มาซาโตชิ อิโตะ ชายผู้ทำเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นธุรกิจระดับโลก เสียชีวิตแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2652951

มาซาโตชิ อิโตะ ชายผู้ทำเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นธุรกิจระดับโลก เสียชีวิตแล้ว

14 มี.ค. 2566 03:40 น.

มาซาโตชิ อิโตะ ชายผู้ทำเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นธุรกิจระดับโลก เสียชีวิตแล้ว

มาซาโตชิ อิโตะ มหาเศรษฐีผู้ทำให้ร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น กลายเป็นอาณาจักรธุรกิจระดับโลก เสียชีวิตแล้ว ขณะมีอายุ 98 ปี

เมื่อวันจันทร์ที่ 13 มี.ค. 2566 บริษัท เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิงส์ (Seven & i Holdings) ผู้ดำเนินกิจการร้านค้าปลีกรายใหญ่ของญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์แจ้งข่าวร้ายว่านาย มาซาโตชิ อิโตะ ผู้บริหารและเจ้าของร่วมของบริษัท เสียชีวิตแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 มี.ค.) ขณะมีอายุ 98 ปี โดยมีสาเหตุจากความชราภาพ

ทั้งนี้ ในปี 2499 นายอิโตะรับช่วงต่อธุรกิจร้านเสื้อผ้าขนาดเล็กต่อจากลุงและพี่ชายต่างมารดา ก่อนจะเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ‘อิโตะ-โยคาโดะ’ (Ito-Yokado) และเปลี่ยนธุรกิจไปเป็นเชนร้านสะดวกซื้อครบวงจร ที่ขายทุกอย่างตั้งแต่ของชำไปจนถึงเสื้อผ้า และได้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในปี 2515

ในเวลาเดียวกัน นายโทชิฟุมิ ซูซุกิ ผู้บริหารคนหนึ่งของ อิโตะ-โยคาโดะ ได้เป็นเจอร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น ขณะเดินทางเยือนสหรัฐฯ พวกเขาเล็งเห็นโอกาส ในเวลาต่อมา อิโต-โยคาโดะ จึงได้ทำข้อตกลงกับบริษัทสหรัฐฯ ‘เซาท์แลนด์ คอร์เปอเรชัน’ (Southland Corporation) ซึ่งเป็นเจ้าของ เซเว่น อีเลฟเว่น และเปิดร้านสาขาแรกในญี่ปุ่นในปี 2517

หลังจากนั้นในเดือนมีนาคม 2533 บริษัทของนายอิโตะก็เข้าซื้อหุ้น 70% ของบริษัท เซาท์แลนด์ คอร์เปอเรชัน หลังเซาท์แลนด์ฯ ประสบปัญหาหนี้ท่วมจนต้องยื่นล้มละลาย ทำให้นายอิโตะได้สิทธิ์ในการบริหารกิจการทั้งหมดของเซาท์แลนด์ฯ ก่อนจะขยายสาขาของ เซเว่น อีเลฟเว่น ไปในหลายประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ในปี 2535 นายอิโตะต้องลาออกจากตำแหน่งใน อิโตะ-โยคาโดะ เพื่อรักษาความสงบในการประชุมผู้ถือหุ้น หลังจากผู้บริหารของบริษัท 3 คนถูกกล่าวหาว่า จ่ายเงินผิดกฎหมายให้กลุ่มแก๊งยากูซ่า

จากนั้นในปี 2548 บริษัท เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิงส์ ก็ถูกก่อตั้งขึ้น และมีการปรับโครงสร้างการบริหาร ให้ อิโตะ-โยคาโดะ ไปเป็นบริษัทสาขาแทน แต่ทางบริษัทยังให้ความสำคัญกับนายอิโตะ โดยตัว ‘ไอ’ (i) ของชื่อ เซเว่น แอนด์ ไอ มีที่มาจากอักษรตัวแรกจากชื่อของนายอิโตะกับบริษัท อิโตะ-โยคาโดะ และนายอิโตะยังได้รับตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ด้วย

อนึ่ง ปัจจุบัน เซเว่น อีเลฟเว่น เป็นร้านสะดวกซื้อครบวงจรที่มีสาขามากกว่า 83,000 แห่งใน 17 ประเทศทั่วโลก โดย 1 ใน 4 ของจำนวนนี้อยู่ในประเทศญี่ปุ่น

ที่มา : bbc

ไบเดนอนุมัติโครงการ ‘Willow Project’ ขุดเจาะน้ำมัน-ก๊าซ ในอะแลสกา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2652945

ไบเดนอนุมัติโครงการ ‘Willow Project’ ขุดเจาะน้ำมัน-ก๊าซ ในอะแลสกา

14 มี.ค. 2566 01:47 น.

ไบเดนอนุมัติโครงการ ‘Willow Project’ ขุดเจาะน้ำมัน-ก๊าซ ในอะแลสกา

โจ ไบเดน อนุมัติโครงการ ขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในรัฐอะแลสกาแล้ว ท่ามกลางกระแสต่อต้านอย่างหนักเพราะห่วงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันจันทร์ที่ 13 มี.ค. 2566 ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ อนุมัติโครงการ ‘Willow Project’ ซึ่งเป็นโครงการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในรัฐอะแลสกาแล้ว โดยบริษัท ‘โคโนโคฟิลลิปส์’ (ConocoPhillips) ผู้อยู่เบื้องหลังโครงการนี้ระบุว่า มันจะสร้างการลงทุนในท้องถิ่นและสร้างงานหลายพันตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม โครงการมูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์นี้เผชิญกระแสต่อต้านอย่างหนักตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการส่งจดหมายคัดค้านมากกว่า 1 ล้านฉบับไปยังทำเนียบขาว ขณะที่บนเว็บไซต์ Change.org มีการสร้างหนังสือคำร้อง ขอให้ระงับ Willow project ซึ่งมีผู้มาร่วมลงนามแล้วมากกว่า 3 ล้านรายชื่อ

ทั้งนี้ Willow project จะเป็นการสร้างแท่นขุดเจาะน้ำมันที่ National Petroleum Reserve-Alaska (NPRA) ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐบาลกลาง พื้นที่กว่า 23 ล้านเอเคอร์ โดยถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง จะมีการสร้างแท่นขุดเจาะสูงสุด 5 แท่น ขุดบ่อน้ำมันอีก 250 บ่อ รวมถึงสร้างถนน, ท่อส่งน้ำมัน, ลานบิน และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

โครงการขุดเจาะน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของอะแลสกาในรอบหลายทศวรรษนี้ จะผลิตน้ำมันได้สูงสุด 180,000 บาร์เรลต่อวันหรือราว 600 บาร์เรลต่อปี แต่มันจะผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามากถึง 278 ล้านตันตลอดช่วงระยะเวลาโครงการ 30 ปี ซึ่งเทียบเท่ากับการเพิ่มรถยนต์วิ่งบนท้องถนนในสหรัฐฯ ปีละ 2 ล้านคัน

การตัดสินใจอนุมัติโครงการ Willow Project เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากรัฐบาลไบเดนบังคับใช้กฎหมายจำกัดการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ 16 ล้านเอเคอร์ในอะแลสกาและมหาสมุทรอาร์กติก เพื่อประนีประนอมกับนักเคลื่อนไหวต่อต้าน Willow Project

ที่มา : bbc

ยูเครนอ้าง ศึกที่บักห์มุต รัสเซียเสียทหารกว่า 1,100 นาย ในไม่กี่วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2652935

ยูเครนอ้าง ศึกที่บักห์มุต รัสเซียเสียทหารกว่า 1,100 นาย ในไม่กี่วัน

14 มี.ค. 2566 00:26 น.

ยูเครนอ้าง ศึกที่บักห์มุต รัสเซียเสียทหารกว่า 1,100 นาย ในไม่กี่วัน

ประธานาธิบดียูเครนอ้างว่า รัสเซียสูญเสียทหารจำนวนนับพันนายในการต่อสู้ที่เมืองบักห์มุต ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะที่ฝ่ายมอสโกบอกว่า เคียฟก็เสียหายหนักเช่นกัน

เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 13 มี.ค. 2566 ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เปิดเผยในแถลงการณ์ผ่านคลิปวิดีโอว่า กองทัพรัสเซียเสียทหารไปมากกว่า 1,100 นายภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ในการต่อสู้ที่เมืองบักห์มุต ของแคว้นโดเนตสก์ ซึ่งถูกมอสโกโจมตีต่อเนื่องมานานหลายเดือน จนปัจจุบันอยู่ในภาวะสงครามพร่ากำลัง

เซเลนสกีกล่าวอีกว่า มีทหารรัสเซียอีกราว 1,500 นายที่ได้รับบาดเจ็บหนักถึงขั้นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้

ด้านกระทรวงกลาโหมของรัสเซียออกมาตอบโต้ว่า กองทัพของพวกเขาสังหารทหารของยูเครนได้มากกว่า 220 นาย

ขณะเดียวกัน พลเอกอาวุโส โอเลกซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการกองทัพบกของยูเครน ระบุว่า ‘แวกเนอร์ กรุ๊ป’ กองกำลังทหารรับจ้างของรัสเซีย กำลังโจมตีกองทัพของเขาจากหลายทิศทางเพื่อทะลวงฝ่าแนวป้องกัน และรุกคืบเข้าสู่เขตใจกลางเมือง

แวกเนอร์ กรุ๊ป เป็นกำลังหลักของรัสเซียในการโจมตีเมืองบักห์มุต โดยนายเยฟจีนี พริโกซิน ผู้นำของพวกเขากล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า สถานการณ์ในเมืองนั้นยากลำบากมากๆ มีการต่อสู้เกิดขึ้นทุกตารางเมตร และยิ่งใกล้ใจกลางเมืองมากเท่าใด การต่อสู้ยิ่งดุเดือดขึ้น

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ของชาติตะวันตกมองว่า เมืองบักห์มุตมีคุณค่าในเชิงยุทธศาสตร์เพียงเล็กน้อย แต่การยึดเมืองแห่งนี้จะกลายเป็นชัยชนะครั้งแรกของรัสเซียในรอบหลายเดือน หลังจากเพลี่ยงพล้ำมาตลอด นอกจากนั้น ยังทำให้มอสโกขยับเข้าใกล้เป้าหมายการควบคุมแคว้นโดเนตสก์โดยสมบูรณ์ด้วย

ที่มา : bbc

ทหารเมียนมากราดยิงพระ-ประชาชน ดับกว่า 30 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2652553

ทหารเมียนมากราดยิงพระ-ประชาชน ดับกว่า 30 ศพ

13 มี.ค. 2566 15:50 น.

ทหารเมียนมากราดยิงพระ-ประชาชน ดับกว่า 30 ศพ

กองกำลังป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยงแดง หรือ เคเอ็นดีเอฟ เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 ศพ ในวัดแห่งหนึ่งในรัฐฉานของเมียนมา หลังทหารระดมยิงถล่มหมู่บ้านเพคอนเมื่อวันเสาร์

เมียนมาเกิดการสู้รบรุนแรงระหว่างทหารและกลุ่มติดอาวุธเพิ่มมากขึ้น นับตั้งแต่รัฐบาลทหารเข้ายึดอำนาจในการทำรัฐประหารเมื่อ 2 ปีก่อน โดยการสู้รบที่ดุเดือดที่สุดบางส่วนเกิดขึ้นในรัฐฉาน ซึ่งมีพรมแดนติดกับกรุงเนปิดอว์และประเทศไทย

เคเอ็นดีเอฟ ระบุว่า เมื่อวันเสาร์ กองทัพอากาศและปืนใหญ่ของรัฐบาลทหารบุกเข้าไปในหมู่บ้านหลังการระดมยิงเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และสังหารชาวบ้านที่พวกเขาพบซ่อนตัวอยู่ในวัด โดยพลเรือนอย่างน้อย 30 คน และพระสงฆ์ 3 รูปถูกสังหาร 

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นคันทาราวดี ไทมส์ อ้างคำพูดของโฆษกเคเอ็นดีเอฟ ที่กล่าวว่า “มันเหมือนกับว่าทหารให้พวกเขาเข้าแถวหน้าวัด และยิงพวกเขาทั้งหมดอย่างโหดเหี้ยม รวมทั้งพระสงฆ์ด้วย”

วิดีโอที่เผยแพร่โดยเคเอ็นดีเอฟ ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทัพของกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้าร่วมการต่อสู้กับรัฐบาลทหารเมียนมา แสดงให้เห็นศพอย่างน้อย 20 ศพ บางส่วนสวมจีวร กองเรียงอยู่ภายในวัด ศพมีบาดแผลถูกยิงหลายจุด วิดีโอยังแสดงให้เห็นผนังของวัดที่เต็มไปด้วยรูกระสุน ขณะที่อาคารและบ้านเรือนบางส่วนที่อยู่โดยรอบก็ถูกเผาเช่นกัน ซึ่งเคเอ็นดีเอฟกล่าวว่าเป็นการโจมตีของทหารในหมู่บ้าน

อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์ได้อย่างแน่ชัด แต่การโจมตีต่อพลเรือนที่ปราศจากอาวุธ ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ในพื้นที่นี้ของเมียนมา ซึ่งมักเกิดการต่อต้านที่รุนแรงต่อรัฐบาลทหารเมียนมาบ่อยครั้งนับตั้งแต่การรัฐประหาร นอกจากนั้นยังมีรายงานการปฏิบัติการต่อเนื่องกับหมู่บ้านอื่นๆ ในพื้นที่ ซึ่งทำให้มีผู้พลัดถิ่นหลายพันคน

รัฐบาลทหารเมียนมาหวังที่จะจัดการเลือกตั้งในปีนี้ด้วยความเชื่อที่ว่าสิ่งนี้จะทำให้รัฐบาลของพวกเขาได้รับความชอบธรรม แต่ความล้มเหลวในการบดขยี้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยต่อการปกครองของพวกเขา ที่รวมถึงการทิ้งระเบิดทางอากาศหลายครั้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้การจัดการเลือกตั้งแทบจะเป็นไปไม่ได้

พม่าตกอยู่ในสงครามกลางเมืองมานานหลายทศวรรษ ซึ่งลุกลามหลังการรัฐประหารในปี 2564 ส่งผลให้ผู้คนกว่า 1.5 ล้านคนต้องพลัดถิ่น บ้าน 40,000 หลังถูกทำลาย เด็ก 8 ล้านคนไม่ได้เรียนหนังสือ และสหประชาชาติคาดว่าประชาชนกว่า 15 ล้านคนกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง

จากข้อมูลของสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,900 คนในระหว่างการปราบปรามผู้เห็นต่างของรัฐบาลทหารเมียนมา.

ด่วน ไฟไหม้พระตำหนักกษัตริย์นโรดม สีหมุนี ในเสียมราฐกัมพูชา คาดไฟฟ้าลัดวงจร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2652435

ด่วน ไฟไหม้พระตำหนักกษัตริย์นโรดม สีหมุนี ในเสียมราฐกัมพูชา คาดไฟฟ้าลัดวงจร

13 มี.ค. 2566 15:03 น.

ด่วน ไฟไหม้พระตำหนักกษัตริย์นโรดม สีหมุนี ในเสียมราฐกัมพูชา คาดไฟฟ้าลัดวงจร

เกิดเหตุไฟไหม้ หมู่อาคารของพระตำหนักเสียมราฐของพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเสียมราฐ โดยเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

เหตุไฟไหม้ได้สร้างความเสียหายให้แก่หลังคา และอาคารหลังเล็ก ภายในหมู่อาคารของพระตำหนักเสียมราฐของพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี โดยเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร นับว่ายังเคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

โดยขณะเกิดเหตุพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี ไม่ได้ประทับอยู่ที่นี่ โดยประทับอยู่ที่กรุงปักกิ่งเพื่อเข้ารับการตรวจพระวรกายประจำปี ขณะที่สำนักพระราชวังของราชสำนักกัมพูชา ระบุว่าสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

ทั้งนี้ AKP สื่อของรัฐบาลกัมพูชาระบุว่าเพลิงได้ลุกโหมไหม้อย่างรุนแรง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยไฟไม่ได้ลุกลามไปถึงส่วนพระตำหนักหลักแต่อย่างใด

พระตำหนักแห่งนี้ เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี เวลาที่พระองค์เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับในเมืองเสียมราฐเท่านั้น โดยพระราชวังที่ประทับของพระองค์จะอยู่ที่พระราชวังหลวงแห่งพนมเปญ ในกรุงพนมเปญเมืองหลวงของกัมพูชา ขณะที่เมืองเสียมราฐแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของนครวัด สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของกัมพูชาอีกด้วย.

ที่มา : เอพี

‘ธนกร’ แจง ป้าบุกด่าทอนายกฯ จนท. ทำตามหลักสากล เห็นต่างได้ต้องให้เกียรติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544780

14 มี.ค. 2566

'ธนกร' แจง ป้าบุกด่าทอนายกฯ จนท. ทำตามหลักสากล เห็นต่างได้ต้องให้เกียรติ

‘ธนกร’ ชี้แจงเหตุการณ์ตำรวจคุมตัวป้าที่จ.ราชบุรี เห็นต่างได้ต้องให้เกียรติ ไม่หวั่นกระทบภาพลักษณ์นายกฯ ด้าน ‘ผบ.ตร.’ เผย จนท.หวั่นเกิดเหตุปะทะ หลัง 2 ฝ่าย เผชิญหน้า กำลังตรวจสอบเป็นไปตามสากลหรือไม่

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์ตำรวจหญิงนำตัวหญิงสูงวัยออกจากพื้นที่ขณะนายกรัฐมนตรีกำลังตรวจราชการจ.ราชบุรี ว่า ในระบอบประชาธิปไตย สามารถเห็นต่างได้ แต่ว่าต้องเป็นไปตามกฎหมาย มีประชาชนมาต้อนรับ 4,000-5,000 คน แต่มี 3-4 คน เห็นต่าง บางทีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงอาจจะมีการกระทบกระทั่งกันเกิดขึ้นได้ แต่การปฏิบัติก็ต้องเป็นตามหลักกฎสากล

หลังจากนี้การลงพื้นที่ก็เจอแบบนี้บ้าง ทางนายกรัฐมนตรีก็เข้าใจอยู่แล้ว แต่ต้องว่าไปตามกฎหมาย ทุกคนเป็นคนไทย คิดว่าทำอะไรต้องอะลุ่มอล่วยกันและพูดจาทำความเข้าใจกันดีกว่า

สังคมมองเป็นฝ่ายเห็นต่างจึงถูกกระทำเช่นนี้ นายธนกร กล่าวว่า ต้องฟังคำชี้แจงจากทางตำรวจ สิ่งที่ปฏิบัติเป็นไปตามหลักสากลหรือไม่ หากปล่อยให้บางส่วนมีการดำเนินการเช่นนี้ต่อ จะทำให้ส่วนใหญ่ไม่พอใจและเกิดการกระทบกระทั่งกันเหมือนในอดีต

ส่วนจะทำให้ภาพลักษณ์นายกรัฐมนตรีเสียหายหรือไม่ นายธนกร มองว่า คนละส่วนกันและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน ซึ่งวันนี้ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ท่านอย่างเต็มที่ แต่สิ่งหนึ่งที่ตนอยากฝากไว้ คือ การแสดงออกทำได้ ภายใต้กฎหมาย แต่การใช้ถ้อยคำที่รุนแรงด่าทอนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำประเทศ ตนคิดว่าตรงนี้ต้องดูด้วยและไม่อยากให้มองเป็นเรื่องการเมือง การลงพื้นที่หรือหาเสียง ไม่ว่าพรรคไหน คนที่เห็นต่างต้องเข้าใจและไม่ควรที่ไปปฏิบัติเช่นนี้ ทั้งกับนายกหรือหัวหน้าพรรค 

นายธนกร กล่าวว่า เราแข่งกันด้านนโยบาย ถ้าไม่ชอบหรือเห็นว่าเป็นนโยบายที่ไม่ดีก็ไปตัดสินในการเลือกตั้งซึ่งเป็นระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว

ด้านพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า ตำรวจทำหน้าที่ดูแลทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะกลุ่มไหน ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล รวมถึงนายกระฐมนตรี เป็นผู้นำรัฐบาล เราก็ต้องเข้มข้น ดูแลรักษาความปลอดภัย ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ

ความเห็นต่างมีได้แต่ไม่อยากให้มีถ้อยคำด่าทอรุนแรง สุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย ซึ่งได้รับรายงานจากผู้บังคับการจังหวัดราชบุรี ว่า เป็นเหตุการณ์ที่จะวิ่งเข้าไปตัวรถของนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นอันตราย จึงต้องดำเนินการโดยตำรวจหญิง และตำรวจหญิงเองก็ถูกหักนิ้วเช่นกัน จึงอยากให้เน้นการใช้สิทธิ์เชือกตั้ง เพราะรัฐบาลเหลือเวลาอีกไม่นานก้ครบวาระ  รักใครชอบใครก็ขอให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 

หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าตำรวจทำเกินหน้าที่หรือไม่ เมื่อถามว่า รุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่ ผบ.ตร. ยังไม่กล้ายืนยัน ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน ซึ่งภาพที่ปรากฎ เป็นแค่ส่วนเดียว ต้องมีภาพตั้งแต่ต้นด้วยว่า มีการกระทำอะไรไปก่อนหน้านั้นหรือไม่ 

ส่วนการป้องกันหลังจากนี้จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะเจ้าหน้าที่พยายามที่จะไม่ทำให้สองฝ่ายปะทะกัน ต้องพยายามทำให้เกิดความเรียบร้อยขึ้นมาให้ได้ ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เป็นคนไทยด้วยกัน ความเห็นต่างมีได้ แต่ไม่อยากให้เกิดความรุนแรงและไม่อยากให้เกิดการด่าทอด้วยคำที่ไม่สุภาพ

‘กกต.’ พิจารณา ‘แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่’ บ่ายวันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544774

14 มี.ค. 2566

'กกต.' พิจารณา 'แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่' บ่ายวันนี้

‘แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่’ อยู่ในมือ ‘กกต.’ ทั้ง 77 จังหวัดแล้ว นัดพิจารณาบ่ายวันนี้ ดูจากผลงานที่ผ่านมา คาด พรุ่งนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้

ความคืบหน้า การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ หลังปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนทั่วประเทศไปเมื่อวานนี้ ขณะนี้ ผอ.กกต. ทั้ง 77 จังหวัดได้ส่ง ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของพรรคการเมืองและประชาชนในจังหวัดประกอบการพิจารณาเสนอแนะการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ของจังหวัด  รวบรวมสรุปความเห็นและข้อเสนอแนะของพรรคการเมืองและประชาชนในจังหวัด  พร้อมผลการพิจารณาข้อเสนอแนะการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ของจังหวัดอย่างน้อยสามรูปแบบเรียงตามลำดับความเหมาะสมต่อ กกต. ตามระเบียบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ข้อ 46 แล้ว   โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีกำหนดพิจารณาแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ช่วงบ่ายวันนี้

แหล่งข่าวจาก กกต.ระบุว่ามีความเป็นไปได้ ที่ กกต. จะประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ในราชกิจจานุเบกวันพรุ่งนี้ แม้ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง แม้ไม่ได้กำหนดระยะเวลาเอาไว้  แต่ดูจากผลงาน ที่สามารถประกาศ จำนวนสส.ได้ ในวันเดียวกับที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย  ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นกังวล เมื่อประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ได้ครบทั้ง 400 เขตแล้ว การยุบสภาในวันที่ 15 มีนาคม จะทำให้การเลือกตั้ง เป็นไปตามไทม์ไลน์ ที่กกต.เคยวางไว้ก่อนหน้านี้

หากมีการยุบสภา ตามสมมติฐานที่ตั้งไว้15 มีนาคม 2566 และมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาแล้ว ขั้นที่จะตามมาคือ

  • กกต. ต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป กรณีมีการยุบสภา  ซึ่งต้องไม่เร็วกว่า 45 วัน และไม่ช้าเกิน 60 วัน  ( 7 พฤษภาคม 2566 )
  • กำหนดวันรับสมัคร ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา หรือไม่เกิน 20 มีนาคม 2566
  • หลังจากนั้น จะมีการเปิดรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวลา 5 วัน
  • ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ม.46) ภายใน 7 วัน นับแต่มีการปิดรับสมัคร
  • กกต.ต้องประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้ง/ที่เลือกตั้ง(ม.30) และประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ม.36 )  ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า  25 วัน
  • ส่งหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน(ม.36)/สรรหา,แต่งตั้งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(ม.19) ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน
  • ส่วนการแจ้งเปลี่ยนแปลงหน่วยเลือกตั้ง/ที่เลือกตั้ง (ม.30) , แจ้งเพิ่มชื่อ – ถอนชื่อ ( ม.37, ม.38 )  ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน
  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (ม. 33 ) ภายใน 7 วัน ก่อนการเลือกตั้ง
  • ต้องกำหนดให้มีวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง/นอกเขตเลือกตั้ง 1 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ภายในทำเนียบรัฐบาล ต้องเตรียมงาน กันหลายอย่าง ทำให้คาดการกันไปต่างๆ นาๆ  ทั้งเรื่องเอกสารที่จะตามมาหลัง ประชุม ครม.วันนี้ และอาจมีการยุบสภาหลังแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ เรียบร้อยแล้ว

จี้ ‘กกต.’ ยุบพรรค รวมไทยสร้างชาติ เพราะความผิด ไตรรงค์ สำเร็จแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544765

14 มี.ค. 2566

จี้ 'กกต.' ยุบพรรค รวมไทยสร้างชาติ เพราะความผิด ไตรรงค์ สำเร็จแล้ว

ไม่ควรจบแค่ตักเตือน สมชัย จี้ ‘กกต.’ พิจารณาคำร้อง ‘ยุบพรรค’ รวมไทยสร้างชาติ เหตุเพราะ ไตรรงค์ อ้างสถาบันพระมหากษัตริย์หาเสียง

การลงนามในหนังสือกกต.ของ นายแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ตักเตือน นาย ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค ไม่ให้นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาหาเสียงเลือกตั้ง เป็นการลงโทษที่ไม่เพียงพอ ในความเห็นของ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.

สมชัย ระบุไว้ในเฟซบุ๊กว่าคำร้องกรณี นายไตรรงค์ กล่าวปราศรัยในเวทีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 และ ในเวทีหาเสียงที่หน้าศาลากลาง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2566  ที่ ร้องต่อ กกต. มีผลคือ เลขาธิการ กกต.ลงนามเอกสาร ถึงทุกพรรคเพื่อให้ระมัดระวังการหาเสียงที่พาดพิงสถาบัน และ มีหนังสือเตือนไปยังพรรครวมไทยสร้างชาติเพื่อกำกับคุณไตรรงค์ ไม่ให้กระทำการที่อาจเข้าข่ายดังกล่าวอีกนั้น

ต้องชื่นชมท่านเลขา ที่ ออกหนังสือ 2 ฉบับ แต่เท่านี้ ยังไม่สมควรจบ  เพราะเป็นความผิดสำเร็จที่กระทำขึ้นแล้วถึง 2 ครั้ง 2 ครา และ เป็นข้อหาที่เชื่อมโยงถึงการทำความผิดตามมาตรา 92(2) ของ พรป. พรรคการเมืองถึงขั้นยุบพรรค

สมชัยบอกว่า สิ่งที่เลขาฯ กกต. พึงกระทำ คือ การมีคำสั่งรับหรือไม่รับคำร้อง หากรับคำร้องต้องตั้งกรรมการเก็บรวบรวมหลักฐานข้อเท็จจริง เสนอ กกต. ภายใน 30 วัน  เพื่อให้กกต.วินิจฉัย หาก กกต.เห็นว่าผิด ก็ส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรคต่อไป

ส่วน กรณี กกต.ปัดตกคำร้อง กรณีพรรครวมไทยสร้างชาติ ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เมื่อวันเปิดตัวประยุทธ์อีก 4 เรื่อง จะยื่นเรื่องต่อ ปปช. เร็วๆ นี้

สะพัด ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ เข้าที่ ‘ประชุมครม.’ วันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544762

14 มี.ค. 2566

สะพัด 'รถไฟฟ้าสายสีส้ม' เข้าที่ 'ประชุมครม.' วันนี้

‘ประชุมครม.’วันนี้ นอกจากกระทรวงคมนาคมขออนุมัติก่อสร้างทางพิเศษส่วนต่อชยายแล้ว ยังต้องลุ้นว่าจะเสนอโครงการ ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ เข้าพิจารณาในวาระจร หรือไม่

ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ มีวาระพิจารณากว่า 20 วาระ ที่น่าสนใจคือวาระปกติ เพื่อทราบ แฟ้มสีส้ม ในความรับผิดชอบของ นาย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เป็นร่างพระราชกฤษฎีกา เวนคืนที่ดิน ประกอบด้วย

1.ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลป่างิ้ว ตำบลศาลาแดง ตำบลย่านซื่อ ตำบล
ลาดกรวด ตำบลบ้านรี อำเภอเมืองอ่างทอง และตำบลชัยฤทธิ์ อำเภอไขโย จังหวัดอ่างทอง พ.ศ…

2.ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในท้องที่ตำบลฝั่งแดง ตำบลน้ำต่ำ ตำบลธาตุพนม ตำบลธาตุ
พนมเหนือและตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม พ.ศ…

3.ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลศรีบุญเรือง ตำบลหันนางาม และตำบลเมือง
ใหม่ อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู พ.ศ…

นอกจากนี้ยังการขออนุมัติดำเนินโครงการทางพิเศษฉลองรัชส่วนต่อขยาย (ช่วงจตุโชติ – ถนนลำลูกกา) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคมรวมอยู่ด้วย

เรื่องที่น่าจับตาในการประชุม ครม.อีกเรื่องคือ การเสนอโครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มเข้าพิจารณา หลังศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้นาย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่รักษาการอาจเสนอเป็นวาระจร แม้จะมีคำเตือนว่า มีเวลาในการศึกษาการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มซึ่งมีรายละเอียดมากมาย และสลับซับซ้อนในช่วงเวลาจำกัด อาจไม่สามารถทำความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้

หากจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ ครม. แล้วถ้าต่อมาศาลฯ มีคำพิพากษาว่าการยกเลิกการประมูลครั้งที่ 1 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และ/หรือ การประมูลครั้งที่ 2 มีการกีดกันและเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่ง นายอธิรัฐจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การแก้ปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มทำได้ยากขึ้น

เลือกตั้ง66 ‘อุบลราชธานี’ ลุกเป็นไฟ ทั้ง ‘ศึกสายเลือด’ และรักหลายเส้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544758

14 มี.ค. 2566

เลือกตั้ง66 'อุบลราชธานี' ลุกเป็นไฟ ทั้ง 'ศึกสายเลือด' และรักหลายเส้า

11 เขตเลือกตั้งของ ‘อุบลราชธานี’ เป็นที่หมายปองของพรรคการเมืองใหญ่หลายพรรค จนทำให้เกิด ‘ศึกสายเลือด’ ในบางเขต

อุบลราชธานี  อีกหนึ่งพื้นที่ ที่คอการเมืองต้องโฟกัส เพราะแข่งขันกันดุเดือดตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

การเลือกตั้งปี 62 พรรคเพื่อไทย กวาด สส.มาได้ 7 เก้าอี้ จากทั้งหมด 10 ที่นั่ง ที่เหลือถูกแบ่งให้พรรคประชาธิปัตย์ 2 ที่นั่ง และพรรคพลังประชารัฐ 1 ที่นั่ง

แต่ในการเลือกตั้ง66 อุบลราชธานี เพิ่มเป็น 11 เขต ทำให้หลายพรรคหวังช่วงชิงเก้าอี้ สส.มาครอบครอง จึงกลายเป็นงานหนักสำหรับพรรคตราดูไบ ซึ่งมี เกรียง กัลป์ตินันท์ แม่ทัพอุบลฯ รับภารกิจแลนด์สไลด์

แน่นอนว่าคู่ต่อกรสำคัญของเพื่อไทย คือ พรรคภูมิใจไทย หลัง เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ประกาศตอกเสาเข็มทั่วประเทศ และล่าสุดได้บ้านใหญ่ตระกูล ฟองงาม จากพลังประชารัฐ และสร้างอนาคตไทยมาเสริมทัพ จึงทำให้สนามนี้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น

เขตชนช้าง-แข่งเดือด อยู่ที่เขต 3 ซึ่งมี สส.เปิ้ล กิตติ์ธัญญา วาจาดี จากพรรคเพื่อไทย เป็นเจ้าของพื้นที่ และยังคงปักหลักสู้ต่อ

หากย้อนไปดูผลเลือกตั้งปี 62 สส.เปิ้ล เอาชนะคู่แข่ง คือ แมงปอ โยธากาญจน์ ฟองงาม ลูกสาว สุพล ฟองงาม ในสีเสื้อพลังประชารัฐ ด้วยคะแนนห่างกันเกือบครึ่งต่อครึ่ง ทิ้งกันเกือบ 2 หมื่นคะแนน 

แต่หลังจากพ่ายแพ้ในศึกครั้งก่อน แมงปอ ได้เดินสายพบปะประชาชนในพื้นที่ต่อเนื่องตามคำแนะนำของพ่อ เพื่อเก็บแต้มรอวันล้างตา แต่งานนี้ก็ไม่ง่าย เพราะต้องฝ่ากระแสแลนด์สไลด์ของเพื่อไทย ทว่า หากล้มช้างได้ ก็ดังกระหึ่มแน่นอน

อีกหนึ่งเขตที่น่าสนใจคือ เขต 4 ซึ่งในการเลือกตั้งปี 62 ถูกจับจ้องว่าเป็น ศึกสายเลือดของครอบครัว จินตะเวช เพราะสองพี่น้อง คือ สจ.หนุ่ย อัครพล จินตะเวช พี่ชาย ลงสู้ศึกกับ บิว ตวงทิพย์ จินตะเวช โดยทั้งคู่เป็นลูกของ ตุ่น จินตะเวช อดีต สส. 8 สมัย พรรคชาติไทยพัฒนา ผู้ล่วงลับจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน

ครั้งนั้น สจ.หนุ่ย ลงสนามในนามพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเดียวกับพ่อ ส่วน บิว สังกัดพรรคพลังประชารัฐ แม้สองพี่น้องจะพ่ายเลือกตั้งรอบที่แล้วให้กับ เอกชัย ทรงอำนาจเจริญ จากเพื่อไทย แต่ บิว ก็มีคะแนนมาเป็นอันดับ 2 

การเลือกตั้ง66  บิว ขอไปต่อ แต่ย้ายจากค่าย ลุงป้อม ไปอยู่พรรคภูมิใจไทย งานนี้ต้องรอดูว่าใครจะเป็นฝ่ายเข้าวิน

ปิดท้ายด้วยเขต 6 อีกหนึ่งพื้นที่ศึกสายเลือด ระหว่าง เสี่ยอู๊ด ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ จากพรรคพลังประชารัฐ กับ เสี่ยต๋อง พิสิษฐ์ สันตพันธุ์ จากพรรคเพื่อไทย

โดยการเลือกตั้งปี 62  เสี่ยอู๊ด ธนะสิทธิ์ เบียดชนะไปได้แบบเฉียดฉิว 300 กว่าคะแนน

แต่ที่บอกว่าเป็นศึกสายเลือด เพราะ เสี่ยอู๊ด ธนะสิทธิ์ แชมป์เก่า เป็นพี่ชายของ เสี่ยอี๊ด สิทธิชัย โควสุรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย ซึ่งมีพี่เขยชื่อ เสี่ยต๋อง พิสิษฐ์ คู่แข่งในสนามเลือกตั้งอุบลฯ เขต 6 นั่นเอง

เลือกตั้ง66 เสี่ยต๋อง พิสิษฐ์  ส่ง แพร ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ ลูกสาว ลงแก้มือในสีเสื้อเพื่อไทย ขณะที่ เสี่ยอู๊ด ธนะสิทธิ์ แชมป์เก่า ย้ายค่ายจากพลังประชารัฐ ไปอยู่ภูมิใจไทย

ส่วน เสี่ยอี๊ด สิทธิชัย ไม่สนับสนุน เสี่ยอู๊ด ธนะสิทธิ์ พี่ชาย เนื่องจากปัญหาภายในครอบครัว จึงส่ง บุญธรรม ภาคโพธิ์ หรือ เชฟบุญธรรม เชฟกระทะเหล็กอาหารญี่ปุ่นชื่อก้อง ลงสวมเสื้อพรรคไทยสร้างไทย สู้ศึกเลือกตั้ง

เขต 6 อุบลราชธานี จึงกลายเป็นศึกสามเส้าของคนกันเอง