โซไซตี้ : พนักงานจิตอาสา CPF ส่งมอบน้ำใจ ให้ครูเชาว์ เติมเต็มสิ่งดีๆ เพื่อสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726043

โซไซตี้ : พนักงานจิตอาสา CPF ส่งมอบน้ำใจ  ให้ครูเชาว์ เติมเต็มสิ่งดีๆ เพื่อสังคม

โซไซตี้ : พนักงานจิตอาสา CPF ส่งมอบน้ำใจ ให้ครูเชาว์ เติมเต็มสิ่งดีๆ เพื่อสังคม

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พนักงานจิตอาสา บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กว่า100 คน ลงพื้นที่เพื่อทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมและส่งมอบกำลังใจสนับสนุนการทำงานและความตั้งใจของ ครูเชาว์-เชาวลิตสาดสมัย ครูอาสาและทีมงานที่ดูแลเด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุและคนพิการ ใน 12 ชุมชนบริเวณสะพานพระราม 8  โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ และ ณฤกษ์ มางเขียวผู้บริหารสูงสุด ธุรกิจอาหารสำเร็จรูป ในฐานะประธานชมรมบำเพ็ญประโยชน์ ซีพีเอฟนำพนักงานจิตอาสา สมาชิกของชมรมฯ ร่วมส่งมอบอาหารและของใช้ที่จำเป็นผ่านครูเชาว์ เพื่อกระจายให้กับชุมชนต่อไป

ตลอดเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา จิตอาสาซีพีเอฟ ร่วมกันปรับสภาพแวดล้อมที่ดี ด้วยการทาสีรั้วและกำแพงใหม่ ทำแปลงผักสวนครัวที่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน วัดดาวดึงษาราม และสร้างห้องซักผ้าให้ศูนย์สร้างโอกาสพระราม 8และกิจกรรมในวันนี้ ซีอีโอประสิทธิ์ พร้อมจิตอาสาจากหน่วยงานต่างๆ ของซีพีเอฟนำสิ่งของที่จำเป็น และผลิตภัณฑ์อาหาร ซีพี อาทิ ไส้กรอก ไข่สด ไข่ต้ม ไข่สมุนไพร นมซีพี-เมจิ เครื่องดื่มทรูวิตามิน ข้าวตราฉัตรรวมทั้งอุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน กระดาษ A4 หนังสือเรียน เสื้อผ้าที่ยังอยู่ในสภาพที่ดี มอบให้กับเด็กๆ และคนในชุมชน โดยมีครูเชาว์เป็นตัวแทนรับมอบ

ประสิทธิ์ กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้นำโดยชมรมบำเพ็ญประโยชน์ ซีพีเอฟ ได้เชิญชวนจิตอาสาจากหน่วยงานและชมรมต่างๆ ในซีพีเอฟมาร่วมทำกิจกรรมที่ดี สนับสนุนการทำงานของครูเชาว์ซึ่งเป็นบุคคลที่เสียสละ รวมทั้งทีมงานที่ช่วยดูแลเด็กก่อนวัยเรียนมาช่วยกันพัฒนาและปรับปรุงสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ภายใต้กิจกรรม “อาสา มาทาสี” และทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น แปลงปลูกผัก สร้างห้องซักเสื้อผ้า ฯลฯ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางปรัชญา 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน ที่บริษัทและพนักงานทุกคนยึดถือปฏิบัติโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ สังคมและบริษัท

“ขอบคุณครูเชาว์ที่เสียสละดูแลเด็กก่อนวัยเรียน ให้มีพื้นฐานชีวิตที่ดี เพื่อให้เติบโตเป็นคนที่ดีของสังคมและประเทศ และขอขอบคุณเพื่อนๆ พนักงานซีพีเอฟที่ทุ่มเททำประโยชน์เพื่อส่วนรวม แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับสังคม” ประสิทธิ์กล่าว

ด้านครูเชาว์กล่าวว่า ขอบคุณคณะผู้บริหารและพนักงานซีพีเอฟที่มาเติมเต็มให้กับเด็ก คนทำงานและช่วยกันเติมเต็มให้สังคมของเราให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ตั้งแต่กิจกรรม 3 ครั้งที่ผ่านมา เห็นพนักงานจิตอาสาได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นรอยยิ้มและความสุขที่แท้จริง และเข้าใจสิ่งที่พวกเราต้องการ

Health News : จีนส่งออกแพทย์แผนจีน สู้โควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726065

Health News : จีนส่งออกแพทย์แผนจีน สู้โควิด-19

Health News : จีนส่งออกแพทย์แผนจีน สู้โควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จีนได้จัดส่งคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนจีน (TCM) ไปยัง 29 ประเทศทั่วโลก เพื่อสนับสนุนการต่อสู้กับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ระหว่างการแพร่ระบาดใหญ่

เว่ยชุนอวี่ เจ้าหน้าที่สำนักงานกำกับดูแลแพทย์แผนจีนแห่งชาติ กล่าวว่าจีนเผยแพร่เอกสารเกณฑ์วิธีการวินิจฉัยและการรักษาด้วยการแพทย์แผนจีนฉบับหลายภาษาสำหรับการรับมือกับการติดเชื้อไวรัสฯ และได้แบ่งปันประสบการณ์การต่อสู้กับโรคดังกล่าวด้วยยาแผนดั้งเดิมแก่ประเทศและภูมิภาคต่างๆ กว่า 150 แห่ง พร้อมเสริมว่ายาสมุนไพรจีนดั้งเดิมที่ผ่านการรับรองประสิทธิภาพแล้วนั้น ได้รับการวิจัยและนำไปใช้ในหลายประเทศ

ช่วงที่เกิดการระบาดใหญ่ จีนยังจัดเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ด้วยการแพทย์แผนจีน และช่วยเหลือองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดการประชุมเพื่อประเมินบทบาทของการแพทย์แผนจีนในการรักษาโรคโควิด-19 โดยรายงานที่เผยแพร่ในภายหลังได้รับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการแพทย์แผนจีน

ปัจจุบัน จีนวางแผนจัดกิจกรรมต่างๆ ที่ศูนย์การแพทย์แผนจีน ศูนย์วัฒนธรรม และสถาบันทางการแพทย์ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการแพทย์แผนจีน พร้อมทั้งแนะนำประชาคมโลกให้รู้จักวัฒนธรรมจีนผ่านบริการฝังเข็ม การให้คำปรึกษาด้านการบำบัดด้วยการแพทย์แผนจีน และนิทรรศการการแพทย์แผนจีน รวมถึงโครงการริเริ่มอื่นๆ

สวทช. ขุมพลังหลัก วทน.ขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG สู่นักเรียนและครูในพื้นที่ EEC

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726042

สวทช. ขุมพลังหลัก วทน.ขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG  สู่นักเรียนและครูในพื้นที่ EEC

สวทช. ขุมพลังหลัก วทน.ขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG สู่นักเรียนและครูในพื้นที่ EEC

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กิจกรรมการประดิษฐ์ชุดหลอดไฟส่องสว่าง LED แบบหมู่คณะเชื่อมความสามัคคี

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยฝ่ายวิชาการ หลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ ภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor :EEC) จัดกิจกรรมสำหรับเยาวชนและครูในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ภายในงานประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2566 (NSTDAAnnual Conference : NAC2023) ภายใต้ธีม“สวทช. : ขุมพลังหลัก วทน. เร่งการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG สู่ความยั่งยืน ภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เมื่อวันที่ 29-30 มีนาคม 2566 ณ อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย และอาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร จ.ปทุมธานี จำนวน 4 กิจกรรม ประกอบด้วยกิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนระดับมัธยมศึกษา จำนวน 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมนักนวัตกรรมเกษตร Indoor Farming กิจกรรมไวรัส วายร้าย และกิจกรรมการประดิษฐ์ชุดหลอดไฟส่องสว่าง LED แบบหมู่คณะเชื่อมความสามัคคี โดยความร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และกิจกรรมสำหรับครูจำนวน 1 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมสนุกกับกิจกรรมเรียนรู้สะเต็มศึกษากับซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของไทยตามแนวทางโมเดลเศรษฐกิจ BCG โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบผ่านการฟังการบรรยายและกิจกรรมการทดลองปฏิบัติจริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และพี่เลี้ยงคอยดูแลให้คำแนะนำในระหว่างทำกิจกรรม พร้อมทั้งปลูกฝังให้นักเรียนในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สนใจและเข้าใจถึงบทบาทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการพัฒนาความเจริญของประเทศ

กฤษณะ ศรัทธาผล ครูโรงเรียนประภัสสร จ.ชลบุรี

ภูมิพัฒน์ อึ้งเสือ นักเรียนโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 2 กล่าวว่า การเข้าร่วมกิจกรรมทำให้ได้รับความรู้และการต่อวงจรไฟฟ้าได้ทำงานร่วมกับเพื่อนและได้ช่วยเหลือคนอื่นชอบการต่อวงจร การต่อไฟ ทำให้เรามีทักษะในการทำงาน ได้ลงมือทำเอง ทำให้เราได้มีประสบการณ์

เช่นเดียวกับ ด.ญ.กฤษติกา ดวงแก้ว นักเรียนโรงเรียนวัดป่าประดู่ จ.ระยอง ที่อธิบายถึงความรู้ใหม่ที่ได้จากการอบรม ว่า “หนูกำลังทำโครงงานเกษตรในร่ม และไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเข้มแสงเท่าไหร่นัก เพราะใช้แสงไฟอย่างเดียวพอได้มาร่วมกิจกรรมก็ได้รู้ว่าความเข้มแสงมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชมากๆ เลยค่ะ และชอบตรงที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง”

ขณะที่ กฤษณะ ศรัทธาผล ครูโรงเรียนประภัสสร จ.ชลบุรี กล่าวว่า กิจกรรม “สนุกกับกิจกรรมเรียนรู้สะเต็มศึกษากับซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของไทยตามแนวทางโมเดลเศรษฐกิจ BCG” เมื่อได้อบรมแล้วทำให้เห็นชัดเจนว่า บ้านเราเป็นเมืองเกษตรกร และกำลังทำ lab เกี่ยวกับเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จุดเด่นคือต่างประเทศปลูกไม่ได้ แต่บ้านเราปลูกได้ ถือเป็นSoft Power อย่างหนึ่ง และได้นำไปทำเป็นกิจกรรมให้กับนักเรียนชั้น ม.3 ซึ่งไม่เคยทำและไม่ทราบว่ามาก่อนว่าสามารถทำแบบนี้ได้เช่น การปลูกกล้วยไม้แบบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่ประเทศไทยทำอยู่แล้ว เช่น duty free ส่งออกไปต่างประเทศทั่วโลก ก็ถือว่าเป็น Soft Power อย่างหนึ่ง

ภูมิพัฒน์ อึ้งเสือ (ขวา) นักเรียนโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 2

ภูมิพัฒน์ อึ้งเสือ (ขวา) นักเรียนโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 2

ด.ญ.กฤษติกา ดวงแก้ว นักเรียนโรงเรียนวัดป่าประดู่ จ.ระยอง

ด.ญ.กฤษติกา ดวงแก้ว นักเรียนโรงเรียนวัดป่าประดู่ จ.ระยอง

กิจกรรมนักนวัตกรรมเกษตร Indoor Farming

กิจกรรมนักนวัตกรรมเกษตร Indoor Farming

กิจกรรม ไวรัส วายร้าย

กิจกรรม ไวรัส วายร้าย

กิจกรรมสนุกกับกิจกรรมเรียนรู้สะเต็มศึกษากับซอฟต์พาวเวอร์ของไทย

กิจกรรมสนุกกับกิจกรรมเรียนรู้สะเต็มศึกษากับซอฟต์พาวเวอร์ของไทย

หนังสือเด่น : รู้ต้นกำเนิดและระบบของ ‘บิตคอยน์’ รู้จุดแข็งจุดอ่อน ก่อนการลงทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726063

หนังสือเด่น : รู้ต้นกำเนิดและระบบของ ‘บิตคอยน์’  รู้จุดแข็งจุดอ่อน ก่อนการลงทุน

หนังสือเด่น : รู้ต้นกำเนิดและระบบของ ‘บิตคอยน์’ รู้จุดแข็งจุดอ่อน ก่อนการลงทุน

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้นามแฝงว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ ได้แจ้งเกิดและแนะนำบิตคอยน์ ระบบเงินสดอิเล็กทรอนิกส์แบบใหม่ที่ชำระเงินด้วยสกุลเงินตัวเองบนโลกออนไลน์ ในวันที่3 ตุลาคม 2008 ต่อมาในปี 2009 เริ่มใช้ซื้อขายสินค้าออนไลน์ครั้งแรก ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่บิตคอยน์จากที่เป็นสินค้ามาเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน หลังจากนั้นอีก8ปีก็ใช้กันอย่างแพร่หลาย บิตคอยน์กลายเป็นธนาคารกลางสมัยใหม่ และเป็นครั้งแรกที่เงินสดดิจิทัลสามารถใช้งานได้อย่างน่าเชื่อถือ

‘The Bitcoin Standard : ระบบการเงินทางเลือกใหม่ไร้ศูนย์กลาง’ ผู้เขียน Saifedean Ammous (เซเฟดีน อัมมูส) ศาสตราจารย์ทางเศรษฐศาสตร์ชื่อดังของอเมริกา ผู้แปล พิริยะ สัมพันธารักษ์,พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว หนังสือเล่มนี้แบ่งเนื้อหาเป็น 3 ส่วนหลัก ในส่วนแรกจะบอกถึงต้นกำเนิดของเงินตรา ที่ถึงแม้ว่าบิตคอยน์จะเกิดมาใหม่ในยุคดิจิทัล แต่กลับเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเดียวกับปัญหาเดิมตั้งแต่เริ่มต้นมีมนุษยชาติ คือการสร้างเงินที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าของเงินโดยสมบูรณ์ และมีแนวโน้มรักษามูลค่าของตัวเองได้ในระยะยาว ในตอนนี้ได้อธิบายถึงประวัติของเงินในแง่ของบทบาทหน้าที่และคุณสมบัติ สาเหตุที่ทำให้เงินมั่นคงหรือไม่มั่นคง  สาเหตุใดที่เปลือกหอย ลูกปัดโลหะ หรือเงินรัฐบาลถึงทำหน้าที่เป็นเงินได้  เหตุล่มสลายและล้มเหลวในการทำหน้าที่เงินของสิ่งเหล่านี้

ในตอนที่สอง พูดถึงผลกระทบของเงินที่มั่นคงและเงินที่ไม่มั่นคงต่อคน สังคม และโลก จากอดีตถึงปัจจุบัน  เงินที่มั่นคงทำให้ผู้คนคิดการณ์ไกลและเก็บออมลงทุนเพื่ออนาคตได้มากขึ้น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการสะสมทุนทรัพย์และพัฒนาอารยธรรมของมนุษย์  เงินที่มั่นคงสามารถทำให้การค้า การลงทุน และการริเริ่มทำกิจการหรือธุรกิจต่างๆดำเนินไปด้วยดีบนพื้นฐานที่มั่นคง  เงินที่มั่นคงยังเป็นปัจจัยสำคัญของสังคมเสรีที่ใช้เป็นเกราะกำบังรัฐบาลเผด็จการ และการฉ้อฉลได้เป็นอย่างดี ส่วนเงินที่ไม่มั่นคงก็มีแต่สับสนวุ่นวาย

ในส่วนที่สาม จะอธิบายถึงการทำงานของระบบโครงข่ายบิตคอยน์โดยละเอียด และบอกถึงคุณลักษณะที่เป็นจุดเด่นเชิงเศรษฐศาสตร์ และวิเคราะห์แนวทางการใช้งานบิตคอยน์ในฐานะเงินมั่นคง  รวมถึงพูดถึงกรณีที่บิตคอยน์ทำหน้าที่ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ  สิ่งที่เข้าใจผิดๆเกี่ยวกับบิตคอยน์…

หนังสือเล่มนี้ ผู้ที่สนใจบิตคอยน์ สมควรอ่าน เพราะจะได้รู้ถึงกลไกทางเศรษฐศาสตร์ของบิตคอยน์ และการทำงานของโครงข่ายบิตคอยน์ที่แท้จริง  ในเล่มไม่ได้เชิญชวนให้ผู้อ่านไปซื้อหรือลงทุนในสกุลเงินบิตคอยน์แต่อย่างใด ตรงกันข้าม มูลค่าของบิตคอยน์ยังคงมีแนวโน้มผันผวนได้สูงอีกระยะหนึ่ง โครงข่ายบิตคอยน์อาจจะสำเร็จหรือล้มเหลวได้ในอนาคต การใช้งานบิตคอยน์นั้นต้องแม่นและชำนาญในเรื่องเทคนิค และเต็มไปด้วยความเสี่ยง และไม่เหมาะสมอย่างยิ่งกับคนที่ไม่มีความรู้

หากอยากเทรดบิตคอยน์ ต้องศึกษาหรือทำความเข้าใจถึงกระบวนการหรือแนวทางปฏิบัติการครอบครองให้ถ่องแท้เสียก่อน เพราะว่าระบบยังผันผวน และมีเหตุการณ์ต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้องและต้องพิจารณามากมาย เช่น มีการแฮกระบบ การหลอกลวง ความล้มเหลวของระบบรักษาความปลอดภัย ต้องรู้ลึกรู้จริงเท่านั้นถึงจะรักษาทรัพย์สินดังกล่าวไว้ได้ หนังสือเล่มนี้เป็น International Bestseller แปลแล้วกว่า 30 ภาษาทั่วโลก เวอร์ชั่นไทย ราคาเล่มละ 345 บาท

ตำราเรียนวิชาการ ที่อ่านเข้าใจง่าย

ผู้สนใจทั่วไปอ่านและทำตามได้

หนังสือ “เศรษฐศาสตร์วิศวกรรม (Engineering Economy)” ผู้เขียน รศ. ไพบูลย์ แย้มเผื่อน หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับเป็นหนังสือประกอบการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมศาสตร์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะบริหาร หรือเป็นหนังสือสำหรับเพิ่มเติมความรู้ของผู้สนใจทั่วไป เพราะว่าเขียนด้วยสำนวนที่อ่านเข้าใจง่าย สามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง มีตัวอย่างใกล้เคียงกับงานจริงๆ เพื่อให้ผู้ที่ศึกษาสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานจริงได้สะดวกขึ้น ตลอดจนมีเฉลยคำตอบในท้ายแบบฝึกหัด เนื้อหาในเล่มตรงกับที่สภาวิศวกรกำหนด มีทั้งหมด 15 บท ได้แก่ ความรู้เบื้องต้นเพื่อใช้เป็นพื้นฐานทางด้านเศรษฐศาสตร์ การคำนวณดอกเบี้ย การหาข้อมูลปัจจุบัน การหามูลค่ารายปี การหาอัตราผมตอบแทน การหาผลประโยชน์ต่อเงินที่ใช้ลงทุนการหาค่าเสื่อมราคา การวิเคราะห์ผลกระทบของภาษีอาการต่อการตัดสินใจ การหาจุดคุ้มทุน การหาการทดแทนทรัพย์สิน การวิเคราะห์ หนังสือราคาเล่มละ 198 บาท

สร้างแรงบันดาลให้คนเป็นลูกจ้าง

หันมาสร้างรายได้และมั่งคั่งด้วยตัวเอง

 “การลาออกครั้งสุดท้าย The Last Resignment” ผู้เขียน ภาณุมาศ ทองธนากุล (ใบพัด) เป็นชีวิตจริงของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ว่างงานโดยสมัครใจ เขาไม่ได้มีเพียงแผนการที่จะไม่อดตาย แต่ยังตั้งใจที่จะอยู่อย่างมั่งคั่ง เพื่อที่จะไม่ต้อง “ลาออก” จากที่ไหนอีก “ภาณุมาศ” เฝ้าครุ่นคิดที่จะปลดตัวเองออกจากวัฏจักรการเป็นลูกจ้าง ซึ่งรับค่าตอบแทนรายเดือนไปวันๆ เขาวางแผน ดำเนินการ ลองผิดลองถูก และในที่สุดเขาก็ทำได้ มาดูว่าอะไรคือต้นเหตุที่ทำให้ชายหนุ่มอนาคตไกลใฝ่ฝันอยากเป็นคนว่างงาน  เขาจัดการกับชีวิตของตัวเองอย่างไรจนบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ชีวิตการว่างงานของภาณุมาศเป็นเช่นไร  เรื่องราวชีวิตจริงของชายหนุ่มผู้ว่างงานโดยสมัครใจคนนี้ อาจเปลี่ยนชีวิตของคุณไปอย่างสิ้นเชิง ภาณุมาศจะทำให้คุณผู้อ่านได้เห็นมุมมองทางด้านการเงินที่แตกต่างจากคำแนะนำอื่นๆที่ให้หาเงิน และใช้เงินทำงานเพื่อให้ได้เงินมากขึ้น สำหรับเขาเงินเป็นเพียงเกราะปราการ ที่จะคอยป้องกันไม่ให้คุณถูกทำร้ายโดยโลกที่ยังมีเงินเป็นตัวหมุนไป และเมื่ออุ่นใจว่าปลอดภัยแล้ว ก็จะสามารถออกไปตามล่าความฝันได้อย่างแท้จริง การตัดสินใจและทำชีวิตไปถึงจุดหมายแบบภาณุมาศ” อาจเป็นชีวิตที่หลายคนอยากเป็นแต่ไม่กล้าพอที่จะทำแบบนี้  เมื่ออ่าน “ลาออกครั้งสุดท้าย” แล้ว อาจจะเป็นไกด์ไลน์ให้คนทำงานกินเงินเดือนทั่วไปหันมาทำในสิ่งที่ต้องการจริงๆเช่นเดียวกับเขาก็ได้ หนังสือราคา  220 บาท

สร้างพอร์ต อสังหาริมทรัพย์

ด้วยแผนการง่ายๆที่ใครก็ทำได้

“เกมเศรษฐี ลงทุนให้รวยด้วยอสังหาริมทรัพย์” ผู้เขียน จักรพงษ์ เมษพันธุ์, อมรเทพ ผันสิน ผู้เขียนได้ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงที่เป็นโค้ชการเงินที่สอนและบรรยายเรื่องการเงินและลงทุนให้กับคนมากมายตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะด้าน “การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์” เริ่มตั้งแต่การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า โดยใช้แนวคิด เกมเศรษฐี (Monopoly) และเกมกระแสเงินสด (CASHFLOW Game) การสร้างการลงทุนตั้งแต่เริ่มต้นวางแผน เลือกทำเล ประเมินราคา การกู้ยืมเพื่อการลงทุน ไปจนถึงครอบครองทรัพย์สินที่สร้าง Passive Income พร้อมกรณีศึกษา และตัวอย่างการคำนวณ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับการลงทุนของทุกคนได้ทันที โดยทั้งหมดนี้เป็น “แนวคิดการลงทุนที่จะทำให้ทุกคนหลับสบาย ไร้กังวล และรวยอย่างยั่งยืน” เพื่อจุดประกายความคิดเรื่องการลงทุนอสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้เริ่มต้นลงทุน และเป็นกำลังใจให้ผู้เริ่มต้นลงมือทำด้วยหลักการง่ายๆ ให้สามารถเรียนรู้ตลอดเส้นทางการลงทุนของตนเอง และเป็นคำตอบให้กับคนวัยทำงาน หรือมนุษย์เงินเดือน ที่ชอบถามว่า “อยากเริ่มต้นลงทุน แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร” หรือ “เป็นมนุษย์เงินเดือนไม่มีเวลาต้องทำอย่างไร” ทุกคนสามารถใช้เวลาว่างสร้างทรัพย์สินจากบ้านและคอนโดมิเนียมให้เช่า เรียนรู้วิธีสร้างพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ 10 ล้าน ด้วยแผนการง่ายๆ ที่ใครๆก็ทำได้ พร้อมกรณีศึกษาจากผู้เริ่มต้นลงทุน หนังสือราคา 153 บาท

เลิกขี้เกียจ จัดระเบียบชีวิตให้สมดุล

เพื่อเป็นคนใหม่ที่ขยันจากข้างในจริงๆ

“เลิกขี้เกียจซะที!” ผู้เขียน Choi Myeoung-gi (ชเว มยองกี)  ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย Cheongdam Harvard Psychology Center เกาหลี  ผู้แปล วสุชา เขมการโกศล  ในปัจจุบันคนเราส่วนมากที่มักจะไปไม่ถึงไหน พัฒนาตัวเองไม่ได้ เพราะติดกับดักของตัวเอง เช่น จิตใจว้าวุ่นอยู่ตลอดเวลา ไม่มีสมาธิ สมาธิสั้นตั้งใจทำอะไรก็ไม่เคยสำเร็จสักที ไม่ได้ดังใจ ขี้เกียจโดยไม่รู้สาเหตุ เกิดอาการหมดไฟขึ้นมาบ่อยๆ ไปจนถึงการใช้ชีวิตที่ขาดสมดุล ฯลฯ แต่ปัญหาทั้งหมดนี้แก้ไขได้ด้วยหนังสือเลิกขี้เกียจซะที!  หนังสือจะเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์หาสาเหตุเบื้องลึกที่ทำให้เรารู้สึกขี้เกียจและสิ่งต่างๆที่เราเป็นอยู่ข้างต้น บอกวิธีแก้ปัญหาพร้อมแนะนำเคล็ดลับที่จะทำให้สามารถสร้างนิสัยใหม่ที่เป็นคนขยันตลอดเวลา ทำอะไรก็สำเร็จ  และฟื้นฟูภาวะผู้นำของชีวิตตนเองกลับคืนมา โดยวิธีที่แนะนำทำได้ง่ายๆ และได้ผลจริง หนังสือได้รับรางวัลหนังสือน่าอ่านแห่งปีโดยรัฐบาลเกาหลี ราคาเล่มละ 169 บาท

ตะลอนเที่ยว : ล่องนาวาไปพระจุฑาธุชราชฐาน เกาะสีชัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726028

ตะลอนเที่ยว : ล่องนาวาไปพระจุฑาธุชราชฐาน เกาะสีชัง

ตะลอนเที่ยว : ล่องนาวาไปพระจุฑาธุชราชฐาน เกาะสีชัง

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สีชัง ชังแต่ชื่อ เกาะนั้นหรือ จะชังใคร

ขอแต่แม่ดวงใจ อย่าชังชิง พี่จริงจัง

คุณเคยไปเกาะสีชังหรือไม่ครับ ถ้าเคยไป ไปครั้งสุดท้ายเมื่อกี่ปีมาแล้ว แต่หากยังไม่เคยไป ก็ขอเชิญชวนคุณไปเที่ยวเกาะสีชังด้วยกันครับ

20 พฤษภาคม 2566 เราจะไปเที่ยวเกาะสีชังด้วยกัน ทริปนี้เราจะล่องเรือจากปากน้ำ สมุทรปราการ แล้วแล่นเรือตรงดิ่งไปยังเกาะสีชัง 

จุดแรกเมื่อไปถึงเกาะสีชัง เราจะพาคุณไปชื่นชมความงดงามของพระจุฑาธุชราชฐาน พระราชวังฤดูร้อนที่ตั้งอยู่บนเกาะ ต้องบอกว่าเป็นพระราชวังแห่งเดียวที่ตั้งอยู่บนเกาะในอาณาบริเวณของประเทศไทย

พระจุฑาธุชราชฐาน คือพระราชฐานที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในอดีตนั้น เกาะสีชังเคยใช้เป็นที่ประทับเพื่อรักษาพระวรกายของพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ รวมถึงสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ

ครั้นต่อมา พ.ศ. 2435 รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชฐานบนเกาะสีชัง เนื่องจากพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีพระวรราชเทวี ทรงมีพระประสูติกาลพระราชโอรส พระนามว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก จึงพระราชทานนามพระราชฐานว่า พระจุฑาธุชราชฐาน แต่เดิมนั้น พระราชฐานแห่งนี้มีพระที่นั่งต่างๆ ดังนี้ พระที่นั่งโกสีย์วสุภัณฑ์ มันธาตุรัตนโรจน์ โชติรสประภาต์ และเมขลามณี และพระตำหนักอีก 14 องค์  

แต่ในปี พ.ศ. 2436 ได้เกิดเหตุการณ์ ร.ศ. 112 ฝรั่งเศสส่งกองกำลังมาปิดล้อมปากอ่าวไทย และส่งกองทหารขึ้นไปบนเกาะสีชัง จึงทรงสั่งให้ยุติการก่อสร้างพระที่นั่ง และพระตำหนักต่างๆ ลงโดยพลัน เมื่อเหตุการณ์ ร.ศ. 112 ผ่านพ้นไป พระราชฐานแห่งนี้ก็มิได้ถูกใช้เป็นที่ประทับอีกต่อไป 

ปัจจุบัน ยังมีพระตำหนัก หรือเรือนหลงเหลืออยู่ เช่น เรือนวัฒนา เรือนผ่องศรี เรือนอภิรมย์ และเรือนเขียว พร้อมทั้งยังมีพระอุโบสถวัดอัษฎางค์นิมิตร และสะพานอัษฎางค์รวมถึงยังมีบ่อและสระน้ำต่างๆ กว่า 10 แห่ง ที่ทรงให้สร้างขึ้นเมื่อครั้งก่อสร้างพระราชฐาน

นอกจากเที่ยวชมพระจุฑาธุชราชฐานแล้ว ยังพาคุณไปศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ชมชุมชนและบ้านเรือน ชมตลาดเกาะสีชัง และไปชมช่องเขาขาด พร้อมรับประทานอาหารกลางวันบนเกาะสีชัง

กำหนดการท่องเที่ยวคร่าวๆ มีดังนี้ เรือออกจากท่าปากน้ำ สมุทรปราการ 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ของว่าง น้ำชา กาแฟ เครื่องดื่ม ขนม นมเนย ผลไม้ต่างๆ บนเรือ ถึงเกาะสีชัง 10.00-10.30 น.แล้วพาคุณท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง พร้อมรับประทานอาหารเที่ยง ส่วนขากลับ เรือจะแล่นออกจากเกาะสีชัง เวลา 16.30 น. รับประทานอาหารเย็นบนเรือ พร้อมชมพระอาทิตย์ลับตา โดยเรือจะถึงท่าปากน้ำ เวลาประมาณ 18.30 น. 

สนใจร่วมทริปนี้ โปรดติดต่อMr.Flower เบอร์โทร 091-7233615 รับสมาชิก 40 คน ล่าสุดยังรับได้อีก 9 ที่ 

แล้วพบกันในทริปแสนหรรษาล่องนาวาชมเกาะสีชัง 20 พฤษภาคม 2566

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘กรุงรัตนโกสินทร์’ ภูมิพระนครที่ใช้เวลาสร้างถึง ๓ ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726032

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘กรุงรัตนโกสินทร์’ ภูมิพระนครที่ใช้เวลาสร้างถึง ๓ ปี

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘กรุงรัตนโกสินทร์’ ภูมิพระนครที่ใช้เวลาสร้างถึง ๓ ปี

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

งานสมโภชพระนคร

สืบจากเหตุวันพิธียกเสาหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕ นั้นเป็นวันที่ทุกคนได้ระลึกน้อมถึงการอยู่ใต้ร่มพระบารมีมายาวนานถึง ๒๔๑ ปี โดยนับวันนี้ให้เป็นวันแรกที่องค์พระปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีคือ สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินต้น (รัชกาลที่ ๑) ทรงสถาปนาตั้งพระนคร คือ กรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นจากพิธียกเสาหลักเมืองก็ตาม ซึ่งนับเป็นการสถาปนาพระนครไปด้วยคงไม่ถูกต้อง ด้วยขณะนั้นมีแต่เสาหลักเมืองปรากฏขึ้นก่อนแห่งเดียว แม้ว่าจะมีการให้ พระยาธรรมาธิกรณ์ กับ พระยาวิจิตรนาวี ออกเป็นแม่กองคุมช่างและไพร่ไปวัดกำหนดที่ทางสำหรับการสร้างพระนครแห่งใหม่ทางฝั่งบางกอกตะวันออกแล้วก็ตาม กล่าวคือ พิธียกเสาหลักเมืองนั้นทำเมื่อวันอาทิตย์ เดือนหก ขึ้นสิบค่ำ ฤกษ์เวลาย่ำรุ่งแล้ว ๕๔ นาที คำนวณวันก็ตรงกันวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕ซึ่งจะเป็นเสาหลักเมืองในที่เดิมหรือไม่ไม่มีหลักฐาน รู้แต่ว่าเป็นพื้นที่สวนของพระยาราชาเศรษฐี กับพวกชาวจีน ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ก่อนแล้วแต่ครั้งสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โดยขอให้พระยาราชาเศรษฐี และพวกชาวจีน นั้นอพยพไปตั้งบ้านเรือนและทำสวนในที่แห่งใหม่ตั้งแต่คลองวัดสามปลื้มยาวไปจนถึงคลองวัดสำเพ็งแทน

พรปฐมกษัตริย์ราชวงศ์จักรี

ดังนั้น พื้นที่สวนของชาวจีนจึงต้องขนรื้อย้ายออกไปจนเป็นที่ว่างสำหรับการสร้างพระนคร จึงยังไม่มีการก่อสร้างขึ้น นอกจากพระองค์ได้สร้างพระราชนิเวศน์ขึ้นเป็นที่ประทับชั่วคราวแล้วล้อมรอบด้วยระเนียดไม้ให้เป็นปราการป้องกันไปก่อนพอเป็นที่ประทับอยู่ควรแก่เวลา สรุปว่า พระนครกรุงรัตนโกสินทร์ยังไม่ได้สร้างใน พ.ศ.๒๓๒๕ มีแต่พระราชนิเวศน์ชั่วคราวสำหรับเป็นราชมณเฑียรในการปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระปฐมกษัตริย์โดยสังเขป ดังความปรากฏว่า “ครั้น ณ วันจันทร์ เดือนแปด บุรพาษาฒ ขึ้นค่ำหนึ่ง ปีขาล จัตวาศกจุลศักราช ๑๑๔๔ ให้ตั้งการพระราชพิธีปราบดาภิเษกโดยสังเขปนิมนต์พระราชาคณะสวดพระปริตรพุทธมนต์ครบ ๓ วันแล้ว รุ่งขึ้น ณ วันพฤหัสบดี เดือนแปด บุรพาษาฒ ขึ้นสี่ค่ำ เวลารุ่งแล้ว ๔ บาท ได้มหามงคลฤกษ์ พระบาทสมเด็จบรมนารถบพิตร พระเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จทรงเรือพระที่นั่งบัลลังก์ศรีสักหลาด ประดับด้วยเรือจำนำท้าวพระยาข้าทูลละอองธุลีพระบาททั้งปวง แห่โดยขบวนพยุหยาตราหน้าหลังพรั่งพร้อม เสด็จข้ามน้ำริมคงคามา ณ ฝั่งตะวันออก เสด็จขึ้นฉนวนหน้าพระราชวังใหม่ ทรงพระราชยานตำรวจแห่หน้าหลัง เสด็จขึ้นไปยังพระราชมณเฑียรสถาน ทำการพระราชพิธีปราบดาภิเษก..หลังจากนั้นจึงโปรดให้ตั้งกองสักเลก ไพร่หลวง สมกำลังและเลกหัวเมืองทั้งปวง แล้วให้เกณฑ์ทำอิฐขึ้นใหม่บ้างไปรื้ออิฐกำแพงเมืองกรุงเก่าลงมาบ้าง ลงมือก่อสร้างพระนครทั้งพระบรมมหาราชวังและพระราชวังบวรสถานมงคลในปีนั้น โปรดให้รื้อป้อมวิชาเยนทร์และกำแพงเมืองธนบุรีข้างฝั่งตะวันออกเสีย ขยายพระนครให้กว้างออกไปกว่าเก่า เกณฑ์เขมร ๑๐,๐๐๐ เข้ามาขุดคลองคูพระนครด้านตะวันออก ตั้งแต่บางลำพูตลอดมาออกแม่น้ำข้างใต้เหนือวัดสามปบื้ม ยาว ๘๕ เส้น ๑๓ วา กว้าง๑๐ วา ลึก ๕ ศอก พระราชทานชื่อว่า คลองรอบกรุง”ส่วนการก่อสร้างพระนครนั้น หลังจากที่มีการตระเตรียมอิฐปูน ไม้ครบแล้ว ได้ให้เกณฑ์ลาวเมืองเวียงจันทน์ ๕,๐๐๐ คน และมีตราให้หาผู้ว่าราชการหัวเมืองตลอดจนหัวเมืองลาวริแม่น้ำโขงฟากตะวันตกเข้ามาพร้อมกันในกรุง แล้วให้ปักปันหน้าที่ทั้งข้าราชการในกรุงและหัวเมืองให้ช่วยกันขุดรากก่อกำแพงรอบพระนครและสร้างป้อมเป็นระยะห่างกัน ๑๐ เส้นบ้าง ไม่ถึง ๑๐ เส้นบ้าง ไว้รอบพระนคร ส่วนพระมหาปราสาทที่สร้างถาวรนั้น ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ถ่ายขนาดมาสร้างอย่างพระที่นั่งสรรเพชญปราสาทในกรุงเก่า มีพระปรัศว์ซ้ายขวา และเรือนจันทน์เป็นบริเวณ สร้างเสร็จแล้วได้พระราชทานนามว่า “พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาท”ทำพิธียกยอดปราสาทขึ้น เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๓๒๗ สรุปว่าต้องใช้เวลา ๓ ปี จึงสร้างเป็นกรุงรัตนโกสินทร์แล้วเสร็จ ดังนั้น ในปีมะเส็ง จุลศักราช๑๑๔๗ พ.ศ.๒๓๒๘ พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพิธีพระบรมราชาภิเษกตามราชประเพณีอย่างสมบูรณ์ขึ้นอีกครั้งในเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ.๒๓๒๘พร้อมกับการฉลองสมโภชพระนคร และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่ได้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร มาประดิษฐานเป็นหลักชัยคู่พระนครแห่งใหม่ ซึ่งเป็น เวลาที่ผ่านมา ๒๓๘ ปี ของกรุงรัตนโกสินทร์ต่างหาก

กรุงรัตนโกสินทร์

กรุงรัตนโกสินทร์

พระแก้วมรกตคู่กรุงรัตนโกสินทร์

พระแก้วมรกตคู่กรุงรัตนโกสินทร์

สนามหลวงในสมัยรัชกาลที่ ๕

สนามหลวงในสมัยรัชกาลที่ ๕

พระบรมมหาราชวังในอดีต

พระบรมมหาราชวังในอดีต

เสาหลักเมืององค์แรกสมัย รัชกาลที่ ๑

เสาหลักเมืององค์แรกสมัย รัชกาลที่ ๑

เสาหลักเมืองครั้้งรัชกาลที่ ๔

เสาหลักเมืองครั้้งรัชกาลที่ ๔

พิธีปราบดาภิเษก ๑๓ มิถุนายน ๒๓๒๕

พิธีปราบดาภิเษก ๑๓ มิถุนายน ๒๓๒๕

พิธีบวงสรวงเทพยดาฯ

พิธีบวงสรวงเทพยดาฯ

พระบรมมหาราชวัง

พระบรมมหาราชวัง

พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาท

พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาท

พิธียกเสาหลักเมือง ๒๑ เมษายน ๒๓๒๕

พิธียกเสาหลักเมือง ๒๑ เมษายน ๒๓๒๕

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726030

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อิเหนา-ฟิลิปปินส์

แห่ชม‘สุริยุปราคาบางส่วน’

ผู้คนที่ชื่นชอบเรื่องราวของดวงดาวและดาราศาสตร์จำนวนมาก ทั้งในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ แห่กันไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อร่วมชมและสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ “สุริยุปราคาบางส่วน” ผ่านกล้องโทรทรรศน์หรือแว่นกันแดดแบบพิเศษในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำหรับปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์โคจรผ่านดวงอาทิตย์ ส่งผลให้เกิดสุริยุปราคาแบบผสม ซึ่งเป็นสุริยุปราคาประเภทหาดูได้ยากที่เกิดระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากสุริยุปราคาวงแหวนสู่สุริยุปราคาเต็มดวง

ภาพจากสำนักข่าวซินหัว

คุณแหน : 23 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726041

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll “ยิ่งถูกปรามาสมากก็ยิ่งต้องพยายาม เรามีหัวใจยิ่งใหญ่อยู่แล้วรอให้กำลังใจผู้สมัครทุกเขต,การขึ้นเวทีหาเสียงต้องผสมผสานกันเพราะมีคนอยู่หลายกลุ่ม บางคนอยู่ในบ้าน บางคนอยู่ตลาด ต้องแยกแยะเป้าหมาย”คำกล่าวของท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา..

ll ส่วนผู้ประสานงานพรรค รทสช. หิมาลัยผิวพรรณ กล่าว“การที่แคนดิเดตนายกฯพรรค พท. กล่าว จะไม่จับมือกับพรรคนั้นพรรคนี้ ทั้งยังไม่ทราบผลการเลือกตั้งอาจเป็นการดูแคลนพรรคการเมืองอื่นๆที่มีโอกาสจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พร้อมทั้งใช้วาทกรรมตอกย้ำเรื่องรัฐประหารอยู่อีก ทั้งๆ ที่จะเลือกตั้งอีกไม่กี่วันแล้ว”..

ll ครบรอบ ๑๐๐ ปี ของศิลปินแห่งชาติ มันทนา โมรากุลที่มีสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติ เป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับผู้สูงวัย..

ll อนาคตจะมีการประชุมครั้งสำคัญของธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ ในเดือนตุลาคม ๒๕๖๙  ครม.ชุดใหม่จะต้องเป็นผู้เตรียมงานส่วนใครจะเป็นผู้นำในการเปิดประชุมครั้งนี้ ต้องรอดูกันต่อไป..

ll ตำรวจดีเด่นเมื่อปี ๒๕๖๕ พ.ต.อ.สุพจน์ รักการ ผกก.สืบสวน จ.ตราด ถูกคำสั่งย้ายจากตำแหน่งเดิมตั้งแต่ ๑๙ เม.ย. ๒๕๖๖ ก็ไม่ทราบว่าเป็นพฤติกรรมฉาวโฉ่ตามที่ถูกร้องเรียนหรือเปล่า? ก็ได้แต่ถอนหายใจ นี่หรือตำรวจดีเด่น..

ll ร่วมอาลัยและเสียใจกับครอบครัววีรวรรณ ที่สูญเสีย ดร.อำนวยวีรวรรณ อดีตรองนายกฯและรมว.คลัง,รมว.ต่างประเทศ มีสวดอภิธรรมถึง ๒๕ เม.ย. ณ ศาลาสิทธิสยามการ(๔)วัดธาตุทอง..

ll “นโยบายกระเป๋าดิจิทัลแจกคนละหมื่นบาท ตั้งแต่อายุ ๑๖ ปีขึ้นไป๕๐ ล้านคน ใช้งบประมาณห้าแสนล้านบาทจะเป็นนโยบายที่ไม่สามารถดำเนินการได้จริง เพราะมีอุปสรรคหลายอย่างโดยเฉพาะหากเกิดรั่วไหลขึ้นมาจะเป็นอันตรายต่อประชาชนทุกคน”ธีระชัยพูวนาถนรานุบาล กล่าว ใครๆ ก็ว่าอย่างนั้น..

ll เห็นภาพนักการเมืองแต่ละพรรค แต่ละคนได้แสดงออกถึงความจริงใจให้เห็น แต่หลังจากเลือกตั้งได้เป็นสส.แล้วจะทำเหมือนตอนหาเสียงหรือไม่..ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…

แหวกฟ้าหาฝัน : Impressionism in Kunsthaus Zurich

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726031

แหวกฟ้าหาฝัน : Impressionism in Kunsthaus Zurich

แหวกฟ้าหาฝัน : Impressionism in Kunsthaus Zurich

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

The Swallows by Edouard Manet

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานศิลปะรุ่นใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Impressionism จะเห็นว่าที่นี่เป็นสวรรค์ของพวกเขาเลยทีเดียว ทั้งนี้ เพราะที่นี่มีผลงานของศิลปินแนว Impressionismคนดังๆ นานาชาติจัดแสดงมากมาย Impressionismคือแนวทางศิลปะที่เกิดขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่ศิลปินผู้ให้กำเนิดแนวทางศิลปะนี้เริ่มหันเหออกจากแนวทางศิลปะแบบเดิมๆ ที่เน้นความสมจริงในการสร้างงาน แนวทางศิลปะแบบ Impressionism จะเป็นการใช้ฝีแปรงตามความรู้สึกโดยการเน้นที่การเปลี่ยนแปลงของแสง ณ เวลานั้นผ่านทางการใช้สีที่ค่อนข้างอ่อนโยน และไม่หยุดนิ่ง ศิลปินมักใช้วัตถุหรือเรื่องราวที่พบเห็นในชีวิตประจำวันเป็นแบบในการสร้างเรื่องราวผ่านมุมมองใหม่ๆ และประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านการเล่นกับฝีแปรง แสง และสี

ย้อนไปกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 เริ่มสร้างปารีสขึ้นใหม่ส่งผลให้สถาบันศิลปะกลายเป็นผู้มีอิทธิพลสูงสุดต่อศิลปะฝรั่งเศสโดยทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดมาตรฐานของการสร้างงานทั้งทางด้านเนื้อหา รูปแบบและวิธีการ ผลงานศิลปะที่เป็นที่นิยมในช่วงเวลานั้นจึงเต็มไปด้วยงานแนวประวัติศาสตร์ ศาสนา ทิวทัศน์และภาพเหมือน แนวทางการสร้างงานต้องเป็นแบบที่มีลายเส้นที่ตรงไปตรงมา และฝีแปรงที่ชัดเจน ส่วนการจัดการแสดงผลงานก็จัดกันปีละครั้งที่เรียกว่า Salon de Paris โดยมีการแจกรางวัลโดยคณะกรรมการกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

After the Bath by Edgar Degas

ต้นทศวรรษที่ 1860 ศิลปินหนุ่ม 4 คนประกอบด้วย Claude Monet, Pierre-Auguste Renoir, Alfred Sisley และ Frédéric Bazille พบว่าพวกเขามีความสนใจในการสร้างงานทิวทัศน์และชีวิตประจำวันเหมือนๆ กันซึ่งแตกต่างจากหลักการศิลปะที่กำลังเป็นค่านิยมกระแสหลักในช่วงเวลานั้น พวกเขาเลยร่วมกันฝึกฝนแนวทางใหม่จาก John Constable ศิลปินชาวอังกฤษ ที่ชื่นชอบการสร้างสรรค์งานทิวทัศน์ตามชนบทโดยไม่ใช้วิธีการที่ร่าง ณ สถานที่แล้วเอางานกลับมาทำต่อในห้องทำงาน แต่กลับพยายามสร้างงานให้เสร็จในสถานที่นั้นๆ เลยเพื่อให้ผลงานได้แสงที่ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด

การถือกำเนิดของแนวทางศิลปะแบบ Impressionism นี้ ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของการขบถต่อการวาดภาพจากการเรียนรู้ในสถาบันอย่างแท้จริง ศิลปินจะใช้ฝีแปรงอย่างอิสระและไม่ใส่ใจกับแบบแผนที่เคยมีมาเพื่อสร้างอารมณ์และจินตนาการผ่านทางสี และเส้น แม้พวกเขาจะสร้างงานที่มีอยู่จริงโดยเฉพาะทิวทัศน์ แต่พวกเขาก็ไม่ต้องการให้ระเบียบควบคุมมาเป็นตัวกำหนดผลงาน แนวทางศิลปะที่ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในฝรั่งเศสที่เรียกว่า Impressionism นี้ถือได้ว่ามีความโดดเด่นที่สุดยุคหนึ่งของพัฒนาการศิลปะ ในช่วงเวลาเดียวกันกับการกำเนิดของ Impressionism นั้น ทางฝั่งอิตาลีก็มีการถือกำเนิดของกลุ่ม Macchiaioli หรือกลุ่มศิลปิน Florentine และ Neopolitan ที่สร้างสรรค์ผลงานในแนวทางที่ต่อต้านกฎกติกาดั้งเดิมเช่นกัน แม้กลุ่มนี้จะมีแนวคิดขบถ แต่ก็มิได้มีชื่อเสียงเท่ากับ Impressionism ในการจัดการแสดงผลงานครั้งแรกของศิลปินกลุ่มImpressionist นั้น สาธารณชนและนักวิจารณ์ศิลป์วิพากษ์ผลงานกันอย่างเผ็ดร้อน ถึงกระนั้นก็ตามกลุ่มศิลปินแนว Impressionism นี้ ก็ยังเชื่อมั่นว่าพวกเขาค้นพบหนทางใหม่ในการสร้างสรรค์งานด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวแกร่ง นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือน Kunsthaus Zurich จะได้มีโอกาสชมผลงานแนว Impressionism อย่างเต็มอิ่มไม่น้อยหน้าการเยือนหอศิลป์ใหญ่ในปารีสเลยทีเดียว

Little Irene by Pierre Auguste Renorr

Young Lady in Chaise Longue by Berthe Morisot

Science Update : ปีนี้โลกจ่อร้อนเป็นสถิติใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726064

Science Update : ปีนี้โลกจ่อร้อนเป็นสถิติใหม่

Science Update : ปีนี้โลกจ่อร้อนเป็นสถิติใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์บริการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของสถาบันสถาบันโคเปอร์นิคัสแห่งสหภาพยุโรป ระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกมีแนวโน้มสูงเป็นสถิติใหม่ในปีนี้ และปี 2567 เนื่องจากการกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมาโลกเผชิญกับปรากฏการณ์ลานีญา ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิของพื้นผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลาง และในแถบเส้นศูนย์สูตร ลดต่ำกว่าปกติประมาณ 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนเมื่อปีที่แล้วเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก และเป็นปีที่ยุโรปเผชิญกับฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์

ทั้งนี้ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกทำสถิติร้อนขึ้นเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง 8 ปีล่าสุด และเป็นสถิติสูงสุด เมื่อปี 2559 สอดคล้องกับที่ปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนั้นมีความรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง แม้ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกจากปัจจัยอื่น ถือเป็นองค์ประกอบให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

การคาดการณ์ดังกล่าวของสถาบันโคเปอร์นิคัส จึงหมายความว่า หากปรากฏการณ์เอลนีโญก่อตัวขึ้นจริงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในปี 2566 จะร้อนกว่าปี 2559 ขณะที่ค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิโลกในปัจจุบัน ยังคงสูงกว่ายุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมราว 1.2 องศาเซลเซียส