แบงก์ใหญ่สหรัฐฯ อัดฉีดเงินกว่า 1 ล้านล้าน อุ้มธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2656496

แบงก์ใหญ่สหรัฐฯ อัดฉีดเงินกว่า 1 ล้านล้าน อุ้มธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิก

17 มี.ค. 2566 14:28 น.

แบงก์ใหญ่สหรัฐฯ อัดฉีดเงินกว่า 1 ล้านล้าน อุ้มธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิก

กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ได้อัดฉีดเงินกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 1.02 ล้านล้านบาท ให้กับธนาคารระดับภูมิภาคขนาดเล็กอย่าง “เฟิร์สท์ รีพับลิก” (First Republic) ซึ่งถูกมองว่ามีความเสี่ยงที่จะล่มสลาย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่ในสหรัฐฯ กำลังพยายามระงับความตื่นตระหนกเกี่ยวกับสถานการณ์ของระบบธนาคาร หลังจากธนาคารหลายแห่งในสหรัฐฯ ล่มสลายลง

หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ เรียกความเคลื่อนไหวนี้ว่า “น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง” ขณะที่ธนาคารต่างๆ กล่าวว่าการยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือของธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งของสหรัฐฯ สะท้อนถึงสภาวะความเชื่อมั่นที่มีต่อระบบการเงินของประเทศ

รายงานแผนความช่วยเหลือจากธนาคาร 11 แห่ง ที่นำโดย เจพี มอร์แกน (JP Morgan), ซิตี้กรุ๊ป (Citigroup), แบงก์ออฟอเมริกาคอร์ปอเรชั่น, เวลส์ ฟาร์โก (Wells Fargo), โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) และมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) ช่วยยกระดับตลาดการเงิน และส่งผลหุ้นในธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิก พุ่งขึ้นมากกว่า 20% ณ จุดหนึ่ง ส่งผลทำให้การซื้อขายหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม ได้เกิดการเทขายขึ้นอีกครั้งในการซื้อขายนอกเวลาทำการ ซึ่งเป็นสัญญาณว่ายังคงมีความกังวลอยู่

ราคาหุ้นของธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิก ซึ่งตั้งอยู่ในนครซานฟรานซิสโก ดิ่งลงเกือบ 70% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าที่นี่อาจเป็นธนาคารแห่งต่อไปที่อาจเสี่ยงที่ลูกค้าจะแห่ถอนเงินฝากอย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่การเงินของสหรัฐฯ กล่าวว่า การสนับสนุนของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่นี้เป็นสิ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่ง และแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของระบบธนาคาร

ปัญหาในภาคการธนาคารปรากฏขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อธนาคารซิลิคอนวัลเลย์ (SVB) ซึ่งเป็นผู้ให้กู้รายใหญ่อันดับ 16 ของประเทศ เข้าสู่ภาวะล่มสลาย ซึ่งนับเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุดของธนาคารสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2551 และอีกสองวันต่อมาธนาคารซิกเนเจอร์ ที่ตั้งอยู่ในนครนิวยอร์ก เผชิญภาวะล่มสายเช่นกัน

ข้อตกลงดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างผู้คร่ำหวอดในวงการการเงิน ได้แก่ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ, เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด และเจมี ไดมอน ซีอีโอของเจพี มอร์แกน เชส ซึ่งได้หารือเกี่ยวกับข้อตกลงในสัปดาห์นี้

ในขณะที่การสนับสนุนครั้งนี้ได้ช่วยป้องกันการล่มสลายที่ใกล้เข้ามา นักลงทุนต่างตื่นตระหนกกับการเปิดเผยสถานะเงินสดของ ธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิก ที่ล่าช้า แม้หลังจากการอัดฉีดเงิน และจำนวนเงินที่เฟิร์สท์ รีพับลิกและธนาคารอื่นๆ ต้องพึ่งพาเฟดในเดือนนี้เพื่อรับการสนับสนุน ข้อมูลในวันพฤหัสบดีแสดงให้เห็นว่าธนาคารต่างๆ ในสหรัฐฯ ต้องการเงินฉุกเฉินเพื่อเสริมสภาพคล่องจากเฟดเป็นจำนวนสูงเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่วันมานี้ ซึ่งผลักดันขนาดงบดุลของเฟดหลังจากหดตัวมานานหลายเดือน.

ฝรั่งเศสประท้วงเดือด หลังรัฐบาลใช้อำนาจพิเศษผ่านกฎหมายเพิ่มอายุเกษียณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2656420

ฝรั่งเศสประท้วงเดือด หลังรัฐบาลใช้อำนาจพิเศษผ่านกฎหมายเพิ่มอายุเกษียณ

17 มี.ค. 2566 12:46 น.

ฝรั่งเศสประท้วงเดือด หลังรัฐบาลใช้อำนาจพิเศษผ่านกฎหมายเพิ่มอายุเกษียณ

ตำรวจในกรุงปารีสปะทะกับผู้ประท้วง หลังนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจพิเศษที่ให้สิทธิรัฐบาลผ่านร่างกฎหมายการปฏิรูปบำนาญได้โดยไม่ต้องผ่านการลงมติจากสภา

โดยประชาชนจำนวนมากรวมตัวกันที่จัตุรัส ปลาส เดอ ลา คองคอร์ด เพื่อแสดงการคัดค้านการเพิ่มอายุเกษียณจาก 62 เป็น 64 ปี ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการโต้เถียงทางการเมืองและการนัดหยุดงานต่อเนื่องเป็นเวลาสองเดือน

รัฐบาลของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ประกาศใช้มาตราพิเศษในรัฐธรรมนูญ เพื่อผลักดันแผนปฏิรูปบำนาญโดยไม่ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร โดยเอลิซาเบธ บอร์น นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ประกาศการใช้มาตรา 49:3 ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้สิทธิรัฐบาลกลางในการผ่านร่างกฎหมายได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการลงมติจากสภา

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นไม่กี่นาทีก่อนที่ ส.ส. จะต้องลงมติในร่างกฎหมายปฏิรูประบบบำเหน็จบำนาญ หลังจากที่ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลพิจารณาดูแล้วว่าแผนปฏิรูประบบบำนาญของมาครงมีแนวโน้มไม่ผ่านความเห็นชอบในสภาผู้แทนราษฎร แม้วุฒิสภามีมติเห็นชอบแผนดังกล่าวมาแล้วก็ตาม 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดความไม่พอใจในกลุ่มนักการเมืองฝ่ายค้าน หลายคนโห่ร้องนายกรัฐมนตรี ร้องเพลง “ลา มาร์เซยแยส” (La Marseillaise) ซึ่งเป็นเพลงชาติฝรั่งเศส และชูป้ายประท้วงในรัฐสภา ด้านนางมารีน เลอ แปง ผู้นำฝ่ายค้านฝ่ายขวาจัดได้เสนอให้มีการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง 

ผู้คนหลายพันคนออกมาตามท้องถนนในกรุงปารีสและเมืองอื่นๆ ของฝรั่งเศส เพื่อปฏิเสธการเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยมีการร้องเพลงชาติ และโบกธงสหภาพแรงงาน ผู้ประท้วงบางรายได้ปะทะกับตำรวจในช่วงเย็น และมีการไฟจุดขึ้นกลางจัตุรัส ปลาส เดอ ลา คองคอร์ด ทำให้ตำรวจพร้อมโล่และกระบองต้องยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุม โดยมีรายงานผู้ถูกจับกุม 120 คน

ด้านสหภาพแรงงานประกาศว่าจะแสดงคัดค้านแผนปฏิรูปบำนาญ โดยสมาพันธ์แรงงานแห่งชาติ (CGT) ระบุว่าจะมีการหยุดงานประท้วงและการเดินขบวนอีก 1 วันในวันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม

บรรดาพรรคฝ่ายค้านกล่าวว่าพวกเขาจะยื่นขอลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งจะมีการลงมติในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และอาจจะเป็นวันจันทร์นี้ หลายฝ่ายคาดว่ารัฐบาลอาจไม่ได้รับเสียงสนับสนุน เนื่องจาก ส.ส. ฝ่ายอนุรักษ์นิยมส่วนใหญ่ไม่ได้รับการคาดหมายว่าจะลงมติไว้วางใจ เว้นแต่จะมีการตั้งกลุ่มพันธมิตรของ ส.ส. จากทุกฝ่าย ตั้งแต่ฝ่ายซ้ายสุดไปจนถึงฝ่ายขวาสุด และรวมถึงฝ่ายอนุรักษ์นิยมด้วย.

เฟรนช์บูลด็อกแซงหน้าลาบราดอร์ครองตำแหน่งสุนัขยอดนิยมในสหรัฐฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2656395

เฟรนช์บูลด็อกแซงหน้าลาบราดอร์ครองตำแหน่งสุนัขยอดนิยมในสหรัฐฯ

17 มี.ค. 2566 12:34 น.

เฟรนช์บูลด็อกแซงหน้าลาบราดอร์ครองตำแหน่งสุนัขยอดนิยมในสหรัฐฯ

สมาคมผู้เพาะพันธุ์สุนัขแห่งสหรัฐฯ ประกาศให้สุนัขพันธุ์เฟรนช์บูลด็อกขึ้นแท่นเป็นสุนัขยอดนิยมในสหรัฐฯ แทนที่สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

ตลอด 31 ปีที่ผ่านมา สุนัขสายพันธุ์ลาบราดอร์ได้ครองตำแหน่งสุนัขพันธุ์ยอดนิยมที่สุดในสหรัฐฯ มาตลอดจนถึงปี 2565 ขณะที่เฟรนช์บูลด็อกค่อยๆ ไต่อันดับความนิยมขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อปีที่แล้วมีการลงทะเบียนเลี้ยงสุนัขพันธุ์เฟรนช์บูลด็อกรายใหม่ถึง 108,000 ราย เพิ่มขึ้นมาถึง 10 เท่าในรอบ 10 ปี มากกว่าลาบราดอร์ถึง 21,000 ราย

ขณะที่การลงทะเบียนเลี้ยงสุนัขราว 200 สายพันธุ์ของสมาคมผู้เพาะพันธุ์สุนัขแห่งสหรัฐฯ (American Kennel Club หรือ AKC) พบว่าเป็นสุนัขพันธุ์เฟรนช์บูลด็อกมากถึง 1 ใน 7 จากจำนวนสุนัขกว่า 716,500 ตัวที่ลงทะเบียนเมื่อปีที่แล้ว

สุนัขสายพันธุ์เฟรนช์บูลด็อกมีถิ่นกำเนิดในอังกฤษก่อนที่จะกลายไปเป็นสายพันธุ์ในฝรั่งเศส โดยสุนัขสายพันธุ์นี้เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นหลังจากที่มีดาราจำนวนมากหันมาเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ ไม่ว่าจะเป็นลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ, เมแกน ทรี สตาเลียน ซึ่งจากความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้น สุนัขสายพันธุ์นี้ยังตกเป็นเป้าหมายของบรรดาโจรขโมยสุนัขอีกด้วย

โดยสุนัขพันธุ์เฟรนช์บูลด็อกเป็นสุนัขที่มีลักษณะเด่นที่ใบหูใหญ่กว้างเหมือนค้างคาว มีนิสัยที่สามารถเข้ากันได้ดีกับสัตว์อื่นๆ และเป็นมิตรกับคน ขณะที่ลาบราดอร์เป็นสุนัขที่เป็นมิตรและมีความกระตือรือร้น โดยจากการจัดอันดับสุนัขที่ชาวอเมริกันนิยมเลี้ยงของทางสมาคมฯ ล่าสุด 10 อันดับ ได้แก่ เฟรนช์บูลด็อก ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ โกลเดนรีทรีฟเวอร์ เยอรมันเชพเพิร์ด พุดเดิ้ล บูลด็อก ร็อตไวเลอร์ บีเกิล ดัชชุน และเยอรมันพอยน์เตอร์ขนสั้น.

ที่มา : เอพี

สงครามบานปลาย โปแลนด์ ชาติแรกนาโต ส่งเครื่องบินขับไล่ Mig ไปช่วยยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2656328

สงครามบานปลาย โปแลนด์ ชาติแรกนาโต ส่งเครื่องบินขับไล่ Mig ไปช่วยยูเครน

17 มี.ค. 2566 11:12 น.

สงครามบานปลาย โปแลนด์ ชาติแรกนาโต ส่งเครื่องบินขับไล่ Mig ไปช่วยยูเครน

โปแลนด์ประกาศจะส่งเครื่องบินขับไล่ Mig-29 ไปช่วยยูเครนแล้ว ทำให้กลายเป็นสมาชิกนาโตชาติแรกที่ส่งเครื่องบินรบไปช่วยยูเครน หลังสงครามรัสเซีย-ยูเครนเข้าสู่ปีที่ 2

สงครามรัสเซีย-ยูเครนบานปลายขณะเข้าสู่ปีที่ 2 รัฐบาลโปแลนด์ประกาศเมื่อ 16  มีนาคม 2566 ตามเวลาท้องถิ่นว่า โปแลนด์จะส่งเครื่องบินขับไล่ ‘Mig-29’ ยุคอดีตสหภาพโซเวียต จำนวน 4 ลำไปช่วยยูเครนสู้รบกับรัสเซียแล้ว ทำให้โปแลนด์กลายเป็นชาติแรกของสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่ส่งเครื่องบินรบไปช่วยยูเครน หลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินส่งกองทหารรัสเซียทำสงครามในยูเครนตั้งแต่ 24 ก.พ. 2565

ประธานาธิบดีอันด์แชย์ ดูดา แห่งโปแลนด์กล่าวว่า โปแลนด์จะส่งเครื่องบินขับไล่ ‘Mig-29’ ไปช่วยยูเครนในไม่กี่วันที่จะถึง ในขณะที่ชาติอื่นๆ จะส่งไปช่วยต่อไปในวันข้างหน้า

สงครามรัสเซีย-ยูเครน เข้าสู่ปีที่ 2 หลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เปิดฉากส่งกองทหารรัสเซียทำสงครามในยูเครน ตั้งแต่ 24 ก.พ.2565
สงครามรัสเซีย-ยูเครน เข้าสู่ปีที่ 2 หลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เปิดฉากส่งกองทหารรัสเซียทำสงครามในยูเครน ตั้งแต่ 24 ก.พ.2565

บีบีซีระบุว่าถึงแม้การส่งเครื่องบินขับไล่ ‘Mig-29’ ไปช่วยเสริมกำลังป้องกันภัยทางอากาศให้กับยูเครน จะได้รับคำขอบคุณจากยูเครน แต่ก็มีการคาดการณ์กันว่าเครื่องบินขับไล่รุ่นเก่านี้ไม่ได้ทำให้ได้ชัยชนะอย่างเด็ดขาดในสงคราม

โดยสาเหตุที่สมาชิกนาโตชาติอื่นๆ กำลังพิจารณาจะส่งเครื่องบินขับไล่ ‘Mig’ยุคอดีตสหภาพโซเวียตไปช่วยยูเครนนั้น เนื่องจากนักบินยูเครนเคยได้รับการฝึกหัดและสามารถขับเครื่องบินขับไล่ในยุคนี้ได้

ก่อนหน้านี้ ทางการยูเครนเคยขอร้องให้ชาติตะวันตกส่งเครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัย อย่างเช่น เครื่องบินขับไล่ F-16 มาให้แก่ยูเครนสู้กับรัสเซีย แต่ก็ยังติดปัญหาในเรื่องการฝึกสอนขับเครื่องบินขับไล่ที่ล้ำสมัยเหล่านี้ให้แก่นักบินยูเครน

ขณะนี้ สหราชอาณาจักรกำลังฝึกสอนนักบินยูเครนขับเครื่องบินรบที่มีความทันสมัยตามมาตรฐานของนาโต แต่ก็ติดปัญหาที่ต้องใช้ระยะเวลานานในการฝึกสอนการขับเครื่องบินรบที่มีความล้ำสมัยเหล่านี้ ในขณะที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐฯ เคยประกาศว่าสหรัฐฯ จะไม่ส่งเครื่องบินขับไล่ไปช่วยยูเครน

ที่มา : BBC

‘ปิยบุตร’ชี้ ก้าวไกล ต้องเป็นความหวังของการเมือง ทางออกแก้เกม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545079

18 มี.ค. 2566

'ปิยบุตร'ชี้ ก้าวไกล ต้องเป็นความหวังของการเมือง ทางออกแก้เกม

‘ปิยบุตร’ มองเกมแลนด์สไลด์ พรรคก้าวไกล ต้องเดินหน้าชูธงความหวังทางการเมืองแบบใหม่ ตั้งโจทย์ประเทศจะต้องแก้ไขอะไร


รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก? สนทนากับ รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล หลังจาก พรรคเพื่อไทยประกาศชัดมุ่งเป้าหมาย 310 เสียง ย่อมสงส่งผลกระทบต่อพรรคการเมืองแนวร่วมฝ่ายประชาธิปไตย สำคัญที่สุด คือ พรรคก้าวไกล จะได้คะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้เท่าไหร่ 

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก? รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก?
รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล กล่าวถึงการที่ต้องยอมลดเพดานทางการเมืองของก้าวไกล หากมีความจำเป็นต่อสถานการณ์ว่า อำนาจการตัดสินใจทั้งหมด เป็นของกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และพิจารณาประกอบกับจำนวนสส.ที่จะได้มากับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ถ้ามองในฐานะผู้สังเกตการณ์ มอง 2 เรื่องใหญ่ๆ อย่างแรก การเมืองในระบบรัฐสภา เป็นธรรมดาที่จะต้องมีการประนีประนอมกันอยู่บ้าง ไม่สามารถที่จะกินรวบทั้งกระดาน หรือทำอะไรตามที่คาดหวังไว้ได้ทั้งหมด เพียงแต่ว่าจุดสมดุลที่จะทำให้สามารถเข้าไปทำงานได้ พร้อมๆ กับการมั่นคงในจุดยืน คงจะต้องดูเป็นกรณีๆไป

รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล

ยกตัวอย่างถ้าไปยื่นเงื่อนไขการกระจายอำนาจ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 การปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ถ้าได้เรื่องเหล่านี้ อาจจะเสียไปบางเรื่อง ก็ต้องมีการไปชั่งน้ำหนักพิจารณาดู ว่าคุ้มไหมกับการเข้าไปร่วม หรือไม่ได้มาในเรื่องที่เป็นเงื่อนไข พิจารณาแล้วในองค์ประกอบสภาชุดที่จะมาหลังการเลือกตั้งยังไงทำไม่ได้ ก็อาจจะพิจารณายอมถอยหรือไม่ เพื่อไปรอการเลือกตั้งปี2570 
 

ด้วยความที่โจทย์ใหญ่ท้าทายก้าวไกล คือ การตั้งธงแลนด์สไลด์ของเพื่อไทย รศ.ปิยบุตร มองว่า การแก้โจทย์นี้ ต้องทำให้ประชาชน เห็น และเชื่อพร้อมกันให้ได้ว่าการลงคะแนนให้ก้าวไกลคะแนนไม่ทิ้งน้ำ เผลอๆการกาเพื่อไทยต่างหากที่คะแนนทิ้งน้ำ ถ้าตราบใดประชาชนมองว่าลงคะแนนให้ก้าวไกลแล้วคะแนนทิ้งน้ำ ก็จะไปเลือกเพื่อไทยในเขตเลือกตั้ง

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก? รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก?

ก็นำวิธีการวิทยาศาสตร์มาดูกันว่า เขตเลือกตั้งในกทม.33 เขต ถ้าเลือกก้าวไกลคะแนนไม่ทิ้งน้ำ ปริมณฑลก็เช่นกัน ในเขตเมืองทั่วประเทศ โพลต่างๆก็สะท้อนว่าก้าวไกลมา โดยธรรมชาติเวลาหย่อนบัตร ใช้ความเชื่อในการตัดสินใจ เว้นแต่กลุ่มแฟนพันธุ์แท้ไม่ว่าอย่างไรก็ลงคะแนนให้ ส่วนที่เหลือจะเป็นสวิงโหวต 


ต่อคำถามจะทำอย่างไรให้ก้าวไกลมีความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ รศ.ปิยบุตร บอกว่าปัญหาที่ 2 ของก้าวไกล ที่ต้องทำให้ได้ คือจะทำอย่างไรให้ประชาชนเชื่อว่า ก้าวไกล เป็นตัวแทนของความฝัน ความหวัง แบบใหม่ๆในสังคมการเมืองไทย ไม่ใช่ไปปะไปปนอยู่กับการเมืองแบบเดิมๆ ที่เขากำลังเล่นกันอยู่ เพราะตั้งแต่การก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่แนวทางที่ตั้งไว้เป็นแบบนี้ การที่ไปเล่นเกมแบบพรรคการเมืองดั่งเดิม สู้ยังไงก็แพ้ แบบเดิมคืออะไร แย่งตัวสส. หาหัวคะแนนเครือข่าย บ้านใหญ่ ทรัพยากรไม่อั้น

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก? รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก?

การเล่นแบบนี้ก้าวไกลสู้ได้ ดังนั้น จะต้องมาเล่นการเมืองสนามแบบใหม่ วาดภาพความฝัน ความหวังของประเทศ ให้คนจำนวนมาก เห็นให้ได้ว่า ณ.วันนี้ ต้องลงคะแนนและสนับสนุนพรรคคการเมืองแบบก้าวไกล ประเทศและสภา ขาดพรรคการเมืองแบบนี้ไม่ได้ ถ้าสามารถทำแบบนี้ได้ ประชาชนก็จะไม่สนใจเรื่องคะแนนจะทิ้งหรือไม่ทิ้งน้ำ ลงคะแนนให้ก้าวไกลหมด เป็นการแสดงพลังว่านี่คือตัวแทนชุดใหม่ของประเทศ 
 

เมื่อเข้าช่วยหาเสียง มองว่า ก้าวไกล ทำในสิ่งที่หวังไว้แล้วหรือไม่ รศ.ปิยบุตร บอกว่า ในการปราศรัยในที่ต่างๆ ก็พยายามกล่าวถึงประเด็นนี้มากขึ้น ในช่วงใกล้เลือกตั้ง ต้องพยายามขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจนให้ได้ว่า ประยุทธ์ กับ ไม่ประยุทธ์ มองเห็นได้ว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พรรคเพื่อไทย มีการตั้งคำถามเหมือนกัน เพียงแต่อยู่กันคะละข้าง ฝั่งหนึ่งบอกว่าถ้าบ้านเมืองแก้ปัญหาไม่จบให้พล.อ.ประยุทธ์มาทำต่อ ถ้าจะป้องกันนายทักษิณกลับบ้านต้องเลือกประยุทธ์

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก? รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก?

ส่วนอีกฝั่งบอกถ้าไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ ก็เลือกเพื่อไทย ชุดคำถามมันเหมือนกัน ตกลงการเลือกตั้งครั้งจะมาคุยกันเรื่องนี้ใช่หรือไม่ ตอนปี2562 มความเข้าใจได้เนื่องจากเป็นช่วงการสืบทอดอำนาจ แต่รอบนี้กำลังค่อยๆปรับ เพราะทหาร ยังล้างตัวเองมาลงหาเสียงเลือกตั้ง ในความเป็นจริงควรเปลี่ยนมาคุยกันว่าประเทศจะเอาอย่างไร จะเอาประชาธิปไตยแบบไหน แบบที่แย่งตัว สส. หรือประชาธิปไตยที่รวมคนที่มีอุดมการณ์ ความคิดร่วมกัน ในการเปลี่ยนแปลงประเทศ 


สถานการณ์การเมืองในอนาคตอันใกล้ เรื่องการจับมือกันของพรรคการเมืองเพื่อตั้งรัฐบาล ทำไมภาพของเพื่อไทยกับพลังประชารัฐ ดูเป็นไปได้มากกว่าก้าวไกล  รศ.ปิยบุตร บอกว่า เป็นเรื่องแปลกใจพอสมควร ที่ไม่มีความชัดเจน แต่เข้าใจเพื่อไทยได้ เพราะเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ย่อมมีเงื่อนไขต่างๆจำนวนมาก สว.ก็ยังอยู่ องค์กรอิสระก็ยังทำงาน การวางรูปแบบในการตั้งรัฐบาล ก็จะนเรื่องพวกนี้มาพิจารณาประกอบด้วย ไม่เหมือนประเทศอื่น ที่ได้คะแนนแล้วตั้งรัฐบาลได้เลย แต่จะต้องมาพิจารณาภาพรวมต่างๆทั้งหมด จึงเข้าเพื่อไทยที่จะต้องได้คะแนนให้มาก เพื่อจัดการอุปสรรคเหล่านี้ให้หมด 


ส่วนก้าวไกล ถูกสร้างภาพให้น่ากลัว การนำมาร่วมจะทำให้วงแตก อยู่ไม่รอดไม่ยาว จึงต้องปรับภาพที่น่ากลัว ให้เป็นความหวัง การที่ถูกทำให้น่ากลัว ไม่มีใครร่วม ตรงนี้เป็นจุดแข็ง เพราะถ้ามีเพื่อนมาก ก็จะกลายเป็นหยวนๆไปหมด 

ราชกิจจานุเบกษาประกาศ ‘แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545068

18 มี.ค. 2566

ราชกิจจานุเบกษาประกาศ 'แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่' แล้ว

แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว นับถอยหลังเลือกตั้ง66 อย่างเป็นทางการ ไม่มีปัญหาหากนายกฯจะยุบสภา วันจันทร์นี้

นับถอยหลังเลือกตั้ง66 หลังราชกิจจานุเบกษา ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่อง จํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จํานวนเขตเลือกตั้งและท้องที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้ง ลงวันที่ 17 มีนาคม 2566 


อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 86 และมาตรา 224 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 26มาตรา ๒๗ และมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 22 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560

และข้อ 45 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ประกอบประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง จํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดจะพึงมี ลงวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2566

จึงประกาศให้ทราบเกี่ยวกับจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จํานวนเขตเลือกตั้ง และท้องที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้ง สําหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปดังนี้ 

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่

นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียด เขตเลือกตั้งแต่ละจังหวัด ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาด้วยเช่นกัน โดยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถตรวจสอบได้ว่า ตัวเองอยู่ในเขตเลือกตั้งใหน หลังมีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ตามลิ้งด้านล่างนี้

ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวนเขตเลือกตั้งและท้องที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้ง

‘กทม.’ ลุ้น ‘ป.ป.ช.’ ฟ้อง-ไม่ฟ้องเอี่ยวทุจริต ‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545046

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

17 มี.ค. 2566

'กทม.' ลุ้น 'ป.ป.ช.' ฟ้อง-ไม่ฟ้องเอี่ยวทุจริต 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว'

‘กทม.’ ลุ้น ‘ป.ป.ช.’ ฟ้องเอี่ยวทุจริต ‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว​’ ส่วนต่อขยาย สมัย ‘ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์’ เปรยคดีเก่าศาลปกครองยังไม่จบ เรื่องใหม่จ่ออีก ตามติดใกล้ชิดเตรียมแนวปฏิบัติทั้งถูกฟ้อง-ยกฟ้อง

ศ.พิเศษธงทอง จันทรางศุ ฐานะคณะกรรมการบริหารจัดการศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์หลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหาต่อ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่ากทม. กับพวกรวม 13 คน โดยมีการกล่าวหาในประเด็นหลักว่า การทำสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ (กฎหมายร่วมทุน) ว่า สัญญาที่ถูกกล่าวถึงเป็นประเด็นเฉพาะในส่วนต่อขยายที่ 1 ที่ 2 ไม่ได้พูดถึงไข่แดงที่เป็นตัวสัญญาเดิม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของผู้คน แต่ประเด็นนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ปรากฏ มีเพียงคดีเดิมในศาลปกครองกลางฟ้องตามสัญญาเดิม

ศ.พิเศษธงทอง จันทรางศุ  ฐานะคณะกรรมการบริหารจัดการศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ศ.พิเศษธงทอง จันทรางศุ ฐานะคณะกรรมการบริหารจัดการศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.)

ขณะที่คดีเก่ายังดำเนินอยู่ มีประเด็นการทำสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายมาอีก ทำให้มีข้อพิจารณาเรื่องการด่วนจ่ายเงินชำระหนี้  แต่เมื่อวันนี้มีคำถามที่เกิดขึ้นจากคณะกรรมการ​ ป.ป.ช. ซึ่งคำถามเหล่านี้ยังไม่แน่ใจว่าสุดท้ายแล้วคดีถ้าเดินหน้าจะไปไกลแค่ไหน อาจจะไม่ฟ้องก็เป็นได้ ต้องรอว่าศาลตัดสินอย่างไร ยังไม่ยากมองโลกในแง่ร้าย หรือเรื่องอาจพลิกฟ้าพลิกโฉมไปเป็นเรื่องสัญญาเจ๊งทั้งหมด ซึ่งจะทำให้เรื่องซับซ้อนซ่อนเงื่อนขึ้นไปไกลขนาดไหน

ดังนั้น จึงขอเวลาให้กระบวนการศาลปกครองเดินหน้า ระหว่างนี้ กทม. จะติดตามอย่างใกล้ชิด และเมื่อผลออกมาอย่างไรต้องเตรียมความพร้อมมากที่สุด สุดท้ายไม่ว่ากรณีสมมุติออกมาฟ้องหรือไม่ฟ้อง เราต้องปฏิบัติอะไรบ้างก็ยังไม่รู้ เป็นข้อเท็จจริงหรือเปล่าก็ยังไม่ทราบ เพราะเรื่องนี้เพิ่งมีประเด็นมา

การแจ้งข้อกล่าวหานี้ รวมถึงบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทย่อยของบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) , นายคีรี กาญจนพาสน์ และนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา ในฐานะกรรมการของ BTSC (รวมเรียกว่า BTSC) เกี่ยวกับการทำสัญญาให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายตั้งแต่ปี 2555 โดยมีการกล่าวหาในประเด็นหลักว่า การทำสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ (กฎหมายร่วมทุน)

ด้าน BTS ขอชี้แจงว่า กรณีนี้ยังคงเป็นเพียงขั้นตอนการแข้งข้อกล่าวหาจากคณะกรรมการป.ป.ช.เท่านั้น และ BTSC ยังไม่ถูกฟ้องร้องเป็นคดีแต่อย่างใด ทั้งนี้ BTSC มีสิทธิคัดค้านและแก้ข้อกล่าวหาตามกระบวนการของกฎหมาย โดย BTSC ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

‘สมศักดิ์’ ประกาศลาออก รมต.-พปชร. เตรียมสมัครเข้า ‘เพื่อไทย’ 20 มี.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545044

17 มี.ค. 2566

'สมศักดิ์' ประกาศลาออก รมต.-พปชร. เตรียมสมัครเข้า 'เพื่อไทย' 20 มี.ค.

‘สมศักดิ์’ แถลงข่าว ลาออก จาก รมต.-พปชร. เตรียมสมัครเข้า ‘เพื่อไทย’ 20 มี.ค. เผยเหตุผล เลือกพรรคแลนด์สไลด์ ขับเคลื่อนงานได้ ไม่เป็นรัฐบาลผสม ยืนยันจากลา ‘บิ๊กป้อม’ ด้วยดี

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แถลงข่าวเตรียมสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทยวันที่ 20 มี.ค.นี้ หลังล่าสุดยื่นลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ มีผลตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ขอรักษาการ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายที่อาจมองว่าเป็นการเอารัดเอาเปรียบในช่วงการเลือกตั้ง 
ส่วนเหตุผลตัดสินใจย้ายไปพรรคเพื่อไทย เพราะเชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนงานได้และทำให้รัฐบาลใหม่เป็นที่พึ่งของประชาชนโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ จึงต้องมองพรรคการเมืองที่จะเดินหน้าได้แบบแลนด์สไลด์ โดยเมื่อ 2 เดือนก่อนมีผลสำรวจและการคำนวณ คิดว่า พรรคเพื่อไทย 220 เสียง มั่นใจหากเข้าไปช่วยพรรค จะเป็นส่วนหนึ่งทำให้ตัวเลขสูงขึ้นตามเป้าหมาย 310 เสียง ส่วนจะถึงเป้าหรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้ แต่หากเป้นไปตามเป้า และมีพรรคร่วมรัฐบาลน้อย ประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่า เพราะจะไม่มีความขัดแย้ง ต่างจากรัฐบาลที่มาจากหลายพรรคการเมือง มองว่าเป็นอุปสรรคขับเคลื่อนนโยบาย คนหนึ่งไปซ้าย คนหนึ่งไปขวา แต่พรรคเพื่อไทยมีทีมงานที่ชัดเจนเข้มแข็ง มีความเสถียรภาพ ซึ่งนายสมศักดิ์ไม่ขอตอบว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐจะจับมือกันหรือไม่ 

ส่วนสมาชิกในกลุ่มสามมิตร จะมีใครตามไปด้วยหรือไม่ ยังไม่ได้นับ แต่ละคนมีเอกสิทธิ์ส่วนตัว ตนไม่สามารถนำหรือชวนให้ย้ายพรรคได้ “อยากไปก็ไป ไม่อยากไปก็ไม่ไป” 

นายสมศักดิ์ ระบุว่า การกลับเข้าพรรคเพื่อไทย ไม่มีความขัดแย้ง ส่วนใหญ่ขานรับและยินดีที่ตนและนายสุริยะจะเข้าไป แต่ยอมรับว่าอาจมีประชาชนบางส่วนไม่เข้าใจ เพราะได้เปลี่ยนที่ในจังหวะที่คนอื่นเขาอยู่กัน ขณะนี้ยังไม่ได้เข้าไปในพรรคเพื่อไทยหรือพูดคุยกับผู้บริหารของพรรคถึงภารกิจ ส่วนจะให้ดูแลพื้นที่ไหน จังหวัดไหน ภาคใต้หรือภาคเหนือตอนล่างหรือที่ใด แล้วแต่ผู้บริหารจะเห็นเหมาะสม ยืนยันตนไม่ได้คาดหวังตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใด เพราะการคาดหวังจะทำให้เสียใจเหมือนที่ผ่านมาเคยคาดหวังเป็นรัฐมนตรีกระทรวงหนึ่งแต่ไม่ได้

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

หลังจากนี้หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล อาจเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นอีกเรื่อง แต่ส่วนตัวไม่เคยเล่นการเมืองนอกระบบหรือนอกแถว ไม่เคยถือไม้ไล่ตีชกต่อย ส่วนตัวชกมวยเก่ง แต่ไม่เคยเดินขบวนข้างถนน จึงเป็นผู้แทนราษฎรได้นาน ซึ่งหลังการเลือกตั้ง จะต้องดูจำนวน สส. หากรวมกันแทบตายแต่เหลือ 2 พรรค ต้องหาทางลดหย่อนเงื่อนไข และหาแนวทางเป็นรัฐบาลร่วม “ขอบอกประชาชนทั่วประเทศไปว่า หากเป็นรัฐบาลพักร่วมหลายพรรค การขับเคลื่อนนโยบายเพื่อประชาชนไม่ง่าย มาทำแลนด์สไลด์ให้สมหวัง แต่ถ้าทำแลนด์สไลด์ไม่ได้ก็เลิกกันไป”

นายสมศักดิ์ เล่าว่า ตนได้เข้าไปกราบลานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ต่างเข้าใจดี และได้อวยพรขอให้โชคดี ยืนยันไม่ขัดแย้งแตกแยก 

ส่วนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตนยังไม่ได้พูดคุย มีเพียงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งท่านก็ไม่ได้ติดใจอะไร พร้อมขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้โอกาสทำงาน แต่ส่วนตัวอยู่ตรงไหนก็ตั้งใจทำงานเต็มที่ โดยที่ผ่านมานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ชื่นชมการทำงาน ยกระดับกระทรวงยุติธรรมให้เป็นเกรด A ด้วย 

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน โชว์หลักฐานลาออกนายสมศักดิ์ เทพสุทิน โชว์หลักฐานลาออก

สภาที่ 3 เสนอการ ‘รถไฟ’ ยึดคืนที่ดิน ‘เขากระโดง’ จัดสรรใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545036

17 มี.ค. 2566

สภาที่ 3 เสนอการ 'รถไฟ' ยึดคืนที่ดิน 'เขากระโดง' จัดสรรใหม่

สภาที่ 3 เสนอวิธีจัดการ ปัญหาที่ดิน ‘เขากระโดง’ การ ‘รถไฟ’ ต้องยึดคืนที่ดินมาจัดสรรใหม่ ไม่ปล่อยให้ปัญหา หลังคำพิพากษายืดเยื้อ

สภาที่ 3 เสนอการรถไฟยึดที่ดินเขากระโดงมาจัดสรรใหม่ ยุติปัญหา ยื้ดเยื้อ สภาที่ 3 ร่วมกับคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา35  จัดสาม – The Third Council Speaks เรื่อง โกงที่ดินการรถไฟ เขากระโดง เมื่อไหร่รัฐจะได้คืน?

โดยมีนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น และ นายสุวิช ศุมานนท์  ประธานสมาพันธ์คนงานรถไฟ ร่วมอภิปราย

สภาที่ 3 เสวนาปัญหาที่ดินเขากระโดงสภาที่ 3 เสวนาปัญหาที่ดินเขากระโดง

นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ กล่าวว่า  ปัจจุบันสังคมชัดเจนแล้วว่ามีการแอบอ้างออกโฉนด ที่ดินเขากระโดงกระทั่งฟ้องร้องและศาลฎีกาพิพากษาว่าเป็นที่ดินการรถไฟ ต้องเพิกถอนจากผู้บุกรุกและคืนทรัพย์สินให้แผ่นดิน แต่มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ยื้อจนปัจจุบันนี้ยังไม่ทำอะไร กระทั่งเรื่องนี้เป็นข่าวอีกครั้ง


เมื่อนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองจอมแฉ ออกมาเปิดเผยอีกครั้ง ถือว่า นับแต่ปี 2564 ยังไม่มีผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีที่มีอำนาจหรือผู้ว่าการรถไฟ ไม่ทราบว่าใช้อำนาจและเทคนิคกฎหมายอย่างไร แต่เป็นเรื่องไม่สมควร เพราะที่ดินเป็นของรัฐต้องคืนให้รัฐ

นายวีระ สมความคิด กล่าวว่า ที่ดินเขากระโดงเป็นของประชาชนทั้งประเทศ ที่ให้การรถไฟเช่า ทำโรงโม่ เพื่อนำหินมาใช้สร้างทางรถไฟ แม้มีผู้เกี่ยวข้องในกรมที่ดินที่ระบุว่าเป็นผู้ออกโฉนด 170 ไร่ ให้ชาวบ้านโดยชอบและขั้นตอนการรังวัดมีเจ้าหน้าที่การรถไฟเป็นผู้ชี้แนวให้จึงถือว่ายอมรับและออกเอกสารสิทธิ์ให้ชาวบ้าน

กระทั่งมีการนำคดีฟ้องศาลจำนวน 35 ราย ทราบว่ามีเจ้าพ่อบุรีรัมย์หนุนหลังให้ชาวบ้านฟ้องร้องภาครัฐ ก่อนศาลฎีกาพิพากษาให้การรถไฟฯชนะคดีและให้กรมที่ดินไปเพิกถอน 4 แปลง แต่กรมที่ดินไม่ยอมดำเนินการ

ซึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจในรัฐบาล และแม้ศาลฎีกาตัดสินแล้ว แต่ฝ่ายผู้บุกรุกที่ดินรัฐดังกล่าว ยังนำเรื่องไปยื่นศาลปกครอง เชื่อว่าเป็นเพราะมีผู้มีอำนาจรัฐอยู่เบื้องหลัง

นายวีระ เสนอแนวทางแก้ปัญหาว่า  ให้แนวทางแบบกรณีทวงคืนผืนป่า ของ คสช. และหลายๆกรณีที่รัฐบาลทำ คือ ยึดที่ดินคืนมาเขากระโดงเป็นที่การรถไฟฯ หากจะพัฒนาพื้นที่ด้วยการปล่อยเช่าก็กำหนดเกณฑ์สำหรับปล่อยเช่าทำธุรกิจด้วยอัตราค่าเช่าที่เเพงกับปล่อยเช่าเพื่อเกษตรกรรมในราคาถูกให้ชัดเจน

และเรียกร้องให้การรถไฟฯ ฟ้องร้องเอาผิดกับกรมที่ดิน ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ด้วย

‘ไม่เลือกคนโกงเข้าสภา’ ดร.มานะ ปลุกสังคมสั่งสอนนักการเมืองทุจริต-ผลาญงบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545033

17 มี.ค. 2566

'ไม่เลือกคนโกงเข้าสภา' ดร.มานะ ปลุกสังคมสั่งสอนนักการเมืองทุจริต-ผลาญงบ

“ดร. มานะ นิมิตมงคล  เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน” ปลุกสังคมไม่เลือกคนโกงเข้าสภา ชี้ หลายคดีคอร์รัปชันใหญ่ๆ มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง หนำซ้ำล้มเหลวและสิ้นปลือง

ท่ามกลางบรรยากาศของการเลือกตั้งปี 2566 กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ที่ทุกพรรคการเมืองอวดโฉมหน้าตาของ “ว่าที่ผู้สมัคร” ตามเสาไฟฟ้าริมถนนหนทางอยู่ขณะนี้ โดยที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา และพระราชกฤษฎีกาประกาศวันเลือกตั้งอย่างชัดเจน

ดร. มานะ นิมิตมงคล  เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ดร. มานะ นิมิตมงคล  เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

และเมื่อมีการเปิดหน้าตาว่าที่ผู้สมัคร พร้อมกับนโยบายพรรคการเมือง ก็เป็นที่จับตาของสังคมภาคส่วนต่างๆ คู่ขนานไปกับมูฟเม้นของพรรคการเมืองและนักการเมือง 

ดร. มานะ นิมิตมงคล  เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคีพันธมิตรของเครือเนชั่นความร่วมมือโครงการ “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ “ไม่เลือกคนโกงเข้าสภา” ระบุว่า

'ไม่เลือกคนโกงเข้าสภา' ดร.มานะ ปลุกสังคมสั่งสอนนักการเมืองทุจริต-ผลาญงบ

คนมักไม่เชื่อว่าประเทศนี้ยังมีนักการเมืองที่ ‘ไม่โกง’ เพราะสิ่งที่เห็นกันมาตลอดคือ ถ้าไม่โกงเองก็ปล่อยให้พวกโกง ใช้อำนาจบิดเบือนกฎหมาย แทรกแซงองค์กรอิสระ ชักใยซื้อขายตำแหน่งข้าราชการ ผลักดันโครงการและใช้งบประมาณมากๆ โดยไม่ใส่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่ คุ้มค่าหรือมีผลเสียตามมาอย่างไร

มีข้อมูลจำนวนมากที่ชี้ว่า คดีคอร์รัปชันใหญ่ๆ ล้วนมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง อย่างเช่น คดีสนามฟุตซอล คดีบ้านเอื้ออาทร คดีสร้างโรงพักทั่วประเทศ คดีจำนำข้าว คดีโฮปเวลล์ คดีบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน 

คดีบุกรุกป่า คดีรถและเรือดับเพลิงของ กทม. คดีนักการเมืองพัวพันทุนยาเสพติดและธุรกิจกิจสีเทา รีดไถนักลงทุนที่ยื่นขอใบอนุญาตอนุมัติ ตบทรัพย์และล็อคสเปกในการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณประจำปีในสภาฯ 

ความล้มเหลวและสิ้นเปลืองเกิดขึ้นกับสารพัดโครงการประชานิยมหรืออ้างการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงหมดเงินจำนวนมากเพื่อซื้อของราคาแพงที่บอกว่าจำเป็น แต่สุดท้ายกลับใช้ไม่ได้ ไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่คุ้ม

บ่อยครั้งที่ยังมีการอนุมัติการลงทุนหรือให้สัมปทานกับเอกชนบางกลุ่มอย่างไม่โปร่งใส โดยไม่สนใจคำทักท้วงของใคร แม้จะรู้ว่าขัดแย้งกับความรู้สึกชั่วดีของประชาชน 

บางท่านอธิบายว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะเราได้ผู้นำอ่อนหัดไม่ทำการบ้านศึกษาให้รอบคอบเสียก่อน รีบสั่งการเพื่อสร้างผลงานเอาหน้า งบประมาณที่สูญไปก็ไม่ใช่เงินของเขา แม้ภายหลังเกิดปัญหาก็เฉไฉเอาตัวรอดว่าไม่ใช่ความบกพร่องของตน 

หลายท่านมองร้ายกว่านั้นว่า เป็นเพราะคนพวกนี้ไม่ได้คิดเพื่อประเทศชาติจริงจัง แต่ตั้งหน้าสร้างผลงานฉาบฉวย เพื่อเอาหน้า หาประโยชน์ หาส่วนแบ่งเงินทอนเข้ากระเป๋ามากกว่า

เชื่อว่าประเทศไทยยังมีนักการเมืองที่ซื่อสัตย์ จริงใจกับประชาชนอยู่บ้าง ดังนั้นในการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งนี้ เราคนไทยต้องร่วมมือกันเลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันชัดเจน ปฏิบัติได้ และเลือกคนไม่โกงเข้าสภาให้ได้มากที่สุด 

ส่วนพวกขี้โกงต้องไล่ให้ไกล อย่าปล่อยเข้ามามีอำนาจเลยจะดีกว่า คำว่ามีผลงานถึงโกงบ้างก็ไม่เป็นไร ต้องหมดไปเสียทีครับ