สงครามยูเครนจะดำเนินไปทางไหน? ส่อง 5 เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2591936

สงครามยูเครนจะดำเนินไปทางไหน? ส่อง 5 เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2023

1 ม.ค. 2566 10:20 น.

สงครามยูเครนจะดำเนินไปทางไหน? ส่อง 5 เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2023

  • สงครามในยูเครนยืดเยื้อมาจนถึงปี 2023 แล้ว นักวิเคราะห์หลายคนต่างออกมาคาดเดาสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับความขัดแย้งนี้ ว่ามันจะดำเนินไปทางไหน
  • นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า ศึกตัดสินอาจเกิดขึ้นในดูใบไม้ร่วง หลังจากรัสเซียรวบรวมสรรพกำลังเสร็จสิ้นแล้ว ขณะที่บางคนก็คาดว่า ยูเครนอาจสามารถชิงดินแดนที่เสียไปกลับมาได้ทั้งหมด
  • นอกจากนั้นยังมีความเป็นไปได้ที่ วลาดิเมียร์ ปูติน จะประกาศหยุดยิงและประกาศชัยชนะ เพราะการเลือกตั้งสำคัญกำลังใกล้เข้ามา แต่สิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเลยคือ การที่สงครามลากยาวสู่ปี 2024

สงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียกำลังจะเข้าสู่ปีปฏิทินที่ 2 รัสเซียเปิดฉากบุกโจมตียูเครนชนิดช็อกคนทั้งโลกเมื่อ 24 ก.พ. 2022 แต่การโจมตีที่ใครๆ ก็คาดว่าจะไม่นานกลับยืดเยื้อถึงทุกวันนี้ เพราะยูเครนตอบโต้อย่างหนัก ด้วยความสนับสนุนทางการเงินและอาวุธจากยุโรปกับสหรัฐฯ

การต่อสู้ที่เกิดขึ้นทำให้พลเรือนเสียชีวิตไปแล้ว 6,826 ศพ บาดเจ็บอีกว่า 10,769 ราย ตามการประเมินของสหประชาชาติ และเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤติผู้อพยพครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 100 ปี เกิดสงครามพลังงานระหว่างสหภาพยุโรปกับรัสเซียส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งสูงไปทั่วโลก

แล้วสงครามครั้งนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไร มันจะไปจบที่ตรงไหน หรือว่าสุดท้ายแล้ว มันจะยืดเยื้อออกไปอีกจนถึงปี 2024?

สงครามยูเครนจะดำเนินไปทางไหน? ส่อง 5 เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2023
รถถังของกองทัพยูเครนจอดอยู่ที่เมือง บัคห์มุต ทางตะวันออกของปประเทศ

รัสเซียทุ่มกำลังโจมตีรอบใหม่ในฤดูใบไม้ผลิ

ฤดูหนาวที่มาถึงทำให้กองทัพของทั้งรัสเซียและยูเครนต้องชะลอปฏิบัติการของตัวเองลง แต่ฝ่ายยูเครนที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มในการต่อสู้ใกล้เมืองเครมินนา และสวาตอฟ ซึ่งอาจทำให้กองทัพรัสเซียต้องถอยร่นถึง 40 ไมล์ ไปยังแนวป้องกันตามธรรมชาติแห่งต่อไป ซึ่งใกล้กับจุดที่พวกเขาเพิ่มการรุกรานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ลังเลที่จุดหยุด

นายไมเคิล คลาร์ก ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันศึกษายุทธศาสตร์ ในเมืองเอ็กซิเตอร์ ในสหราชอาณาจักร คาดว่า ยูเครนอาจต้องจำยอมหยุดปฏิบัติการในภาคตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อฟื้นฟูเมืองเคอร์ซอน แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะข้ามไปทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำดนีโปรเพื่อโจมตีรัสเซียทีเผลอ มุ่งเป้าไปยังถนนและทางรถไฟสายสำคัญที่เชื่อมกับไครเมีย

แต่จุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2023 คือ ปฏิบัติการโจมตีในดูใบไม้ผลิของรัสเซีย โดยปูตินเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า มีทหารเกณฑ์ใหม่ราว 50,000 คนเท่านั้นที่ถูกส่งมาอยู่ในแนวหน้าแล้ว ขณะที่อีกว่า 250,000 นายกำลังอยู่ในระหว่างการฝึกเพื่อเข้าร่วมสงครามในปีนี้

เมื่อกำลังเสริมของรัสเซียมาถึง สงครามใหญ่อาจจะอุบัติขึ้นอีกครั้ง และอาจเป็นศึกชี้ชะตาว่า ใครจะเป็นผู้ชนะในสงครามครั้งนี้

สงครามยูเครนจะดำเนินไปทางไหน? ส่อง 5 เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2023

ยูเครนชิงดินแดนกลับคืนได้

ถ้าหากว่า กำลังเสริมของรัสเซียไม่ได้สงผลกระทบขนาดนั้น สิ่งที่อาจเกิดขึ้นในปี 2023 อีกอย่างหนึ่งคือ ยูเครนอาจสามารถยึดดินแดนที่ถูกรัสเซียยกครองไปนอกจากแคว้นไครเมีย กลับคืนมาได้ทั้งหมด โดยในตอนนี้พวกเขาสามารถชิงคืนพื้นที่ที่เสียไปกลับมาได้มากกว่าครึ่งแล้ว นับตั้งแต่โดนโจมตีสายฟ้าแลบเมื่อ 24 ก.พ.

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังคงถกเถียงกันว่า ยูเครนจะสามารถยึดดินแดนกลับคืนมาได้หรือไม่ แต่ยูเครนแสดงให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่าว่าพวกเขามีความมุ่งมั่นขนาดไหน ทั้งในศึกป้องกันเมืองมาริอูโปล ที่ทหารจำนวนไม่มากสามารถต้านทานการปิดล้อมของรัสเซียได้นานถึง 82 วัน ซื้อเวลาล้ำค่าให้กองทัพอื่นๆ กลับไปรวมตัวกันและรับอาวุธจากชาติตะวันตก

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กองทัพยูเครนก็เพิ่งมีการโจมตีโต้กลับอันน่าทึ่งในภาคตะวันออกละภาคใต้ จนทหารรัสเซียต้องล่าถอยออกจากเมืองคาร์คิฟ และเมืองเคอร์ซอน ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ นายฟิลิป อินแกรม อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของกองทัพเชื่อว่า การปลดปล่อยเมือง เซเวโรโดเนตสก์, เมลิโตโปล หรือแม้แต่เมืองมาริอูโปล ก็สามารถเป็นไปได้

แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือยูเครนของชาติตะวันตก เพราะหากขาดการสนับสนุนด้านอาวุธไป คงเป็นเรื่องยากที่ยูเครนจะชิงดินแดนกลับมา หรือแม้แต่ต้านทานการโจมตีจากรัสเซีย

สงครามยืดเยื้อไม่รู้จบ

นางบาร์บารา ซานเชตตา จากคณะศึกษาสงครามของวิทยาลัย คิงส์ คอลเลจ ลอนดอน ระบุว่า วลาดิเมียร์ ปูติน คาดว่ายูเครนจะรับความพ่ายแพ้ไปเอง โดยไม่คาดคิดว่าจะมีประเทศอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วมมากขนาดนี้ ซึ่งนั้นเป็นการคำนวณผิดมหันต์ ทำให้สงครามยืดเยื้อ และไม่รู้ว่ามันจะไปจบที่ตรงไหน

รัสเซียพยายามใช้ฤดูหนาวเป็นอาวุธ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของยูเครน เพื่อทำลายขวัญกำลังใจ แต่ฝ่ายยูเครนก็พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาจะสู้ไม่ถอย ทำให้สงครามลากยาวออกไปเรื่อยๆ ในขณะที่ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเจรจาก็แทบไม่มี เพราะต้องมีอย่างน้อยหนึ่งฝ่ายที่ต้องยอมเสียข้อเรียกร้องสำคัญของตัวเอง ซึ่งไม่น่าเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

จุดจบของสงครามแบบนี้มักจะมาถึงก็ต่อเมื่อ ความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน มากจนทำลายความมุ่งมั่นของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ผู้นำระดับสูงของรัสเซียอาจหมดกำลังใจก่อน จนเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายใน หรืออาจเป็นฝ่ายชาติตะวันตก ที่ทนแรงกดดันภายในประเทศเรื่องค่าใช้จ่ายในสงครามไม่ไหว และลดการสนับสนุนยูเครนลง

สงครามยูเครนอาจกลายเป็นการต่อสู้ทั้งในสนามรบ, สนามเศรษฐกิจ และสนามการเมืองอันยาวนาน ซึ่งอาจยังคงดำเนินต่อไปแม้ปี 2023 จะผ่านพ้นไปแล้ว

สงครามยูเครนจะดำเนินไปทางไหน? ส่อง 5 เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2023

ปูตินประกาศชัยชนะ

อย่างที่ระบุไปข้างต้น รัสเซียไม่คาดคิดว่าสงครามในยูเครนจะยืดเยื้อ และปี 2023 ถือเป็นปีสำคัญมากสำหรับรัสเซีย โดยเฉพาะสำหรับ วลาดิเมียร์ ปูติน เพราะรัฐบาลของเขาต้องเตรียมตัวเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งใหญ่ปี 2024 หากเขาจัดการสงครามยูเครนได้ไม่ดี หรือยอมให้สหรัฐฯ และยูเครนมากเกินไป การหาเสียงของเขาอาจจะมีปัญหา

เหตุผลนี้อาจเพียงพอให้ปูตินมีการตัดสินใจครั้งใหญ่ คือประกาศหยุดยิงด้วยตัวเอง และประกาศชัยชนะ อ้างว่าพวกเขาประสบความสำเร็จในการปกป้องกลุ่มผู้พูดภาษารัสเซียในภูมิภาคดอนบาส ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในสงครามนี้ และสามารถยึดเส้นทางภาคพื้นดินที่เชื่อมต่อรัสเซียกับแคว้นไครเมียได้สำเร็จ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของผู้ชนะ

แต่การหยุดยิงนี้อาจอยู่ได้ไม่นาน โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนประกาศกร้าวไว้แล้วว่า พวกเขาจะยึดคืนดินแดนกลับมาทั้งหมด ขณะที่สหรัฐฯ กับนาโต ก็อาจไม่ยอมรามือ เพราะพวกเขายอมรับไม่ได้ที่จะปล่อยให้ผู้นำเผด็จการได้รับชัยชนะในสงคราม

เยนส์ สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการใหญ่ของนาโตเคยกล่าวเอาไว้ว่า “ราคาที่เราจ่ายคือเงิน ขณะที่ราคาที่ชาวยูเครนจ่ายคือเลือด หากรัฐบาลเผด็จการเห็นว่า การใช้กำลังนั้นได้สิ่งตอบแทน เราทั้งหมดจะต้องจ่ายเยอะกว่านี้อีกมาก และโลกจะกลายเป็นโลกที่อันตรายมากขึ้นสำหรับพวกเราทุกคน”

สงครามยูเครนจะดำเนินไปทางไหน? ส่อง 5 เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2023
โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเคียฟได้รับความเสียหาย หลังรัสเซียยิงมิสไซล์โจมตีเมื่อ 31 ธ.ค. 2565

ยูเครนได้รับชัยชนะ

นิยามคำว่าชัยชนะของยูเครนคือ การขับไล่กองทัพรัสเซียออกจากประเทศและชิงดินแดนกลับคืนมาทั้งหมด รวมถึงแคว้นไครเมีย ที่รัสเซียผนวกรวมเป็นของตัวเองเมื่อปี 2014 ซึ่งโมเมนตัมที่ยูเครนสร้างมา ทำให้เกิดความหวังว่า พวกเขาอาจทำได้สำเร็จ แม้ตอนนี้จะยังเร็วเกินไปก็ตาม

นายเบน ฮอดจ์ส อดีตผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคยุโรป กล่าวว่า เขาเชื่อเหลือเกินว่ายูเครนจะทำได้ ความเคลื่อนไหวอาจช้าลงในฤดูหนาว แต่ยูเครนจะรับมือได้ดีกว่ารัสเซีย เพราะได้รับอุปกรณ์สำหรับใช้ในฤดูหนาวจากทั้ง สหราชอาณาจักร, แคนาดา และเยอรมนี

ภายในเดือนมกราคม ยูเครนอาจอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเริ่มปฏิบัติการขั้นสุดท้ายในการปลดปล่อยไครเมียแล้ว หากพวกเขาสามารถยึดเมืองเมลิโทโปลกลับมาได้สำเร็จ เพราะมันจะทำให้กองทัพยูเครนสามารถย้ายไปยังทะเลอะซอฟ ตัดเสบียงและการสื่อสารของไครเมียได้อย่างมีประสิทธิผล

แต่ฝ่ายรัสเซียจะไม่ยอมเสียไครเมีย นั่นเป็นเหตุผลที่ตอนนี้พวกเขาเสริมกำลังที่เมืองเมลิโทโปล และหากถึงที่สุดจริงๆ ปูตินอาจตัดสินใจใช้อาวุธต้องห้ามอย่าง อาวุธเคมี หรือกระทั่งอาวุธนิวเคลียร์ ตามคำพูดของเขาในวันขึ้นปีใหม่ที่ว่า นี่เป็นการต่อสู้ที่มีอนาคตของชาติเป็นเดิมพัน






ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : sky , bbc , globaltimes

ยูเครนยังคงเกิดเหตุระเบิดหลายครั้งในวันปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2591920

ยูเครนยังคงเกิดเหตุระเบิดหลายครั้งในวันปีใหม่

1 ม.ค. 2566 09:37 น.

ยูเครนยังคงเกิดเหตุระเบิดหลายครั้งในวันปีใหม่

ชาวยูเครนยังคงได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งทั้งในกรุงเคียฟและที่พื้นที่อื่นๆ ขณะที่เสียงไซเรนเตือนภัยการโจมตีทางอากาศก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรก หลังเที่ยงคืนของวันปีใหม่

ชาวยูเครน กล่าวว่า ขณะที่เสียงไซเรนดังขึ้น ผู้คนบางส่วนในกรุงเคียฟต่างร้องตะโกนว่า “ขอสรรเสริญยูเครน ขอสรรเสริญวีรบุรุษ”

นายกเทศมนตรีเมืองเคียฟ วิตาลี คลิทช์โก กล่าวว่า เศษชิ้นส่วนจากขีปนาวุธที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนทำลาย ได้ทำให้รถยนต์หลายคันในกรุงเคียฟได้รับความเสียหาย แต่เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ด้านหน่วยงานทางการทหารของกรุงเคียฟ กล่าวว่า “วัตถุที่ลอยอยู่ในอากาศ” ที่ยิงโดยรัสเซีย จำนวน 23 ชิ้น ถูกทำลาย

การโจมตีดังกล่าวมีขึ้นไม่กี่นาทีหลังจากประธานาธิบดียูเครน โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ส่งข้อความอวยพรปีใหม่ให้แก่ชาวยูเครนท่ามกลางสงครามที่ยังคงดำเนินต่อไปเป็นเดือนที่ 11 โดยไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุด

เสียงระเบิดยังคงดังอย่างต่อเนื่องหลังจากนั้น โดยไม่มีรายงานความเสียหายในทันที นอกจากนี้ยังมีรายงานอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับการระเบิดในเมืองเคอร์ซอนทางภาคใต้ และเมืองซีโตเมียร์ทางภาคเหนือ การโจมตีดังกล่าวตามมาด้วยการยิงขีปนาวุธร่อนมากกว่า 20 ลูกใส่เป้าหมายทั่วยูเครนเมื่อวันเสาร์ ซึ่ง นายดมีโทร ลูบิเนตส์ ผู้ตรวจการแผ่นดินด้านสิทธิมนุษยชนของยูเครนระบุว่าเป็น “การก่อการร้ายในวันส่งท้ายปีเก่า”

เจ้าหน้าที่ของกรุงเคียฟและในภูมิภาคกล่าวผ่านแอปส่งข้อความเทเลแกรมว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศกำลังทำงาน ส่วนนายโอเลกซีย์ คูเลบา ผู้ว่าการภูมิภาคเคียฟ กล่าวว่า พื้นที่นี้ถูกโจมตีโดยโดรน แต่ยังคงไม่ทราบว่ามีเป้าหมายใดที่ถูกโจมตี

ในอีกทางหนึ่ง นายวยาเชสลาฟ กลาดคอฟ ผู้ว่าการภูมิภาคเบลโกรอด ทางตอนใต้ของรัสเซียที่มีพรมแดนติดกับยูเครน กล่าวว่าผลจากการระดมยิงข้ามคืนที่ชานเมืองเชเบกิโน ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ยูเครนไม่เคยอ้างความรับผิดชอบอย่างเปิดเผยต่อการโจมตีใดๆ ในรัสเซีย แต่พวกเขาเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็น “กรรม” ที่เป็นผลจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย เมื่อวันที่ 24 ก.พ.

พ.ศ.2566 ปีที่จะเปลี่ยนขั้วอำนาจโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2591520

พ.ศ.2566 ปีที่จะเปลี่ยนขั้วอำนาจโลก

1 ม.ค. 2566 06:14 น.

พ.ศ.2566 ปีที่จะเปลี่ยนขั้วอำนาจโลก

1. 25 ธันวาคม 1991 มิคาอิล กอร์บาชอฟ ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหภาพโซเวียต และมอบอำนาจการปกครองสหภาพโซเวียตให้แก่บอริส เยลต์ซิน อย่างเป็นทางการ

ธงชาติผืนใหม่สีแดง-น้ำเงินถูกชักขึ้นสู่ยอดเสาแทนธงค้อนเคียว

สหภาพโซเวียตล่มสลาย สิ้นสุดสงครามเย็น

สหรัฐฯกลายเป็นมหาอำนาจเดี่ยวนับตั้งแต่บัดนั้น

พ.ศ.2566 ปีที่จะเปลี่ยนขั้วอำนาจโลก

2. สหภาพโซเวียตล่มสลายลง เกิด Commonwealth of Independent States (CIS) หรือเครือรัฐเอกราช ประกอบด้วย 12 สาธารณรัฐ คือ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐอูเครน สาธารณรัฐเบลารุส สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน สาธารณรัฐจอร์เจีย สาธารณรัฐอาร์เมเนีย สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน สาธารณรัฐเติร์กเมนิสถาน สาธารณรัฐทาจิกิสถาน สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐคีร์กิซ และสาธารณรัฐมอลโดวา

3. สาธารณรัฐจอร์เจียถอนตัวออกจากกลุ่ม CIS เมื่อ ค.ศ.2009 ระหว่างสงครามเซาท์ออสเซเทียสาธารณรัฐอูเครนถอนตัวออกจากกลุ่ม CIS เมื่อ ค.ศ.2014 สาเหตุจากการผนวกดินแดนไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย

4. ปัจจุบัน CIS มีสมาชิก 10 สาธารณรัฐ รวมพื้นที่ 21.46 ล้านตารางกิโลเมตร ประชากร 245 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 3.1 ของประชากรโลก

5. 24 กุมภาพันธ์ 2022 สงครามรัสเซีย-อูเครนอุบัติ และทวีความรุนแรงขึ้นวรรค ทั้งสองฝ่ายทุ่มหมดหน้าตัก

6. 21 ธันวาคม 2022 โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอูเครน พบโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และแถลงต่อที่ประชุมวาระพิเศษของสภาคองเกรสสหรัฐฯที่กรุงวอชิงตันว่า การสนับสนุนทางการเงินของรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นการกุศล แต่คือวิธี ‘การลงทุน’ อย่างรับผิดชอบที่สุดเพื่อการส่งเสริมความมั่นคงและประชาธิปไตยของโลก

7. 21 ธันวาคม 2022 วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีสหพันธรัฐรัสเซีย มีแถลงการณ์ถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นโศกนาฏกรรม ซึ่งไม่ใช่ความผิดของรัสเซีย ‘แต่เกิดขึ้นจากนโยบายของประเทศที่ 3 ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในอูเครน’ รัสเซียพร้อมเพิ่มขนาดกองทัพอีกร้อยละ 30 และไม่จำกัดงบประมาณที่ต้องจ่ายในการปฏิบัติการพิเศษทางทหาร

8. สงครามรัสเซีย-อูเครนทำให้เศรษฐกิจโลกตกต่ำ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ประมาณการอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2023 เอาไว้ว่า

พ.ศ.2566 ปีที่จะเปลี่ยนขั้วอำนาจโลก

จีดีพีโลกจะเติบโตร้อยละ 2.7 จีนร้อยละ 4.4 อินเดียร้อยละ 6.1 สหรัฐฯร้อยละ 1.0 ญี่ปุ่นร้อยละ 1.6 ฝรั่งเศสร้อยละ 0.7 สหราชอาณาจักรร้อยละ 0.3 เยอรมนีร้อยละ -0.3 และรัสเซียร้อยละ -2.3

9. ธนาคารโลกแถลงว่า ประเทศที่ยากจนและอ่อนแอจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

พลเมืองโลกกว่า 90 ล้านคน จะต้องเจอความยากจนถึงขีดสุดจากราคาสินค้าและบริการที่พุ่งกระฉูด+หนี้สาธารณะในประเทศกำลังพัฒนาที่สูงสุดในรอบ 50 ปี

10. วิกฤติค่าครองชีพ=วิกฤติศรัทธาต่อรัฐบาล

มีการประท้วงรุนแรงในสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และแคนาดา

พ.ศ.2566 ปีที่จะเปลี่ยนขั้วอำนาจโลก

11. ความร่วมมือรัสเซีย+จีน+กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (นำโดยซาอุดีอาระเบีย) + กลุ่มประเทศ CIS

12. ค.ศ.2023 คาดว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 8.5 พันล้านคน จำนวนมนุษย์เพิ่มขึ้นแต่อาหารผลิตได้เท่าเดิมหรืออาจจะได้น้อยลงจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นและปริมาณน้ำฝนที่ลดลง รวมทั้งพื้นที่ทำการเกษตรน้อยลงจากการขยายตัวของเมือง

รัสเซียต้องไปขยายพื้นที่ปลูกข้าวสาลีในไซบีเรีย+จีนมีพัฒนาการปลูกข้าวในอวกาศ

13. การแย่งชิงทรัพยากรจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงทุกรูปแบบทั้งบนโลกและในอวกาศเพื่อรักษาอำนาจของตนเอง

14. การย้ายอำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์และขั้วมหาอำนาจโลกจากตะวันตกไปตะวันออก จะเป็นประเด็นสำคัญของ ค.ศ.2023

อำนาจดั้งเดิมของตะวันตก นำโดยสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และพันธมิตรจะลดน้อยถอยลง

15. อำนาจใหม่ฝั่งตะวันออก นำโดยจีนและรัสเซียและพันธมิตรจะเข้มแข็งขึ้น.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

สวัสดีปีใหม่ 2566 จากใจ นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย­

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2591468

สวัสดีปีใหม่ 2566 จากใจ นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย­

1 ม.ค. 2566 05:11 น.

  • นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

สวัสดีปีใหม่ 2566 จากใจ นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย­

ใครจะนึกว่า เปิดฟ้าส่องโลกเป็นคอลัมน์ด้านการต่างประเทศที่รับใช้สังคมไทยมานานถึง 25 ปีและกำลังจะเข้าปีที่ 26 ในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566

แม้ว่าสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จะบรรเทาเบาบางลง แต่โลกยังวุ่นวายไม่จบ ด้วยปัญหาความขัดแย้งจากสงครามรัสเซีย-อูเครนที่อุบัติขึ้นในยุโรปตะวันออก

มนุษยชาติได้รับผลกระทบจากสงครามที่เกิดขึ้นจากตัวแทนของโลกตะวันตกคือโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอูเครน กับวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีสหพันธรัฐรัสเซีย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งวิกฤติพลังงานและค่าครองชีพ จนนำไปสู่ความถดถอยทางเศรษฐกิจ

ความขัดแย้งระหว่างตัวแทนมหาอำนาจตะวันตก (อูเครนและไต้หวัน) กับมหาอำนาจใหม่ (รัสเซียและจีน) จะยังไม่สงบจบลงง่ายๆ และมีทีท่าว่าน่าจะรุนแรงขึ้นเมื่อก้าวเข้าสู่พุทธศักราช 2566

เปิดฟ้าส่องโลกจะยังคงรับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงขั้วมหาอำนาจโลกอย่างใกล้ชิด จากประเด็น 1.สงครามรัสเซีย-อูเครน 2.ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ 3.วิกฤติพลังงาน และ 4.วิกฤติค่าครองชีพ

ศุภวารดิถีขึ้นปีใหม่พุทธศักราช 2566 ผู้เขียนเปิดฟ้าส่องโลกและเปิดฟ้าภาษาโลกขอส่งความสุข ความปรารถนาดีมายังผู้อ่านท่านที่เคารพทุกท่าน

ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล พระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และพระบารมีแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชแห่งราชอาณาจักรไทยทุกพระองค์

โปรดบันดาลประทานพรให้ผู้อ่านท่านผู้เจริญ เจริญด้วยจตุรพิธพรชัย มีแต่ความสุขสมบูรณ์พูนผลด้วยสิ่งพึงปรารถนาทุกประการเทอญ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย­

ประมวลภาพ เอเชียแปซิฟิกฉลองปีใหม่ 2566 คึกคัก จุดพลุตระการตา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2591846

ประมวลภาพ เอเชียแปซิฟิกฉลองปีใหม่ 2566 คึกคัก จุดพลุตระการตา

1 ม.ค. 2566 02:06 น.

ประมวลภาพ เอเชียแปซิฟิกฉลองปีใหม่ 2566 คึกคัก จุดพลุตระการตา

ชาติเอเชียแปซิฟิกเฉลิมฉลองวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 มีการจัดงานเคาต์ดาวน์อย่างคึกคักที่สุดในรอบ 2 ปี หลังการระบาดของไวรัสโควิด-19

เมื่อ 31 ธ.ค. 2565 นครซิดนีย์ ในออสเตรเลีย เป็นเมืองใหญ่แห่งแรกๆ ของโลกที่ได้ต้อนรับปีใหม่ 2566 โดยเฉลิมฉลองด้วยการจุดพลุดอกไม้ไฟสุดตระการตาจากสะพานฮาร์เบอร์ บริดจ์ และซิดนีย์ โอเปรา เฮาส์ อันโด่งดังเหมือนทุกปี ใช้ดอกไม้ไฟกว่า 9,000 ดอก

ประมวลภาพ เอเชียแปซิฟิกฉลองปีใหม่ 2566 คึกคัก จุดพลุตระการตา
ชาวจีนจำนวนมากรวมตัวกันที่ในเมืองหนานหนิง มณฑลกวางซี เพื่อร่วมกันต้อนรับปีใหม่

ประเทศอื่นๆ ในเอเชียแปซิฟิก ทั้งไทย, ฟิลิปปินส์ หรือเกาะไต้หวัน ก็จัดงานฉลองปีใหม่อย่างเต็มที่ ผู้คนมากมายมารวมตัวกันในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมงานนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ ส่วนที่กรุงโซล ชาวเกาหลีใต้ร่วมกันสวดมนต์ภาวนา และฉายแสงจากโทรศัพท์ขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อบอกลาปี 2565 อันโหดร้าย

ที่ประเทศจีน ประชาชนจำนวนมากได้โอกาสรวมตัวกันเพื่อฉลองปีใหม่เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี หลังทางการผ่อนคลายข้อจำกัดลงอย่างมากเมื่อช่วงต้นเดือน แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดจะกลับมาพุ่งสูง

ประมวลภาพ เอเชียแปซิฟิกฉลองปีใหม่ 2566 คึกคัก จุดพลุตระการตา
ดอกไม้ไฟฉลองปีใหม่ที่สะพานฮาร์เบอร์ บริดจ์ ในนครซิดนีย์ ของออสเตรเลีย
ประมวลภาพ เอเชียแปซิฟิกฉลองปีใหม่ 2566 คึกคัก จุดพลุตระการตา
พลุฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 ที่วัดอรุณ ประเทศไทย
ประมวลภาพ เอเชียแปซิฟิกฉลองปีใหม่ 2566 คึกคัก จุดพลุตระการตา
สวนสนุกซีหยู เวิลด์ (Xiyou World) ที่เมืองฮ่วยอัน ของจีน จุดพลุฉลองปีใหม่คึกคัก
ประมวลภาพ เอเชียแปซิฟิกฉลองปีใหม่ 2566 คึกคัก จุดพลุตระการตา
งานเคาต์ดาวน์ที่อ่าววิกตอเรีย ของเกาะฮ่องกง
ประมวลภาพ เอเชียแปซิฟิกฉลองปีใหม่ 2566 คึกคัก จุดพลุตระการตา
ไต้หวันจุดพลุฉลองปีใหม่จากอาคาร ไทเป 101
ประมวลภาพ เอเชียแปซิฟิกฉลองปีใหม่ 2566 คึกคัก จุดพลุตระการตา
ดอกไม้ไฟฉลองปีใหม่ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์
ประมวลภาพ เอเชียแปซิฟิกฉลองปีใหม่ 2566 คึกคัก จุดพลุตระการตา
ชาวญี่ปุ่นรวมตัวกันที่ชิบุยะ เพื่อร่วมกันเคานต์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่
ประมวลภาพ เอเชียแปซิฟิกฉลองปีใหม่ 2566 คึกคัก จุดพลุตระการตา
กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ก็มีจุดพลุฉลองปีใหม่
ประมวลภาพ เอเชียแปซิฟิกฉลองปีใหม่ 2566 คึกคัก จุดพลุตระการตา
ชาวเกาหลีใต้ร่วมกันเคาต์ดาวน์ปีใหม่ที่ หอระฆังโพชินกัก ในกรุงโซล
ประมวลภาพ เอเชียแปซิฟิกฉลองปีใหม่ 2566 คึกคัก จุดพลุตระการตา
เมียนมาจัดแสดงแสงสีที่สวนสาธารณะในนครย่างกุ้ง เนื่องในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

เกาหลีเหนือยิงมิสไซล์อีก 3 ลูก ส่งท้ายปีแห่งการทดสอบขีปนาวุธ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2591843

เกาหลีเหนือยิงมิสไซล์อีก 3 ลูก ส่งท้ายปีแห่งการทดสอบขีปนาวุธ

1 ม.ค. 2566 01:36 น.

เกาหลีเหนือยิงมิสไซล์อีก 3 ลูก ส่งท้ายปีแห่งการทดสอบขีปนาวุธ

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 3 ลูกในวันเสาร์ ส่งท้ายปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่เปียงยางดำเนินการทดสอบยิงมิสไซล์มากครั้งที่สุดเท่าที่เคยมีมา ท่ามกลางความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี

เมื่อวันเสาร์ที่ 31 ธ.ค. 2565 คณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้อย่างน้อย 3 ลูก จากฐานยิงในเขตชองฮวา ของจังหวัดฮวังแฮเหนือ ตอนใต้ของกรุงเปียงยาง ในเวลาประมาณ 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ด้านกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นระบุว่า ขีปนาวุธทั้ง 3 ลูก ซึ่งสามารถบินได้สูงสุด 100 กม. และเดินทางไกลสุดราว 350 กม. ตกลงในทะเลนอกชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี นอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ปี 2565 เป็นปีที่เกาหลีเหนือดำเนินการทดสอบยิงขีปนาวุธมากที่สุดเป็นประวัติกาล โดยการทดสอบล่าสุดนับเป็นครั้งที่ 37 แล้วรวมมีมิสไซล์ถูกยิงไปกว่า 90 ลูก เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่ทดสอบเพียง 4 ครั้ง และ 8 ครั้งในปี 2564

ที่มา : cnn

รัสเซียยิงมิสไซล์ระลอกใหม่ ถล่มยูเครนส่งท้ายปี ตาย 1 ศพในกรุงเคียฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2591831

รัสเซียยิงมิสไซล์ระลอกใหม่ ถล่มยูเครนส่งท้ายปี ตาย 1 ศพในกรุงเคียฟ

1 ม.ค. 2566 00:05 น.

รัสเซียยิงมิสไซล์ระลอกใหม่ ถล่มยูเครนส่งท้ายปี ตาย 1 ศพในกรุงเคียฟ

รัสเซียยิงมิสไซล์ระลอกใหม่ โจมตีหลายเมืองทั่วประเทศยูเครนส่งท้ายวันสิ้นปี 2022 ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพในกรุงเคียฟ อาคารหลายหลังได้รับความเสียหาย

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2565 รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศด้วยจรวดมิสไซล์ระลอกใหม่เข้าใส่หลายเมืองทั่วประเทศยูเครน ส่งท้ายปีเก่า 2022 หรือ พ.ศ. 2565 เพียง 2 วันหลังจากพวกเขาเพิ่งระดมยิงมิสไซล์กว่า 100 ลูก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามอุบัติขึ้น

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนหลายคนออกมาพูดถึงการโจมตีที่เกิดขึ้นผ่านโลกออนไลน์ โดยประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี เตือนว่า รัสเซียอาจโจมตีเพิ่มเติมอีก เพื่อให้การฉลองปีใหม่ของชาวยูเครนตกอยู่ในความมืดมิด หลังช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มอสโกมุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของยูเครน จนเกิดไฟดับกระทบคนหลายล้าน

นายวิตาลี คิม ผู้ว่าการแคว้นมีโคลายิฟ ระบุบนเฟซบุ๊กว่า ผู้ยึดครองพยายามทำลายวันเฉลิมฉลองของเรา แต่พวกเขาจะทำไม่สำเร็จ ขณะที่ นายวาเลรี ซาลุชนี ผู้บัญชาการกองทัพยูเครน กล่าวว่า ระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศของพวกเขา ยิงสกัดมิสไซล์ของรัสเซียได้ 12 จาก 20 ลูก

ด้านนายวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ซึ่งตกเป็นเป้าหมายการโจมตีล่าสุดด้วย เผยว่า เกิดระเบิดขึ้นหลายจุดทั่วเมืองหลวงแห่งนี้ มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บอย่างน้อย 20 ราย รวมถึงนักข่าวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง

นายคีรีโล ทีโมเชนโก รองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรม ว่า มีโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเคียฟได้รับความเสียหาย ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 รายในการโจมตีด้วยโดรนที่เมืองคเมลนิตสกี ทางตะวันตกของประเทศ

ทั้งนี้ การโจมตีระลอกล่าสุดเกิดขึ้นในขณะเดียวกับที่ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน พยายามปลุกระดมมวลชนให้สนับสนุนการทำสงครามในยูเครน อ้างว่ามีอนาคตของประเทศเป็นเดิมพัน

“เรารู้มาตลอด และในวันนี้มันได้รับการยืนยันอีกครั้งว่า อธิปไตย, เอกราช และอนาคตอันปลอดภัยสำหรับรัสเซียขึ้นอยู่กับเรา, ความเข้มแข็งของเรา และความตั้งใจของเราเท่านั้น” ปูตินกล่าวในการปราศรัยส่งท้ายปีเก่าของเขา โดยมีกลุ่มคนในชุดทหารยืนอยู่ด้านหลัง

อย่างไรก็ตาม เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ออกมาตอบโต้ปูตินด้วยการส่งข้อความเป็นภาษารัสเซียถึงชาวรัสเซียว่า “ผู้นำของคุณต้องการแสดงให้คุณเห็นว่า เขากำลังเป็นผู้นำในแนวหน้าและทหารของเขาอยู่ด้านหลัง” “แต่ข้อเท็จจริงคือ เขากำลังหลบซ่อน … เขากำลังหลบซ่อนอยู่หลังพวกคุณ และเขากำลังเผาประเทศกับอนาคตของคุณ จะไม่มีใครยกโทษให้คุณ (ปูติน) สำหรับการก่อการร้าย”

ที่มา : bbc

อดีตพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 สิ้นพระชนม์แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2591823

อดีตพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 สิ้นพระชนม์แล้ว

31 ธ.ค. 2565 23:26 น.

อดีตพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 สิ้นพระชนม์แล้ว

อดีตพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 สิ้นพระชนม์แล้วขณะมีพระชนมายุ 95 พรรษา เกือบ 10 ปีหลังจากที่พระองค์ตัดสินใจลงจากตำแหน่งด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อดีตพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ซึ่งในปัจจุบันดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปากิตติคุณ สิ้นพระชนม์แล้ว ในเวลา 9.34 น. วันเสาร์ที่ 31 ธ.ค. 2565 ตามเวลาท้องถิ่นของนครรัฐวาติกัน ขณะมีพระชนมายุ 95 พรรษา หลังจากเพิ่งมีการออกมาประกาศไม่กี่วันก่อนหน้านี้ว่า พระองค์กำลังประชวรหนักเนื่องจากสุขภาพทรุดโทรม

พระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งคริสต์จักรคาทอริกได้เกือบ 8 ปี จนกระทั้งพระองค์ตัดสินพระทัยที่จะก้าวลงจากตำแหน่งในปี 2556 ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ นับเป็นสันตะปาปาองค์แรกที่ลาออกจากตำแหน่งนับตั้งแต่ โป๊ปเกรกอรีที่ 12 ในปี พ.ศ.1958 หรือกว่า 600 ปีก่อน

อดีตโป๊ปเบเนดิกต์ที่ 16 ในช่วงเวลาช่วงไม่กี่ปีสุดท้ายของชีวิตที่อาราม Mater Ecclesiae ในนครวาติกัน กระทั่งสิ้นพระชนม์ โดยหลังข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ได้รับการเปิดเผยออกมา ก็มีการลั่นระฆัง 1 ครั้งจากโบสถ์มิวนิกในเยอรมนี และที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ในกรุงโรม อิตาลี ในขณะที่คนจำนวนมาออกมารวมตัวกันเพื่อร่วมแสดงความอาลัย

ทางวาติกันระบุว่า พระศพของพระสันตะปาปากิตติคุณจะถูกนำไปประดิษฐานที่ โบสถ์เซนต์ปเตอร์ ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. ก่อนที่โป๊ปฟรานซิส พระสันตะปาปาองค์ปัจจุบัน จะเป็นผู้นำทำพิธีศพในวันที่ 5 ม.ค.

ทั้งนี้ บุคคลสำคัญมากมายต่างออกมาร่วมแสดงความอาลัยและเชิดชูผลงานของโป๊ปเบเนดิกต์ที่ 16 เช่น คาร์ดินัล วินเซนต์ นิโคลัส ผู้นำศาสนจักรคาทอลิกแห่งอังกฤษและเวลส์ ระบุว่า พระสันตะปาปากิตติคุณเป็นหนึ่งในนักศาสนศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 20

ด้านนาย ริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรกล่าวว่า พระสันตะปาปารุ่นก่อนเป๋นนักศาสนศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ และการเสด็จเยือนสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2553 คือช่วงเวลาประวัติศาสตร์ทั้งสำหรับชาวคาทอลิกและผู้ที่ไม่ใช่คาทอลิกทั่วประเทศ

ขณะที่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ตรัสว่า พระองค์เสียพระทัยที่ได้ทราบข่าวการจากไปของโป๊ปเบเนดิกต์ และทรงรำลึกถึงความพยายามอย่างไม่ลดละของอดีตโป๊ป ในการสนับสนุนสันติและความปรารถนาดีต่อทุกคน รวมทั้งสนับสนุนการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งระหว่างชาวคริสต์นิกายแองกลิคันทั่วโลกกับคริสตจักรคาทอลิกโรมันด้วย

ที่มา : bbc

รับ “ปี2566” รัฐบาล ต้องเลือก ‘เขตพื้นที่’ หรือ ‘ศธจ. ศธภ.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/kure-Jam/540073

01 ม.ค. 2566

รับ "ปี2566" รัฐบาล ต้องเลือก 'เขตพื้นที่' หรือ 'ศธจ. ศธภ.'

ถึงเวลาต้องเลือก ‘เขตพื้นที่’ หรือ ‘ศธจ. ศธภ.’ หลังรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปล่อยให้ปัญหานี้ยืดเยื้อยาวนาน “ปี 2566” ควรมีความชัดเจน เพื่อกระชับพื้นที่ในการบริหารการศึกษา ลดความซ้ำซ้อน ลดความเหลื่อมล้ำ

ฉากทัศน์ปี 2565  การศึกษาไทย เกิดการไล่ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้ยุบ ศธจ. ศธภ.ตามไปด้วย จากเหตุการณ์ คณะปกป้องศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.)100 คน เดินทางไปยื่นหนังสือถึง นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค และ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ในโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ต่อไป จากนั้นได้ไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล และเดินทางไปยื่นหนังสือถึง นายตวง อันธะไชย ประธานกรรมาธิการฯ ที่รัฐสภา

ว่ากันว่า นายณัทชัย ใจเย็น ศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรี ในฐานะตัวแทนคณะปกป้อง ศธภ.และ ศธจ.อ้างว่า ศธภ.ถือเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาจากหน่วยกลางลงสู่ภาคและจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการกำกับติดตามงานอย่างใกล้ชิด ทำให้หน่วยงานในระดับพื้นที่สนองนโยบายต่าง ๆ ได้เร็ว 

“ขณะที่ ศธจ.เป็นหน่วยงานที่ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการแบบเดิมในส่วนภูมิภาค จากการจัดการศึกษาในระดับพื้นที่ที่ไม่สามารถเชื่อมโยงสัมพันธ์กันทั้งในเชิงการดำเนินงานและการบริหารจัดการ เนื่องจากในจังหวัดหนึ่งมีสถานศึกษาทั้งในและนอกสังกัดศธ.จำนวนมาก รวมถึงประเด็นสำคัญการบริหารงานบุคคลของข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาในการสรรหา บรรจุ แต่งตั้ง และโยกย้าย โดยใช้กลไกของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด”นายณัทชัย ระบุ

ย้อนที่มา ศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) และศึกษาธิการภาค (ศธภ.) แต่งตั้งขึ้นโดยคสช. อ้างว่าเพื่อแก้ปัญหาการทุจริตของเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ในขณะนั้น ในอดีตกระทรวงศึกษาธิการ ยุค 14 กรม มี “ศธจ.-ศธภ.”หมือนกัน แต่ต่อมานักวิจัยทำการวิจัยตำแหน่ง ศธจ.ศธภ.แล้วเห็นควรให้ยกเลิกเพราะมีประโยชน์ไม่คุ้มค่า จึงได้ยกเลิกไป

ขณะนี้เขตพื้นที่การศึกษาถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตมาอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นข้ออ้างถึงความจำเป็นต้องมี ศธจ.- ศธภ. อยู่ต่อไปทั้งๆที่ ศธจ.-ศธภ.ขณะนี้ไม่ได้เป็นข้าราชการครูเหมือนก่อนแต่กลายเป็นข้าราชการพลเรือน อยู่ในจำพวกเหนือหัวครูเป็น “นาย” ของครู ศธ.ให้ตำแหน่งหน้าที่สำคัญ บูรณาการศึกษาในจังหวัด

งานบูรณาการศึกษาในระดับจังหวัด “ศธจ.- ศธภ.” ถูกกล่าวหาว่าเป็นนายชี้นิ้วสั่งการให้ “เขตพื้นที่การศึกษา” กับ “โรงเรียน” เป็นเจ้าภาพหรือแม่งาน ในทางกลับกันหากไม่มี ศธจ.- ศธภ. เขตพื้นที่การศึกษาก็ทำได้ หรือทำได้ดีกว่า ศธจ.และศธภ.อีกด้วย เพราะเขตพื้นที่การศึกษาเข้าถึง”ครู” กว่า 6.6 แสนคนได้มากกว่า รู้จักเข้าถึงโรงเรียนมากกว่า รู้จักบรรยากาศการจัดการศึกษาดีกว่า และเป็นการประหยัดเงินงบประมาณ ของ ศธจ.และ ศธภ.รวมทั้งบริวารทั้งหลายปีละหลายล้านบาท

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ศธจ.- ศธภ.” กับ “เขตพื้นที่การศึกษา” เป็นตำแหน่งซ้ำซ้อนกัน เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดินจะต้องเลือกเอาอย่างหนึ่งอย่างใดเพียงอย่างเดียว เพื่อไม่ให้เปิดปัญหา “งบช้างป่วย”

ศธจ. ศธภ. มาจากเผด็จการรัฐประหาร อ้างเพื่อแกัปัญหาการทุจริตของเขตพื้นที่การศึกษาในขณะนั้น แต่เวลานี้ ปี 2566 ไม่มีแล้ว เขตพื้นที่ฯมาจาก พระราชบัญญัติผ่านรัฐสภาตามวิถีทางขั้นตอนของประชาธิปไตย

ถึงเวลาที่ นายกรัฐมนตรี และรมว.ศึกษาธิการ ต้องเลือก  ‘เขตพื้นที่’ หรือ ศธจ. ศธภ. จะเลือกเอาฝ่ายไหน หรือเอาไว้ทั้งสองอย่างให้มันผลาญงบประมาณแผ่นดินต่อไป

หลบกระแส“ประวิตร”เป็นรอง“ประยุทธ์” ปีกขวามาแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540041

ขุนน้ำหมึก

01 ม.ค. 2566

หลบกระแส“ประวิตร”เป็นรอง“ประยุทธ์” ปีกขวามาแรง

“ประวิตร” ลดแรงเสียดทาน ย้ำยังรัก “ประยุทธ์” พี่น้องบูรพาพยัคฆ์ เรื่องพรรคก็แค่แยกกันทำงาน ลึกๆ พี่ป้อมหวั่นกระแสฝ่ายขวา ฉุดน้องตู่ เรตติ้งพุ่งเหมือนปี 62

รักกันมา 50 ปี “ประวิตร” ขานรับ “ประยุทธ์” ยังเป็นพี่น้องบูรพาพยัคฆ์ เรื่องพรรคก็แยกกันทำงาน แต่จะร่วมกันหรือไม่ จำนวน ส.ส.คือคำตอบ

“ประวิตร” เลือกปั้น พปชร. เป็นพรรคไร้ขั้วไร้สี ส่วน “ประยุทธ์” ขอเดินหน้าพรรคต้นขั้วอนุรักษ์นิยม หวังปั่นกระแสลุงตู่รอบสอง

วันที่ 31 ธ.ค.2566 ทีมงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจกข่าวลุงป้อมเปิดใจเรื่องความสัมพันธ์ของพี่น้องทหารเสือที่ยาวนานกว่า 50 ปี

“เรื่องของการเมือง ก็เป็นการเมือง เรื่องของส่วนตัวก็เป็นเรื่องของส่วนตัว เรื่องของพี่น้องก็เป็นเรื่องของพี่น้องไม่มีปัญหาอะไร ยังรักกันเหมือนเดิม ไม่มีความขัดแย้งอะไรกัน”

สอดรับกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บอกนักข่าวว่า ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร เรื่องการทำงานการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่มีความขัดแย้งใด ๆ

“อย่าลืมว่าความสัมพันธ์ของทหารกับทหารด้วยกันมันลึกซึ้ง ลึกซึ้งยิ่งกว่าและผมก็จบมาก็อยู่ในการดูแลของท่าน และท่านก็เป็นผู้บังคับบัญชาของผมคนแรกในการที่ผมจบจากโรงเรียนในร้อยไปแวะรับราชการตั้งแต่ร้อยตรี จนกระทั่งอยู่ด้วยกันมาตลอดชีวิตรับราชการมาจนถึงวันนี้”

หากอ่านความคิดการเมืองของ พล.อ.ประวิตร กับ พล.อ.ประยุทธ์ ก็พอจะเห็นความแตกต่าง ในเรื่องการสร้างพรรค พี่ใหญ่อยากสลายขั้วสลายสี แต่น้องเล็กยังเชื่อมั่นแนวทางการเมืองแบบคนดี 

‘พรรคฝ่ายขวา’

แม้ “ประวิตร” และ “ประยุทธ์” จะเป็นตัวละครหลังม่าน จัดตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่คนที่สนิทสนมกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ มากที่สุดก็คือ ลุงตู่ และมีส่วนสนับสนุนขบวนการ กปปส.อยู่ในบางระดับ

อุดมการณ์ กปปส.สมัยโน้น นอกเหนือเรื่องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ก็ยังเชื่อมั่นในเรื่องการเมืองคนดี ต่อต้านคนโกงชาติโกงแผ่นดิน

ไม่น่าแปลกใจที่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จะบอกเหตุผลที่เลือกสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ว่า “คนดี ๆ อย่างท่าน หนึ่งวันก็อยู่ได้ แล้วคำว่า อยู่สองปี สามปี สี่ปี ไม่ว่าจะกี่ปี ก็สามารถช่วยฟูมฟักสร้างนักการเมืองดีๆ อย่างท่านขึ้นมาได้”

ดังนั้น ประเด็นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อได้อีก 2 ปีนั้น คนดีอยู่แค่ปีหรือสองปี ก็มีประโยชน์แก่บ้านเมือง
 

เหนืออื่นใด พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีคะแนนนิยมนำโด่ง ในกลุ่มหัวหน้าพรรคการเมืองปีกเดียวกัน จากการสำรวจของนิด้าโพล ฉะนั้น แกนพรรค รทสช.จึงหวังที่จะปั่นกระแสลุงตู่ ให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

มวลชนกลุ่มอนุรักษ์นิยม ยังเชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์ แต่จะมีพลังมากพอในการโหวตเลือก ส.ส.พรรค รทสช.ให้ได้ที่นั่งตามเป้าหมาย 100 ที่นั่ง น่าลุ้นมาก
 


‘พรรคบ้านใหญ่’

“ประวิตร” มีบุคลิกแบบนักการเมืองอาชีพมากกว่า “ประยุทธ์” จึงมีผู้คนทุกเฉดสีหลั่งไหลไปที่บ้านป่ารอยต่อฯ  

“เรื่องความขัดแย้งจะเป็นหัวใจสำคัญในการเดินหน้าของพรรค เพราะพรรคต้องการก้าวผ่านความขัดแย้งทั้งหมด ผมจะไม่ขัดแย้งกับใคร และที่ผ่านมาก็ไม่เคยทะเลาะกับใคร” นี่คือคำยืนยันของ พล.อ.ประวิตร

 พล.อ.ประวิตร ได้ภาพดูดี แต่ไม่มีกระแส พล.อ.ประวิตร ได้ภาพดูดี แต่ไม่มีกระแส

พรรคพลังประชารัฐ ในมือลุงป้อม ย่อมแปรสภาพเป็นพรรคไร้ขั้ว ไร้สี เปิดทางร่วมรัฐบาลได้กับทุกพรรค ยกเว้นพรรคก้าวไกล

ทั้งวิรัช รัตนเศรษฐ และไพบูลย์ นิติตะวัน จะประสานเสียง “พวกเราทุกคนจะทำให้ใจบันดาลแรง ให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ คนที่ 30” แต่ลุงป้อมเองก็ยังไม่พูดเต็มปากเต็มคำเรื่องเก้าอี้นายกฯ

ในทางการเมือง กรณีที่ พล.อ.ประวิตร ต้องลดกระแสแข่งขันระหว่างพี่ป้อมกับน้องตู่ เพราะถ้าแข่งกันจริงๆจังๆ พรรคที่เสียหายคือ พปชร.

สังเกตจากนิด้าโพลครั้งล่าสุด พลันที่มีความชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ เรตติ้งพรรค รทสช.ก็ขยับขึ้นมาเทียบเท่าพรรค ปชป. และทิ้งห่างพรรค พปชร.

ถึงจอมยุทธ์วิรัช หรือ ร.อ.ธรรมนัส จะเชื่อในกลยุทธ์บ้านใหญ่ แต่พรรคไร้กระแส ใช้ความสามารถเฉพาะตัวของผู้สมัคร ส.ส.ล้วน ๆ ก็อาจต้านพายุอุ๊งอิ๊งไม่ไหว 
    
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก