วัดพระธรรมกายจัดสวดมนต์ข้ามปี บินโดรน 250 ตัว’สอนธรรมะกลางอากาศ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701766

วัดพระธรรมกายจัดสวดมนต์ข้ามปี บินโดรน 250 ตัว'สอนธรรมะกลางอากาศ'

วัดพระธรรมกายจัดสวดมนต์ข้ามปี บินโดรน 250 ตัว’สอนธรรมะกลางอากาศ’

วันอาทิตย์ ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.00 น.

วัดพระธรรมกายจัดสวดมนต์ข้ามปี บินโดรน 250 ตัว “สอนธรรมะกลางอากาศ” ส่งท้ายปีเก่า – ตักบาตรพระ 3,000 กว่ารูป ต้อนรับปีใหม่

วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า วัดพระธรรมกายจัดกิจกรรมงานบุญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 65 – 1 ม.ค. 66 โดยมีพิธีสวดมนต์ข้ามปี ในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 65  ตั้งแต่เวลา 21.30 น. เป็นต้นไป เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้สร้างบุญเป็นสิริมงคลรับศักราชใหม่ 2565 โดยมีกิจกรรมไฮไลท์ คือ “แปรอักษรสอนธรรมะกลางอากาศ” โดยใช้โดรนจำนวน 250 ตัว บินแปรอักษรเป็นรูปสอนสมาธิประกอบคำบรรยาย ณ พระมหาธรรมกายเจดีย์ ซึ่งถือว่าเป็นมิติใหม่แห่งวงการพระพุทธศาสนา ในการสอนธรรมะ

“การใช้โดรนแปรอักษรสอนธรรมะทางอากาศ เป็นการปรับกิจกรรมให้เข้ากับยุคสมัย ในปีนี้มีการแปรอักษรเป็นภาพการสอนสมาธิ ประกอบคำบรรยาย และบทเพลงธรรมะ ตามที่พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เมตตามอบเป็นมรดกธรรมว่า “หยุด เป็นตัวสำเร็จ” หมายถึง การนำใจมาหยุดอยู่ภายในกลางตัวของเรา ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ส่วน “สัมมา อะระหัง” คือคำบริกรรมภาวนา ที่ต้องนึกควบคู่กับบริกรรมนิมิต เมื่อใจหยุดอย่างถูกส่วนที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ก็จะเข้าถึงดวงธรรมภายใน และพระธรรมกายภายใน โดยตลอดเส้นทางการทำสมาธิต้องปฏิบัติอย่างมีสติ และมีความสบายควบคู่กัน” พระครูสมุห์สนิทวงศ์ กล่าว 

อนึ่ง การสวดมนต์ข้ามปี อนุโลมเข้ากับหลัก “ละชั่ว ทำดี ทำใจให้ผ่องใส” ด้วยขณะสวด ผู้สวดไม่เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น ด้วยกาย วาจา ใจ ขณะสวดเป็นการทบทวนคำสอน และสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้า ถือเป็นการทำดี ด้วยกาย วาจา ใจ และจิตที่เกาะเกี่ยวแน่วแน่อยู่ในบทสวด เป็นการเจริญสติ สมาธิภาวนา ลดละกิเลสในใจ บังเกิดจิตที่ผ่องใสแก่ตนเอง

อีกทั้ง ในเช้าวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566 เวลา 06.20 น. วัดพระธรรมกายจัดตักบาตรพระ 3,000 กว่ารูป ต้อนรับศักราชใหม่ ณ ลานธรรมพระมหาธรรมกายเจดีย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็วพลัน และเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทย โดยได้รับความเมตตาจากพระภาวนาธรรมวิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นประธานสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ในโครงการอุปสมบทบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ พ.ศ. 2565 ร่วมรับบาตร โดยมีพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีจำนวนมาก ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

‘เพื่อไทย’ลงนามถวายพระพร’ในหลวง-พระราชินี’ เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ 66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701765

'เพื่อไทย'ลงนามถวายพระพร'ในหลวง-พระราชินี' เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ 66

‘เพื่อไทย’ลงนามถวายพระพร’ในหลวง-พระราชินี’ เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ 66

วันอาทิตย์ ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.49 น.

‘เพื่อไทย’ ลงนามถวายพระพร ‘พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี’ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2566

1 ม.ค.2565 พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรค นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รองหัวหน้าพรรค นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ รองหัวหน้าพรรค ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ รองเลขาธิการพรรค น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรค นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานการเมืองพื้นที่กทม. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ส.ส.กทม. นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก. กทม. และประธานสภา กทม. และ วิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก. กทม. ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 ในพระบรมมหาราชวัง

-009

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2591435

"เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร" จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2566

1 ม.ค. 2566 05:04 น.

  • ธนูเทพ

“เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร” จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2566

มองสุขภาพ เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร จัดงาน “ThaiHealth Watch 2023 จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2566 : สังคมปรับ ชีวิตเปลี่ยน” เพื่อให้ข้อมูลและปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยมี นพ.วินัย โบเวจา, ดร.การดี เลียวไพโรจน์ และ แมทธิว ดีน มาร่วมงานด้วย ที่สำนักงาน สสส. วันก่อน.

ร่วมส่งความสุขฉลองวันขึ้นปีใหม่ 2566

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…วันนี้ถือเป็นวันดีเฉลิมฉลองวันแรกของศักราชใหม่ 2566 ทั้งนี้ สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้เผยแพร่ข้อความระบุว่า “เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานพระรูป และลายพระหัตถ์เชิญพุทธศาสนสุภาษิต ธมฺมกาโม ภวํ โหติ ผู้ชอบธรรม เป็นผู้เจริญ เป็นพระคติธรรมสำหรับความสุขปีใหม่ พุทธศักราช 2566…พร้อมด้วยข้อความประทานพรว่า “เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 ขอท่านจงมั่นคงในความชอบธรรม เพื่อความเจริญทั้งความเป็นสุขของตนและส่วนรวมเทอญ” …เป็นคำประทานพรที่เป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชน และประชาชนชาวไทยเนื่องในวันปีใหม่ เพื่อเป็นแนวทางในการดำรงตน การปฏิบัติภารกิจ หน้าที่การงาน เพื่อให้เกิดความสุข ความเจริญ ทั้งในส่วนของตนเองและสังคมตลอดไป
"เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร" จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2566
เวลคัม วสวัตติ์ วัฒนาศิริสมบัติ จัดงานเลี้ยงต้อนรับ เกอร์ฮาร์ด ฟอน ลิพินสกี ประธานกองประกวดซูปร้าเนชันแนล ในโอกาสมาเยือนประเทศไทย โดยมี เกียรติศักดิ์ เอี่ยมพุทธรักษ์, อวิกา แจ้งเจนกิจ และ ชุติมา อัศนีรดากร มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
  • หลังจาก สาธารณรัฐประชาชนจีน ปลดล็อกมาตรการโควิด เปิดประเทศอนุญาตให้ประชาชนชาวจีน เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้ โดยไม่ต้องโดนกักตัวเมื่อกลับประเทศจีน เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2566 และมีผลสำรวจพบว่า ประเทศไทย เป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ที่ นักท่องเที่ยวชาวจีน ต้องการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว…เมื่อวันก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โดยมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมทั้ง ผู้อำนวยการสำนักงานประมาณ และ ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง…ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการรายงานปัญหาด้าน งบประมาณ สำหรับ กระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 และ งบประมาณเพื่อการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว…รวมถึง มาตรการรองรับนักท่องเที่ยวจีน หลังประเทศจีนเปิดประเทศในวันที่ 8 ม.ค.2566 คาดว่าจะมี นักท่องเที่ยวจีน เดินทางเข้ามายัง ประเทศไทย เป็นจำนวนมาก
"เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร" จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2566
ร่วมพัฒนา ฟราวเกอะ เกอร์เบนส์ และ อัฐ ทองแตง ลงนามความร่วมมือระหว่างเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโลกับวิทยาลัยดุสิตธานี ในการร่วมกันพัฒนาหลักสูตรอบรมระยะยาว Hybrid Learning ด้านทักษะการบริการระดับสูงให้บุคลากรของโรงพยาบาล ที่วิทยาลัยดุสิตธานี วันก่อน.
  • ทั้งนี้ ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระบุภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางส่วนของ โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ขณะเดียวกัน นายกฯประยุทธ์ ได้กำชับ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ให้กำหนดมาตรการดูแล นักท่องเที่ยวจีน ภายหลังทางการจีนประกาศเปิดประเทศ…ผู้ว่าการยุทธศักดิ์ เน้นย้ำด้วยว่า นักท่องเที่ยวจีน เป็นลูกค้าหลักของไทยในช่วงที่ผ่านมาและหลังจาก สถานการณ์โควิด–19 คลี่คลาย ก็จะมาช่วยเติมเต็ม โดยเฉพาะในช่วงโลว์ซีซัน เนื่องจากนักท่องเที่ยวระยะไกลยังไม่ได้เดินทางมาท่องเที่ยว จึงถือเป็นเรื่องดีที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตามเราไม่ได้เตรียมการต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนเป็นพิเศษ เนื่องจาก ภาคเอกชน อยากให้เป็นไปตามกลไกปกติ ดังนั้น หลังจีนเปิดประเทศ ภาคเอกชน คาดการณ์ว่าในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 300,000 คน ที่จะส่งผลให้ ททท. มีการปรับเป้าหมายนักท่องเที่ยว จากเดิม 20 ล้านคน เป็น 25 ล้านคนต่อปี และในส่วนของรายได้ยังยึดเป้าหมายเดิมที่ 2.4 ล้านล้านบาท
"เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร" จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2566
มองสุขภาพ เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร จัดงาน “ThaiHealth Watch 2023 จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2566 : สังคมปรับ ชีวิตเปลี่ยน” เพื่อให้ข้อมูลและปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยมี นพ.วินัย โบเวจา, ดร.การดี เลียวไพโรจน์ และ แมทธิว ดีน มาร่วมงานด้วย ที่สำนักงาน สสส. วันก่อน.
  • ต้องถือว่า เป็นข่าวดีต้อนรับปีใหม่ เพราะหากเครื่องยนต์ ด้านการท่องเที่ยว กลับมาเดินเครื่องได้ตามปกติ ธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย ก็จะฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมให้กระเตื้อง
"เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร" จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2566
เพื่อการศึกษา พล.ต.ต.ทินกร ณัฏฐมั่งคั่ง ผบก.สท. เป็นตัวแทนของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มามอบเงินจำนวน 20,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร มาร่วมในพิธีด้วย ที่สำนักงาน นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
  • ควันหลงจากการที่ สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ตั้งฉายา สมาชิกรัฐสภา ประจำปี 2565 ต้องถือเป็นเรื่องธรรมดาของ นักการเมือง เมื่อโดนสื่อพาดพิงก็ต้องชี้แจงแก้ต่างเพื่อรักษาเครดิต….เริ่มจาก ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ฉายา “ชวน ซวนเซ” ออกตัวอย่างเรียบๆถึงการที่ สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ตั้งฉายา “ชวน ซวนเซ” ว่า ไม่เซ ไม่เมาก็ไม่เซ เราต้องมั่นคงการยึดหลักการอาจเป็นไปได้ที่สมาชิกไม่เห็นด้วย แต่ประธานยึดว่าหลักเป็นอย่างไร ไม่สามารถเบี่ยงเบนเป็นอย่างอื่นได้ จะไปซวนเซอะไรไม่ได้ สมาชิกไม่พอใจก็เป็นไปได้ เป็นเรื่องธรรมดา ไม่พอใจเพราะเราไม่ตามใจ ดังนั้น หลักก็ต้องมั่นคง…งัดเรื่องหลักการขึ้นมาโต้แบบเนียนๆตามสไตล์
"เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร" จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2566
สัมมนา ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน มาร่วมงานสัมมนา “AA Visiting School Bangkok 2022” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านออกแบบสถาปัตยกรรม โดยมี คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์, มณเฑียร ตันตกิตติ์, ม.ล.จิตตวดี จิตรพงศ์ และ สุพิชญา รักปัญญา มาร่วมงานด้วย ที่ รร.มณเฑียร วันก่อน.
  • นอกจากนี้ ประธานชวน ยังได้แจกแจง ถึงการที่มีการตั้งฉายา สภาฯ “3 วันหนี 4 วันล่ม” โดยบอกว่าต้องให้ความ
    เป็นธรรมกับ สภาฯ เพราะไม่ได้เกิดบ่อย เพียงแต่ช่วงปลายมีปัญหาหน่อย แต่สภาฯชุดนี้ก็มีผลงานมากที่สุดเท่าที่
    เคยมีมา…ยกผลงานมาเป็นตัวตั้งให้เปรียบเทียบ ลีลาโต้ตอบสุดยอดจริงๆ
"เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร" จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2566
น่าไปชิม เฟลิเป เด ลา โมเรนา กาซาโด ทูตสเปน มอบประกาศนียบัตรให้ โรเบิร์ต เมาเรอร์ เลิฟเลอร์ ในโอกาสห้องอาหารอูโนมาสใช้วัตถุดิบและการปรุงแต่งตามต้นตำรับอาหารสเปน โดยมี แอนเดรีย มอนเตล่า มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ได้ฉายา “หมอ(ง) ชลน่าน” ก็เก็บอารมณ์ได้ดี ออกตัวนิ่มๆว่า เมื่ออ่านเหตุผลการตั้งฉายาของสื่อก็เข้าใจได้ แต่ที่ไม่ตรงคือ เรื่อง การขาดความเป็นอิสระ ขอชี้แจงว่า ในฐานะ หัวหน้าพรรคการเมือง เป็นองค์กรและสถาบันทางการเมือง มีรูปแบบการบริหารตามตัวบทกฎหมาย มีความเป็นอิสระเต็มที่ เท่าที่กฎหมายอนุญาต การทำหน้าที่ในฐานะ หัวหน้าพรรค หรือ ผู้นำ ฝ่ายค้านในสภาฯ จะทำหน้าที่เหมือน สมาชิกปกติทั่วไป ไม่ได้ “ผมยอมหมองใน ง.งูที่อยู่ในวงเล็บ แต่สดชื่นตลอดเวลาที่ได้ทำงานกับสื่อมวลชนรัฐสภา ที่ให้ความสนใจใส่ใจกับเรื่องของบ้านเมืองในฐานะที่เป็นสื่อมวลชนที่มีคุณภาพ”…ปีละหน คนกันเอง ข่มอารมณ์ไม่ถือสา แถมหยอดคำหวานใส่สื่อ ถือว่าเข้าใจบริบทการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนต้องยกนิ้วให้
"เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร" จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2566
จากช่อง 3 ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รอง กก.ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร บีอีซี เวิลด์ มอบเงินจำนวน 50,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี วรวรรณ ติณสูลานนท์, สมชาย กรุสวนสมบัติ, ดำฤทธิ์ วิริยะกุล และ ไพลิน ศิริพัฒน์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…ห้องอาหารจีนดรากอน โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น จัดโปรโมชันต้อนรับวันปีใหม่ อาหารจีนเป็ดปักกิ่ง ติ่มซำ และอาหารตามสั่งลด 25% ชุดเซตเมนูลด 20% สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 0-2575-5599

“ธนูเทพ”

เปิดคำทำนายหมอดูตาบอดคนดัง ชะตาโลกปี 2023 อาจเจอ ‘สึนามิพายุสุริยะ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2592243

เปิดคำทำนายหมอดูตาบอดคนดัง ชะตาโลกปี 2023 อาจเจอ 'สึนามิพายุสุริยะ'

1 ม.ค. 2566 18:30 น.

เปิดคำทำนายหมอดูตาบอดคนดัง ชะตาโลกปี 2023 อาจเจอ ‘สึนามิพายุสุริยะ’

เปิดคำทำนายของแม่เฒ่าหมอดูตาบอดคนดัง บาบา วานก้า ฉายานอสตราดามุสแห่งบอลข่าน ทักไว้ก่อนตาย ชะตาโลกปี 2023 อาจเจอ’สึนามิพายุสุริยะ’ วงโคจรโลกเปลี่ยน โรงไฟฟ้าระเบิดครั้งใหญ่

สื่อต่างประเทศเผยคำทำนายแม่เฒ่าหมอดูตาบอดคนดัง ‘บาบา วานก้า’ ชาวบัลแกเรีย ฉายา ‘นอสตราดามุสแห่งบอลข่าน’ ที่ทิ้งคำทำนายทายทักชะตาโลกเอาไว้ล่วงหน้า หลังจากเคยทำนายทายทักไว้ว่าจะเกิดเหตุวินาศกรรมช็อกโลก 9/11 อย่างถูกต้องแม่นยำมาแล้ว ก่อนที่แม่เฒ่าหมอดูบาบา วานก้า จะลาจากโลกนี้ไปด้วยวัย 85 ปี ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1990 

สำหรับคำทำนายชะตาโลกในปีพุทธศักราช 2566 หรือคริสต์ศักราช 2023 แม่เฒ่าหมอดูตาบอดบาบา วานก้า ทำนายไว้ว่า ในปี 2023 จะเกิด ‘สึนามิพายุสุริยะ’ หรือ ดวงอาทิตย์ปล่อยคลื่นพลาสมาปริมาณมหาศาล ซึ่งจะทำให้สนามรังสีแม่เหล็กซึ่งเป็นปราการปกป้องโลกถูกทำลายได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งอาจทำให้ไฟฟ้าดับและระบบสื่อสารโทรคมนาคมขัดข้องใช้งานไม่ได้ อีกทั้งยังทำนายว่า ‘วงโคจรของโลกอาจเปลี่ยนไป’ และเอเลี่ยน หรือสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกอาจบุกโจมตีโลกในปี 2023 

เปิดคำทำนายหมอดูตาบอดคนดัง ชะตาโลกปี 2023 อาจเจอ 'สึนามิพายุสุริยะ'
บาบา วานก้า แม่เฒ่าหมอดูตาบอด ชาวบัลแกเรีย ผู้ล่วงลับ ฉายา ‘นอสตราดามุสแห่งบอลข่าน’

นอกจากนั้น แม่เฒ่าหมอดูบาบา วานก้า ยังทำนายไว้ว่า ในปี 2023 โรงไฟฟ้าอาจระเบิดครั้งใหญ่ทำให้เกิดกลุ่มควันพิษพวยพุ่งพัดปกคลุมเอเชีย ขณะที่ประเทศอื่นๆ อาจได้รับผลกระทบจากการระเบิดของโรงไฟฟ้าที่จะทำให้เกิดโรคระบาดรุนแรงแพร่กระจายในขณะที่ควันพิษลอยในอากาศ

สำหรับคำทำนายในเรื่องโรงไฟฟ้าอาจระเบิดครั้งใหญ่ในปี 2023 ของ บาบา วานก้า ‘นอสตราดามุสแห่งบอลข่าน’ ที่ทิ้งไว้นั้น ในขณะที่ตอนนี้ชาวโลกกำลังหวั่นวิตกถึงสถานการณ์สงครามยูเครน เนื่องจากกองทหารรัสเซียได้บุกยึดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ‘ซาปอริชเชีย’ ในยูเครน ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรปได้ตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินส่งทหารรัสเซียบุกยูเครนเมื่อ 24 ก.พ.ปีที่ผ่านมา

สุดท้าย บาบา วานก้า แม่เฒ่าบาบา วานก้าได้ทำนายไว้ว่า มนุษย์อาจถูกสร้างขึ้นในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ หรือห้องแล็บในปี 2023 อีกด้วย 

อย่างไรก็ตามคำทำนายของ บาบา วานก้า ฉายานอสตราดามุสแห่งบอลข่านในปีใหม่นี้จะแม่นยำเพียงไร คงต้องติดตามกันต่อไป หลังจากคำทำนายของแม่เฒ่าหมอดูตาบอดเมื่อปี 2022 ที่แม่นยำดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ทายไว้ว่าจะมีหลายประเทศ รวมทั้งอังกฤษจะประสบภัยแล้งในช่วงฤดูร้อน และทวีปเอเชียจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ อีกทั้งยังทายว่าชายที่ชื่อ ‘วลาดิเมียร์ ปูติน’ จะครองโลก. 

ที่มา : Mirror

เจ้าชายแฮร์รี่ ‘ยังกู่ไม่กลับ’ โพลชี้ควรถูกถอดยศ หลังฉายหนังทาง Netflix

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2592188

เจ้าชายแฮร์รี่ 'ยังกู่ไม่กลับ' โพลชี้ควรถูกถอดยศ หลังฉายหนังทาง Netflix

1 ม.ค. 2566 16:39 น.

เจ้าชายแฮร์รี่ ‘ยังกู่ไม่กลับ’ โพลชี้ควรถูกถอดยศ หลังฉายหนังทาง Netflix

โพลของ YouGov เผยผลสำรวจความเห็นของคนดูหนังสารคดีของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน ที่ฉายทางเน็ตฟลิกซ์ พบเกือบครึ่งบอกเจ้าชายแฮร์รี่ควรถูกถอดยศได้แล้ว ในขณะที่คนดูเห็นใจเจ้าชายวิลเลียมมากกว่า

สำนักข่าวเทเลกราฟ ในอังกฤษ รายงานเมื่อ 31 ธ.ค. 2565 ตามเวลาท้องถิ่น เผยผลโพลของ YouGov สอบถามความเห็นของประชาชนที่มีต่อ เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ หลังจากเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ได้เผยแพร่สารคดีเรื่องราวของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน ชายา ในชื่อว่า ‘Harry & Meghan’ จำนวน 6 ตอน เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานั้น พบว่า ผู้ถูกสอบถามถึงร้อยละ 44 มีความเห็นว่า เจ้าชายแฮร์รี่สมควรถูกถอดยศฐาบรรดาศักดิ์ดยุกแห่งซัสเซกซ์ได้แล้ว ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 33 เท่านั้นที่คิดว่าเจ้าชายแฮร์รี่ควรดำรงพระยศดยุกแห่งซัสเซกซ์ต่อไปเช่นเดิม

เจ้าชายแฮร์รี่ 'ยังกู่ไม่กลับ' โพลชี้ควรถูกถอดยศ หลังฉายหนังทาง Netflix

นอกจากนั้นจากเนื้อหาของหนังสารคดีเรื่องนี้ที่เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนได้กล่าวหาพระบรมวงศานุวงศ์ที่เหลือในราชวงศ์อังกฤษนั้น กลับยิ่งทำให้ประชาชนรู้สึกเห็นใจเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ และแคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ มากกว่าถึงร้อยละ 44 เมื่อเทียบกับเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน ซึ่งมีคนเห็นใจทั้งคู่หลังจากได้ดูหนังสารคดีเรื่องนี้เพียงร้อยละ 17 เท่านั้น

ขณะเดียวกัน หนังสารคดีเรื่อง Harry & Meghan ความยาว 6 ชม. ยังทำให้ผู้ถูกสอบถามถึงร้อยละ 23 คิดในแง่ร้ายกับเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนมากกว่าเดิม เมื่อเทียบกับคนที่ดูหนังสารคดีเรื่องนี้แล้วคิดในแง่ดีกับทั้งคู่มากขึ้นเพียงร้อยละ 7 เท่านั้น.

จนท.เขมร เผยสาเหตุไฟไหม้สยองบ่อนปอยเปต พบแล้ว 33 ศพ ไม่รู้จะหนีทางไหน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2592118

จนท.เขมร เผยสาเหตุไฟไหม้สยองบ่อนปอยเปต พบแล้ว 33 ศพ ไม่รู้จะหนีทางไหน

1 ม.ค. 2566 15:01 น.

จนท.เขมร เผยสาเหตุไฟไหม้สยองบ่อนปอยเปต พบแล้ว 33 ศพ ไม่รู้จะหนีทางไหน

จนท.กัมพูชา เผยสาเหตุไฟไหม้บ่อนปอยเปต แกรนด์ ไดมอนด์ ติดชายแดนไทย ส่งท้ายปี 2565 ขณะที่ทีมดับเพลิง กู้ภัย พบศพเหยื่อเคราะห์ร้ายแล้ว 33 ศพ หนึ่งในผู้รอดชีวิตเผยไม่รู้จะหนีออกมาทางไหน

ความคืบหน้าโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้สยองที่โรงแรมและกาสิโน แกรนด์ ไดมอนด์ ซิตี้ ในเมืองปอยเปต เมืองชายแดนของกัมพูชา ห่างจากชายแดนไทยเพียงประมาณ 200 เมตร ช่วงกลางดึกเข้าสู่เช้าวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและทีมกู้ภัยจากประเทศไทยสามารถกู้ศพผู้เคราะห์ร้ายออกจากซากบ่อนแกรนด์ ไดมอนด์ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ส่งท้ายปี 2565 แล้วอย่างน้อย 33 ศพ และยังมีผู้สูญหายอีก 49 ราย ซึ่งไม่ทราบชะตากรรม จนถึงเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ธ.ค. ที่ผ่านมานั้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 31 ธ.ค. 2565 ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดโดยทันทีที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรงที่บ่อนกาสิโนแกรนด์ ไดมอนด์ ที่เมืองปอยเปต แต่นาย Sek Sokhom หัวหน้ากองข่าวสารประจำจังหวัดบันเตียเมียนเจยของกัมพูชาเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า สาเหตุเพลิงไหม้ที่บ่อนกาสิโนแกรนด์ ไดมอนด์ เนื่องมาจากไฟฟ้าลัดวงจร

จนท.เขมร เผยสาเหตุไฟไหม้สยองบ่อนปอยเปต พบแล้ว 33 ศพ ไม่รู้จะหนีทางไหน
สภาพความเสียหายของโรมแรมและกาสิโน แกรนด์ ไดมอนด์ ที่ฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา หลังเกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรงเมื่อ 29 ธ.ค.2565 พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 33 ศพ

หลังเกิดเพลิงไหม้สยองที่บ่อนกาสิโนแกรนด์ ไดมอนด์ ทำให้ทีมดับเพลิงและกู้ภัยจากประเทศไทยได้ถูกระดมกำลังข้ามชายแดนเพื่อมาช่วยควบคุมเพลิงไหม้ ช่วยเหลือและค้นหาผู้บาดเจ็บ และกู้ร่างผู้เสียชีวิตออกจากซากบ่อนกาสิโนแกรนด์ ไดมอนด์ ที่เมืองปอยเปตแห่งนี้ ในขณะที่มีเหยื่อเคราะห์ร้ายจำนวนมากถูกลำเลียงไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ในประเทศไทย

จากการเปิดเผยของ Eung Buleng ผู้รอดชีวิตคนหนึ่ง กล่าวกับสำนักข่าว VOA ว่า ผู้คนที่ติดอยู่ชั้นบนของโรงแรมฯ หวาดกลัวกันมาก และไม่รู้ว่าจะหนีออกมาได้อย่างไร ซึ่งเขาคิดว่าทุกคนคงปลอดภัยหากมีรถดับเพลิงมากกว่านี้ ในขณะที่คาดว่าขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้บ่อนแกรนด์ ไดมอนด์ นั้นมีแขกและพนักงานในบ่อนกาสิโนแห่งนี้ประมาณ 400 คน

จนท.เขมร เผยสาเหตุไฟไหม้สยองบ่อนปอยเปต พบแล้ว 33 ศพ ไม่รู้จะหนีทางไหน

ด้าน Yong Kim Eng ประธานศูนย์ประชาชนเพื่อการพัฒนาและสันติภาพ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ตั้งคำถามถึงระบบรักษาความปลอดภัยของโรงแรมและบ่อนกาสิโนแกรนด์ ไดมอนด์ ที่ฝั่งปอยเปตแห่งนี้ โดยกล่าวว่าเป็นเรื่องเศร้ามากสำหรับกัมพูชาที่ตึกสูงหลายชั้นไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีพอ ซึ่งโศกนาฏกรรมครั้งนี้ควรนำไปสู่การประเมินทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยของอาคารสูงในกัมพูชาใหม่.

ที่มา  : VOA

WHO วอนจีนเผยข้อมูลโควิด ก่อนเปิดประเทศ -UK ร่วมด้วยคุมเข้ม นทท.จีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2592013

WHO วอนจีนเผยข้อมูลโควิด ก่อนเปิดประเทศ -UK ร่วมด้วยคุมเข้ม นทท.จีน

1 ม.ค. 2566 12:41 น.

WHO วอนจีนเผยข้อมูลโควิด ก่อนเปิดประเทศ -UK ร่วมด้วยคุมเข้ม นทท.จีน

องค์การอนามัยโลกเรียกร้องจีนอีกครั้ง เปิดเผยข้อมูลโควิดที่กำลังพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น อย่างโปร่งใส ขณะเตรียมเปิดประเทศ 8 ม.ค.นี้ รบ.สหราชอาณาจักร ร่วมกับประเทศอื่นๆ ออกมาตรการคุมเข้ม นทท.จีน

เมื่อ 1 มกราคม 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายเทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเรียกร้องอีกครั้ง ให้ทางการจีนเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศอย่าง ‘โปร่งใส’ ขณะที่รัฐบาลจีนประกาศเตรียมจะเปิดประเทศ อนุญาตให้นักท่องเที่ยวและผู้เดินทางต่างชาติเข้ามาในประเทศจีน ในวันที่ 8 มกราคม ที่จะถึงนี้ ท่ามกลางสถานการณ์พบผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโควิด-19 พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าวิตก

นายเกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวว่า เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านโควิด-19 ขององค์การอนามัยโลกได้หารือกับเจ้าหน้าที่ทางการจีน เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา เพื่อย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับโควิด-19 เป็นประจำ ด้วยความโปร่งใส และ ‘เรียลไทม์’ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตรงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน เพื่อจะได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปประเมินความเสี่ยงอย่างถูกต้อง และเพื่อแจ้งต่อการรับมือสถานการณ์ระบาดของโรคอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะ องค์การอนามัยโลกได้ร้องขอข้อมูลจากจีนมากขึ้นในด้านพันธุกรรมของเชื้อโควิด-19 รวมถึงข้อมูลผู้ป่วยหนักที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จำนวนผู้ป่วยขั้นวิกฤติในห้องไอซียู และผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 การฉีดวัคซีนของจีนในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนเปราะบาง และผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป

สำหรับสถานการณ์ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในจีนที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่รัฐบาลประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ผ่อนปรนมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ยกเลิก ‘นโยบายโควิดเป็นศูนย์’ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคม และประกาศเตรียมเปิดประเทศในวันที่ 8 มกราคม 2566 นี้ ทำให้รัฐบาลหลายประเทศ รวมทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้ออกมาตรการคุมเข้มในการคัดกรองบรรดานักท่องเที่ยวจากจีนที่จะทะลักเดินทางออกนอกประเทศ

รัฐบาลสหราชอาณาจักร กลายเป็นประเทศล่าสุดในยุโรปที่ออกมาตรการคุมเข้มในการคัดกรองนักท่องเที่ยวจากจีน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของทางการสหรัฐฯ ที่ตัดสินใจใช้มาตรการเหล่านี้ เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ เชื่อว่าขณะนี้ยังขาดข้อมูลโควิด-19 ที่เชื่อถือได้จากจีน จึงทำให้เกิดความกังวลในเรื่องสายพันธุ์ของเชื้อโควิด-19 ที่กำลังระบาดในประเทศจีน อีกทั้งยังหวั่นเกรงว่าการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งสูงขึ้นในจีนจะส่งผลให้เชื้อโควิด-19 มีการพัฒนากลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ๆเกิดขึ้น

ที่มา : TheGuardian

“คิมจองอึน” สั่งเร่งพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป-ขยายคลังแสงนิวเคลียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2591993

“คิมจองอึน” สั่งเร่งพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป-ขยายคลังแสงนิวเคลียร์

1 ม.ค. 2566 11:21 น.

“คิมจองอึน” สั่งเร่งพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป-ขยายคลังแสงนิวเคลียร์

สื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือระบุว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือเรียกร้องให้พัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่และขยายคลังแสงนิวเคลียร์ เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามที่นำโดยสหรัฐฯ ท่ามกลางความตึงเครียดที่ปะทุระหว่างสองเกาหลี

ในการประชุมของพรรคแรงงาน คิมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษา “อำนาจทางทหารที่ครอบงำ” เพื่อปกป้องอำนาจอธิปไตยและความมั่นคง การประชุมมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสองเกาหลี หลังโดรนของเกาหลีเหนือบินข้ามพรมแดนเกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และการยิงขีปนาวุธหลายครั้งของเกาหลีเหนือ ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM)

คิมกล่าวหารัฐบาลสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ว่า พยายามโดดเดี่ยวและยับยั้งเกาหลีเหนือด้วยการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ที่ถูกนำไปใช้อย่างต่อเนื่องในเกาหลีใต้ โดยเรียกมันว่า “สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ”

สำนักข่าวเคซีเอ็นเอระบุว่า นายคิมให้คำมั่นว่าจะพัฒนาระบบขีปนาวุธข้ามทวีปอีกระบบหนึ่ง ซึ่งมีภารกิจหลักคือการโจมตีตอบโต้ด้วยนิวเคลียร์อย่างรวดเร็ว ภายใต้แผนการหนุนกองกำลังนิวเคลียร์ของประเทศ 

แถลงการณ์ยังระบุว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกาหลีเหนือต้องใช้ความพยายามเป็นสองเท่าในการเสริมกำลังทหาร เพื่อตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวทางทหารที่น่ากังวลของสหรัฐฯ และกองกำลังศัตรูอื่นๆ

คิมกล่าวว่า เกาหลีใต้กลายเป็น “ศัตรูที่ไม่อาจปฏิเสธของเรา” โดยเป็น “ศัตรูตัวฉกาจในการสร้างอาวุธที่อันตรายและไร้ความรอบคอบ” และการเคลื่อนไหวทางทหารที่ไม่เป็นมิตร 

“มันเน้นย้ำถึงความสำคัญและความจำเป็นของการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีจำนวนมาก และเรียกร้องให้เพิ่มคลังแสงนิวเคลียร์ของประเทศแบบทวีคูณ” พร้อมเสริมว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็น “แนวทางหลัก” ของยุทธศาสตร์นิวเคลียร์และการป้องกันประเทศในปี 2566

เคซีเอ็นเอรายงานว่า ในส่วนหนึ่งของแผน เกาหลีเหนือจะเปิดตัวดาวเทียมทางการทหารดวงแรก “โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” โดยเร่งสร้างดาวเทียมสอดแนม โดยการเตรียมการสำหรับยานพาหนะอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย

รายงานดังกล่าวมีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้นอกชายฝั่งตะวันออก ในการทดสอบอาวุธในช่วงรุ่งสางของคืนวันปีใหม่ สำนักงานคณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้รายงานว่า กองทัพเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธนำวิถีพิสัยใกล้ อย่างน้อย 1 ลูก จากฐานยิงในเขตรยองซ็อง ของกรุงเปียงยาง เมื่อเวลา 02.50 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 1 ม.ค. ขีปนาวุธลูกดังกล่าวมีพิสัยทำการเป็นระยะทางไกลประมาณ 400 กิโลเมตร ก่อนตกลงในทะเลตะวันออก นอกจากนั้น เกาหลีเหนือยังเปิดตัวขีปนาวุธ 3 ลูกในวันเสาร์ ซึ่งนับเป็นปีที่มีการทดสอบขีปนาวุธมากเป็นประวัติการณ์

เคซีเอ็นเอยังระบุในจดหมายข่าวอีกฉบับหนึ่งว่า กำลังทดสอบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องขนาดใหญ่พิเศษขนาด 600 มม. ที่สามารถบรรทุกอาวุธนิวเคลียร์ได้

นายคิมกล่าวยกย่องอุตสาหกรรมยุทโธปกรณ์สำหรับการส่งมอบระบบดังกล่าวจำนวน 30 หน่วย โดยเรียกมันว่า “อาวุธโจมตีหลัก” โดยเกาหลีใต้อยู่ในพิสัยการยิงทั้งหมด รวมถึงความสามารถในการยิงที่แม่นยำและสร้างความประหลาดใจ.