ช็อก หนุ่มลาวนักวิจารณ์รัฐบาลคนดัง ถูกยิงตายคาร้านกาแฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2691152

ช็อก หนุ่มลาวนักวิจารณ์รัฐบาลคนดัง ถูกยิงตายคาร้านกาแฟ

4 พ.ค. 2566 02:10 น.

ช็อก หนุ่มลาวนักวิจารณ์รัฐบาลคนดัง ถูกยิงตายคาร้านกาแฟ

หนุ่มนักวิจารณ์รัฐบาลลาวคนดัง ถูกยิงเสียชีวิตที่ร้านกาแฟในเมืองหลวงอย่างเลือดเย็น ขณะที่กลุ่มสิทธิออกมาประณามเจ้าหน้าที่ที่ยังไม่ประกาศสืบสวนคดีนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 3 พ.ค. 2566 ว่า นาย อนุซา หลวงสุพรม (Anousa Luangsuphom) หรือ ‘แจ็ค’ นักกิจกรรมทางการเมืองซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางใน สปป.ลาว ถูกคนร้ายจ่อยิงเข้าที่ใบหน้าและหน้าอกขณะนั่งอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ในเมืองหลวงกรุงเวียงจันทน์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา

กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพวินาทีเกิดเหตุเอาไวได้ โดยแสดงให้เห็นว่า มือปืนคนหนึ่งใส่เสื้อแขนยาวสีน้ำตาลและสวมหมวกแก๊ปสีดำ เข้ามาในร้านก่อนจะยิงนายอนุซา 2 นัด แล้วหลบหนีไป ทิ้งให้นายอนุซานอนจมกองเลือดและเสียชีวิตระหว่างถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทั้งนี้ นายอนุซาวัย 25 ปี เปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า Kub Kluen Duay Keyboard (Driven By Keyboard) ซึ่งเปิดให้ชาวเน็ตมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลคอมมิวนิสต์ของประเทศ

หลังเกิดเหตุ กลุ่มสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์วอตช์ (HRW) ออกมาชื่นชมนายอนุซาว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในประเทศลาว ที่กล้าแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างเปิดเผย และการฆาตกรรมนายอนุซาในครั้งนี้เหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่า ไม่มีใครในลาวที่วิจารณ์รัฐบาลแล้วจะปลอดภัย

HRW ยังโจมตีทางการลาวด้วยที่ดูเหมือนจะขาดความกระตือรือร้นในการหาความยุติธรรมให้แก่นายอนุซา พร้อมกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ลาวมักไม่ตอบสนองอย่างเพียงพอต่อกรณีการโจมตีผู้วิจารณ์รัฐบาล, นักสิทธิมนุษยชน และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง

ที่มา : bbc

ยูเครนปัดลอบสังหารปูติน หลังโดรน 2 ลำโดนสอยใกล้วังเครมลิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2691147

ยูเครนปัดลอบสังหารปูติน หลังโดรน 2 ลำโดนสอยใกล้วังเครมลิน

4 พ.ค. 2566 00:27 น.

ยูเครนปัดลอบสังหารปูติน หลังโดรน 2 ลำโดนสอยใกล้วังเครมลิน

รัฐบาลเคียฟออกมาปฏิเสธ หลังรัสเซียกล่าวหายูเครนว่าพยายามลอบสังหาร วลาดิเมียร์ ปูติน หลังจากมีโดรนปริศนา 2 ลำบินโดนยิงทำลายใกล้วังเครมลิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทำเนียบประธานาธิบดีของรัสเซียออกแถลงการณ์ระบุว่า เมื่อคืนวันอังคาร (2 พ.ค. 2566) รัฐบาลเคียฟพยายามโจมตีพระราชวังเครมลินซึ่งเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ด้วยอากาศยานไร้คนขับ 2 ลำ ซึ่งถูกหน่วยงานความมั่นคงทำลาย

แถลงการณ์ระบุอีกว่า พวกเขาพิจารณาเหตุการณ์นี้ว่าเป็น การก่อการร้ายที่มีการวางแผน และเป็นความพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งรัสเซียมีสิทธิ์ที่จะใช้มาตรการตอบโต้ได้ไม่ว่าจะที่ไหนและเมื่อไรก็ตามที่พวกเขาเห็นว่ามีความจำเป็น

แถลงการณ์ดังกล่าวออกมาในขณะที่ มีคลิปวิดีโอซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันความถูกต้องถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นภาพโดรนบินอยู่เหนือวังเครมลิน ก่อนจะเกิดการระเบิดเล็กๆ โดยทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุ ปูตินไม่ได้อยู่ที่วังเครมลินและกำหนดการต่างๆ หลังจากนี้จะดำเนินไปเป็นปกติ

ด้านประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ยืนยันระหว่างเดินทางเยือนประเทศฟินแลนด์ว่า ประเทศของเขาไม่ได้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ “เราไม่ได้โจมตีปูตินหรือมอสโก เราต่อสู้บนดินแดนของเราเอง เรากำละงปกป้องหมู่บ้านและเมืองต่างๆ ของเรา”

ขณะที่ที่ปรึกษาของประธานาธิบดียูเครนคนหนึ่ง บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า รายงานเรื่องการโจมตีเครมลินบ่งชี้ว่า รัสเซียอาจกำลังเตรียมก่อการร้ายครั้งใหญ่ในยูเครนก็เป็นได้

ที่มา : bbc

แพทย์เตือนสายควัน สูบบุหรี่ไฟฟ้าเสี่ยงป่วยโรคหัวใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728452

แพทย์เตือนสายควัน สูบบุหรี่ไฟฟ้าเสี่ยงป่วยโรคหัวใจ

แพทย์เตือนสายควัน สูบบุหรี่ไฟฟ้าเสี่ยงป่วยโรคหัวใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.40 น.

ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าได้รับความนิยมสูงขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน โดยพฤติกรรมการสูบบุหรี่นั้นเป็นปัจจัยอันตรายที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้บ่อยครั้ง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคระบบทางเดินหายใจโรคถุงลมโป่งพอง วัณโรคปอด มะเร็งปอด เป็นต้น ล่าสุด Health me, pleaseby BDMS ซึ่งได้เคลียร์ข้อสงสัย ไขทุกคำถามสุขภาพในตอนของวันศุกร์ที่ 28 เม.ย.นี้ในรายการเที่ยงทันข่าว เวลา 11.00-12.45 น.ทางพีพีทีวี เอชดีช่อง 36 จึงได้หยิบยกประเด็นเรื่องการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเสี่ยงโรคหัวใจน้อยกว่าสูบบุหรี่ธรรมดานั้น มีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

นพ.ชาติทนง ยอดวุฒิ อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ เผยว่าผลกระทบที่ส่งผลต่อสุขภาพ ณ เวลานี้ไม่ได้มีเพียงแค่ฝุ่นละออง PM2.5 เท่านั้น แต่ภัยจากควันจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้านั้น เป็นตัวจุดชนวนสร้างสารอนุมูลอิสระ (Free Radical) ซึ่งมีผลต่อสุขภาพเราได้ด้วยเช่นเดียวโดยจะก่อให้เกิดโรคเรื้อรังได้เช่นกันหากมีการสะสมในปริมาณสารมากและเป็นระยะเวลานาน ซึ่งจะทำให้ป่วยเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจหรือแม้กระทั่งโรคทางเดินหายใจและปอด สารอนุมูลอิสระที่เกิดจากการเผาไหม้ของเหลวในบุหรี่ไฟฟ้าจะดูดซึมเข้าไปกระตุ้นให้หลอดเลือดเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ยืดหยุ่น เปราะบาง อันจะก่อให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือดจนเกิดเป็นลิ่มเลือดเข้าไปอุดตันหลอดเลือด และอาจส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจตีบได้

ทั้งนี้ นพ.ชาติทนง ได้ออกมาย้ำเตือนภัยของบุหรี่ไฟฟ้า โดยของเหลวอันเป็นสารประกอบต่างๆ ที่พบในบุหรี่ไฟฟ้านั้น แม้จะยังไม่มีสถิติหรืองานวิจัยระบุว่าไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้ามีพิษร้ายแรงเช่นไร แต่ของเหลวที่ถูกเผาไหม้จากบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีขนาดอนุภาคที่เล็กกว่าบุหรี่ธรรมดา จะสามารถแทรกซึมเข้าไปในปอดส่วนลึกได้และรวดเร็ว เนื่องจากไอระเหยเหล่านั้นมีอนุภาคที่เล็กจึงง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วถ้าต้องการหลีกเลี่ยงโรคหัวใจ ก็ควรงดหรือหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพราะอย่างน้อยก็จะตัดปัจจัยเสี่ยงต่อการทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ จากสถิติพบว่า 1 ใน 3 ของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจนั้นมาจากบุหรี่

ปัจจุบันเทคโนโลยีในวงการแพทย์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากอดีต โดยมีวัฒนาการที่ก้าวไปไกลมากขึ้น รวมถึงมีเทคโนโลยีที่แม่นยำ อาทิ การตรวจสมรรถภาพการทำงานของหัวใจโดยการวิ่งบนสายพาน(Exercise Stress Test) การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง (Echocardiogram) หรือการตรวจวัดระดับแคลเซียมบริเวณผนังหลอดเลือดหัวใจ (CT Coronary Calcium Score) การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสม การทำงานของไต ระดับไขมันคอเลสเตอรอล ระดับไขมันความหนาแน่นสูง-ต่ำ และระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดทำให้เราทราบถึงความเสี่ยงและแนวโน้มที่อาจจะทำให้เกิดโรคหัวใจในอนาคต ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยในสุขภาพจึงควรตรวจเช็คหัวใจกับแพทย์เป็นประจำทุกปี

สธ.ผนึกกำลัง รัฐ-เอกชน Kickoff เร่งฉีดวัคซีน เนื่องในสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728450

สธ.ผนึกกำลัง รัฐ-เอกชน Kickoff เร่งฉีดวัคซีน  เนื่องในสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก

สธ.ผนึกกำลัง รัฐ-เอกชน Kickoff เร่งฉีดวัคซีน เนื่องในสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชนร่วมกับกระทรวงสาธารณสุของค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทยสถาบันวัคซีนแห่งชาติ หน่วยงานเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เดินหน้ารณรงค์ฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน เพื่อเพิ่มความครอบคลุมการรับวัคซีนทั่วประเทศ ในโอกาสสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก (World Immunization Week 2023)

นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ ประธานมูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน กล่าวว่า “องค์การอนามัยโลก(WHO) ได้กำหนดให้วันที่ 24-30 เมษายน 2566 เป็นสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก (World Immunization Week 2023) ซึ่งทีมประเทศไทยทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายระดับโลก ภายใต้แนวคิด The Big Catch-Up รวมพลัง สร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคผ่านการประสานระหว่างมูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชนและสถาบันวัคซีนแห่งชาติซึ่งร่วมกันเป็นเจ้าภาพหลัก โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญในการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดี และปลอดภัยจากโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ด้วยความร่วมมือกันทั้งจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจ และตระหนักถึงความจำเป็นของการได้รับวัคซีน เพื่อให้เกิดความยอมรับ และร่วมมือกันทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง”

นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีนโดยเฉพาะในวัยเด็กเพื่อเป็นเกราะป้องกันโรคและส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงเนื่องในสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน ประกาศ Kick off กิจกรรมสนับสนุนการดำเนินการเชิงรุกของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในการเพิ่มความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคในประเทศไทยตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศโดยจะมีการติดตามผลการดำเนินงานเป็นระยะ และจะมีการประเมินผลในช่วงปลายปี โดยถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนโดยเฉพาะเด็กเล็กมีสุขภาพดี และปลอดภัยจากโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในพื้นที่ครอบคลุมทั่วประเทศ”

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า“กรมควบคุมโรคมุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพแก่ประชาชน โดยดำเนินการพัฒนามาตรฐานในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมต่อบริบทของพื้นที่ กรมควบคุมโรคมีความพร้อมในการสนับสนุนเชิงวิชาการสำหรับผู้ปฏิบัติงานให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างสัมฤทธิผล และมุ่งดำเนินการฉีดวัคซีนตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขปี 2566 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้บริการวัคซีนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเพื่อลดความรุนแรงและการเสียชีวิตจากโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับวัคซีนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคครบถ้วนตามเกณฑ์นำไปสู่การเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันของประชากรในประเทศไทย”

นพ.จอส ฟอนเดลาร์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “การฉีดวัคซีนเป็นหนึ่งในเครื่องมือด้านสาธารณสุขที่คุ้มค่าที่สุดและเป็นการลงทุนด้านสุขภาพที่ดีที่สุด การฉีดวัคซีนช่วยสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพทั่วโลก และป้องกันการเสียชีวิตของผู้คนประมาณ 3.5-5 ล้านคนทั่วโลก จากโรคภัยต่างๆในแต่ละปี อย่างไรก็ตามยังมีเด็กหลายล้านคนทั่วโลกที่ไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนและมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งเราไม่สามารถปล่อยให้เด็กหลายล้านคนต้องใช้ชีวิตโดยปราศจากการป้องกันขั้นพื้นฐานจากโรคร้าย และเราควรต้องสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้กับเด็กและผู้ใหญ่อย่างต่อเนื่องในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประเทศไทยมีระบบการดูแลสุขภาพที่เข้มแข็ง ด้วยการทำงานอย่างทุ่มเทของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอาสาสมัครหลายแสนคน รวมทั้งพันธมิตรต่างๆ ซึ่งความมุ่งมั่นในการรับมือโรคโควิด-19 ร่วมกันนี้ ทำให้คนไทยได้รับการปกป้องจากโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซึ่งองค์การอนามัยโลกขอขอบคุณทุกคนและมีความภูมิใจและพร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างทุกคน”

นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า “จากกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ประเทศไทยมีอัตราความครอบคลุมในการให้บริการวัคซีนในปี 2564-2565 ลดลงร้อยละ 10-20 ในแต่ละชนิดวัคซีนอันเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้นในโอกาสสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคนี้จึงขอเชิญชวนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญของการเร่งรัดเพื่อสร้างความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนและเชิญชวนประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้ารับวัคซีนตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดและขอให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานเข้ารับวัคซีนตามกำหนดนัดหมายให้มากที่สุดเพื่อป้องกันโรคต่างๆ ที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน อีกทั้งยังช่วยลดการระบาดของโรคดังกล่าวในภาพรวมด้วย”

มงลง ‘อุ้ม-ทวีพร พริ้งจำรัส’ Miss Grand Thailand 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728458

มงลง ‘อุ้ม-ทวีพร พริ้งจำรัส’ Miss Grand Thailand 2023

มงลง ‘อุ้ม-ทวีพร พริ้งจำรัส’ Miss Grand Thailand 2023

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในที่สุด อุ้ม-ทวีพร พริ้งจำรัส มิสแกรนด์ชุมพร 2023 ก็คว้ามงกุฎ Miss Grand Thailand 2023 ไปครอง แบบที่เรียกว่า “สวย คม สม มง” และยังกวาดรางวัลบนเวทีไปเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่ง Miss Citra ผิวตัวใส ได้หน้า, ตำแหน่ง Shining Girl By Wink White, ตำแหน่ง Miss Angelic Face by S45 Clinic และเข้าสู่ Top 5 เพราะได้ Boss’s Choice ไปครอง

อุ้ม-ทวีพร พริ้งจำรัส กลับมาทวงมงกุฎมิสแกรนด์ ไทยแลนด์อีกครั้ง หลังจากที่เธอคว้ารองอันดับ 3 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 พ่วงตำแหน่งขวัญใจเชียงใหม่และชนะเลิศชุดประจำชาติยอดเยี่ยม ในชุดทุเรียน หรือ King of Fruit ซึ่งกลายเป็นภาพจำของเธอต่อแฟนนางงามบนเวทีนี้มาตลอด

ความพร้อมและการเตรียมตัวมาอย่างดี โดยเฉพาะช่วงตอบคำถามรอบตัดสิน 5 คนสุดท้าย ทำให้ อุ้ม-ทวีพร พริ้งจำรัส เรียกคะแนนจากคณะกรรมการได้ทันที เมื่อเธอตอบคำถามที่ว่า หากพรรคการเมืองต่างๆ ไม่สามารถนำนโยบายที่หาเสียงนั้นมาใช้ได้จริง คุณจะมีวิธีการลงโทษอย่างไร? “พื้นฐานของการเป็นผู้นำประเทศ คุณต้องมีความบริสุทธิ์ใจ ถ้าคุณหลอกลวงเราตั้งแต่แรก นั่นหมายถึงคุณไม่มีสิทธิ์เป็นผู้นำใคร ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตาม”

อุ้ม-ทวีพร พริ้งจำรัส อายุ 27 ปี จบการศึกษาสาขาบริหารทรัพยากรมนุษย์ เอกบริหารธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นนางงามและนักแสดงชาวไทย ชนะการประกวดมิสแกรนด์จันทบุรี 2017 คว้ารองอันดับ 3 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 พ่วงตำแหน่งขวัญใจเชียงใหม่ และชนะเลิศชุดประจำชาติ ยอดเยี่ยม ได้เป็นตัวแทนสาวงามจากประเทศไทยเข้าร่วมการประกวดมิสยูไนเต็ดคอนติเนนท์ 2017 ณ ประเทศเอกวาดอร์ เธอหวนกลับเข้าสู่เวทีประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ อีกครั้ง ได้ตำแหน่งมิสแกรนด์ชุมพร 2023 และคว้าตำแหน่งมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2023 มาครอง พร้อมเข้าร่วมการประกวด มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 ที่ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ต่อไป

เคทีซี มอบสิทธิพิเศษสมาชิก ดิ แอทธินี คลับ ลดสูงสุด 55% ใน 8 ห้องอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728454

เคทีซี มอบสิทธิพิเศษสมาชิก ดิ แอทธินี คลับ ลดสูงสุด 55% ใน 8 ห้องอาหาร

เคทีซี มอบสิทธิพิเศษสมาชิก ดิ แอทธินี คลับ ลดสูงสุด 55% ใน 8 ห้องอาหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เคทีซี มอบสิทธิพิเศษ 3 ต่อให้กับสมาชิกเคทีซี เมื่อซื้อบัตรสมาชิก ดิ แอทธินี คลับ หรือชำระค่าบัตรสมาชิกรายปีด้วยบัตรเครดิตเคทีซี วีซ่า ทุกประเภท พร้อมส่วนลดสูงสุดรวม 55% เมื่อชำระค่าอาหารและเครื่องดื่มด้วยบัตรเครดิต
เคทีซี วีซ่า ภายใน 8 ห้องอาหารของโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก

นางสาวปริม ปัญญาเสรีพร ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก มอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกเคทีซี เมื่อชำระค่าบัตรสมาชิกรายปีโรงแรมดิ แอทธินี คลับ “The Athenee Club” ด้วยบัตรเครดิตเคทีซี วีซ่าทุกประเภท สมาชิกจะได้รับสิทธิพิเศษ 3 ต่อ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566-31 ธันวาคม 2566 ดังนี้ 1. ส่วนลดค่าสมาชิกฯ ทันที 700 บาท (บัตรสมาชิกฯ ราคา 8,000 บาท
และ 12,000 บาท) 2.Hotel Credit มูลค่า 1,000 บาท และ 3.ส่วนลดเพิ่มอีก5% จากสิทธิ์ส่วนลดสมาชิกฯ เมื่อใช้กับ8 ห้องอาหารของโรงแรม ส่วนลดสูงสุดรวม 55% เมื่อชำระค่าอาหารและเครื่องดื่มด้วยบัตรเครดิตเคทีซี วีซ่า (แสดงบัตรสมาชิก ดิ แอทธินี คลับ คู่กับบัตรเครดิตเคทีซี วีซ่า เพื่อรับสิทธิ์ทุกครั้ง)

สำหรับ 8 ห้องอาหารที่เข้าร่วมรายการ ประกอบด้วย เรนทรี คาเฟ่ (Rain Tree Café) / ดิ อัลเลียม แบงค็อก (The Allium Bangkok) / เดอะ ซิลค์โร้ด (The Silk Road) / คินสุกิ แบงค็อก บาย เจฟ แรมซีย์ (Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey) / เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ (The House of Smooth Curry) /เดอะ กลาสซ์ บาร์ (The Glaz Bar) / เดอะ วิว (The View) และ เดอะ เบเกอรี่ (The Bakery)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ KTC PHONE  02-1235000 หรือที่เว็บไซต์  https://www.ktc.co.th/promotion/dining/hotel-dining สมัครบัตรเครดิตได้ที่ ศูนย์บริการสมาชิก เคทีซี
ทัช ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิกลิงก์ https://ktc.today/apply-card 

ลูกหลาน ‘บ้านราชครู’ สละโสดกับเพื่อนสมัยเรียนที่รักกันมา 24 ปี เจตน์ เชี่ยวสกุล – จารุวัฒน์ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728439

ลูกหลาน ‘บ้านราชครู’ สละโสดกับเพื่อนสมัยเรียนที่รักกันมา 24 ปี  เจตน์ เชี่ยวสกุล - จารุวัฒน์ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา

ลูกหลาน ‘บ้านราชครู’ สละโสดกับเพื่อนสมัยเรียนที่รักกันมา 24 ปี เจตน์ เชี่ยวสกุล – จารุวัฒน์ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ลูกหลานแห่ง “บ้านราชครู” เจตน์ เชี่ยวสกุล บุตรชายคนกลางของผู้บริหารสนามมวยเวทีราชดำเนินอันเก่าแก่ เฉลิมพงษ์-อัจฉรา เชี่ยวสกุล เกี่ยวก้อยแฟนสาว จารุวัฒน์ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา บุตรสาวคนเล็กของ ม.ล.สีหชาติ ศุขสวัสดิ-ศุภมาศ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา ที่คบกันมานานถึง 24 ปี เข้าสู่ ประตูวิวาห์อย่างหวานชื่นท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่นของญาติๆ ซอยบ้านราชครูที่รักกันเหนียวแน่นในหมู่พี่น้องในตระกูล “ชุณหะวัณ”,“ศรียานนท์”, “ทัพพะรังสี”, “อดิเรกสาร”, “เชี่ยวสกุล” และ “ปุณณกันต์” มาร่วมยินดีอวยพรเป็นกันเองโดยมีคุณลุงคุณป้าของเจ้าบ่าว ดร.วรพัฒน์-เฉลิมพร อรรถยุกติ เป็นประธานในพิธีหมั้นและฉลองมงคลสมรสที่จัดขึ้นในธีม Spring Blooming ดอกไม้บานในฤดูใบไม้ผลิ มีสีเหลืองของดอกไม้ที่เป็นตัวแทนของคุณย่าเจ้าบ่าวตกแต่งบริเวณงานให้มีสีสันสดใสไปทั่วห้องบอลรูม โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ เมื่อวันเสาร์ที่ 29 เมษายน 2566

ความรักของทั้งคู่ มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงรักกันมายาวนานถึง 24 ปี รู้จักกันตอนเรียนหนังสือที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ และยังเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วยกันทำ Chef Table หลังจากที่กลับมาจากต่างประเทศใหม่ๆ ก่อนที่จะแยกย้ายไปทำงานที่บริษัท ต่างประทับใจซึ่งกันและกัน เจ้าบ่าว “ประทับใจนุ๊กในความเป็นกันเอง ช่วยเหลือดูแลกันมาตลอดเวลา 24 ปี ที่คบกันมาและรักสัตว์มากเหมือนกัน เจ้าสาว“ก็ประทับใจเจตน์ที่เป็นผู้ชายที่อบอุ่น ทำอาหารอร่อย จิตใจดี และรักสัตว์เหมือนกันด้วย” จนเป็นที่มาของทั้งสองนอกจากจะเป็นคู่ชีวิตที่ลงตัวแล้วยังเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่อยู่ในระหว่างดำเนินการเปิดธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงบริเวณกรุงเทพกรีฑาในเร็วๆ นี้อีกด้วย พร้อมทิ้งท้ายนิยามในความรักฉบับหนุ่มเจตน์ว่า “ความรักที่เริ่มจากความเป็นเพื่อน ที่เข้าใจกันทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะดีหรือแย่แค่ไหนก็อยู่เคียงข้างกัน เวลาอารมณ์ร้อน ทั้งคู่ก็แยกกันก่อน ให้อารมณ์เย็นลงแล้วค่อยคุยกัน รักและดูแลเอาใจใส่กันและกันทุกๆ วัน และพยายามยิ้มและมีความสุขทุกวันครับ ที่สำคัญ คือ ความเข้าใจ เห็นใจกัน การเสียสละและอภัยให้กันเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ครับ”

ประธานในพิธีหมั้น ดร.วรพัฒน์-เฉลิมพร อรรถยุกติ คุณลุงคุณป้าเจ้าบ่าว พร้อมคุณพ่อคุณแม่ฝ่ายชาย เฉลิมพงษ์-อัจฉรา เชี่ยวสกุล, คุณพ่อคุณแม่ฝ่ายหญิง ม.ล.สีหชาติ ศุขสวัสดิ-ศุภมาศ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา และคู่บ่าวสาว เจตน์ เชี่ยวสกุล-
จารุวัฒน์ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา

ประธานในพิธีหมั้น ดร.วรพัฒน์-เฉลิมพร อรรถยุกติ คุณลุงคุณป้าเจ้าบ่าว พร้อมคุณพ่อคุณแม่ฝ่ายชาย เฉลิมพงษ์-อัจฉรา เชี่ยวสกุล, คุณพ่อคุณแม่ฝ่ายหญิง ม.ล.สีหชาติ ศุขสวัสดิ-ศุภมาศ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา และคู่บ่าวสาว เจตน์ เชี่ยวสกุล- จารุวัฒน์ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา

คู่บ่าวสาวกับคุณพ่อคุณแม่ทั้งสองฝ่าย เฉลิมพงษ์-อัจฉรา เชี่ยวสกุล และ ม.ล.สีหชาติ
ศุขสวัสดิ-ศุภมาศ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา

คู่บ่าวสาวกับคุณพ่อคุณแม่ทั้งสองฝ่าย เฉลิมพงษ์-อัจฉรา เชี่ยวสกุล และ ม.ล.สีหชาติ ศุขสวัสดิ-ศุภมาศ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา

ม.จ.ฑิฆัมพร ยุคล, หม่อมมาลินี ยุคล ณ อยุธยา
มีคุณพ่อเจ้าบ่าว เฉลิมพงษ์ เชี่ยวสกุล ให้การต้อนรับ

ม.จ.ฑิฆัมพร ยุคล, หม่อมมาลินี ยุคล ณ อยุธยา มีคุณพ่อเจ้าบ่าว เฉลิมพงษ์ เชี่ยวสกุล ให้การต้อนรับ

คุณลุงคุณป้าเจ้าบ่าว ดร.วรพัฒน์-เฉลิมพร อรรถยุกติ พร้อมด้วยญาติๆ วีระพล-ดวงใจ อดิเรกสาร,พศ อดิเรกสาร,
เพ็ญนิภา ทัพพะรังสี, ผ่องลักษณ์ ประศาสน์วินิจฉัย,ชื่นจิต ทัพพะรังสี,ปองพล อดิเรกสาร, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ เฉลิมชาติ เชี่ยวสกุล

คุณลุงคุณป้าเจ้าบ่าว ดร.วรพัฒน์-เฉลิมพร อรรถยุกติ พร้อมด้วยญาติๆ วีระพล-ดวงใจ อดิเรกสาร,พศ อดิเรกสาร, เพ็ญนิภา ทัพพะรังสี, ผ่องลักษณ์ ประศาสน์วินิจฉัย,ชื่นจิต ทัพพะรังสี,ปองพล อดิเรกสาร, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ เฉลิมชาติ เชี่ยวสกุล

ประธานในงาน ดร.วรพัฒน์-เฉลิมพร อรรถยุกติ พร้อมด้วย เฉลิมชาติ-พิมพร เชี่ยวสกุล,
พิชญ์พัฒน์ กิจเกิดแสง ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับครอบครัวเจ้าบ่าว นำโดยคุณพ่อคุณแม่ เฉลิมพงษ์-อัจฉรา
เชี่ยวสกุล และบุตรชายทั้ง 3 จอม-ธรัญญา เชี่ยวสกุล, จิต-องภอิณ เชี่ยวสกุล, คู่บ่าวสาว
เจตน์ เชี่ยวสกุล-จารุวัฒน์ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา และหลานๆ

ประธานในงาน ดร.วรพัฒน์-เฉลิมพร อรรถยุกติ พร้อมด้วย เฉลิมชาติ-พิมพร เชี่ยวสกุล, พิชญ์พัฒน์ กิจเกิดแสง ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับครอบครัวเจ้าบ่าว นำโดยคุณพ่อคุณแม่ เฉลิมพงษ์-อัจฉรา เชี่ยวสกุล และบุตรชายทั้ง 3 จอม-ธรัญญา เชี่ยวสกุล, จิต-องภอิณ เชี่ยวสกุล, คู่บ่าวสาว เจตน์ เชี่ยวสกุล-จารุวัฒน์ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา และหลานๆ

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.เหลือพร-ดาริกา ปุณณกันต์,
ผ่องลักษณ์ ประศาสน์วินิจฉัย และ สมพจน์ ปิยะอุย

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.เหลือพร-ดาริกา ปุณณกันต์, ผ่องลักษณ์ ประศาสน์วินิจฉัย และ สมพจน์ ปิยะอุย

อมเรศ-ภัทรา ศิลาอ่อน, สุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม และหนุ่มสรรค์ เสนาดิสัย

อมเรศ-ภัทรา ศิลาอ่อน, สุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม และหนุ่มสรรค์ เสนาดิสัย

ผาณิต พูนศิริวงศ์,ม.ร.ว.เบญจาภา-อนุทิพย์-ศักดิ์ทิพย์
ไกรฤกษ์

ผาณิต พูนศิริวงศ์,ม.ร.ว.เบญจาภา-อนุทิพย์-ศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์

ดร.วรพัฒน์ อรรถยุกติ, วิทยา เวชชาชีวะ, นภกานต์ วรรธนะกุล มีพี่ชายเจ้าบ่าว จอม เชี่ยวสกุล ต้อนรับ

ดร.วรพัฒน์ อรรถยุกติ, วิทยา เวชชาชีวะ, นภกานต์ วรรธนะกุล มีพี่ชายเจ้าบ่าว จอม เชี่ยวสกุล ต้อนรับ

พละ-กรรณิกา สุขเวช และ กัญชลี เชี่ยวสกุล

พละ-กรรณิกา สุขเวช และ กัญชลี เชี่ยวสกุล

ปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ผ่องลักษณ์ ประศาสน์วินิจฉัย, ขรรค์ ประจวบเหมาะ

ปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ผ่องลักษณ์ ประศาสน์วินิจฉัย, ขรรค์ ประจวบเหมาะ

เพื่อนๆ คุณแม่เจ้าบ่าว โรงเรียนราชินี รุ่น 68

เพื่อนๆ คุณแม่เจ้าบ่าว โรงเรียนราชินี รุ่น 68

กมลสุทธิ์-กฤตพณ ทัพพะรังสี, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดร.ปานปรีย์-ปวีณา พหิทธานุกร และ เพ็ญนิภา ทัพพะรังสี

กมลสุทธิ์-กฤตพณ ทัพพะรังสี, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดร.ปานปรีย์-ปวีณา พหิทธานุกร และ เพ็ญนิภา ทัพพะรังสี

คู่บ่าวสาว ต้อนรับ พล.ต.ท.ประกาศ ศาตะมาน

คู่บ่าวสาว ต้อนรับ พล.ต.ท.ประกาศ ศาตะมาน

วิรุฬ เตชะไพบูลย์ ร่วมยินดี

วิรุฬ เตชะไพบูลย์ ร่วมยินดี

ไกรทิพย์-นันดา ไกรฤกษ์

ไกรทิพย์-นันดา ไกรฤกษ์

รศ.ดร.อดิทธ์ เชี่ยวสกุล, พริ้มเพรา ธรรมมงคล

รศ.ดร.อดิทธ์ เชี่ยวสกุล, พริ้มเพรา ธรรมมงคล

บ่าวสาวกับเครือญาติ รุ่นที่ 3 กมลสุทธิ์-กฤตพณ ทัพพะรังสี, ธรัญญา เชี่ยวสกุล, ภัทรดา-วีระยศ เตยะราชกุล, จันทรรัตน์ อดิเรกสาร, โสภิตนภา ชุ่มภาณี, ปัทมน สุริยะ, ธีรณา ประศาสน์วินิจฉัย, ชื่นกมล ทัพพะรังสี, อะมะรา เอกชีวานนท์,
ปวีณา พหิทธานุกร, นนทกานต์ ทัพพะรังสี-เคนเน็ท อึง, พิมพร เชี่ยวสกุล, พิชญ์พัฒน์ กิจเกิดแสง, จอม-จิต เชี่ยวสกุล

บ่าวสาวกับเครือญาติ รุ่นที่ 3 กมลสุทธิ์-กฤตพณ ทัพพะรังสี, ธรัญญา เชี่ยวสกุล, ภัทรดา-วีระยศ เตยะราชกุล, จันทรรัตน์ อดิเรกสาร, โสภิตนภา ชุ่มภาณี, ปัทมน สุริยะ, ธีรณา ประศาสน์วินิจฉัย, ชื่นกมล ทัพพะรังสี, อะมะรา เอกชีวานนท์, ปวีณา พหิทธานุกร, นนทกานต์ ทัพพะรังสี-เคนเน็ท อึง, พิมพร เชี่ยวสกุล, พิชญ์พัฒน์ กิจเกิดแสง, จอม-จิต เชี่ยวสกุล

ผ่องลักษณ์ ประศาสน์วินิจฉัย,
ชื่นกมล-ชื่นจิต ทัพพะรังสี

ผ่องลักษณ์ ประศาสน์วินิจฉัย, ชื่นกมล-ชื่นจิต ทัพพะรังสี

วีระพล-ดวงใจ-จันทร์รัตน์ อดิเรกสาร,ผาณิต พูนศิริวงศ์, จอม เชี่ยวสกุล
และ พิชญ์พัฒน์ กิจเกิดแสง

วีระพล-ดวงใจ-จันทร์รัตน์ อดิเรกสาร,ผาณิต พูนศิริวงศ์, จอม เชี่ยวสกุล และ พิชญ์พัฒน์ กิจเกิดแสง

ปองพล อดิเรกสาร,นนทกานต์ ทัพพะรังสี-เคนเน็ท อึง

ปองพล อดิเรกสาร,นนทกานต์ ทัพพะรังสี-เคนเน็ท อึง

โสภิตนภา ชุ่มภาณี กับสองหนุ่ม กมลสุทธิ์-
กฤตพณ ทัพพะรังสี

โสภิตนภา ชุ่มภาณี กับสองหนุ่ม กมลสุทธิ์- กฤตพณ ทัพพะรังสี

คุณแหน : 4 พฤษภาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728453

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● 4 พฤษภาคม วันฉัตรมงคลวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรีและราชอาณาจักรไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะข้าพระพุทธเจ้าผู้บริหารและพนักงาน หนังสือพิมพ์แนวหน้า..

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพสมปอง สุจริตกุล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ ศาลาเตชะอิทธิพร (1) วัดเทพศิรินทราวาส 5 พ.ค. 17.00 น.พระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมถึง 7 พ.ค. และสวดถึง 11 พ.ค.18.30 น. แล้วบรรจุ…ขอแสดงความเสียใจกับ ถ่ายเถา สุจริตกุล และลูกๆ สมเถา สุจริตกุล,ดร.นฎาประไพ เอื้อชูเกียรติ,เปรมิกา สุจริตกุล..

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตรจำนวน 20 ไตร เพื่อถวายพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์จำนวน 10 ไตร และพระสงฆ์รับทักษิณานุปทานจำนวน 10 ไตร และพระราชทานภัตตาหารคาว-หวาน และเครื่องดื่ม 11 สำรับเพื่อถวายประธานสงฆ์และพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในวาระครบ 100 ปี วันประสูติ ณ ห้องเจดีย์ศรีมหาราช วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ 6 พ.ค.10.00 น….

●● เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นเจ้าภาพจัดพิธีลาสิกขา “สามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี 9” โดยสามเณรทั้ง 12 จะบรรยายธรรม หัวข้อ “มรดกธรรม” ภายใต้การดูแลของ พระภาวนาเขมคุณ (หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)
เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ พระอาจารย์ใหญ่โดยมี ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานและผู้บริหาร ร่วมงาน 7 พ.ค. 09.00-12.00 น. ณ วัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา http://www.truelittlemonk.com.

●● สวดพระอภิธรรมพล.ต.ต.วีระพล สกุลมีฤทธิ์ 1-6 พ.ค. (4 พ.ค.งด) 18.30 น. ณ ศาลา 5 วัดตรีทศเทพ และพระราชทานเพลิงศพ 7 พ.ค. 14.00 น…

●● ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร วัย 94 ย่าง 95 ปี ทำงานกับ สมาคมสตรีอาสาสมัครแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี มาตั้งแต่ปี 2511 จนเป็นนายกสมาคมฯ รวมกว่า 55 ปี
ส่งต่อ ตำแหน่งนายกสมาคมฯ ให้ มุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล สานต่องานอาสาสมัคร ช่วยเหลือผู้คนต่อไป..

●● ธงชัย ล่ำซำ ประธานกรรมการล็อกซเล่ย์ ภูมิใจที่ลูกคนเล็ก จรัสพงศ์ ล่ำซำ  นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงก้าวต่อไปด้วยตำแหน่ง กจก. บจ.รักษาความปลอดภัย เอเอสเอ็ม แมเนจเม้นท์(ASM) ด้วยความรู้ความสามารถและสะสมประสบการณ์บริหาร บจ.แอล ฟู้ด โซลูชันส์ งานด้านสื่อสารองค์กร และ ซีเอสอาร์ของล็อกซเล่ย์มาหลายปี..●●
 

น้อง

ผู้หญิงหนึ่งเดียวในทีมโปโลไทย ‘วลัยภรณ์ โกมาสถิตย์’ ท้าทายตัวเองกับการแข่งขันขี่ม้าโปโลชายหาดการกุศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728457

ผู้หญิงหนึ่งเดียวในทีมโปโลไทย ‘วลัยภรณ์ โกมาสถิตย์’  ท้าทายตัวเองกับการแข่งขันขี่ม้าโปโลชายหาดการกุศล

ผู้หญิงหนึ่งเดียวในทีมโปโลไทย ‘วลัยภรณ์ โกมาสถิตย์’ ท้าทายตัวเองกับการแข่งขันขี่ม้าโปโลชายหาดการกุศล

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

งานแข่งขันขี่ม้าโปโลบนชายหาดการกุศลระดับทวีปเอเชีย รายการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล-บี.กริม บีช โปโล 2023”
ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชร
ราชธิดา ณ ริมหาดหัวหิน บริเวณด้านหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพิ่งปิดฉากลงไป
เมื่อเร็วๆ นี้ แม้ทีมโปโลจากประเทศไทย จะไม่สามารถคว้าชัยชนะจากการแข่งขันมาได้ แต่เสียงเชียร์ก็ดังกระหึ่มชายหาดหัวหินโดยเฉพาะนักขี่ม้าโปโลหญิงหนึ่งเดียวในทีม “วลัยภรณ์ โกมาสถิตย์” และยังเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ลงแข่งในรายการนี้ด้วย

หลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน วลัยภรณ์ โกมาสถิตย์ ถูกรุมล้อมด้วยแฟนคลับริมหาด ทั้งขอถ่ายภาพและชื่นชมเธอ “นี่เป็นครั้งแรกที่ร่วมทีมลงแข่งขันขี่ม้าโปโลบนชายหาดตื่นเต้นมาก แต่ก็สู้เต็มที่ค่ะ” วลัยภรณ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นๆ กับทุกคนที่เข้ามาคุยกับเธอ

งานแข่งขันขี่ม้าโปโลบนชายหาดการกุศลระดับทวีปเอเชีย รายการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล-บี.กริม บีช โปโล 2023” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ริมหาดหัวหิน บริเวณด้านหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท จ.ประจวบคีรีขันธ์ ครั้งนี้จัดขึ้นโดย บี.กริม ร่วมกับ กลุ่มบริษัท พราว, อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท และ บลูพอร์ต หัวหิน โดยมอบรายได้สมทบทุน“มูลนิธิ ณภาฯ” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา นำไปใช้ประโยชน์ในการส่งต่อความรักการช่วยเหลือผู้ต้องขังทั้งชายและหญิงในเรือนจำให้สามารถมีอาชีพมีความสามารถด้านกีฬาและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

“รู้จักการแข่งขันขี่ม้าโปโลชายหาดการกุศล ที่หัวหิน มานานแล้ว เพราะตัวเองก็ขี่ม้าเป็นประจำ แต่ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้มีโอกาสร่วมทีมลงแข่งขัน เริ่มต้นคือ ตอนเด็กๆ ชอบไปตามฟาร์มม้า เพราะรู้สึกว่าม้าเป็นสัตว์ที่ดูแล้วมีพลัง ตัวใหญ่ แต่น่ารัก จากนั้นเราก็ลองขี่ม้าดู แล้วก็เหมือนค้นพบตัวเองว่า เราเนี่ยชอบขี่ม้ามากกกกก แล้วก็ขี่ม้ามาเรื่อยๆ ซึ่งส่วนมากเป็นการขี่ม้า trail มากกกว่า เมื่อช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ เป็นช่วงที่มาเริ่มหัดเรียนขี่ม้าแบบจริงจังที่ Thai Polo and eEquestrian Club เริ่มมีเทคนิคและรายละเอียดมากขึ้น บวกกับส่วนตัวก็มีความสนใจการขี่ม้าโปโลอยู่เเเล้ว เพราะเวลาดูในนิตยสารต่างประเทศ เห็นเขาขี่ม้าโปโลกแข่งขัน รู้สึกว่ามันท้าทายดี พอการแข่งขันโปโลที่หัวหิน เริ่มจัดขึ้นอีกครั้ง เลยท้าทายตัวเอง ลงแข่งขันดูบ้าง มันเหมือนเป็นการพิสูจน์ตัวเองด้วยอย่างหนึ่งกับสิ่งที่เราชอบมันมากๆ ค่ะ”

เมื่อถามว่าการเป็น “ผู้หญิง” มีจุดยากไหมในการร่วมทีมแข่งโปโลกับผู้ชาย จริงๆกีฬาขี่ม้าโปโลเป็นกีฬาที่สามารถแข่งขันแบบเล่นรวมกันได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายอยู่ วลัยภรณ์ บอกว่า “จริงๆ กีฬาขี่ม้าโปโล เป็นกีฬาที่สามารถแข่งขันแบบเล่นรวมกันได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายอยู่แล้วค่ะ แต่จุดยากที่เห็นชัดเลย คือเวลา Ride off (เอาม้าเราชนกับม้าทีมฝั่งตรงข้ามเพื่อกันเขาไม่ให้เข้าหาบอลได้)ม้าเราอาจจะต้องมีความเร็วกว่าม้าผู้ชายหน่อยค่ะ เนื่องจากเราน้ำหนักน้อย เพราะถ้าม้าเรามีความเร็ว เเรงของม้าก็จะพาเราใช้เเรงในการชนเขาได้ ค่อนข้างเป็นกฎของmomentum ค่ะ”

แล้วอะไรทำให้หลงรักการขี่ม้า “เวลาขี่ม้าทุกครั้งมันคือ การรวมเรากับม้าเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งเราจะต้องมีการโฟกัสอยู่ตลอดเวลา และเหมือนเราได้อยู่กับตัวเองและธรรมชาติแบบ 100% แต่เมื่อลงแข่งขัน เรายิ่งต้องโฟกัสมากขึ้น มันเป็นอะไรที่เหมือนการแข่งขันกีฬาทุกประเภทนะคะ ต้องทุ่มเท และไปให้สุด ผลแพ้ชนะ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง บอกตรงๆ ว่า พอใจกับผลงานของตัวเองครั้งแรกนะคะ มันเหมือนเราก้าวข้ามจุดที่กังวลมาแล้ว การแข่งขันครั้งต่อไปมันต้องดีขึ้น และสนุกกับมันมากขึ้น”

นอกจากดูแลธุรกิจส่วนตัวแล้ว วลัยภรณ์ โกมาสถิตย์ ยังชอบกีฬาที่ท้าทายตัวเองทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น เล่นเรือใบ, Wakeboard หรือขับเครื่องบินส่วนตัว “ไม่มีข้อจำกัดสำหรับผู้หญิงนะคะ ถ้าเราชอบกีฬาอะไร ก็เดินเข้าไปหามันค่ะ”

ทีมนักวิจัยโภชนาการ ม.มหิดล พัฒนาเครื่องดื่มสูตรครบถ้วน กินแทนมื้ออาหาร ลดเสี่ยงขาดสารอาหารในผู้สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728449

ทีมนักวิจัยโภชนาการ ม.มหิดล พัฒนาเครื่องดื่มสูตรครบถ้วน  กินแทนมื้ออาหาร ลดเสี่ยงขาดสารอาหารในผู้สูงอายุ

ทีมนักวิจัยโภชนาการ ม.มหิดล พัฒนาเครื่องดื่มสูตรครบถ้วน กินแทนมื้ออาหาร ลดเสี่ยงขาดสารอาหารในผู้สูงอายุ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ร่างกายย่อมมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะสรีระทางร่างกายที่มีความเสื่อมถอยตามกลไกธรรมชาติ โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพช่องปากที่จะส่งผลกระทบกับการรับประทานอาหารจากผลสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติครั้งที่ 8 พ.ศ. 2560 พบว่า ผู้สูงอายุ(อายุ 60-74 ปี) มีเพียงร้อยละ 39.4 เท่านั้นที่มีฟันแท้ใช้งาน 20 ซี่ และมีฟันหลัง4 คู่สบ ในขณะที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่สูญเสียฟันรวมถึงเป็นวัยที่พบปัญหาการบดเคี้ยวและการกลืนร่วมด้วย ทำให้กินอาหารได้น้อยลงเสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร โดยเฉพาะโปรตีน ใยอาหาร วิตามินและแร่ธาตุบางชนิด เช่น วิตามินบีบางชนิด ธาตุเหล็กซึ่งมักจะพบในเนื้อสัตว์และผักบางชนิดทำให้ทีมนักวิจัยจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่รับประทานง่าย มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน และมีเนื้อสัมผัสและความข้นหนืดที่เหมาะสมตามมาตรฐาน IDDSI (International Dysphagia Diet Standardisation Initiative) เพื่อสร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภค ทำให้มั่นใจว่าจะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างครบถ้วน ลดความเสี่ยงในการขาดสารอาหาร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธัญญ์นลิน วิญญูประสิทธิ์ อาจารย์ประจำสถาบันสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และหัวหน้าโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสูตรครบถ้วนปรับเนื้อสัมผัสชนิดผง กล่าวว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสูตรครบถ้วนปรับเนื้อสัมผัสชนิดผงจะทำการศึกษาและปรับระดับของเนื้อสัมผัสของเครื่องดื่มทั้งหมด 4 สูตร เพื่อให้เหมาะสมตามมาตรฐาน IDDSI โดยใช้โปรตีนสกัดจากพืช (Plant-Based) และแป้งข้าวเป็นหลัก ในการปรับเนื้อสัมผัสของเครื่องดื่มให้มีความข้นหนืด แทนการใช้สารก่อเจลในกลุ่มไฮโดรคลอลอยด์ (Hydrocolloids) ซึ่งเป็นที่นิยมใช้ปรับเนื้อสัมผัสในอุตสาหกรรมอาหาร โดยการเลือกใช้แป้งข้าว นอกจากจะเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติแล้ว ยังมีความเสถียร ไม่ทำให้ความหนืดมีการเปลี่ยนแปลงหากชงทิ้งเอาไว้ รวมถึงมีรสชาติเป็นที่คุ้นเคยของผู้บริโภคและยังช่วยส่งเสริมการใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรไทย เพิ่มมูลค่าและโอกาสทางการค้าให้กับเกษตรกรของไทยด้วย นอกจากนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสูตรครบถ้วนชนิดผง มีการคำนวณปริมาณสารอาหาร ทั้ง 5 หมู่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันที่ดี พร้อมเติมวิตามินและแร่ธาตุกว่า 20 ชนิด ที่จำเป็นและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายโดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ผ่านการทดสอบการยอมรับจากอาสาสมัคร จำนวนมากกว่า50 คน ทั้งในกลุ่มของผู้ใหญ่ที่สุขภาพดี และผู้สูงอายุ และมีการทดสอบการใช้งานจริง(Use ability test) จากผู้สูงอายุ และนักกิจกรรมบำบัดผู้ฝึกการกลืนให้กับผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก และผู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับมาตรฐาน IDDSI ทำให้มั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์ได้รับการออกแบบตรงตามมาตรฐาน IDDSI ตอบโจทย์การใช้งานจริง โดยการบริโภคเครื่องดื่มสูตรครบถ้วนปรับเนื้อสัมผัสชนิดผง 1 แก้ว (ประมาณ 250 มล.) ให้นำเครื่องดื่มสูตรครบถ้วนปรับเนื้อสัมผัสชนิดผงชงกับน้ำอุ่น (อุณหภูมิประมาณ50-60 องศาเซลเซียส เพื่อไม่ให้ความร้อนทำลายวิตามินและแร่ธาตุที่อยู่ในเครื่องดื่มไป)หรือน้ำอุณหภูมิห้อง ปริมาณ 150-180 มิลลิลิตร/แก้ว สามารถกินแทนมื้ออาหารได้ จะให้พลังงาน 250-300 กิโลแคลอรี ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค โดยมีการกระจายตัวของพลังงานจากสารอาหารหลัก ได้แก่ โปรตีน ร้อยละ 20 ไขมันไม่เกินร้อยละ 30 คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 50 และวิตามินและแร่ธาตุซึ่งเพียงพอต่อความต้องการในหนึ่งมื้อ สามารถบริโภคทดแทนอาหารมื้อหลักได้เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการมื้อเร่งรีบ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักซึ่งต้องมีสารอาหารครบ ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และวิตามินและแร่ธาตุ ตามสัดส่วนที่เหมาะสมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับ 121 (พ.ศ.2532) เรื่อง อาหารสําหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

ล่าสุดผลงานวิจัยดังกล่าว ได้ลงนามถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ใช้สิทธิเพื่อการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสูตรครบถ้วนปรับเนื้อสัมผัสชนิดผงให้กับบริษัท โอแอนด์พีควอลิตี้เทรด จำกัด เพื่อให้ผลงานวิจัยด้านอาหารและโภชนาการสามารถขยายผลสู่วงกว้าง เข้าถึงประชาชนได้ ซึ่งคาดการณ์ว่าระยะเริ่มต้นจะผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มสูตรครบถ้วนปรับเนื้อสัมผัสชนิดผง ที่มีความข้นหนืดในระดับปกติ เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี และผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เป็นการสร้างทางเลือกใหม่ให้ผู้บริโภค เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างครบถ้วนสร้างภาวะโภชนาการที่ดีให้กับผู้บริโภค