รถเครนแห่รูปปั้นเทพเจ้างานวัดอินเดีย ล้มทับคนดับ 4 ศพ บาดเจ็บนับสิบราย (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2610715

รถเครนแห่รูปปั้นเทพเจ้างานวัดอินเดีย ล้มทับคนดับ 4 ศพ บาดเจ็บนับสิบราย (คลิป)

24 ม.ค. 2566 10:35 น.

รถเครนแห่รูปปั้นเทพเจ้างานวัดอินเดีย ล้มทับคนดับ 4 ศพ บาดเจ็บนับสิบราย (คลิป)

เกิดเหตุสลดกลางงานวัดฮินดู ระหว่างพิธีแห่รูปปั้นองค์เทพที่ถูกอุ้มขึ้นบนรถเครน ก่อนที่รถเครนจะรับน้ำหนักไม่ไหวพังล้มลงมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บนับสิบราย

เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2566 เว็บไซต์ข่าวอินเดีย ไทมส์ เกิดเหตุการณ์สุดสลดขณะที่ชาวบ้านในอินเดียกำลังร่วมชมขบวนแห่รูปปั้นองค์เทพเจ้า ซึ่งได้มีคนอุ้มรูปปั้นปีนขึ้นไปอยู่บนรถเครน ขณะที่รถเครนจะแล่นไปตามถนนของหมู่บ้าน แต่จู่ๆรถเครนเกิดรับน้ำหนักไม่ไหว ล้มคว่ำลงมา จากระดับความสูงประมาณเกือบ 8 เมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ชาวบ้านถูกทับบาดเจ็บนับสิบราย

รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างงานเทศกาล “เทราปะตี อัมมาน” ที่หมู่บ้านกิละวิถี ในเมืองอารัคโคนัม ในรัฐทมิฬนาดู เมื่อค่ำวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียงมาร่วมงานด้วย รวมแล้วประมาณ 1,500 คน โดยขณะเกิดเหตุมีคนปีนขึ้นไปอยู่บนรถเครนถึง 8 คน ทำให้รถเเครนรับน้ำหนักไม่ไหว ล่าสุดเจ้าของบริษัทรถเครนถูกตำรวจควบคุมตัวเพื่อสอบสวนเหตุโศกนาฏกรรมกลางงานบุญที่เกิดขึ้นในครั้งนี้.

ภาวะ “หมดไฟ” ของจาซินดา อาร์เดิร์น ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2610205

ภาวะ "หมดไฟ" ของจาซินดา อาร์เดิร์น ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

24 ม.ค. 2566 10:00 น.

ภาวะ “หมดไฟ” ของจาซินดา อาร์เดิร์น ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

  • จาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ทำให้ทั่วโลกต้องรู้สึกประหลาดใจ หลังจากประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าเธอลาออกจากตำแหน่งเพราะ “ไม่มีไฟ” ในการทำงานอีกต่อไป
  • เฮเลน คลาร์ก อดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ กล่าวว่าเธอต้องทำงานนับเป็น “จำนวนชั่วโมงมหาศาลต่อวัน” ในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นเวลา 9 ปีตั้งแต่ปี 2542 ถึง 2551 เช่นเดียวกับอาร์เดิร์น เธออาศัยอยู่ในเมืองอ๊อกแลนด์ และต้องเดินทางไป-กลับกรุงเวลลิงตันอยู่ตลอดเวลา โดยใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง
  • ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ว่าความกดดันของผู้นำประเทศกำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พวกเขามีจำนวนวันในสัปดาห์และชั่วโมงในแต่ละวันเท่าๆ กับคนอื่นๆ และพวกเขาจำเป็นต้องนอนและพักผ่อนเหมือนคนอื่น แต่กลับต้องเผชิญความคาดหวังจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ

จาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ทำให้ทั่วโลกต้องรู้สึกประหลาดใจ หลังจากประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าเธอลาออกจากตำแหน่งเพราะ “ไม่มีไฟ” ในการทำงานอีกต่อไป

เธอกล่าวในคำปราศรัยซึ่งส่งสัญญาณถึงการสิ้นสุดตำแหน่ง 5 ปีครึ่งของเธอว่า “นักการเมืองก็เป็นมนุษย์ เราให้ทุกอย่างเท่าที่เราทำได้ ตราบใดที่เราทำได้ และแล้วก็ถึงเวลา” 

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักการเมืองจะยอมรับว่าพวกเขาหมดไฟ แต่ก็ไม่น่าแปลกใจที่ความเครียดในการเป็นผู้นำประเทศอาจส่งผลเสียได้ แม้ว่าผู้นำระดับโลกได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย แต่พวกเขามักจะต้องรับมือกับการเดินทางอย่างต่อเนื่องและยาวนาน และเวลาพักผ่อนอันน้อยนิด

เฮเลน คลาร์ก อดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์เข้าใจดีถึงความกดดันในการทำงานบริหารประเทศ เธอจำได้ว่าเธอต้องทำงานนับเป็น “จำนวนชั่วโมงมหาศาลต่อวัน” ในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นเวลา 9 ปีตั้งแต่ปี 2542 ถึง 2551 เช่นเดียวกับอาร์เดิร์น เธออาศัยอยู่ในเมืองอ๊อกแลนด์ และเดินทางไป-กลับกรุงเวลลิงตันอยู่ตลอดเวลา โดยใช้เวลาบินเพียง 1 ชั่วโมง

คลาร์กกล่าวว่า เธอเดินทางด้วยเที่ยวบิน 7 โมงเช้า “ดังนั้นคุณอาจตื่นตอนตี 5 แล้วเข้านอนหลังเที่ยงคืน แม้จะต้องค้างคืนในเวลลิงตัน คุณอาจยังคงต้องตื่นตั้งแต่รุ่งสาง และจากนั้นก็อาจจะทำงานจนถึงรุ่งสางของอีกวัน” คลาร์กบอกว่าเธอพยายามจัดสรรเวลาให้กับตัวเองในช่วงสุดสัปดาห์เพื่อรับมือกับงานจำนวนมหาศาล

เธอกล่าวว่าอาร์เดิร์นดูเหมือนจะมีหน้าที่ที่ต้องทำจำนวนวนมาก บวกกับแรงกดดันเพิ่มเติมจาก “การสร้างสมดุลระหว่างครอบครัวและอาชีพ” ในช่วงเวลาที่มีความท้าทายทางการเมืองครั้งใหญ่ ขณะที่เธอเองแทบไม่มีความกดดันอะไรเป็นพิเศษ “ฉันอยู่ในฐานะที่จดจ่ออยู่กับงานเพียงอย่างเดียว” และกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการมีระบบสนับสนุนที่แข็งแกร่งเพื่อจัดการกับความต้องการของงาน

ในคำแถลงเมื่อวันพฤหัสบดี อาร์เดิร์นกล่าวว่า คู่ชีวิตของเธอและลูกสาวของเธอ ซึ่งเธอให้กำเนิดขณะดำรงตำแหน่ง ได้ “เสียสละประโยชน์ของตนเองอย่างมากจากประชาชนทุกคน”

คลาร์กระบุว่า “อาร์เดิร์นมีเพื่อนคู่หูที่คอยสนับสนุนเธอเป็นอย่างดี และพ่อแม่ของเธอก็ช่วยเหลือเธออย่างมากเช่นกัน แต่ช่วงเวลาเหล่านี้เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากและผิดปกติมาก สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอในระยะเวลา 5 ปีครึ่ง อาจจะเหมือนกับว่านี่คือการสิ้นสุดของระยะเวลา 9 ปี”

นางคลาร์กเชื่อว่าแม้แรงกดดันต่อผู้นำจะ “ยิ่งใหญ่เสมอ” แต่มันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะ “ในยุคของสื่อสังคมออนไลน์ การนำเสนอข่าวตลอด 24 ชั่วโมง คลิกเบต (clickbait) นักทฤษฎีสมคบคิด การหลอกลวง และอื่นๆ”

เซอร์ แอนโธนี เซลดอน นักประวัติศาสตร์และนักเขียนชีวประวัติทางการเมืองชาวอังกฤษเห็นด้วยว่าความกดดันของผู้นำประเทศกำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

“มันเป็นภาระมากมายที่ถาโถมเข้ามา และทั้งหมดก็วางอยู่ที่โต๊ะทำงานของผู้นำ พวกเขามีจำนวนวันในสัปดาห์และชั่วโมงในแต่ละวันเท่าๆ กับคนอื่นๆ และพวกเขาจำเป็นต้องนอนและพักผ่อนเหมือนทุกๆ คน แต่กลับต้องเผชิญความคาดหวังจะสูงขึ้นเรื่อยๆ”

เป็นเรื่องปกติที่ผู้นำจะถูกบังคับให้ออกจากตำแหน่งมากกว่าที่จะยอมรับว่าพวกเขาหมดไฟ แต่มีตัวอย่างมากมายของบุคคลสำคัญทางการเมืองที่ต้องต่อสู้กับการคาดหวังในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

อาร์เดิร์นกล่าวถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาว่าเป็นหนึ่งในความท้าทายหลักที่เธอเผชิญระหว่างดำรงตำแหน่ง

ในเดือนมีนาคม 2563 นายบรูโน บรูอินส์ รัฐมนตรีผู้นำการต่อสู้กับไวรัสโคโรนาของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ ลาออกจากตำแหน่งหลังจากหมดสติระหว่างการอภิปรายในรัฐสภา โดยกล่าวว่าเขาเป็นลมหลังจากทำงานหนักมาหลายสัปดาห์ ในการให้สัมภาษณ์ในภายหลัง เขากล่าวว่าหลังจากออกจากตำแหน่ง เขา “หลับไปสามเดือน” ก่อนที่จะเริ่มอาชีพใหม่นอกวงการเมือง

เขาบอกกับสื่อเบลเยียมว่า ในช่วงเวลาที่เขาเป็นรัฐมนตรี “มีอยู่ช่วงหนึ่ง ผมมักจะตื่นตอนตี 4 หลังจากที่ผมทรุดลง สิ่งที่ผมอยากทำก็คือนอน”

นายรูดอล์ฟ อันส์โชเบอร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขของออสเตรีย ลาออกจากตำแหน่งในปีถัดมา โดยกล่าวว่าเขา “ทำงานหนักเกินไปและเหนื่อยล้า” เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวในเวลานั้นว่า “ในวิกฤติสุขภาพที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ประเทศต้องการรัฐมนตรีสาธารณสุขที่ฟิตสมบูรณ์ 100% ซึ่งนั่นไม่ใช่เขา”

เขากล่าวว่า ระยะเวลา 15 เดือนที่เขาดำรงตำแหน่ง “รู้สึกเหมือน 15 ปี”

หลังจากข่าวการลาออกของอาร์เดิร์น คายา คาลลัส นายกรัฐมนตรีหญิงของเอสโตเนีย กล่าวว่า “เรื่องตรงกับใจฉันเป็นการส่วนตัว ฉันเข้าใจดีถึงสิ่งที่ต้องเสียไป”

แดริล โอคอนเนอร์ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยลีดส์ กล่าวว่า “สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของความเหนื่อยหน่ายคือความเครียดจากการทำงาน” อาการหมดไฟสามารถส่งผลกระทบต่อใครก็ได้ ตั้งแต่พยาบาล แพทย์ นักกีฬา ครู และผู้ปกครอง

ดร. โอคอนเนอร์กล่าวว่าสำหรับนายกรัฐมนตรี ความเครียดจะไม่มีทางลดลง

“คนส่วนใหญ่สามารถปิดสวิตช์ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งจะทำให้ระบบตอบสนองต่อความเครียดของพวกเขาปิดไปด้วย ผู้คนในสายตาของสาธารณชนในงานที่มีความต้องการสูง เช่น การเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศ ไม่ได้มีความสุขสบายขนาดนั้น”

เซอร์ แอนโธนี นักเขียนชีวประวัติทางการเมือง ซึ่งมีผลงานบันทึกชีวิตของผู้นำอังกฤษหลายคน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีหลายคนหมดเวลาในการทำงานที่มาพร้อมกับความเหน็ดเหนื่อย

“คุณไม่สามารถลืมภาระหน้าที่ได้ ไม่ว่าในวันคริสต์มาส วันเกิด เวลาเช้ามืด คุณต้องอยู่กับงานตลอดเวลา ความจริงก็คือหลายคนไม่พร้อม แต่มีเพียงไม่กี่คนที่ยอมรับได้”

หลังจากการประกาศของเธอ หลายคนชื่นชมอาร์เดิร์นว่ามีความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง

เอสเทล มอร์ริส อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษด้านการศึกษาและทักษะ กล่าวว่า การประกาศของนางสาวอาร์เดิร์นพาเธอย้อนกลับไปสู่การลาออกที่มีชื่อเสียงของเธอเองเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

เธอกล่าวว่า เธออาจไม่ได้ลาออกเพราะสาเหตุเดียวกับอาร์เดิร์น แต่ความรู้สึกนี้เป็นสิ่งที่เธอจำได้ ในจดหมายลาออกของเธอในปี 2545 มอร์ริสกล่าวว่าเธอไม่รู้สึกว่าตัวเอง “มีประสิทธิภาพ” เท่าที่เธอต้องการ

“ฉันรู้ว่าฉันถนัดอะไรในงาน และเมื่อคุณรู้สึกว่ามีสถานการณ์รอบด้าน หมายความว่าคุณไม่สามารถใช้จุดแข็งเหล่านั้นได้เช่นเดียวกับที่คุณเคยทำได้ ฉันคิดว่าคุณควรซื่อสัตย์กับตัวเองเกี่ยวกับเรื่องนี้” เธอกล่าว “อาร์เดิร์นอธิบายว่าเธอรักงานนี้และมันสำคัญมาก แต่เธอไม่สามารถทำได้ในตอนนี้ นั่นคือสิ่งที่ฉันรู้สึก”

มอริส กล่าวเพิ่มเติมว่า มันเป็น “ความแข็งแกร่งประเภทหนึ่ง” ที่จะรู้ว่าเมื่อใดควรถอยห่าง “การเปลี่ยนงานในปี 2566 ไม่ใช่เรื่องแปลก แค่คุณมีอำนาจมากพอ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร นั่นเป็นเหตุผลสำคัญ”

นางอาร์เดิร์นกล่าวว่า เธอตั้งตารอที่จะใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้นเมื่อลูกสาวของเธอเริ่มเข้าโรงเรียน และ “ในที่สุด” ก็แต่งงานกับคลาร์ก เกย์ฟอร์ด คู่ชีวิตของเธอ

สำหรับคนที่หวังจะเป็นผู้นำทางการเมืองในอนาคต คุณคลาร์กเตือนว่างานระดับสูงสุดคือ “งานหนัก” และต้องมีความเชื่อ “ว่ามันคุ้มค่ากับเวลา ความพยายาม และชั่วโมงที่ยาวนาน และคุณสามารถบรรลุสิ่งต่างๆ ได้”

“ถ้าคุณมาถึงจุดที่คุณคิดว่า ‘งานไม่ได้ก่อประโยชน์ให้กับชีวิต’ คุณก็เดินจากไป” เธอกล่าว.

ยามฝั่งสหรัฐฯ สกัดเรือผู้อพยพครั้งใหญ่ บรรทุกชาวเฮติ 396 ชีวิตลอยลำใกล้บาฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2610610

ยามฝั่งสหรัฐฯ สกัดเรือผู้อพยพครั้งใหญ่ บรรทุกชาวเฮติ 396 ชีวิตลอยลำใกล้บาฮามาส

24 ม.ค. 2566 08:24 น.

ยามฝั่งสหรัฐฯ สกัดเรือผู้อพยพครั้งใหญ่ บรรทุกชาวเฮติ 396 ชีวิตลอยลำใกล้บาฮามาส

ยามฝั่งสหรัฐฯ สกัดเรือผู้อพยพลำใหญ่บรรทุกชาวเฮติ 396 คน ล่องเรืออยู่นอกชายฝั่งใกล้กับบาฮามาส นับเป็นหนึ่งในการลักลอบค้ามนุษย์ครั้งใหญ่ที่สุดในน่านน้ำแถบตอนใต้ของสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. สำนักข่าวเอบีซี รายงานว่า เจ้าหน้าที่ยามฝั่งสหรัฐฯ เข้าสกัดเรือผู้อพยพลำใหญ่ที่บรรทุกชาวเฮติ 396 คน ล่องเรือไปถึงบริเวณนอกชายฝั่งเกาะเคย์ ซาล ใกล้กับประเทศบาฮามาส ซึ่งอยู่ระหว่างรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ กับประเทศคิวบา นับเป็นหนึ่งในการลักลอบค้ามนุษย์ครั้งใหญ่ที่สุดในน่านน้ำแถบตอนใต้ของสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่บาฮามาส เปิดเผยว่า ผู้อพยพชาวเฮติทั้งหมดถูกจับกุมตัวได้ และถูกส่งไปสอบสวนที่เกาะอินากัว ของบาฮามาส และเตรียมดำเนินการส่งกลับตามกระบวนการต่อไป

ทางด้านนิโคล โกรลล์ โฆษกหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เรือลำนี้มีความยาว 50 ฟุต และมีคนเบียดเสียดกันอยู่บนเรือมากถึง 396 คน นับเป็นการบรรทุกเกินพิกัด และเป็นการเดินทางที่ไม่ปลอดภัยเสี่ยงอันตรายอย่างมาก

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาชาวเฮติมักจะอพยพหนีสถานการณ์รุนแรงในประเทศ จากการก่อกวนของแก๊งอาชญากร และความไร้เสถียรภาพทางการเมือง โดยส่วนใหญ่มักจะหาทางลงเรือมายังประเทศบาฮามาส ด้วยความหวังที่ว่าจะได้เดินทางไปต่อที่รัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ แต่ส่วนใหญ่การเดินทางทางเรือมักเสี่ยงอันตราย ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตเพราะเรืออับปางกลางทะเล

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เพิ่งประกาศขยายขอบเขตการใช้นโยบายสกัดผู้ลักลอบอพยพข้ามพรมแดนที่ออกมาบังคับใช้ในสมัยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยล่าสุดจะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่รัฐ สามารถขับไล่ผู้อพยพจากคิวบา นิการากัว เวเนซุเอลา และเฮติ ที่ถูกจับบริเวณพรมแดนระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโกกลับประเทศได้ แต่ในขณะเดียวกันนั้น จะอนุญาตให้ผู้อพยพที่มาจาก 4 ประเทศนี้ ราว 30,000 คนต่อเดือน สามารถเดินทางเข้าประเทศได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายผ่านทางเครื่องบิน โดยต้องมีผู้รับรองทางการเงิน และผ่านการตรวจสอบประวัติทางออนไลน์.

เน-หนูทรุด “วีรศักดิ์” ดันแป้งมันรุ่น 2 จัดทัพ พท.โคราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541546

ขุนน้ำหมึก

24 ม.ค. 2566

เน-หนูทรุด "วีรศักดิ์" ดันแป้งมันรุ่น 2 จัดทัพ พท.โคราช

ส่องสนามโคราช “วีรศักดิ์” ทิ้งเก้าอี้รัฐมนตรี ซื้ออนาคตกับ พท. ส่งลูกชาย-กำนัน ฮอลล์ สดใหม่ไฟแรงลงสนาม ค่ายครูใหญ่เนวิน-เสี่ยหนู จะปรับทัพสู้แบบไหน

แป้งมันรุ่น 2 “วีรศักดิ์” ทิ้งเก้าอี้รัฐมนตรี ซื้ออนาคตกับเพื่อไทย ส่งลูกชาย-กำนันฮอลล์ ลงสนาม จับตาสนามโคราช ค่ายครูใหญ่เนวินทรุด

สมรภูมิเมืองย่าโมเดือด “วีรศักดิ์” ส่งไม้ต่อให้ลูก-หลาน สวมเสื้อสีแดง หลังผิดหวังที่เข้าร่วมงานค่ายครูใหญ่เนวินมา 4 ปี 

ทิ้งหัวโขน รมช.คมนาคม ทิ้งภูมิใจไทย วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล กลับเข้าฐานที่มั่นแป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรรม อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา เตรียมการสู้ศึกเลือกตั้งสมัยหน้า ในสีเสื้อเพื่อไทย

คนแถวเสิงสาง-ครบุรี ได้เห็น อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล กำนัน ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ลูกชายกำนันป้อ-วีรศักดิ์ และมาดามหน่อย ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา ออกงานสังคมถี่ขึ้นในช่วงนี้

จะว่าไปแล้ว กำนันป้อ วีรศักดิ์ ก็ไม่ใช่คนหน้าใหม่ของพรรคเพื่อไทย ปี 2557กำนันป้อได้ส่งลูกชาย กฤษฎิ์หิรัญ หวังศุภกิจโกศล สวมเสื้อ พท. ลงสนาม ส.ส.นครราชสีมา เขต 10 เอาชนะบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย พรรคภูมิใจไทย แต่การเลือกตั้งปีนั้น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ 

เบื้องต้น ทีมกำนันป้อ ที่จะลงสมัคร ส.ส.ในนาม พท. ประกอบด้วย อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล เขต อ.เสิงสาง-ครบุรี ,อภิชา เลิศพชรกมล อดีต ส.ส.นครราชสีมา เขต อ.โชคชัย และนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล รองนายก อบจ.นครราชสีมา เขต อ.ปักธงชัย 

 กำนันฮอลล์ อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล กำนันฮอลล์ อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล

สำหรับครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ และอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ต้องปรับทัพโคราชใหม่ หลังกำนันป้อทิ้งค่ายสีน้ำเงิน ไปอยู่ค่ายสีแดง

วันนี้ ค่าย ภท. มีกำลังหลักอยู่ 4 คนคือ วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ส.ส.นครราชสีมา, สมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา, สุชาติ ภิญโญ อดีต ส.ส.นครราชสีมา และพลพีร์ สุวรรณฉวี อดีต ส.ส.นครราชสีมา

จะว่าไปแล้ว ในจำนวนนี้ มี ส.ส.ต๋อง วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ คนเดียวที่ยังมีฐานเสียงแน่น คะแนนนิยมส่วนดี ส่วนคนอื่นๆ มีโอกาส 50-50

‘เดิมพันโรงแป้ง’

มองตามรูปการณ์ ทายาท “วีรศักดิ์” ได้เป็น ส.ส.นครราชสีมา ค่อนข้างแน่ แต่หลานชาย นรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล ยังต้องลุ้นหนัก

สมัยที่แล้ว กำนันป้อ ส่งหลานชาย แต๋ง-นรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล ทายาทโรงแป้งมันสำปะหลังเอี่ยมธงชัย ลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต อ.ปักธงชัย-วังน้ำเขียว ในสีเสื้อพรรคภูมิใจไทย 

บังเอิญไปเจอคู่แข่งอย่าง เสี่ยเบี้ยว-สมศักดิ์ พันธ์เกษม อดีต ส.ส.นครราชสี มาหลายสมัย พรรคพลังประชารัฐ แถมเสี่ยเบี้ยว ยังได้กำนันประนอม โพธิ์คำ อดีต ส.ส.นครราชสีมา มาหาเสียงช่วยอีกต่างหาก เสี่ยแต๋ง โรงมันเอี่ยมธงชัย จึงพ่ายแพ้ไปขาดลอย    

ปัจจุบัน เสี่ยเบี้ยว ย้ายมาสังกัดภูมิใจไทย ส่วนกำนันประนอม ก็ย้ายไปรวมไทยสร้างชาติ ทั้งคู่จะต้องลงแข่งขันกันเองในสนามเดิม

ส่วนกำนันป้อ จะเอาหลานชาย เสี่ยแต๋ง นรเสฏฐ์ รองนายก อบจ.นครราชสีมา สวมเสื้อ พท. ไปลงสนามเขตไหน น่าลุ้นอยู่เหมือนกัน

 แต๋ง นรเสฏฐ์ ศิริโรจนกุล รองนายก อบจ.นครราชสีมา แต๋ง นรเสฏฐ์ ศิริโรจนกุล รองนายก อบจ.นครราชสีมา

‘กำนันฮอลล์เสียงทอง’

หลังจาก “วีรศักดิ์” ลาออกจากกำนัน ต.กุดโบสถ์ มาสมัครลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลูกชาย อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล ก็ได้รับเลือกเป็นกำนัน ต.กุดโบสถ์ 

ดังที่ทราบกัน ตระกูลหวังศุภกิจโกศล ก่อร่างสร้างลานรับซื้อมันสำปะหลัง ที่ ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา และได้ขยายธุรกิจลานตากมัน สู่ธุรกิจโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง ในนามบริษัท แป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรม จำกัด 

สมัยที่แล้ว สนามนครราชสีมา เขต 10 (อ.เสิงสาง และ อ.ครบุรี) กำนันป้อ ส่ง พรชัย อำนวยทรัพย์ อดีต ส.อบจ.นครราชสีมา ลูกน้องคนสนิท ลงสนามในสีเสื้อ ภท. เอาชนะแรมโบ้อีสาน-เสกสกล อัตถาวงศ์ ไปได้สบายๆ ทำคะแนนทิ้งห่างกว่า 3 หมื่นคะแนน

การเลือกตั้งปี 2566 กำนันป้อ เตรียมส่งลูกชาย-อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล ลงสนามแทนพรชัย อำนวยทรัพย์ ซึ่งคนแถวเสิงสาง ที่รู้จักกันในชื่อ กำนันฮอลล์ ก็ได้เห็นกำนันหนุ่มออกงานพบปะชาวบ้านถี่ขึ้น

กำนันฮอลล์ เป็นความหวังของกำนันป้อ และมาดามหน่อย ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา ที่จะนำทัพแป้งมันรุ่นที่ 2 สู่สนามการเมือง

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ             โดย … ขุนน้ำหมึก

ชิงฝ่ายขวา “สกลธี” ประดาบ “พีระพันธุ์” สงครามเงา 2 ป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541514

ขุนน้ำหมึก

24 ม.ค. 2566

ชิงฝ่ายขวา "สกลธี" ประดาบ "พีระพันธุ์" สงครามเงา 2 ป.

สงครามตัวแทน 2 ป. “สกลธี” แม่ทัพเมืองหลวง พปชร. ประดาบ “พีระพันธุ์” แห่งรทสช. ชิงแต้มกลุ่มอนุรักษ์นิยม จับตา พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง กองหนุนลุงตู่

หลานรักลุงป้อม “สกลธี” รีเทิร์นรับบทแม่ทัพเมืองหลวง พปชร. ประชัน “พีระพันธุ์” แห่ง รทสช. ชิงแต้มจากฐานกลุ่มอนุรักษ์นิยม

การเปิดตัว “สกลธี” เหมือนสงครามตัวแทนประวิตรประยุทธ์ เพราะฝ่าย รทสช. ก็มีภาพอดีตผู้ว่าฯ กทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เดินตามหลังลุงตู่

วันที่ 24 ม.ค.2566 สกลธี ภัททิยกุล อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะหัวหน้าทีมดูแลการเลือกตั้ง ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ร่วมกับนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคฯ จะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ประมาณ 30 คน

จั้ม-สกลธี ภัททิยกุล บุตรชายคนโตของ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตปลัดกลาโหม ตัดสินใจร่วมงานกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. เพราะบิดา-พล.อ.วินัย กับ พล.อ.ประวิตร เป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.6 

เหนืออื่นใด เมื่อครั้งที่ สกลธี ภัททิยกุล ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ก็ได้รับการสนับสนุนจากลุงป้อม จึงมีภาพผู้สมัคร ส.ก.พรรค พปชร. จำนวนหนึ่งมาเป็นทีมหาเสียงช่วยสกลธีในโค้งสุดท้าย

ส่วน พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นผู้รับผิดชอบดูแลสนามเลือกตั้ง กทม. ฉะนั้น ในวันตรุษจีน พีระพันธุ์ พร้อมทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรค รทสช. ได้นำพา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงพื้นเยาวราช

ในวันนั้น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม. ก็เดินเคียงข้างลุงตู่ ลงพบปะชาวไทยเชื้อสายจีนที่เยาวราชด้วย 

‘ทีมเมืองหลวงแตก’

การเลือกตั้ง ส.ส.กทม.สมัยหน้า “สกลธี” ค่ายลุงป้อม ต้องปะทะกับ “พีระพันธุ์”  ค่ายลุงตู่ โดยตรง เนื่องจากสองพรรคนี้ มีฐานเสียงเดียวกัน

ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ มีอยู่ 12 คน ต้องพ้นจาก ส.ส.ไป 2 คน ก็เหลืออยู่ 10 คน ปรากฏว่า ยังสังกัดพรรค พปชร.เพียงคนเดียวคือ ศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กทม. เขตหนองจอก


สกลธี ภัททิยกุล จึงต้องจัดทีมผู้สมัคร ส.ส.ชุดใหม่เกือบทั้งหมด เท่าที่มีรายงานข่าวเบื้องต้น จะมีอดีต ส.ส.กทม. 2-3 คน จากพรรค ปชป.และเพื่อไทยมาร่วมงานด้วย 

ดังที่ทราบกัน ส.ส.กทม.พรรค พปชร.ส่วนใหญ่ ย้ายไปอยู่กับ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ที่พรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ (เขตปทุมวัน-บางรัก-สาธร) ,กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา (เขตคลองเตย-วัฒนา), ภาดาท์ วรกานนท์ (เขตพญาไทและจตุจักร) , กษิดิ์เดช ชุติมันต์ (เขตลาดพร้าว) และ จักรพันธ์ พรนิมิตร (เขตบางพลัด-บางกอกน้อย)

สำหรับ ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ (เขตบางกะปิ-วังทองหลาง) และประสิทธิ์ มะหะหมัด (เขตสะพานสูง-ประเวศ) ไปพรรค รทสช.

กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ (เขตพระนคร-ป้อมปราบฯ) ไปพรรคเพื่อไทย และชาญวิทย์ วิภูศิริ (เขตมีนบุรี-คันนายาว) ขอหยุดพักชั่วคราว

‘กระแสลุงตู่แผ่ว’

“สกลธี” เห็นผลคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ก็พอประเมินได้ว่า กระแสลุงตู่คงไม่แรงเหมือนปี 2562 จึงอาสาลุงป้อมนำทัพสู้ศึกเมืองหลวง

  สกลธี รีเทิร์นมาช่วยลุงป้อม ร่วมกับทีมธรรมนัส สกลธี รีเทิร์นมาช่วยลุงป้อม ร่วมกับทีมธรรมนัส

การเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จาก 30 เขตเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ กวาดคะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 ได้ ส.ส. 12 ที่นั่ง รวม 845,365 คะแนน อันดับ 2 พรรคอนาคตใหม่ คว้า 9 ที่นั่ง 807,942 เสียง และพรรคเพื่อไทย 9 ที่นั่ง 604,699 เสียง

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ ส.ส.เขตแม้แต่คนเดียว แต่ได้รวม 474,820 คะแนน ต่างจากปี 2554 พรรค ปชป.กวาดแต้มได้ 1,277,669 คะแนน

ว่ากันว่า กว่า 4 แสนคะแนนของพรรค ปชป. ถูกถ่ายเทไปที่พรรค พปชร. อันเนื่องมาจากกระแสความสงบจบที่ลุงตู่

สัญญาณที่บ่งบอกว่า กระแสลุงตู่แผ่วลงแล้ว วัดได้จากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เมื่อปีที่แล้ว โดยประเมินผลจากคะแนนผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ที่มาจากปีกอนุรักษ์นิยม 3 คน

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรค ปชป.ได้ 254,723 คะแนน โดยภาพรวมดูกระเตื้องขึ้น เพราะได้ ส.ก.มาจำนวนหนึ่ง

สกลธี ภัททิยกุล สมัครในนามอิสระ ได้ 230,534 คะแนน ตรงนี้แหละที่ทำให้ลุงป้อม เรียกใช้บริการเสี่ยจั้ม ลุยศึกเลือกตั้ง ส.ส.

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง สมัครในนามอิสระ ได้ 214,805 คะแนน ซึ่งกลุ่มผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เสียงแตก จึงทำให้บิ๊กวิน รู้สึกผิดหวังมากทีเดียว

อย่าลืมว่า ตอนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ทั้งเสี่ยจั้มและบิ๊กวิน ก็อยู่ในปีก 3 ป.ที่ยังไม่ได้แยกทางกันเดิน ดังนั้น ผู้สนับสนุนของสกลธี จำนวนไม่น้อย ย่อมต้องไหลออกไปหาลุงตู่
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ              โดย … ขุนน้ำหมึก

“สามีเป้ย-ปานวาด”และ”หาญส์ หิมะทองคำ” ลงว่าที่ผู้สมัคร เปิดตัวเพิ่ม 71 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541599

24 ม.ค. 2566

"สามีเป้ย-ปานวาด"และ"หาญส์ หิมะทองคำ" ลงว่าที่ผู้สมัคร เปิดตัวเพิ่ม 71 คน

“พรรคพลังประชารัฐ” เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. 71 คน พื้นที่กทม.และต่างจังหวัด “สามีเป้ย-ปานวาด”และ”หาญส์ หิมะทองคำ” ลงกทม.

ความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชาชนรัฐในวันนี้ 24  มกราคม 2566 เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครทั้งหมด 71 คน ที่จะลงสนามเลือกตั้งทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประกาศ เตรียมส่งครบทุกเขตเลือกตั้ง 400 คน ทุกจังหวัด ขณะนี้เปิดตัวไปแล้ว 350 คน และขอให้ผู้สมัครลงพื้นที่ให้ครบทุกหลังคาเรือนด้วยตัวเอง อย่าฝากความหวังไว้ที่หัวคะแนนเพียงอย่างเดียว พปชร.จะก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดทุกปัญหา พัฒนาทุกพื้นที่ โดยเร็วๆนี้เตรียมปราศรัยในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เพื่อประกาศว่า พปชร. พร้อมแล้วที่จะรับใช้คนกกรุงเทพมหานคร โดยการเลือกตั้งปี 2562  พรรคพลังประชารัฐกวาดไป 12 เขต

สำหรับ การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครในครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 71 คน  

พื้นที่กรุงเทพมหานคร ผู้สมัครจำนวน 28 คน  (นายสกลธี ภัททิยกุล ในฐานะหัวหน้าทีมกรุงเทพมหานคร )
1.นายธิชดล สกุล  2.ดร.ภูมิพิชัย ธารดำรง 3.น.ส.ชญาภา ปรีดาพากย์ 4.ร.อ.รชฎ พิสิษฐบรรณกร 5.นายพณิชย์ วิทยาภัทร์ 6.นายสฤษดิ์ ไพรทอง 7.นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ 8.นายปราโมทย์ เพ็ชรฤทธิ์ 9.น.ส.น้ำฝน ไพรทอง 10.ภ.ญ.นพวรรณ หัวใจมั่น 11.นางนฤมล รัตนาภิบาล 12.นายรังสรรค์ กียปัจจ์ 13.นายกานต์ กิตติอำพน 14.น.ส.ณิรินทร์ เงินยวง 15.นายกิตติภูมิ นีละไพจิตร์ 16. ดร.คมสัน พันธุ์วิชาติกุล 17.นายศิริพงษ์ รัสมี 18.นายพีระพงษ์ รัสมี 19.นางนาถยา แดงบุหงา 20.นายตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ 21.นายศันสนะ สุริยะโยธิน 22.นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ 23.นายรพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา 24.นาวาตรีนิธิ บุญยรัตกลิน 25.พ.ต.ท.วันชัย ฟักเอี้ยง 26.ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช 27.ดร.บุณณดา สุปิยพันธุ์ 28.นายเอกชัย ผ่องจิตร์ 

โดย “ป๊อป นิธิ” สามีของดาราสาว “เป้ย ปานวาด” และ “หาญส์ หิมะทองคำ” อดีตนักแสดงช่อง 7 อดีตพิธีกร และ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นอดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตวังทองหลาง อดีตพิธีกร​ ลงพื้นกรุงเทพมหานคร

นาวาตรีนิธิ บุญยรัตกลิน หรือ ป๊อป สามีเป้ย-ปานวาดนาวาตรีนิธิ บุญยรัตกลิน หรือ ป๊อป สามีเป้ย-ปานวาดนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ อดีตดาราช่อง 7นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ อดีตดาราช่อง 7

พื้นที่ภาคเหนือ รวม 7 คน 
จ.แพร่ 
29.นางสาวอาทิตยา อินนะไชย 30.นายสุรสิทธิ์ เพชรปิตุพงษ์ 31.นางปอรวัลย์ มุดเจริญ 
จ.ตาก 
32.นายชิงชัย ก่อประภากิจ 
จ.พิษณุโลก 
33.นายเอกพงษ์ กุลเจริญ  
จ.นครสวรรค์ 
34.นายธนรัชต์ วิเชียรรัตน์ 35.นายนัยศาลิน ถนอมมิตรวัฒนา 

พื้นที่ภาคกลาง รวม 7 คน 
จ.นครปฐม 
36.นายศิรวริศ สวนแก้ว 37.นายณัฐวัฒน์ ชั้นอินทร์งาม 38.นายมนตรี บุญประคอง 
จ.กาญจนบุรี  
39.นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ 40.นายชูเกียรติ จีนาภักดิ์ 41.พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ 42.นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์  

พื้นที่ภาคใต้  รวม 1 คน 
จ.นครศรีธรรมราช 
43.ดร.นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศ  

พื้นที่ภาคตะวันออก รวม 5 คน 
จ.ระยอง 
44. นายพายัพ ผ่องใส 
จ.ฉะเชิงเทรา 
45.ดร.รัฐสภา นพเกตุ 46.พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ  
จ.ชลบุรี 
47.นายเพิ่มพงศ์ วงศ์ทรายทอง  
จ.ปราจีนบุรี  
48. นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ 

พื้นที่ภาคอีสาน รวม 23 คน 
จ.ศรีสะเกษ  
49. นายสุรณัฐ แนบเนียม 50. ดร.อภิชา ระยับศรี  
จ.อุดรธานี 
51. นายวิฑูรย์ นามคุณ  
จ.สุรินทร์  
52.ว่าที่ร้อยตรีศักดินันท์ ศุภนิมิตรมนตรี 53. นายพิเชษฐ์ สุทธิศิริวัฒนะ 54. นางสาวณชณฆ์ ตรงใจ  
จ.ชัยภูมิ  
55.นายพีระพล ติ้วสุวรรณ 
จ.นครราชสีมา  
56.ดร.กาญจนา เปรมภิรักษา 57.นายสุกฤษณ์ วัชรมาลีกุล 58.พ.ต.อ.ปริวัฒน์ นาคำ เขตสูงเนิน 
จ.เลย  
59.นายชูศักดิ์ บัวระภาสิริ 
จ. สกลนคร 
60.นายอภิวัฒน์ มีชัย  
จ.กาฬสินธุ์ 
61.น.ส.พาวิไล พิมพะสาลี 
62.นายสิทธิศักดิ์ พัฒนชัย 
จ.ร้อยเอ็ด 
63.นายพงศกรณ์ ตั้งกิตติ์ตระกูล  
จ.ขอนแก่น  
64.นายอัษฎางค์ แสวงการ 
65.นายพัฒนา นุศรีอัน
66.นายปัญญา ศรีปัญญา 
67.นายณรงค์เลิศ สุรพล 
68.นายสมใจ ชาญจระเข้ 
69.นายเลอพงศ์  ลิ้มรัตน์
70.นายไพฑูรย์ ผิวผาง 
71. นพ.กันณพงศ์ อัครไชยพงศ์

พรรคพลังประชารัฐเปิดตัว 71 ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชารัฐเปิดตัว 71 ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

ดีเดย์ 28 ม.ค. “จุรินทร์” นำทีมประชาธิปัตย์ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครอีสาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541591

24 ม.ค. 2566

ดีเดย์ 28 ม.ค. "จุรินทร์" นำทีมประชาธิปัตย์ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครอีสาน

“จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ” เตรียมขนแกนนำ-สมาชิก บุกนครราชสีมา เปิดตัวบิ๊กล็อต “ว่าที่ผู้สมัครส.ส.” ภาคอีสาน28ม.ค.นี้

นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ปรึกษาคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าหลังจากที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อม คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และนายไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน ได้เคาะว่าที่ผู้สมัคร สส.ภาคอีสานเป็นที่เรียบร้อย 

ดีเดย์ 28 ม.ค. "จุรินทร์" นำทีมประชาธิปัตย์ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครอีสาน

นายจุรินทร์ ได้สั่งการมอบหมายคุณหญิงกัลยาเเละนายไชยยศ พร้อมแกนนำทีมภาคอีสาน อาทิ นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก อดีต ส.ส.โคราชหลายสมัยและนายพิเชฐ พัฒนโชติ อดีตรองปธ.สว.คนที่1 เตรียมเปิดตัวใหญ่ผู้สมัครภาคอีสาน ในวันเสาร์ที่ 28 มกราคม 2566 เวลา10.00น.-12.00น. ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล จ.นครราชสีมา

ด้านน.ส.ธนชาภา จันทวารา รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าในงานเปิดตัวผู้สมัครครั้งนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเน้นย้ำถึงความสำเร็จของนโยบายประกันรายได้และขยายสู่นโยบายใหม่ เพราะตลอด 4 ปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นโยบายประกันรายได้พืช 5 ชนิด เป็นนโยบายที่ทำสำเร็จตามที่หาเสียงไว้ และนโยบายนี้สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้มากกว่า 8 ล้านครัวเรือน โดยตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ใช้งบประมาณไปกว่า 5 แสนล้านบาท และจะมีโครงการพัฒนาต่อยอดต่อไป

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวอีกว่าในช่วงบ่ายจะมีการอบรมว่าที่ผู้สมัคร นำโดย นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้ง สำหรับว่าที่ผู้สมัครของพรรคจะผสมผสานทั้งอดีต ส.ส. นักการเมืองท้องถิ่น รุ่นใหญ่ รุ่นใหม่(Young Blue) จากทั่วภาคอีสาน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ที่ยึดมั่นอุดมการณ์ของสถาบันการเมืองประชาธิปัตย์ และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ที่จะมาร่วมประสานงาน ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เเละนโยบายพรรค ‘สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ’ ทั้งภาคอีสาน และนำพาอีสานเชื่อมโลก ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณความพร้อมเข้าสู่โหมดเลือกตั้งและเข็มทิศในการก้าวไปข้างหน้าอย่ามั่นคงเเละยั่งยืนสำหรับสถาบันทางการเมืองที่อยู่เคียงคู่ประเทศไทยอย่างมั่นคงยาวนาน 
เพราะอุดมการณ์ประชาธิปัตย์ศรัทธาและภักดีต่อประชาชน สถาบันของประเทศชาติและประชาธิปไตย 

“เราเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนในภาคอีสานและทั่วประเทศ จะไว้ใจเราผ่านการเลือกตั้งกลับเข้ามาท่วมท้น เพื่อให้เราเคียงข้างประชาชนนำพาบ้านเมืองของเราเพื่ออนาคตของรุ่นต่อๆไป “ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

เปิด 12 นโยบาย “ชาติพัฒนากล้า” ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร-รื้อระบบราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541588

24 ม.ค. 2566

เปิด 12 นโยบาย "ชาติพัฒนากล้า" ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร-รื้อระบบราชการ

“สุวัจน์-กรณ์” นำทีมพรรคชาติพัฒนากล้า เปิดตัว 12 นโยบาย สู้เลือกตั้ง ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร – รื้อระบบราชการตั้งเป้าพลิกวิกฤตเศรษฐกิจ ภายใน5 ปี มีรายได้ให้ประเทศ 5ล้านล้านบาท ผ่านตั้งหลายกองทุนสนับสนุนสร้างงาน-อาชีพ

พรรคชาติพัฒนากล้า นำโดย นายกรณ์ จาติกวณิช  หัวหน้าพรรค, นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา ,  นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค , นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานยุทธศาสตร์และนโยบายเศรษฐกิจ พร้อมด้วยแกนนำพรรค ว่าที่ผู้สมัครส.ส. และสมาชิกพรรค ร่วมแถลงเปิดตัวนโยบายของพรรคเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งที่จะมาถึง

เปิด 12 นโยบาย "ชาติพัฒนากล้า" ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร-รื้อระบบราชการ

ทั้งนี้นายสุวัจน์ กล่าวตอนหนึ่งว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้อยู่ในสถานการณ์วิกฤตที่ 35 ปีที่ผ่านมาที่ตนอยู่ในการเมืองไม่เคยเจอมาก่อน ทั้งนี้ตนเชื่อว่าวิกฤตครั้งนี้จะผ่านไปได้พร้อมกับประเมินว่าวิกฤตที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย จากภาวะโรคระบาด เงินเฟ้อ น้ำมันแพง นอกจากนั้นยังมีภาวะหนี้ครัวเรือน กว่า 90% ทำให้ตัวเลขจีดีพีของไทยถดถอยรั้งท้ายอาเซียน 

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้านายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า

“ผมไม่เคยเจอวิกฤตแบบนี้ ดังนั้นพรรคการเมืองต้องร่วมมือกันเพื่อให้ประชาชนเชื่อว่าเป็นทางออกของวิกฤต พรรคชาติพัฒนากล้าพร้อมอาสาและมีนโยบายรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อให้ทุกคนมีงาน มีเงิน และของไม่แพง แนวคิดของพรรคคือการสร้างแพลตฟอร์มเศรษฐกิจใหม่ ให้กับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยที่เข้มแข็ง บนพื้นฐานของทรัพยากรที่เข้มแข็งและสร้างความยั่งยืนให้ประชาชน” นายสุวัจน์ กล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับนโยบายพรรคชาติพัฒนา เปิดตัวมีทั้งสิ้น  12 ด้าน โดยตั้งเป้าหมายคือ กอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจชาติ ได้แก่

  1. หาเงินใหม่ให้ประเทศ 5 ล้านล้านบาท
  2. ลดภาษีบุคคล เงินเดือน 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี
  3. น้ำมัน แก๊ส ไฟฟ้า ต้องถูกลง รื้อโครงสร้างพลังงาน
  4. ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร รื้อระบบสินเชื่อ
  5. รื้อระบบราชการ โดยใช้ GOv-Tech ราชการมือถือรวดเร็ว ปลอดคอร์รัปชั่น
  6. เกษตรสร้างชาติ เพิ่มมูลค่าด้วยเทคโนโลยี-อุตสาหกรรม
  7. สร้างเด็กไทย 3 ภาษา
  8. ทุนธุรกิจสร้างสรรค์ สูงสุดรายละ1ล้านบาท ไม่จำกัดวุฒิและวัย
  9. สูงวัยไฟแรง งานใหม่ 5 แสนตำแหน่ง
  10. อารยสถาปัตย์ ปรับเงินบ้าน 50,000 บาทให้ผู้สูงวัยและผู้พิการ
  11. มอร์เตอร์เวย์ทั่วไทย 4 ทิศ 2,000 กม.
  12. ท่องเที่ยวนำไทย เพิ่มนักท่องเที่ยว 2 เท่า 
เปิด 12 นโยบาย "ชาติพัฒนากล้า" ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร-รื้อระบบราชการ

จากนั้น นายกรณ์​ กล่าวถึงข้อเสนอในนโยบายสร้างรายได้ใหม่ให้ประชาชน และคนไทย 5ล้านล้านบาท ในช่วงเวลา 5 ปี โดยมั่นใจว่าหากพรรคสามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่่นำเสนอทำได้แน่นอน โดยยุทธศาสตร์ของพรรคได้จัดกลุ่ม 7 กลุ่ม  คือ กลุ่มยุทธศาสตร์สีเขียว คือ รักษ์โลก เพื่อแก้ปัญหาโรคร้อน นำประเทศไปสู่ภาวะเป็นกลางทางคาร์บอน นำไปสู่การลงทุนครั้งใหญ่รอบ 40 ปี โดยต้องรื้อระบบอุตสาหกรรม การเกษตร พลังงาน เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางของโลกที่มุ่งด้านสิ่งแวดล้อม

นายกรณ์ กล่าวด้วยว่าพรรคชาติพัฒนาจะช่วยภาคอุตสาหกรรมปรับตัว รวมถึงภาคการเกษตร สนับสนุนการปลูกป่า 26ล้านไร่ โดยออกพันธบัตรปลูกป่า 65,000 บาทให้กับประชาชน ซึ่งจะเกิดผลตอบแทนให้กับประชาชนในอนาคต นอกจากนั้นคือ การขายคาร์บอนเครดิต ปัจจุบัน มีราคา125 บาทต่อตัน ได้เงินคืน 6,000 ล้านบาท และในอนาคตเชื่อว่าจะมีมูลค่าสูงขึ้น 65,000 ล้านบาท

นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า กลุ่มยุทธศาสตร์สีเทา โดยจะนำธุรกิจและเศรษฐกิจสีเทาให้สู่ที่สว่าง โดยพรรคจะส่งเสริมพื้นที่ที่พร้อม ออกใบอนุญาตทำคาสิโนรีสอร์ท เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศ และแก้ปัญหาเงินจากบ่อนใต้ดิน ดึงรายได้ของคนไทยที่เล่นการพนันในคาสิโนในประเทศเพื่อนบ้าน และทำให้เกิดการท่องเที่ยว นอกจากนั้นจะช่วยแก้ปัญหาลอตเตอร์รี่ราคาแพง, ยุทธศาสตร์สีขาว ที่มาจากความเชื่อและศรัทธา เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่มาจากการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยจะตั้งกองทุนให้กับ 77 จังหวัดเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวสายมู  

เปิด 12 นโยบาย "ชาติพัฒนากล้า" ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร-รื้อระบบราชการ

นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างโอกาสให้คนไทย โดยตั้งกองทุนสนับสนุน เพื่อให้คนไทยเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม เช่น การจองห้องพัก, ยุทธศาสตร์สีฟ้า ด้วยใช้เทคโนโลยีเพื่อปฏิรูประบบราชการ ลดโอกาสการทุจริต ลดต้นทุนการบริหารจัดการ, ยุทธศาสตร์สีเหลือง โดยใช้ซอฟต์พาวเวอร์ของไทย

ทั้งศิลปวัฒนธรรม อาหาร กีฬา เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยพรรคจะมีกองทุนสนับสนุนที่ชัดเจน, ยุทธศาสตร์สีเงิน เพื่อผู้สูงอายุ โดยพรรคจะให้เงินสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อจ้างงานผู้สูงอายุ และมีกองทุน 50,000 บาทต่อครัวเรือนเพื่อปรับอารยสถาปัตย์เพื่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ตั้งเป้า 4ล้านครัวเรือนในปีแรก และยุทธศาสตร์สีรุ้ง 

เปิด 12 นโยบาย "ชาติพัฒนากล้า" ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร-รื้อระบบราชการ

“ยุทธศาสตร์ของพรรค คือการสร้างรายได้ใหม่ให้คนไทยและประเทศ มีงานดีที่ประชาชนอยากทำ มีรายได้ที่เหมาะสม มีเงินพออยู่พอกิน มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจไม่มีหนี้สิน และไม่แพงคือผู้ประกอบการมีกำไรที่เหมาะสม ประชาชนเข้าถึงสินค้าและบริการได้ เชื่อว่าจะเป็นเป้าหายที่ไปถึงได้ และนำประเทศเข้าสู่กระแสหลักของโลกและ ยกระดับไทยจากประเทศรายได้ปานกลางไปสูงได้ภายใน 5 ปี ซึ่งต้องขอแรงให้ประชาชนเลือกพรรคชาติพัฒนากล้า” นายกรณ์ กล่าว

“สร้างอนาคตไทย” ผนึก 2 พ่อลูก “ยาวอหะซัน” จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งชายแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541587

24 ม.ค. 2566

“สร้างอนาคตไทย” ผนึก 2 พ่อลูก “ยาวอหะซัน” จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งชายแดนใต้

“สร้างอนาคตไทย” ผนึก 2 พ่อลูก “ยาวอหะซัน” จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้ง 3 จังหวัด ชายแดนใต้ “นายกกูเซ็ง” ชงส่งครบทุกเขต “วัชระ”มั่นใจกวาดที่นั่ง ส.ส. ได้ครบทุกจังหวัด

วันนี้ (24 ม.ค.66) ที่ทำการพรรคสร้างอนาคตไทย นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการฝ่ายการเมืองพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 ม.ค.66) ตนได้ไปร่วมประชุมกับนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส โดยมีนายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส. 3 จังหวัดชายแดนใต้ คือ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี และแกนนำในพื้นที่กว่า 30 คน ที่จังหวัดนราธิวาสเข้าร่วมประชุมด้วย 

“สร้างอนาคตไทย” ผนึก 2 พ่อลูก “ยาวอหะซัน” จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งชายแดนใต้

ทั้งนี้นายวัชระ ระบุว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมเตรียมความพร้อมในการเปิดตัวผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคสร้างอนาคตไทยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้จำนวน 12 เขต แบ่งเป็น นราธิวาส 5 เขต , ปัตตานี 4 เขต และยะลา 3 เขต ตามข้อเสนอของนายกูเซ็งที่เสนอให้พรรคสร้างอนาคตไทยส่งผู้สมัครให้ครบทุกเขตในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

นอกจากนี้ในที่ประชุมได้เสนอให้นายกูเซ็งเป็นแม่ทัพในการรับผิดชอบในการจัดและวางตัวผู้สมัครแต่เพียงผู้เดียว รวมถึงได้มีการหารือถึงการวางตัวผู้สมัครในพื้นที่อื่นๆ ในภาคใต้ เช่น สตูล และสงขลาอีกด้วย และจะมีการเปิดตัวศูนย์ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทยในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยจะมีกิจกรรมทางการเมืองที่สำคัญคือ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย จะนำทัพผู้บริหารลงมาร่วมประชุมกับว่าที่ผู้สมัครและแกนนำเพื่อกำหนดนโยบายพรรคเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยตัวเอง 

“สร้างอนาคตไทย” ผนึก 2 พ่อลูก “ยาวอหะซัน” จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งชายแดนใต้

นายวัชระ กล่าวต่อว่า วันนี้ตนมั่นใจว่าด้วยประสบการณ์ทางการเมืองและผลงานตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีของนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน ล้วนเป็นที่ยอมรับของประชาชนในจังหวัดนราธิวาสและพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ รวมไปถึงการมีเครือข่ายคนการเมืองในพื้นที่ที่พร้อมเข้ามาร่วมทำงานกับนายกูเซ็งเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการได้นายกูเซ็งจะเป็นผู้จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งของพรรคสร้างอนาคตไทย จึงถือว่ามีความเข้มแข็งและจะสามารถปักธงกวาดที่นั่ง ส.ส. ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้ครบทุกจังหวัดอย่างแน่นอน 

“สร้างอนาคตไทย” ผนึก 2 พ่อลูก “ยาวอหะซัน” จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งชายแดนใต้

“วันนี้การที่พรรคสร้างอนาคตไทยได้รับความไว้วางใจจากท่านนายกฯกูเซ็ง ผมถือว่าเป็นความสำเร็จของพรรคสร้างอนาคตไทยอย่างแท้จริง และเป็นการเติมความแข็งแกร่งทางการเมืองของพรรคในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอยากจะเปรียบเทียบว่านี่คือ สถานการณ์ที่เรียกว่า “พยัคฆ์ติดปีก” สำหรับพรรคสร้างอนาคตไทย เพราะในวันนี้ในขณะที่พรรคการเมืองคู่แข่งในพื้นที่ต่างอ่อนกำลังลง และมีจุดบอดอย่างมากมาย ทั้งตัวพรรคและผู้สมัครของพรรคจนทำให้ประชาชนเกิดความเบื่อหน่ายและไม่มีทางเลือก ดังนั้นนี่คือวินาทีทองสำหรับเราในการที่จะขย้ำและยึดพื้นที่แทนที่เจ้าของเดิม ซึ่งผมมั่นใจว่าเราจะมีส.ส.ครบทั้ง 3 จังหวัดอย่างแน่นอน ส่วนจะนับแต้มสักได้เท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับตัวเราที่จะสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชนได้เห็นผ่านตัวผู้สมัครและนโยบายของพรรค” นายวัชระ กล่าวทิ้งท้าย

“สร้างอนาคตไทย” ผนึก 2 พ่อลูก “ยาวอหะซัน” จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งชายแดนใต้

ท่าที 2 ป. ปาดหน้าลงพื้นที่ “บิ๊กตู่”ลั่น “ไม่ได้ผูกขาเขาไว้”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541576

24 ม.ค. 2566

ท่าที 2 ป. ปาดหน้าลงพื้นที่ "บิ๊กตู่"ลั่น "ไม่ได้ผูกขาเขาไว้"

หลังประชุม ครม. 2 ป.ถูกจับตาประเด็นปาดหน้าลงพื้นที่กัน ด้าน”บิ๊กตู่”ลั่น ไม่ได้ผูกขาเขาไว้ ส่วน”บิ๊กป้อม”ท่าทีไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

ท่าที 2 ป. “บิ๊กตู่” และ “บิ๊กป้อม” หลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันนี้ 24 ม.ค. ท่ามกลางกระแส ผู้เป็นพี่ชิงปาดหน้าลงพื้นที่ต่างๆ ทั้ง จ.ราชบุรี จ.นครสวรรค์ และเยาวราช กรุงเทพมหานคร นั้น

โดยจากนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวกลาโหม มีกำหนดการเดินทางไปยัง จ.ชุมพร ในวันที่ 28 ม.ค.นี้ ในฐานะ”สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ” จะเห็นภาพ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไปปรากฎตัวก่อนหรือไม่ สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลพยายามถามถึงประเด็นดังกล่าว
 

พลเอกประยุทธ์ ตอบว่า “ใครจะไปก็ไปสิ แผ่นดินผืนนี้ ใครไปไหนก็ไปได้ไม่ใช่หรือ ใครจะไปก่อนไปหลังก็ไม่ได้มีปัญหา ไม่ได้ขัดข้อง อย่าไปเสนอข่าวทำนองนี้นะ เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรอยู่แล้ว”


พลเอกประวิตร ตอบด้วยเสียงที่แสดงถึงความไม่พอใจ ว่า “โห่ ถามอยู่ได้”

ทั้งนี้การสัมภาษณ์ของพลเอกประยุทธ์นั้น ดูเข้มข้นขึ้นมาทันที เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนอดไม่ได้ที่มองว่าเป็นการปาดหน้าลงพื้นที่ 
พลเอกประยุทธ์ ตอบว่า “ผมไม่ได้ผูกขาเขาไว้นี่นา ท่านก็ไม่ได้ผูกขาผม ผมไปไหนก็ไปได้ ท่านไปไหนก็ได้ ไปเวลาเดียวกันก็ได้ไม่มีปัญหาหรอก” 

พร้อมปฏิเสธและแสดงท่าทีหงุดหงิดเมื่อถูกถามว่าเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมืองหรือไม่ ต่อมาผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้พี่น้อง 2 ป.ดูมีระยะห่างต่อกัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่มีหรอกครับ” ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที