“พาเหรดสีรุ้งโตเกียว” กลับมาจัดยิ่งใหญ่ เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689416

"พาเหรดสีรุ้งโตเกียว" กลับมาจัดยิ่งใหญ่ เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี

27 เม.ย. 2566 07:39 น.

“พาเหรดสีรุ้งโตเกียว” กลับมาจัดยิ่งใหญ่ เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี

กรุงโตเกียว เปิดงาน “โตเกียว เรนโบว์ ไพรด์” พาเหรดสีรุ้งของชาว “LGBTQ” ที่จัดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2566 เว็บไซต์ข่าว Japan Times รายงานว่า ทางการกรุงโตเกียว ของญี่ปุ่น เปิดงาน “โตเกียว เรนโบว์ ไพรด์” (Tokyo Rainbow Pride) พาเหรดสีรุ้งของชาว “LGBTQ” ที่จัดขึ้นอย่างมีสีสันเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องประกาศมาตรการต่างๆ เพื่อสกัดการแพร่ระบาด

โดยงานนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “ผลักดันจนกว่าญี่ปุ่นจะเปลี่ยนแปลง” (Press on Till Japan Changes) เพื่อเรียกร้องให้ชาวญี่ปุ่นร่วมกันตระหนักถึงการส่งเสริมสิทธิและความหลากหลายทางเพศ ตลอดจนร่วมผลักดันนโยบายทางการเมืองและสังคมที่ช่วยเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มแอลจีบีทีคิว

ทั้งนี้ งานพาเหรดสายรุ้ง “โตเกียว เรนโบว์ ไพรด์” เป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมแอลจีบีทีคิวที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย โดยปีนี้มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 200,000 คน โดยขบวนพาเหรดเคลื่อนไหวตามถนนในเขตชิบุยา และฮาราจูกุ ขณะที่ปีนี้จัดขึ้นก่อนที่การประชุม “G-7” ในเมืองฮิโรชิมา จะมีขึ้นในช่วงเดือนหน้า.

จนท.นาซีแก่สุดที่โดนตัดสินความผิด ตายแล้ว ขณะมีอายุ 102 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689408

จนท.นาซีแก่สุดที่โดนตัดสินความผิด ตายแล้ว ขณะมีอายุ 102 ปี

27 เม.ย. 2566 06:35 น.

จนท.นาซีแก่สุดที่โดนตัดสินความผิด ตายแล้ว ขณะมีอายุ 102 ปี

อดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยค่ายกักกันนาซี ซึ่งเพิ่งถูกตัดสินจำคุกฐานมีเอี่ยวกับการสังหารหมู่ เสียชีวิตแล้ว ขณะมีอายุได้ 102 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โจเซฟ ชุทซ์ (Josef Schütz) อดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของค่ายกักกันของนาซีเยอรมัน ซึ่งศาลเมืองเบียร์ตัดสินเมื่อปีก่อน ให้ลงโทษจำคุกฐานช่วยเหลือในการสังหารหมู่ชาวยิว เสียชีวิตแล้ว ขณะมีอายุ 102 ปี

นายชุทซ์ ถูกศาลเมืองนอยรุปปิน ในรัฐบรานเดนบวร์ก ตัดสินในวันที่ 28 มิ.ย. 2565 ว่ามีความผิดจริงในข้อหารู้เห็นและยินยอมช่วยเหลือและสนับสนุนการเข่นฆ่านักโทษชาวยิวในค่ายกักกัน ซัคเซนเฮาเซน ในเมืองโอราเนียนบอร์ก ทางเหนือของกรุงเบอร์ลิน ระหว่างเดือนมีนาคม 2485 ถึง กุมภาพันธ์ 2488 จำนวนทั้งสิ้น 3,518 ราย

ศาลยังตัดสินให้นายชุทซ์ต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 5 ปี แต่เขายังไม่เคยถูกนำตัวเขาห้องขัง เนื่องจากต้องรอผลการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลยุติธรรมกลาง โดยนายชุทซ์ปฏิเสธมาตลอดเรื่องที่เขาถูกกล่าวหาว่า เป็นการ์ดของกองกำลังเอสเอส หรือ ชุทซ์ชตัฟเฟิล (Schutzstaffel) ที่ค่ายกักกัน ซัคเซนเฮาเซน

ทั้งนี้ ระหว่างเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 มีคนจำนวนประมาณ 200,000 คน รวมถึงนักโทษการเมือง, ชาวยิว, ชาวโรม และชาวยิปซี ถูกขังที่ค่ายกักกัน ซัคเซนเฮาเซน โดยหลายหมื่นคนในจำนวนนี้ เสียชีวิตจากสาเหตุต่างๆ ทั้ง ถูกบังคับอดอาหาร, ถูกบังคับใช้แรงงานหนัก, ถูกทดลองทางการแพทย์ และถูกฆาตกรรมโดยกองกำลังเอสเอส

ชื่อและรายละเอียดการเกิดของนายชุทซ์ถูกพบอยู่ในเอกสารรายชื่อเจ้าหน้าที่เอสเอสของค่ายกักกัน ซัคเซนเฮาเซน แต่เขาอ้างว่า ตนเองไม่ได้อยู่ที่ค่าย แต่ไปทำงานเป็นเกษตรกร “ผมไม่รู้ว่าทำไมผมจึงต้องมานั่งอยู่ในคอกจำเลยนี่ ผมไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยจริงๆ” นายชุทซ์กล่าวขณะถูกพิจารณาคดี

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาตัดสินว่านายชุทซ์ “ยินยอมสนับสนุนการสังหารหมู่นี้ผ่านหน้าที่การงานของคุณ”

ที่มา : bbc

ทุ่มเงินผลิตคอนเทนต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689182

ทุ่มเงินผลิตคอนเทนต์

27 เม.ย. 2566 05:21 น.

  • ไทยรัฐฉบับพิมพ์

ทุ่มเงินผลิตคอนเทนต์

เรียกว่าเป็นข่าวครึกโครมที่สร้างความคึกคักให้กับวงการอุตสาหกรรมบันเทิงโลก เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง “เน็ตฟลิกซ์” ผู้ให้บริการสตรีมมิงที่นำเสนอความบันเทิงหลากหลายครบรส ออกมาประกาศชัดเจนถึงแผนเพิ่มการลงทุนเป็น 2 เท่า ด้วยเม็ดเงินมหาศาล 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 86,100 ล้านบาท ในช่วง 4 ปีข้างหน้า เพื่อผลิตคอนเทนต์ละคร ภาพยนตร์ และรายการเรียลลิตี้จากเกาหลีใต้ หลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วมกันระหว่างนายเท็ด ซาแรนดอส ซีอีโอของเน็ตฟลิกซ์ กับนายยุน ซอก ยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ที่เดินทางเยือนสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน

ตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จากเกาหลีใต้ที่แข็งแกร่งและครองความนิยมพุ่งสูงอย่างต่อเนื่องไปทั่วโลก โดยเฉพาะความสำเร็จของซีรีส์อย่าง “สควิด เกม” ที่กลายเป็นซีรีส์ยอดนิยมตลอดกาลของ เน็ตฟลิกซ์ มีการสตรีมโดยผู้ใช้บริการ 111 ล้านคนใน 28 วันแรกหลังจากเปิดตัวซีรีส์ รวมถึง ซีรีส์ “เดอะ กลอรี” และรายการเรียลลิตี้โชว์ “ฟิสิคัล 100” ภาพยนตร์ระดับรางวัลออสการ์อย่างพาราไซต์ ยังมีวงการเคป๊อปที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น วงบีทีเอส หรือ แบล็กพิ้งค์ ที่เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินเอเชียวงแรกที่ขึ้นโชว์เป็นวงเฮดไลน์ ที่เทศกาลดนตรีโคเชลลาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ด้านผู้นำเกาหลีใต้ยิ้มรับต่อการลงทุนครั้งนี้ กล่าวว่าเป็นโอกาสครั้งใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะกับเน็ตฟลิกซ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงทั้งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และผู้สร้างของเกาหลีใต้ทั้งหมดด้วย ขณะที่รายได้จากการส่งออกคอนเทนต์ทั้งหมดของเกาหลีใต้ในปี 2564 ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ยังทำสถิติสูงสุดที่ 12,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 426,932 ล้านบาท

ที่ผ่านมามีรายงานว่า เน็ตฟลิกซ์ตั้งเป้าเพิ่มการใช้จ่ายด้านการผลิตตอนเทนต์ในเอเชียแปซิฟิก 15% เป็น 1,900 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ ขณะที่ใช้จ่าย 17,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กับคอนเทนต์จากแหล่งอื่นๆ ทั่วโลกในแต่ละปี และแน่นอนว่าเกาหลีใต้เป็นที่หมายอันดับต้นๆ ของเน็ตฟลิกซ์ในเอเชีย มีแผนผลิตรายการออริจินอลอย่างน้อย 34 รายการ ในปี 2566 หลังจากประสบความสำเร็จจากละครเกาหลี 29 เรื่อง เมื่อปีที่แล้ว โดย 6 เรื่องติดอันดับท็อป 10 ในเอเชียแปซิฟิก งานนี้แฟนซีรีส์เกาหลีใต้รอชมกันได้เต็มอิ่มจุใจ.

อมรดา พงศ์อุทัย

Mattel เผยโฉมตุ๊กตา บาร์บี้ “ดาวน์ ซินโดรม” เพิ่มความหลากหลายสำหรับเด็กผู้หญิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689145

Mattel เผยโฉมตุ๊กตา บาร์บี้ "ดาวน์ ซินโดรม" เพิ่มความหลากหลายสำหรับเด็กผู้หญิง

27 เม.ย. 2566 04:40 น.

Mattel เผยโฉมตุ๊กตา บาร์บี้ “ดาวน์ ซินโดรม” เพิ่มความหลากหลายสำหรับเด็กผู้หญิง

บริษัท Mattel วางจำหน่ายตุ๊กตาบาร์บี้ รุ่น “ดาวน์ ซินโดรม” เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มเด็กๆ ที่มีความหลากหลายแตกต่างกัน

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 สำนักข่าว BBC รายงานว่า บริษัท “แมทเทล” (Mattel) ผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้วางจำหน่ายตุ๊กตาบาร์บี้รุ่น “ดาวน์ ซินโดรม” (Down’s syndrome) ตุ๊กตาบาร์บี้รุ่นล่าสุดที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามของบริษัทที่ผลิตตุ๊กตาให้มีความหลากหลายและแตกต่างกันมากขึ้น หลังจากได้รับการร้องเรียนว่า เด็กที่เผชิญอาการป่วยโรคดาวน์ ซินโดรม ไม่มีตุ๊กตาที่ดูเหมือนกับพวกเขา

ก่อนหน้านี้ บริษัทแมทเทล ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าผลิตแต่ตุ๊กตาบาร์บี้ที่มีผิวสีขาวและทรวดทรงโค้งเว้าสมบูรณ์แบบเกินความเป็นจริง ไม่ได้แสดงถึงตัวตนของผู้หญิงที่มีตัวตนจริงๆ จากนั้นมาทางบริษัทได้พยายามตอบสนองด้วยการผลิตตุ๊กตาสีผิวต่างๆ และรูปร่างแตกต่างกันหลายแบบ เพื่อสะท้อนความเป็นจริงของผู้หญิงในสังคม

โดยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทแมทเทล ผลิตตุ๊กตาบาร์บี้ที่ใส่เครื่องช่วยฟัง ใส่แขนขาเทียมและนั่งรถเข็นออกมาวางจำหน่าย เพื่อเป็นตัวแทนเด็กๆ ที่มีร่างกายพิการไม่สมบูรณ์ ทางแมทเทลระบุว่า เป้าหมายใหญ่ของบริษัทคือ ได้ให้เด็กๆ ทุกคนเห็นตัวเองในตุ๊กตาบาร์บี้ และเด็กๆ จะได้เล่นกับตุ๊กตาที่ดูแตกต่างจากตัวตนของพวกเขาเองด้วย  

ทั้งนี้ บริษัทแมทเทล ผลิตตุ๊กตาบาร์บี้รุ่นดั้งเดิม ที่มีผมบลอนด์ ขายาว และเอวคอด ออกมาเมื่อปี 2502 หรือเมื่อ 64 ปีก่อน ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษามหาวิทยาลัยเซาท์ ออสเตรเลีย ระบุว่า โอกาสที่เด็กผู้หญิงจะมีรูปร่างเหมือนบาร์บี้ มีเพียง 1 ใน 100,000 คน ขณะที่มีกลุ่มคนออกมาเรียกร้องให้ตุ๊กตาบาร์บี้เป็นตัวแทนสะท้อนรูปร่างที่เป็นจริงของผู้หญิงมากขึ้น ต่อมาในปี 2559 บริษัทแมทเทลวางจำหน่ายตุ๊กตาบาร์บี้ที่มีสัดส่วนโค้งเว้า พร้อมกับบาร์บี้สูง และบาร์บี้ตัวเล็ก นอกจากนี้ยังมีสีผิวหลากหลายสะท้อนกลุ่มชนชาติพันธุ์ต่างๆ ซึ่งทางบริษัทแมทเทลระบุว่า หวังว่าตุ๊กตาบาร์บี้จะช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ความหลากหลายของรูปลักษณ์ภายนอกและยอมรับความแตกต่างกันมากขึ้น.

จวก ปธ.คกก.ความปลอดภัยญี่ปุ่น นั่งกินข้าวต่อหลังนายกฯ โดนปาระเบิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689407

จวก ปธ.คกก.ความปลอดภัยญี่ปุ่น นั่งกินข้าวต่อหลังนายกฯ โดนปาระเบิด

27 เม.ย. 2566 03:45 น.

จวก ปธ.คกก.ความปลอดภัยญี่ปุ่น นั่งกินข้าวต่อหลังนายกฯ โดนปาระเบิด

ปธ.คกก.ความปลอดภัยสาธารณะของญี่ปุ่นกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังเขายอมรับว่า ทานข้าวหน้าปลาไหลต่อจนหมด แม้จะได้ข่าวนายกรัฐมนตรีโดนปาระเบิดใส่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 26 เม.ย. 2566 ว่า นายโคอิจิ ทานิ ประธานคณะกรรมการความปลอดภัยแห่งชาติของรัฐบาลญี่ปุ่น กล่าวระหว่างการประชุมพรรคเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า เขากำลังจะทานข้าวหน้าปลาไหล ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์มาแจ้งเขาว่า นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ถูกโจมตีระหว่างหาเสียง

“มีคนบอกผมว่าผมสามารถทานข้าวหน้าปลาไหลเจ้าอร่อยได้ที่นั่น และผมก็ตั้งหน้าตั้งตารอมันมาก” นายทานิบอกกับ ส.ส.ของพรรค “แต่ตอนที่ผมกำลังจะทาน ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งว่า มีของบางอย่างถูกขว้างใส่นายกรัฐมนตรี ที่วาคายามะ”

“แต่ตอนนั้นผมอยากอาหารเต็มที่แล้วและทาน…ข้าวหน้าปลาไหลของผมจนหมด” นายทานิกล่าว โดยสื่อระบุว่า เขาพูดขณะแสดงสีหน้าพึงพอใจมาก

ทั้งนี้ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน นายกรัฐมนตรีคิชิดะเดินทางไปช่วยลูกพรรคหาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่เมืองวาคายามะ ก่อนที่ชายคนหนึ่งจะก่อเหตุปาระเบิดไปป์บอมบ์ เข้าใส่นายคิชิดะ โดยระเบิดทำให้เกิดกลุ่มควันคละคลุ้ง แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ นายคิชิดะถูกเจ้าหน้าที่พาออกจากที่เกิดเหตุได้อย่างปลอดภัย

ส่วนนายทานิ ในตอนที่เกิดเหตุนั้น เขาอยู่ในย่านชิมันโต ในจังหวัดโคชิ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ห่างจากเมืองวาคายามะ ประมาณ 250 กม.

คำพูดของนายทานิเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เสียงโจมตีจากรัฐสภา และโลกออนไลน์ในทันที โดยหลายคนออกมาแสดงความกังวลเรื่องการรักษาความปลอดภัยในญี่ปุ่น ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมการขั้นสุดท้ายเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม G7 ในจังหวัดฮิโรชิมะ ระหว่างวันที่ 19 พ.ค.-21 พ.ค.ที่จะถึงนี้

สมาชิกสภาบางคนถึงขั้นเรียกร้องกลางการประชุมสภาว่า ให้รัฐบาลปลดนายทานิออกจากตำแหน่ง

“ในฐานะผู้นำคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะแห่งชาติ นายทานิกลับไม่รู้สึกรีบเร่งใดๆ เลย” นายจุน อาซุมิ ผู้บริหารพรรครัฐธรรมนูญประชาธิปไตยญี่ปุ่น (CDPJ) ซึ่งเป็นฝ่ายค้านหลักกล่าว “จะไม่เป็นผลเสียต่อนายกรัฐมนตรีหรือ ที่มีคนแบบนี้เป็นหัวหน้ารับผิดชอบการบริหารความมั่นคงของญี่ปุ่น?”

อย่างไรก็ตาม นายคิชิดะกล่าวว่า นายทานิทำหน้าที่ของเขาได้อย่างเพียงพอแล้ว และต้องการให้นายทานิอยู่ในตำแหน่งต่อไป เช่นเดียวกับนาย ฮิโรคาซุ มัตสึโนะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐบาล ที่ออกมาปกป้องนายทานิว่า เขาทำหน้าที่และออกคำสั่งอย่างเพียงพอให้เจ้าหน้าที่ตอบสนองต่อเหตุระเบิดที่วาคายามะแล้ว

ที่มา : cna

ยานอวกาศเอกชนญี่ปุ่น ตกกระแทกพื้นผิว จอดบนดวงจันทร์ไม่สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689403

ยานอวกาศเอกชนญี่ปุ่น ตกกระแทกพื้นผิว จอดบนดวงจันทร์ไม่สำเร็จ

27 เม.ย. 2566 03:00 น.

ยานอวกาศเอกชนญี่ปุ่น ตกกระแทกพื้นผิว จอดบนดวงจันทร์ไม่สำเร็จ

บริษัท ไอสเปซ ของญี่ปุ่นยอมรับ ภารกิจส่งยานแลนเดอร์ไปดวงจันทร์ของพวกเขาล้มเหลวแล้ว และยานตกกระแทกพื้นผิว ขณะพยายามลงจอด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 26 เม.ย. 2566 ว่า บริษัท ไอสเปซ (iSpace) ผู้พัฒนาเทคโนโลยียานอวกาศของญี่ปุ่น ยานแลนเดอร์ ‘ฮาคุโตะ-อาร์’ (Hakuto-R) ที่พวกเขาสิ่งไปยังดวงจันทร์ น่าจะตกลงบนพื้นผิวแล้ว หลังจากพวกเขาขาดการติดต่อกับยานลำนี้ ก่อนที่ยานจะลงจอดตามกำหนดในเวลา 16.40 น. GMT ของวันอังคารที่ 25 เม.ย.

ยาน ฮาคุโตะ-อาร์ ถูกส่งออกสู่อวกาศด้วยจรวดของบริษัท สเปซเอ็กซ์ เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน โดยไอสเปซหวังว่า ยานแลนเดอร์ลำนี้จะลงจอดบนดวงจันทร์และส่งยานโรเวอร์ รวมทั้งหุ่นยนต์ขนาดเล็กเท่าลูกเทนนิสตัวหนึ่ง ออกทำภารกิจสำรวจดาวบริวารของโลกดวงนี้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ

“เรายืนยันการสื่อสารกับยานแลนเดอร์ลำนี้ไม่ได้” นายทาเคชิ ฮาคามาดะ ซีอีโอของไอสเปซกล่าว หลังผ่านเวลาที่ยานฮาคุโตะ-อาร์ ควรลงจอดบนดวงจันทร์ไปแล้ว 25 นาที “เราคงต้องยอมรับว่า เราทำการลงจอดบนพื้นผิวของดวงจันทร์ไม่สำเร็จ”

อย่างไรก็ตาม นายฮาคามาดะกล่าวในเวลาต่อมาว่า แม้จะทำภารกิจไม่สำเร็จ แต่ไอสเปซก็บรรลุเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญในภารกิจนี้ คือการได้ข้อมูลและประสบการณ์มากมายจากการดำเนินการขั้นตอนการลงจอด

ทั้งนี้ ยานแลนเดอร์ ฮาคุโตะ-อาร์ มีความสูงเพียง 2 ม. หนัก 340 กก. ซึ่งถือว่าเล็กกว่ามาตรฐานของยานสำรวจดวงจันทร์ โดยตามแผนการที่วางเอาไว้ หลังจากยานฮาคุโตะ-อาร์ ลงจอดที่ซีกโลกเหนือของดวงจันทร์แล้ว มันจะส่งยานโรเวอร์กับหุ่นยนต์อีกตัวออกเก็บข้อมูลดิน, สภาพทางธรณีวิทยา และบรรยากาศของดวงจันทร์

อย่างไรตาม เป้าหมายหลังของภารกิจสำรวจดวงจันทร์ครั้งนี้ คือการประเมินความสามารถในการส่งยานสำรวจสู่พื้นผิวดวงจันทร์เชิงพาณิชย์ ซึ่งบริษัท ไอสเปซ เป็นเจ้าแรกของญี่ปุ่นที่เริ่มการทดสอบ โดยหวังว่า จะสามารถส่งยานแลนเดอร์เชิงพาณิชย์ได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

ที่มา : bbc

สี จิ้นผิงต่อสายคุยเซเลนสกีครั้งแรก เตรียมส่งทูตพิเศษไปยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689384

สี จิ้นผิงต่อสายคุยเซเลนสกีครั้งแรก เตรียมส่งทูตพิเศษไปยูเครน

26 เม.ย. 2566 23:35 น.

สี จิ้นผิงต่อสายคุยเซเลนสกีครั้งแรก เตรียมส่งทูตพิเศษไปยูเครน

ผู้นำจีนกับยูเครนโทรศัพท์พูดคุยกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียยกทัพรุกราน โดยจีนย้ำจุดยืนเป็นกลาง และเตรียมส่งผู้แทนพิเศษไปยังยูเครน เพื่อพูดคุยหาทางออก

เมื่อวันพุธที่ 26 เม.ย. 2566 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งประเทศจีน โทรศัพท์พูดคุยกับ โวโลดีเมียร์ เซเลเนสกี ผู้นำยูเครนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียยกทัพรุกรานเมื่อปีก่อน โดยคุยกันนานเกือบ 1 ชั่วโมง มีจุดประสงค์เพื่อหาทางยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นด้วยิธีทางการเมือง

ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ CCTV นายสีบอกกับเซเลนสกีว่า การพูดคุยและเจรจาเป็นหนทางเดียวที่จะออกจากสงคราม “ในประเด็นเรื่องวิกฤติยูเครน จีนยืนอยู่ข้างสันติภาพมาตลอด และจุดยืนหลักของจีนคือการส่งเสริมการพูดคุยอย่างสันติ” ประธานาธิบดีจีนระบุ และบอกกับเซเลนสกีด้วยว่า จีนจะส่งผู้แทนพิเศษไปยูเครน

“ฝ่ายจีนจะส่งผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฝ่ายกิจการยูเรเซียไปเยือนยูเครนและประเทศต่างๆ เพื่อจัดการพูดคุยเชิงลึกกับทุกฝ่ายเพื่อหาทางยุติวิกฤติยูเครนด้วยวิธีทางการเมือง” กระทรวงต่างประเทศจีนยืนยันที่งานแถลงข่าวในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ จีนวางตัวเป็นกลางในความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนมาตลอด และสี จิ้นผิง ก็ไม่เผยประณามรัสเซียที่ยกทัพรุกรานยูเครนเลย แต่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผู้นำจีนเผชิญแรงกดดันจากชาติตะวันตกมากขึ้นเรื่อยๆ ให้เข้ามาแทรกแซงเป็นตัวกลางเจรจาระหว่างยูเครนกับรัสเซีย

จีนระบุว่า ยูเครนเป็นฝ่ายเสนอสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งนี้ ซึ่งนายสีย้ำกับผู้นำยูเครนว่า จีนจะไม่มองไฟไหม้ที่เกิดขึ้นจากจุดยืนของฝ่ายใด และจะไม่ราดน้ำมันเข้ากองไฟด้วย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์เพื่อแสวงหาผลกำไร

ส่วนเรื่องความกังวลว่าอาจจะมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ นายสี กล่าวว่า “เรื่องการรับมือกับปัญหานิวเคลียร์ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรอยู่ในความสงบและอดกลั้น เพ่งความสนใจไปที่อนาคตและชะตากรรมของพวกตัวเองและมนุษยชาติเป็นสำคัญ และร่วมมือกันเพื่อบริหารจัดการและควบคุมวิกฤติครั้งนี้”

ที่มา : cna

WHO เตือน ซูดานเสี่ยงเจออันตรายทางชีวภาพ นักรบยึดห้องแล็บเก็บเชื้อโรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689312

WHO เตือน ซูดานเสี่ยงเจออันตรายทางชีวภาพ นักรบยึดห้องแล็บเก็บเชื้อโรค

26 เม.ย. 2566 18:47 น.

WHO เตือน ซูดานเสี่ยงเจออันตรายทางชีวภาพ นักรบยึดห้องแล็บเก็บเชื้อโรค

(ภาพประกอบ)

องค์การอนามัยโลกเตือน ซูดานกำลังเสี่ยงเผชิญอันตรายทางชีวภาพอย่างยิ่ง มีนักรบไม่ทราบฝ่ายบุกยึดห้องแล็บแห่งชาติ เก็บเชื้อโรคอันตราย หลังกองทัพสู้รบกับกองกำลังกึ่งทหารมานาน 2 สัปดาห์

เมื่อ 26 เม.ย.2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์รุนแรงในซูดานทวีความน่ากังวล เมื่อ ดร.นีมา ซาอีด ผู้แทนขององค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำซูดาน เตือนว่า มีรักรบฝ่ายหนึ่งได้เข้าไปยึดครองห้องปฏิบัติการทางสาธารณสุขแห่งชาติ  (ห้องแล็บ)ในกรุงคาร์ทูม เมืองหลวง ซึ่งเก็บรวบรวมตัวอย่างของเชื้อโรคต่างๆ รวมทั้งเชื้อก่อโรคโปลิโอ โรคหัด จึงทำให้ขณะนี้สถานการณ์สู้รบในซูดานอันตรายอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ดร.อาบิด ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำซูดาน ไม่ได้เปิดเผยว่านักรบฝ่ายใดที่บุกยึดห้องแล็บแห่งชาติ หลังจากกองทัพและกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว (RSF) ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหารในซูดานได้สู้รบกันอย่างหนัก ตั้งแต่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา ก่อนจะยอมตกลงหยุดยิง 3 วัน เริ่มตั้งแต่ 25-27 เมษายน เพื่อเปิดทางให้หลายประเทศอพยพพลเรือนออกจากซูดาน

ซูดานรบกันเอง...กองทัพกับกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหารในซูดาน สู้รบกันอย่างดุเดือด แย่งชิงอำนาจ มาตั้งแต่ 15 เมษายน 2566
ซูดานรบกันเอง…กองทัพกับกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหารในซูดาน สู้รบกันอย่างดุเดือด แย่งชิงอำนาจ มาตั้งแต่ 15 เมษายน 2566

ดร.อาบิด ยังกล่าวด้วยว่า เขาได้รับโทรศัพท์จากหัวหน้าห้องแล็บแห่งชาติในกรุงคาร์ทูม เมื่อวันจันทร์ที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา หรือหนึ่งวันหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นตัวกลางเจรจาให้ทั้งสองฝ่ายยอมหยุดยิงเป็นเวลา 72 ชั่วโมง

‘มีความเสี่ยงอย่างใหญ่หลวงที่มีนักรบเข้าไปยึดห้องแล็บแห่งชาติ’ ดร.อาบิด พร้อมกับชี้ว่า ตัวอย่างเชื้อโรคที่เก็บในห้องแล็บแห่งนี้ เป็นเชื้อโรคร้ายแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิต รวมทั้งเชื้อหัด โปลิโอ และอหิวาตกโรค จึงทำให้นอกเหนือจากอันตรายทางเคมีแล้ว ความเสี่ยงของอันตรายทางชีวภาพก็ยังสูงมากด้วย

ที่มา : cbsnews

ตึงเครียด หลายประเทศเร่งอพยพพลเรือนออกจากซูดาน ก่อนหมดเวลา ‘หยุดยิง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2688375

ตึงเครียด หลายประเทศเร่งอพยพพลเรือนออกจากซูดาน ก่อนหมดเวลา ‘หยุดยิง’

26 เม.ย. 2566 15:54 น.

ตึงเครียด หลายประเทศเร่งอพยพพลเรือนออกจากซูดาน ก่อนหมดเวลา ‘หยุดยิง’

หลายประเทศส่งเครื่องบินทหารมาอพยพพลเรือนออกจากซูดาน ก่อนเวลาหยุดยิง 72 ชม. จะหมดลง ทหาร UK แข่งกับเวลา เร่งอพยพพลเมืองราว 4 พันคน แต่ต้องเจอปัญหามาสนามบินไม่ได้เพราะรถไม่มีน้ำมันเติม

เมื่อ 26 เม.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์สู้รบในประเทศซูดาน ระหว่างฝ่ายกองทัพ นำโดยนายพลฟัตตาห์ อัล บูร์ฮาน กับกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว (Rapid Support Forces) หรือ RSF ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหาร ภายใต้การนำของนายพลโมฮาเหม็ด ฮัมดาน ดากาโล ซึ่งแย่งชิงอำนาจกัน ที่อุบัติขึ้นตั้งแต่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 459 ศพ บาดเจ็บหลายพันคน ยังคงตึงเครียดหนัก ถึงแม้ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงหยุดยิงครั้งใหม่ เป็นเวลา 72 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่หลังเวลาเที่ยงคืน 00.00 น. ของวันที่ 24 เม.ย. เข้าสู่วันที่ 25 เม.ย. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเปิดทางให้มีการอพยพชาวต่างชาติออกจากซูดานนั้น

เดลี่เมลรายงานว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักร (UK) กำลังประสานงานเพื่ออพยพพลเรือนออกจากประเทศซูดาน โดยเครื่องบินของ UK 3 ลำได้นำพลเมืองประมาณ 260 คนเดินทางออกจากกรุงคาร์ทูม เมืองหลวงของซูดาน ไปยังประเทศไซปรัส เกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแล้วเมื่อเช้าวันพุธที่ 26 เมษายน 2566

อย่างไรก็ตาม ทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษและทหาร UK ประมาณ 1,400 คน กำลังทำงานแข่งกับเวลา เพื่อเร่งช่วยอพยพชาวอังกฤษราว 4,000 คนที่ยังติดอยู่ในซูดาน ก่อนเวลาหยุดยิง 72 ชั่วโมง จะหมดลง ขณะที่ต้องประสบกับปัญหาที่ทำให้เกิดความกังวล โดยเฉพาะประชาชนไม่สามารถเดินทางมายังสนามบินในกรุงคาร์ทูมได้ เพราะรถยนต์ไม่มีน้ำมัน เนื่องจากสถานีบริการต่างๆว่างเปล่า ไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิง

หลายประเทศเร่งอพยพพลเรือนออกจากซูดาน ก่อนเวลาหยุดยิงจะหมดลง
หลายประเทศเร่งอพยพพลเรือนออกจากซูดาน ก่อนเวลาหยุดยิงจะหมดลง

ขณะที่ รัฐบาลฝรั่งเศส ได้มีการเตรียมอพยพพลเรือน 491 คน ในจำนวนนี้เป็นพลเรือนชาวฝรั่งเศส 196 คน และจากสัญชาติอื่นๆ อีก 36 ชาติ ออกจากซูดาน ขณะที่มีเรือรบของฝรั่งเศสหนึ่งลำกำลังมุ่งหน้ามายังเมืองพอร์ตซูดาน เพื่อช่วยอพยพพลเรือนให้ได้มากขึ้นด้วย

ส่วนเยอรมนี ได้ส่งเครื่องบินของกองทัพอากาศ 4 ลำมาอพยพพลเรือนกว่า 400 คนซึ่งมีหลากหลายสัญชาติออกจากซูดาน เช่นเดียวกับรัฐบาลจากหลายประเทศที่ได้ส่งเครื่องบินทหารมาอพยพประชาชนออกจากกรุงคาร์ทูม รวมทั้งที่เมืองพอร์ตซูดาน ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญของซูดานตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลแดง ที่สามารถอพยพประชาชนขึ้นเรือไปยังซาอุดีอาระเบียได้

‘สุรเดช’ประชุมอสป. พิจารณา7ประเด็นสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726951

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการองค์การสะพานปลา (อสป.) ครั้งที่ 1/2566 ในฐานะกรรมการ (ผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ) ที่ห้องประชุมองค์การสะพานปลา กรุงเทพมหานครโดยมีนายอำพัน เวฬุตันติ เป็นประธานการประชุมฯ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาในประเด็น 1.แต่งตั้งเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการองค์การสะพานปลา 2.มอบหมายกรรมการลงนามสั่งจ่ายเช็คขององค์การสะพานปลา 3.มอบอำนาจ ผอ.องค์การสะพานปลา,รอง ผอ.องค์การสะพานปลา และพนักงานองค์การสะพานปลา เป็นผู้แทนคณะกรรมการองค์การสะพานปลา ในการทำนิติกรรมและดำเนินคดีกับบุคคลภายนอก 4.จัดทำแผนปฏิทินกำหนดการประชุมคณะกรรมการองค์การสะพานปลา ประจำปี 2566

5.แต่งตั้งกรรมการองค์การสะพานปลา ร่วมเป็นกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการและอนุกรรมการชุดย่อยขององค์การสะพานปลา (Committeer) 6.ขอความเห็นชอบการจัดสรรกำไรสุทธิ ประจำปีงบประมาณ 2564 ขององค์การสะพานปลา และ 7.ขอความเห็นชอบการจัดสรรกำไรสุทธิ ประจำปีงบประมาณ 2565 ขององค์การสะพานปลา