ครม.เห็นชอบเสนอ‘อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท’ เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706364

ครม.เห็นชอบเสนอ‘อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท’ เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม

ครม.เห็นชอบเสนอ‘อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท’ เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.44 น.

ครม.เห็นชอบเสนอ‘อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท’ เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม

24 มกราคม 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบการนำเสนออุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เพื่อขอรับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม จาก UNESCO ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านวัฒนธรรมของไทยเพราะพื้นที่ที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกจะช่วยให้สัดส่วนการท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น และพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทไม่มีแผนงาน/โครงการขนาดใหญ่ของหน่วยงานอื่นที่จะกระทบต่อการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

น.ส. ทิพานัน กล่าวว่า อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.บ้านเผือ จ.อุดรธานี ครอบคลุมพื้นที่ ประมาณ 3,662 ไร่ ประกอบด้วย อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ประมาณ 3,599 ไร่ และแหล่งวัฒนธรรมสีมา วัดพระพุทธบาทบัวบาน ประมาณ 62 ไร่ มีหลักเกณฑ์ที่เข้าข่ายในการขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก 2 ข้อ คือ เกณฑ์ข้อที่ 3 เป็นเอกลักษณ์ หายากยิ่ง หรือเป็นของแท้ดั้งเดิม : เช่น สีมาหิน หรือภาพเขียนสีต่างๆ เป็นต้น  และเกณฑ์ข้อที่ 5 เป็นตัวอย่างลักษณะอันเด่นชัดของขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งสถาปัตยกรรม วิธีการก่อสร้าง หรือการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ มุ่งเน้นการเชื่อมโยงกับขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น หลักฐานการตัดแต่งหิน เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เป็นต้น

“ความโดดเด่นของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท คือ มีความสำคัญด้านเป็นพื้นที่ที่พบหลักฐานการเข้ามาใช้พื้นที่อย่างต่อเนื่องมากกว่า 3,000 ปี ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐาน เช่น ภาพเขียนสีตามเพิงหิน จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ โดยปรากฏวัฒนธรรมโดดเด่นที่เรียกว่า “สีมา” เป็นการปักเสาหินล้อมรอบเพิงหินจนกลายเป็นลานศักดิ์สิทธิ์หรือลานพิธี ซึ่งเป็นการผสมผสานความเชื่อดั้งเดิมเกี่ยวกับเพิงหินสิ่งศักดิ์สิทธิ์และความเชื่อแบบพระพุทธศาสนาในการปักเสาหินเพื่อกำหนดพื้นที่ประกอบพิธีกรรม ทางศาสนา ซึ่งเป็นแหล่งเดียวที่ตั้งอยู่บนภูเขาและยังคงสภาพสมบูรณ์ครบถ้วนที่สุดในไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” น.ส.ทิพานัน กล่าว

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า สำหรับการบริหารจัดการอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทได้มีการจัดทำแผนแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท พ.ศ. 2565 – 2569 ซึ่งได้ผ่านการทำประชาพิจารณ์และการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชนในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแผนดังกล่าวจะครอบคลุมการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม แผนบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว การจัดทำแผนชุมชนด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นในด้านการอนุรักษ์ เป็นต้น นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น กรมศิลปากร กรมป่าไม้ จ.อุดรธานี ได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทแล้ว

“ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลก 6 แห่ง แบ่งเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม 3 แห่ง ได้แก่ เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร และแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง  และยังมีมรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่–ห้วยขาแข้ง ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และกลุ่มป่าแก่งกระจานที่ประสบความสำเร็จในการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2564 ภายใต้การดำเนินการของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญในการอนุรักษ์และจัดการพื้นที่ของไทยให้มีความสำคัญเป็นมรดกของโลก นอกจากนี้ยังมีเมืองโบราณศรีเทพที่อยู่ระหว่างเสนอชื่อเข้าสู่บัญชีแหล่งมรดกโลก ตามมติ ครม. วันที่ 19 มกราคม 2564” น.ส.ทิพานัน กล่าว

เลิกบังคับ!ศธ.ยกเลิกระเบียบ‘ทรงผม’นักเรียน ให้สถานศึกษากำหนดเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/706324

เลิกบังคับ!ศธ.ยกเลิกระเบียบ‘ทรงผม’นักเรียน ให้สถานศึกษากำหนดเอง

เลิกบังคับ!ศธ.ยกเลิกระเบียบ‘ทรงผม’นักเรียน ให้สถานศึกษากำหนดเอง

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.36 น.

เลิกบังคับ!ศธ.ยกเลิกระเบียบ‘ทรงผม’นักเรียน ให้สถานศึกษากำหนดเอง

24 มกราคม 2566 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่มีเสียงเรียกร้องให้มีการแก้ไขปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 มาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญการลงโทษเรื่องทรงผมได้ส่งผลถึงร่างกายและจิตใจของนักเรียน ศธ.จึงได้มีหนังสือหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรณีแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียน ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 8) ได้ให้ความเห็นว่า รมว.ศธ.ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดอาจอาศัยอำนาจตามมาตรา 12 ประกอบกับมาตรา 39 (1) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 กำหนดเป็นนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดนำไปปฏิบัติได้

นางสาวตรีนุช ระบุว่า ดังนั้น เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมา ตนจึงได้ลงนามในระเบียบ ศธ.ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบ ศธ.ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 และเสนอสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วออกเป็นหนังสือสั่งการหรือหนังสือเวียน กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนหรือนักศึกษาไว้อย่างกว้าง ๆ เพื่อให้หน่วยงานในสังกัดที่เป็นผู้กำกับดูแลสถานศึกษา กำหนดให้สถานศึกษาแต่ละแห่งนำหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าวไปกำหนดเป็นระเบียบหรือข้อบังคับของสถานศึกษาแต่ละแห่งเอง

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า ขณะนี้ ศธ.ได้ยกร่างแนวนโยบายเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนของสถานศึกษา ไว้ดังนี้

1.การไว้ทรงผมของนักเรียนของสถานศึกษาในสังกัด ศธ. และสถานศึกษาในกำกับดูแลของ ศธ. จะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ โดยสถานศึกษาอาจกำหนดลักษณะทรงผมได้ตามพันธกิจ บริบท และความเหมาะสมของแต่ละสถานศึกษา

2. สถานศึกษาในสังกัด ศธ.และสถานศึกษาในกำกับดูแลของ ศธ.อาจดำเนินการกำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับไว้ทรงผมของนักเรียนได้ โดยการวางระเบียบหรือข้อบังคับของสถานศึกษา และควรระบุบทอาศัยอำนาจของกฎหมายเฉพาะมาตรา 39 (1) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตามหลักการมีส่วนร่วม เช่น นักเรียน คณะกรรมการสภานักเรียน คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง หรือ ผู้แทนผู้ปกครอง ชุมชนท้องถิ่น บุคคลหรือกลุ่มบุคคลอื่นใดที่หัวหน้าสถานศึกษาเห็นสมควร เป็นต้น และเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา หรือ คณะกรรมการบริหารโรงเรียนแล้วแต่กรณี

ทั้งนี้ ก่อนการประกาศใช้ และควรเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนไว้ในระบบสารสนเทศ หรือบริเวณของสถานศึกษา และดำเนินการแจ้งให้นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสถานศึกษาทราบเป็นการทั่วไป เพื่อให้การปฏิบัติตนของนักเรียนมีความถูกต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเกิดความชัดเจนในการดำเนินการของสถานศึกษา

“ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีข้อต้องปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผมว่า นักเรียนชายจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวด้านข้าง ด้านหลังต้องยาว ไม่เลยตีนผม ด้านหน้าและกลางศีรษะให้เป็นไปตามความเหมาะสมและมีความเรียบร้อย นักเรียนหญิงจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวให้เป็นไปตามความเหมาะสมและรวบให้เรียบร้อย และมีข้อต้องห้ามปฏิบัติตน ดังนี้ ดัดผม ย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม ไว้หนวดหรือเครา การกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เช่น การตัดแต่งทรงผมเป็นรูปทรงสัญลักษณ์หรือเป็นลวดลาย แต่ต่อไปหลังจากมีการประกาศยกเลิกในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เรื่องการไว้ทรงผมของนักเรียนทั้งหมดจะอยู่ที่สถานศึกษา ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ได้มาจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย” นางสาวตรีนุช กล่าว

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2610135

อัยการสูงสุด เป็นประธานปิดการอบรมนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง

24 ม.ค. 2566 05:01 น.

  • อินทรีเหล็ก

อัยการสูงสุด เป็นประธานปิดการอบรมนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันอังคารที่ 24 มกราคม 2566 

  • กำหนดพิธีลงนามถวายพระพร ถวายพระกุศล สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์…..วันพุธที่ 25 มกราคม 2566 เวลา 13.00 น. ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ถวายแจกันดอกไม้หน้าพระรูป ร่วมลงนามถวายพระพร….เวลา 15.30 น. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ พร้อมคณะสงฆ์ทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระกุศล ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร…. เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี
เสวนา - เจ้าหญิงเลอา แห่งเบลเยียม เสด็จร่วมงานเสวนา “เล่าเรื่องเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ” พร้อมฟังการบรรยายของ ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ และ เวโรนิก ก็อดดิง โดยมี ดร.จิรายุ อิศรางกูร และ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
เสวนา – เจ้าหญิงเลอา แห่งเบลเยียม เสด็จร่วมงานเสวนา “เล่าเรื่องเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ” พร้อมฟังการบรรยายของ ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ และ เวโรนิก ก็อดดิง โดยมี ดร.จิรายุ อิศรางกูร และ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
  • การเมืองใกล้โค้งสุดท้าย นับเวลาถอยหลังเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง….ระหว่าง สอง ป. กับ แผนยุทธศาสตร์ชาติ เป็นภารกิจหลักต้องไปต่อ…..กับ ครอบครัวเพื่อไทย ที่ต้องพลิกเกม ขั้วอำนาจ กลับมาเป็นรัฐบาลให้ได้……แลนด์สไลด์ ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย …..แต่ การจัดสรรขั้วการเมือง ระหว่าง ประชาธิปไตยอ่อนแอ กับ เผด็จการซ่อนรูป…ให้มีความสมดุลและลงตัวอย่างไรมากกว่า……การลงพื้นที่ เยาวราช ของสองว่าที่ แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย….ในวันที่ไม่มี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ไปสมทบ……มีแต่แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และ เศรษฐา ทวีสิน เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ มีอะไรในกอไผ่……เวลาเดียวกับ ฝั่งประชาธิปัตย์ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ควงมาดามเดียร์ วทันยา บุนนาค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. นำคณะเข้าขอพรศาลเจ้าพ่อเสือ โอกาสเทศกาลตรุษจีน…..พอจะเห็นความแตกต่างรำไร ในบริบทที่มีการหักเหลี่ยมเฉือนคม ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะสมาชิกแม่เหล็กของ รวมไทยสร้างชาติ ที่ควงแขน พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ร่วมกิจกรรมงานตรุษจีนที่เยาวราช….ล้อมหน้าล้อมหลังด้วย อดีตสมาชิก กปปส. …….ขอคะแนนพา ลุงตู่ กลับมาเป็นนายกฯอีกรอบ
จากเจมส์ แกลอรี่ - ณัฐพล หงษ์ศรีสุข ซีอีโอบริษัทเจมส์ แกลอรี่ กรุ๊ป มอบเงินจำนวน 200,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี ภัทรภณ หงษ์ศรีสุข, จิรายุ เตชะมา, วิเชน โพชนุกูล และ พรพรรณ พจนพริ้ง มาร่วมในพิธีด้วย ที่สำนักงาน นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
จากเจมส์ แกลอรี่ – ณัฐพล หงษ์ศรีสุข ซีอีโอบริษัทเจมส์ แกลอรี่ กรุ๊ป มอบเงินจำนวน 200,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี ภัทรภณ หงษ์ศรีสุข, จิรายุ เตชะมา, วิเชน โพชนุกูล และ พรพรรณ พจนพริ้ง มาร่วมในพิธีด้วย ที่สำนักงาน นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
  • ข้าง อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ควง ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ที่เพิ่งจะย้ายค่ายมาจาก เพื่อไทย ลงพื้นที่ ย่านห้วยขวาง รับฟังปัญหาชาวบ้าน …หวังปักธงภูมิใจไทยใน กทม.ให้สำเร็จ….ฉายภาพให้เห็นการเมือง ที่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย กันเต็มคาราเบล…………n ตามประสาคนหาข่าว….การรวมพรรค ระหว่าง สร้างอนาคตไทย และ ไทยสร้างไทย…ใกล้จะลงตัวด้วยเงื่อนไขที่ว่า สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็น แคนดิเดตนายกฯคนที่หนึ่ง….คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็น หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ…………n สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค…..ที่ยังลังเล พรรคชาติพัฒนากล้า ที่มี กรณ์ จาติกวณิช เป็นหัวหน้าพรรค เทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นเลขาธิการพรรค….เพิ่งจะผ่านการควบรวมพรรคมาสดๆร้อนๆ…..ทำได้แค่ จับมือเป็นพันธมิตร….ที่ต้องจับตา พรรคเสรีรวมไทย นำโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส…..ในสภาพที่สุขภาพยังไม่อำนวย…จะไปต่อหรือต้องพอแค่นี้…..การเมืองไทยก็ยังออกแบบไม่ได้อยู่ดี
แก้ปัญหา - สนั่น อังอุบลกุล นำคณะกรรมการหอการค้าไทยเข้าพบหารือ ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผวจ.อุทัยธานี พร้อมร่วมประชุมกับหอการค้า จ.อุทัยธานี เพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่ โดยมี ไพรัช บูรพชัยศรี, ชลอ โนรี และ วิรัช ตั้งประดิษฐ์ มาร่วมหารือด้วย ที่ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี วันก่อน.
แก้ปัญหา – สนั่น อังอุบลกุล นำคณะกรรมการหอการค้าไทยเข้าพบหารือ ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผวจ.อุทัยธานี พร้อมร่วมประชุมกับหอการค้า จ.อุทัยธานี เพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่ โดยมี ไพรัช บูรพชัยศรี, ชลอ โนรี และ วิรัช ตั้งประดิษฐ์ มาร่วมหารือด้วย ที่ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี วันก่อน.
  • เอ้า ไม่ใช่สภาที่รอแต่วันล่ม ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยุบสภาให้สิ้นเรื่องสิ้นราว….อาทิ ทัศนีย์ บูรณุ ปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ถ้าฝ่ายรัฐบาลคุมเสียงในสภาไม่ได้ก็ควรจะยุบ….หรือแม้แต่ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ที่เคยสร้างวีรกรรมงดออกเสียงเลือกนายกฯในสภา มาแล้ว… ถ้าสภาทำงานไม่ได้ก็ควรจะยุบสภา เป็นทางออกที่ดีที่สุด….โฟกัสไปที่ประเด็น การพิจารณากฎหมายกัญชา กัญชง…..ที่กลายเป็นสาเหตุของสภาล่มซ้ำซาก เป็นศึกวิวาทะระหว่าง ประชาธิปัตย์ กับ ภูมิใจไทย……เรื่องของเรื่องในชั้นกรรมาธิการ ประชาธิปัตย์ ขอให้ ภูมิใจไทย แก้ไขใน 13 ประเด็น…..แต่ ภูมิใจไทยยืนยันไม่มีการแก้ไข…..เลยต้องปิดประตูตาย กฎหมายกัญชา กัญชง ของ ภูมิใจไทย แบบถาวร……..เท่านั้นยังไม่พอ ในกรณีที่ คมนาคม ที่อยู่ภายใต้การกำกับการดูแลของ ภูมิใจไทย…จะนำ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม เข้าพิจารณาใน ครม.วันนี้…..จะเห็น รมต.พรรคประชาธิปัตย์ วอล์ก เอาต์ จากที่ประชุม ครม.ทันที……เนื้อไม่ได้กิน กระดูกไม่ได้รองนั่ง เรื่องอะไรจะเอากระดูกมาแขวนคอ จริงมะ
  • มองโลก พรรคแรงงานนิวซีแลนด์ กำลังเร่งหาผู้ชิงตำแหน่งนายกฯคนใหม่ แทน จาซินดา อาร์เดิร์น ที่ประกาศลาออก เพราะหมดไฟในการทำงานเปิดโอกาสให้คนที่เหมาะสมกว่าเข้ามาทำหน้าที่แทน…..คริส ฮิปกินส์ รมว.ศึกษาฯ มีแววมากที่สุด…ผิดกับบ้านเราแย่งกันเป็นแคนดิเดตนายกฯ ตั้งแต่ไก่โห่
ดีใจด้วย - แอนดรูว์–ศรีศุภางค์ มอริส, กุลชลี ศรีจันทร์, นพ.จอน ยังพิชิต และ พรชัย วรุณเทพรักษา มาร่วมในงานเลี้ยงแสดงความยินดีให้ สืบพงษ์ ชลิตอาภรณ์ ในโอกาสได้รับสิทธิบัตรเชื้อเพลิงพลังงานไฮโดรเจนแบรนด์ AQUA POWER จาก EU ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
ดีใจด้วย – แอนดรูว์–ศรีศุภางค์ มอริส, กุลชลี ศรีจันทร์, นพ.จอน ยังพิชิต และ พรชัย วรุณเทพรักษา มาร่วมในงานเลี้ยงแสดงความยินดีให้ สืบพงษ์ ชลิตอาภรณ์ ในโอกาสได้รับสิทธิบัตรเชื้อเพลิงพลังงานไฮโดรเจนแบรนด์ AQUA POWER จาก EU ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
อบรมอัยการ - นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด เป็นประธานปิดการอบรมนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูงของสำนักงานอัยการสูงสุด หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด รุ่นที่ 43 โดยมี อิทธิพร แก้วทิพย์, โกวิท ศรีไพโรจน์ และ เด่นเดือน กลั่นสอน มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ วันก่อน.
อบรมอัยการ – นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด เป็นประธานปิดการอบรมนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูงของสำนักงานอัยการสูงสุด หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด รุ่นที่ 43 โดยมี อิทธิพร แก้วทิพย์, โกวิท ศรีไพโรจน์ และ เด่นเดือน กลั่นสอน มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ วันก่อน.
  • ข่าวประชาสัมพันธ์ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศ ททท. จับมือพันธมิตรแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ 365 วันมหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน ภายใต้โครงการ Save Partner ต่อยอดความคึกคักของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ชวน ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เสนอดีลพิเศษ ผ่าน LAZADA พร้อมจัดทำ 365 Wonder Calendar รวบรวมเทศกาล กิจกรรม ประเพณี โปรแกรมท่องเที่ยว และเพลิดเพลินกับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ กระตุ้นการเดินทางภายในประเทศตลอดปีท่องเที่ยว 2566…..ฟื้นคืนเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยวอย่างเข้มข้นและมีนัยสำคัญ ผ่านแคมเปญ มหัศจรรย์เมืองไทยสวยแบบตะโกน แคมเปญ wonder Deal แคมเปญ CODE ลับ 365 พาเพื่อนเที่ยว สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ tourismthailand.org หรือ TAT Center 1672
เยี่ยมมาก - สุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ ฉลองเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ซีเนม่า โฉมใหม่พร้อมให้สัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงเหมือนอยู่บ้านครบครันด้วยระบบภาพและเสียง โดยมี สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ และ วัลยา จิราธิวัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล รามอินทรา วันก่อน.
เยี่ยมมาก – สุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ ฉลองเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ซีเนม่า โฉมใหม่พร้อมให้สัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงเหมือนอยู่บ้านครบครันด้วยระบบภาพและเสียง โดยมี สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ และ วัลยา จิราธิวัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล รามอินทรา วันก่อน.
  • ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ขอเชิญเที่ยวงาน ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก ระหว่าง 20-29 ม.ค.นี้ ที่บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาฉลอง 31 ปี เมืองมรดกโลก….พบกิจกรรมมากมายการแสดง สวนดอกไม้มุมถ่ายภาพพิเศษ สอบถามเพิ่มเติมที่ 0-2262-3456
  • เชิดชัย บุญชูช่วย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ ปตท. พร้อมด้วยโทรณ หงศ์ลดารมภ์ ผู้บริหารอรุณ พลัส ร่วมพิธีเปิดให้บริการสถานีอัดประจุ สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ภายใต้แบรนด์ ออน-ไอออน ในพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ก้าวสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
  • สังคมวันนี้ เวลา 08.30 น. นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธาน อบรมแพทย์เพื่อเป็นผู้ออกใบรับรองแพทย์สำหรับคนประจำเรือ ที่ห้องแมจิก 2 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น
ให้ชาวบ้าน - ดร.อัศวิน อิงคะกุล มอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคให้ชาวบ้านในโอกาสวันตรุษจีน โดยมี นุจรี วิบูลเชื้อ, อนัคพล อิงคะกุล, ลักษมีกานต์ อิงคะกุล, นันทนัทนิดา อิงคะกุล และ ปริญญา หงส์เลิศลักษณ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น วันก่อน.
ให้ชาวบ้าน – ดร.อัศวิน อิงคะกุล มอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคให้ชาวบ้านในโอกาสวันตรุษจีน โดยมี นุจรี วิบูลเชื้อ, อนัคพล อิงคะกุล, ลักษมีกานต์ อิงคะกุล, นันทนัทนิดา อิงคะกุล และ ปริญญา หงส์เลิศลักษณ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

ผวา โรคติตต่อปริศนาระบาดในอัฟกานิสถาน พบผู้เสียชีวิตแล้ว 21 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2611345

ผวา โรคติตต่อปริศนาระบาดในอัฟกานิสถาน พบผู้เสียชีวิตแล้ว 21 ศพ

24 ม.ค. 2566 19:00 น.

ผวา โรคติตต่อปริศนาระบาดในอัฟกานิสถาน พบผู้เสียชีวิตแล้ว 21 ศพ

เกิดโรคติดต่อปริศนา ระบาดในอัฟกานิสถาน พบผู้เสียชีวิตแล้ว 21 ศพ ขณะที่สื่อท้องถิ่นอ้างจนท.สาธารณสุขเผย อาการป่วยจากโรคปริศนา คล้ายกับโควิดอย่างมาก

เมื่อ 24 ม.ค. 2566 เดลี่เมลรายงานอ้างสื่อท้องถิ่นในอัฟกานิสถาน ยืนยันเกิดโรคติดต่อปริศนาระบาดทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอัฟกานิสถาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 21 ศพ โดยผู้เสียชีวิตจากโรคติดต่อปริศนาทั้งหมดอาศัยอยู่ในภูมิภาค Wakhan ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเทือกเขาสูง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอัฟกานิสถาน และมีชายแดนติดกับทาจิกิสถานและปากีสถาน โดยขณะนี้ หัวหน้าด้านสาธารณสุขของอัฟกานิสถานได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบอาการป่วยของโรคปริศนาแล้ว

อย่างไรก็ตาม จากรายงานของอัฟกานิสถาน ไทม์ส ระบุว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอัฟกานิสถานได้อธิบายถึงลักษณะอาการของโรคติดต่อปริศนานี้ว่า ละม้ายคล้ายคลึงกับอาการของโรคโควิด-19 อย่างมาก โดยพบผู้เสียชีวิตกลุ่มแรกเมื่อ 15 วันก่อน.

กัมพูชาลุยแล้ว จ่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง สายแรก ‘พนมเปญ-ปอยเปต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2611328

กัมพูชาลุยแล้ว จ่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง สายแรก ‘พนมเปญ-ปอยเปต’

24 ม.ค. 2566 18:26 น.

กัมพูชาลุยแล้ว จ่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง สายแรก ‘พนมเปญ-ปอยเปต’

กัมพูชาเตรียมสร้างทางรถไฟความเร็วสูงสายแรกของประเทศ เชื่อมพนมเปญ-ปอยเปต ชายแดนติดไทย คาดใช้งบประมาณ 1.3 แสนล้าน

เมื่อ 24 ม.ค. 2566 สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า กระทรวงโยธาธิการและการขนส่งของกัมพูชา เปิดเผยแผนการปรับปรุงทางรถไฟสายพนมเปญ-ปอยเปต ทางตอนเหนือ เป็นทางรถไฟความเร็วสูงสายแรกของประเทศ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.31 แสนล้านบาท)

บริษัท ไชน่า โรด แอนด์ บริดจ์ คอร์ปอเรชัน (CRBC) ของจีน ได้นำเสนอผลการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นของการปรับปรุงทางรถไฟที่เชื่อมระหว่างกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชากับเมืองปอยเปต ซึ่งมีพรมแดนติดกับไทย ต่อกระทรวงฯ เมื่อวันจันทร์ที่ (23 ม.ค.) ที่ผ่านมา

ผลการศึกษาเบื้องต้นชี้ว่าทางรถไฟความยาว 382 กิโลเมตร ต้องใช้เงินลงทุนมากกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งครอบคลุมหัวรถจักรไฟฟ้าและตู้รถไฟ ส่วนการก่อสร้างจะใช้เวลารวมราว 4 ปี โดยทางรถไฟความเร็วสูงจะกว้าง 1.43 เมตร มีความเร็วของการเดินรถ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมสถานีรายทาง 33 แห่ง และสะพานข้ามทางรถไฟมากกว่า 300 แห่ง

ซุน จันทอล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ คาดว่า งานก่อสร้างจะเริ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยทางรถไฟความเร็วสูงสายพนมเปญ-ปอยเปต จะรองรับการขนส่งและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะในเมืองและจังหวัดตามแนวเส้นทาง มุ่งเน้นการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าระหว่างกัมพูชาและไทยเป็นหลัก รวมถึงประเทศอื่นๆ ในอาเซียน

ปัจจุบันกัมพูชามีทางรถไฟสองสาย ได้แก่ ทางรถไฟสายเหนือที่เชื่อมกรุงพนมเปญกับเมืองปอยเปต ระยะทาง 382 กิโลเมตร และทางรถไฟสายใต้ที่เชื่อมกรุงพนมเปญและจังหวัดพระสีหนุ ระยะทาง 266 กิโลเมตร โดยทั้งสองสายสร้างขึ้นช่วงปี 1929-1969 และพังเสียหายช่วงสงครามกลางเมือง ปัจจุบันวิ่งให้บริการด้วยความเร็วเพียง 30-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น.

ขอบคุณข้อมูล-ภาพ: Xinhua

กิสเลน แม็กซ์เวลล์ เชื่อ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ‘นักค้ากามเด็ก’ ถูกฆาตกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2611123

กิสเลน แม็กซ์เวลล์ เชื่อ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ‘นักค้ากามเด็ก’ ถูกฆาตกรรม

24 ม.ค. 2566 17:51 น.

กิสเลน แม็กซ์เวลล์ เชื่อ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ‘นักค้ากามเด็ก’ ถูกฆาตกรรม

กิสเลน แม็กซ์เวลล์ อดีตไฮโซอังกฤษ เชื่อ เจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีอเมริกัน ฉายา นักค้ากามเด็ก ถูกฆาตกรรมในคุก ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย

เมื่อ 24 ม.ค.66 สื่อต่างประเทศรายงาน กิสเลน แม็กซ์เวลล์ อดีตไฮโซสาวชาวอังกฤษ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากห้องเยี่ยมผู้ต้องขัง ในเรือนจำที่สหรัฐฯ ในรายการ ‘ทอล์กทีวี’ ที่ออกอากาศเมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา จนสร้างความสั่นสะเทือนอีกครั้งต่อคดีค้ากามเด็กสาวที่เกี่ยวข้องกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีอเมริกัน และเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก ที่ถูกเวอร์จิเนีย จุฟเฟร์ หญิงอเมริกันเคยกล่าวหาพระองค์ล่วงละเมิดทางเพศขณะเธอเป็นผู้เยาว์ และต่อมา เจ้าชายแอนดรูว์ทรงยอมจ่ายเงินหลายล้านปอนด์ให้แก่จุฟเฟร์ เพื่อยอมความนอกศาล

แม็กซ์เวลล์ อ้างว่า เจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน อดีตเพื่อนสนิทของเธอ ไม่ได้ฆ่าตัวตายในห้องขัง แต่เขาถูกฆาตกรรม ‘ฉันเชื่อว่าเขาถูกฆ่า ตอนนั้นฉันตกใจ และสงสัยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร?’ แม็กซ์เวลล์ อดีตไฮโซ วัย 61 ปี ซึ่งกำลังรับโทษจำคุก 20 ปี หลังถูกศาลสหรัฐฯตัดสินกระทำความผิดในคดีค้าประเวณีและช่วยจัดหาเด็กสาวให้แก่นายเอปสตีนเพื่อส่งไปบำเรอกามให้แก่บรรดาลูกค้า  ยอมให้สัมภาษณ์กับสื่อเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เธอถูกจับกุมดำเนินคดีนี้ในสหรัฐฯ

กิสเลน แม็กซ์เวลล์ และเจฟฟรีย์ เอปสตีน
กิสเลน แม็กซ์เวลล์ และเจฟฟรีย์ เอปสตีน

ก่อนหน้านี้ เจฟฟรีย์ เอปสตีน เจ้าของฉายา ‘นักค้ากามเด็ก’ ได้ถูกพบว่าเสียชีวิตอยู่ภายในห้องขังในเรือนจำที่ย่านแมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์ก เมื่อปี 2562 ก่อนการดำเนินคดีในข้อหาค้าประเวณีเด็กสาวจะเริ่มขึ้น และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯได้สรุปสาเหตุการเสียชีวิตของนายเอปสตีนว่า เนื่องจากฆ่าตัวตาย



นอกจากนี้ แม็กซ์เวลล์จะพูดถึงการเสียชีวิตของนายเอปสตีนแล้ว เธอยังเรียกเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก ว่าเป็น ‘เพื่อนรัก’ของเธอ พร้อมกับแสดงความเห็นถึงรูปถ่ายที่ถูกใช้เป็นหลักฐานสำคัญว่าเจ้าชายแอนดรูว์ทรงเคยพบกับเวอร์จิเนีย จุฟเฟร์ ขณะยังเป็นสาว ที่บ้านของเธอว่า รูปนี้เป็นรูปปลอม ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญบางคนบอกว่าอาจมีการใช้โปรแกรมโฟโต้ชอป 

‘มันเป็นรูปปลอม ฉันไม่เชื่อว่ามันเป็นรูปจริงแม้แต่วินาทีเดียว เพราะฉันมั่นใจว่ามันไม่ใช่รูปจริง’ แม็กซ์เวลล์ กล่าว

ขณะที่ เจ้าชายแอนดรูว์ ยังเคยตรัสด้วยว่า พระองค์ไม่คิดว่ารูปนี้เป็นรูปจริง พร้อมอ้างว่า พระองค์ไม่เคยโอบเอวหรือแสดงกริยาแบบนี้กับผู้หญิงอื่นในที่สาธารณะ

ที่มา : metro

Latest Articles1010

0:07/0:50

องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ เสนอฉีดวัคซีนโควิดปีละครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2610931

องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ เสนอฉีดวัคซีนโควิดปีละครั้ง

24 ม.ค. 2566 14:10 น.

องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ เสนอฉีดวัคซีนโควิดปีละครั้ง

สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือเอฟดีเอ เสนอให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่พลเมืองปีละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ เหมือนการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี


หลังจากนี้ชาวอเมริกันอาจจะไม่จำเป็นต้องกังวลกับจำนวนการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของตัวเองอีกต่อไป หลังจากสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือเอฟดีเอ ได้เสนอให้รัฐบาลสหรัฐฯ พิจารณาฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ให้แก่ผู้ใหญ่สุขภาพแข็งแรงปีละ 1 ครั้ง ขณะที่เด็กโต ผู้สูงวัย หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ให้ฉีดปีละ 2 ครั้ง

โดยเอกสารจากทางเอฟดีเอที่เผยแพร่ทางออนไลน์ระบุว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ต่างมีภูมิคุ้มกันโรคโควิดกันบ้างแล้ว ทั้งจากการฉีดวัคซีน รวมทั้งจากการติดเชื้อ หรือทั้งสองอย่าง โดยประชากรชาวอเมริกันมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส แต่มีเพียงแค่ 16 เปอร์เซ็นต์ ที่รับวัคซีนเข็มกระตุ้นที่ทางภาครัฐจัดหาให้เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว

พร้อมกันนี้ยังมีการเสนอไปยังบริษัทผู้ผลิตวัคซีนโควิดให้มีการปรับเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอตามสายพันธุ์ไวรัสโรคโควิด-19 เพื่อให้วัคซีนมีประสิทธิภาพในการต้านโรค คล้ายกับการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่มีการปรับเปลี่ยนทุกปี อย่างไรก็ตามข้อเสนอทั้งหมดนี้จะต้องมีการหารือกันอีกครั้งในคณะที่ปรึกษาภายนอกของเอฟดีเอในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดก่อนประกาศออกมาเป็นนโยบายต่อไป โดยข้อเสนอนี้มีขึ้นหลังจากที่ชาวอเมริกันแทบจะไม่ให้ความสำคัญกับการไปฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นกันแล้ว.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

“บิล เกตส์” ลงทุนสตาร์ทอัพออสเตรเลีย ลดปล่อยก๊าซมีเทนจาก “วัวเรอ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2610873

"บิล เกตส์" ลงทุนสตาร์ทอัพออสเตรเลีย ลดปล่อยก๊าซมีเทนจาก "วัวเรอ"

24 ม.ค. 2566 13:37 น.

“บิล เกตส์” ลงทุนสตาร์ทอัพออสเตรเลีย ลดปล่อยก๊าซมีเทนจาก “วัวเรอ”

บิลล์ เกตส์ มหาเศรษฐีพันล้าน ลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีสภาพอากาศของออสเตรเลีย ซึ่งมีแผนจะลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากการเรอของวัว

ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์แสดงความสนใจอย่างชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของการผลิตเนื้อสัตว์ เนื่องจากมีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกที่พบมากที่สุดรองจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยปศุสัตว์ เช่น วัว แพะ และกวาง จะผลิตก๊าซมีเทนเมื่อกระเพาะของพวกมันทำลายเส้นใยแข็ง เช่น หญ้า เพื่อการย่อยอาหาร กระบวนการหมักนี้จะสร้างก๊าซมีเทน ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกปล่อยออกมา

ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัย แสดงให้เห็นว่าการให้อาหารวัวด้วยสาหร่ายสามารถลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้อย่างมาก

รูมินเอท (Rumin8) บริษัทสตาร์ทอัพในเมืองเพิร์ท กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งจำลองแบบสังเคราะห์จากสาหร่ายทะเลสีแดง ซึ่งจะหยุดการสร้างก๊าซมีเทน

บริษัทระบุในแถลงการณ์ว่าได้ระดมทุน 12 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 390 ล้านบาท) ในรอบการระดมทุนที่นำโดยกองทุน Breakthrough Energy Ventures ซึ่งบิล เกตส์ก่อตั้งขึ้นในปี 2558 นอกจากนี้ บริษัทด้านการลงทุนยังได้รับการสนับสนุนจากเจฟฟ์ เบซอส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอมะซอน และแจ็ค หม่า ผู้ร่วมก่อตั้งอาลีบาบา

เดวิด เมสซินา กรรมการผู้จัดการของ รูมินเอท กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งกับการต้อนรับที่เราได้รับจากกองทุนผลกระทบต่อสภาพอากาศทั่วโลก เราต้องการที่จะจัดหาเงินทุนในการแก้ปัญหาการปล่อยก๊าซมีเทนในลำไส้จากปศุสัตว์ และโชคดีพวกเขาเห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีของเรา” 

เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว นิวซีแลนด์ เสนอให้เก็บภาษีก๊าซเรือนกระจกที่สัตว์เลี้ยงในฟาร์มผลิตจากการเรอและปัสสาวะเพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งโครงการในลักษณะดังกล่าวถือเป็นโครงการแรกของโลก โดยเกษตรกรจ่ายเงินสำหรับการปล่อยมลพิษทางการเกษตรในบางรูปแบบภายในปี 2568

เกือบครึ่งหนึ่งของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศมาจากการเกษตร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นก๊าซมีเทน

ในปี 2562 ก๊าซมีเทนในชั้นบรรยากาศมีระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมประมาณ 2 เท่าครึ่ง

สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กังวลก็คือ ก๊าซมีเธนเป็นก๊าซที่มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้โลกร้อนขึ้น โดยโมเลกุลของมีเทนแต่ละโมเลกุลมีผลทำให้บรรยากาศร้อนขึ้นมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โมเลกุลเดี่ยว.

อเมริกันช็อก กราดยิงในแคลิฟอร์เนียอีก ตาย 7 ศพ รวบมือปืนเชื้อสายเอเชีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2610836

อเมริกันช็อก กราดยิงในแคลิฟอร์เนียอีก ตาย 7 ศพ รวบมือปืนเชื้อสายเอเชีย

24 ม.ค. 2566 12:41 น.

อเมริกันช็อก กราดยิงในแคลิฟอร์เนียอีก ตาย 7 ศพ รวบมือปืนเชื้อสายเอเชีย

กราดยิงในรัฐแคลิฟอร์เนียอีกแล้ว มือปืนบุกกราดยิง 2 แห่ง ในเมืองฮาล์ฟ มูน เบย์ ตาย 7 ศพ จนท.รวบชายสูงอายุเชื้อสายเอเชีย หลัง 2 วันก่อนเพิ่งเกิดเหตุกราดยิงที่เมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก ตาย 11 ศพ

เมื่อ 24 ม.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุกราดยิง 2 แห่งซ้อนในวันเดียว ที่เมืองฮาล์ฟ มูน เบย์ เมืองเล็กๆ ริมฝั่งทะเล ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 23 ม.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 7 ศพ บาดเจ็บ 1 ราย หลังจาก 2 วันก่อน เพิ่งเกิดเหตุกราดยิงที่เมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก ซึ่งเป็นเมืองชุมชนคนเชื้อสายเอเชียในสหรัฐฯ เสียชีวิต 11 ศพ จนนับเป็นหนึ่งในเหตุกราดยิงครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของรัฐแคลิฟอร์เนีย

เหตุกราดยิง 2 แห่ง บริเวณชานมืองฮาล์ฟ มูน เบย์ ห่างจากนครซานฟรานซิสโก ไปทางใต้ประมาณ 50 กิโลเมตร เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยเหตุกราดยิงแห่งแรกเกิดขึ้นที่ฟาร์มเห็ด และแห่งที่ 2 เป็นที่บริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 3.6 กิโลเมตร โดยต่อมา เจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมชายต้องสงสัย เป็นมือปืนก่อเหตุกราดยิงได้ เป็นคนงานชายสูงอายุ เชื้อสายเอเชีย ชื่อว่า Zhao Chunli (จ้าว ชุนหลี่) วัย 67 ปี 

บริเวณที่เกิดเหตุกราดยิงแห่งหนึ่งในเมืองฮาล์ฟ มูน เบย์  รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2566
บริเวณที่เกิดเหตุกราดยิงแห่งหนึ่งในเมืองฮาล์ฟ มูน เบย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2566

นายอำเภอคริสตินา คอร์ปัส แถลงข่าวในช่วงค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุกราดยิง พบผู้เสียชีวิต 4 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน ในบริเวณที่เกิดเหตุกราดยิงแห่งแรก ปรากฏว่าต่อมาไม่นานนัก ได้เกิดเหตุกราดยิงแห่งที่ 2 ในบริเวณใกล้ๆ กัน และพบผู้เสียชีวิตอีก 3 ศพ

‘นี่เป็นโศกนาฏกรรมสะเทือนใจสำหรับชุมชนและคนในครอบครัวที่ต้องมาประสบกับเหตุรุนแรงที่ไม่สามารถบรรยายได้’นายอำเภอคริสตินา คอร์ปัส  กล่าวด้วยความเสียใจ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับเหตุกราดยิงทั้งสองแห่งที่บริเวณชานเมืองฮาล์ฟ มูน เบย์ รวมทั้งมูลเหตุจูงใจ ก่อนที่ประมาณ 2 ชั่วโมงต่อมา คนงานชายต้องสงสัยได้ถูกนำตัวขึ้นรถยนต์ของผู้ช่วยนายอำเภอ มายังสำนักงานนายอำเภอ และเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเขาลงมือก่อเหตุสะเทือนขวัญเพียงลำพัง

ทั้งนี้ เหตุกราดยิงที่เมืองฮาล์ฟ มูน เบย์ ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 12,000 คน เกิดขึ้นหลังจากเพิ่งเกิดเหตุกราดยิงที่คลับเต้นรำในเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก ซึ่งอยู่ห่างจากนครลอสแอนเจลิสเพียง 11 กิโลเมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 ศพ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 21 ม.ค. ซึ่งต่อมา ชายต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิง ได้ยิงปลิดชีพฆ่าตัวตายในรถตู้สีขาวของเขาเอง และต่อมาทราบชื่อว่า นาย Huu Can Tran เป็นชายชราเชื้อสายเอเชีย อายุ 72 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบหามูลเหตุจูงใจ

หนูน้อย 8 ขวบ ทายาทธุรกิจเพชรอินเดีย ทิ้งมรดก 2,000 ล้าน บวชเป็นแม่ชี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2610816

หนูน้อย 8 ขวบ ทายาทธุรกิจเพชรอินเดีย ทิ้งมรดก 2,000 ล้าน บวชเป็นแม่ชี

24 ม.ค. 2566 12:18 น.

หนูน้อย 8 ขวบ ทายาทธุรกิจเพชรอินเดีย ทิ้งมรดก 2,000 ล้าน บวชเป็นแม่ชี

เทวัญชิ สังห์วี (Devanshi Sanghvi) เด็กหญิงอินเดียวัย 8 ขวบ ทายาทธุรกิจค้าเพชร ตัดสินใจละทิ้งทรัพย์สมบัติกว่า 2,000 ล้านบาท และบวชเป็นแม่ชีในศาสนาเชน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เทวัญชิ ลูกสาวคนโตของ ธเนศ และ เอมี สังห์วี ได้ประกาศละทางโลกและบวชเป็นแม่ชี เธอถือเป็นหนึ่งในผู้คนกว่า 4.5 ล้านคนที่นับถือศาสนาเชน ซึ่งเป็นหนึ่งในศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งมีต้นกำเนิดในอินเดียเมื่อกว่า 2,500 ปีก่อน

นักวิชาการด้านศาสนา กล่าวว่า จำนวนผู้นับถือศาสนาเชนที่ละทิ้งโลกแห่งวัตถุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่ากรณีที่เกี่ยวข้องกับเด็กอายุเท่าเทวัญชี จะไม่ใช่เรื่องปกติก็ตาม

พิธีบวชเมื่อวันพุธที่ผ่านมาในเมืองสุรัต ในรัฐคุชราต ทางตะวันตกของอินเดีย ซึ่งเทวันชีรับคำปฏิญาณในการสละกิเลสทางโลกต่อหน้าพระสงฆ์อาวุโสในศาสนาเชน โดยมีผู้เข้าร่วมพิธีหลายหมื่นคน

เทวัญชิเดินทางมาพร้อมกับพ่อแม่ของเธอ ในชุดที่ประดับด้วยเพชรพลอยและสวมชุดผ้าไหมเนื้อดี พร้อมมงกุฎเพชรประดับอยู่บนศีรษะของเธอ หลังจากเสร็จพิธี เธอยืนอยู่กับแม่ชีคนอื่นๆ สวมชุดส่าหรีสีขาวซึ่งคลุมศีรษะที่โกนแล้ว โดยเธอถือไม้กวาดสำหรับใช้ปัดแมลงออกในขณะที่กำลังเดิน เพื่อหลีกเลี่ยงการเหยียบพวกมันโดยไม่ตั้งใจ และตั้งแต่นั้นมา เทวัญชิ ก็อาศัยอยู่ในวัดที่พระสงฆ์และแม่ชีของศาสนาเชนอาศัยอยู่

กีรติ ชาห์ พ่อค้าเพชรในเมืองสุรัต ผู้เป็นเพื่อนของครอบครัว และนักการเมืองท้องถิ่นจากพรรคภาราติยา ชนตะ กล่าวว่า “เธอไม่สามารถอยู่บ้านได้อีกต่อไป พ่อแม่ของเธอไม่ใช่พ่อแม่ของเธออีกต่อไป เพราะตอนนี้เธอเป็นแม่ชี จากนี้เธอจะต้องเดินด้วยเท้าเปล่า ไม่สามารถใช้บริการขนส่งใดๆ ได้ เธอจะนอนบนผ้าปูสีขาวบนพื้น และไม่สามารถรับประทานอาหารได้หลังพระอาทิตย์ตกดิน”

ทั้งนี้ เทวัญชิ เข้าร่วมนิกายที่ยอมรับนักบวชที่เป็นเด็ก ส่วนนิกายอื่นยอมรับเฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น

เป็นที่ทราบกันดีว่าพ่อแม่ของเทวัญชินั้น “เคร่งศาสนามาก” และสื่ออินเดียได้อ้างคำพูดของเพื่อนของครอบครัวว่า เด็กหญิงคนนี้ “มีความสนใจด้านจิตวิญญาณตั้งแต่เธอยังเด็ก”

หนังสือพิมพ์ ไทม์ส ออฟ อินเดีย รายงานว่า เทวัญชิไม่เคยดูโทรทัศน์ ภาพยนตร์ หรือไปห้างสรรพสินค้าและร้านอาหาร เธอยังสวดมนต์วันละ 3 ครั้ง และถือศีลอดตั้งแต่อายุ 2 ขวบ.