Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739429

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

‘แข่งเรือมังกรกลางคืน’

ประเพณีเก่าแก่กว่า 600 ปี ในฝูเจี้ยน

สัปดาห์นี้พาชมบรรยากาศอันคึกคักของการแข่งเรือมังกรช่วงกลางคืนซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลเรือมังกรที่ใกล้เข้ามาถึงในหมู่บ้านซานซี เขตฉางเล่อ นครฝูโจว เมืองเอกของมณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน

การแข่งขันเรือมังกรช่วงกลางคืนเป็นประเพณีท้องถิ่นหมู่บ้านซานซี ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 600 ปี และนัยสำคัญทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง โดยจัดขึ้นเพื่อขอผลผลิตทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์และความเป็นสิริมงคลในชีวิต

ภาพทั้งหมดจากสำนักข่าวซินหัว

ตะลอนเที่ยว : หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739446

ตะลอนเที่ยว : หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ตะลอนเที่ยว : หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ประวัติศาสตร์และความเป็นมา คือเครื่องช่วยบ่งบอกชี้ชัดว่าในปัจจุบันนี้เราเป็นใคร หากเราไม่มีราก ไม่มีเหง้า ไม่มีประวัติความเป็นมา เราก็เป็นสิ่งมีชีวิตจำพวกรากลอย
ไม่รู้จักความเป็นมาของตนเอง เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็คงจะก้าวหน้าต่อไปในอนาคตได้อย่างมั่นคงได้ไม่ง่ายนัก

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในวันนี้มีอายุกว่า 1 ศตวรรษแล้ว แต่กว่าจะหยั่งรากลึกจนเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เช่นทุกวันนี้มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีประวัติศาสตร์และความเป็นมาที่น่าสนใจยิ่ง ขอเชิญคุณๆทำความรู้จักและเข้าใจจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผ่านเรื่องราวและคำบอกเล่าต่างๆ จากหอประวัติจุฬาฯ 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีดำริจัดตั้งหอประวัติจุฬาฯ เมื่อ พ.ศ. 2509 แต่ดำเนินการไปได้ไม่ลุล่วง จนกระทั่งเข้าสู่ปี 2530 หอประวัติจุฬาฯ จึงเกิดขึ้นอย่างเป็นหลักเป็นฐาน ซึ่งในวันที่26 มีนาคม 2531 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดหอประวัติจุฬาฯ ณ อาคารจักรพงษ์

หอประวัติจุฬาฯ เป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์เกี่ยวเนื่องกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมากมาย 

ตึกจักรพงษ์แต่เดิมคือที่ทำการของสโมสรนิสิตจุฬาฯ (ปัจจุบันสโมสรนิสิตจุฬาฯ ย้ายที่ทำการไปอยู่บนตึกจุลจักรพงษ์ ซึ่งอยู่ใกล้กับศาลาพระเกี้ยว) ครั้นเมื่อใช้ตึกจักรพงษ์เป็นหอประวัติจุฬาฯ จึงจัดแบ่งพื้นที่สำหรับจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวเนื่องกับประวัติของจุฬาฯ เป็นสองส่วน ส่วนแรกอยู่ชั้นล่างของตึก เป็นห้องโถงใหญ่ ใช้สำหรับจัดแสดงนิทรรศการตามวาระสำคัญต่างๆ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนชั้นสอง แบ่งพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการออกเป็นสี่ส่วนคือ ห้องโถงกลางหรือโถงเฉลิมพระเกียรติ ส่วนกึ่งกลางห้องโถงเป็นที่ประดิษฐานพระเกี้ยว องค์ที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระเกี้ยวองค์นี้จะถูกอัญเชิญไปในงานพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาตั้งแต่ปี 2533 และในห้องโถงนี้ยังมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานอยู่ด้วย

และยังมีห้องจัดแสดงนิทรรศการอีกสามห้อง โดยสองห้องใช้จัดแสดงประวัติความเป็นมาก่อนจะสถาปนาเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 6 รวมถึงจัดแสดงประวัติการก่อตั้งคณะวิชาต่างๆ ในยุคแรกเริ่มของจุฬาฯ พร้อมทั้งประวัติการเสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์สร้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงประวัติการเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกของสยามประเทศ ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ส่วนอีกห้องหนึ่งจัดแสดงเรื่องที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีสมเด็จเจ้าฟ้านิสิตพระองค์แรกทรงเข้าศึกษาในจุฬาฯ เมื่อปี 2516 โดยห้องจัดแสดงนิทรรศการนี้เป็นการทำงานร่วมกันของนิสิตเก่าจุฬาฯรุ่นที่เข้าศึกษาเมื่อปี 2513 โดยมีดำริร่วมกันจัดนิทรรศการเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์แรกของจุฬาฯ ในโอกาสที่รุ่นพี่รุ่นนี้ได้เข้าศึกษาในจุฬาฯ ครบ 50 ปี เมื่อปี 2563 การจัดทำนิทรรศการได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2563 แต่ในยุคนั้นมีปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หนักมาก การนำเสนอข่าวเรื่องนิทรรศการน้องใหม่จุฬาฯ ที่ทรงเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์แรกจึงไม่ได้เผยแพร่ต่อสาธารณะมากนัก

อย่างไรก็ตาม รุ่นพี่ที่เข้าศึกษาต่อเมื่อปี 2513 ได้กราบบังคมทูลทรงทราบ เพื่อทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดนิทรรศการ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดนิทรรศการนี้ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2566 นับเป็นโอกาสอันดี เพราะเป็นวาระครบรอบ 50 ปี ที่จุฬาฯ มีน้องใหม่เป็นสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์แรกทรงเข้าศึกษาต่อในคณะอักษรศาสตร์

ภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการน้องใหม่จุฬาฯ ที่ทรงเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์แรกมีความน่าสนใจมาก เพราะบอกเล่าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นับตั้งแต่วันแรกที่ทรงเข้ารายงานพระองค์ที่คณะอักษรศาสตร์ การทรงร่วมกิจกรรมรับน้องใหม่ และกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัย และของคณะอักษรศาสตร์ และยังพระราชทานสิ่งของส่วนพระองค์เมื่อครั้งทรงมีพระราชสถานะเป็นนิสิตของจุฬาฯ อาทิ บัตรประจำตัวนิสิตของพระองค์ทั้งสี่ชั้นปีฉลองพระองค์ชุดนิสิต และฉลองพระองค์ครุย เป็นต้น

ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าชมนิทรรศการ ณ หอประวัติจุฬาฯ ได้ทุกวันในเวลาราชการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น 

หมายเหตุ ตึกจักรพงษ์อยู่ติดกับหอนาฬิกาจุฬาฯ อยู่ไม่ไกลจากหอประชุมจุฬาฯ โดยเมื่อหันหน้าเข้าหอประชุม ให้สังเกตด้านขวามือของตนเอง จะพบหอนาฬิกา และพบตึกจักรพงษ์

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘SEAMEO SPAFA’ภูมิโบราณคดีวิจิตรศิลป์นานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739432

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘SEAMEO SPAFA’ภูมิโบราณคดีวิจิตรศิลป์นานาชาติ

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘SEAMEO SPAFA’ภูมิโบราณคดีวิจิตรศิลป์นานาชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การสำรวจใต้นํ้าในอดีต

จากการที่ ศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ ภายใต้องค์การรัฐมนตรีศึกษาธิการแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีมีโอ สปาฟา) ได้ร่วมกับ กรมศิลปากร ยูเนสโก และ ศูนย์นานาชาติว่าด้วยโบราณคดี ใต้น้ำ ณ เมืองซาดาร์ (ICUA)ได้ร่วมกันจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรใหม่คือ “South-East Asian Sub-regional Introductory Course on Conservation and Restoration of Underwater Archaeological Finds” (หลักสูตรเบื้องต้นด้านการอนุรักษ์และบูรณะโบราณวัตถุใต้น้ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) เป็นเวลา ๒ สัปดาห์นั้นนับเป็นเรื่องสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งด้านการอนุรักษ์และบูรณะโบราณวัตถุใต้น้ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นโดยผ่านการอบรมดูงานเมื่อวันที่ ๑๙-๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๖ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดจันทบุรี  นับเป็นการฝึกอบรมด้านการอนุรักษ์และบูรณะโบราณวัตถุครั้งแรกในภูมิภาคที่ครอบคลุมวัสดุหลากหลายประเภท โดยเฉพาะการพบแหล่งมรดกวัฒนธรรมใต้น้ำ

การฝึกอบรมนี้จัดขึ้นตามวัตถุประสงค์ของอนุสัญญาองค์การยูเนสโกว่าด้วยการคุ้มครองมรดกวัฒนธรรมใต้น้ำ ค.ศ.2001 ซึ่งได้มีการรับรองกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๔ ไปแล้วและกำหนดกรอบกฎหมายร่วมและแนวปฏิบัติให้แต่ละประเทศนั้นสามารถดำเนินการที่เกี่ยวข้องทั้งการบ่งชี้มรดกวัฒนธรรมใต้น้ำ การวิจัย มาตรการปกป้อง และการอนุรักษ์มรดก วัฒนธรรมใต้น้ำให้เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การฝึกอบรมครั้งนี้นับเป็นการพัฒนาการอนุรักษ์และบูรณะ มรดกวัฒนธรรมใต้น้ำโดยบูรณาการความรู้ความชำนาญและทรัพยากรต่างๆ ร่วมกัน รวมทั้งได้รับความอนุเคราะห์ ด้านองค์ความรู้และทรัพยากรจำเป็นอื่นๆ จากศูนย์นานาชาติว่าด้วยโบราณคดีใต้น้ำ อันเป็นศูนย์นานาชาติประเภท ๒ ที่จัดตั้งขึ้นด้วยความอุปถัมภ์จากยูเนสโกอยู่ที่เมืองซาดาร์ สาธารณรัฐโครเอเชีย และหน่วยงานสำคัญทั้งสี่แห่งดังกล่าวนั้น ต่างมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงพัฒนาศักยภาพของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้พร้อมต่อการดำเนินงานเพื่อปกป้องคุ้มครองมรดกวัฒนธรรมใต้น้ำไว้ให้คนรุ่นหลังต่อไป

ความร่วมมือทางวิชาการ

นายเขมชาติ เทพไชย ผู้อำนวยการศูนย์ซีมีโอ สปาฟา ได้เน้นว่าการอบรมครั้งนี้“ได้ตั้งความหวังไว้ว่าการฝึกอบรมนี้จะช่วยสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความรู้ความชำนาญวิชาชีพด้านโบราณคดีใต้น้ำและด้านอนุรักษ์ให้เกิดขึ้น” และ นางสาวชิฮิโระ นิชิกาวะ ผู้เชี่ยวชาญโครงการของยูเนสโก ได้กล่าวว่า “ยูเนสโกยินดีมากที่ได้กลับมาเปิดหลักสูตรฝึกอบรมด้านมรดกวัฒนธรรมใต้น้ำในประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากเคยจัดฝึกอบรมในประเทศไทยมาแล้วหลายครั้งระหว่างปี ๒๕๕๒ ถึง ๒๕๕๔” ซึ่งทำให้มองเห็นภาพในอนาคตไว้ว่า อีกสิบปีข้างหน้านั้นทุกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีใต้น้ำและมีทักษะด้านการอนุรักษ์เพียงพอที่จะปกป้องและบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรมใต้น้ำได้อย่างยั่งยืน ตามอนุสัญญายูเนสโก ปี ค.ศ.2001

นอกจากการอบรมนี้แล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมาซีมีโอ สปาฟา ได้จัดโครงการ RAIN MOTIONS :CONNECTING (WITH) THE SKIES OF SOUTHEAST ASIA โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนวัฒนธรรมอาเซียน เปิดโอกาสให้นักวิชาการและนักแสดงจากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศ ได้แก่ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม รวมถึงอีก ๑ ประเทศ คือ ประเทศติมอร์เลสเต ได้นำเสนอแนวปฏิบัติทางประเพณี พิธีกรรม ตลอดจนความเชื่อและความศรัทธาที่เกี่ยวข้องกับน้ำและฝนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งเน้นการนำเสนอในมุมมองใหม่ ทั้งการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ และการสร้างสรรค์การแสดงเกี่ยวข้องกับน้ำและฝนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้มิติวัฒนธรรมเผยแพร่แลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมร่วมกัน เพื่อสานสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ โดยจัดกิจกรรมต่อเนื่องของการประชุมเชิงปฏิบัติการผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อระหว่างเดือนมกราคม-เดือนเมษายน ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา

นับเป็นกลไกสำคัญต่อการสืบสานวัฒนธรรมทางความเชื่อและประวัติศาสตร์ของชุมชนรวมถึงเศรษฐกิจระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ที่จะเกิดขึ้นอีกต่อไป

เขมชาติ เทพไชย ผอ.ซีมีโอ สปาฟา

เขมชาติ เทพไชย ผอ.ซีมีโอ สปาฟา

จากผู้แทนกรมศิลปากร

จากผู้แทนกรมศิลปากร

คณะเดินทางศึกษาดูงาน

คณะเดินทางศึกษาดูงาน

พิธีเปิดประชุมนักโบราณคดีใต้น้ำ

พิธีเปิดประชุมนักโบราณคดีใต้น้ำ

แหล่งเรือจมที่หาดเสม็ด

แหล่งเรือจมที่หาดเสม็ด

โบราณคดีใต้น้ำ

โบราณคดีใต้น้ำ

นักแสดงจากประเทศอาเซียน

นักแสดงจากประเทศอาเซียน

นักโบราณคดีสำรวจใต้น้ำ

นักโบราณคดีสำรวจใต้น้ำ

นักโบราณคดีใต้นํ้าจากหลายประเทศ

นักโบราณคดีใต้นํ้าจากหลายประเทศ

ดูงานที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จันทบุรี

ดูงานที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จันทบุรี

โครงการ Rain Motions ศรัทธานํ้าและฝน

โครงการ Rain Motions ศรัทธานํ้าและฝน

ความหลากหลายจากประเพณีน้ำและฝน

ความหลากหลายจากประเพณีน้ำและฝน

คุณแหน : 25 มิถุนายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739433

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ท่านปัญญาชนและคนไทยที่รักชาติและมีใจเป็นธรรม คงได้ทราบและเห็นผลงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมครม. เป็นที่ประจักษ์แก่สายตา ดี มาก น้อย เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์..

ll สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(ป.อ.ปยุตฺโต)กล่าวในธรรมบรรยายเรื่อง“เบื่อการเมือง”ต้องแยกระหว่างความรู้กับความรู้สึก ความรู้สำคัญมากแม้เราไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เราต้องรู้หรือควรจะรู้ เรารับเอาแค่ความรู้ ส่วนความรู้สึกเราไม่ยุ่งถ้าเกิดความรู้สึกขึ้นมา ก็รับรู้ว่าเรามีความรู้สึก แค่นั้นไม่พอ ไม่ต้องตามมันไปเมื่อไม่ชอบใจคอก็ขุ่นมัว หม่นหมองกังวล วุ่นวาย ทางที่ถูกเมื่อรู้สึกไม่ชอบใจก็ให้รู้ตัวว่าเราไม่ชอบใจจบ..

ll ฟัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง“ผมจะเห็นพรรคอื่นเป็นนายกฯได้อย่างไร? ต้องเป็นคน เพื่อไทย และเล่นการเมืองต้องเล่นให้เป็น ถ้าผมเห็นนายพิธาดีกว่าคนเพื่อไทย ก็ไม่ใช่เฉลิม ฯลฯ”..

ll อดีตห้าปีที่แล้ว ทั่วโลกรู้จัก “ผู้ว่าฯหมูป่า” ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ทำให้เด็กๆ รอดชีวิตมาได้ในเหตุการณ์ถ้ำหลวงขุนนํ้านางนอนบัดนี้ ท่านได้สู่สุคติแล้วในภพภูมิสวรรค์ ขอแสดงความอาลัย และเสียใจกับครอบครัว มา ณ โอกาสนี้..

ll คงรู้จัก ดร.นิเวศน์ เหมวชิรากร นักลงทุนเน้นคุณค่า กล่าว“คนรวยแล้วรวยมากในประเทศไทย ส่วนใหญ่มากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ที่ไม่ได้มาจากการทำผิดกฎหมาย มักจะมาจากการลงทุนและทำธุรกิจ”ท่านเชื่อหรือไม่??..

ll ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อเรือไททัน ที่นำนักท่องเที่ยว ทั้ง ๕ ผจญภัยใต้มหาสมุทรได้เกิดระเบิดและเสียชีวิตทันทีในทะเลลึกในการชมเรือไททานิค ไม่ทราบว่าอีกนานเท่าไหร่จะได้ทราบข้อเท็จจริงในอุบัติเหตุครั้งนี้..

ll ขออนุญาต สมโชคพลรักษ์ ในกลอน ใคร? บางส่วน เกิดโต้เถียงกันไปมาจ้าละหวั่น ทนไม่ได้ก็ทะเลาะเบาะแว้งกัน เสียสัมพันธไมตรีเคยมีมา กัญชาเสรี กับ สุราพื้นบ้านความสามานย์สิ่งใดไหนมากกว่า วิญญูชนโปรดพิจารณา อนุทิน หรือ พิธา ฆ่าคนไทย..ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…

Health News : สหรัฐฯ ไฟเขียววางขายเนื้อไก่จากห้องแล็บ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739451

Health News : สหรัฐฯ ไฟเขียววางขายเนื้อไก่จากห้องแล็บ

Health News : สหรัฐฯ ไฟเขียววางขายเนื้อไก่จากห้องแล็บ

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัทสตาร์ตอัป กูด มีต (GOOD Meat) และ อัปไซด์ ฟูดส์ (UPSIDE Foods) เปิดเผยว่ากระทรวงเกษตรฯของสหรัฐฯ มีมติอนุมัติการจำหน่ายเนื้อไก่จากการเพาะเลี้ยงเซลล์เป็นครั้งแรก หลังจากได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่าเนื้อไก่ที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการของบริษัทแต่ละแห่งปลอดภัยสำหรับบริโภคของมนุษย์

คำแถลงจาก กูด มีต ระบุว่าการอนุมัติครั้งประวัติศาสตร์นี้หมายความว่าเนื้อไก่ของบริษัท ซึ่งเพาะจากเซลล์สัตว์โดยตรง สามารถวางจำหน่ายแก่ผู้บริโภคชาวอเมริกันได้
ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากทีมนักวิทยาศาสตร์อาหาร นักชีววิทยาโมเลกุล และวิศวกรเทคนิคของอัปไซด์ ฟูดส์ สอบผ่านขั้นตอนกำกับดูแล 3 ขั้น ได้แก่ เอกสารแสดงส่วนผสมที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานฯ การอนุมัติฉลาก และใบรับรองการตรวจสอบจากกระทรวงฯ

เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง ซึ่งเรียกกันว่าโปรตีนจากการเพาะเลี้ยงเซลล์หรือเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ ผลิตโดยนำสเต็มเซลล์จากสัตว์มาใส่ภาชนะที่เรียกว่าเครื่องเพาะเลี้ยง และเลี้ยงด้วยส่วนผสมสารอาหารที่เหมาะสมเพื่อแบ่งเซลล์และเติบโต จากนั้น เก็บเกี่ยวเนื้อเพื่อนำมาแปรรูปและพร้อมสำหรับรับประทาน หลังจากเพาะเลี้ยงนาน 2-3 สัปดาห์

Science Update : เปิดสาเหตุมนุษย์ต่างดาวไม่ติดต่อโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739450

Science Update : เปิดสาเหตุมนุษย์ต่างดาวไม่ติดต่อโลก

Science Update : เปิดสาเหตุมนุษย์ต่างดาวไม่ติดต่อโลก

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผลการศึกษาใหม่ระบุ การที่มนุษย์ต่างดาว หรือเอเลี่ยน ไม่ติดต่อโลก เพราะที่นี่ไม่มีสัญญาณของผู้ทรงภูมิความรู้ ในเอกสารใหม่ยังอ้างด้วยว่า มนุษย์ต่างดาวที่ทรงภูมิปัญญาจะให้ความสนใจในการติดต่อกับดาวเคราะห์ที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุด แต่กับโลกนั้นไม่ใช่

เอกสารต้นฉบับของ อัมรี แวนเดล นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเลม ระบุว่า ผู้ทรงปัญญาจากนอกโลก อาจไม่ได้มองหาดาวเคราะห์ที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ หากสิ่งมีชีวิตนั้นค่อยๆ พัฒนาอยู่บนดาวเคราะห์มากมายในกาแลกซี ดังนั้นมนุษย์ต่างดาว น่าจะให้ความสนใจแก่ดาวเคราะห์ ที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีจนล้ำหน้าแล้ว และมีความเป็นไปได้ว่า มนุษย์ต่างดาวที่ทรงภูมิปัญญาได้พัฒนาการเดินทางอันไกลโพ้นได้แล้ว และเชื่อว่า มนุษย์ต่างดาวเหล่านี้ เคยเดินทางมาเยือนโลกของเราแล้ว แม้ในความเป็นจริง ไม่มีหลักฐานว่าสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญานอกโลกอยู่ในกาแลกซีทางช้างเผือก

แวนเดล กล่าวว่า โลกเคยส่งสัญญาณวิทยุออกสู่อวกาศ และต้องใช้เวลากว่าสัญญาณตอบกลับจากมนุษย์ต่างดาวจะมาถึงโลก อีกทั้งสัญญาณของโลกไม่น่าจะไปถึงสิ่งมีชีวิตที่ทรงปัญญา เขาบอกด้วยว่า บางทีอาจไม่มีอารยธรรมที่ทรงปัญญาภายในระยะ 50 ปีแสงจากโลกของเรา แต่สิ่งมีชีวิตทรงปัญญาอาจอยู่เลยออกไป และรอคอยสัญญาณจากโลก

พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ คว้ารางวัลอันดับ 1 ‘Collaboration Award’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739435

พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ คว้ารางวัลอันดับ 1 ‘Collaboration Award’

พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ คว้ารางวัลอันดับ 1 ‘Collaboration Award’

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ และ บมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC คว้ารางวัลอันดับ 1 Gold Award ประเภทโรงพยาบาลขนาดกลางด้านความร่วมมือระหว่างองค์กร “Collaboration Award” จากการทำงานเป็นกระบวนการร่วมกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีเลิศในโครงการ “MUANG THAI LIFE ASSURANCEHOSPITAL AWARDS 2022”

นพ.อธิวัฒน์ น้อยประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ และ นพ.ตะวัน จิตต์ตุฬานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เป็นตัวแทนเข้าร่วมพิธี และขึ้นรับรางวัลในนามของโรงพยาบาล โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสาระ ล่ำซ่ำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน) เป็นประธานในพิธีขึ้นมอบรางวัลให้แก่โรงพยาบาลคู่สัญญา เพื่อเชิดชูเกียรติ ยกย่องในความมีมาตรฐาน และความมุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานในทุกด้าน นำมาซึ่งการส่งมอบการให้บริการที่เป็นเลิศในทุกมิติ ถือเป็นงานรับรางวัลอันทรงเกียรติของทางโรงพยาบาล แสดงถึงการยกระดับการให้บริการ เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้รับการบริการที่เป็นเลิศ มีมาตรฐาน และเกิดความพึงพอใจสูงสุด ร่วมกับการให้บริการการประกันสุขภาพที่มีมาตรฐานดีเยี่ยม ปลอดภัย เต็มประสิทธิภาพ ตรงตามเกณฑ์ของการให้บริการกับลูกค้าพร้อมทั้งยังคงมุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานในทุกด้าน รวมถึงพัฒนาศักยภาพด้านการรักษา และยกระดับมาตรฐานนวัตกรรมการบริการใหม่ให้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ

แหวกฟ้าหาฝัน : Les Nabis in Kunsthaus Zurich

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739431

แหวกฟ้าหาฝัน : Les Nabis in Kunsthaus Zurich

แหวกฟ้าหาฝัน : Les Nabis in Kunsthaus Zurich

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Self Portrait 1906

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คงสงสัยว่า Le Nabis คืออะไร Les Nabis เป็นคำที่ถูกเรียกขึ้นครั้งแรกจาก Auguste Cazalis มาจากภาษาฮิบรูที่แปลว่า ผู้พยากรณ์ ไว้ใช้กับกลุ่มศิลปินฝรั่งเศสรุ่นใหม่ที่ทำงานในปารีสในช่วงปี 1888-1900 ซึ่งเป็นกลุ่มเปลี่ยนผ่านระหว่าง Impressionism กับAbstract และ Symbolism ในกลุ่มนี้มีศิลปินเด่นๆ หลายคน อาทิ Pierre Bonnard และ Edouard Vuillard ศิลปินกลุ่มนี้เรียนกับRodolphe Julian ณ Academie Julian ในกรุงปารีส พวกเขาชื่นชมงานและได้รับแรงบันดาลใจ Paul Gauguin ในการสร้างสรรค์งาน ต้นกำเนิดของแนวคิดมาจาก Maurice Denis ได้เขียนบทความจนกลายเป็นหลักของการเคลื่อนไหวทางศิลปะของ Les Nabis คือ ภาพที่จะได้รับการจดจำต้องเป็นงานที่สร้างบนพื้นที่ราบเรียบโดยปกคลุมไปด้วยสีที่มีลำดับที่แน่นอน แนวคิดเรื่องงานจิตรกรรมของ Denis เช่นนี้เริ่มต้นครั้งแรกมาจากแนวคิดของ Hippolyte Taine ที่เขียนไว้ใน The Philosophy of Art ที่กล่าวว่า ภาพวาดคือพื้นผิวสี ซึ่งโทนสีต่างๆ และองศาของแสงต่างๆ จะถูกจัดวางไว้ตามทางเลือกที่แน่นอน นั่นคือสิ่งมีชีวิตที่ใกล้ชิด

The Vaudeville Show Magician 1895

กลุ่มศิลปิน Les Nabis ที่เป็นผู้ร่วมให้กำเนิดคนหนึ่งก็คือ Jean Edouard Vuillardเขาเกิดวันที่ 11 พฤศจิกายน 1868ที่ Cuiseaux ฝรั่งเศส พ่อของเขาเป็นอดีตนายทหารเรือที่ผันมาเป็นผู้เก็บภาษี ส่วนแม่ของเขาเป็นช่างเย็บผ้า เขาเข้าเรียนทางด้านวาทศิลป์และศิลปศาสตร์เพื่อร่างภาพจากงานของ Michelangelo และงานประติมากรรมคลาสสิกที่ Lycee Condorcet อันเป็นสถานที่ที่เขาได้พบกับศิลปินกลุ่ม Les Nabisอีกหลายคน หลังเข้าศึกษาด้านศิลปะ เขาก็ตัดสินใจว่าจะไม่รับราชการทหารเหมือนอย่างบิดาและตั้งใจที่จะเป็นศิลปิน ในปี 1885 เขาออกจากโรงเรียนและร่วมเปิดห้องภาพกับ Diogene Maillart ณ ห้องภาพที่เคยเป็นของ Eugene Delacroix ทั้งสองได้มีโอกาสเรียนรู้ผลงานเก่า ๆ ของ Delacroix ที่ทิ้งไว้ให้ก่อนที่จะเข้าเรียนที่ Academie Julianในปีเดียวกัน

แม้เขาจะมีพื้นฐานทางด้านศิลปะหลายปี แต่เขากลับไม่สามารถสอบเข้า Ecole des Beaux-Arts สถาบันหลักได้ในการสอบครั้งแรก เขาต้องสอบถึง 3 ครั้งกว่าที่มหาวิทยาลัยจะรับและให้เข้าเรียนกับ Robert-Fleury ในปี 1888 อย่างไรก็ดีเพียงแค่ปีเดียวที่เข้าเป็นนักศึกษา ผลงานภาพเหมือนย่าของเขาก็ได้รับการยอมรับจาก Salon นับจากปี 1889 เขาก็เข้าร่วมสัมมนา และแลกเปลี่ยนความรู้กับกลุ่ม Les Nabis อย่างลับๆ สม่ำเสมอ ความที่การสร้างความเคลื่อนไหวทางด้านศิลปะใหม่ในช่วงเวลานั้นเป็นไปได้ยากและถูกปฏิเสธจาก Salon ทำให้กลุ่ม Les Nabis ต้องตั้งนามแฝงสำหรับแต่ละคนโดย Vuillard ใช้ชื่อว่า NabiZouave

The Visitor 1900

Vuillard เริ่มทำงานด้านศิลปะตกแต่งครั้งแรกโดยทำการตกแต่งโรงละคร ในปี 1891 กลุ่ม Les Nabis ก็เริ่มจัดงานนิทรรศการเป็นของตัวเอง Vuillard ส่งผลงาน
2 ชิ้นเข้าจัดแสดงด้วยและเริ่มได้รับการตอบรับอย่างดี เขาเริ่มงานเขียนนิตยสารด้วยในเวลาเดียวกันและได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการสร้างสรรค์งานแบบLes Nabis ไว้ด้วย ผลงานของกลุ่ม Les Nabisส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะญี่ปุ่นที่จัดแสดงในห้องภาพของ Siegfried Bingผู้จำหน่ายภาพในปารีส เขาได้ซื้อภาพแนวนี้ที่มีขายแบบพิมพ์ด้วยถึง 180 ชิ้น และบางชิ้นนักท่องเที่ยวก็จะได้เห็นในผลงานของเขา

อิทธิพลของศิลปะญี่ปุ่นเห็นได้ทั่วไปในงานของ Vuillard ตั้งแต่ความเรียบง่ายของรูปแบบ การใช้สีตัดกันฉูดฉาด การไม่มีความลึก รวมไปถึงการใช้เส้นจำนวนน้อย และการหันเหของหน้าออกจากผืนผ้าใบ เขาเน้นการตกแต่งผนังและดอกไม้มากกว่าภาพเหมือนคน นอกจากนั้นเขายังเน้นรับงานตกแต่งเวที โรงละครมากกว่าการสร้างงานจิตรกรรมโดยออกแบบตั้งแต่แผ่นพับ กระจกสี และงานกระเบื้องตกแต่งไว้ตามที่ต่างๆ อาทิ กระจกสีสำหรับตกแต่งบริษัท Louis Tiffanyจานกระเบื้องที่มีรูปผู้หญิงและดอกไม้ เป็นต้น นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเยือน Kunsthaus Zurich จะได้ชมผลงานของVuillard ในช่วงหลังของชีวิตซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของศิลปะญี่ปุ่นได้อย่างเด่นชัดทั้งการใช้สี และรายละเอียดของสิ่งที่สร้างสรรค์

หนังสือเด่น : คัมภีร์บริหารธุรกิจระดับตำนาน ของนักบริหารมือทองของญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739449

หนังสือเด่น : คัมภีร์บริหารธุรกิจระดับตำนาน  ของนักบริหารมือทองของญี่ปุ่น

หนังสือเด่น : คัมภีร์บริหารธุรกิจระดับตำนาน ของนักบริหารมือทองของญี่ปุ่น

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในร้านหนังสือในบ้านเราทุกวันนี้ มีหนังสือพัฒนาตัวเอง หนังสือบริหารจัดการธุรกิจที่เน้นเพิ่มยอดขาย ทวีกำไร ปรับองค์กรให้แกร่งมีอยู่มากมาย  หนังสือ “จากสมุดบันทึกของผม” โดยผู้เขียน Hasegawa Kazuiro (ฮาเซงาวะ คะซุฮิโระ)   ผู้แปล กาญจนา ประสพเนตร นั้นค่อนข้างแตกต่าง  เพราะหนังสือเล่มนี้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของหนังสือบริหารจัดการที่อยู่ในรูปแบบการบันทึก ที่มีเนื้อหาที่อ่านแล้วทำให้คนอ่านหันมามองตัวเอง และเริ่มปรับปรุงการทำงานของตนเองเพื่อผลสำเร็จขององค์กรในภาพรวม นั่นหมายความว่าคนๆนั้นย่อมประสบความสำเร็จไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนตำแหน่ง รับผิดชอบสูงขึ้น หรืออื่นๆ

“จากสมุดบันทึกของผม” เป็น”หลักคิด 142 ประการ” มาจากการจดบันทึกของผู้เขียนที่สื่อมวลชนญี่ปุ่นยกย่องให้เป็น “นักบริหารมือทอง” สุดยอดนักบริหารระดับสูงของญี่ปุ่น ซึ่งการจดบันทึกของเขานั้นเรียกว่า “Oyatto Note” ซึ่งได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วัยหนุ่มตอนอายุ27 ปี ด้วยที่ขณะนั้นเขาได้มีโอกาสร่วมงานกับบริษัทคิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค ซึ่งเป็นวิสาหกิจระดับโลกผู้ผลิตกระดาษชำระที่ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนในญี่ปุ่น และผลิตกระดาษยี่ห้อคลีเน็กซ์ออกจำหน่ายในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก และเหตุการณ์นั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัตนธรรมครั้งใหญ่ที่เรียกว่า “Culture Shock” ซึ่งปรากฏการณ์ในครั้งนั้นถือเป็นแรงบันดาลใจให้เขาลงมือจดโน้ต เพราะกลัวพลาดสิ่งดีๆไป หลังจากนั้นก็จดต่อมาเรื่อย ๆ จนเป็นเวลา 40 ปี คือเริ่มตั้งแต่เป็นพนักงานจนถึงเป็นผู้บริหารระดับสูง  ซึ่งระหว่างนั้นเขาได้ช่วยฟื้นฟูบริษัทต่างๆกว่า 2,000 แห่งให้อยู่รอดปลอดภัยถึงทุกวันนี้

สิ่งที่เขาจดบันทึกทั้งหมดมีราว 200 เล่ม ผู้เขียนได้เรียบเรียง นำหลักคิดที่สำคัญที่กลั่นจากมันสมองของเขา เลือกมาเผยแพร่เป็นคัมภีร์ 142 หลักคิด เนื้อหาเป็นคำอธิบายสั้นๆ แต่เรียกว่ากระชากใจ   กระตุ้นต่อมความคิด ความสงสัยให้มองในมุมที่แตกต่าง และชวนลงมือทำ และทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นวิธีบริหารจัดการ การแก้ปัญหาที่ตรงจุด เลือกใช้การตลาดที่เหมาะเจาะ เข้าใจจิตวิทยาคนทำงาน นักธุรกิจ ตลอดจนผู้ซื้อผู้บริโภค เป็นต้น ในแต่ละอย่างคัดสรรมาให้เลือกไปใช้ได้เลย ให้เหมาะกับตัวตน สถานการณ์ และองค์กรของผู้อ่าน

หนังสืออ่านง่าย และน่าสนใจ เนื้อหาร่วมสมัย และมีวิธีถ่ายทอดที่โดดเด่น มีเกร็ดชีวิต ปรัชญาการทำงาน กลเม็ดเด็ดพรายในการทำงาน นำมาเล่าด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย อ่านแล้วเหมือนเหมือนมีโค้ชส่วนตัวที่เก่งกาจมาคอยแนะแนวทางการทำงานให้ไปสู่ความสำเร็จ หากผู้อ่านนำมาปรับใช้และทำตามได้ ก็จะกลายเป็นคนทำงานและนักบริหารที่ประสบผลสำเร็จได้แน่นอน และไม่ว่าจะเป็นพนักงานขาย หัวหน้าส่วน หัวหน้าแผนก ผู้จัดการ ผู้บริหารจัดการระบบ เจ้าของกิจการใหญ่ เจ้าของ SME หรือหน่วยงานภาครัฐ ไม่เว้นแม้แต่นักเรียน นักศึกษา ที่มีความฝันในโลกธุรกิจ ที่กำลังมองหาเส้นทางหรือบันไดสู่ความสำเร็จ ต้องอ่านหนังสือเล่มนี้

“จากสมุดบันทึกของผม” มีคำนิยม จาก ดร.บุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด และพงศธร เอื้อมมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ชื่อเรื่องต้นฉบับ   : Shachou no Note (President’s Notebook) สำนักพิมพ์ต้นฉบับ : KANKI PUBLISHING INC. จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด ราคาเล่มละ 195 บาท

จิตวิทยาการใช้คำพูดควบคุมจิตใจ

คล้อยตามในสิ่งที่ต้องการโดยไม่รู้ตัว

“จิตวิทยาสายดาร์ก” ผู้เขียน Dr. Hiro ผู้แปล ชลฎา เจริญวิริยะกุล “Dr. Hiro” เคยเป็นนักขายที่ล้มเหลว ขายอะไรก็ไม่มีใครซื้อ แต่แล้ววันหนึ่งขณะกำลังดูข่าว เขาก็นึกขึ้นได้ว่า “ในโลกเรามีลัทธิที่ขายของไม่น่าเชื่อถือได้ในราคาแพงลิ่ว แถมยังทำให้สาวกยอมทุ่มบริจาคทรัพย์สินจนหมดตัว แล้วทำไมผมถึงขายไม่ออกล่ะ?” จากนั้นมาเขาจึงเริ่มศึกษาเทคนิคเหล่านั้นอย่างจริงจัง อ่านหนังสือทุกเล่มเกี่ยวกับการล้างสมองที่มีในท้องตลาด แล้วเอาไปปรับใช้จนกลายเป็นนักขายระดับท็อปของญี่ปุ่น นั่นคือที่มาของ “จิตวิทยาสายดาร์ก”  หนังสือเล่มนี้เป็นเทคนิคทางจิตวิทยา ที่ช่วยให้เราสามารถใช้คำพูดควบคุมจิตใจคนอื่น  และทำให้พวกเขาคล้อยตามและทำอย่างที่เราต้องการโดยไม่รู้ตัว ในเล่มได้บอกเคล็ดวิธีพูด 5 เคล็ดลับ อาทิ เคล็ดลับ “วิธีลวงให้คนอื่น” ยินดีรับฟังเราทุกอย่าง” เคล็ดลับ “วิธีพูด” ที่ช่วยให้เป็นที่ชื่นชอบของคนอื่น เคล็ดลับ “วิธีสื่อสาร” ที่ช่วยให้ควบคุมจิตใจคนตามต้องการ เคล็ดลับ “วิธีฟัง” ที่ช่วยให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสนทนา และเคล็ดลับที่ช่วยให้พูดเก่งระดับสุดยอด หนังสือเล่มนี้เป็น Bestseller ยอดขายทะลุ 100,000 เล่มที่ญี่ปุ่น ราคาเล่มละ  250บาท

รวบรวมทักษะความเป็นผู้นำ

จากผู้บริหารชั้นนำหลายร้อยชีวิต

“The Invisible Leader ผู้นำล่องหน” ผู้เขียน นครินทร์ วนกิจไพบููลย์ หนังสือใหม่ในรอบ 8 ปีของผู้เขียน จากที่ได้มีประสบการณ์สัมภาษณ์ผู้บริหารชั้นนำหลายร้อยชีวิต ในรายการ The Secret Sauce ผสมกับบทเรียนจริง ประสบการณ์ตรงจากบทบาทผู้นำในองค์กรสื่อ The Standard ได้สรุปออกมาเป็น “คู่มือผู้นำ-นักธุรกิจศตวรรษที่ 21” ตำราพัฒนาทักษะผู้นำสำหรับทุกคน   ผู้อ่านจะได้อ่านกระบวนทัศน์ โครงสร้างแนวคิด และพลวัตความเป็นผู้นำแบบที่โลกกำลังเรียกร้องต้องการ พร้อมกรณีศึกษาที่จับต้องได้จริงจากเหล่าผู้นำจำนวนมากที่นครินทร์เคยสัมผัสใกล้ชิด และถ่ายทอดประสบการณ์ดีและร้ายอย่างชื่อตรง คือถือเป็นมิตรภาพที่จะมอบแรงใจแก่คุณผู้อ่านเชื่อมั่นว่าเราเองก็ทำได้ เราเปลี่ยนแปลงได้ และโลกเปลี่ยนแปลงได้ เพราะเราต่างคือผู้ที่จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงนั้น “คู่มือผู้นำ-นักธุรกิจศตวรรษที่ 21” เป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับผู้บริหาร นักธุรกิจ คนทำงานทุกคน ทีต้องการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ และเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนที่ต้องการพัฒนาตัวเอง หนังสือราคา 490 บาท

แนวทางการใช้ชีวิต “มนุษย์เงินเดือน”

แบบ Work Live  Balance

“ถ้ารู้ตั้งแต่ตอนนั้น วันนี้สบายไปแล้ว : Work Live Balance ผู้เขียนเป็นนักเขียนจากเพจ TaxBugnoms   ที่มีผู้ติดตามกว่า 600,000 คน มีผลงานมาแล้วกว่า 10 เล่ม เป็นคนที่เข้าใจหัวอกของ “มนุษย์เงินเดือน” และการจัดการเงินเป็นอย่างดี ในเล่มนี้ผู้เขียนจะมาแบ่งปันประสบการณ์และข้อคิดดี ๆที่ให้มนุษย์เงินเดือนได้ใช้ชีวิต แบบ Work Live  Balance เพราะชีวิตไม่ได้มีเพียงแค่งานอย่างเดียว  หากไม่วางแผนชีวิตตั้งแต่เนิ่นๆ ชีวิตข้างหน้าจะลำบาก ในเล่มนี้ผู้เขียนจะมาแบ่งปันประสบการณ์และข้อคิดดี ๆที่เขาถ่ายทอดออกมา หลังจากที่ตัดสินใจลาออกจากการเป็นมนุษย์เงินเดือนมานานกว่า 15 ปี  โดยเฉพาะเรื่องของการจัดการเงิน และการใช้ชีวิต อาทิ ทำไมต้องเริ่มหัดนิสัยเก็บเงินให้ได้ไวที่สุด, 10 ปีแรกของการทำงานอย่าเป็นหนี้, เราเป็นหนี้เพราะอะไร, ลาออกเมื่อไรดี, เงินที่ต้องมี ก่อนที่จะออก (จากงาน),การวางแผนภาษีในสไตล์มนุษย์เงินเดือน ฯลฯ ไปจนถึงการตัดสินใจเลือกชีวิตบางอย่างในช่วงเวลานั้น ที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนทุกคน โดยเฉพาะคนที่เพิ่งจบใหม่ เริ่มต้นทำงาน และไม่รู้ว่าตัวเองจะเดินทางสายนี้ไปได้นานแค่ไหนและอย่างไรได้รู้จักวางแผนชีวิตตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ  หนังสือราคาเล่มละ 195 บาท

เทคนิคการเขียนภาษาอังกฤษ

ให้ทรงพลังและเปลี่ยนความคิดคนได้

“100 วิธีเขียนอังกฤษอย่างมีชั้นเชิงและทรงพลัง : 100 Ways to Improve Your Writing” ผู้เขียน Gary Provost ผู้แปล พรเลิศ อิฐฐ์ การเขียนที่ดีไม่ใช่แค่รู้คำศัพท์หรือหลักไวยากรณ์ แต่ยังต้องสามารถทำให้คนคล้อยตาม ปลุกความรู้สึกแรงกล้า หรือแม้กระทั่งมีพลังเปลี่ยนความคิดคนได้ หนังสือเล่มนี้ ได้รวบรวม 100 เทคนิคที่ทรงพลังที่สุด ซึ่งจะช่วยให้เขียนภาษาอังกฤษ (หรือภาษาใดก็ตาม) ได้อย่างมีชั้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นอีเมล รายงาน นิยาย หรือจดหมายรัก โดยเทคนิคเหล่านี้ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าได้ผล จนทำให้หนังสือเล่มนี้กลายเป็นคู่มือการเขียนที่คลาสสิกที่สุด และครองอันดับหนังสือขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 50 ปี  หนังสือแบ่งเป็นหลายหมวดเกี่ยวกับการเขียนโดยเริ่มตั้งแต่ เทคนิคก่อนเริ่มเขียนอาทิ หาอ่านแหล่งอ้างอิงเยอะ ๆ และพยายามพกแหล่งอ้างอิงต่าง ๆ ไว้ใกล้ตัว ถ้ามีคลังคำศัพท์ในหัวเยอะ ๆ จะใช้ศัพท์ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น และคำต่าง ๆ ก็จะพัฒนาขึ้นเหมาะกับบริบทมากขึ้น  เลือกเวลาและสถานที่ในการจะเขียน  เรียนรู้ศัพท์ใหม่ให้มากๆ ระหว่างเขียน และหลังเขียน เป็นต้น ซึ่งเทคนิคต่างๆ น่าสนใจ ทำตามได้ง่าย และอ่านเข้าใจง่าย หนังสือเล่มกระทัดรัด  เนื้อหาไม่หนักจนเกินไป หนังสือราคาเล่มละ 250บาท

โซไซตี้ : ‘มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี’ มอบทุนอาหารกลางวันปีที่ 39 สู่ 89 โรงเรียนภาคเหนือ สานต่อเจตนารมณ์ดูแลสังคมอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739434

โซไซตี้ : ‘มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี’ มอบทุนอาหารกลางวันปีที่ 39 สู่ 89 โรงเรียนภาคเหนือ สานต่อเจตนารมณ์ดูแลสังคมอย่างยั่งยืน

โซไซตี้ : ‘มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี’ มอบทุนอาหารกลางวันปีที่ 39 สู่ 89 โรงเรียนภาคเหนือ สานต่อเจตนารมณ์ดูแลสังคมอย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ภายใต้ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด มอบเงินกว่า12 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนอาหารกลางวันให้กับ 89 โรงเรียน ที่ขาดแคลนในจังหวัดเชียงราย, จังหวัดพะเยา และจังหวัดน่านเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับนักเรียนในโรงเรียนที่ขาดแคลนอาหารกลางวัน ซึ่งได้ทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 39 โดยสามารถช่วยเหลือเยาวชนให้ได้รับอาหารกลางวัน ที่มีคุณภาพและถูกต้องตามหลักโภชนาการได้มากกว่า 10,000 คนต่อปี

พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการ สิงห์ปาร์ค เชียงราย กล่าวว่า นอกจากแนวทางในการพัฒนาสิงห์ปาร์ค เชียงราย ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย เพื่อนำรายได้จากการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ให้ความสำคัญ คือ การส่งเสริมการศึกษาและดูแลคุณภาพชีวิตของนักเรียนในจังหวัดเชียงรายและอีกหลายจังหวัดในภาคเหนือเช่นกัน อย่างเช่นโครงการมอบทุนอาหารกลางวัน ที่ทำมาต่อเนื่อง 39 ปี ซึ่งในปีนี้ได้มอบทุนอาหารกลางวันจำนวนกว่า 12 ล้านบาท ให้กับ 89 โรงเรียน เชื่อว่าจะสามารถเป็นส่วนเพิ่มเติมที่สามารถสร้างอาหารกลางวันที่มีคุณภาพตามหลักโภชนาการและเพียงพอต่อการพัฒนาร่างกายของเด็กๆได้เป็นอย่างดี

ด้าน ว่าที่ ร.อ.เสรี เชื้ออ้วน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวาวี กล่าวว่า “โรงเรียนตั้งอยู่ใจกลางดอยวาวี รองรับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 จนถึงประถมศึกษาปีที่ 6รวม 615 คน ซึ่งเด็กๆ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เกือบทั้งหมด ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน โรงเรียนจึงไม่ได้มีหน้าที่แค่บ่มเพาะความรู้แต่ยังต้องดูแลให้เด็กได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านมื้ออาหารที่มีประโยชน์แต่ด้วยสถานที่ตั้งของโรงเรียนอยู่บนดอยสูง การจะลงจากดอยไปซื้อในเมืองคราวละมากๆ วัตถุดิบในการทำอาหารก็จึงมีราคาสูงตามไปด้วย ทางโรงเรียนจึงต้องบริหารจัดการงบที่มีอยู่อย่างจำกัด เพราะประสบปัญหาหนักเรื่องต้นทุน แต่เมื่อได้รู้ว่ามูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี จะมอบทุนอาหารกลางวัน ก็รู้สึกดีใจมากเพราะเด็กๆ จะได้รับประทานอาหารกลางวันอย่างเต็มอิ่ม ได้รับสารอาหารครบถ้วน ซึ่งทางโรงเรียนรู้สึกซาบซึ้งที่ทางมูลนิธิฯ เล็งเห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เพราะเมื่อเด็กๆ ได้รับการดูแล ได้ทานอาหารที่ดี ก็จะช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต”

โดยการส่งมอบความสุขผ่านมื้ออาหารกลางวันที่มีประโยชน์และมีคุณค่าอาหารตามหลักโภชนาการ จะช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ให้มีสุขภาพและมีพัฒนาการที่แข็งแรงสามารถเติบโตสู่การเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมต่อไปได้ในอนาคต พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ให้ประเทศ ซึ่งถือเป็นต้นทางของการพัฒนาที่ยั่งยืนในมิติอื่นๆ ตามมาได้ในที่สุด สำหรับโครงการมอบทุนอาหารกลางวันในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในภารกิจหลัที่ทาง “มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี” และ บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ทำต่อเนื่องมากว่า 39 ปีตอกย้ำปณิธานของพระยาภิรมย์ภักดีผู้ก่อตั้งบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัดผู้ที่ให้ความสำคัญในการสร้างความมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม โดยที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้ดำเนินกิจการเพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้พันธกิจหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การศึกษา การสาธารณสุข การช่วยเหลือสังคม การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม