เปิดข้อมูลเรือดำน้ำไททัน ที่สูญหายไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703247

เปิดข้อมูลเรือดำน้ำไททัน ที่สูญหายไป

20 มิ.ย. 2566 15:32 น.

เปิดข้อมูลเรือดำน้ำไททัน ที่สูญหายไป

  • หลายฝ่ายกำลังระดมกำลังเร่งค้นหาเรือดำน้ำไททันพร้อมลูกเรือ 5 คน ที่ขาดการติดต่อและสูญหายไป ขณะดำลงไปสำรวจซากเรือไททานิกเมื่อวันอาทิตย์ โดยยังไม่ทราบชะตากรรม
  • หน่วยยามฝั่งประมาณการว่าเรือดำน้ำน่าจะมีออกซิเจนฉุกเฉินที่เหลือไว้ใช้งานได้ราว 70-96 ชั่วโมงนับตั้งแต่ 17.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่นของวันจันทร์ที่ผ่านมา
  • เรือดำน้ำลำนี้เป็นของบริษัทโอเชียนเกต ได้เริ่มดำลงไปเพื่อสำรวจเรือไททานิกเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนจะขาดการติดต่อไปหลังผ่านไปราว 1 ชั่วโมง 45 นาที

นับเป็นปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่ หลังจากที่เรือดำน้ำไททัน ที่นำนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก 5 คน ดำลงไปสำรวจซากเรือไททานิกขาดการติดต่อไปนานกว่า 24 ชั่วโมง โดยเรือดำน้ำขาดการติดต่อกับเรือไททัน ซับ หลังจากที่ดำลงไปได้ราว 1 ชั่วโมง 45 นาที ในขณะที่หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ คาดว่า เรือดำน้ำไททัน จะเหลือออกซิเจนฉุกเฉินไว้ใช้งานได้นานราว 70-96 ชั่วโมงนับจากเวลา 17.00 น.ของวันจันทร์ ตามเวลาของนครนิวยอร์ก หรือราว 04.00 น.ของวันนี้ตามเวลาในไทย โดยทางบริษัทโอเชียนเกต เจ้าของเรือดำน้ำดังกล่าวระบุว่า พวกเขาจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อนำลูกเรือทั้งหมดกลับมาอย่างปลอดภัย โดยมีหน่วยงานของรัฐบาลเข้ามาร่วมปฏิบัติการกู้ภัยในครั้งนี้ด้วย

ซากเรือไททานิค

ความคืบหน้าในการกู้ภัยล่าสุด

มีรายงานว่าเรือดำน้ำไททัน ได้เข้าใกล้จุดอับปางของซากเรือไททานิกในมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยนายฮามิช ฮาร์ดดิง มหาเศรษฐีพันล้านวัย 58 ปี และนักสำรวจชาวอังกฤษผู้ที่อยู่บนเรือไททัน มีการโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พวกเขาน่าจะเริ่มดำลงไปในช่วงเวลาประมาณ 04.00 น.ตามเวลาในท้องถิ่น

ด้านหน่วยยามฝั่งบอสตัน ที่เป็นผู้นำในปฏิบัติการค้นหาครั้งนี้ระบุทางทวิตเตอร์ว่า ลูกเรือทั้ง 5 คน ดำลงไปใต้ทะเลพร้อมกับเรือดำน้ำในช่วงเช้าวันอาทิตย์ และก็ขาดการติดต่อไปหลังจากเริ่มดำลงไปได้ราว 1 ชั่วโมง 45 นาที โดยในขณะนั้นเรือดำน้ำไททัน อยู่ห่างจากชายฝั่ง เคป คิดราว 1,450 กิโลเมตร

พลเรือตรี จอห์น เมาเกอร์ ผู้บัญชาการหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันจันทร์ว่า ปฏิบัติการค้นหาในพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากโดยการค้นหาจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือการค้นหาบริเวณผิวน้ำ ในกรณีที่เรือขึ้นมาสู่ผิวน้ำแล้ว แต่อาจจะขาดการติดต่อ และอีกส่วนหนึ่งคือการใช้โซนาร์ค้นหาใต้น้ำ

โดยขณะนี้หน่วยยามฝั่งได้ส่งเครื่องบิน C-130 เฮอร์คิวลิส เพื่อค้นหาเรือดำน้ำที่อาจจะลอยขึ้นมาสู่ผิวน้ำแล้ว ร่วมกับเครื่องบิน C-130 ของแคนาดา และเครื่องบิน P8 ที่มีอุปกรณ์โซนาร์ใต้น้ำด้วย ซึ่งถ้าหากมีการพบเรือดำน้ำบริเวณใต้น้ำจริง อาจจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะนาวิกโยธินสหรัฐฯ ในปฏิบัติการช่วยเหลือต่อไป โดยขณะนี้ หน่วยยามฝั่งแคนาดาก็ส่งเรือ โคพิท ฮอบสันมาช่วยในปฏิบัติการค้นหาด้วยเช่นกัน

เรือหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ

ใครอยู่ในเรือดำน้ำบ้าง?

ในจำนวนนักเดินทาง 5 คน ที่อยู่บนเรือดำน้ำไททัน เพิ่งมีการยืนยันชื่ออย่างเป็นทางการเพียงคนเดียว คือนายฮามิช ฮาร์ดดิง มหาเศรษฐีพันล้าน และนักสำรวจชาวอังกฤษวัย 59 ปี โดยเขาเคยประกาศจะร่วมทีมสำรวจนี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว และเคยระบุว่า บนเรือจะมีนักสำรวจระดับตำนาน 2-3 คน โดยบางคนเคยมีประสบการณ์ในการดำน้ำสำรวจไททานิกมาแล้วมากกว่า 30 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 1980 ขณะที่บริษัทของนายฮาร์ดิ้งมีการทวีตข้อความก่อนหน้านี้ว่า นายฮามิชกำลังร่วมเดินทางไปกับเรือดำน้ำนี้ และการปล่อยเรือประสบความสำเร็จด้วยดี ส่วนรายชื่อสมาชิกคนอื่นๆ บนเรือ ทางหน่วยยามฝั่งขอยังไม่เปิดเผย เนื่องจากเคารพสิทธิของครอบครัวของแต่ละคน

ฮามิช ฮาร์ดดิง มหาเศรษฐีพันล้าน


เรือดำน้ำลำนี้ลงไปทำอะไร?

บริษัทโอเชียนเกต เอ็กซ์เพดิชันส์ คิดค่าบริการนักสำรวจแต่ละคน เป็นเงิน 250,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 8,678,000 บาท สำหรับทริปการเดินทางสำรวจเรือไททานิกเป็นเวลา 8 วัน โดยซากเรือไททานิกที่อับปางจมอยู่ก้นทะเลลึกราว 3,800 เมตร ห่างจากชายฝั่งของนิวฟันด์แลนด์ราว 600 กิโลเมตร โดยซากเรือแยกออกเป็นสองส่วน ห่างกันราว 800 เมตร

เว็บไซต์ของบริษัทเรือดำน้ำลำดังกล่าวระบุข้อมูลว่าการจะดำลงไปจนถึงซากเรือไททานิกได้และกลับขึ้นมา จะต้องใช้เวลารวมถึง 8 ชั่วโมง และการสำรวจแต่ละครั้งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 8 วัน

ข้อมูลเกี่ยวกับเรือดำน้ำไททัน

เรือดำน้ำไททันสามารถจุคนได้ 5 คน โดยสามารถดำน้ำลงไปได้ลึกถึง 4,000 เมตรโดยจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 3 นอต หรือราว 3.5 ไมล์ต่อชั่วโมง

นอกจากเรือดำน้ำลำนี้จะใช้สำหรับดำลงไปสำรวจซากเรือไททานิกแล้ว ยังใช้เพื่อการสำรวจ ตรวจสอบ วิจัยและเก็บข้อมูล รวมทั้งใช้ถ่ายทำคลิปสำหรับการผลิตสื่อด้วย นอกจากนี้ก็ยังใช้ในการทดสอบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใต้ท้องทะเลลึก

ข้อมูลจากบริษัทโอเชียนเกตยังระบุด้วยว่า เรือดำน้ำไททัน มีระบบไฟล้ำสมัยและระบบนำทางโซนาร์ พร้อมทั้งอุปกรณ์ถ่ายภาพและถ่ายวิดีโอ ทั้งภายในและภายนอกแบบ 4K และจะสามารถมอนิเตอร์รอบตัวเรือได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังมีระบบวิเคราะห์สุขภาพของคนบนเรือ เพื่อแจ้งเตือนกัปตันเรือล่วงหน้าให้สามารถกะระยะเวลาในการนำเรือดำน้ำขึ้นสู่ผิวน้ำได้อย่างปลอดภัย

ด้าน เดวิด โพกิว ผู้สื่อข่าวสถานีข่าวซีบีเอส ที่เคยโดยสารเรือดำน้ำลำนี้เมื่อปีที่แล้ว ระบุว่า แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้โดยสารเรือดำน้ำ จะรอดออกมาเองได้ หากไม่ได้รับการช่วยเหลือ โดยเรือดำน้ำลำนี้เหมือนเรือที่ยังอยู่ระหว่างการทดลอง ไม่ได้มีการอนุมัติหรือรับรองความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจจะทำให้คนภายในเรือได้รับบาดเจ็บรุนแรง หรือถึงแก่ชีวิตได้ โดยในเวลานั้น นาย สต็อกตัน รัช ซีอีโอของโอเชียนเกตเคยเปิดเผยกับเขาว่า เรือดำน้ำมีปุ่มบังคับเพียงอันเดียว โดยใช้ตัวคอนโทรลของวิดีโอเกมเท่านั้น ชะตากรรมของคนบนเรือจะเป็นเช่นไร จึงต้องขึ้นอยู่กับปุ่มบังคับและโชคที่จะเข้าข้างพวกเขา.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : บีบีซี

สุดหวั่น เรือดำน้ำนำเที่ยว อาจติดซากเรือ ‘ไททานิก’ ใต้มหาสมุทร ลึก 3 กม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703236

สุดหวั่น เรือดำน้ำนำเที่ยว อาจติดซากเรือ ‘ไททานิก’ ใต้มหาสมุทร ลึก 3 กม.

20 มิ.ย. 2566 14:44 น.

สุดหวั่น เรือดำน้ำนำเที่ยว อาจติดซากเรือ ‘ไททานิก’ ใต้มหาสมุทร ลึก 3 กม.

ทีมค้นหาสุดหวั่น เรือดำน้ำนำเที่ยว พร้อม 5 ชีวิต อาจติดอยู่กับซากเรือไททานิก หลังลูกเรือขาดการติดต่อ ที่ระดับความลึก 3 กม. ใต้มหาสมุทรแอตแลนติก ขณะที่สหรัฐฯ-แคนาดา เร่งระดมค้นหาครั้งใหญ่ ก่อนออกซิเจนในเรือดำน้ำจะหมดลง

เมื่อ 20 มิ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการสหรัฐฯ และแคนาดา ระดมกำลังค้นหาครั้งใหญ่ ในภารกิจค้นหาใต้ทะเลที่ลึกที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น เพื่อค้นหาเรือดำน้ำ ‘Titan’ (ไททัน) ของบริษัทนำเที่ยวเอกชน ‘โอเชียนเกต’ (OceanGate Expeditions) ซึ่งมีคนอยู่ในเรือดำน้ำ 5 คน รวมทั้ง ฮามิช ฮาร์ดิง มหาเศรษฐีนักสำรวจชาวอังกฤษ วัย 58 ปี ได้สูญหายไปอย่างปริศนา ที่ระดับความลึกประมาณ 12,500 ฟุต (หรือ 3,810 เมตร หรือเท่ากับ 3.810 กิโลเมตร) ขณะลงไปชมและสำรวจเรือไททานิก ที่จมสู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติก หลังชนกับภูเขาน้ำแข็ง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1912 หรือ 111 ปีก่อน

ก่อนหน้านี้ เรือดำน้ำขนาดเล็ก ‘ไททัน’ได้เริ่มเดินทางลงไปยังตำแหน่งของซากเรือไททานิก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 มิ.ย. แต่แล้ว ลูกเรือในเรือดำน้ำลำนี้ได้ขาดการติดต่อกับเรือแม่ ‘MV Polar Prince’ หลังจากได้เดินทางลงสู่ใต้มหาสมุทรแอตแลนติกแล้ว เป็นเวลา 1 ชั่วโมง 45 นาที ในขณะที่การเดินทางโดยเรือดำน้ำลำนี้ไปยังซากเรือไททานิก จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งขณะนั้นยังมีออกซิเจนเหลือเพียงพอที่จะอยู่ใต้น้ำจนถึงเวลา 07.00 น. ของเช้าวันพฤหัสฯ ที่ 22 มิ.ย. 2566 ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ

หลังจากเรือดำน้ำไททันได้สูญหายไป ทำให้หน่วยยามฝั่งของสหรัฐและแคนาดาเริ่มปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่เมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 19 มิ.ย. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเร่งช่วยชีวิต 5 คนในเรือดำน้ำลำนี้ ขณะที่ปริมาณออกซิเจนลดน้อยลงไปทุกขณะ

เริ่มปล่อยเรือดำน้ำนำเที่ยว ‘ไททัน’ ลงไปยังใต้มหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อสำรวจดูซากเรือไททานิก ที่จมอยู่ก้นมหาสมุทรมานานกว่า 110 ปี

ขณะที่ทีมค้นหาเรือดำน้ำ ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ที่เรือดำน้ำไททันอาจติดอยู่ในซากเรือไททานิก ในบริเวณห่างจากชายฝั่งรัฐนิวฟันด์แลนด์ ของแคนาดา ประมาณ 370 ไมล์ หรือราว 595 กิโลเมตร และจุดที่เรือดำน้ำสูญหายอยู่ในน่านน้ำของสหรัฐอเมริกา

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านเรือดำน้ำยังหวั่นวิตกว่าจุดที่เรือดำน้ำสูญหาย อาจลึกเกินกว่าจะใช้เรือดำน้ำที่มีมนุษย์ลงไปด้วยได้ อย่างเช่น เรือดำน้ำของกองทัพเรือสหรัฐฯ สามารถลงไปลึกได้มากที่สุดอยู่ที่ระดับ 2,000 ฟุตเท่านั้น และวิธีเดียวในการไปถึงเรือดำน้ำไททัน อาจใช้ได้เพียงแต่โดรน หรือยานสำรวจใต้น้ำที่ถูกควบคุมจากระยะไกล เพื่อที่จะสามารถลงไปถึงในระดับความลึก 20,000 ฟุต ใต้ท้องมหาสมุทร

ทั้งนี้ บริษัทโอเชียนเกต ให้บริการนำเที่ยวตามโปรแกรม 8 วัน รวมไปถึงการนั่งเรือดำน้ำขนาดเล็กประมาณเท่ารถบรรทุก ลงไปชมซากเรือไททานิกที่จมอยู่ใต้มหาสมุทร ที่ระดับความลึก 3,800 เมตร นอกชายฝั่งห่างจากเมืองเซนต์ จอห์น รัฐนิวฟันด์แลนด์ ทางตะวันออกของแคนาดา ไปประมาณ 700 กิโลเมตร ด้วยสนนราคาคนละ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 8.69 ล้านบาท.

ที่มา : Dailymail

ไฟดับ-น้ำแห้ง ปัญหาที่แก้ไม่ตกของประเทศที่เจริญที่สุดในแอฟริกา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703011

ไฟดับ-น้ำแห้ง ปัญหาที่แก้ไม่ตกของประเทศที่เจริญที่สุดในแอฟริกา

20 มิ.ย. 2566 12:43 น.

ไฟดับ-น้ำแห้ง ปัญหาที่แก้ไม่ตกของประเทศที่เจริญที่สุดในแอฟริกา

  • ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แอฟริกาใต้ตกอยู่ในวิกฤติพลังงานครั้งร้ายแรงที่สุด ทางการจำเป็นต้องตัดไฟฟ้าเป็นระยะๆ เพื่อช่วยให้ระบบไฟฟ้าที่ผลิตด้วยถ่านหินของประเทศสามารถอยู่รอดท่ามกลางความต้องการที่ล้นหลาม แต่นี่กลับทำให้สถานการณ์เลวร้ายอย่างต่อเนื่อง และยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้แอฟริกาใต้กำลังเผชิญปัญหาใหม่ นั่นก็คือการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค
  • น้ำประปาในประเทศส่วนใหญ่ของแอฟริกาใต้ใช้ไฟฟ้าในการสูบน้ำจากแหล่งกำเนิดไปยังที่ราบสูงอันกว้างใหญ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโจฮันเนสเบิร์กและพริทอเรีย โดยปัญหาไฟฟ้าดับต่อเนื่องในแอฟริกาใต้เมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้ต้องมีการกำหนดการเปิดปิดไฟฟ้า ได้ส่งผลกระทบต่อระบบผลิตน้ำประปา
  • การขุดเจาะบ่อบาดาลส่วนตัวเป็นเพียงทางเลือกสำหรับผู้ที่มีฐานะร่ำรวย เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 7,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 238,000 บาท ซึ่งยิ่งตอกย้ำถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในแอฟริกาใต้

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แอฟริกาใต้ตกอยู่ในวิกฤติพลังงานครั้งร้ายแรงที่สุด ทางการจำเป็นต้องตัดไฟฟ้าเป็นระยะๆ เพื่อช่วยให้ระบบไฟฟ้าที่ผลิตด้วยถ่านหินของประเทศสามารถอยู่รอดท่ามกลางความต้องการที่ล้นหลาม แต่นี่กลับทำให้สถานการณ์เลวร้ายอย่างต่อเนื่อง และยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้แอฟริกาใต้กำลังเผชิญปัญหาใหม่ นั่นก็คือการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค

ในย่านการ์สฟอนไทน์ ใกล้กรุงพริทอเรีย ความสงบของถนนชานเมือง กำลังถูกทำลายด้วยเสียงขุดเจาะ เพื่อขุดหาทรัพยากรที่มีค่ามากกว่าแร่ธาตุใดๆ ซึ่งก็คือน้ำ และการขุดบ่อน้ำบาดาลในลักษณะนี้ กำลังผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งประชาชนกำลังเผชิญปัญหาน้ำประปาไม่ไหล

เจ้าของบ้านรายหนึ่งบอกว่า “ฉันเบื่อที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรเราจะมีน้ำใช้ และเมื่อไรที่น้ำจะไม่ไหล การมีบ่อบาดาลหมายความว่าเราไม่ต้องพึ่งพารัฐบาลมากนัก นี่น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวของฉัน”

น้ำประปาในประเทศส่วนใหญ่ของแอฟริกาใต้ใช้ไฟฟ้าในการสูบน้ำจากแหล่งกำเนิดไปยังที่ราบสูงอันกว้างใหญ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโจฮันเนสเบิร์กและพริทอเรีย โดยปัญหาไฟฟ้าดับต่อเนื่องในแอฟริกาใต้เมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้ต้องมีการกำหนดการเปิดปิดไฟฟ้า ได้ส่งผลกระทบต่อระบบผลิตน้ำประปา

ซิโป โมไซ ผู้อำนวยการบริษัท “แรนด์ วอเอตร์” บริษัทผู้ผลิตน้ำของรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการน้ำประปาหลักของประเทศกล่าวว่า “สถานีทั้งหมดของเราต้องการไฟฟ้า พวกเขาต้องการพลังงาน เราจำเป็นต้องสูบน้ำจากทุกที่ที่จำเป็น ไฟฟ้าเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตน้ำ และถ้าเราไม่มีไฟฟ้าจากภายนอก อย่างน้อยก็ในตอนนี้ มันก็จะกลายเป็นปัญหา”

ซิซี ดลังกา ประชาชนรายหนึ่งกล่าวว่า “บางวันฉันไม่มีทั้งน้ำและไฟฟ้า และอาจนานเป็นวันต่อครั้ง มันทำให้ชีวิตประจำวันยากลำบาก” เธออาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ 2 ห้องนอน ในย่านชานเมืองอันมั่งคั่งทางตอนเหนือของเมืองโจฮันเนสเบิร์กกับพี่สาวของเธอ ตอนนี้เธอต้องตุนน้ำเมื่อน้ำไหล และไปยิมเพื่ออาบน้ำ

เธอบอกว่า “ค่าน้ำประปาของฉันยังคงเท่าเดิม แม้ว่าจะมีการตัดไฟทั้งหมดแล้วก็ตาม ฉันรู้สึกหงุดหงิด ฉันไม่สามารถเข้าถึงทางเลือกอื่น เช่น บ่อน้ำบาดาล ทำให้ฉันต้องรับภาระนี้”

แน่นอนว่ามีชาวแอฟริกาใต้หลายล้านคนที่อาศัยอยู่โดยไม่มีน้ำประปาใช้มานานหลายปี แต่อุปทานในประเทศที่ไม่ต่อเนื่อง เป็นเพียงแง่มุมหนึ่งของปัญหาหลายด้านที่อุตสาหกรรมน้ำต้องเผชิญ

ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า การขาดแคลนไฟฟ้าทำให้ปัญหารุนแรงขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการบำรุงรักษาไม่ดี ซึ่งนำไปสู่ปัญหาน้ำประปารั่วไหลจำนวนมาก ที่รวมถึงปัญหาน้ำเสีย และน้ำประปาที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้

น้ำที่ผ่านการบำบัด สะอาด และดื่มได้ ปริมาณกว่า 70 ล้านลิตรในแต่ละวันสูญเสียไป เนื่องจากการรั่วไหลซึ่งเกิดขึ้นจากระบบการแจกจ่ายน้ำที่พังเสียหาย การสูญเสียน้ำส่วนใหญ่ที่สามารถระบุได้ มักเชื่อมโยงกับเทศบาลต่างๆ ที่ขาดการดูแลรักษาและขาดการใช้งบประมาณในการบำรุงรักษา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการทุจริตและการโจรกรรม ซึ่งหมายความว่าโรงงานบำบัดน้ำเสียไม่ได้ทำการบำบัดน้ำอย่างที่ควรจะเป็น และสิ่งนี้มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ในเมืองฮัมมานสกราล นอกกรุงพริทอเรีย มีคนเสียชีวิต 29 ศพ จากอหิวาตกโรคซึ่งพบในแหล่งน้ำที่นั่น การระบาดของโรคนี้เชื่อมโยงกับแนวทางปฏิบัติในการทำน้ำให้บริสุทธิ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

ปัญหานี้ได้ส่งผลให้เกิดธุรกิจการจำหน่ายน้ำดื่มบรรจุขวดที่ริมถนนในเมือง ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่เกิดในยุคแห่งความสิ้นหวัง พ่อค้าน้ำดื่มรายหนึ่งกล่าวว่า “คนส่วนใหญ่ซื้อจากผม เพราะต้องการน้ำดื่มที่ปลอดภัย เพราะน้ำที่ออกจากก๊อกสกปรก”

ขณะที่บ้านเขาใช้วิธีเก็บน้ำฝนแล้วนำมาต้มก่อนใช้ “หลายคนที่ป่วยก็เพราะน้ำที่ไหลออกจากก๊อก และบางคนก็ไม่รู้วิธีทำความสะอาด เรามีเด็กเล็กในชุมชนนี้ ผมกังวลมากเกี่ยวกับความปลอดภัยของเรา”

รายงานล่าสุดโดยแผนกกิจการน้ำและสุขอนามัยพบว่า จากระบบบำบัด 155 ตัวอย่าง พบว่า 41% มีคุณภาพทางจุลชีววิทยาของน้ำบริโภคต่ำกว่ามาตรฐาน

ที่เมืองมาคันดา ในจังหวัดอีสเทิร์น เคป ประชาชนจำเป็นต้องบริโภคน้ำดื่มที่ไม่ปลอดภัยมาเป็นเวลานานหลายปี รวมถึงการปนเปื้อนของเชื้ออีโคไล ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่วนในจังหวัดฟรีสเตท ผลการสืบสวนของรัฐบาลพบว่าโรงบำบัดน้ำเสียส่วนใหญ่ถือว่า “อยู่ในสภาพวิกฤติ” ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความเสี่ยงต่อน้ำปนเปื้อน

ในส่วนของบริษัทผู้ผลิตน้ำประปานั้น นายโมไซ ผู้อำนวยการบริษัท “แรนด์ วอเอตร์” ยอมรับว่าจำเป็นต้องมีการดำเนินการมากกว่านี้ เขากล่าวว่า บริษัทของเขากำลังลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่าที่จะพึ่งพาระบบการจ่ายไฟฟ้าของประเทศ

เมื่อพูดถึงวิธีแก้ปัญหา การขุดเจาะบ่อบาดาลส่วนตัวเป็นเพียงทางเลือกสำหรับผู้ที่มีฐานะร่ำรวย เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 7,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 238,000 บาท ซึ่งยิ่งตอกย้ำถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในแอฟริกาใต้

ดร.เฟอร์เรียล อดัม จากกลุ่มผู้สนับสนุนด้านการใช้น้ำ “WaterCAN” กล่าวว่า “สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ช่องว่างที่ขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างคนที่มีกับคนที่ไม่มี มันสร้างความอยุติธรรมในสังคม” 

นอกจากนี้ ยังเกิดคำถามเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของการขุดบ่อบาดาลและคุณภาพของน้ำใต้ดิน ว่าปลอดภัยที่จะดื่มหรือไม่ ในบางพื้นที่ของประเทศ อาจพบโลหะที่เป็นอันตรายและแบคทีเรียที่เป็นอันตรายในน้ำได้

แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า มีบางสิ่งที่สามารถทำได้เพื่อประโยชน์ของทุกคนและช่วยยับยั้งการเสื่อมสภาพของน้ำประปา

ดร.อดัม กล่าวว่า “มีวิธีแก้ไขที่รวดเร็วมาก หนึ่งคือแก้ไขการรั่วไหลของน้ำ ด้วยการทุ่มงบประมาณไปกับโครงสร้างพื้นฐานและการบำรุงรักษา และทดสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น คุณจึงต้องคอยติดตามดูว่าผู้คนดื่มอะไร” และเสริมว่า รัฐบาลแห่งชาติจำเป็นต้องจัดระเบียบให้เทศบาลทั่วประเทศดำเนินแนวทางปฏิบัติในแนวเดียวกัน

รัฐบาลรับทราบปัญหาดังกล่าว และกล่าวว่า ได้ดำเนินการฟ้องเทศบาลบางแห่งต่อศาล จากข้อกล่าวหาเรื่องความประมาทเลินเล่อ แต่ ดร.อดัมรู้สึกว่านั่นยังไม่เพียงพอ

“หลายเรื่องตกอยู่ในสภาพล้มเหลว ความล้มเหลวนั้นทำให้ชีวิตประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยง”.

IndiGo ทำข้อตกลงประวัติศาสตร์ซื้อเครื่องบินแอร์บัส 500 ลำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703215

IndiGo ทำข้อตกลงประวัติศาสตร์ซื้อเครื่องบินแอร์บัส 500 ลำ

20 มิ.ย. 2566 12:21 น.

IndiGo ทำข้อตกลงประวัติศาสตร์ซื้อเครื่องบินแอร์บัส 500 ลำ

IndiGo สายการบินต้นทุนต่ำของอินเดีย ทำข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการสั่งซื้อเครื่องบินจากแอร์บัสมากถึง 500 ลำ

สายการบิน “อินดิโก” (IndiGo) สายการบินต้นทุนต่ำของอินเดีย ทำสถิติสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ320 จำนวน 500 ลำ ซึ่งเป็นข้อตกลงการซื้อครั้งเดียวที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การบินพาณิชย์ โดยข้อตกลงที่ประกาศในวันแรกของงานปารีส แอร์ โชว์ มีมูลค่าประมาณ 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.87 ล้านล้านบาท ก่อนที่จะมีส่วนลดสำหรับการสั่งซื้อจำนวนมาก

ปัจจุบัน อินดิโกมีการสั่งซื้อเครื่องบินกับแอร์บัสแล้วกว่า 1,330 ลำ คาดว่าการส่งมอบจะเกิดขึ้นระหว่างปี 2030 ถึง 2035 การส่งมอบครั้งนี้จะช่วยให้สายการบินต้นทุนต่ำของอินเดีย สามารถลดต้นทุนการดำเนินงานและปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง 

อย่างไรก็ตาม อินดิโกซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดของการบินในประเทศเกือบ 60% ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะใช้ซัพพลายเออร์เครื่องยนต์รายใดสำหรับคำสั่งซื้อล่าสุด ด้านแหล่งข่าวระบุว่า อินดิโกยังคงเจรจาเพิ่มเติมกับแอร์บัสและโบอิ้ง สำหรับเครื่องบินลำตัวกว้าง 25 ลำ ซึ่งอาจเป็นเครื่องบินแอร์บัส เอ330 นีโอส์ หรือโบอิ้ง 787

อินเดียเป็นตลาดการบินที่กำลังเติบโต โดยนักวิเคราะห์บางคนกล่าวว่า อินเดียอาจจะเข้ามาแทนที่จีนในฐานประเทศแนวหน้าด้านการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ นอกจากนี้ ยังคาดว่าอินเดียจะเป็นประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจ G20 ที่เติบโตเร็วที่สุดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และมีจำนวนผู้เดินทางครั้งแรกเพิ่มขึ้นอย่างมาก นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด

อินเดียยังมีโอกาสในการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารได้อีกมาก โดยประชากรทั้งหมด 1.4 พันล้านคนของอินเดีย คาดว่ามีเพียงร้อยละ 5 ที่เคยขึ้นเครื่องบิน และการจราจรทางอากาศในอินเดียก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากรายได้สุทธิส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น

ในเดือนกุมภาพันธ์ แอร์อินเดีย ซึ่งเป็นคู่แข่งของอินดิโก ได้สั่งซื้อเครื่องบิน 470 ลำจากทั้งแอร์บัสและโบอิ้ง

ข้อตกลงล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นกำลังกลับมาสู่อุตสาหกรรมการบินหลังจากการระบาดของโควิด และคำสั่งซื้อจากสายการบินต้นทุนต่ำรายนี้ถือเป็นสิ่งยืนยันถึงความทะเยอทะยานของหนึ่งในสายการบินที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

ไรอันแอร์ และ ริยาด แอร์ บริษัทสตาร์ทอัพของซาอุดีอาระเบีย เพิ่งสั่งซื้อเครื่องบินจำนวนมากเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ในขณะที่สายการบินต่างๆ เร่งซื้อเครื่องบินใหม่ ผู้ผลิตก็ประสบปัญหาในการผลิตเครื่องบินให้ทันต่อความต้องการ เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานยังคงหยุดชะงักจากผลกระทบของโควิด.

ไฟไหม้สวนสนุกใหญ่ที่สุดในเยอรมนี เร่งอพยพ นทท. 25,000 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703212

ไฟไหม้สวนสนุกใหญ่ที่สุดในเยอรมนี เร่งอพยพ นทท. 25,000 คน

20 มิ.ย. 2566 12:20 น.

ไฟไหม้สวนสนุกใหญ่ที่สุดในเยอรมนี เร่งอพยพ นทท. 25,000 คน

นักท่องเที่ยวนับหมื่นคนอพยพหนีตาย หลังเกิดเพลิงไหม้ภายในสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนี เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงที่สวนสนุกยูโรปา ปาร์ค สวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี ซึ่งตั้งอยู่ที่ในเมืองรัสท์ ใกล้กับชายแดนฝรั่งเศส โดยเพลิงได้โหมลุกไหม้จนส่งกลุ่มควันดำลอยปกคลุมไปทั่วบริเวณ โดยในขณะเกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวอยู่ภายในสวนสนุกราว 25,000 คน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพคนออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ โดยเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่สำนักข่าวท้องถิ่นรายงานว่า ต้นเพลิงอยู่บริเวณสวนสนุกธีมสเปน ที่มีชื่อว่า “เมจิก เวิลด์ ออฟ ไดมอนด์ส”

สวนสนุกยูโรปา ปาร์ค นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีชื่อเสียงในเยอรมนี โดยปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการมากกว่า 6 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากเยอรมนี ฝรั่งเศส รวมทั้งสวิตเซอร์แลนด์ โดยในสวนสนุกแห่งนี้มีธีมหลายๆ ธีม ตามแต่ละประเทศในยุโรป โดยบางครั้งสวนสนุกแห่งนี้ยังใช้เป็นสถานที่เพื่อจัดงานอีเวนต์ใหญ่ๆ และรายการโทรทัศน์อีกด้วย.

ที่มา : เอพี

เปิดประวัติ “ฮามิช ฮาร์ดิง” มหาเศรษฐีนักสำรวจ ลงเรือดำน้ำชมซากไททานิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703164

เปิดประวัติ "ฮามิช ฮาร์ดิง" มหาเศรษฐีนักสำรวจ ลงเรือดำน้ำชมซากไททานิก

20 มิ.ย. 2566 10:18 น.

เปิดประวัติ “ฮามิช ฮาร์ดิง” มหาเศรษฐีนักสำรวจ ลงเรือดำน้ำชมซากไททานิก

“ฮามิช ฮาร์ดิง” มหาเศรษฐีชาวอังกฤษเป็นใครมาจากไหน ทำไมเขาถึงซื้อตั๋วราคาแพงมหาศาลเพื่อลงเรือดำน้ำไปสำรวจซากเรือไททานิก ซึ่งขณะนี้ทีมกู้ภัยหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ และแคนาดา อยู่ระหว่างการค้นหาเรือดำน้ำและคนบนเรือรวม 5 คน ที่ยังสูญหาย

สำนักข่าว BBC รายงานว่า นายฮามิช ฮาร์ดิง มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เป็นคนแรกที่ถูกเปิดเผยชื่อออกมาว่าเป็นหนึ่งในผู้โดยสารเรือเรือดำน้ำ “ไททัน” (Titan) ของบริษัท “โอเชียนเกต” ที่ยังสูญหายหาไม่พบ ระหว่างที่เรือพานักท่องเที่ยวลงไปสำรวจซากเรือไททานิกที่อยู่บริเวณก้นทะเลลึก 3,800 เมตร กลางมหาสมุทรแอตแลนติก นอกชายฝั่งแคนาดา หลังจากครอบครัวนายฮาร์ดิง ออกมาระบุว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้โดยสารบนเรือจริง

รายงานข่าวระบุว่า นายฮาร์ดิง วัย 58 ปี เป็นประธานบริษัทการบิน “แอคชัน เอวิเอชัน” (Action Aviation) เขายังมีชื่อเสียงจากการเป็นนักผจญภัยสำรวจที่เคยดำน้ำสำรวจ “มารีอานา เทรนช์” จุดที่ลึกที่สุดของโลกมาแล้วเมื่อปี 2564 และเคยบินสู่อวกาศกับจรวดนิวเชพเพิร์ด ของบลู ออริจิน เมื่อปี 2565 นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของสถิติโลก ของกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด 3 ประเภทด้วยกัน  

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ไบรอัน ซาสซ์ หลานชายของเขาโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า นายฮาร์ดิงหายไปกับเรือดำน้ำของบริษัทโอเชียนเกต และตอนนี้ทุกคนกำลังพุ่งเป้าไปที่ความพยายามทำทุกวิถีทางให้ทุกคนในเรือดำน้ำกลับมาอย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ข้อความนี้ได้ถูกลบไป 


โดยตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายฮาร์ดิงเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า เรือดำน้ำจะออกจากเมืองเซนต์จอห์น ในรัฐนิวฟันด์แลนด์ ของแคนาดา และจุดหมายปลายทางคือซากเรือสำราญไททานิก และการเดินทางลงสู่ใต้ทะเลจะเริ่มขึ้นในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น และด้วยสภาพอากาศฤดูหนาวที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 40 ปีของแคนาดา ทำให้นี่เป็นการสำรวจซากไททานิกทริปแรกของปี 2566  

สำหรับความคืบหน้าการค้นหาเรือดำน้ำ “ไททัน” ที่สูญหาย สัญญาณขาดหายไปเมื่อกว่า 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ล่าสุดการค้นหายังคงดำเนินต่อไปแบบแข่งกับเวลา เพื่อช่วยชีวิต 5 คนบนเรือ โดย นาวาตรีเลน ฮิคคีย์ แห่งศูนย์ประสานงานกู้ภัยร่วม ในเมืองแฮลิแฟกซ์ ของแคนาดา เปิดเผยว่า เครื่องบินออโรร่า ของกองทัพ ตลอดจนเรือกู้ภัยทางทะเลของหน่วยยามฝั่งแคนาดา และหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ได้ร่วมปฏิบัติการค้นหาในครั้งนี้

เจ้าหน้าที่ยามฝั่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สัญญาณของเรือดำน้ำขาดหายไปเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากดำลงไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมงกับอีก 45 นาที และการค้นหาตำแหน่งของเรือกำลังดำเนินไปอย่างเร่งด่วนแข่งกับเวลา เนื่องจากคาดว่าในเรือดำน้ำมีปริมาณออกซิเจนเหลืออยู่ได้ 70 ชั่วโมง

ทั้งนี้ บริษัทโอเชียนเกต ให้บริการนำเที่ยวตามโปรแกรม 8 วัน รวมไปถึงนั่งเรือดำน้ำขนาดเล็กประมาณรถบรรทุก ชมซากเรือไททานิกที่จมอยู่ใต้ทะเล ที่ระดับความลึก 3,800 เมตร นอกชายฝั่งห่างจากเมืองเซนต์ จอห์น รัฐนิวฟันด์แลนด์ ทางตะวันออกของแคนาดา ไปประมาณ 700 กิโลเมตร ด้วยสนนราคาคนละ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 8.69 ล้านบาท.
 
 
ภาพจาก @ActionAviation0

เร่งค้นหา เรือดำน้ำ สัญญาณขาดหาย ขณะพา นทท.มหาเศรษฐีชมซากเรือไททานิก (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703147

เร่งค้นหา เรือดำน้ำ สัญญาณขาดหาย ขณะพา นทท.มหาเศรษฐีชมซากเรือไททานิก (คลิป)

20 มิ.ย. 2566 08:11 น.

เร่งค้นหา เรือดำน้ำ สัญญาณขาดหาย ขณะพา นทท.มหาเศรษฐีชมซากเรือไททานิก (คลิป)

เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางทะเล เปิดปฏิบัติการค้นหาแข่งกับเวลา หลังเรือดำน้ำ บ.ท่องเที่ยวเอกชนสัญญาณขาดหายระหว่างพากันท่องเที่ยวดำดิ่งชมซากเรือไททานิก กลางมหาสมุทรแอตแลนติก เผยปริมาณออกซิเจนในเรือเหลืออยู่ได้ 70 ชั่วโมงเท่านั้น

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2566 สำนักข่าว BBC รายงานว่า เกิดเหตุเรือดำน้ำ “ไททัน” (Titan) ของบริษัทนำเที่ยวเอกชน “โอเชียนเกต” (Oceangate) สัญญาณขาดหาย ระหว่างดำสำรวจซากเรือไททานิกที่จมอยู่ก้นทะเล ในมหาสมุทรแอตแลนติก ทางบริษัทเปิดเผยว่าในเรือดำน้ำมีคนอยู่ 5 คนด้วยกัน

เจ้าหน้าที่ยามฝั่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สัญญาณติดต่อขาดหายไปหลังจากเรือดำน้ำลำนี้ดำลงไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง กับอีก 45 นาที และการค้นหาตำแหน่งของเรือกำลังดำเนินไปอย่างเร่งด่วนแข่งกับเวลา เนื่องจากคาดว่าในเรือดำน้ำมีปริมาณออกซิเจนเหลืออยู่ได้ประมาณ 70 ชั่วโมง โดยภารกิจค้นหาได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ และแคนาดา และบริษัทเรือดำน้ำลึกรายอื่นๆ

รายงานข่าวระบุว่า หนึ่งในผู้โดยสารเรือดำน้ำ ได้แก่ นายฮามิช ฮาร์ดิง นักธุรกิจ และนักสำรวจมหาเศรษฐีชาวอังกฤษ วัย 58 ปี ซึ่งทางครอบครัวของเขาได้ออกมายืนยันการเดินทางในครั้งนี้

ทั้งนี้ บริษัทโอเชียนเกต ให้บริการนำเที่ยวตามโปรแกรม 8 วัน รวมไปถึงนั่งเรือดำน้ำขนาดเล็กประมาณรถบรรทุก ชมซากเรือไททานิกที่จมอยู่ใต้ทะเล ที่ระดับความลึก 3,800 เมตร นอกชายฝั่งห่างจากเมืองเซนต์ จอห์น รัฐนิวฟันด์แลนด์ ทางตะวันออกของแคนาดา ไปประมาณ 700 กิโลเมตร ด้วยสนนราคาคนละ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 8.69 ล้านบาท.

รัสเซียโต้ประเด็นทำลายเขื่อน-รบหนักหน่วง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703150

รัสเซียโต้ประเด็นทำลายเขื่อน-รบหนักหน่วง

20 มิ.ย. 2566 07:05 น.

รัสเซียโต้ประเด็นทำลายเขื่อน-รบหนักหน่วง

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. สำนักข่าวชาติตะวันตกพากันจุดประเด็นรอบใหม่เรื่องเขื่อนคาคอฟกา ทางภาคใต้ของยูเครน ที่ถูกโจมตีจนพังเสียหายและเกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง หลังสื่อเอพีของสหรัฐฯได้รับภาพถ่ายดาวเทียวที่แสดงให้เห็นว่ามีรถบรรทุกระเบิดของกองทัพรัสเซียวิ่งอยู่บนเขื่อน รวมทั้งภาพที่แสดงให้เห็นว่าทหารรัสเซียประจำอยู่ในจุดที่สำคัญของเขื่อน โดยกรณีนี้สื่อตะวันตกระบุว่า รัสเซียมีโอกาสและหนทางทำลายเขื่อนอย่างเต็มที่ บ่งชี้ได้หรือไม่ว่าการทำลายเขื่อนเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. เป็นฝีมือของใคร

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลรัสเซียได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ข้อกล่าวหาของสื่อตะวันตก โดยระบุว่ายูเครนมีการทดสอบใช้อาวุธพิสัยไกลยิงโจมตีเขื่อนแล้วหลายครั้งมาตั้งแต่ปีก่อน พร้อมระบุว่านายทหารระดับสูงของกองทัพยูเครนเคยให้สัมภาษณ์สื่อวอชิงตัน โพสต์ของสหรัฐฯเมื่อเดือน ธ.ค.ปีก่อน ยอมรับว่าต้องการทดสอบใช้จรวดไฮมาร์สจากสหรัฐฯ ยิงโจมตีประตูกั้นน้ำของเขื่อน เพื่อควบคุมระดับน้ำในเชิงกลยุทธ์

การเปิดประเด็นเรื่องเขื่อนรอบใหม่มีขึ้นในขณะที่กองทัพยูเครนกำลังปฏิบัติการตีโต้ครั้งใหญ่ทางภาคใต้และภาคตะวันออกของยูเครน ซึ่งสถานการณ์ยังไร้ความคืบหน้า มีรายงานเพียงว่ายูเครนประสบความสำเร็จในการยึดหมู่บ้าน 3-4 แห่ง และล่าสุดเพิ่งยึดหมู่บ้านเปียติคัตกี ในแนวรบจังหวัดซาโปริชเชีย ขณะที่สื่อความมั่นคงหลายสำนักอ้างว่า การบุกของยูเครนยังไม่สามารถทะลุแนวป้องกันชั้นที่ 1 ของรัสเซียในจังหวัดซาโปริชเชีย และการบุกโจมตีหมู่บ้านเปียติคัตกี ส่งผลให้ทหารยูเครนเสียชีวิตหลักร้อยนาย เนื่องจากถูกรุมกระหน่ำยิงด้วยจรวดเพลิงบูราติโน สอดคล้องกับข้อมูลของกระทรวงกลาโหมรัสเซียที่รายงานเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ว่า การรบในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีทหารยูเครนเสียชีวิตกว่า 800 นาย รถถังเสียหาย 20 คัน

ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวในรัฐบาลชาติตะวันตกระบุว่า การสนับสนุนรัฐบาลยูเครนหลังจากนี้ต้องรอดูผลลัพธ์ของการบุกตีโต้ว่าจะทำลายล้างรัสเซีย และทวงดินแดนกลับคืนมาได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งในวันเดียวกันนี้ ผู้แทนการค้าของสหภาพยุโรปได้ออกแถลงการณ์ว่า การช่วยเหลือยูเครนไม่ใช่สิ่งที่จะต้องมากำหนดเงื่อนไข สิ่งจำเป็นคือยูเครนต้องได้เสรีภาพและดินแดนกลับคืนมา ยุโรปจะเร่งกระบวนการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์และกระสุนเพื่อช่วยเหลือยูเครน และอุตสาหกรรมอาวุธยุโรปจำเป็นต้องเร่งกระบวนการผลิต เพื่อที่จะสามารถส่งกระสุน ปืนใหญ่ 1 ล้านนัดให้แก่ยูเครนภายในกรอบเวลา 12 เดือน.

ชาติสำคัญอาเซียน ไม่มาร่วมประชุมที่ไทย อาสาเป็นเจ้าภาพ แต่เชิญพม่ามาด้วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703067

ชาติสำคัญอาเซียน ไม่มาร่วมประชุมที่ไทย อาสาเป็นเจ้าภาพ แต่เชิญพม่ามาด้วย

19 มิ.ย. 2566 18:05 น.

ชาติสำคัญอาเซียน ไม่มาร่วมประชุมที่ไทย อาสาเป็นเจ้าภาพ แต่เชิญพม่ามาด้วย

สื่อนอกเผย ชาติสำคัญอาเซียนหลายชาติ ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ไม่มาร่วมการประชุม ที่ไทยอาสาเป็นเจ้าภาพ และเชิญผู้แทนจากพม่ามาร่วมการประชุมด้วย จนถูกวิจารณ์

รอยเตอร์รายงาน รมว.ต่างประเทศชาติสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ไม่มาร่วมการประชุมอย่างไม่เป็นทางการที่รัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระหว่างวันที่ 18-19 มิถุนายน ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการประชุมที่มุ่งจะให้ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมากลับเข้ามามีส่วนร่วมกับอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง

ในขณะที่อาเซียนได้มีมติห้ามไม่ให้ผู้แทนจากรัฐบาลทหารเมียนมาเข้าร่วมการประชุมของอาเซียน หลังรัฐบาลทหารเมียนมา ไม่ยอมปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ เพื่อปูทางสู่การสร้างสันติภาพตลอด 2 ปีกว่าที่ผ่านมา นับตั้งแต่นายพลอาวุโสตาน ฉ่วย เป็นหัวหน้าคณะทหารก่อรัฐประหารยึดอำนาจล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564

รอยเตอร์อ้างเห็นจดหมายเชิญและมีแหล่งข่าว 2 รายยืนยันว่า รัฐบาลไทยได้ส่งจดหมายเชิญล่วงหน้าเพียง 4 วันก่อนจะถึงกำหนดการประชุม ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยรัฐบาลทหารเมียนมาได้ส่งนายตาน ฉ่วย รมว.ต่างประเทศเมียนมาเดินทางมาร่วมการประชุมในครั้งนี้

ก่อนหน้านี้ วิเวียน บาลากริชนัน รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ แสดงความเห็นเมื่อวันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่า มันเร็วเกินไปที่จะกลับไปมีส่วนร่วมกับรัฐบาลทหารเมียนมาอีกครั้งในระดับการประชุมสุดยอดผู้นำหรือแม้แต่การประชุมระดับรมว.ต่างประเทศ

ในขณะที่รัฐบาลมาเลเซียจะไม่ส่งรมว.ต่างประเทศมาร่วมการประชุมครั้งนี้ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ และมีความเห็นว่า รัฐบาลมาเลเซียมีจุดยืนที่มั่นคงในการโดดเดี่ยวบรรดานายทหารระดับสูงของเมียนมา ส่วนฟิลิปปินส์ไม่ตอบคำถามนี้ของรอยเตอร์ 

ด้านกลุ่มเคลื่อนไหว ‘เมียนมา 81’ ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกเมื่อวันอาทิตย์ ประณามการจัดประชุมครั้งนี้ของไทย โดยเรียกว่า ‘เป็นความคิดริเริ่มที่เป็นความลับ’ และชี้ว่าเป็นความขัดแย้งที่ชัดเจนต่อนโยบายของอาเซียนที่ห้ามไม่ให้ผู้แทนเมียนมาเข้าร่วมในการเจรจาระดับสูงอย่างเป็นทางการของอาเซียน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ว่า เป็นการประชุมพบปะสนทนาอย่างไม่เป็นทางการของกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในเมียนมา ซึ่งมีผู้แทนระดับสูงจาก สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา อินเดีย จีน บรูไน เวียดนาม เข้าร่วม

เจ็บแต่จบ! ‘จูน’รู้เรื่องปลายปี63 ‘หนุ่ม กะลา’ลั่นยุติสัมพันธ์มือที่3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/738767

เจ็บแต่จบ! 'จูน'รู้เรื่องปลายปี63 'หนุ่ม กะลา'ลั่นยุติสัมพันธ์มือที่3

เจ็บแต่จบ! ‘จูน’รู้เรื่องปลายปี63 ‘หนุ่ม กะลา’ลั่นยุติสัมพันธ์มือที่3

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.59 น.

เปิดใจ “จูน” เมียหลวง รู้เรื่องปลายปี 63 “หนุ่ม กะลา” ประกาศยุติสัมพันธ์เมียน้อย – ให้สิทธิ์จูนฟ้องได้เลย

กลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนแรง กรณีที่ “หนุ่ม กะลา” หรือ “ณพสิน แสงสุวรรณ” นอกใจ “จูน เพ็ญชุลี หนูแก้ว” ภรรยาคู่ชีวิต อยู่ด้วยกันมานานถึง 27 ปี และประกาศหย่าภรรยาสิ้นเดือนนี้ ต่อมาคนในครอบครัวหนุ่ม กะลา ได้ออกมาปกป้อง พร้อมโพสต์ข้อความแซะฝ่ายภรรยา จนกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม ด้านจูนเดินหน้าฟ้องเมียน้อย เรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน

รายการโหนกระแส ออกอากาศวันที่ 21 มิ.ย. 66 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33  สัมภาษณ์ จูน มาพร้อม “ทนายพัฒน์ อนุสรณ์ อะสุระพงษ์” ทนายเมียหลวง

ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเรื่องมาถึงตรงนี้ เราเคยคุยกันหลายปี ตอนนั้นเพิ่งท้อง?

จูน : เพิ่งท้องค่ะ ตอนนั้นยังไม่ได้บอกใครด้วย ตอนพี่หนุ่มไปบ้าน

ตอนนั้นเขาบอกเขาชอบพี่สาวเรา ตอนหลังเปลี่ยนใจ มาตกหลุมรักจูน จูนคือคนขับเคลื่อนชีวิตเขาเหมือนกัน เขาไม่สบายเป็นโรคซึมเศร้าก็ได้จูนดูแลเยียวยามาตลอด ล่าสุดเกิดอะไรขึ้น ทำไมกลายเป็นเรื่องราวแบบนี้ไปได้ รู้เรื่องนี้นานหรือยัง?

จูน : นานแล้วค่ะ สักพักนึงแล้วค่ะ รู้ประมาณปลายปี 63 ประมาณเดือนธ.ค.ปี 63

2 ปีครึ่งที่คุณรู้มา แรกๆ ปักใจเลยมั้ย ใช่คนนี้ อย่างนั้นมั้ย?

จูน : ไม่ค่ะ ตอนแรกมีคนส่งมาบอกก่อน ไม่รู้ใครเหมือนกัน ส่งมาบอกว่าเขาคบอยู่กับคนนี้นะ เราก็ไม่มีหลักฐาน เรามีแค่นี้ แต่เราก็เริ่มสืบว่าคนนี้เป็นใคร

จากนั้นคุณไปพบอะไร?

จูน : พอทราบว่าเป็นใคร ก็เสิร์จเฟซบุ๊กตามปกติ แล้วก็เจอ พอย้อนดูในเฟซของเขาก็เห็นหลายอย่าง อย่างเช่นเรื่องแปรงสีฟัน

อันแรกเราเห็นอะไรก่อน?

จูน : เราเห็นเขาโพสต์ในห้องน้ำ มีแปรงสีฟันคู่ มีของใช้ เคยถามสามีด้วยว่าแปรงสีฟันยี่ห้อนี้ซื้อที่ไหนเหรอ เราเคยเห็นที่บ้านเรา แต่ไปเซเว่นเราไม่เคยเห็นแปรงสีฟันยี่ห้อนี้นะ

จะบอกว่าหนุ่มเคยเอาแปรงสีฟันแบบนี้มาไว้ในบ้านและใช้แปรง ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าเขาเอามาจากไหน เพราะเซเว่นก็ไม่มี ที่ไหนก็ไม่มี บังเอิญพอไปดูในเฟซบุ๊กนี้ กลายเป็นว่ามีแปรงสีฟันนี้วางอยู่ด้วย?

จูน : ใช่ค่ะ วางอยู่คนละสี เราก็ดูของที่เขาวางไว้ มีน้ำหอม ทำไมช่างเหมาะเจาะ เหมือนของสามีเราจังเลยนะ เหมือนช่วงนี้เขาใช้ชาแนล ก็มีชาแนลขวดสีดำวางอยู่ด้วยกัน เหมือนกันจังเลย เซ้นส์ผู้หญิงก็เริ่มเอ๊ะ แต่เราไม่มั่นใจ เราไม่เห็นหน้าเห็นตา ก็คิดว่าเราอาจคิดไปเอง คิดมาก

จากนั้นเกิดอะไรขึ้น ที่รู้สึกว่าเริ่มจะไม่ใช่?

จูน : เอาคลิปนั้นเลยแล้วกัน ลูกเราช่วงนั้นเวลาถ่ายรูปก็จับเขาแต่งตัวเป็นโบว์ใหญ่ ซึ่งเป็นลักษณะน้องมิลล์เลย ไม่เชื่อไปดูได้ ทีนี้ก็เห็นคลิปนี้ขึ้นมา แล้วแต่งชุดลูกไม้ ถ้าในเอ็มวีจริงๆ ไม่มีอุ้มเด็กนี่หน่า

เพลงนี้ที่เขามาโคฟเวอร์ ซ้ายมือเป็นผู้หญิงคนนั้น แล้วขวามือมีผู้หญิงอุ้มเด็กใส่ชุดลูกไม้ คาดโบว์สีขาว ซึ่งมันตรงกับลูกสาวคุณกับคุณหนุ่ม กะลา แต่งแบบนี้เหมือนกัน เห็นแล้วรู้สึกยังไง?

จูน : อันนี้เราโกรธมากจริงๆ อันอื่นอย่างแปรงสีฟันเห็นแว้บๆ เรายังรู้สึกว่าอาจไม่จริง เราคิดไปเอง แต่พอเห็นอันนี้ เฮ้ย เหมือนเราเพิ่งโพสต์ ถ้าจำเหตุการณ์ไม่ผิด เราเพิ่งโพสต์รูปลูกไป แล้วคลิปนี้ก็มาเลย ใกล้ๆ กัน เราก็คิดดีไม่ได้จริงๆ ค่ะ เราโกรธมาก ลำพังแซะเราไม่เท่าไหร่

เขาแซะอะไรคุณ?

จูน : หลายอันมากเลย เหมือนเขาพยายามอวด ดีต่อใจอะไรแบบนี้

เขาโพสต์เลือกเสื-ก เลือกส่องเถอะค่ะ เหนื่อยเปล่า ยังไงเราก็ไม่เลิกกันหรอกค่ะ ลำไย พอเถอะ เขาลงแบบนี้เลยเหรอ เขารู้ว่าคุณไปส่อง เขาโพสต์อีกว่า จุดแข็ง ตามสืบทุกสิ่ง อยากรู้ทุกอย่าง จุดอ่อนรับไม่ได้ ร้องไห้?

จูน : พอเราเห็นเขาแซะ หรือเห็นรูป เราก็ไปจัดสามี เราก็ไปถามเขา

อะไรที่ไม่ได้อัปลงโซเชียลไม่ได้แปลว่าไม่มี ลงแบบนี้อยู่ตลอด ลงอีกว่าเห็นหมีมั้ยค่ะ คือดี ห้องดี ทุกอย่างดี ปีของฉัน ที่หนึ่งตลอดไปค่ะ เขาแซะคุณยังไง?

จูน :   สามีลงของเขาเองอยู่แล้ว มีหมี เขาก็ลงรูปโพสต์ห้องอะไรปกติ

แต่ไปเหมือนรูปที่ผู้หญิงคนนั้นลง?

จูน : เป็นจานแอปเปิ้ล ตอนแรกคิดว่าเขาเอารูปนี้มารีโพสต์หรือเปล่า ทำให้เรารู้สึกหรือเปล่า แต่จริงๆ มันมีรูปอื่นอีกที่เป็นรูปถ่ายในห้องน้ำ ที่เป็นกระเบื้องเป็นอะไรที่รู้ได้ว่าเป็นห้องนี้

มีอีกภาพ เขาโพสต์ว่าชื่นใจมั้ย ปีของฉัน ที่หนึ่งเท่านั้น ทำไมต้องที่หนึ่งเท่านั้น?

จูน : (หัวเราะ) เขาชอบแฮชแท็ก ยืนหนึ่ง ดีต่อใจ เขาถ่ายให้เห็นว่าเป็นแขนสามีเรา เราจำได้ค่ะ นี่เป็นเหตุการณ์ที่กรุงเทพฯ มาทำสปากัน เท่าที่เขาโพสต์นะคะ เขาจะมีอะไรแบบนี้ตลอด

ความสุขของคนอื่นคืออะไรเราไม่รู้ แต่ความสนุขของเราคือการได้อยู่ได้นอนกอดคนที่เรารัก (คนที่เขาเลือกและรักเรา) ฝันดีค่ะ ดีต่อใจ คุณเก็บไว้หมด ไม่เคยพูด ไม่เคยโวยวาย ไม่เคยโทรหาเขา นิ่งมาตลอด?

จูน : ค่ะ

วันที่คุณมั่นใจว่ามันไม่ใช่แล้วคือวันไหน?

จูน : จริงๆ ก็มั่นใจมาตลอดตั้งแต่เห็นอะไรต่างๆ แต่ก็ถ้าจะพีคสุดก็ช่วงนี้แหละค่ะ ที่ไปทริปญี่ปุ่นด้วยกัน มันรู้สึกว่าโอ้โห

คุณได้คุยกับหนุ่มมั้ย?

จูน : คุยค่ะ ช่วงที่เราเห็น เราก็ถามว่ามันคืออะไร มันเป็นยังไง ช่วงแรกเขาไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธอะไร แต่หนักๆ เข้าเขาก็ยอมรับ แต่เราก็พยายามดู ประคับประคองว่าเขาจะจัดการอะไรยังไง เราเห็นผู้หญิงเขาก็ยังแบบ…

ฝั่งผู้หญิงคนนั้นเคยติดต่อมามั้ย หรือคุณเคยติดต่อเขาไปมั้ย?

จูน :   จูนไม่เคยทักอะไรไป แต่เขาเคยโพสต์อยู่โพสต์นึงว่าถ้าใครอยากติดต่อเขา อยากคุยกับเขา โทรติดต่อเขาได้ทางช่องทางนี้เลยนะ เขาโพสต์เป็นเบอร์โทรกับไลน์ไว้ให้ แต่เขาก็ลบ

ทำไมถึงไม่คิดติดต่อไป?

จูน : ไม่ค่ะ ไม่ใช่เราไม่เคยเจอเรื่องนี้ สมัยก่อนแต่งงานเขาก็ไม่ธรรมดา เราไม่เคยโทรหาผู้หญิงอยู่แล้ว เพราะเราต้องจัดการคนของเราก่อน ไม่ใช่ว่าเราจะไปเที่ยวโทรไปอาละวาดด่าผู้หญิงคนอื่น นี่คือนิสัยเราอยู่แล้ว เราก็จะจัดการคนของเรา เราจะไม่แตะเขา

คุณจัดการเขายังไง?

จูน : ก็เคลียร์ว่าจะเอายังไง สรุปจะเลิกมั้ย จะเลิกกับเรา หรือจะเลิกกับเขา หรือยังไง ก็ตามปกติครอบครัวค่ะ

เขาบอกว่าเขาจะจัดการเองทางโน้น?

จูน : เขาบอกเดี๋ยวเขาไปจัดการ เขาพูดแนวๆ นี้ค่ะ

มีคลิปนึง คลิปในงานคอนเสิร์ต ที่มีการมอบเงินให้ อันนั้นคอนเสิร์ตประมาณปีไหน?

จูน : ปีที่แล้วค่ะ

ปีกกับเงินที่คุณหนุ่มเอามาใส่ เป็นคอนเสิร์ตปีที่แล้ว คุณไปมั้ย?

จูน : ไปค่ะ

คุณรับรู้เรื่องมาตั้งแต่ปลายปี 63 ปี 64 65 ก็รู้เต็มปี ฉะนั้นงานนี้คุณไป คุณก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงที่มอบเงินคือคนที่กำลังคุยกับสามีของคุณ?

จูน : ทราบค่ะ

แล้วคุณทำยังไง?

จูน : เอาจริงๆ นะอันนี้จูนก็อึ้งนะ คิดว่าเขาต้องมาดูอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าเขาจะมีซีนอะไรแบบนี้ เขาเตี๊ยมกันหรือเปล่าไม่รู้ ไม่พาดพิง แต่เราแค่รู้สึกว่ตอนนั้นอาจมีคนรู้นิดหน่อย เราก็คิดไปว่าถ้าวันหนึ่งคนรู้ วันนั้นคนเป็นหมื่นเลยนะที่รู้ เราก็ไป แล้วมันต้องรู้สึกยังไง

จะบอกว่างานนี้คนไปดูหลายหมื่นคน หลายหมื่นนี้มีคนรู้สามคน คือคุณ หนุ่ม กะลา และผู้หญิงคนนี้ แต่คนที่เจ็บในนี้ มีคุณคนเดียวจากหลายหมื่นคน ขณะที่ทุกคนกำลังเฮๆ คุณจูนยืนเจ็บคนเดียว และกำลังยืนอุ้มลูกอยู่ด้วย?

จูน : ใช่ค่ะ

วันนี้คนหลายหมื่นที่อยู่ในฮอลล์รู้หมด คุณได้คุยกับคุณหนุ่มมั้ย?

จูน : คุยค่ะ ก็ทะเลาะกันแหละ ยอมรับ ก็เคลียร์กัน เขาก็บอกว่าเป็นซีนไม่ได้สร้างซีนอะไร เหมือนแฟนคลับคนหนึ่งมามอบของแปลกๆ ให้ เป็นเงินก็ดูว้าว เขาเหมือนเชิญเป็นหนึ่งในนั้น ที่คุยกันก็ประมาณนี้

จากนั้นก็มีเรื่องราวของนักร้องหนุ่มเสียงนุ่มที่หลุดออกมา ที่ไปญี่ปุ่น คุณเป็นคนปล่อยข่าวมั้ย มีมุมนึงบอกว่าจูนปล่อยข่าวออกมา แม้กระทั่งน้องสาวหนุ่ม กะลา ยังคิดว่าคุณปล่อยออกมาเลย คุณปล่อยมั้ย?

จูน :   ไม่ได้ปล่อยค่ะ ถ้าปล่อยจูนปล่อยไปนานแล้ว เพราะจูนมีมาเยอะแล้ว จนมั่นใจว่าฟ้อง ช่วงปี 64 เรายังอยู่ด้วยกัน ประคับประคอง ไปๆ มาๆ มีทะเลาะกันหรืออะไรเราก็พยายามเก็บหลักฐาน เก็บเงิน เตรียมตัววางแผน ก็เก็บเงินมาเรื่อยๆ เราจะทุบหม้อข้าวตัวเองทำไม คิดในใจ แต่ความจริงก็คือความจริง วันนึงความจริงนั้นก็ต้องเดินมาถึง จูนก็เก็บเอาไว้ เพราะสามีก็เป็นบุคคลสาธารณะ เราก็มีลูกเล็ก ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยที่เราจะเอาเรื่องในบ้านมาแฉ เราไม่ต้องแฉก็ได้ เพราะมีคนคอยพยายามจะบอกตลอดเวลาอยู่แล้ว รอแค่ว่าไทม์มิ่งไหนเท่านั้นเอง

คุณเห็นภาพคลิปญี่ปุ่น ได้รับมาก่อนมั้ย?

จูน : ไม่ได้รับมาก่อน เห็นพร้อมทุกคนค่ะ

หลังจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น คุณหนุ่มได้ขอโทษคุณมั้ย ได้ถามเขามั้ย?

จูน :   ได้คุยกัน ที่ออกมาเรื่องหย่า เราก็คุยกันว่าถ้าเป็นอย่างนี้ก็จัดการให้เรียบร้อยดีกว่า ถ้าเราเคลียร์กันเรื่องทรัพย์สิน การเลี้ยงดูบุตรอะไรต่างๆ จบ สิ้นเดือนนี้ก็คาดว่าจะจบได้ คำพูดนี้จูนพูดเอง

วันก่อนหนุ่ม กะลาไลฟ์  ตกใจมั้ย?

จูน : ตกใจมาก คือเขาพูดสั้นและไม่อธิบาย มันเหมือนกับจะหย่า ก็ค่อนข้างแรง แต่เรามีการพูดคุยจริงๆ ว่าเราจะเอายังไงดี ถ้าเราไปต่อกันไม่ได้ เราก็เป็นพ่อเป็นแม่ ดูแลลูกกันไป ทรัพย์สินแบ่งให้เรียบร้อย ทุกอย่างลงตัวก็ไม่มีปัญหา

หลายคนพูดว่าเขาขอโทษทุกคน แต่ไม่ได้ขอโทษคุณกับลูก เขามีการโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวานอีกครั้ง ตอนนี้อยู่ในสายกับ “หนุ่ม กะลา” คุณเป็นยังไงบ้าง?

หนุ่ม : ก็อ่วมครับ ยับเละครับพี่

ทำไมวันนั้นถึงตัดสินใจไลฟ์ออกมาแบบนั้น?

หนุ่ม : ผมจะขออธิบายว่าผมเป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จ ผมมีทุกเรื่อง ผมสื่อสารกับแฟนเพลง เช่นผมดีใจที่สุด ได้รับรางวัล หรือวันที่ผมเสียใจ ผมก็จะไลฟ์บอกแฟนเพลงตลอด โพสต์บอกตลอด พอวันที่ผมรู้สึกว่าผมทำพลาดที่สุดในชีวิต ผมก็รู้สึกว่าอยากรีบบอกแฟนเพลง เพราะหลายวันที่เป็นข่าวมา มันทำให้ผมเครียดและกดดันมาก ผมเลยรู้สึกว่าไลฟ์สดดีกว่า แต่พอไลฟ์สดจริงๆ แล้ว ด้วยความประหม่า สถานการณ์ไม่เหมือนไลฟ์สดร้องเพลง เรารู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองมากๆ ประเด็นที่คิดว่าจะพูดมันตกไปเยอะมาก จนไลฟ์สดเสร็จ ผมรู้สึกตัวเลยว่ามันไม่ดีเลยครับพี่

ประเด็นคือผู้หญิงคนนั้น วันนี้คุณคิดว่ายังไง ในเมื่อคุณออกมาพูดทั้งหมดแสดงว่ายอมรับไปแล้ว?

หนุ่ม : ยอมรับความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้น และยอมรับความผิดแทนทุกๆ กรณีที่อยู่บนโลกโซเชียล เช่นครอบครัวของผมที่กำลังเริ่มโดนทัวร์ลง หรือแม้แต่บุคคลที่สาม ที่เป็นประเด็นกับผม ผมเป็นคนผิด และรับผิดเองแต่เพียงผู้เดียว เพราะจุดเริ่มต้นมันเริ่มจากผมครับ

พูดแบบนี้เดี๋ยวคนจะเข้าใจว่าคุณปกป้องฝั่งโน้นนะ?

หนุ่ม : ไม่ๆ ผมไม่ได้อยากปกป้องครับ ผมรู้สึกว่าตอนหลังคุณแม่ผมนอนไม่ได้มาหลายคืนแล้วครับ แล้วผมรู้สึกว่าคนที่ออกมาปกป้องผม อย่างน้องสาวผมที่พยายามโพสต์ว่าผมเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ มันเกิดจากความผิดที่ผมเป็นคนลงมือ เป็นความผิดจากการที่ผมเป็นคนเริ่มต้น ผมเลยไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้ไปถึงเขาแล้ว มันคือผมคนเดียว ถ้าผมไม่ทำสิ่งไม่ดีสิ่งนี้ มันจะไม่เกิดผลกระทบกับคนอื่น

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีเหตุที่ฝ่ายโน้นแซะหรือพาดพิงฝ่ายนี้ คุณเคยรู้เรื่องนี้มั้ย คุณไปจัดการฝ่ายโน้นมั้ย เคยพูดกับเขามั้ย?

หนุ่ม : จริงๆ ก็เคยคุยครับ คุยมาโดยตลอด แต่บางสถานการณ์ผมต้องบอกว่าเวลาคนทะเลาะกัน แม้แต่เราโพสต์เรื่องของเรา เขาก็เข้าใจว่ามันโพสต์ถึงเขาได้ครับ แต่ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้มาก เดี๋ยวจะกลายเป็นประเด็นว่าผมโดดไปปกป้องเขาอีกครับพี่

ฝั่งจูนจะเอายังไงกันต่อไป?

หนุ่ม : อย่างแรกที่ผมไลฟ์สดวันนั้นและผมพลาดที่สุดคือ ผมไม่ได้ขอโทษจูน ผมขอโทษจูนตรงนี้เลย ขอโทษจูนมากๆ นะผมพูดคำนี้เสมอว่าผมทำไม่ดีกับจูนมากๆ ผมน้อมรับผิดครับ ผมผิดทุกสิ่งทุกอย่าง ส่วนเรื่องการหย่าวันนั้นผมแค่จะอธิบายว่าวันนั้นมันมีประเด็นข่าว พยายามเล่นว่าผมยื้อไว้ ไม่ยอมหย่า ซึ่งจริงๆ ผมกับจูนคุยกันหลังบ้านตลอดว่าเราจะเอายังไงกันต่อ ซึ่งพอเป็นแบบนี้แล้ว ผมคงต้องให้จูนเป็นคนพิจารณาต่อ แล้วเดี๋ยวเรามาคุยหลังบ้านต่อว่าเราจะยังไงต่อไป แต่ไม่ว่าสถานภาพจะเป็นยังไง ผมก็จะยังดูแลจูนและลูกต่อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขอโทษจูน ขอโทษทุกฝ่าย ขอโทษแฟนเพลงกับสิ่งที่ผมทำพลาดในวันนี้ ทำให้ทุกคนต้องไม่สบายใจครับ

เรื่องงานเป็นยังไงบ้าง?

หนุ่ม :   เมื่อวานได้ยินมาว่ามีบางงานแคนเซิลครับ แต่อัปเดตล่าสุดตอนนี้ก็ยังเหมือนไม่มี แต่เรื่องงานเข้าหรือออก เป็นเรื่องปกติครับ บางทีเขาจองคิวไว้ แต่ร้านอาจยังไม่พร้อม หรืองานยังไม่พร้อม เขาอาจขอเลื่อนไปก่อน แต่เมื่อวานตอนผมทราบเรื่องนี้และพูดบนเวที เป็นตอนที่ผมดาวน์มาก และผมรู้สึกว่าเอาแล้ว เริ่มแล้วครับ

คุณจูนอยากพูดอะไรกับเขามั้ย?

จูน : เรื่องในครอบครัวรายละเอียดปลีกย่อยมันเซนซิทีป เดี๋ยวเราคุยกันหลังบ้านไม่เป็นไร ส่วนเรื่องข้อตกลงอะไรต่างๆ การหย่าหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าข้อตกลงเรียบร้อยทั้งสองฝ่ายก็จบ ไม่มีประเด็น เป็นพ่อเป็นแม่ไป ถ้าข้อตกลงเรียบร้อยเดี๋ยวไปว่ากันในครอบครัว

กังวลใจมั้ยพอเรื่องถูกเปิดมาแบบนี้ มันกระทบไปถึงงานการของหนุ่ม ไม่รู้กระทบเยอะกระทบน้อย แต่มีผลกระทบแน่ๆ แล้วเรื่องของเงินต่างๆ นานา จะยิ่งไปกันใหญ่หรือเปล่า?

จูน : เอาจริงๆ กังวลค่ะ การที่เราไม่พูดแต่แรก ส่วนหนึ่งก็เป็นหน้าที่การงานของสามีด้วย เราก็มีลูก เขาก็ต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงลูกเราด้วย ถึงแม้เราจะมีงาน ดูแลตัวเองได้ก็เถอะ เราสร้างมาขนาดนี้ก็ไม่ได้อยากให้มันพังหรอก เราก็เป็นห่วงตรงนี้ แต่มันเกิดขึ้นแล้ว ก็แก้ไขกันไป มันก็ต้องยอมรับค่ะ

กับผู้หญิงคนนั้นคุณหนุ่มจะทำยังไงต่อ?

หนุ่ม : ผมคิดว่าน่าจะจบความสัมพันธ์ครับ เป็นเรื่องที่ผมอยากพูดเหมือนกัน เพราะเรื่องตอนหย่าที่ผมพูดในไลฟ์สดแล้วไม่เคลียร์ คนส่งข้อความว่าผมเยอะว่าอยากหย่าเพราะจะไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ซึ่งมันไม่ใช่ครับ ผมไม่ได้จะไปเริ่มต้นกับผู้หญิงคนนั้นครับ ตอนนี้พอเป็นแบบนี้ก็ต้องให้เวลาจูน เพราะผมก็ทำเขาเยอะ ผมว่าเราทั้งคู่อาจต้องใช้เวลาเพื่อคุยอะไรกันก่อนสักระยะนึง ว่าตกลงแล้วจะเป็นยังไงต่อเรื่องของเราครับ

คุณยืนยันจะจบความสัมพันธ์ทางโน้น ตอนนี้ประชาชนเฝ้ามองอยู่นะ คุณคือคนที่ประชาชนรักมากๆ คนนึงนะ สิ่งที่พูดจะมีผลในอนาคตนะ?

หนุ่ม : ครับพี่

ที่พูดแบบนี้ถ้าวันนี้คุณประกาศจะยุติความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้นแล้วปรากฏมีคนได้รูปคุณมาอีก ผมขออนุญาตะ บรรลัยเลยนะ หนุ่มต้องคิดดีๆ นะ ชัดเจนใช่มั้ย?

หนุ่ม : ชัดเจนครับพี่

แล้วผู้หญิงคนนั้นจะยอมเลิกเหรอ ดูเขาก็ติดหนึบคุณเหมือนกันนะ?

หนุ่ม : ผมว่าด้วยสถานการณ์นี้ครับพี่ มันจำเป็นครับ มันไม่มีทางเลือก ผมไม่สามารถตอบแทนเขาได้ครับ

ถ้าเขาไม่ยอมยุติกับคุณ คุณจะทำยังไง?

หนุ่ม : ตอบไม่ได้เลยครับ (หัวเราะ) ผมคิดว่าเขาก็คิดเหมือนกัน จากแรงกดดันที่มีจากคนทั้งชาติขณะนี้ครับพี่

เรื่องในบ้านก็ไปคุยกันอีกที มีอะไรอยากพูดอีกมั้ย?

หนุ่ม : ขอโทษจูนอีกครั้งจากใจ และขอโทษทุกคนอีกครั้งที่ทำให้ผิดหวังครับ

สังคมพิพากษาคุณไปบ้าง คุณก็ต้องยอมรับนะ?

หนุ่ม : ครับ

ทนายพัฒน์ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น มั่นใจว่าฟ้องได้?

ทนายพัฒน์ : ดูจากพยานหลักฐานทั้งหมด มั่นใจว่าฟ้องได้ครับ

มีเรื่องระยะเวลามั้ย เรารู้มานานเท่าไหร่แล้ว มีมั้ย?

ทนายพัฒน์ : เนื่องจากพยานหลักฐานเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องมา จนล่าสุดที่ไปญี่ปุ่น ตรงนี้ไม่น่าจะขาดอายุความครับ ตามกฎหมายห้ามเกิน 1 ปีหลังจากที่ทราบเรื่อง แต่ว่าถ้าผู้เข้ามากระทำผิด ทำต่อเนื่องเรื่อยๆ อายุความ 1 ปีจะนับครั้งสุดท้ายครับผม

10 ล้าน?

ทนายพัฒน์ : คุยกันแล้วครับ 10 ล้าน สั่งทีมงานทำเอกสารไปแล้วครับ

อยากพูดอะไรบ้างในมุมคุณจูนหรือมุมฝ่ายหญิงฝั่งโน้น?

ทนายพัฒน์ : ในมุมผม ที่ได้รับมอบหมายจากคุณจูน คือมาปรึกษา ที่อยากฟ้องไม่ใช่การรังแกนะ แต่เป็นการลุกขึ้นมาเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองที่บอกว่าไม่ใช่ฉันนิ่งแล้วยอมนะ ไม่ใช่ฉันไม่ทำอะไรเลย แล้วยอมเธอนะ นี่แหละที่เขาปรึกษาขึ้นมา

จูนเดินหน้าฟ้องแน่นอน ทำไมไม่ฟ้องก่อนหน้านี้?

จูน : เราเก็บหลักฐานด้วย ถ้าเราไม่มั่นใจ เราไม่พูด เราไม่ทำ ตอนนี้เราก็ใช้เวลาดูแลเยียวยาใจตัวเองด้วย เตรียมความพร้อมด้วย เก็บหลักฐานหลายๆ อย่าง จนวันนี้มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว เราคิดว่าไทม์มิ่งนี้เหมาะแล้วที่เราจะต้องฟ้อง

จูนเคยไปสืบประวัติผู้หญิงคนนั้นมั้ย?

จูน : ก็เคยนะคะ ก็สืบอยู่ ว่าเป็นใครทำอะไร

เขาร่ำรวยมากมั้ย?

จูน :   ก็จากที่เขาโพสต์นะคะ ก็รวยมากค่ะ

เคยเห็นคลิปเต้นๆ ของเขามั้ย?

จูน : (หัวเราะ) ที่เด้งๆ ไม่เห็น แต่เห็นแล้วตกใจค่ะ อันนี้เพิ่งเห็นค่ะ

เห็นเขาปีนต้นมะพร้าวมั้ย?

จูน : (หัวเราะ) ก็เพิ่งเห็นเหมือนกันค่ะ

ทำไมจูนไม่คิดคุยกับเขา?

จูน : ไม่รู้จะคุยอะไร จะให้ถามอะไร จะให้โทรไปถามว่าอะไร ฮัลโหล ขอสามีพี่คืนเถอะ อย่ายุ่งกับสามีพี่เหรอ คือเรารู้อยู่แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น ก็เลยไม่มีประโยชน์จะคุยกับเขา เราก็จัดการของเราดีกว่า ว่าจะเอายังไง จะจัดการเมื่อไหร่ เราเคลียร์กับสามีเราดีกว่า

เมื่อกี้เปิดคลิปผู้หญิงคนนั้นไป หนุ่มเคยเห็นคลิปมั้ย?

หนุ่ม : เห็นครับ

เด้งนะ?

หนุ่ม : ครับพี่ (หัวเราะ)

หนุ่มกังวลอะไรในใจ?

หนุ่ม : ผมกลัวว่าสิ่งที่ผมพูดมันจะไม่ดีเหมือนตอนที่ผมไลฟ์ครับ เหมือนผมไม่กล้าพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น หรือแม้แต่บุคคลที่สาม หรือครอบครัว ผมไม่รู้จริงๆ ว่าการพูดวันนี้มันจะกลับมาแทงผมอีกมั้ย

ตอนนี้ความกลัวของหนุ่ม พอพูดออกมาทำให้เริ่มกลับไปแทงหนุ่มอีกแล้วนะ เชื่อว่าตอนนี้แฟนคลับสังคมไทยจับตาดูอยู่ เขาต้องการความชัดเจน พี่ก็ไม่ใช่คนดี เฮียเหมือนกัน วันนี้ต้องชัดเจน จะเอายังไงกับฝั่งโน้นก็ต้องพูดให้ชัด คงไม่ต้องพูดคำว่าก็คิดว่า มันต้องคิด ไม่คือไม่ หนุ่มเข้าใจมั้ย ความหมายมันต่างกัน สังคมฟังแล้วเอาคำนี้ไปพูดกันได้ ก็คิดว่าคงจะยุติครับ กับ ยุติครับ มันต่างกัน ความชัดเจนมันต่างกัน วันนี้หนุ่มไม่ต้องห่วงใคร ห่วงตัวเอง ห่วงลูก ถึงวันนี้สถานภาพคุณกับจูนไปคุยกันหลังบ้าน พี่ไม่รับรู้ คุณจะหย่าหรือไม่หย่ากัน หรือต่อไปอาจกลับมาคบกันเหมือนเดิม อันนี้เป็นส่วนของคุณ แต่วันนี้หนุ่มต้องเอาตัวเองออกมาก่อน เรื่องของลูก อย่าไปสนใจว่าผู้หญิงคนนั้นเขาจะโกรธคุณมั้ย เขาจะเสียหายมั้ย เพราะตอนนี้คุณเสียหนัก คุณต้องชัดเจน ไม่ต้องกลัวอะไร ถ้าคุณพูดแบบชัดเจน วันนี้คุณจะเอายังไง เอาชัดๆ เลย?

หนุ่ม : ยืนยันกับทุกคนว่าจบความสัมพันธ์แน่นอนครับ

มุมลูกกับจูนจะเอายังไงต่อไป?

หนุ่ม : จูนกับลูกที่ผ่านมาผมดูแลดีตลอด จากนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต่อให้เราไปคุยกันได้ กลับมาเป็นบ้านที่อบอุ่นเหมือนเดิม หรือคงสถานภาพความเป็นพ่อเป็นแม่ ผมก็ยืนยันว่าจะดูแลเขาอย่างดีเหมือนที่ผ่านมาตลอดครับ ผมจะทำสิ่งนั้นต่อไปครับ

ลูกล่ะ กังวลใจมั้ยว่าวันนี้สิ่งที่มันเกิดขึ้น จะไปมีผลกับเขา?

หนุ่ม : ครับ ก็จะดูแลอย่างดีที่สุดครับพี่ จริงๆ ก็แอบกังวลใจว่าถ้าข่าวยังอยู่ต่อไป แล้วเขาโตขึ้นและเห็นสิ่งนี้ครับก็แอบกังวลครับ

ตอนนี้ไม่รู้ว่าปัญหาภายในคืออะไร เท่าที่ทราบมา เหมือนสองฝั่งแยกกันอยู่ช่วงระยะนึง มันไม่เกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ใช่มั้ยที่แยกกันอยู่?

หนุ่ม : ไม่เกี่ยวครับ แต่ผมยอมรับตามจริงว่าในการแยกกันช่วงแรกเกิดจากผู้หญิงคนนี้ครับ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา ว่าเกิดสิ่งนี้ขึ้น ทำให้ผมกับจูนทะเลาะกัน จนทำให้ผมออกจากบ้าน แต่ช่วงระยะนึงที่ผมแยกออกมา มันก็มีบางอย่างที่มันไม่ได้เกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้เลย เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่ผมกับจูนต้องมาคุยกันครับ

วันนี้การที่เราแยกกันอยู่ อาจทำให้มีประเด็นอื่นๆ เข้ามา ทำให้มองว่าในเมื่อเราแยกกันอยู่ การดูแลตัวเองก็แยกกันงี้เหรอ?

หนุ่ม : ผมว่าเป็นปัญหาส่วนตัวครับ มีบางเรื่องที่ผมไม่เคยคุยกับจูน และผมรู้สึกว่าพอผมแยกออกมา ผมก็รู้สึกว่าทำไมผมไม่เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ทำไมผมไม่ได้อย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งเรื่องนี้ผมต้องกลับไปคุยกันอีกทีครับ

คุณพร้อมคุยมั้ย?

จูน : ได้ค่ะ

วันนี้เชื่ออย่างนึงว่าสังคมจับประเด็นว่าคุณกับผู้หญิงคนนั้นจะเอายังไงกันต่อไป พูดจากใจตรงๆ เลยนะทั้งสองท่าน พี่ไม่อยากสัมภาษณ์เรื่องนี้เลย พี่กลัว พี่ก็จังไรมาก่อน เราชื่อเหมือนกันด้วย ไม่อยากให้คนคิดว่าคนชื่อหนุ่มจังไรทุกคน?

หนุ่ม : ครับ (หัวเราะ)

พี่ไม่รู้หรอกว่าอนาคตเป็นยังไง มนุษย์มันมีคำว่าพลาด วันนั้นอาจเป็นวันที่เราซวยก็ได้ อาจตั้งใจก็ดี หรือไม่ตั้งใจก็ดี แต่อยากบอกหนุ่มว่า พี่เข้าใจคำว่ามนุษย์ผู้ชายเป็นอย่างดี เวลาเห็นน้ำที่มีแหน อยากลองความแข็งแกร่งของตัวเอง แล้วโดดลงน้ำ มันก็ไม่สนใจใคร แต่เมื่อไหร่โดดไปแล้ว รู้ว่าว่ายไม่ไหว ก็ต้องรีบขึ้นฝั่งทันที แล้วเช็ดหนีแหนออก แต่ถ้าคุณคิดว่าคุณจะประลองกำลังโดยการว่ายน้ำทวนแหนไปเรื่อยๆ คุณจะตายเอง หนุ่มจงจำคำพูดที่พี่พูดไว้นะ เราต้องอย่าตายเพราะแหน เราต้องกลับขึ้นมาให้ได้ ต้องเช็ดแหนทิ้งไป เพราะมันไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับชีวิตเรา เข้าใจความหมายของพี่นะ?

หนุ่ม : เข้าใจครับ

สิ่งที่สำคัญวันนี้คือลูก?

หนุ่ม : ชัดเจนและยืนยันครับ

สังคมคนไทยถ้ารู้ว่าผิดแล้วไม่กลับไปทำอีก สังคมให้อภัย พี่เป็นคนเละเทะมาก่อน แต่วันนึงสังคมให้อภัย เราก็ต้องใช้โอกาสนั้นให้ถูกต้องด้วย?

หนุ่ม : ครับพี่

วันนี้จูนจะฟ้องผู้หญิงคุณโอเคมั้ย?

หนุ่ม : ให้เป็นสิทธิ์ของจูนได้เลยครับ โอเคครับพี่

จะไม่ขวางไม่เกี่ยวข้องเรื่องนี้?

หนุ่ม : ไม่ขวางครับ

สำคัญที่สุดในชีวิตคือลูกนะ?

หนุ่ม : สำคัญที่สุดในชีวิตครับ

ระหว่างพักเบรก เราคุยกันว่าคุณสื่อสารคำพูดออกมาไม่เป็น ผมเพิ่งเข้าใจว่าคุณกลัวว่าจะโดนด่าอีกเหมือนตอนที่คุณไลฟ์สด คุณประหม่าที่จะพูด ถูกมั้ย?

หนุ่ม : ใช่ครับพี่

ไม่ต้องกลัว ถ้าชัดเจน จะมีบางสิ่งบางอย่างคุ้มครองคุณเอง แต่ก็ต้องยอมรับคนด่าสารพัดสารเพ ตอนนี้เห็นแค่ ค. อย่าทำให้ ว. กับ ย. ตามมานะ?

หนุ่ม : ครับพี่

ไม่อยากทำเลยจริงๆ กลัว?

จูน : (หัวเราะ)

คุณฟ้องแน่นอน?

จูน :   ฟ้องแน่นอนค่ะ

ทนาย?

ทนายพัฒน์ : ตามสิทธิ์เลยครับ

เขามีสิทธิ์ฟ้องกลับมั้ย?

ทนายพัฒน์ : ถ้าตราบใดที่เราทำไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นจริง เราไม่ได้บิดข้อเท็จจริงอะไร ก็ไม่ได้ผิดตรงไหนนี่ครับ

หลังจากนี้คิดจะติดต่อไปหาเขามั้ย?

จูน : มอบอำนาจหน้าที่ให้คุณทนายจัดการเลยค่ะ

คุณเคยเจอเขามั้ย?

จูน : เจออย่างในคอนเสิร์ต เจอค่ะ แต่เจอกันแบบนั้นไม่มีค่ะ

เดี๋ยวต้องไปคุยกันหลังบ้าน?

จูน : ค่ะ มีเรื่องทรัพย์สินและการเลี้ยงดูบุตรหลายๆ อย่างที่ต้องคุยกัน

ใจตอนนี้คิดว่ายังไง?

จูน : นาทีนี้ใจก็คิดว่าจะหย่าค่ะ ไม่อยากตอบว่ามีโอกาสคุยกันมั้ย มันเป็นเรื่องอนาคต ตอนนี้เราก็ผ่านการทำใจ เตรียมตัวมาพักนึงแล้ว เราก็รู้สึกว่าเราเป็นพ่อแม่ของลูก ช่วยกันเลี้ยงลูก เป็นเพื่อนกันในอนาคตดีกว่า ณ ตอนนี้นะคะ มันก็เป็นแผลในใจเราเนอะ เราก็ระแวง ไม่อยากทะเลาะกันให้ลูกเห็น คนเราเคยมีมันก็ระแวง ณ ตอนนี้นะ ก็คิดว่าถ้าแยกออกมาแล้วดูแลลูกได้ดี เอาผลประโยชน์ของลูกเป็นหลักจะดีกว่าค่ะ

อยากพูดอะไรกับแฟนคลับคุณหนุ่ม กะลา?

จูน : ขอบคุณกำลังใจ (ยกมือไหว้) ขอบคุณกำลังใจที่ส่งมาให้จูน ถ้าใครเจอแบบนี้ ถ้าเราเป็นภรรยาจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ถ้ามีคนมาล้ำเส้นเรา เราควรใช้สิทธิ์ตามสิทธิ์ที่เรามีได้ ถ้ามันเกิดความเสียหายกับร่างกายและจิตใจเราก็ควรจะทำ ส่วนแฟนเพลง แฟนคลับหรือใครก็แล้วแต่ จูนก็ไม่ได้อยากเห็นใครพังทลายไป ยิ่งเป็นคนในครอบครัว ไม่ใช่แค่ว่าคนนี้เป็นสามีเรา เราปกป้อง มันอิมแพ็กมาถึงลูกเราด้วย หลายๆ อย่าง แม้ว่าเขาไม่ใช่สามีเรา หรือเป็นคนอื่น เราก็ไม่ได้อยากเห็นใครพังทลายไป คิดว่าเขาก็ได้รับบทเรียนที่หนักมากที่สุดในชีวิตเขาแล้วล่ะ ตั้งแต่เรารู้จักกันมา 27 ปี ก็คิดว่าเขาได้รับบทเรียนแล้วค่ะ ก็แล้วแต่สังคม ถ้าเขาปรับปรุงตัวเองได้ พิสูจน์ให้เราและสังคมเห็นว่าเขาสำนึกผิดจริงๆ เขาปรับตัวได้ ก็ควรให้โอกาส แล้วแต่สังคมค่ะ

คุณผู้หญิงท่านนั้นลงจากต้นมะพร้าวได้แล้ว ไม่ใช่ต้นอื่นนะ แล้วลงมาเด้งหน้าเด้งหลังนะ เขารวยมาก ทำไมฟ้องแค่ 10 ล้าน?

ทนายพัฒน์ : ตามที่พี่จูนมอบหมายมา เราเอาตามความเหมาะสม เราไม่ได้ฟ้องเพื่อรวยเหมือนเขา แต่เราฟ้องเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของเรา และปกป้องศักดิ์ศรีของเรา แค่นั้นเองครับ