PRADA PARADOXE ความหอมใหม่จากดอกไม้สีขาว สไตล์สาว PRADA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733696

PRADA PARADOXE ความหอมใหม่จากดอกไม้สีขาว สไตล์สาว PRADA

PRADA PARADOXE ความหอมใหม่จากดอกไม้สีขาว สไตล์สาว PRADA

วันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล, ซาร่า เล็กจ์, วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร, ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง, สกาย-วงศ์รวี นทีธร

PRADA BEAUTY แบรนด์ชั้นนำระดับโลก จัดงานเฉลิมฉลองความสำเร็จของ PRADA PARADOXE น้ำหอมสำหรับผู้หญิงที่มาในคอนเซ็ปต์ความหลากหลายมิติของหญิงสาว ด้วยจุดเด่นของกลิ่นหอมจากดอกไม้สีขาวที่ไม่ว่ายุคใดก็ยังคงไว้เป็นเอกลักษณ์ ตามแบบฉบับของสาว Prada ณ ห้องอาหาร OJO Bangkok ชั้น 76 โรงแรม The Standard Bangkok Mahanakhon

ด้วยขวดทรงสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ตัดกับขอบมุมที่โค้งมนในขณะที่การขับเน้นโลโก้ตัวอักษรสีดำลุ่มลึกนั้นนำเสนออยู่บนเฉดสีชมพูอมส้มอันอ่อนละมุน น้ำหอมกลิ่นนี้ได้สร้างความสดชื่นขึ้นใหม่ด้วยการผสมผสานกลิ่นหอมและมิติความสดชื่นของดอกไม้ ผ่านนวัตกรรมในการสกัดกลิ่นหอมของดอกเนโรลิในช่วงตูมก่อนจะบานออก

ความแตกต่างอย่างลงตัวในแบบ PRADA PARADOXE คือการแสดงออกถึงตัวตนที่หลากหลายและอิสระที่มาพร้อมกับการเป็นผู้หญิงที่ไม่ยึดติดอยู่กับนิยาม ความขัดแย้งแตกต่างในตัวผู้หญิงไม่เพียงเผยให้เห็นถึงสิ่งที่พวกเธอมีเหมือนกัน แต่ยังเป็นการค้นพบมิติตัวตนที่หลากหลายในขณะที่ช่วยสร้างพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนบทสนทนา ดั่งคำกล่าวที่ว่า “NEVER THE SAME, BUT ALWAYS HERSELF”

ในงานคับคั่งไปด้วยเหล่าเซเลบริตี้วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร (แบรนด์แอมบาสซาเดอร์), ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง, มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล, ซาร่า เล็กจ์, สกาย-วงศ์รวี นทีธร, เก้า-สุภัสสรา ธนชาต, เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ, ฟรัง-นรีกุล เกตุประภากร, กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง, บลู-พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ, ดาว-พิมพ์ทอง วชิราคม และ อาชิ-อาชิตา ศิริภิญญานนท์ พร้อมด้วยเหล่าคนดังทั่วเอเชีย อาทิ Mae Tanและ Glenn Yong จากสิงคโปร์, JuweiTeoh และ Amelia Thripura Hendersonจากมาเลเซีย, Jasmine Nadiko และDindra Nashriyah Putri จากอินโดนีเซีย,Jach Manere และ LA Aguinaldo จากฟิลิปปินส์, Aashna Hegde และ Juhi Godambe Jain จากอินเดีย บินตรงมาร่วมงาน พร้อมโชว์สุดพิเศษจาก DJ NoteP (นท-พนายางค์กูล)

Amelia Henderson

Amelia Henderson

Juwei Teoh

Juwei Teoh

ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง

ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง

อิสรีย์ กนกวงศ์พิสิฐ

อิสรีย์ กนกวงศ์พิสิฐ

ซูเปอร์สปอร์ต 10 ไมล์ 2023 นักวิ่ง 8,000 คน ปลดปล่อยพลังและสปิริต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733686

ซูเปอร์สปอร์ต 10 ไมล์ 2023  นักวิ่ง 8,000 คน ปลดปล่อยพลังและสปิริต

ซูเปอร์สปอร์ต 10 ไมล์ 2023 นักวิ่ง 8,000 คน ปลดปล่อยพลังและสปิริต

วันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ซูเปอร์สปอร์ต ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ร้านค้ากีฬาอันดับหนึ่งของประเทศไทย จัดงานแข่งขันวิ่งแห่งปี ซูเปอร์สปอร์ต 10 ไมล์ 2023 ไทยแลนด์ พรีเซ็นด์เต็ด บาย อาดิดาสซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีนักวิ่งกว่า 8,000 คน ร่วมท้าทายตัวเองให้พิชิตเป้าหมายในการแข่งขันนี้ ปีนี้ได้รับความสนใจจากเหล่าคนดังและอินฟลูเอนเซอร์ที่ใส่ใจสุขภาพ รวมถึงเหล่าคนรักการวิ่งเป็นจำนวนมากนอกจากนี้ ในงานยังเปิดโอกาสให้ผู้พิการทางร่างกายได้เข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อเติมมิติแห่งการสร้างแรงบันดาลใจเป็นอีกสีสันหนึ่งที่เกิดขึ้นภายในงาน

เออร์ลินดา เพชรพิสิฐ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ได้แบ่งปันความน่าสนใจที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันนี้ว่า “ตื่นเต้นที่ได้เห็นการตอบรับอย่างท่วมท้นในการแข่งขันครั้งนี้กระแสตอบรับของนักวิ่งเป็นไปอย่างคึกคัก เกินความคาดหมายของเราเป็นอย่างมากโดยหลังจากเปิดรับสมัครได้เพียง 48 ชั่วโมงมีนักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างประเทศกว่า 8,000 คนพร้อมใจกันสมัครจนเต็มจำนวนที่รับได้ ซึ่งนักวิ่งที่สมัครเข้าร่วมต่างมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสุดพิเศษด้วยความร่วมมือกับ GAA Events เป้าหมายร่วมกันของเราคือการส่งมอบประสบการณ์การวิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจและน่าจดจำ เพื่อส่งเสริมรูปแบบการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ เรามีเป้าหมายสร้างให้เกิดการรวมตัวของคนรักสุขภาพ เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของความเป็นอยู่ที่ดี”

การแข่งขันซูเปอร์สปอร์ตฯ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2566 โดยมีระยะการแข่งขันให้เลือก 2 ประเภท ได้แก่ ระยะท้าทายวิ่ง 10 ไมล์ และระยะเรียกเหงื่อ วิ่ง 5 ไมล์ทั้งสองระยะเริ่มต้นและสิ้นสุดการแข่งขันที่บริเวณลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ อันเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ ซึ่งพื้นที่นี้นับเป็นจุดสตาร์ทและเส้นชัยที่น่าจดจำของนักวิ่งทุกคน การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงอยากให้ทุกคนมาสร้างความสำเร็จในการวิ่งของตัวเองให้เกิดขึ้น แต่ทางซูเปอร์สปอร์ตภูมิใจที่ได้ให้การสนับสนุนโครงการ ปั่น ปัน กัน ซึ่งเป็นโครงการแห่งแรงบันดาลใจ ที่สนับสนุนนักกีฬาผู้พิการในมูลนิธิด้วยกัน เพื่อคนพิการและสังคมให้ออกมาทำกิจกรรมเอาต์ดอร์ จาการสร้างความตระหนักและจัดการระดมทุน กิจกรรมนี้จะช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม พร้อมๆ กับการเสริมกำลังใจให้กับผู้ที่เผชิญความท้าทายทางร่างกาย

การแข่งขันในครั้งนี้ ได้มอบรางวัลสำหรับผู้ชนะ 3 อันดับแรกในแต่ละกลุ่มอายุ ทั้งชายและหญิง สำหรับการแข่งขันทั้งในระยะทาง 5 ไมล์ และ 10 ไมล์ ซึ่งรางวัลที่มอบมีมูลค่ารวมกว่า 55,000 บาท สำหรับผู้ชนะสามอันดับแรกในระยะ 10 ไมล์ รวมไปถึงผู้ชนะสามอันดับแรกคนไทยที่เข้าร่วมการแข่งขัน

Mulberry เฉลิมฉลองครบ 20 ปีกระเป๋ารุ่น Bayswater และการเริ่มต้นครั้งใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733700

Mulberry เฉลิมฉลองครบ 20 ปีกระเป๋ารุ่น Bayswater และการเริ่มต้นครั้งใหม่

Mulberry เฉลิมฉลองครบ 20 ปีกระเป๋ารุ่น Bayswater และการเริ่มต้นครั้งใหม่

วันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปี 2023 นับเป็นปีที่ Bayswater กระเป๋ารุ่นไอคอนิกของ Mulberry เปิดตัวครบรอบ 20 ปี โดย Bayswater เป็นที่ชื่นชอบมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 00s และเป็นกระเป๋าที่ได้รับความนิยมสูงสุดของ Mulberry เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน อีกทั้ง ขั้นตอนการผลิตยังสอดคล้องกับปรัชญา Made to Last ที่ทางแบรนด์ยึดถือ พร้อมนำเสนอกระเป๋า 3 สไตล์ใหม่เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสนี้

ย้อนกลับไปในปี 2003 ในตอนนั้นเราติดต่อกันด้วย Blackberry (ในขณะนั้นยังไม่มี Facebook) ส่วนกางเกงยีนส์ก็ยังนิยมแบบเอวต่ำ สถานีวิทยุเปิดเพลง Where is the Love? ของ The Black Eyed Peas ขณะที่ มาดอนนา (Madonna) บริทนีย์ (Britney) และคริสตินา (Christina) พวกเธอจูบกันบนเวที VMA และซีรี่ส์เรื่อง Dawson’s Creek จบลง ในขณะที่ซีรี่ส์เรื่อง OC เริ่มออกฉาย

ส่วนกระเป๋าที่ทุกคนต้องการล่ะ? คือกระเป๋า Mulberry Bayswater นั่นเอง

หลังจากนั้นหลายสิ่งก็เปลี่ยนไป และถึงแม้ว่าเทรนด์ต่างๆ จะเกิดขึ้นและจบลง แต่กระเป๋ายังคงได้รับความนิยมแม้เวลาจะหมุนไป กระเป๋ารุ่นนี้ถ่ายทอดถึงความหรูหราที่ดูเรียบง่าย ซึ่งมาพร้อมกับสไตล์และประโยชน์ใช้สอย อีกทั้ง ยังคงเป็นหนึ่งในรุ่นที่ขายดีที่สุดของ Mulberry ทั้งในส่วนของกระเป๋าใบใหม่และที่เคยมีเจ้าของมาแล้ว และเนื่องจากแฟนๆ ที่ซื้อกระเป๋ารุ่นนี้เมื่อ 20 ปีที่แล้วยังคงชื่นชอบและใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบัน จึงทำให้ Bayswater มีชื่อเสียงในแง่ของความเป็นไอคอนเสมอมา

Bayswater ถูกขนานนามตามชื่อย่านทางฝั่งตะวันตกของลอนดอน และกลายมาเป็นกระเป๋าผู้นำเทรนด์ในช่วงทศวรรษ 00s โดยกระเป๋า Bayswater ซึ่งเป็นของส่วนตัวของเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังอย่าง Sienna Miller, Alexa Chung, Rihanna และ Kate Moss ได้ถูกรวบรวมไว้ใน V&A Exhibition Bags : Inside Out นิทรรศการที่จัดในปี 2020 โดยพวกเธอนับเป็นเพียงแฟนๆส่วนหนึ่งที่ทำให้กระเป๋ารุ่นนี้โด่งดัง และกลายเป็นอมตะในวัฒนธรรมป๊อป อีกทั้ง ยังได้ปรากฏในซีรี่ส์ชื่อดังอย่าง Gossip Girl และหลังจากนั้นเพียงไม่นาน กระเป๋ารุ่นนี้ยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่ที่ได้ค้นพบแฟชั่นแบบ Y2K เป็นครั้งแรกในปัจจุบันผู้คนยังสามารถซึมซับประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานของกระเป๋า Bayswater ได้ผ่านทาง The Mulberry Exchange ซึ่งถูกริเริ่มขึ้นมาเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของกระเป๋าที่ผ่านการใช้งานมาแล้วในราคาที่ย่อมเยา

มาถึงช่วงเวลานี้ กระเป๋า Bayswaterยังคงมากไปด้วยเอกลักษณ์ที่ดูเรียบหรูมาพร้อมกับ Postman’s Lock อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ซึ่งดีไซน์อันไร้กาลเวลานี้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการตกแต่งซิปและปรับขนาดเป็นไซซ์มินิ พร้อมทั้งนำแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ามาใช้และพัฒนาควบคู่กันไป กระเป๋า Bayswaterถูกรังสรรค์ขึ้นจากหนังที่ได้รับการรับรองว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นกลางทางคาร์บอน โดยความตั้งใจนี้ได้ถูกนำมาปรับใช้ในการผลิตกระเป๋าทุกรุ่นของ Mulberry นับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา และเพื่อสานต่อความตั้งใจของแบรนด์ที่ตั้งขึ้นในปี 2022 ในการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Life Cycle Assessments – LCA) จากทุกๆ การผลิตสินค้าสไตล์หลักของแบรนด์ในปีนี้ Bayswater ได้ผ่านการประเมินครอบคลุมในหลากหลายหมวดหมู่ของ LCA ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำความเข้าใจและค้นหาสิ่งที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ

Mulberry ไม่เคยหยุดยั้งในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และยังคงมองไปถึงอนาคตด้วยการนำความคลาสสิกกลับมาเนรมิตให้มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง เนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 20 นี้ Mulberry ได้นำเสนอกระเป๋า 3 สไตล์ใหม่ อันได้แก่ East/West Bayswater ขนาดกะทัดรัด อันเป็นการกลับมาของสไตล์จากช่วงทศวรรษ 00s นอกจากนี้ ยังมีNorth/South Bayswater Tote กระเป๋าสะพายไหล่ซึ่งสามารถใช้งานได้ในทุกโอกาส และ Zipped Bayswater Tote ที่ดูร่วมสมัย มีขนาดใหญ่ และมาพร้อมดีเทลซิปซึ่งตอบโจทย์การใช้งาน โดยน้องใหม่สำหรับซีซั่นนี้จะถูกนำเสนอในโทนสี Geranium Pink, Acid Green และ Pigment Blue ในขณะที่ Mini Bayswater จะถูกเนรมิตขึ้นมาใหม่พร้อมกับเสน่ห์ของฤดูร้อนผ่านการเลือกใช้วัสดุอย่างเส้นใยปาล์ม

“หัวใจสำคัญของแบรนด์ Mulberry คือคอลเลคชั่นอันไร้กาลเวลาซึ่งเป็นที่สุดแห่งดีไซน์สไตล์อังกฤษร่วมสมัยรวมถึงงานฝีมืออันแสนประณีตและความหรูหราที่จับต้องได้ นับเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมเมื่อเราได้เห็นว่ากระเป๋าสามารถสร้างความสนใจให้คนทั่วไปได้ทว่าจุดมุ่งหมายสูงสุดของเราคือการเนรมิตให้กระเป๋าสามารถใช้งานได้ตลอดชีวิตและส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น Bayswater ถ่ายทอดปรัชญาการสร้างสรรค์ที่จะคงอยู่ตลอดไป (Made to Last) อันเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ว่าทำไมหลังจาก 20 ปีผ่านไป กระเป๋ายังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งสไตล์และยังคงเป็นหนึ่งในดีไซน์ยอดนิยม” เธียรี แอนเดร็ตต้า (Thierry Andretta), Mulberry CEO กล่าว

แฟนพันธุ์แท้ Bayswater เมืองไทยตามไปอัปเดตไอเท็มเด่นได้ที่ Mulberryชั้น M สยามพารากอน, ชั้น 1 เซ็นทรัล ชิดลม และ ป๊อปอัป Mulberry ชั้น 1เซ็นทรัลเวิลด์ (วันนี้-31กรกฎาคม 2566) รวมทั้ง Mulberry Thailand LINE Official : @mulberryth

‘ตุ๊กตา-กันตนา’นำทีมบวงสรวงเอาฤกษ์เอาชัย โปรเจกท์ใหม่ ‘พิภพมัจจุราช’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/733677

‘ตุ๊กตา-กันตนา’นำทีมบวงสรวงเอาฤกษ์เอาชัย โปรเจกท์ใหม่ ‘พิภพมัจจุราช’

‘ตุ๊กตา-กันตนา’นำทีมบวงสรวงเอาฤกษ์เอาชัย โปรเจกท์ใหม่ ‘พิภพมัจจุราช’

วันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บอสใหญ่กันตนา ตุ๊กตา-จิตรลดา กัลย์จาฤก นำทีมบวงสรวงเทพ 4 องค์ ท้าวเวสสุวรรณ, ท่านพญายมราช, พญานาค และ นรสิงห์ ถือฤกษ์ดี เวลา 15.19 น.

โดยจัดพิธีขึ้นที่วัดท่าไม้ จังหวัดสมุทรสาคร เอาฤกษ์เอาชัยเพื่อความเป็นสิริมงคลกับโปรเจกท์ใหม่ “พิภพมัจจุราช” พร้อมด้วย สตางค์-ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์ กัลย์จาฤก, เวลล์-ดิษย์กรณ์ ดิษยนันทน์ กัลย์จาฤก, รฤกฤกษ์ กัลย์จาฤก และนักแสดง ต๊อด- พล.ต.วินธัย สุวารี, เคลลี่-ธนะพัฒน์,ฟิล์ม-ฉัตรดาว สิทธิผล, เบิร์ด-ธราธิป สีหเดชรุ่งชัย, หรูหรา-ปิยะวัฒน์ รัตนหรูวิจิตร นอกจากนี้ ยังมีทีมงานกันตนา ทีมเขียนบท ฝ่ายผลิตตัดต่ออีกคับคั่ง

‘แอฟ-ทักษอร’ฟาดแรง ยอมลบภาพแสนดี พลิกร้ายพูดหยาบครั้งแรกใน ‘แค้น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/733678

‘แอฟ-ทักษอร’ฟาดแรง ยอมลบภาพแสนดี พลิกร้ายพูดหยาบครั้งแรกใน ‘แค้น’

‘แอฟ-ทักษอร’ฟาดแรง ยอมลบภาพแสนดี พลิกร้ายพูดหยาบครั้งแรกใน ‘แค้น’

วันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์ประทับอย่างหนัก เมื่อผู้จัดมือทอง “แอน ทองประสม” จับ “แอฟ-ทักษอร” มาล้างภาพจำจากนางเอกเรียบร้อยแสนดีเป็นเล่นร้ายตัวแม่ในบท “ปรางทอง”ประชัน “แต้ว-ณฐพร” ในละครเรื่อง “แค้น” ทางช่อง 3จากค่าย ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์จำกัด หลังจากปล่อยทีเซอร์ออกมาเรียกน้ำย่อยกันไปแล้ว ก็ทำเอาสะดุ้งกันทั้งเมืองกับคำพูดเด็ดของสาวแอฟว่า “เตรียมพบกับความฉิบXายได้เลย” ทำเอาแฟนๆ ถึงกับร้องอุ๊ย!! ทันที เพราะเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวต้องเรียกองค์แม่ประทับร่างฉีกภาพลักษณ์ใหม่ เจองานหินขนาดนี้แม่แอฟต้องทำการบ้านหนักขนาดไหน มาฟังจากปากเธอไปพร้อมกัน

ความรู้สึกต่อปรางทองตอนอ่านบท

“ตอนฟังเรื่องนี้ก็เลยรู้สึกว่าท้าทายดี แต่ต้องบอกว่าที่สนใจและรับบทนี้เพราะพี่แอนเลยค่ะ คือทุกคนก็รู้จักว่าพี่แอนเป็นคนที่รักและทุ่มเทกับการทำงานที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าเขาให้โอกาสแอฟแสดงว่าเขาต้องเห็นอะไรบ้างอย่างในนั้น แอฟก็เลยรู้สึกว่าการที่เขาให้โอกาสและไว้ใจ แอฟก็เชื่อใจไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว”

ปรางทองเป็นการฉีกตัวแอฟที่ทุกคนรู้จัก

“ฉีกทุกอย่างเลยค่ะ ทั้งภายในภายนอก มุมมองทุกอย่างที่พอจะนึกออกเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นมายเซตของตัวละคร รวมทั้งภาษากายที่มันไม่ได้เป็นแอฟเลยอะค่ะ แล้วก็หลายอย่างๆ ที่เพิ่มเข้าไปตั้งแต่เวิร์กช็อป เรียนแอ๊กติ้ง หรือถึงแม้ว่าจะเรียนมาแล้วเวลาที่อยู่หน้ากอง แอฟก็ยังต้องเติมเข้าไปเรื่อยๆ”

บทร้ายครั้งแรก เรื่องแรก ต้องทำการบ้านหนักขนาดไหน

“ตอนเล่นเราก็คิด แอบดีไซน์ไว้หลายอย่างว่ามันจะเป็นประมาณไหน หรือเราจะไปร้ายลึก เรื่องนี้ความสนุกคือบทของตัวละครทุกตัวมันตีความได้หลายรูปแบบ หรือแม้กระทั่งตอนนี้ที่ถ่ายเสร็จหมดแล้ว แอฟก็ยังลุ้นอยู่เลยว่าการเรียงร้อย การตัดต่อเรื่อง มันก็มีผลกับการเล่าเรื่อง กับอารมณ์ กับการตีความของคนดูว่าจะตีความว่ายังไง เพราะตัวละครนี้เป็นจอมบงการ เขาชอบชักใยคนอื่น อันนี้เป็นความพิเศษของคาแร็กเตอร์ผู้หญิงคนนี้ทำให้คนอื่นเชื่อว่าตัวเองเป็นคนที่เพียบพร้อมและเพอร์เฟกท์ มีความสามารถในการสร้างปมให้คนอื่น สามารถทำให้แต้ว ตายคามือเราได้”

อะไรสาหัสที่สุดตั้งแต่ถ่ายมา

“การแสดงออกของอารมณ์ทั้งหมดของปรางทองเป็นสิ่งที่สาหัสที่สุดสำหรับแอฟค่ะ มันไม่ใช่แค่การเล่นด้วยพลังที่เยอะกว่าปกติหรือการที่มาเล่นอะไรที่ไม่เคยทำ เช่น การกรี๊ดหลายคนอาจจะมองว่าไม่เคยกรี๊ดหรอกกรี๊ดไม่ได้แน่ในเรื่องนี้ พวกสิ่งนี้มันไม่ได้ยากสำหรับแอฟเลย ที่ยากคือความซับซ้อนในอารมณ์ของปรางทองที่ต้องใช้พลังและมีเลเยอร์มากๆ การเปลี่ยนอารมณ์กลับไปกลับมาที่มีความซับซ้อนอย่างเราคุยกับใครคนหนึ่งอยู่แต่จริงๆ ในใจเราคิดอีกอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งที่ยากมาก จากประสบการณ์ที่เราเคยเล่นละครเราไม่เคยเล่นอะไรที่ดำกับขาวมันตีกันอยู่ข้างในแบบนี้ อย่างมากที่เราเจอก็แค่เขินอายแต่ไม่กล้าบอก แต่อันนี้ในใจคือไปตายซะแต่ปากพูดอีกอย่าง มันคนละเบอร์คนละเลเวล เราเลยรู้สึกว่ามันดำแบบชีวิตจริงเราไม่เคยเจอแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นได้อะค่ะ” รอติดตามความพีคทางการแสดงของผู้หญิงที่ชื่อ “แอฟ-ทักษอร” ไปพร้อมกัน ใน “แค้น” ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี ประชันความแค้นทั่วประเทศ 7 มิถุนายนนี้ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3 plus

‘ไม่เป็นไรเลย’ เพลงเศร้าปลอบใจตัวเองจาก COPTER

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/733679

‘ไม่เป็นไรเลย’ เพลงเศร้าปลอบใจตัวเองจาก COPTER

‘ไม่เป็นไรเลย’ เพลงเศร้าปลอบใจตัวเองจาก COPTER

วันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คอปเตอร์-วิศรุต เล้าเจริญชัย ศิลปินหนุ่ม จากค่าย BOXX MUSIC (บ็อกซ์ มิวสิค) กลับมาพร้อมกับเพลงเศร้าเอาใจคนไม่สมหวัง อกหัก โดยมีคำปลอบใจที่พยายามทำให้คิดบวกอย่างคำว่า “ไม่เป็นไรเลย” มาเป็นไอเดียของเพลงนี้อีกด้วย Copter พูดถึงเพลงนี้

“เพลงนี้เกิดจากคำติดปากของเตอร์เอง คือคำว่า ไม่เป็นไรเลย ด้วยความที่เตอร์ค่อนข้างขี้เกรงใจคนอื่น ในหลายๆสถานการณ์ไม่ว่าจะดีหรือร้าย เราจะโอเคหรือไม่โอเค เตอร์มักจะตอบทุกคนเสมอว่า ไม่เป็นไรเลย เลยเกิดไอเดียที่ว่าคำนี้สามารถเอามาโยงกับเรื่องความรักได้นะในส่วนแนวเพลงจะเป็นแนว Base on Pop ครับ ยังมีกลิ่นอายของ Lofi beat อยู่ในซาวนด์ของเพลง แต่ด้วย Melody อาจจะทำให้นึกถึงเพลงในยุค 2000 ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเลยครับ และเนื้อหาพูดถึงความเข้าใจในเหตุการณ์ที่ คนที่เรารัก เขาไม่ได้รักเรา ไม่ได้เลือกเรา ถ้าเขาจะไป เราก็คงต้องบอกเขาไปว่า “ไม่เป็นไรเลยถ้าเธอจะไปกับเขา” ถึงแม้ตัวเราเองจะเสียใจมากแค่ไหนก็ตาม ซึ่งเพลงนี้เตอร์ขึ้นเนื้อร้องทำนองและเรียบเรียงมาเองก่อนเลยครับ เตอร์ได้เอาเพลงนี้มาให้พี่ๆ ที่ BOXX MUSIC ฟัง ทุกคนก็ชอบกันมาก แต่ยังมีความรู้สึกว่าเนื้อร้องสามารถคมขึ้นได้อีก เลยได้ “พี่กัปตัน OneOne” มาช่วยในการเขียนเนื้อร่วมด้วย ในส่วน Producer ก็เป็น “พี่พล-คชภัค ผลธนโชติ” เช่นเคยครับรวมระยะเวลาที่อยู่กับเพลงนี้ก็ประมาณ 1-2 เดือนครับ ทำให้เพลงนี้ออกมากลมกล่อมมากๆ อีกเพลงหนึ่งเลยครับในพาร์ทของ MV เพลงนี้เตอร์มีโอกาสได้กลับมาเล่นเป็นพระเอกอีกครั้งครับเนื้อหาจะพูดถึงเพื่อนที่เราแอบชอบเขาแต่เขาดันไม่ได้ชอบเรา แม้จะเคยมีความทรงจำ มีความรู้สึกดีๆ ให้กัน แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้เลือกเราอยู่ดี เส้นเรื่องจะไม่ได้เข้มข้นมากครับ ถ้าใครได้ดูแล้วก็จะเห็นว่ามี Mood ภาพสวยๆ มีการร้อง Sync ตลอดทั้งเพลง แต่คอนเซ็ปต์หลักๆ ของ MV นี้ เลยคือการปั่นจักรยาน เตอร์ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของ MV นี้เลยครับสุดท้ายเตอร์ขอฝากซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด เพลงไม่เป็นไรเลยไว้ด้วยนะครับ สามารถเข้าไปดู MV ได้แล้วที่ Youtube ของ Boxx Music และสามารถฟังเพลงนี้ได้แล้วทุกช่อง Streaming เลยนะครับ ฝากด้วยครับ”

‘Shazam! Fury of the Gods’ รับชมได้แล้ววันนี้ ทาง HBO GO

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/733680

‘Shazam! Fury of the Gods’ รับชมได้แล้ววันนี้ ทาง HBO GO

‘Shazam! Fury of the Gods’ รับชมได้แล้ววันนี้ ทาง HBO GO

วันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Shazam! Fury of the Gods (ชาแซม! จุดเดือดเทพเจ้า) ภาพยนตร์จาก New Line Cinema ภายใต้ฝีมือการกำกับของ เดวิด เอฟ. แซนด์เบิร์ก (David F. Sandberg) และ อำนวยการสร้างโดย ปีเตอร์ ซาฟราน (Peter Safran) เข้าฉายวันนี้ทาง HBO GO

ภาคต่อของภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่อัดแน่นไปด้วยฉากแอ๊กชั่นที่จะเพิ่มความตื่นเต้น การผจญภัย และความตลกที่มากกว่าเดิม พร้อมด้วยอาณาจักรใหม่ อุปสรรค สัตว์ประหลาดและสิ่งมีชีวิตร้ายกาจในตำนานที่จะมาเผชิญหน้ากับเหล่าฮีโร่ หลังจากที่บิลลี่ แบทสัน และเพื่อนๆ เด็กกำพร้าได้รับพลังเทพเจ้า พวกเขาต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นโดยที่มีตัวตนซูเปอร์ฮีโร่ผู้ใหญ่อีกร่างอยู่ในตัวแต่เมื่อเหล่าธิดาแห่งแอตลาสเทพโบราณผู้อาฆาตแค้นทั้งสาม เดินทางมายังโลกมนุษย์เพื่อตามหาพลังวิเศษที่ถูกขโมยไปในอดีต บิลลี่หรือชาแซมและครอบครัวของเขา จึงจำเป็นต้องเข้าสู่สมรภูมิรบเพื่อปกป้องพลังวิเศษและชีวิตของพวกเขา รวมถึงชะตากรรมของโลกไปพร้อมๆกัน แต่กลุ่มวัยรุ่นจะสามารถปกป้องโลกได้หรือไม่? แล้วบิลลี่พร้อมที่จะสู้จริงหรือเปล่า?

ภาพยนตร์ Shazam! Fury of the Gods นำแสดงโดยทีมนักแสดงมากฝีมือที่จะกลับมารับบทเดิมของพวกเขาอีกครั้ง อาทิ แซ็คคารี ลีวาย (จากภาพยนตร์ Thor : Ragnarok) รับบท ชาแซม, แอชเชอร์ แอนเจล (จากซีรี่ส์ Andi Mack) รับบท บิลลี่ แบตสัน, แจ็ค ดีแลน เกรเซอร์ (จากภาพยนตร์ IT Chapter Two) รับบท เฟรดดี้ ฟรีแมน, อดัม โบรดี้ (จากภาพยนตร์ Promising Young Woman) รับบท เฟรดดี้ ร่างซูเปอร์ฮีโร่ ฯลฯ

เปิดประตูห้องพากย์! เจาะเบื้องหลังเสียงพากย์หนังและซีรี่ส์อันโด่งดังของ Netflix

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/733681

เปิดประตูห้องพากย์! เจาะเบื้องหลังเสียงพากย์หนังและซีรี่ส์อันโด่งดังของ Netflix

เปิดประตูห้องพากย์! เจาะเบื้องหลังเสียงพากย์หนังและซีรี่ส์อันโด่งดังของ Netflix

วันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“เสียงพากย์” ในภาพยนตร์หรือซีรี่ส์ต่างๆ ทำให้ผู้ชมเข้าถึงเนื้อหาความบันเทิงได้ง่ายขึ้น เป็นสื่อกลางที่ช่วยทลายกำแพงทางภาษา และทำให้ผู้ชมได้ดื่มด่ำกับเนื้อหาอย่างเต็มที่ Netflix จึงมีการพากย์ไทย เพื่อตอบสนองคนดูทุกกลุ่มในฐานะผู้นำสตรีมมิ่งความบันเทิง ด้วยนักพากย์มากฝีมือของไทย มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวผ่านเสียงในทั้งภาพยนตร์ ซีรี่ส์ และการ์ตูนของ Netflix

จากเสียงตอบรับอย่างล้นหลามของผู้ชมกับรายการ “Who Dubbed This?-เสียงนี้พี่เอง” ที่ Netflix ได้นำเสนอเมื่อปลายปีที่แล้วผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีนักพากย์ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ 8 คน มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ตลอดจนเคล็ดลับการพากย์ในแบบเฉพาะตัว ของนักพากย์แต่ละท่านว่ากว่าจะเข้าสู่สายอาชีพนี้ ต้องผ่านอะไรกันมาบ้าง

เริ่มด้วยนักพากย์ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับเสียงของเธออย่าง คุณหุย-นลินี ชีวะสาคร ผู้มีผลงานอันโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง เจ้าของเสียง คังคุไบ ใน Gangubai Kathiawadi : หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi) และ อีซารา ใน The Glory เชื่อหรือไม่ว่าเธอเคยทำอาชีพที่แตกต่างอย่างสุดขั้วกับนักพากย์มาก่อนนั่นคือ นักการตลาดผู้เน้นการวางแผนบริหารและจัดการ แต่ปัจจุบันเธอได้ผันตัวมาเป็นผู้ใช้ศิลปะถ่ายทอดอารมณ์ด้วยเสียงแทน อีกหนึ่งท่านที่เคยคิดอยากทำอาชีพที่ต่างกับนักพากย์อย่างไม่น่าเชื่อ คือ น้าบุญ หรือ คุณบุญชนะ โชควิชาโกศล นักพากย์รุ่นใหญ่ที่หลายคนรู้จัก เขาเคยคิดอยากเป็นนักมวยถึงขนาดไปฝึกซ้อมอยู่ในค่ายมวยเป็นปีมาก่อนจนวันหนึ่งได้มีโอกาสมาพบกับหนังกลางแปลงที่ทำให้น้าบุญได้เข้ามาสู่โลกของหนังอย่างเต็มตัว เขาเริ่มจากการเป็นเด็กดูแลเครื่องปั่นไฟ ไต่เต้ามาเป็นคนฉายหนัง จนได้เป็นนักพากย์ในที่สุด ผลงานเด่นๆ ที่น้าบุญได้ร่วมพากย์กับ Netflix คือ คุณลุง 001 ใน สควิดเกม เล่นลุ้นตาย (Squid Game) และ มอสโก ใน ทรชนคนปล้นโลก (Money Heist)

คุณกุ้ง-โศภิตา รังสิโยทัย ผู้พากย์เสียง คุณป้านักสืบ คังฮยอนนัม ใน The Glory และ ฮวังโดฮี ใน ฉันจะปั้นราชินี (Queenmaker) กล่าวถึงบทบาทการเป็นนักพากย์ว่า “ธรรมชาติของเราเวลาลงพากย์ก็จะถอดตัวเองออกแล้วเข้าไปอยู่ในตัวละคร มันเหมือนฝึกมาแบบนี้ตลอดจนมันเป็นอัตโนมัติ” ซึ่งเส้นทางการเป็นนักพากย์ของเธอนั้นก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเพราะเธอได้ผันตัวจากการเป็นผู้ช่วยผู้กำกับมาเป็นนักพากย์แบบไม่ได้ตั้งตัว เช่นเดียวกัน คุณแบงค์-รุจิระ ขจีเจริญ ผู้พากย์เสียง แพคอีจิน จากเรื่อง ยี่สิบห้า ยี่สิบเอ็ด (Twenty Five Twenty One) และ เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ จากเรื่อง เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ : ฆาตกรรมอำมหิต (DAHMER) ผู้ที่ใฝ่ฝันถึงการเป็นนักพากย์มาตั้งแต่เด็กๆ แต่เมื่อลองทำจริงกลับพบว่าอาชีพนี้ยากกว่าที่คิด และเขาเองก็เคยเทคเยอะจนถูกไล่ออกจากห้องพากย์มาแล้ว!

ในขณะที่ คุณโอเว่น-ภาคภูมิวันทอง ผู้พากย์เสียง จางอุก จากซีรี่ส์เล่นแร่แปรวิญญาณ (Alchemy of Souls) และ อีจุนโฮ จากซีรี่ส์ อูยองอู ทนายอัจฉริยะ (Extraordinary Attorney Woo) มองว่าเสน่ห์ของการพากย์ คือการได้ถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกและเรื่องราวต่างๆ ของตัวละครผ่านเสียงซึ่งเขาได้เล่าถึงความสนุกของอาชีพนักพากย์ไว้ว่าว่า “รู้สึกอยากเอาเสียงตัวเองไปอยู่ในหนังที่ตัวเองชอบ สนุกที่ได้เป็นตัวละครต่างๆ สนุกที่ได้แสดงโดยใช้เสียง โดยที่ตัวเองมีสคริปต์และไม่ต้องออกหน้าฉาก” ซึ่งเสน่ห์ของการพากย์ไม่ได้มีเพียงเสียงที่เป็นคำพูดของตัวละครเท่านั้นที่สามารถดึงดูดผู้ชมได้ แต่เสียงประกอบ หรือเสียงของสัตว์ก็เป็นอีกเสียงหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มภาพยนตร์ การ์ตูน หรือซีรี่ส์ให้มีอรรถรสมากขึ้น ซึ่ง คุณบีม-สิษฐารัตน์ปี่ทอง หรือที่รู้จักกันในชื่อ บีมเซนเซย์ เจ้าของเสียง ชากิปิโยะ จากซีรี่ส์ไลฟ์แอ๊กชั่นกุเดทามะ ไข่ขี้เกียจผจญภัย (Gudetama: An Eggcellent Adventure) และ ชามินฮี จากภาพยนตร์ คิลบกซุน (Kill Boksoon) เคยมีประสบการณ์การพากย์เสียงที่ต้องเห่าอย่างเดียวทั้งตอน ไม่มีบทพูดอะไรเลย

สำหรับใครที่สนใจอยากจะเป็นนักพากย์ ไม่ว่าจะทำงานสายไหน หรือมีประสบการณ์อะไรมาก่อน เหล่านักพากย์มืออาชีพได้ให้คำแนะนำไว้ว่า “ฟังให้เยอะ ฝึกให้มาก รักษาเวลาและคุณภาพ ในขณะเดียวกันก็วิ่งหาโอกาสให้ถูก ในวันที่เราฝึกมากพอและโอกาสมันเหมาะพอดี เราจะอยู่ได้แบบยั่งยืนในวงการนี้” คำแนะนำจาก คุณ ณ ปุญญ์-ขวัญกมล ขาวไพศาล เจ้าของเสียง อูยองอู จากซีรี่ส์ อูยองอู ทนายอัจฉริยะ (Extraordinary Attorney Woo) และ อีนามี จากภาพยนตร์ แค่ทำโทรศัพท์มือถือหาย ทำไมต้องกลายเป็นศพ (Unlocked) ส่วน คุณเอ-ชานนจำเนียรแพทย์ ผู้พากย์เป็นแด๊ดดี้ฮา โดยองใน The Glory และ ซิลโก ในซีรี่ส์แอนิเมชั่น Arcane ได้กล่าวเสริมว่า “คนเราถ้ามันตั้งใจจริงๆ อะไรๆ มันก็ผ่านไปได้ทั้งนั้น ที่มันยังไม่สำเร็จ ก็อาจเพราะความตั้งใจ มุ่งมั่น มันยังน้อยเกินไป”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากเหล่านักพากย์หน้าเก่าและหน้าใหม่ในวงการ หากใครอยากรู้เรื่องราวของนักพากย์ทั้ง 8 คนนี้อย่างจุใจ สามารถรับชมได้ทาง YouTube, TikTok, Facebook, Instagram และ Twitter ของ Netflix Thailand ในรายการ “Who Dubbed This?-เสียงนี้พี่เอง ซีซั่น 2”

ชื่นชมดาราหนุ่มมากฝีมือ! ‘โก โกสินทร์’ เก็บผัก-ผลไม้ แบกะดินวางขายตลาดนัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/733694

ชื่นชมดาราหนุ่มมากฝีมือ! 'โก โกสินทร์' เก็บผัก-ผลไม้ แบกะดินวางขายตลาดนัด

ชื่นชมดาราหนุ่มมากฝีมือ! ‘โก โกสินทร์’ เก็บผัก-ผลไม้ แบกะดินวางขายตลาดนัด

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.50 น.

ชื่นชมดาราหนุ่มมากฝีมือ! “โก โกสินทร์” เก็บพืชผัก-ผลไม้ แบกะดินวางขายตลาดนัด 

ต้องบอกว่าเป็นนักแสดงมากฝีมือจริงๆ สำหรับ “โก โกสินทร์ ราชกรม” จนหลายคนบอกว่าเป็นดาราหนุ่มอีกคนที่อยู่ง่ายกินง่าน ล่าสุด เจ้าตัวเก็บผลผลิตเล็กๆน้อยๆจากสวนอย่าง ตะไคร้ ใบมะกรูด ขนุน มาแบกะดินวางขายที่ตลาดนัดแถวบ้าน 

โดยดาราหนุ่มได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรม @gosin.rk พร้อมแคปชั่นว่า “ผลผลิตเล็กๆน้อยๆจากสวน ตะไคร้ ใบมะกรูด ขนุน” ซึ่งก็มี หนูเล็ก ก่อนบ่าย หรือ ภัทรวดี ปิ่นทอง เข้ามาคอมเม้นท์ถามว่า “ละครเรื่องไรค่า” เจ้าตัวก็เข้ามาตอบว่า “นั่งขายจริงๆ” และคอมเม้นท์จากแฟนละครอีกจำนวนมากที่เข้ามาชื่นชม “ไม่เลือกงานไม่ยากจนครับ” , “ดีมากหนูทำทุกอย่างให้ชีวิตไม่ว่าง มีความสุขจะตาย” , “ไม่เคยตามig ต้องมาขอตามเลยค่ะ ชื่นชม” , “รวยๆเด้ออ้าย คนขยัน”  -009

‘อีวีทัล (eVTOL)’อากาศยานไร้คนขับพลังไฟฟ้า นวัตกรรม‘สจล.’เฟสแรกบินสำรวจพื้นที่ป่า13ล้านไร่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733717

‘อีวีทัล (eVTOL)’อากาศยานไร้คนขับพลังไฟฟ้า  นวัตกรรม‘สจล.’เฟสแรกบินสำรวจพื้นที่ป่า13ล้านไร่

‘อีวีทัล (eVTOL)’อากาศยานไร้คนขับพลังไฟฟ้า นวัตกรรม‘สจล.’เฟสแรกบินสำรวจพื้นที่ป่า13ล้านไร่

วันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างนวัตกรรม “อีวีทัล (eVTOL)” เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับขึ้นลงแนวดิ่ง ใช้พลังงานไฟฟ้า มี 3 ขนาด(ขนาด 2.2, 2.5 และ 3.3 เมตร) เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ อุบัติภัยไฟป่า-น้ำท่วม และปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฟสที่ 1 บินนำร่องสำรวจทำแผนที่ทรัพยากรป่าไม้ของไทยให้อัปเดต11 อุทยานแห่งชาติ 13 ล้านไร่ เผยสมรรถนะสูง บินได้นาน 3 ชม. น้ำหนักเบาและเงียบ ส่งมอบ 14 ลำ แก่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมค่าใช้จ่ายต่อวันถูกหลักพัน เมื่อเทียบกับใช้เฮลิคอปเตอร์หลักแสน

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า ปัญหาป่าไม้และอุบัติภัยสิ่งแวดล้อมมีความรุนแรงและเกิดบ่อยขึ้นพื้นที่ป่าไม้ของกรมป่าไม้ พบว่า ในระหว่างปี 2516-2563 พื้นที่ป่าไม้ของไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเดิม 138.6 ล้านไร่ เหลือเพียง 102.3 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 31.54 ของพื้นที่ประเทศไทย การใช้อากาศยานเพื่อเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ และปฏิบัติการในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ยังมีข้อจำกัด

โดยการใช้เฮลิคอปเตอร์ติดตามและเฝ้าระวังหลักนั้นไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ ส่งผลให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งนับแสนบาทดังนั้น วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ สจล. จึงได้ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ริเริ่มโครงการและศึกษาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อใช้ในการผลิตข้อมูลและจัดทำระบบฐานข้อมูลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยให้เป็นปัจจุบัน

ทีมวิจัย สจล.พัฒนานวัตกรรม “อีวีทัล” (eVTOL) หรือ Electric Vertical Takeoff and Landing ประกอบด้วย นาวาตรี ธีระพงษ์ สนธยามาลย์, นายณัฐ พลสาย, นาวาอากาศตรี ปรัชญา เรียนพืช, พันจ่าอากาศเอก ภูริวัฒน์ ศรีทอง, นายสิทธนนท์ สุขสำราญ และ นายจิรายุส จันทะวงค์ ทั้งนี้โดยได้รับทุนวิจัยจาก กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม วัตถุประสงค์ของโครงการ 1.เพื่อพัฒนาระบบติดตามและเฝ้าระวังพื้นที่ป่าและป่าอนุรักษ์ รวมทั้งพื้นที่ชุมชนที่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าและพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยอากาศยานไร้คนขับในรูปแบบขึ้นลงทางดิ่ง (Vertical Takeoff and Landing :VTOL) สำหรับการลาดตระเวนและการสำรวจจัดทำภาพถ่ายทางอากาศ

2.เพื่อพัฒนาระบบจัดเก็บ แลกเปลี่ยนและแสดงผลข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศความละเอียดสูง สำหรับสนับสนุนการจัดการพื้นที่ทำกิน ให้บริการแก่ประชาชนและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและแสดงผลข้อมูลสถานการณ์อุบัติภัย ในรูปแบบ Real Time บน Web Map Service และ Mobile Application และ 3.เพื่อจัดทำภาพถ่ายทางอากาศและการบินลาดตระเวนทางอากาศในการสนับสนุนภารกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการติดตามสถานการณ์ไฟป่าและน้ำป่าไหลหลาก

ผศ.ดร.เสริมศักดิ์ อยู่เย็น คณบดีวิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติสจล. กล่าวว่า จุดเด่นของ “อีวีทัล (eVTOL)” เมดอินไทยแลนด์ นี้เป็นเทคโนโลยีใหม่ ลูกผสมระหว่างโดรน กับเครื่องบิน ขึ้นลงแนวดิ่ง ไม่ต้องใช้รันเวย์ มีสมรรถนะสูง น้ำหนักเบา ประหยัดพลังงาน บินได้นาน 3 ชม. โดย 1 ชม.สามารถบินครอบคลุมพื้นที่ 1 หมื่นไร่ เสียงเงียบ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีความแข็งแรง ปลอดภัย กล้องมีความละเอียดสูงสามารถซูมเห็นทะเบียนรถ มากกว่า Google หลายเท่าตัว

“อีวีทัล (eVTOL)” ยังใช้สำรวจ-ป้องกันอุบัติภัยได้ เช่น การบินทำแผนที่ความลาดเอียงของพื้นที่ (Contour) ทำให้สามารถวิเคราะห์ทิศทางน้ำไหลหลากเพื่อเตรียมการและป้องกันชุมชน หรือพื้นที่เกษตรได้ล่วงหน้า หากเจอจุดควันไฟสามารถส่ง อีวีทัล ขึ้นบินไปดูว่าเกิดจากอะไรและหาพิกัดได้ หรือกรณีคนหลงในป่า สามารถใช้กล้องบน อีวีทัล ตรวจจับคลื่นความร้อนได้

นวัตกรรมนี้มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการนำเข้าประมาณ 20-30% ในระยะยาวการบำรุงรักษาจะถูกกว่า 50% โดยในการปฏิบัติงานแต่ละครั้ง มีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยเพียง 8,500 บาท ต่อวัน ต่อเจ้าหน้าที่ 4 คน เท่านั้น ซึ่งหากใช้เฮลิคอปเตอร์จะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายนับแสนบาท โดยทีม สจล. วิจัยพัฒนา “อีวีทัล (eVTOL)” ใช้ระยะเวลา 6 เดือนในรูปแบบ Integration and Customizationจำนวน 3 ขนาด รวม 14 ลำ เพื่อการใช้งานภารกิจนำร่องการบินลาดตระเวนทางอากาศและการทำภาพถ่ายทางอากาศทรัพยากรป่าไม้ของไทย ดังนี้

1.อากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก ความยาวปีก 2.2 เมตร ลำตัวเครื่อง 1,200 มิลลิเมตร วัสดุ โฟม EPO, ฟิล์มอลูมิเนียม-พลาสติก, พีวีซี ระยะเวลาการบินสูงสุด 95 นาที (แบตเตอรี่ 1 ก้อน รุ่น 6S 25000 mAh High Voltage Lipo Battery, ไม่มีเพย์โหลด) 70 นาที (ถ้ามีกล้องถ่ายรูป) แรงดันไฟฟ้าที่ใช้ 24 โวลต์ ติดตั้งกล้องถ่ายภาพทางอากาศ แบบหลายช่วงคลื่น นำไปใช้ถ่ายภาพในพื้นที่เป้าหมาย

2.อากาศยานไร้คนขับขนาดกลางความยาวปีก 2.5 เมตร ขนาด 1260 x440 x 460 มิลลิเมตร ลำตัวเครื่อง 1,440 มิลลิเมตร น้ำหนัก 12 กิโลกรัม (รวมแบตเตอรี่) ใช้วัสดุเคฟลาร์ (Kevlar)และวัสดุเชิงประกอบความหนาแน่นสูงเพดานการบินสูงสุด 3,000 เมตร ความเร็วสูงสุด 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่ที่ใช้ หกเซลล์ (6S) 12500 มิลลิแอมป์ ลิเธียมไอออน แบตเตอรี่ 3 ก้อน และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 5000 มิลลิแอมป์ จำนวน 2 ก้อน โดยติดตั้งกล้องถ่ายภาพทางอากาศ และนำไปใช้ในพื้นที่เป้าหมาย

และ 3.อากาศยานไร้คนขับขนาดใหญ่ ความยาวปีก 3.3 เมตร ขนาด 1260 x 440 x 460 มิลลิเมตร ลำตัวเครื่อง 1,750 มิลลิเมตร น้ำหนัก 20 กิโลกรัม (รวมแบตเตอรี่) ใช้วัสดุเคฟลาร์ (Kevlar) เพดานการบินสูงสุด 3,000 เมตร ความเร็วสูงสุด 100กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่ที่ใช้ฟ็อกซ์เท็ค หกเซลล์ (Foxtech 6S) 8,000 มิลลิแอมป์ Lipo แบตเตอรี่ 2 ก้อน (สำหรับการขึ้นลงแนวดิ่ง) และ Lipo แบตเตอรี่ 16,000 มิลลิแอมป์ จำนวน 4 ก้อน (สำหรับอากาศยานปีกนิ่ง)โดยติดตั้งกล้อง และใช้ในงานลาดตระเวนพื้นที่เป้าหมาย

วิธีการบิน ทีม อีวีทัล สจล.ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญระดับประเทศ จะหาจุดที่มีสัญญาณดีเพื่อตั้งเสาสัญญาณ และกำหนดจุดขึ้น-ลง ใช้คอมพิวเตอร์ออกแบบ คำนวณพื้นที่ วางแผนเส้นทางการบินที่เหมาะสมกับภารกิจ โหลดคำสั่งลงอีวีทัล จากนั้นจึงใช้ Auto Pilot ปล่อยอากาศยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในแนวดิ่งแล้วบินในแนวราบไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ทีมภาคพื้นดินจะตรวจสอบการบินและข้อมูลทางจอแสดงผล หากเจออุปสรรค เช่น บินผ่านพื้นที่อับสัญญาณ หรือเจอเมฆฝน ก็สามารถสั่งการแก้ปัญหา เช่น บินเลี่ยงอุปสรรค หลบฝน หรือบินกลับได้

ในโครงการฯ นี้ ได้มีการพัฒนาเว็บไซต์ทางการ ให้เป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญสำหรับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ประชาชน และเกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์และเข้าถึงได้ผ่านโปรแกรม Web Browser และ Mobile Web Browser ได้โดยตรง ในชื่อโดเมน https://data.warroomuav.com และยังได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นในชื่อ War Room UAV ที่เข้าถึงได้ผ่าน Mobile Application ในระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

ผลการทดสอบ “อีวีทัล (eVTOL)”อากาศยานไร้คนขับพลังงานไฟฟ้า ตลอดระยะเวลา 8 เดือน ประสบความสำเร็จอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติการบินในบริเวณที่ราบ หรือเทือกเขาสูง โดยให้ข้อมูลภาพถ่ายที่มีคุณภาพสูง สามารถนำไปวิเคราะห์และจัดทำเป็นฐานข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์ และในอากาศยานไร้คนขับขนาดใหญ่ สามารถถ่ายทอดภาพเคลื่อนไหวกลับมายังสถานีภาคพื้นดินได้อย่าง Real-Time ครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง อีกทั้งยังให้ข้อมูลภาพที่แสดงแผนที่ความร้อน เช่น ไฟป่า ได้อีกด้วย

สร้างสถิติครั้งแรกในประเทศไทยทั้งในด้านจำนวนพื้นที่และชั่วโมงบิน โดยทำการบินลาดตระเวนทางอากาศ 10 ล้านไร่ สำรวจเพื่อจัดทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ 3 ล้านไร่ ชั่วโมงบินโดยเฉลี่ยของการบินจัดทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศและการบินลาดตระเวน 100 ชั่วโมงบิน และจำนวนพื้นที่บิน 11 อุทยานแห่งชาติฯ ทั้งนี้ประโยชน์ของนวัตกรรม “อีวีทัล (eVTOL)” ส่งผลดีต่อการพัฒนาอากาศยานไร้คนขับฝีมือคนไทย ที่เทียบเท่าระดับโลก

เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย ได้แก่ อากาศยานไร้คนขับ eVTOL เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอากาศยานหลัก (เฮลิคอปเตอร์ และอากาศยานปีกตรึง) ให้ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการบิน ตรวจลาดตระเวนได้ทั่วถึงมากขึ้น โดยที่ความเสี่ยงและต้นทุนลดลง อัปเดตแผนที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เป็นปัจจุบัน

ทำให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างถูกต้อง แม่นยำ มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ตลอดจนพัฒนาบุคลากรด้านทรัพยากรป่าไม้ให้รองรับเทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีอากาศยาน ทั้งสามารถพัฒนาในด้าน Remote Sensing ในอนาคต นอกจากนี้ยังนำมาประยุกต์ใช้ในงานด้านสิ่งแวดล้อมได้อีกมาก เช่น ประเมินแปลงเกษตร หรือแปลงปลูกป่ากับปริมาณกักเก็บคาร์บอน ประเมินและจำแนกพืชพันธุ์ในพื้นที่ การวิเคราะห์อุบัติภัย เช่น สถานการณ์ไฟป่า ดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก

แผนการพัฒนาในอนาคต สจล.ยังมีแผนงานความร่วมมือเพื่อประโยชน์ต่อคนไทยและประเทศไทย คือ ในเฟสที่ 2จะนำฝูงอากาศยาน อีวีทัล (eVTOL) ออกบินสำรวจชายฝั่งทะเลไทย โดยร่วมกับกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อถ่ายภาพและทำแผนที่ชายฝั่งให้เป็นปัจจุบัน พัฒนาฐานข้อมูลชายฝั่งของประเทศ เป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ปัญหาการกัดเซาะและความเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ในอนาคตเฟสที่ 3 อีวีทัล (eVTOL) ยังมุ่งสร้างประโยชน์ความปลอดภัยในพื้นที่เมือง

โดย สจล.มีการหารือเบื้องต้นกับหน่วยงานตำรวจในแนวทางโครงการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังภัยเพื่อประชาชน โดยใช้เทคโนโลยี อีวีทัล (eVTOL) บินลาดตระเวนสังเกตการณ์ และบริหารจัดการในเมืองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติภัยในอนาคต!!!