊กป้อม"เหมาะนายกฯมากกว่า"บิ๊กตู่" พร้อมชนชิงทุกพื้นที่
นายสันติ ขออย่าเรียกว่าแข่งกับพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ที่ประชาชนเห็นว่าใครจะสามารถเป็นที่พึ่ง ที่หวัง สร้างอนาคตให้กับชนบท มีความเจริญรุ่งเรือง โดยเฉพาะ การพัฒนาลูกหลานให้มีศักยภาพในการแข่งขัน เพราะขณะนี้โลกพัฒนาเร็วมาก ถ้าไม่ตื่นตัวโดยการสร้างเสริมได้ความรู้ติดอาวุธให้กับลูกหลาน โลกอนาคตจะไม่มีใครมาต่อสู้กับนวัตกรรมโลกที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว 
 

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ประวิตรเหมาะที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปใช่หรือไม่ นายสันติกล่าวอย่างมั่นใจว่า “ใช่ ” 
เมื่อถามย้ำว่า พล.อ.ประวิตรเหมาะเป็นนายกรัฐมนตรีมากกว่าพล.อ.ประยุทธ์ใช่หรือไม่ นายสันติ ย้ำว่า “ใช่ ท่านเหมาะมาก”  

การที่บอกว่าท่านเป็นทหารแล้วจะเก่งเศรษฐกิจหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่พวกเรายังไม่เห็นว่าท่านมีความสามารถคือเรื่องการใช้คน ในละภาคส่วน อย่างเช่น ที่ท่านได้ทำเรื่องน้ำเรื่องที่ดิน ซึ่งก็เห็นว่าท่านใช้ใคร แล้วประสบความสำเร็จ ทุกเรื่อง และการเปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ ของพรรครวมไทยสร้างชาติเมื่อวานนี้ไม่ทำให้หวั่นไหว เพราะหากอนาคตใครทำดี เราก็ต้องทำให้ดีมากกว่า 


ส่วนการส่งผู้สมัครในพื้นที่ต่างๆ ทับซ้อนกับพรรครวมไทยสร้างชาติ อาจจะแพ้การเลือกตั้งทั้งคู่ นายสันติ มั่นใจ เรื่องการส่งผู้สมัครชนกันทุกพรรคอยู่แล้ว พร้อมสู้เต็มที่ทุกเขต หากหลีกทางกัน ประชาชนก็จะไม่ได้เลือก เพราะเป็นการตัดอำนาจประชาชน ยืนยันว่าไม่มีการดิวกันเพื่อหลบเขตระหว่างพรรคพี่พรรคน้องอย่างแน่นอน และขออย่าเพิ่งไปคิดถึงการร่วมงานพรรคอื่น ให้พี่น้องประชาชนเลือกพรรคเราให้มากๆก่อน หากเป็นอันดับหนึ่ง ได้ ส.ส. เกินครึ่ง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องร่วมกับใคร ขณะกำลังปลุกกระแสพรรคพลังประชารัฐแลนด์สไลด์ แต่ไม่อยากคุย