รัสเซีย-สหรัฐฯยินดีผู้นำจีนคุยยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689681

รัสเซีย-สหรัฐฯยินดีผู้นำจีนคุยยูเครน

28 เม.ย. 2566 08:08 น.

รัสเซีย-สหรัฐฯยินดีผู้นำจีนคุยยูเครน

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. โฆษกรัฐบาลรัสเซียกล่าวแสดงความยินดีต่อข่าวนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ต่อสายหารือกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เมื่อคืนก่อน ระบุรัสเซียรับรู้ดีว่าทั้งสองผู้นำหารืออะไรกันและมีจุดยืนเช่นไรต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เราพร้อมต้อนรับทุกสิ่งทุกอย่างที่จะช่วยให้ความขัดแย้งครั้งนี้ยุติลงและรัสเซียบรรลุเป้าหมาย ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯระบุว่าเป็นเรื่องดีที่มีการหารือกัน

สำหรับการสนทนาดังกล่าวซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามอุบัติขึ้นกว่า 1 ปีก่อน นายเซเลนสกีเปิดเผยว่า การสนทนากับนายสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เป็นการหารือที่ยาวและมีความหมาย ส่วนสื่อโกลบอล ไทม์ส ของรัฐบาลจีน ระบุว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวกับนายเซเลนสกีว่า การหารือและการเจรจาเป็นทางออกเพียงหนึ่งเดียว รัฐบาลจีนจะไม่ยืนเฉยๆดูเปลวเพลิงที่มอดไหม้ หรือช่วยโหมให้ไฟลุกลาม ทั้งจะไม่มีทางฉวยโอกาสทำกำไรจากสถานการณ์ครั้งนี้ จีนขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้สติ ความอดทนอดกลั้น เพราะไม่มีใครเป็นผู้ชนะในสงครามนิวเคลียร์ และจีนขอสัญญาว่า จะส่งตัวแทนทูตพิเศษไปยังยูเครนและประเทศอื่นๆ เพื่อดำเนินการสื่อสารแบบเจาะลึกในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการหาทางออกจากความขัดแย้ง.

ฝันร้ายของชาวอเมริกัน ลุงไบเดนประกาศขอทำต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689502

ฝันร้ายของชาวอเมริกัน ลุงไบเดนประกาศขอทำต่อ

28 เม.ย. 2566 06:16 น.

  • ลม เปลี่ยนทิศ

ฝันร้ายของชาวอเมริกัน ลุงไบเดนประกาศขอทำต่อ

การประกาศตัวลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯสมัยที่ 2 ของ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เมื่อวันอังคาร ถือเป็นฝันร้ายของชาวอเมริกันทั้งประเทศ แม้ผลโพล สำนักข่าว NBC News จะระบุว่า ชาวอเมริกัน 70% ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครต ถึง 51% เห็นว่า ไบเดนไม่ควรลงสมัครเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เพราะมีอายุมากเกินไป ปัจจุบัน ไบเดน มีอายุ 80 ปี ถ้าชนะการเลือกตั้งในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ไบเดนจะมีอายุ 82 ปี ถ้าไบเดนอยู่ครบเทอม 4 ปี เขาจะมีอายุ 86 ปี

ผมดูภาพข่าวเก่าที่โทรทัศน์นำมาประกอบข่าว ไบเดน แล้ว ก็สงสารคนอเมริกัน เป็นภาพข่าวขณะที่ ไบเดน กำลังเดินขึ้น เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เขาโชว์ความแข็งแรง กึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นเครื่องบิน แล้วหกล้มคาบันไดเครื่องบินถึง 3 ครั้ง จนต้องลุกขึ้นมายืนตั้งสติ ก่อนจะเกาะราวบันไดเครื่องบินด้วยสองแขนเดินขึ้นเครื่อง แสดงถึงกำลังขาที่อ่อนล้าตามอายุขัย ไม่สามารถก้าวพ้นความสูงของบันไดเครื่องบิน เวลานี้ ไบเดน มีอายุ 80 ปี ถ้าเป็นผู้นำสหรัฐฯจนถึงอายุ 86 ปี ไม่รู้ว่าจำชื่อประเทศได้หรือเปล่า ทุกวันนี้ก็อ่านผิดอ่านถูกจนถูกล้อเลียนมากมาย

เรื่องอายุสูงวัยของ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของ พรรคเดโมแครต และชาวอเมริกัน พรรครีพับลิกัน ก็ปวดหัวไม่แพ้กัน เมื่อ อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วัย 76 ปี ก็ประกาศจะลงสมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีอีกครั้ง ทั้งที่มีคดีอาญาติดตัวมากมาย ที่สำคัญ ทรัมป์มีอายุ 76 ปีแล้ว ถ้าชนะการเลือกตั้งปลายปี 2567 ทรัมป์จะมีอายุ 78 ปี ถ้าเป็นประธานาธิบดีครบเทอม 4 ปี ทรัมป์จะมีอายุ 82 ปี

นักวิเคราะห์อเมริกันระบุว่า วันเวลาไม่รอคอยใคร ปัญหาอายุของผู้นำสหรัฐฯ ทั้ง โจ ไบเดน และ โดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็นปัญหาใหญ่ของชาวอเมริกัน

ตามข้อมูลประชากรศาสตร์ของอเมริการะบุว่า อายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายอเมริกันที่มีอายุ 82 ปี จะอยู่ที่ 6.77 ปี ผู้ชายอเมริกันที่มีอายุ 82 ปี มีโอกาสที่จะเสียชีวิตในเวลา 12 เดือนข้างหน้าถึง 8% ทำให้ นางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีวัย 54 ปี ซึ่งจะลงสมัครเป็น รองประธานาธิบดี คู่กับ โจ ไบเดน อีกสมัย มีโอกาสที่จะได้ขึ้นเป็น ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐฯ ค่อนข้างสูง นี่คือความเห็นของนักวิเคราะห์ชาวอเมริกัน

“เหตุผล” ที่ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำอเมริกันวัย 80 ปี ต้องการชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯอีกสมัย ฟังแล้วเผลอนึกว่ากำลังดูข่าว “ลุงตู่” อยู่ในประเทศไทย

โจ ไบเดน ให้เหตุผลที่ลงสมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีอีกสมัยด้วย สโลแกนหาเสียงปี 2024 ว่า “It’s time to finish the job ถึงเวลาที่จะทำงานต่อให้จบ” ฟังปุ๊บผมก็นึกถึงสโลแกน “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” ของ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นมาทันที เหมือน “ลุงโจ” จะลอกสโลแกนของ “ลุงตู่” ไปใช้ดื้อๆ “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” แต่ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศกลับล้าหลัง เช่นเดียวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯในยุค โดนัลด์ ทรัมป์ และ โจ ไบเดน ที่ถดถอยต่อเนื่อง ปีนี้เศรษฐกิจอเมริกาจะเข้าสู่ “ภาวะถดถอย Recession” ในช่วงปลายปีนี้ จีดีพีสหรัฐฯปี 2023 จะติดลบเป็นครั้งแรก

ไบเดน บอกว่า เขาจะเข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจอเมริกา โดยเฉพาะงบประมาณการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เขาทำไว้

ไม่น่าเชื่อครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาอันยิ่งใหญ่ มหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก มีนักธุรกิจเก่งมากมาย วันนี้จะสิ้นไร้ไม้ตอกขนาดนี้ หาคนสมัครเป็นผู้นำประเทศไม่ได้ ต้องทอดอาลัยอย่างสิ้นหวัง ดูคนแก่สองคนแย่งชิงอำนาจเป็นผู้นำประเทศของคน 330 ล้านคน และ จำใจต้องเลือกคนแก่คนใดคนหนึ่ง ระหว่าง โจ ไบเดน และ โดนัลด์ ทรัมป์ ในวัย 82 ปี และ 78 ปีในวันเลือกตั้ง สงสัยจะเป็น America Last เสียแล้ว ไม่ใช่ America First.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

สุดตะลึง เผยภาพใหม่ หลุมดำมวลยิ่งยวดปล่อย ‘ลำอนุภาค’ ครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689569

สุดตะลึง เผยภาพใหม่ หลุมดำมวลยิ่งยวดปล่อย ‘ลำอนุภาค’ ครั้งแรก

27 เม.ย. 2566 19:03 น.

สุดตะลึง เผยภาพใหม่ หลุมดำมวลยิ่งยวดปล่อย ‘ลำอนุภาค’ ครั้งแรก

ทีมนักดาราศาสตร์เผยภาพใหม่ หลุมดำมวลยิ่งยวดปล่อยลำอนุภาคขนาดใหญ่เป็นครั้งแรก หลังจากใช้กล้องโทรทรรศน์หลายกล้องเฝ้าสังเกตการณ์ จับภาพของหลุมดำบริเวณใจกลางกาแล็กซีเมสไซเออร์ 87 มาหลายปี

เมื่อ 27 เม.ย. 66 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ทีมนักดาราศาสตร์เผยภาพใหม่หลุมดำมวลยิ่งยวด ปลดปล่อย ‘ลำอนุภาค’ ขนาดใหญ่พุ่งออกมาในภาพเดียวกันเป็นครั้งแรก จนสร้างความตื่นเต้นให้แก่บรรดานักดาราศาสตร์ทั่วโลกเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความหวังว่าอาจช่วยไขปริศนาความลับของจักรวาลได้

ภาพหลุมดำมวลยิ่งยวดที่ปล่อยลำอนุภาคออกมานี้ อยู่บริเวณใจกลางกาแล็กซีเมสไซเออร์ 87 (Messier 87) ซึ่งอยู่ห่างจากโลก 55 ล้านปีแสง เป็นภาพที่นักดาราศาสตร์นำมาประกอบกันจากการเริ่มใช้กล้องโทรทรรศน์ที่ทรงประสิทธิภาพหลายกล้องที่ติดตั้งอยู่ทั่วยุโรปและอเมริกาเหนือ สังเกตการณ์หลุมดำมวลยิ่งยวดบริเวณใจกลางกาแล็กซีเมสไซเออร์ 87 

นักดาราศาสตร์เผยภาพใหม่ของ หลุมดำมวลยิ่งยวดปล่อยลำอนุภาคขนาดใหญ่ เป็นครั้งแรก
นักดาราศาสตร์เผยภาพใหม่ของ หลุมดำมวลยิ่งยวดปล่อยลำอนุภาคขนาดใหญ่ เป็นครั้งแรก

สำหรับหลุมดำมวลยิ่งยวดที่ใจกลางกาแล็กซีเมสไซเออร์ 87 นี้มีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะของเราถึง 6,500 ล้านเท่า และโดยปกติแล้วกาแล็กซีขนาดใหญ่มักมีหลุมดำมวลยิ่งยวดอยู่บริเวณใจกลางกาแล็กซี

ดร.Ru-Sen Lu แห่งหอดูดาวเซี่ยงไฮ้ หัวหน้าทีมเขียนรายงานการศึกษาครั้งนี้ที่นำมาตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature เมื่อวันพุธที่ 26 เมษายน 2566 กล่าวว่า ‘พวกเรารู้ว่ามีลำอนุภาคออกมาจากบริเวณโดยรอบหลุมดำทั้งหลาย แต่พวกเรายังไม่เข้าใจถ่องแท้ว่าปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์นี้เกิดขึ้นอย่างไร ซึ่งการศึกษาโดยตรงนี้ พวกเราจำเป็นต้องสังเกตการณ์ไปที่ต้นกำเนิดของลำอนุภาคที่อยู่ใกล้หลุมดำมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้’

ก่อนหน้านี้เคยมีภาพถ่ายหลุมดำ และภาพถ่ายลำอนุภาคที่ถูกปล่อยออกมาจากหลุมดำมวลยิ่งยวดแล้ว แต่ไม่เคยที่จะรวมอยู่ในภาพเดียวกันมาก่อน

ภาพใหม่ที่สมบูรณ์นี้แสดงให้เห็นบริเวณรอบหลุมดำ และลำอนุภาคที่ถูกปล่อยออกมารอบหลุมดำในเวลาเดียวกัน ซึ่งนักดาราศาสตร์เรียกภาพนี้ว่า ‘เงาของหลุมดำ’ (the shadow of black hole).

ที่มา : Dailymail,CNN

สลด พบแล้ว 95 ศพคดีลัทธิอดอาหาร ปธน.เคนยา ลั่นปราบบาทหลวงเถื่อน (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689461

27 เม.ย. 2566 18:15 น.

สลด พบแล้ว 95 ศพคดีลัทธิอดอาหาร ปธน.เคนยา ลั่นปราบบาทหลวงเถื่อน (คลิป)

เจ้าหน้าที่เคนยาขุดหลุมศพในป่าชาคาโฮลาต่อในวันพุธ ระหว่างการสืบสวนคดีลัทธิอดอาหาร ซึ่งเชื่อว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และพบศพเพิ่มรวมเป็น 95 ศพแล้ว

สำนักข่าว เอเอฟพี รายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับลัทธิอดอาหารในประเทศเคนยา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 95 ศพแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่ดำเนินการขุดหลุมฝังศพในป่าชาคาโฮลา ใกล้เมืองชายฝั่งชื่อ มาลินดี เป็นรอบที่ 5 ในวันพุธที่ 26 เม.ย. 2566 และพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม

การสืบสวนซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ก่อน สร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศเคนยา จนถูกเรียกว่า “การสังหารหมู่แห่งป่าชาคาโฮลา” และทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้ทางการปราบปรามเหล่าลัทธิและศาสนาเถื่อนในประเทศซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวคริสต์แห่งนี้

จำนวนผู้เสียชีวิตมากมายที่พบ ทำให้ห้องเก็บศพของโรงพยาบาลเมืองมาลินดีล้นเกินขีดจำกัด ในขณะที่สมาชิกครอบครัวของผู้ที่เชื่อว่าตกเป็นเยื่อของลิทธิอดอาหาร มารวมตัวกันเพื่อรอฟังข่าวว่า เจ้าหน้าที่พบบุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขาแล้วหรือยัง

ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าลัทธิอดอาหารคือ บาทหลวง พอล แมกเคนซี เอ็นเธนเก ถูกตำรวจจับกุมในข้อหา ผลักดันให้สาวกหรือผู้ติดตามไปสู่ความตาย ด้วยการสั่งสอนให้อดอาหาร อ้างว่าเป็นวิธีเดียวที่จะได้ไปพบกับพระเจ้า ทำให้มีคนจำนวนมากไปนั่งอดอาหารอยู่ตามจุดต่างๆ ในป่าชาคาโฮลา

นายโรดา โอเนียนชา จากคณะกรรมการบริหารชายฝั่งส่วนภูมิภาคของเคนยา เผยในวันพุธว่า เจ้าหน้าที่พบผู้รอดชีวิตอีก 39 คนในพื้นที่ 800 เอเคอร์ของป่าชาคาโฮลา นอกจากนั้นยังจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 22 คน

ด้านนายฮัสซัน มูซา เจ้าหน้าที่สภากาชาดเคนยา บอกกับเอเอฟพีว่า มีคนอย่างน้อย 314 ราย รวมถึงคนงานเหมือง 150 คน ถูกแจ้งหายต่อเจ้าหน้าที่ในเมืองมาลินดี ส่วนใหญ่เป็นชาวเคนยา แต่บางรายก็เป็นชาวแทนซาเนีย และไนจีเรีย บางคนหายตัวไปนานหลายปีแล้ว โดยนายมูซาย้ำว่า การหายตัวของคนกลุ่มนี้อาจไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิอดอาหาร

ทั้งนี้ นายคิธูเร คินดิกี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเคนยา คาดว่าจะพบศพผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับลัทธิอดอาหารเพิ่มขึ้นอีก และเสริมว่า เหตุการณ์นี้ร้ายแรงพอที่จะตั้งข้อหาก่อการร้ายแก่นานเอ็นเธนเกได้เลยทีเดียว

ส่วนนาย ฮุสเซน คาลิด ผู้อำนวยการบริหารของกลุ่มสิทธิมนุษยชน ‘ฮาคิ แอฟริกา’ (Haki Africa) ซึ่งเป็นผู้แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำของนายเอ็นเธนเกให้ตำรวจรู้ บอกกับ เอเอฟพี ว่า บาทหลวงของโบสถ์ Good News International Church ผู้นี้ ดูเหมือนจะหลอกให้เด็กอดอาหารก่อน ตามด้วยผู้หญิง และสุดท้ายคือผู้ชาย

นายคาลิดบอกอีกว่า เหยื่อที่พบจำนวน 50-60% เป็นเด็ก ร่างของพวกเขาถูกห่ออยู่ในผ้าคอตตอนห่อศพ และถูกฝังอยู่ในหลุมตื้นๆ

ประธานาธิบดี วิลเลียม รูโต แห่งเคนยาออกมาให้คำมั่นว่า จะมีมาตรการจัดการกับบาทหลวงเถื่อนอย่างนาย เอ็นเธนเก ที่ใช้ศาสนาเพื่อสั่งสอนแนวคิดประหลาดและไม่อาจยอมรับได้เช่นนี้

ขณะที่การสืบสวนยังดำเนินต่อไป แต่สังคมเริ่มออกมาตั้งคำถามว่า เหตุใดลัทธิอดอาหารนี้ยังคงอยู่มาถึงปัจจุบัน ทั้งที่นายเอ็นเธนเกเคยถูกตำรวจจับกุมตัวไปแล้วในปี 2560 หรือเมื่อ 6 ปีก่อน ข้อหา ปลูกฝังให้เกิดแนวคิดหัวรุนแรง (radicalisation) โดยเรียกร้องไม่ให้ครอบครัวส่งลูกหลานไปโรงเรียน อ้างว่า การศึกษาไม่ได้รับการยอมรับในคัมภีร์ไบเบิล

นอกจากนั้น นายเอ็นเธนเกก็เพิ่งถูกจับกุมตัวเมื่อเดือนก่อน หลังจากพบเด็ก 2 คนอดอาหารจนเสียชีวิตภายใต้การดูแลของพ่อแม่ของพวกเขา แต่บาทหลวงผู้นี้ประกันตัวออกมาในวงเงิน 100,000 ชิลลิงเคนยา (ราว 25,000 บาท) ก่อนที่ตำรวจจะบุกตรวจค้นในป่าชาคาโฮลา ทำให้เขาถูกจับกุมอีกครั้งในวันที่ 15 เม.ย. และมีกำหนดขึ้นศาลในวันที่ 2 พ.ค.นี้

ที่มา : afp

แองเจลินาโจ ลี สุดสวย ควงแมดด็อกซ์ ลูกชายคนโต ร่วมงานเลี้ยงทำเนียบขาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689551

แองเจลินาโจ ลี สุดสวย ควงแมดด็อกซ์ ลูกชายคนโต ร่วมงานเลี้ยงทำเนียบขาว

27 เม.ย. 2566 17:19 น.

แองเจลินาโจ ลี สุดสวย ควงแมดด็อกซ์ ลูกชายคนโต ร่วมงานเลี้ยงทำเนียบขาว

แองเจลินาโจลี สวยแจ่ม ควง แมดด็อกซ์ ลูกชายคนโต มาร่วมงานเลี้ยงของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาว ต้อนรับประธานาธิบดีเกาหลีใต้มาเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางกา

เมื่อ 27 เม.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน แองเจลินา โจลี ดาราหญิงชื่อดังฮอลลีวูด ควง แมดด็อกซ์  บุตรชายวัย 21 ปี มาร่วมในงานเลี้ยงที่ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อวันพุธที่ 26 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อต้อนรับประธานาธิบดียุน ซอก ยอล แห่งเกาหลีใต้ และคณะ ที่เดินทางมาเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และจิล ไบเดน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐฯ ได้เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการต้อนรับประธานาธิบดียุน ซอก ยอล และภริยา ที่เดินทางมาเยือนสหรัฐฯ เพื่อฉลอง 70 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-เกาหลีใต้

แมดด็อกซ์ เป็นบุตรชายคนโตของแองเจลินา โจลี ซึ่งได้รับมาจากกัมพูชา เพื่ออุปการะมาเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่ปี 2002 และขณะนี้ แมดด็อกซ์ มีความคุ้นเคยกับเกาหลีใต้ เนื่องจากกำลังศึกษาสาขาวิชาชีวเคมี ที่มหาวิทยาลัยยอนเซ ในกรุงโซล และแองเจลินา โจลี ได้บินไปส่งลูกชายเรียนมหาวิทยาลัยที่นี่เมื่อเดือนสิงหาคม 2019

แองเจลินาโจ ลี สุดสวย ควงแมดด็อกซ์ ลูกชายคนโต ร่วมงานเลี้ยงทำเนียบขาว เมื่อ 26 เม.ย.2566 ต้อนรับประธานาธิบดียุน ซอก ยอล แห่งเกาหลีใต้มาเยือนสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ
แองเจลินาโจ ลี สุดสวย ควงแมดด็อกซ์ ลูกชายคนโต ร่วมงานเลี้ยงทำเนียบขาว เมื่อ 26 เม.ย.2566 ต้อนรับประธานาธิบดียุน ซอก ยอล แห่งเกาหลีใต้มาเยือนสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ

ที่มา : Dailymail

แซงเพื่อนบ้าน ลาวเดินหน้า โครงการโรงไฟฟ้า ‘พลังงานลม’ ใหญ่สุดในอาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689486

แซงเพื่อนบ้าน ลาวเดินหน้า โครงการโรงไฟฟ้า ‘พลังงานลม’ ใหญ่สุดในอาเซียน

27 เม.ย. 2566 14:57 น.

แซงเพื่อนบ้าน ลาวเดินหน้า โครงการโรงไฟฟ้า ‘พลังงานลม’ ใหญ่สุดในอาเซียน

สปป.ลาว แซงหน้าเพื่อนบ้าน จับมือกับบริษัท พาวเวอร์ไชน่าจากจีน สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งแรกในประเทศ และถือเป็นแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน

สำนักข่าวซินหัวรายงาน ทางการนครหลวงเวียงจันทน์ของ สปป.ลาว จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมมอนสูน ขนาด 600 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการแรกในประเทศที่ทำสัญญากับบริษัท พาวเวอร์ คอนสตรักชัน คอร์เปอเรชัน ออฟ ไชน่า จำกัด หรือพาวเวอร์ไชน่า (PowerChina) เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา

พิธีดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ลาว และจีน เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก อาทิ สะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ สปป.ลาว, คำเจน วงโพสี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผนและการลงทุนของลาว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอื่นๆ รวมถึงจ้าว เหวินอวี่ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและพาณิชย์ของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำลาว และกลุ่มตัวแทนผู้พัฒนาและผู้รับเหมาโครงการฯ

โพไซ ไซยะสอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ของลาว กล่าวว่าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งนี้จะปูทางสู่การพัฒนาพลังงานลม รวมถึงเป็นแรงผลักดันใหม่แก่การพัฒนาเศรษฐกิจและภาคพลังงานของประเทศ พร้อมหวังว่าโครงการฯ จะก่อสร้างอย่างราบรื่นด้วยแรงสนับสนุนจากทางการลาวในทุกระดับ

หยาง เจี้ยน รองผู้จัดการทั่วไปของสำนักงานใหญ่พาวเวอร์ไชน่า สาขาภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่าบริษัทฯ จะใช้ข้อได้เปรียบด้านเทคโนโลยีและประสบการณ์อย่างเต็มที่เพื่อสร้างโครงการฯ เป็นเกณฑ์มาตรฐานของโครงการพลังงานใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนแบ่งปันความรู้และความแข็งแกร่งแก่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในลาว รวมถึงสร้างความสำเร็จครั้งใหม่แก่แผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI)

ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมมอนสูนพัฒนาโดยบริษัท มอนสูน วินด์ พาวเวอร์ จำกัด (Monsoon Wind Power) สัญชาติลาวในเครือบริษัท อิมแพค เอนเนอร์จี เอเซีย ดีเวลอปเมนต์ จำกัด (IEAD) จากไทย มุ่งสร้างโครงการพลังงานลมที่มีกำลังการผลิตตามสัญญา 600 เมกะวัตต์ ในแขวงเซกองและแขวงอัตตะปือทางตอนใต้ของ สปป.ลาว โดยจะส่งออก และขายไฟฟ้าแก่เวียดนามที่อยู่ข้างเคียง

รายงานจากมอนสูน วินด์ พาวเวอร์ ระบุว่าเมื่อก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งนี้จะเป็นโครงการพลังงานลมแห่งแรกในลาว และเป็นโครงการพลังงานลมขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเป็นโครงการพลังงานใหม่ข้ามพรมแดนแห่งแรกในเอเชีย

ที่มา : ข้อมูล-ภาพ Xinhua

เผยภาพสุดท้าย “เคนจิ นางาอิ” นักข่าวญี่ปุ่นในเมียนมา ก่อนถูกยิงเสียชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689492

เผยภาพสุดท้าย "เคนจิ นางาอิ" นักข่าวญี่ปุ่นในเมียนมา ก่อนถูกยิงเสียชีวิต

27 เม.ย. 2566 14:47 น.

เผยภาพสุดท้าย “เคนจิ นางาอิ” นักข่าวญี่ปุ่นในเมียนมา ก่อนถูกยิงเสียชีวิต

ครอบครัวของนักข่าวชาวญี่ปุ่นที่ถูกสังหารขณะรายงานข่าว “การปฏิวัติผ้ากาสาวพัสตร์” ในเมียนมา ในปี 2550 ได้เผยแพร่ภาพสุดท้ายของเขาเมื่อวันพุธ โดยเป็นภาพจากกล้องวิดีโอที่สูญหายไปนับตั้งแต่ที่เขาเสียชีวิตเมื่อ 15 ปีก่อน

ภาพสุดท้ายจาก นายเคนจิ นางาอิ วัย 50 ปี ระหว่างการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ได้มาจากสำนักข่าวเสียงประชาธิปไตยแห่งพม่า (DVB) ที่เน้นรายงานข่าวสถานการณ์ในเมียนมา ซึ่งส่งกล้องคืนครอบครัวของนางาอิในกรุงเทพฯ เมื่อวันพุธ

กองกำลังรักษาความมั่นคงของเมียนมาจับกุมประชาชนหลายพันคนระหว่างการเดินขบวนที่นำโดยพระสงฆ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในการลุกฮือครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษเพื่อต่อต้านการปกครองของทหาร มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 คน

ในวิดีโอ นางาอิ จับภาพของผู้ประท้วงในนครย่างกุ้งและการมาถึงของรถบรรทุกทหาร ก่อนที่จะหันเลนส์ไปที่ตัวเขาเองเพื่อบันทึกภาพส่วนหนึ่งไปยังกล้อง

โนริโกะ โอกาวะ น้องสาวของเขา กล่าวว่า เธอหวังว่าวิดีโอของเขาจะสามารถสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความรุนแรงในปัจจุบันในเมียนมา ซึ่งถูกจุดชนวนโดยกองทัพเมียนมาที่ทำการรัฐประหารในปี 2564 ซึ่งถือเป็นการยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนครั้งแรกในรอบ 59 ปี ของกองทัพเมียนมา

โอกาวะ กล่าวกับสื่อในกรุงเทพฯ ว่า “ฉันไม่คิดว่าเขาเป็นฮีโร่ แม้ว่าเขาจะเสียชีวิต ฉันอยากให้ผู้คนจดจำเขาในฐานะนักข่าวที่เต็มใจต่อสู้ต่อไป จากภาพนี้ฉันหวังว่าผู้คนจะหันกลับมาสนใจเมียนมาอีกครั้ง และหวังว่าผู้คนทั่วโลกจะรู้สึกว่าควรดำเนินการบางอย่างเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน” 

เธอกล่าวว่า กล้องและวิดีโอจะถูกนำกลับไปที่ญี่ปุ่นเพื่อวิเคราะห์และสนับสนุนการสืบสวนอย่างละเอียดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของพี่ชายผู้ล่วงลับของเธอ ซึ่งเป็นคดีที่แทบไม่มีความคืบหน้า โอกาวะกล่าวเสริมว่า “เราต้องการให้ความจริงกระจ่าง และได้รับการเปิดเผย นั่นคือความรู้สึกของเรา”

Aye Chan Naing ผู้ร่วมก่อตั้ง DVB ปฏิเสธที่จะบอกว่าองค์กรได้กล้องของนางาอิมาได้อย่างไร เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ในช่วงเวลาดังกล่าว นางาอิ ซึ่งทำงานให้กับสำนักข่าวเอพีเอฟของญี่ปุ่น เดินทางถึงเมียนมา ขณะที่การประท้วงดำเนินมาเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ซึ่งเป็นถือความท้าทายสำคัญครั้งแรกของรัฐบาลทหารเมียนมาในรอบเกือบ 20 ปี

เหตุการณ์ดังกล่าวลุกลามบานปลายเมื่อต้นเดือนกันยายน เมื่อพระสงฆ์ทั่วประเทศแสดงปฏิกิริยาต่อการที่ทหารทำร้ายพระสงฆ์ในเมืองปะโคะกู ด้วยการคว่ำบาตรและปฏิเสธที่จะรับบิณฑบาตจากเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งเป็นการกระทำที่ถือเป็นการท้าทาย ในช่วงปลายเดือนกันยายน กองทัพก็ใช้กำลังเพื่อบดขยี้การเคลื่อนไหวครั้งนี้ด้วยการบุกค้นวัดวาอาราม และทำร้ายพระสงฆ์ที่ไม่เห็นด้วย

เมื่อวันที่ 27 กันยายน ฝูงชนจำนวนมากรวมตัวกันใกล้เจดีย์ซูเลในนครย่างกุ้ง และนางาอิซึ่งสวมกางเกงขาสั้นและรองเท้าแตะ อยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้ประท้วง ได้ใช้กล้องเพื่อบันทึกภาพเหตุการณ์ประท้วงในนครย่างกุ้ง ในภาพวิดีโอที่เขาถ่ายในวันนั้น นางาอิบันทึกวินาทีที่รถบรรทุกที่เต็มไปด้วยทหารปรากฏขึ้นที่เจดีย์ซูเล เขาพูดกับกล้องว่า “กองทัพเพิ่งมาถึง และพวกเขาติดอาวุธหนัก แต่ผู้คนจำนวนมากยังคงรวมตัวกันที่หน้าเจดีย์” นั่นเป็นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาพูด หลังจากนั้นไม่นานวิดีโอของเขาก็หยุดลง

นางาอิ ถูกยิงเมื่อทหารเปิดฉากยิงผู้ประท้วง ภาพที่มีการเผยแพร่โดยทั่วไปที่มีการลักลอบนำออกจากเมียนมาในปี 2550 แสดงให้เห็นว่าทหารคนหนึ่งเล็งปืนไรเฟิลใกล้กับนางาอิ ซึ่งล้มถอยหลังไปบนถนน โดยช่างภาพของสำนักข่าวรอยเตอร์จับภาพนางาอิที่ล้มลงบนพื้นได้ ในเวลานั้นทางการเมียนมาระบุว่า เขาถูกยิงโดยไม่ตั้งใจ และรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า ไม่สามารถสรุปได้ว่าเขาถูกสังหารในระยะเผาขน.

สหรัฐฯ-เกาหลีใต้ ลงนามข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์ ต่อต้านภัยคุกคามเกาหลีเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689451

สหรัฐฯ-เกาหลีใต้ ลงนามข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์ ต่อต้านภัยคุกคามเกาหลีเหนือ

27 เม.ย. 2566 11:02 น.

สหรัฐฯ-เกาหลีใต้ ลงนามข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์ ต่อต้านภัยคุกคามเกาหลีเหนือ

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดี ยุน ซุก-ยอล ของเกาหลีใต้ ได้บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญ ซึ่งรวมถึงแผนการประจำการเรือดำน้ำติดอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ เป็นระยะๆ ในเกาหลีใต้ สหรัฐฯ ยังเห็นชอบที่จะให้เกาหลีเหนือมีส่วนร่วมในการวางแผนสำหรับการใช้อาวุธนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือ เพื่อเป็นการตอบแทน เกาหลีใต้ตกลงที่จะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง

นายไบเดน กล่าวว่า ข้อตกลงที่เรียกว่า “ปฏิญญาวอชิงตัน” จะเสริมสร้างความร่วมมือของพันธมิตรในการยับยั้งการโจมตีของเกาหลีเหนือ ผู้นำสหรัฐฯ เมื่อวันพุธระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับนายยุน ซึ่งเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ รวมถึงสงครามในยูเครน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความร่วมมือทางไซเบอร์ และพลังงานนิวเคลียร์

ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวว่า ปฏิญญาวอชิงตันซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเยือนสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ถือเป็นความคืบหน้าที่ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ในการยกระดับการป้องปราม ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการยับยั้งการโจมตีและปกป้องพันธมิตรของสหรัฐฯ โดยใช้กำลังทางทหาร รวมถึงอาวุธนิวเคลียร์

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ เนื่องจากเกาหลีเหนือดำเนินการทดสอบขีปนาวุธเป็นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์

เจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงกล่าวกับผู้สื่อข่าวในสัปดาห์นี้ว่า ข้อตกลงใหม่เป็นผลมาจากการเจรจาที่เกิดขึ้นในช่วงหลายเดือน ภายใต้ข้อตกลงนี้ สหรัฐฯ มีเป้าหมายที่จะดำเนินการเพื่อ “ทำให้การป้องปรามมีความชัดเจนยิ่งขึ้นผ่านการติดตั้งสินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์ซึ่งรวมถึงการนำเรือดำน้ำขีปนาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ไปประจำการที่เกาหลีใต้เป็นระยะๆ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1980”

นอกจากนั้น ทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งกลุ่มที่ปรึกษาด้านนิวเคลียร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาด้านนิวเคลียร์และการวางแผนเชิงกลยุทธ์

นักการเมืองในเกาหลีใต้ได้ผลักดันให้สหรัฐฯ มีส่วนร่วมมากขึ้นในการวางแผนว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนืออย่างไรและเมื่อใด เนื่องจากคลังแสงนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือมีขนาดและความซับซ้อนเพิ่มขึ้น ชาวเกาหลีใต้จึงเริ่มระแวดระวังว่าอาจมีสิ่งใดที่กระตุ้นให้นายไบเดนกดปุ่มอาวุธนิวเคลียร์แทนพวกเขา ความกลัวที่ว่าสหรัฐฯ อาจละทิ้งเกาหลีใต้ได้นำไปสู่การเรียกร้องให้เกาหลีใต้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง

แต่ในเดือนมกราคม นายยุนได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่รัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อเขากลายเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนแรกที่นำแนวคิดนี้กลับมาใช้ใหม่ในรอบหลายทศวรรษ ทำให้สหรัฐฯ เริ่มตระหนักว่าคำพูดและท่าทางที่สร้างความมั่นใจจะไม่ได้ผลอีกต่อไป และหากจะห้ามไม่ให้เกาหลีใต้ต้องการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง ก็ต้องนำเสนอสิ่งที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ นายยุนได้ระบุอย่างชัดเจนว่า เขาคาดว่าจะเดินทางกลับเกาหลีใต้พร้อมกับความคืบหน้าที่ “จับต้องได้”

กลุ่มที่ปรึกษาด้านนิวเคลียร์ใหม่นี้ แสดงความชัดเจนว่ารัฐบาลเกาหลีมีส่วนร่วมมากขึ้นตามที่เคยร้องขอ แต่คำถามที่ใหญ่กว่าคือจะระงับความวิตกกังวลของประชาชนได้หรือไม่ เนื่องจากมันไม่ได้รับรองคำมั่นสัญญาทั้งหมดของสหรัฐฯ ว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อปกป้องเกาหลีใต้หากถูกเกาหลีเหนือโจมตี

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันพุธ นายไบเดนกล่าวว่า “การโจมตีด้วยนิวเคลียร์โดยเกาหลีเหนือต่อสหรัฐฯ หรือพันธมิตรและหุ้นส่วน เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และจะส่งผลให้รัฐบาลชาติใดๆ ก็ตามที่ดำเนินการดังกล่าวต้องสิ้นสุดลง”

แผนส่งเรือดำน้ำติดอาวุธนิวเคลียร์เยือนเกาหลีใต้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ทศวรรษ ยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้กับความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ และเพื่อเป็นการตอบแทน สหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้เกาหลีใต้ยังคงเป็นรัฐที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และเป็นผู้สนับสนุนที่ซื่อสัตย์ต่อการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ สหรัฐฯ เห็นว่าการห้ามเกาหลีใต้ไม่ให้ใช้นิวเคลียร์เป็นสิ่งสำคัญ โดยเกรงว่าหากล้มเหลว ประเทศอื่นๆ อาจเดินตามรอยเท้าเกาหลีใต้

แต่ยังไม่ชัดเจนว่าคำมั่นสัญญานี้จะได้การตอบรับอย่างไรจากกลุ่มนักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ และสมาชิกพรรครัฐบาลของเกาหลีใต้ที่ผลักดันให้เกาหลีใต้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์.

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’สนับสนุนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727271

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’สนับสนุนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

วันศุกร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2566, 11.30 น.

ภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่มีการเพาะปลูกข้าวมากที่สุด แต่ด้วยปัญหาของน้ำไม่เพียงพอต่อการปลูกข้าวนาปัง ทางกรมส่งเสริมการเกษตร กองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ ส่งเสริม สนับสนุนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปลูกง่าย ใช้น้ำน้อย อีกทั้งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มนอกเหนือจากอาชีพหลักได้อีกด้วย คลิกชมคลิป https://youtu.be/cQpXMtbv5J4

กรมตรวจบัญชีฯเดินหน้า สร้างความเข้มแข็งสหกรณ์ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727234

วันศุกร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.อัญมณี ถิรสุทธิ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานสร้างความเข้มแข็งด้านการเงินการบัญชี ซึ่งถือเป็นงานสำคัญกับความมั่นคงของระบบสหกรณ์ ทั้งด้านการวางระบบการตรวจสอบบัญชี เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและสร้างความโปร่งใสผ่านการตรวจสอบบัญชีของผู้สอบบัญชี การเสริมสร้างระบบการควบคุมภายในที่ดี ซึ่งนับเป็นกลไกพื้นฐานสำคัญของกระบวนการกำกับดูแลการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสหกรณ์ ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม

พร้อมกันนั้น ได้ให้คำปรึกษาแนะนำแก่สหกรณ์ด้านการเงินการบัญชีและจุดอ่อนของระบบการควบคุมภายในที่ตรวจพบ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เป็นยุคดิจิทัล มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้อย่างครบวงจร จึงเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานเพื่อให้ก้าวทันกับยุคสมัย โดยพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับสหกรณ์ได้นำไปใช้เป็นเครื่องมือในการช่วยบริหารจัดการงานสหกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพและให้บริการสมาชิกได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว อาทิ แอปพลิเคชั่น Smart4M เครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการสหกรณ์ สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบ ติดตามการดำเนินการของสหกรณ์ รวมไปถึงนวัตกรรมอื่นๆ ที่สนับสนุนการดำเนินงานของสหกรณ์ในยุคดิจิทัล อาทิ โปรแกรมเฝ้าระวังและเตือนภัยทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร (CFSAWss v.2) ระบบบริการข้อมูลสารสนเทศทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร (Web Service) เป็นต้น เพื่อสนับสนุนให้สหกรณ์มีระบบบริหารจัดการและระบบการควบคุมภายในที่ดี สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงภายในองค์กรและแก้ไขข้อสังเกตตามที่ได้รับคำแนะนำ ส่งผลให้สหกรณ์มีความมั่นคง สมาชิกและบุคคลภายนอกที่ทำธุรกรรมกับสหกรณ์มีความเชื่อถือสหกรณ์มากขึ้น ซึ่งเป็นการป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

น.ส.อัญมณี กล่าวอีกว่า นอกจากการดำเนินงานเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สหกรณ์ผ่านการสร้างระบบการตรวจสอบบัญชีและระบบควบคุมภายในที่เข้มแข็ง ยังให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมองค์ความรู้ด้านบัญชี โดยพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้จัดทำบัญชีและงบการเงิน และนำข้อมูลทางบัญชีมาใช้ในการบริหารจัดการ สามารถพึ่งพาตนเองได้ พร้อมทั้งส่งเสริมการจัดทำบัญชีแก่เกษตรกรและกลุ่มเป้าหมายได้สามารถใช้บัญชีเป็นรากฐานสำคัญในการวางแผนการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเกษตรด้านบัญชีหรือครูบัญชีอาสา เพื่อเป็นต้นแบบถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านบัญชีต่อยอดไปถึงการปลูกฝังให้เยาวชนมีองค์ความรู้ด้านบัญชี สู่การเป็นเกษตรกรอัจฉริยะ (Young Smart Farmer) โดยใช้บัญชีเป็นรากฐานสำคัญในการวางแผนการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ สร้างวินัยทางการเงิน รู้จักวางแผนทางการเงิน