‘TAEYONG’ วง NCT โชว์ความเปล่งประกายในฐานะศิลปินเดี่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/736466

‘TAEYONG’ วง NCT โชว์ความเปล่งประกายในฐานะศิลปินเดี่ยว

‘TAEYONG’ วง NCT โชว์ความเปล่งประกายในฐานะศิลปินเดี่ยว

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ประสบความสำเร็จอย่างเปล่งประกาย สำหรับ TAEYONG (แทยง) วง NCT (เอ็นซีที) ที่ปล่อยโซโล่มินิอัลบั้มชุดแรก“SHALALA” (ชาลาลา) นับตั้งแต่เดบิวต์มา 7 ปี โดย TAEYONGได้มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผนอัลบั้ม ไปจนถึงการแต่งเนื้อร้องและทำนองด้วยตัวเองทุกเพลง ทั้งหมด 7 เพลงซึ่งจะมีทั้งเรื่องราวส่วนตัวของ TAEYONG และเพลงที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงอารมณ์เดียวกันเมื่อมองไปรอบตัว

สำหรับกระแสตอบรับที่มีต่อมินิอัลบั้มชุดแรก “SHALALA” ของ TAEYONG เรียกได้ว่า ร้อนแรงตั้งแต่ภาพเทรลเลอร์ “SHALALA” กับการนำเสนอภาพลักษณ์สุดโดดเด่นและการถ่ายทอดคอนเซ็ปต์ที่ไม่เหมือนใครของ TAEYONG ผ่าน 6 ภาพลักษณ์ ได้แก่ ศิลปิน ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ดั้งเดิมของ TAEYONG, นักบินอวกาศและนักดับเพลิง ซึ่งเป็นความฝันในวัยเด็กของ TAEYONG, ภาพลักษณ์ของดอกกุหลาบ, นักกีฬาบาสเกตบอล และเด็กเนิร์ดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มินิอัลบั้มชุดแรก “SHALALA” สามารถสร้างความสำเร็จให้กับ TAEYONG ในฐานะศิลปินเดี่ยวมากมาย ทั้งยอดสั่งซื้ออัลบั้มล่วงหน้าทะลุ 5 แสนชุด ทำให้ TAEYONG ขึ้นแท่นเป็น Half Million Seller และหลังจากปล่อยอัลบั้มอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 มิถุนายน 2566ก็กวาดอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงทั่วโลก เช่น อันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Top Albums ใน 31 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย, อันดับ 1 บนชาร์ต Worldwide iTunes Album, อันดับ 1บนชาร์ต Worldwide iTunes Album, อันดับ 1 บนชาร์ต Digital Album Sales ของ QQ Music แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน นอกจากนี้ เพลงไตเติ้ล “SHALALA”ก็ติดอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Top Songs ใน 14 ประเทศทั่วโลก,อันดับ 1 บนชาร์ต Real-Time Rising ของแพลตฟอร์ม AWA ประเทศญี่ปุ่น ฯลฯ

ในอัลบั้มชุดนี้ มาพร้อมเพลงไตเติ้ลที่ใช้ชื่อเดียวกับอัลบั้มว่า “SHALALA” (ชาลาลา) เพลงแนวฮิปฮอปที่มีเครื่องเพอร์คัชชั่นเข้าจังหวะกับกลองที่หนักหน่วง เนื้อเพลงถ่ายทอดข้อความอย่างมั่นใจว่า “เราทุกคนสามารถเปล่งประกายได้ทุกที่” ยิ่งไปกว่านั้น TAEYONG ได้แสดงให้เห็นถึง “การเกิดมาเพื่อเป็น Performer” อีกครั้ง ในการแสดงของเพลง “SHALALA” ที่มีคอนเซ็ปต์แบบอาฟเตอร์ ปาร์ตี้ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศที่ทั้ง “ฮิป” และ “ฮอต”รวมถึงเพิ่มความสนุกในการรับชม ด้วยท่าเต้นหลักที่ทำให้นึกถึงท่า “Macarena” ในท่อนคอรัส และท่ามือที่สื่อถึงความ “SHALALA”นอกจากนี้ Leejung จากทีม YGX ยังรับหน้าที่กำกับท่าเต้นของเพลง “SHALALA” และนักออกแบบท่าเต้นระดับโลกอย่าง Rie Hataก็มีส่วนร่วมในผลงานนี้เช่นกัน

ไม่เพียงเท่านี้ ในอัลบั้มยังมีเพลงที่น่าสนใจและถ่ายทอดอารมณ์ตามสไตล์ของ TAEYONG เช่น “GWANDO”เพลงป๊อปและร็อกที่แสดงอารมณ์ของการจากลา ผ่านท่วงทำนองที่สดใสร่าเริง, “Move Mood Mode” ที่มี WENDY วง Red velvet มาร่วมร้องด้วย เป็นเพลงป๊อปจังหวะกลาง ที่แสดงความรู้สึกมีชีวิตชีวากับครัก, “VisualInsanity” เพลงฮิปฮอปสุดล้ำที่เริ่มต้นจากการจินตนาการว่าได้ดูการแสดงของ TAEYONG ใน VR, “RUBY” บรรยายความรู้สึกอันล้ำค่าที่คิดถึงสุนัขคู่ใจ, “404 File Not Found” เปิดเผยอย่างตรงไป-ตรงมาถึงสิ่งที่ TAEYONG รู้สึกในช่วงเวลาที่เคยยากลำบาก และ “Back to the Past” เพลงฮิปฮอปที่มีกลิ่นอายของยุค 80-90 ซึ่งเขียนขึ้นจากประวัติส่วนตัวของ TAEYONG พร้อมเนื้อเพลงที่มีข้อความแห่งความหวังและให้กำลังใจว่า หยุดสักพักแล้วลองมองย้อนกลับไปที่อดีต และค่อยก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง

ทั้งนี้ TAEYONG ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการครองสถานะเป็น “ศิลปินที่สมบูรณ์แบบ” ด้วยการแร็พที่ยอดเยี่ยม เสียงร้องที่มีเสน่ห์ และทักษะการแสดงอันเหนือชั้น ผ่านการทำกิจกรรมในวง NCT ที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลก รวมถึงสร้างสรรค์หลากหลายผลงานเพลงของ NCT เช่น “Sticker”, “Cherry Bomb” และ “The 7th Sense” ไม่เพียงเท่านี้ TAEYONGยังได้รับการยอมรับในเรื่องความสามารถด้านดนตรี จากการมีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อร้องและทำนอง เช่น เพลงโซโล่ “Moonlight”ที่แสดงในเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตของ NCT 127, เพลง “Long Flight” และ “Love Theory” จากโปรเจกท์ SM “STATION”, เพลง “LIT” ที่ใช้ในการแข่งขันรายการ “Street Man Fighter”

Celebrity Gossip : 11 มิถุนายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/736460

Celebrity Gossip : 11 มิถุนายน 2566

Celebrity Gossip : 11 มิถุนายน 2566

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

OO แองเจลิน่า โจลี ให้สัมภาษณ์ล่าสุดกับหนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดี้ยน เรื่องที่เธอเคยปฏิเสธรับเล่นหนัง The Aviator ผลงานฟอร์มใหญ่ทุนสร้างมหาศาลจากปี 2004 นำแสดงโดย ลีโอนาร์โด ดิคาปรีโอ ซึ่งผ่านเข้าชิง 11 รางวัลออสการ์และคว้ามาได้ 5 สาขา สาเหตุก็เพราะมีชื่อ ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ที่เวลานี้เจอโทษจำคุก 23 ปี จากคดีข่มขืนกระทำชำเราเหยื่อหลายสิบราย โจลีเล่าย้อนไปว่า เคยร่วมงานกับผู้สร้างรายนี้ในหนัง Playing by Heart ปี 1998 ตอนนั้นเธออายุแค่ 21 ปี และเคยเจอกับเหตุการณ์ที่เมื่อไหร่ก็ตามที่ออกจากห้องพักในโรงแรมระหว่างถ่ายทำผลงาน เธอก็ต้องเอาตัวรอดจากพฤติกรรมล่อลวงและลวนลามของโปรดิวเซอร์รายนี้ ซึ่งไม่ว่าเขาจะทำสำเร็จหรือไม่ แต่เพียงแค่มีความคิดที่จะทำ สำหรับเธอก็ถือว่าผิดแล้ว!! และนั่นคือโปรเจกท์สุดท้ายที่เธอร่วมงานกับไวน์สตีน ถัดจากนั้น เธอบอกกับ จอห์นนี่ ลี มิลเลอร์ อดีตสามีคนแรก ให้กระจายข่าวให้คนในวงการรู้ถึงอันตรายของผู้สร้างรายนี้ว่า อย่าปล่อยให้ผู้หญิงคนไหนอยู่ตามลำพังกับเขา

OO เซีย ศิลปินดังเจ้าของเพลงฮิต Chandelier ที่ชอบปรากฏตัวด้วยการสวมวิกผมม้าปิดบังใบหน้า ออกมายอมรับว่าตอนนี้กำลังรับมือกับปัญหาด้านสุขภาพและสภาพจิตใจ หลังแพทย์ยืนยันว่าเธอมีอาการ “ออทิสซึม” แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าเธอได้รับการวินิจฉัยว่าตนเองเป็นโรคนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ซึ่งโรคนี้ เป็นความผิดปกติในการเจริญของระบบประสาท โดยมีลักษณะเด่นคือความบกพร่องด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและการสื่อสาร เซีย เคยถูกวิจารณ์หนักเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่นำเอา แมดดี้ ซีกเลอร์ สาววัย 20 ปี ที่เป็นออทิสติกจริงๆ และมีความผิดปกติทางด้านประสาท มาเล่นภาพยนตร์เพลงของเธอเองที่ชื่อว่า Music ทำเอาบรรดานักแสดงและนักเคลื่อนไหวหลายคนที่มีปัญหาด้าน ออทิสซึม ออกมาต่อต้านการถ่ายทำดังกล่าว พร้อมประณามการตัดสินใจของ เซียเพราะเกรงว่าจะทำให้ภาพลักษณ์ของคนออทิสติกดูแย่ ซึ่งเธอเองก็ได้ขอโทษคนที่เป็น ออทิสซึม หรือ ออทิสติก พร้อมกับขึ้นข้อความเตือนในภาพยนตร์ ว่าไม่แนะนำสำหรับผู้ที่เป็นออทิสติก และยืนยันว่ามีการเตรียมผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยวิเคราะห์และดูอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การถ่ายทำเป็นไปอย่างปลอดภัย

OO TMZ อ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับทั้ง เทย์เลอร์ สวิฟต์ และ แม็ตตี้ ฮีลี จากวง The 1975 ว่าพวกเขาได้ยุติความสัมพันธ์กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังมีข่าวคบหากันแค่ประมาณเดือนเดียว แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าเพราะอะไรพวกเขาจึงแยกทางกัน เมื่อเดือนที่แล้ว ฮีลี ปรากฏตัวที่คอนเสิร์ตทั้ง 3 รอบ ในแนชวิลล์ของ สวิฟต์ หลังเธอ และ โจ อัลวิน แฟนหนุ่มแยกทางกันหลังจากคบกันมานานถึง6 ปี ตั้งแต่นั้นมา มีคนเห็นทั้งสองใช้เวลาด้วยกันในนิวยอร์กหลายครั้ง ทั้งออกเดทกัน และไปที่สตูดิโอบันทึกเสียงด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ทั้งคู่ไม่ได้ปรากฏตัวในที่สาธารณะด้วยกันตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม TMZ บอกว่าไม่มีคำยืนยันว่าทั้งคู่เลิกกันเมื่อไหร่ แต่ทุกอย่างเริ่มจะชัดเจนระหว่างคอนเสิร์ตของ The 1975 ที่เดนมาร์กเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน

OO อดีตคอลัมนิสต์ของ New York Daily เผยอาการป่วยปริศนาที่ทำให้ เจมี่ ฟอกซ์ นักแสดงชื่อดัง ต้องเข้าโรงพยาบาลในเดือนเมษายน โดยสื่อรายนี้อ้างว่า เจมี่ ฟอกซ์มีเลือดคั่งในสมอง เป็นอัมพาตบางส่วน และสูญเสียการมองเห็นหลังจากถูกบังคับจากทีมงานสร้างภาพยนตร์ของเขา ให้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 นักข่าวรายนี้ไม่ได้เผยชื่อภาพยนตร์ที่ถูกกล่าวหาว่ากดดันให้นักแสดงต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19แต่ระหว่างป่วย ฟอกซ์อยู่ในแอตแลนตาเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Back in Action และเกิดภาวะแทรกซ้อนทางการแพทย์ในเดือนเมษายนระหว่างถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ขณะที่หลังถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน มีเพื่อนๆ ในวงการออกมาแสดงข้อความแสดงความเป็นห่วง และให้กำลังใจมากมาย แต่ครอบครัวก็ไม่เคยออกมาให้ข่าวเลยว่า ฟอกซ์ มีอาการป่วยอะไรกันแน่ และนับจากเดือนเม.ย. จนถึงปัจจุบัน เจมี่ ฟอกซ์ ก็ไม่เคยออกมาปรากฏตัว หรือโผล่ภาพ หรือคลิปใดๆ ลงสื่อสังคมออนไลน์ของตัวเองเลย

OO ผู้ใช้งานสื่อออนไลน์มีการแชร์ภาพ ทอม ครูซกับสตันท์แมนที่หน้าตาดูคล้ายเขาจนแทบแยกไม่ออกกันอย่างกว้างขวาง โดยตามข้อมูลที่แชร์กัน อ้างว่าภาพดังกล่าวถ่ายมาจากงานเลี้ยงปิดกล้อง Mission : Impossible – DeadReckoning Part One เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ ทอม ครูซ มีโอกาสได้ถ่ายภาพร่วมกับสตันท์แมนทั้งสองคนจากหนังเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อค้นหาที่มาของภาพแล้วพบว่า ภาพดังกล่าวเป็นเพียงภาพปลอมที่สร้างด้วย AI และยังมีภาพแบบเดียวกันอีกหลายๆ เวอร์ชั่นด้วย ทอม ครูซ วัย 60 ปี กลายเป็นดาราแอ๊กชั่นที่โดดเด่นที่สุดของฮอลลีวู้ดในยุคปัจจุบันไปเรียบร้อยและระยะหลังก็มีจุดขายในการเล่นฉากบู๊ต่างๆ ด้วยตัวเองด้วย อย่างไรก็ตาม จากภาพเบื้องหลังต่างๆ แสดงให้เห็นว่าทอม ครูซ ก็ยังคงใช้สตันท์แมน ในฉากเสี่ยงตายหลายๆ ฉากอยู่บ้าง

1 วันดี๊ดี ‘แม่ปูเปรี้ยว’ยกแก๊งเที่ยวโลกใต้น้ำ ‘โหน-สไมล์-กิฟท์-ซิล’ รวมตัวชิล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/736464

1 วันดี๊ดี ‘แม่ปูเปรี้ยว’ยกแก๊งเที่ยวโลกใต้น้ำ  ‘โหน-สไมล์-กิฟท์-ซิล’ รวมตัวชิล

1 วันดี๊ดี ‘แม่ปูเปรี้ยว’ยกแก๊งเที่ยวโลกใต้น้ำ ‘โหน-สไมล์-กิฟท์-ซิล’ รวมตัวชิล

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ละคร “แม่ปูเปรี้ยว” ทาง ช่อง 7HD กำลังสนุกและสร้างรอยยิ้มให้กับแฟนๆ อย่างต่อเนื่องทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 18.45 น. ล่าสุดรายการออนไลน์ 1 วันดี๊ดี ขอจัดเต็มพาทีมนักแสดงนำ โหน-ธนากร, สไมล์-ศศินา,กิฟท์-สุพิชฌาย์ และ ซิล-ฐณธรณ์ยกแก๊งเที่ยวโลกใต้ท้องทะเล ใจกลางเมืองพร้อมพ่วงภารกิจสุดน่ารักให้ได้ทำร่วมกันบอกเลยจ้าว่างานนี้แฮปปี้ มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะโดย กิฟท์ เป็นตัวแทนเปิดใจว่า

“เป็นวันที่สนุกมากค่ะ ทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกัน ได้เดินดูสัตว์น้ำต่างๆ รวมถึงเกมการแข่งขันก็เป็นเกมน่ารักๆที่อยากให้ทุกคนไปติดตามชมกันในรายการนะคะ เพราะว่าสนุกจริงๆที่สำคัญตอนท้ายจะมีบทลงโทษสำหรับคนที่แพ้ด้วย อยากให้มาลองชมกันนะคะว่าใครที่โดนทำโทษ เชื่อว่าจะสร้างรอยยิ้มให้เช่นเดียวกับการที่ทุกคนชมละครของพวกเราเลยค่ะกิฟท์เชื่อว่าตอนนี้หลายๆ คน กำลังสนุกอยู่กับละครแม่ปูเปรี้ยว ได้ลุ้นในทุกๆ ตอน จากที่ได้เห็นฟีดแบ๊กกลับมาดีมากๆ เลยค่ะ มีคนเข้ามาคอมเมนต์ถึงละครตลอด กิฟท์อยากขอบคุณทุกคนที่ติดตามชมกันมาตั้งแต่เริ่มเลย ในส่วนบทของกิฟท์ในเรื่องนี้ ตัวละคร วันวิสา เจ้าของร้านคาเฟ่ เป็นสาวหวานที่เป็นสายรุก (ยิ้ม) เพราะจะเป็นคนคอยหยอดมุขจีบคุณผจญ หรือ น้องซิล (ฐณธรณ์-ธัญญกรกุล) ตลอด เป็นบทที่กิฟท์เองยังไม่เคยเล่นเหมือนกัน ถามว่าเขินไหม ก็เขินอยู่ค่ะ แต่เราก็ต้องทำให้ได้ ด้วยน้องซิลซึ่งเป็นน้องใหม่จากโครงการ 7HD NewStars น้องเล่นละครเรื่องแรก ซึ่งแรกๆ น้องอาจยังสั่นอยู่บ้าง แต่เขาก็ตั้งใจเต็มที่ค่ะ เราก็เต็มที่ในการแสดงร่วมกัน สำหรับบรรยากาศการทำงาน ต้องบอกว่ากองละครนี้เป็นกองที่สนุกมากจริงๆ ค่ะ ทุกคนจะมีความสนิทสนมกันหมด ทั้งพี่โหนสไมล์ รวมถึงพี่ๆ นักแสดงท่านอื่น ทำให้การทำงานของเราเต็มไปด้วยความสุข และกิฟท์เชื่อว่าความสุขของทุกๆ คนที่ทำงานจะส่งถึงผู้ชมที่ชมละครของเราเช่นกันค่ะ กิฟท์อยากฝากทุกคนติดตาม นอกจากจะลุ้นไปกับความรักของ นนท์ (โหน-ธนากร) และ ปู (สไมล์-ศศินา)แล้ว ก็ขอฝากคู่ของ วันวิสา และ ผจญ ไว้กับทุกคนด้วยนะคะ มาสนุกไปกับละครด้วยกันค่ะ”

‘วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ’ ชวนออกเดินทางครั้งสุดท้ายของชีวิตอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/736469

‘วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ’ ชวนออกเดินทางครั้งสุดท้ายของชีวิตอีกครั้ง

‘วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ’ ชวนออกเดินทางครั้งสุดท้ายของชีวิตอีกครั้ง

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จะเป็นอย่างไร เมื่อเรื่องราววันสุดท้ายของชีวิต เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายเร็วกว่าที่คิด “One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ” ภาพยนตร์รักสุดเหงา จากผู้กำกับ “บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ” ดูแลงานสร้างโดย “หว่อง กา ไว”  ผู้กว้างขวางในวงการภาพยนตร์ระดับโลกชาวฮ่องกง

การเดินทางของ บอส (ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร) บาร์เทนเดอร์หนุ่มเจ้าของบาร์ที่นิวยอร์กเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาได้รับโทรศัพท์จาก อู๊ด (ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์) เพื่อนเก่า
ที่ห่างหายกันไปนาน กำลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และต้องการให้ บอส กลับมาหาเพื่อช่วยเขาทำภารกิจสุดท้ายก่อนตาย นั่นคือการเดินทางกลับไปหาแฟนเก่า เพื่อกล่าวคำขอบคุณ และขอโทษ ทั้งคู่ออกเดินทางด้วยรถยนต์คันเก่า เพื่อกลับไปหาความทรงจำในอดีตที่ฝังลึกอยู่ในความสัมพันธ์ บอส คิดว่าการเดินทางครั้งนี้คือการช่วยเหลือให้เพื่อนรักได้สะสางความรู้สึกผิดที่มีกับแฟนเก่า แต่หารู้ไม่ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของ อู๊ด คือ การสะสางความรู้สึกผิดในใจที่มีกับ บอส ตลอดเวลา

มาร่วมเดินทางในช่วงสุดท้ายของชีวิต เพื่อตามหาความทรงจำที่ฝังลึกใน “One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ” วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายนนี้ เวลา 20.00 น. ทาง ทรูวิชั่นส์ ช่อง True Thai Film HD (137, 236)

‘อู’one day trip เดินทอดน่องท่องหัวหิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/736465

‘อู’one day trip เดินทอดน่องท่องหัวหิน

‘อู’one day trip เดินทอดน่องท่องหัวหิน

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทริปนี้ “อู-ภาณุ” พาเดินทอดน่อง one day trip สไตล์สโลว์ไลฟ์!! กับแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตติดลมบนที่หัวหินเริ่มจากเดินทอดน่องขึ้นที่สูง ชมวิวตัวเมืองหัวหิน วิวเขาตะเกียบ และวิวเมืองชะอำ ที่จุดชมวิว “เขาหินเหล็กไฟ” หรือที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกกันว่า “เขาเรดาร์” ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองหัวหินประมาณ 3 กิโลเมตร

จากนั้นเดินตะลอนเที่ยวสตรีทอาร์ตหัวหิน อีกหนึ่งจุดเช็คอินที่ไม่ควรพลาด อยู่บริเวณซอยหัวหิน 57 ในชุมชนชายทะเล และชุมชนสมอเรียง ละลานตากับภาพศิลปะตามแนวกำแพง ซึ่งเป็นฝีมือของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่มาช่วยกันถ่ายทอดวิถีชีวิตและเรื่องราวของชุมชนงานนี้ทำเอาสายโพสต์โซเชียลอย่างอู…ไม่วายถ่ายรูปรัวๆ…ต่อด้วยเที่ยว กลุ่มศาลเจ้าพ่อสายน้ำเขียว ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนหัวหินเคารพสักการะ โดยเฉพาะชาวประมงหัวหิน ก่อนออกเรือไปจับปลาในทะเลจะจุดประทัดขอพรจากเจ้าพ่อ เพื่อความเป็นสิริมงคล ภายในมีรูปเคารพที่สำคัญคือ เจ้าพ่อสายน้ำเขียว เจ้าแม่กวนอิม และเจ้าแม่ทับทิม บริเวณใกล้ๆ กันยังมีจุดชมวิวชายหาดได้แบบ 180 องศาอีกด้วยเดินทอดน่องหลายที่ คราวนี้ถึงคิวเดินไปชิมขนมอร่อยๆ ที่ร้านแม่นงนุช ร้านขนมเก่าแก่ที่อยู่คู่กับหัวหินมากว่า 80 ปีต่อด้วยอิ่มจุกๆ ที่ร้าน yellow bus ร้านอาหารสไตล์โอเพ่น บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติ

เป็นเรื่องมหัศจรรย์‘หมิง-ชาลิสา’อึ้ง! เจอกับตัว ปาฏิหาริย์พระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/736463

เป็นเรื่องมหัศจรรย์‘หมิง-ชาลิสา’อึ้ง! เจอกับตัว  ปาฏิหาริย์พระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า

เป็นเรื่องมหัศจรรย์‘หมิง-ชาลิสา’อึ้ง! เจอกับตัว ปาฏิหาริย์พระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่นอกจากจะชอบเดินสายทำบุญแล้วต้องขอยกให้เธอคนนี้เป็นสายมูตัวจริงเสียงจริง สำหรับอดีตนางสาวไทย หมิง-ชาลิสา บุญครองทรัพย์ที่ล่าสุด สาวหมิง ได้จัดทริปบุญที่ประเทศพม่าขึ้น พร้อมกับได้ถ่ายเก็บทุกช่วงเวลาทุกโมเมนต์เพื่อมาลงในชาแนลยูทูบ Ming Charri ในช่องรายการ “หมิงพามู” ซึ่งในการไปทริปครั้งนี้ทำเอาสาวหมิงถึงกับอึ้งไปเลยกับทริปบุญที่ประเทศพม่า กับ อาจารย์เชียง ปัณณวิชญ์ นักแก้ดวงคนดัง ณ พระธาตุอินทร์แขวน พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว เพราะได้เกิดเรื่องเหลือเชื่อเป็นปรากฏการณ์ปาฏิหาริย์ขึ้นกับตนเองและทุกคนที่ไปร่วมทริปในครั้งนี้ ในช่วงที่ขณะกำลังสวดอัญเชิญเทวดา ณ พระธาตุอินทร์แขวน อยู่นั้นก็เกิดปาฏิหาริย์นี้ขึ้นโดย “หมิง-ชาลิสา” เผยว่า

“หมิงเชื่อว่าเกิดปาฏิหาริย์ขึ้น ณ ช่วงเวลาที่อาจารย์เชียงกำลังนำสวดอัญเชิญเทวดา ณ พระธาตุอินทร์แขวนค่ะ จู่ๆ เสียงไมค์ก็เพี้ยนอยู่ช่วงหนึ่งเลย แล้วสักพักธูปที่อยู่ในมืออาจารย์เชียงก็เกิดติดไฟขึ้นเป็นเปลวไฟเลยค่ะ สำหรับหมิงรู้สึกว่าหมิงเชื่อนะว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์รับรู้ และอวยพรเราทุกคนในวันนั้น ถ้าอยู่ตรงนั้นจะรู้สึกได้ว่าใช่จริงๆ ค่ะ อีกจุดหนึ่งก็ตอนที่อาจารย์เข้าไปด้านในที่ผู้หญิงเข้าไปไม่ได้ จะมีหมอกควันลงปกคลุมแบบหนาแน่นเลย ดีใจนะคะที่ได้มาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พม่าแบบครบถ้วนเลยในครั้งนี้ ฝากติดตามทริปนี้ได้ทาง“หมิงพามู” ทริปพระธาตุอินทร์แขวน https://youtu.be/5Dah7DvCMew ด้วยนะคะ”

‘กรมพลศึกษา’จัดประกวดศิลปะการแสดงพื้นบ้านโนรา ชิงถ้วยพระราชทานฯที่พัทลุง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/736543

‘กรมพลศึกษา’จัดประกวดศิลปะการแสดงพื้นบ้านโนรา ชิงถ้วยพระราชทานฯที่พัทลุง

‘กรมพลศึกษา’จัดประกวดศิลปะการแสดงพื้นบ้านโนรา ชิงถ้วยพระราชทานฯที่พัทลุง

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.42 น.

‘กรมพลศึกษา’จัดประกวดศิลปะการแสดงพื้นบ้านโนรา ชิงถ้วยพระราชทานฯที่พัทลุง

ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษาเป็นประธานในพิธีเปิดการประกวดศิลปะการแสดงพื้นบ้านโนรา ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ประจำปี พ.ศ. 2566 ในงานมหกรรมภูมิปัญญานันทนาการท้องถิ่นภาคใต้ “มโนราห์” โดยมี นายฉัตรชัย อุสาหะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วย ดร.วนิดา พันธ์สอาด รองอธิบดีกรมพลศึกษา ,นายจรูญ แก้วมุกดากุล รองอธิบดีกรมพลศึกษา ,นางสาวลิปิการ์  กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม , ดร.ยศพนธ์ สุกุมลนันทน์

ผู้ช่วยอธิบดีกรมพลศึกษา ,ว่าที่ร้อยตรีปราโมทย์ เลิศจิตรการุณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมและพัฒนานันทนาการ กรมพลศึกษา ,นางสาวฉันทนา ศิวกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพัทลุง , นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ ,นางพรเพ็ญ แป๋วประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนพัทลุง ,หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพัทลุง และคณะกรรมการผู้ตัดสิน ร่วมเป็นเกียรติ ณ หอประชุมโรงเรียนพัทลุง อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง

กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับจังหวัดพัทลุง จัดประกวดศิลปะการแสดงพื้นบ้านโนรา ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ประจำปี พ.ศ. 2566 ในงานมหกรรมภูมิปัญญานันทนาการท้องถิ่นภาคใต้ “มโนราห์” ระหว่างวันที่ 10-11 มิถุนายน 2566 เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของกิจกรรมนันทนาการ และนำกิจกรรมนันทนาการไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม ก่อเกิดความรู้ ความรัก ความภูมิใจ ความผูกพันในภูมิปัญญานันทนาการท้องถิ่นภาคใต้ของตน เป็นการเผยแพร่และปลูกจิตสำนึกในการร่วมอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางนันทนาการของชาติให้แก่เด็กและเยาวชน และยังเป็นการสร้างเครือข่ายในการสืบสานและเผยแพร่ภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ทางนันทนาการของท้องถิ่นภาคใต้ โดยการประกวดศิลปะการแสดงพื้นบ้านโนรา ชิงถ้วยพระราชทานฯ ในครั้งนี้แบ่งประเภทออกเป็น 2 รุ่นอายุ ประกอบด้วย รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 25 ปี ซึ่งได้รับเกียรติจากคณะกรรมการที่มีความเชี่ยวชาญในทุกๆศาสตร์ของโนรา ร่วมตัดสินพร้อมให้คำแนะนำเพื่อพัฒนาทักษะสู่ความเป็นเลิศ สร้างอาชีพ และสืบสานวัฒนธรรมต่อไป

ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา เปิดเผยว่า กรมพลศึกษา มีภารกิจในการดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนให้เด็ก เยาวชนและประชาชนได้เล่นกีฬาออกกำลังกาย และประกอบกิจกรรมนันทนาการ อย่างต่อเนื่องจนเป็นวิถีชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมดนตรี และศิลปะการแสดงพื้นบ้าน เป็นการแสดงอัตลักษณ์อย่างทรงคุณค่า อันเป็นการดึงดูด ความสนใจให้ประชาชนได้เห็นถึงศิลปวัฒนธรรม ท้องถิ่น ร่วมอนุรักษ์สืบสานให้คงอยู่ สำหรับ”โนรา” (Nora) หรือ “มโนราห์” นั้นเป็นศิลปะการแสดงพื้นเมืองอย่างหนึ่งของภาคใต้ เป็นศาสตร์การร่ายรำของไทย และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การยูเนสโก (UNESCO) เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 นั้นแสดงให้เห็นถึงบทบาทอันเข้มแข็งของชุมชนที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมการและรักษาไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมดังกล่าวไว้ให้แก่ชนรุ่นหลัง อีกทั้ง ยังเป็นการแสดงออกถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมในภูมิภาคและในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งคณะรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการใช้ SofPower เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ ทั้งในมิติสังคม เศรษฐกิจวัฒนธรรม ความมั่นคงและการสร้างเกียรติภูมิ รวมถึงภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยเช่น อาหาร ดนตรี นาฎศิลป์ และศิลปหัตถกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบยั่งยืนตลอดไป

สำหรับผลรางวัลการประกวดมีดังนี้

รางวัลชนะเลิศ ได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พร้อมทุนส่งเสริม 45,000 บาท  ได้แก่ คณะโนรา Nora Pura จังหวัดพัทลุง

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับถ้วยเกียรติยศกรมพลศึกษา พร้อมทุนส่งเสริม 30,000 บาท  ได้แก่ คณะโนรานาทวีศิลป์ถิ่นทักษิณา จังหวัดสงขลา

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับถ้วยเกียรติยศกรมพลศึกษา พร้อมทุนส่งเสริม 20,000 บาท ได้แก่ คณะโนรา โรงเรียนอนุบาลศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง

รางวัลชมเชย ได้รับถ้วยเกียรติยศกรมพลศึกษา พร้อมทุนส่งเสริม  10,000 บาท ได้แก่  คณะมโนราห์นํ้าเพชรศิลป์ถิ่นพัทลุง จังหวัดพัทลุง

-รางวัลการออกพรานดีเด่น ได้รับโล่เกียรติยศกรมพลศึกษา พร้อมทุนส่งเสริม 2,000 บาท  ได้แก่ คณะโนรา Nora Pura จังหวัดพัทลุง

-รางวัลท่ารำดีเด่น ได้รับโล่เกียรติยศกรมพลศึกษา พร้อมทุนส่งเสริม 2,000 บาท  ได้แก่ คณะโนรา Nora Pura จังหวัดพัทลุง

-รางวัลบทและการร้องกลอนสดดีเด่น ได้รับโล่เกียรติยศกรมพลศึกษา พร้อมทุนส่งเสริม 2,000 บาท  ได้แก่ คณะโนรา Nora Pura จังหวัดพัทลุง

 -รางวัลการแต่งกายดีเด่น ได้รับโล่เกียรติยศกรมพลศึกษา พร้อมทุนส่งเสริม 2,000 บาท  ได้แก่ คณะโนรา Nora Pura จังหวัดพัทลุง

-รางวัลลูกคู่ดีเด่น ได้รับโล่เกียรติยศกรมพลศึกษา พร้อมทุนส่งเสริม 2,000 บาท  ได้แก่ คณะโนรานาทวีศิลป์ถิ่นทักษิณา จังหวัดสงขลา

-รางวัลความเป็นเอกภาพดีเด่น ได้รับโล่เกียรติยศกรมพลศึกษา พร้อมทุนส่งเสริม 2,000 บาท  ได้แก่ คณะโนรา Nora Pura จังหวัดพัทลุง

-รางวัลเครื่องดนตรีประเภทปี่ดีเด่น ได้รับโล่เกียรติยศกรมพลศึกษา พร้อมทุนส่งเสริม 2,000 บาท  ได้แก่ คณะโนรานาทวีศิลป์ถิ่นทักษิณา จังหวัดสงขลา

-รางวัลเครื่องดนตรีประเภทกลองดีเด่น ได้รับโล่เกียรติยศกรมพลศึกษา พร้อมทุนส่งเสริม 2,000 บาท  ได้แก่ คณะโนรานาทวีศิลป์ถิ่นทักษิณา จังหวัดสงขลา

-รางวัลเครื่องดนตรีประเภททับดีเด่น ได้รับโล่เกียรติยศกรมพลศึกษา พร้อมทุนส่งเสริม 2,000 บาท  ได้แก่ คณะโนรานาทวีศิลป์ถิ่นทักษิณา จังหวัดสงขลา

เปิดประวัติ ‘วิโรจน์ ลักขณาอดิศร’ ตัวตึง ชนส่วยรถบรรทุก ของก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550843

11 มิ.ย. 2566

เปิดประวัติ 'วิโรจน์ ลักขณาอดิศร' ตัวตึง ชนส่วยรถบรรทุก ของก้าวไกล

เปิดประวัติตัวตึงแห่งก้าวไกล ขาชนประเด็นร้อน วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ดีกรีปริญาเอกพัฒนาการเศรษฐกิจ มืออภิปรายดาวเด่นของสภา


เรียกได้ว่า การเปิดเผยเรื่องราวการทุจริต หรือ ส่วย ในช่วงนี้ ได้รับความสนใจอย่างมากจากสังคม โดยเฉพาะเรื่องส่วยรถบรรทุก ที่ทำให้มีการโยกย้ายตำรวจทางหลวงถึง 40 นายด้วยกัน ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นผลงานของ ตัวตึงแห่งก้าวไกล วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ที่เดินหน้าเปิดเผยข้อมูลจนเรื่องถูกเปิดโปงอย่างกว้างขวาง 

วิโรจน์ ลักขณาอดิศรวิโรจน์ ลักขณาอดิศร

สำหรับประวัติของ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร เกิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2520 ในครอบครัวชนชั้นกลาง และเติบโตที่กรุงเทพฯ เป็นพี่ชายคนโตในบรรดาพี่น้อง 3 คน พ่อแม่ประกอบอาชีพค้าขาย
ด้านการศึกษา  จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา​ที่โรงเรียนวัดสุทธิ​ว​รา​ราม ระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ (วิศวกรรมยานยนต์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยในระหว่างเรียน เขาได้เข้าชมรมโต้วาทีและการบันเทิง

เพราะต้องการหากิจกรรมที่ตอบสนองความสนใจด้านอื่นๆ ที่นอกเหนือจากเนื้อหาวิชาการ การทำกิจกรรมเหล่านี้ทำให้เขาได้พัฒนาทักษะการพูด และทดลองการนำเสนอข้อมูลและเรื่องราวด้วยวิธีการที่แปลกใหม่น่าสนใจ  ระดับปริญญาโทจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาเอก คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ)


ส่วนประสบการณ์ทำงาน ในสมัยทำงานด้านเอกชน  เป็นวิศวกรควบคุมคุณภาพให้กับบริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษา ด้านระบบบริหารคุณภาพและการบริหารจัดการให้บริษัท โนโว ควอลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ในช่วงปี 2546 – 2561 วิโรจน์ได้ย้ายมาทำงานที่ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ซึ่งการทำงานที่นี่ทำให้เขาได้ใช้ทักษะการบริหาร  และยังทำให้เขามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาของไทยอย่างลึกซึ้งอีกด้วย

วิโรจน์ ลักขณาอดิศรวิโรจน์ ลักขณาอดิศร

ขณะที่เส้นทางงานการเมืองของตัวตึงท่านนี้ วิโรจน์ ทำงานกับพรรคอนาคตใหม่ ได้รับเลือกให้เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และเขาได้กลายเป็นดาวรุ่งในสภาอย่างรวดเร็วจากเนื้อหา ลีลาการพูดฉะฉาน และเทคนิคในการนำเสนอที่เขาใช้ในการอภิปรายในสภา โดยชื่อเสียงของวิโรจน์โด่งดังอย่างมากหลังอภิปรายเกี่ยวกับยุทธการทางข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ของกองทัพ นอกจากนี้ วิโรจน์ ยังได้รับความสนใจมากขึ้น ในฐานะที่เป็นนักการเมืองที่ใช้โซเชียลมีเดีย ในการสื่อสารพูดคุยกับประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นกันเอง
 

เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค วิโรจน์ และเพื่อนส.ส. อีกหลายคนได้ย้ายมาสังกัดพรรคก้าวไกล โดย วิโรจน์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นโฆษกพรรค หลังจากนั้นวิโรจน์ได้มีบทบาทที่โดดเด่นมากขึ้นเรื่อยๆในสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอภิปรายงบประมาณ เศรษฐกิจ การศึกษา และสาธารณสุขที่มุ่งไปที่ปัญหาการจัดสรรวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุขในช่วงการระบาดทั่วของโควิด-19


จากนั้นเขาก็ได้กลายเป็นดาวสภา ด้วยเทคนิคในการนำเสนอข้อมูลที่ชัดเจนและลีลาการพูดที่ฉะฉาน โดยการอภิปรายที่ทำให้เขาเป็นที่จดจำมากที่สุดคือการเปิดโปงปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO ของกองทัพ ที่ใช้โจมตีพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามและสร้างความแตกแยก พร้อมกับเปิดเผย QR Code กลุ่มไลน์ IO ให้กับประชาชนขณะอภิปรายด้วย

นอกจากนี้ วิโรจน์ ยังถือเป็นนักการเมืองที่เข้าถึงประชาชน โดยเขาใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียเสนอความคิดเห็นเห็น ทั้งในประเด็นสังคม การเมือง และการศึกษา รวมทั้งรับฟังความคิดและพูดคุยกับประชาชนด้วย

วิโรจน์ ‘พรรคก้าวไกล’ ขยี้ องค์กรนั่งร้าน รอสัญญาณทำนิติสงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550819

10 มิ.ย. 2566

วิโรจน์ 'พรรคก้าวไกล' ขยี้ องค์กรนั่งร้าน รอสัญญาณทำนิติสงคราม

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ “พรรคก้าวไกล” ใช้พื้นที่ในสื่อสังคมออนไลน์ ระบายความรู้สึกโจมตีไปถึงหน่วยงานที่เป็นเหมือน “องค์กรนั่งร้าน” ที่รอคำสั่ง เพื่อทำนิติสงคราม ฝืนมติของประชาชน ตอนนี้ทำได้เพียงรอคำสั่งจากคนบงการ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์  หลังจาก  คณะกรรมการการเลือกตั้ง  ” กกต.” มีมติเป็นเอกฉันท์ 6 เสียง ไม่รับคำร้องกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล   มีคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ในการสมัครรับเลือกตั้ง  เหตุจากถือ หุ้นไอทีวี 42,000 หุ้น  แต่ให้รับเรื่องไว้พิจารณาเป็นความปรากฏ   เนื่องจากกรณีคำร้องดังกล่าวมีรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและพฤติการณ์และมีหลักฐานพอสมควร และมีข้อมูลเพียงพอที่จะสืบสวนไต่สวนต่อไปว่า 

นายพิธาลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้า “พรรคก้าวไกล “ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล  เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามแต่ได้สมัครรับเลือกตั้ง อันเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 42(3) และมาตรา 151 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง  สส.  จึงเห็นควรพิจารณาสั่งให้ดำเนินการไต่สวนเป็นกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฎ โดยคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนที่ได้รับแต่งตั้ง จะดำเนินการไต่สวนตามขั้นตอน

นายวิโรจน์ ซึ่งทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ ขยายความในประเด็นนี้ว่า ” ฝ่ายอนุรักษ์นิยม อยากแช่แข็งประเทศต่อ แต่ก็กังวลว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย กลัวว่าค่านิยมทางสังคม ความเชื่อ ที่คอยค้ำยันเครือข่ายศักดินามาช้านาน จะเปลี่ยนแปลงแบบกู่ไม่กลับ องค์กรที่เป็นนั่งร้าน ตอนนี้ก็งงว่าจะไปต่อยังไง ระหว่างที่รอคำสั่ง ก็ต้องทำนิติสงคราม เอาชนักมาปักหลังไว้ก่อน เมื่อมีเสียงของประชาเป็นธงชัย มันผู้ใดจะหาญกล้ามาทำลาย”

“องค์กรนั่งร้านเขาไม่คิดอะไรมากอยู่แล้ว ถ้ามีคำสั่งมา ก็พร้อมที่จะใช้นิติสงคราม ฝืนมติของประชาชนอยู่แล้ว เพียงแต่ด้วยนิสัยความเป็นลูกน้อง ก็คงแจ้งหัวหน้ากลับไปว่า “ทำน่ะทำให้ได้ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น ไม่ขอรับผิดชอบนะ” หัวหน้าก็เลยหันรีหันขวาง ไม่กล้ากดปุ่ม “

“การใช้กฎหมายที่ถูกต้อง คือ การดำเนินการไปตามกฎหมาย ส่วนผลจะเป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น แต่การใช้กฎหมายที่เลว คือ การล็อคผล ตั้งธงให้เป็นไปตามอำเภอใจของผู้มีอิทธิพลไว้ก่อน แล้วก็ก้มหน้าก้มตา หาช่องของกฎหมาย สร้างเหตุ ให้ผลเป็นไปตามธงให้ได้”

“อย่าไปเครียด ตอนนี้เราทำดีที่สุดแล้ว เหมือนสอบได้คะแนนดีแล้ว ก็รอประกาศขึ้นบอร์ดอย่างเดียว คนที่เครียด คือ คนที่พยายามหาช่องให้คนที่สอบตก แซงขึ้นมาเป็นที่หนึ่ง ตอนนี้คนพวกนี้เครียดมาก เรื่องทำน่ะหน้าด้านทำได้อยู่แล้ว แต่กลัวว่าจะถูกจับได้ กลัวจะต้องรับผิดชอบ ระแวงไปหมด”

“คนที่สั่งให้คุณทำความผิด ถึงเวลาเขาไม่ช่วยคุณหรอก มีแต่จะถีบหัวส่ง ให้ความผิดไม่พันมาถึงตัวเอง”  ข้อความจากทวิตเตอร์ ระบุ

วิโรจน์ 'พรรคก้าวไกล' ขยี้ องค์กรนั่งร้าน รอสัญญาณทำนิติสงคราม
วิโรจน์ 'พรรคก้าวไกล' ขยี้ องค์กรนั่งร้าน รอสัญญาณทำนิติสงคราม

มหากาพย์ ‘เสรีพิศุทธ์’ VS ‘ศรีสุวรรณ’ กว่าจะยุบสมาคมฯ นักร้อง สรุปจบที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550816

10 มิ.ย. 2566

มหากาพย์ 'เสรีพิศุทธ์' VS 'ศรีสุวรรณ' กว่าจะยุบสมาคมฯ นักร้อง สรุปจบที่นี่

“เสรีพิศุทธ์” เล่ามหากาพย์ สั่งยุบสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยของ “ศรีสุวรรณ” หรือ “นักร้อง” กว่าจะมีคำสั่งจากกรมการปกครอง เคยลั่นกลางรายการทีวีว่า “ถ้าไม่ยุบมีเรื่องแน่” ด้าน “ศรีสุวรรณ” ย้ำจุดยืน ยังคงทำหน้าที่ร้องตรวจสอบ-ไม่ท้อถอย แม้ถูกยุบสมาคมฯ

“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์หลังจากกรมการปกครองมีคำสั่งยุบ “สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย” ที่มี “นายศรีสุวรรณ จรรยา” เป็นเลขาธิการ (ศรีสุวรรณ) ว่า “ศรีสุวรรณ” เป็นหนึ่งในนักร้องที่ร้องเรียนไปทั่ว เรื่องที่ร้องก็ไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ สร้างความปั่นป่วน และความเดือดร้อนให้หลายคน

ความจริงคือ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” ร้องเรียนให้กรมการปกครองยุบสมาคมฯ มานานมากแล้ว แต่ติดช่วงโควิด 19 ระบาด  และติดที่ “กรมการปกครอง” ไม่ค่อยรู้เรื่องเลยทำงานช้า ทั้งที่พยายามติดตามเรื่องมาตลอด พยายามต่อสายหาอธิบดีกรมการปกครองแต่ไม่เป็นผล จนล่วงเลยมาถึงวันที่ 9 มิ.ย.มีคนนำหนังสือมาส่งว่า ยุบสมาคมฯ แล้ว

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย โชว์หนังสือยุบสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย" ที่มี "นายศรีสุวรรณ จรรยา"  เป็นเลขาธิการ ที่กรมการปกครองส่งให้ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2566พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย โชว์หนังสือยุบสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย” ที่มี “นายศรีสุวรรณ จรรยา” เป็นเลขาธิการ ที่กรมการปกครองส่งให้ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2566

“วันที่กรมการปกครองเอาคำสั่งยุบสมาคมฯ ของ “ศรีสุวรรณ” มาให้ผม ผมก็ถามว่าทำไมถึงดำเนินการช้า มีใครช่วยดึงอยู่ข้างหลังหรือไม่ ก็มีการรับว่ามีคนพยายามไม่ให้ออกคำสั่งยุบสมาคมฯ นี้ แต่ผมไม่ได้ถามว่าใครเป็นคนที่อยู่เบื้องหลัง ผมให้เกียรติเขา ส่วนผู้ที่อยู่เบื้องหลังตำแหน่งใหญ่หรือไม่ ผมไม่รู้ แต่ต้องมีอำนาจ” “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” กล่าว

“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” เล่าต่อว่า เร่งรัดเรื่องยุบสมาคมฯ ของ “ศรีสุวรรณ” มาตลอด รีบเพราะกลัวว่า หากมีการยุบสภาไปจะไม่คืบ ตั้งแต่เป็นประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เคยเรียกอธิบดีกรมการปกครอง และนายทะเบียน มาชี้แจงข้อเท็จจริง อธิบดีฯ มอบหมายให้ รองอธิบดีฯ เข้ามาชี้แจง เลยมอบหมายให้ไปตรวจสอบว่า การจดทะเบียนตั้งสมาคมฯ ถูกต้องหรือไม่ มีการตั้งสถานที่จริงหรือไม่ ได้ส่งรายงานประจำปีเรื่องการเงินมาให้หรือไม่ จากการตรวจสอบพบว่า สถานที่จัดตั้ง เป็นห้องแถวเล็กๆ เก่าๆ กุญแจคล้องไว้ก็สนิมเครอะแล้ว ไม่มีการใช้สถานที่เลย สอบถามห้องข้างๆ ไม่มีใครเคยเห็น “ศรีสุวรรณ” มาประชุมที่นี่เลย

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย  แถลงข่าวอย่างเป็นทางการหลังจากได้รับหนังสือคำสั่งยุบสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แถลงข่าวอย่างเป็นทางการหลังจากได้รับหนังสือคำสั่งยุบสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” บอกอีกว่า ระหว่างนั้นจะมอบให้เลขากมธ.การป้องกันฯ โทรประสานไปที่กรมการปกครอง เพื่อสอบถามความคืบหน้า ทางนั้นก็รับสายบ้าง ไม่รับสายบ้าง ซึ่งคิดว่าเรื่องนี้จะต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง “ศรีสุวรรณ” จึงทำให้กรมการปกครองไม่ออกคำสั่งยุบสมาคมฯ 


“ตอนนั้นผมไปออกรายการหนึ่งได้พูดออกรายการ ว่า อธิบดีกรมการปกครองต้องรีบยุบสมาคมฯ นี้ได้แล้ว ถ้าไม่ยุบมีเรื่องแน่ หลังจากออกรายการอธิบดีกรมการปกครองก็โทรมาขอพบผมทันที ผมตอบไปว่า ไม่ต้องมาพบกัน ทำหน้าที่ใครหน้าที่มันไป หลังจากนั้นก็มีหนังสือถึงผมเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. แจ้งว่า ยุบสมาคมฯ แล้ว แต่ “ศรีสุวรรณ” ยังสามารถอุทรณ์การยุบสมาคมฯ” “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” กล่าว

“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” กล่าวต่อว่า เมื่อดูคำสั่งยุบแล้ว พบว่า ยังไม่ครอบคลุม เพราะในคำสั่งยุบสมาคมฯ ไม่มีรายละเอียดต่างๆ ที่พูดเลย ในหนังสือคำสั่งยุบสมาคมฯ มีรายละเอียดแค่ว่า มีการจดทะเบียน แต่ไม่มีการประชุมคณะก่อตั้งเลย และทราบว่าตอนที่ “ศรีสุวรรณ” ไปให้การชี้แจง อาจจะมีการให้ข้อความเท็จด้วย จึงได้ให้คำปรึกษากับอธิบดีกรมการปกครองว่า สามารถไปแจ้งความดำเนินคดีกับ “ศรีสุวรรณ” ข้อหาให้การเท็จได้ด้วย ส่วนกรรมการ เหรัญญิก ในฐานะผู้เสียหาย ก็สามารถดำเนินคดีกับ “ศรีสุวรรณ” ได้เช่นกัน


“ผมมีภาพและคลิปที่ “ศรีสุวรรณ” ให้สัมภาษณ์ว่า เขาทำอาชีพร้องเรียน พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาหาเขาก็ทำหน้าที่ร้องเรียนให้ โดยไม่คิดเงินคิดทอง เพราะต้องการช่วยเหลือประชาชน แต่ได้ค่าเหนื่อยตามที่ประชาชนให้ เช่น 5,000 ถึงหลักหมื่นบาท และเวลา “ศรีสุวรรณ”  ร้องเรียนอะไรก็อ้างสมาคมฯ อยู่ตลอด เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่า “ศรีสุวรรณ”  ไม่ได้ไปเดี่ยวๆ แต่มีองค์กรรองรับ ไม่ได้ไปเดี่ยวๆ แต่ในที่สุด “ศรีสุวรรณ” ก็มาร้องผม กล่าวหาว่าทำผิดกฎหมาย ทั้งที่เราไม่เคยทำผิดกฎหมาย และไม่มีแผล “ศรีสุวรรณ” ทำไม่ถูกต้อง”  “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” อธิบาย

“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” เล่าต่อว่า เมื่อเร็วๆนี้ ทราบว่า “ศรีสุวรรณ” ยื่นเรื่องให้ยุบ 6 พรรค หารือร่วมตั้งรัฐบาลเหตุถูกครอบงำ เพราะมี “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” “นายปิยบุตร แสงกนกกุล” และน.ส.พรรณิการ์ วานิช  ไปร่วมทั้งที่ไม่มีสถานภาพทางการเมืองแต่อย่างใด มองว่า “ศรีสุวรรณ” ร้องเรียนโดยที่ไม่ดูข้อเท็จจริง ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ จึงสั่งให้ “ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช” ฟ้อง “ศรีสุวรรณ” ในประเด็นนี้อีกครั้ง ทำให้ “ศรีสุวรรณ” ไม่กล้าร้องเรียนพรรคเสรีรวมไทย

นอกจากนี้ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” ยังได้แนะนำพรรคการเมืองต่างๆ หรือบุคคลต่างๆ อย่าไปทำร้ายร่างกาย “ศรีสุวรรณ” เพราะผิดกฎหมาย แต่ให้ใช้กฎหมายจัดการแทน เพราะบ้านเมืองอยู่ด้วยกฎหมาย จะตัดสินเองไม่ได้ ต้องให้คนกลางอย่างศาลเป็นผู้พิจารณา


ผู้สื่อข่าวถามว่า มีอะไรอยากจะฝากถึงเหล่านักร้องหรือไม่ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” ตอบว่า จะไปร้องใครมันก็คือ การใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ว่ากฎหมายเขียนไว้ว่า อย่าไปล่วงละเมิดสิทธิใคร อยากให้ผู้ที่ถูกละเมิดใช้สิทธิได้ ดังนั้น นักร้องต้องเข้าใจเวลาจะไปร้องใคร ต้องมีข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานที่จะให้เขาพิจารณาวินิจฉัยได้

ข้อความที่นายศรีสุวรรณ จรรยา โพสต์ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ข้อความที่นายศรีสุวรรณ จรรยา โพสต์ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว

ล่าสุด “ศรีสุวรรณ” โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “ศรีสุวรรณยังยืนหยัดที่จะทำหน้าที่ร้องตรวจสอบนักการเมือง-พรรคการเมืองเหมือนเดิม เพื่อประโยชน์สาธารณะสะกดคำว่า ท้อถอยไม่เป็นครับ”

และข้อความ “ได้ตำแหน่งใหม่แล้ว ‘ศรีสุวรรณ’ ไม่ท้อยืนหยัดร้องต่อ หลังสมาคมฯถูกยุบทิ้ง!” พร้อมแชร์ข่าวจากสำนักข่าวไทยโพสต์ ที่มีเนื้อหาระบุว่า “นายศรีสุวรรณ ได้เปลี่ยนตำแหน่งจากเดิม “เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย” เป็น “ประชาชนผู้รักชาติรักแผ่นดิน” ในการยื่นหนังสือต่อกองบัญชาการสอบสวนกลาง(บช.ก.) เพื่อร้องทุกกล่าวโทษผู้ที่มีพฤติการณ์หรือกระทำการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ กรณีที่มีการจัดเสวนาเปิดตัวองค์กรขบวนนักศึกษาแห่งชาติ ( Pelajar Kebangsaan Patani ) โดยกลุ่มเครือข่าย PerMAS เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 66 ที่ มอ.ปัตตานี ที่ผ่านมา”