ล่าสุด ล่าสุดอินสตาแกรมภรรยาพระเอกชื่อดัง อย่าง คิตตี้ คริสติน่า วิงเคลอร์ ได้เคลื่อนไหวโพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว เผยเป็นภาพกุมมือหนุ่มเอส พร้อมแคปชั่นบอกว่า “We are fighting this together! Be strong! Valentina and I need you teerak!” ซึ่งแปลได้ว่า “เรากำลังต่อสู้ไปพร้อมกัน เข้มแข็งนะ วาเลนติน่าและฉันต้องการคุณ ที่รัก”
กลุ่มบริษัทได้นำผลงานของศิลปินจาก Art Story มาใช้ในการออกแบบปฏิทินและของขวัญปีใหม่ประจำปี 2566 โดย Art Story เป็นธุรกิจเชิงสังคมของกลุ่มเยาวชนออทิสติกภายใต้มูลนิธิออทิสติกไทย เพื่อสนับสนุนความเท่าเทียมและร่วมส่งเสริมอาชีพบุคคลออทิสติกซึ่งนอกจากจะได้ผลงานที่สวยงามแล้ว ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเกื้อหนุนและสร้างกำลังใจให้กับกลุ่มศิลปินออทิสติกในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไป นอกจากนี้ยังเลือก Snack Box จากยิ้มสู่คาเฟ่สำหรับงานประชุม สัมมนาภายในองค์กร ซึ่งเป็นสินค้าของมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการที่สนับสนุนให้คนพิการสามารถพัฒนาความสามารถเพื่อสร้างรายได้ดูแลตนเองได้
ในปีที่ผ่านมานับเป็นครั้งแรกของกิจกรรม Triple i School Tour ที่กลุ่มบริษัทได้ร่วมสนับสนุนสถาบันการศึกษาภายในชุมชน โดยจัดกิจกรรมสันทนาการและมอบอุปกรณ์ทางการศึกษา อุปกรณ์กีฬา และเครื่องใช้จำเป็นภายในโรงเรียน ให้แก่เด็กนักเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษาสังกัดกทม. ได้แก่ โรงเรียน วัดปริวาส และโรงเรียนประถมนนทรี รวมไปถึงการสนับสนุนโต๊ะทำกิจกรรมให้กับโรงเรียนท่าเพลิงเหมือดแอ่ท่าใหม่หนองมะเกลือวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถม จ.กาฬสินธุ์ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมจนอุปกรณ์ภายในโรงเรียนได้รับความเสียหาย
สำหรับกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ทางกลุ่มบริษัทได้มีการจัดกิจกรรม Triple i PET to PPE โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “แยกขวดช่วยหมอ” ด้วยการเปิดรับบริจาคขวดพลาสติกชนิด PET จากพนักงานภายในสำนักงานใหญ่เพื่อนำไปส่งมอบให้กับกลุ่ม Less Plastics ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นำไปรีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นชุด PPE ส่งต่อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ยังมีโครงการกิจกรรมน่ารักๆ อย่าง Triple i Green Space แจกพืชพันธุ์สวยงามและพืชฟอกอากาศที่ง่ายต่อการดูแลจำนวน 400 กระถาง ให้แก่พนักงานนำกลับไปปลูกในที่พักอาศัยหรือตั้งในออฟฟิศ เพื่อสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเติมความสดชื่นด้วยพื้นที่สีเขียวใกล้ตัว
ผลงานของศิลปินที่ Emil Buhrle สะสมมาเป็นจำนวนมากผู้หนึ่งก็คือ Pierre Auguste Renoir เขาเกิดที่ Limoges ฝรั่งเศสในปี 1841 จากครอบครัวที่มีบิดา Leonard Renoir เป็นกะลาสีเรือ หลังเขาเกิดได้ 3 ปี พ่อของเขาก็ย้ายมาอยู่บนถนน d’Argenteuil ปารีสใกล้กับ Louvre มิวเซียมที่ดีที่สุดของฝรั่งเศส แม้เขาจะมีความปรารถนาที่จะวาดภาพ แต่เขากลับเป็นผู้มีพรสวรรค์ในการร้องเพลงจนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของคณะนักร้องในโบสถ์ แต่เนื่องจากพ่อของเขาประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจทำให้เขาต้องเลิกเรียนดนตรี และลาออกจากโรงเรียนเพื่อไปสมัครงานเป็นผู้ช่วยช่างในโรงงานกระเบื้อง
เขาเบื่อหน่ายงานช่างมาก และชอบหลบไปอยู่ในหอศิลป์ Louvre เจ้าของโรงงานเลยแจ้งให้บิดาเขาทราบ และส่งเสริมให้เขาเตรียมตัวเข้าเรียนใน Ecole des Beaux Arts เมื่อโรงงานหันมาใช้เครื่องจักร เขาเลยต้องหางานใหม่ และเริ่มสร้างงานจิตรกรรมไว้ให้กับพวกมิชชั่นนารี ในปี 1862 เขาเข้าเรียนกับ Charles Gleyre และได้พบกับ Alfred Sisley, Frederic Bazille และ Claude Monet แต่ในทศวรรษที่ 1860 นั้น ชีวิตของเขากลับเต็มไปด้วยความยากลำบาก ไม่มีแม้แต่เงินที่จะซื้อสี แม้เขาจะเริ่มจัดแสดงผลงานได้ตั้งแต่ปี 1864 แต่วงการศิลปะกลับรู้จักเขาค่อนข้างน้อยอันเป็นผลมาจากสงคราม Franco-Prussia เขาเริ่มประสบความสำเร็จในปี 1868 จากความสามารถในการจัดแสดงผลงาน Lise with a Parasol ซึ่งเป็นภาพเขียนแฟนของเขาเอง