หมิง ชาลิสา เดินสายแจกการ์ดงานแต่ง 16 ม.ค. 68 ตื่นเต้นใกล้ถึงวันสำคัญ

หมิง ชาลิสา เดินสายแจกการ์ดงานแต่ง 16 ม.ค. 68 ตื่นเต้นใกล้ถึงวันสำคัญ

12 ม.ค. 2568 13:52 น.

หมิง ชาลิสา เดินสายแจกการ์ดงานแต่ง 16 ม.ค. 68 ตื่นเต้นใกล้ถึงวันสำคัญ

เตรียมนับถอยหลังเข้าสู่งานวิวาห์แล้ว สำหรับ หมิง จิรกิติยา หรือ หมิง ชาลิสา บุญครองทรัพย์ นางสาวไทยประจำปี 2546 เป็นนางสาวไทยคนที่ 40 ของประเทศไทย หลังจากที่แฟนหนุ่ม อรรถ วิสุทธิ์ รังษิณาภรณ์ เซอร์ไพรส์คุกเข่าขอนางเอกสาวแต่งงานในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ซึ่งงานวิวาห์จะมีขึ้นในวันที่ 16 มกราคม 2568 ใกล้วันสำคัญเช่นนี้ก็ทำเอาว่าที่เจ้าสาวป้ายแดงตื่นเต้นสุดๆ

ล่าสุดว่าที่เจ้าสาวป้ายแดง หมิง ได้เดินสายแจกการ์ดงานแต่งเรียบหรูอลังการให้กับผู้ใหญ่ที่เคารพรักและเหล่าบรรดาเพื่อนสนิท โดยหมิงได้โพสต์รูปภาพขณะกำลังมอบการ์ดงานแต่งพร้อมระบุข้อความว่า “น้องหนีไปก่อนละนะ รอแต่งหลังพี่ไม่ไหวละ ขอบคุณเฮีย @kueng_chalermchai ที่ดูแล & สั่งสอน น้องตลอดมา ทั้งเวอร์ชั่นนุ่มนวล บางทีก็ Hardcore จนน้องมาถึงฝั่งละนะ รักเฮียนะฮับ และพี่หมอ @moraek8 ที่น่ารักของน้อง เจอกันนะค้า”

ท่ามกลางแฟนๆ ที่เข้ามาแสดงความยินดีกับว่าที่เจ้าสาวป้ายแดงกันอย่างล้นหลาม บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

นางเอกป้ายแดง “เคท คัทรียาฑ์” มี “ญาญ่า” เป็นไอดอล

นางเอกป้ายแดง "เคท คัทรียาฑ์" มี "ญาญ่า" เป็นไอดอล

12 ม.ค. 2568 06:39 น.

นางเอกป้ายแดง “เคท คัทรียาฑ์” มี “ญาญ่า” เป็นไอดอล

มากกว่าความจริง ยิ่งกว่าความฝัน สำหรับ เคท คัทรียาฑ์ บาวเวนส์ สาวลูกครึ่งไทย-เบลเยียม ล่าสุดขึ้นแท่นนางเอกดาวรุ่ง ละคร “แซด พาวเวอร์” ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 โลดแล่นวงการบันเทิงแบบงงๆ หลังความฝันถูกพับเก็บมานาน วีกนี้เลยชักชวนสาวเคทมาขึ้นปก “มาลัยไทยรัฐ” มาพร้อมความสดใส กับแฟชั่นหวานซ่อนเปรี้ยว รับปี 2025 ยอมรับชีวิตกว่าจะก้าวมาจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มีนางเอกตัวท็อปอย่าง ญาญ่า–อุรัสยา นางเอกในดวงใจ เป็นแรงบันดาลใจให้ขับเคลื่อน

กว่าจะมายืนจุด “นางเอก” สาวเคทเป็นนักแสดงในสังกัด สกายบ็อกซ์ฯ ผ่านการชิมลางละครครูเพ็ญศรีเลดี้ปอบ, ละคร “ชะนีปีชง” ก่อนหน้า ที่แฟนๆ อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันมาบ้าง ล่าสุดก็ผงาดขึ้นแท่น “นางเอกป้ายแดง” ในละคร “แซด พาวเวอร์” กับเรื่องราวกำลังสนุกๆ ซึ่งสาวเคทแฮปปี้สุดๆ หลังกระแสตอบรับดีงามเกินคาดสุดๆ “ชื่นใจมากเลยค่ะ ญาติๆก็ชมว่าสนุก เนื้อเรื่องก็น่าติดตามมาก ยังมีคนมาคอยคอมเมนต์ในแอป X (ทวิตเตอร์) ก็ตามอ่านอยู่ เขาจะเรียกแก้ม ชื่อตัวละคร อ่านแล้วก็ใจฟู เพราะตอนถ่ายกดดันตัวเองพอสมควรเพราะไม่เคยได้รับบทสำคัญมาก่อน เป็นนางเอกเรื่องแรกเลย เรารู้สึกตอนถ่ายกดดันตัวเอง ก่อนถ่ายนอนไม่หลับ พอมีคนชมการแสดงเป็นธรรมชาติก็รู้สึกใจฟูขึ้น”

ไม่ได้สวยๆ เล่นๆ แต่สาวเคท-คัทรียาฑ์ ก้าวมาเป็น “นางเอก” เต็มตัว ถือว่าเป็นความฝันด้วยหรือเปล่า “จริงๆก็ไม่ได้เป็นความฝันชัดเจนตั้งแต่แรก แต่เป็นความฝันเล็กๆน้อยๆ ตอนเด็กชอบดูทีวี โตมาชอบดูหนังเหมือนเป็นความฝันที่พับเก็บไว้ พอโตขึ้นมาก็รู้สึกว่าอยากลองดูสักครั้ง ก็ลองส่งแคสต์ดูปรากฏว่าผ่าน พอได้โอกาสตรงนี้มาก็อยากทำให้เต็มที่ กลายเป็นความฝันที่ชัดเจนที่สุดในตอนนี้ คือเริ่มจากชอบดูการแสดงก่อน คนนี้เก่งจังเลยเลยรู้สึกอยากเป็นเหมือนเค้า อยากมีคนชมแบบนี้บ้าง” จริงๆเรามีใครเป็นไอดอล “จริงๆชอบหลายคนมาก แต่ถ้าเป็นนักแสดงไทยคนแรกๆเลยจะเป็นพี่ญาญ่า เหมือนรักแรกพบนิดนึงเพราะโตมาก็ดูละครที่พี่ญาญ่าเล่น ตั้งแต่หนูยังเด็ก เปิดทีวีเจอหน้าพี่ญ่าเลยเป็นหนึ่งแรงบันดาลใจค่ะ”

ร่วมงานนักแสดงรุ่นพี่ รุ่นใหญ่ฝีมือขั้นเทพเป็นยังไงบ้าง “ตอนแรกที่รู้รายชื่อนักแสดงก็เครียดไปอีก เจออาดาว (ดวงดาว จารุจินดา) เจอพี่จาตุรงค์ มกจ๊ก เคยเห็นทุกคนในทีวีมาก่อน เราก็รู้ว่าแต่ละคนเขามีความสามารถมากๆ เก่งการแสดงมาก แค่เห็นรายชื่อเคทก็ตายแล้วๆ ทำยังไงดี กดดันขึ้นไปอีก เจอจริงๆทุกคนน่ารักมากๆ ให้คำแนะนำทำให้หนูกล้าแสดงมากขึ้น” เห็นว่าเราปลื้มพี่หยิ่น-อานันท์ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอได้มาร่วมงานกันจริงๆ เป็นยังไงบ้าง “คือดูผลงานของพี่เค้าก็รู้สึกว่าพี่เขาเล่นเก่ง แสดงดี พอได้ร่วมงานด้วย พี่เขาเป็นคนเก่งมากเวลาแสดงมีความเป็นธรรมชาติสูง พี่เค้าเป็นคนชิลค่ะ ตลกกว่าที่คิด เป็นคนง่ายๆ สบายๆ มีช่วยต่อบทให้บ้างและเรื่องนี้ต้องขอบคุณอาดาว คอยเรียกเด็กๆมาต่อบทกัน”

มาอัปเดตสถานะหัวใจกันบ้าง สวยๆแบบนี้มีแฟนหรือยัง สาวเคทตอบแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด…“โสดสนิทค่ะ (หัวเราะ)” โสดเพราะไม่มีเวลาหรือยังหาคนถูกใจไม่ได้ “ไม่มีใครมาจีบเลย งงมาก แม่ตั้งคำถามว่าไม่มีคนเข้ามาจีบจริงๆเหรอ ก็ไม่มีจริงๆ” คนต้องคิดว่ามีแฟนแล้วรึเปล่า “บางทีมีคนทักเหมือนกัน ไม่มีจริงเหรอ? ก็ไม่มีจริงๆ” ถ้ามีแฟนตอนนี้ถามจริงๆ แม่ไฟเขียวมั้ย “แม่บอกว่าไม่ต้องรีบ ตัวหนูเองก็มีมายด์เซตคล้ายๆแม่ว่าแบบเรื่องนี้ไม่ควรต้องรีบ ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป ถ้าจะมีก็จะเป็นความรักที่ดีเองไม่ต้องไปตามหา ถ้าถึงเวลาถูกที่ถูกเวลาเดี๋ยวมีเข้ามาเอง” ช่วงที่ผ่านมาเทศกาลต่างๆ เวลาเห็นเพื่อนมีแฟนเรารู้สึกตะหงิดๆบ้างมั้ย “จะเป็นแบบเซ็งมากกว่าทำไมถึงไม่มาเที่ยวกับเรา ชวนเพื่อนเหมือนกันแต่เลือกที่จะไปกับแฟนเค้า เขาจะทิ้งคนโสดไว้คนเดียว ชวนก่อนนะ เซ็งเพื่อน ชวนแล้วนะแต่เพื่อนไม่เลือกไปกับเรา เพื่อนมีกันหมดเลย สุดท้ายอยู่กับแม่” เป็นคนเดียวในกลุ่มไม่มีแฟน “ใช่ค่ะ ไม่ได้รู้สึกเหงา รู้สึกโอเค เวลาไปเที่ยวไปเดินเล่นอะไรไป มีเวลาให้ตัวเอง”.

บุคคลในข่าว 13 มกราคม 2568

บุคคลในข่าว 13 มกราคม 2568

13 ม.ค. 2568 04:40 น.

บุคคลในข่าว 13 มกราคม 2568

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ.2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออกแทนพระองค์ ณ วังสระปทุม ทรงพระสุหร่ายสรงนํ้าพระอิศวร พระแม่อุมาเทวี พระพิฆเนศวร พระขันธกุมาร พระพรหม พระแม่สุรัสวตีเทวี พระนารายณ์ พระแม่ลักษมี และพระแม่ภูมิเทวี ในการพระราชพิธีตรียัมพวาย-ตรีปวาย เมื่อวันเสาร์ 11 มกราคม.

เมื่อการเมืองไม่ใช่การละครอีกต่อไป งานแต่ง ธนาธร โล่ห์สุนทร สส.ลำปาง เขต 2 พรรคเพื่อไทย กับ รภัสสรณ์ นิยะโมสถ สส.ลำปาง เขต 4 พรรคประชาชน ที่มีอดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานฝ่ายเจ้าบ่าว และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นประธานฝ่ายเจ้าสาว เปิดใจคนหัวอกเดียวกัน อดีตผู้นำทักษิณ บอกเหงาที่หายไปจากเวทีการเมือง อยากกลับมาช่วยประเทศ อยากกลับมาช่วยแก้ปัญหา ส่วน พิธา บอกให้ อดีตนายกฯทักษิณรักษาสุขภาพ .ส่วนการเมืองในอนาคต เพื่อไทย กับ พรรคประชาชน จะจับมือกันได้หรือไม่ พิธา แบ่งรับแบ่งสู้ เป็นการตัดสินใจของผู้บริหารพรรคประชาชน ในฐานะ คนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ตัดสินใจอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นการร่วมงานทางการเมืองระหว่าง เพื่อไทย กับ พรรคประชาชน ต้องปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของคนสองคน ระหว่าง นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ไม่ได้ไปร่วมงานสละโสดของสมาชิกพรรคทั้งคู่ การเมืองยังอยู่ในมิติการขบเหลี่ยมเฉือนคมอยู่ดี

เล่นเพลิน – สุมา วงษ์พันธุ์ และ ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ เปิดงาน “ICONSIAM The ICONIC Children’s Playground 2025” ชวนเด็กมาสวมบทเป็นนักบินอวกาศฉลองวันเด็ก โดยมี สรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ, เคเค ชิน, ณัฏฐ์ภัษ ปณชัยบัลลังก์ และ อารยา เอ ฮาร์เก็ต มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.

จับตาวิบากกรรมการเมืองข้ามปี อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์สื่อ ความคืบหน้า คำร้องขอให้ยุบ 6 พรรคร่วมรัฐบาล ที่เป็นในส่วนของ พรรคเพื่อไทย 3-4 คำร้อง อยู่ในระหว่างการพิจารณารวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เท่าที่ทราบ ได้เชิญผู้ร้องมาให้ถ้อยคำแล้ว โดยได้ออกหนังสือเชิญให้ผู้ถูกร้องมาให้ถ้อยคำด้วยเช่นกัน ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่ เพราะต้องเปิดให้ผู้ถูกร้องแก้ข้อกล่าวหา จากนั้นจะส่งเรื่องให้ เลขาธิการ กกต. พิจารณาเรื่องข้อกฎหมาย ก่อนที่ กกต.จะพิจารณา ถ้าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย อีกระลอก ส่วนคำร้องให้พิจารณาการที่ อดีตผู้นำทักษิณ ชินวัตร ไปปราศรัยช่วย ผู้สมัครนายก อบจ. หาเสียงโดยอ้าง นโยบายรัฐบาล ที่ จะลดค่าไฟให้เหลือหน่วยละ 3.70 บาทเป็นความผิดหรือไม่ ได้รับคำตอบว่า ยังก้ำกึ่ง แปลว่าอาจไม่มีปัญหา หรืออาจมีปัญหาก็ได้…..จบข่าว

เดอะมอลล์จัดให้ – ศุภลักษณ์ อัมพุช มอบเงินจำนวน 200,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี กฤษณา อัมพุช, เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ, พลอยชมพู อัมพุช, อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส อัมพุช และ นงนุช นามวงศ์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.

ไหนๆก็ไหนๆ เริ่มต้นศักราชใหม่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ พรรคเพื่อไทย รับเป็นเจ้าภาพเสนอ แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้ตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีคำตอบสุดท้ายจากเสียง สว. พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือ วิปวุฒิสภา ยืนยันการประชุมร่วมของรัฐสภา (สส.กับ สว.) เพื่อพิจารณาแก้ไข ม.256 และเพิ่มหมวดการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เลื่อนการพิจารณาไปเป็นวันที่ 13-14 ก.พ. เนื่องจาก สว.ขอเวลาศึกษาเนื้อหาให้รอบคอบ โดยที่ สว.จะเชิญ นักกฎหมาย นักวิชาการ รวมถึงผู้ที่เคยร่างรัฐธรรมนูญ มาให้ความเข้าใจกับ สว. การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะประเด็นที่ ให้ตัดเสียง สว.จำนวน 1 ใน 3 ออกจากความเห็นชอบในชั้นรับหลักการและวาระสาม อาจเป็นการ ขัดกับหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ต้องใช้ระบบสองสภาถ่วงดุลกัน ดังนั้น สว.อยากให้ผู้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564 ให้รอบคอบ สรุปได้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ตัดอำนาจของ สว. อาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญที่ สว.ไม่เห็นด้วย…..ไปตายเอาดาบหน้า

เพิ่มความรู้ – รัชชา สุทธิมา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เปิดโครงการเพิ่มศักยภาพข้าราชการฝ่ายตุลาการ ข้าราชการศาลยุติธรรม พนักงานราชการและลูกจ้างในศาลอาญา โดยมี วิพัศวัชร พึ่งชลารักษ์ และ กบิลพล แตงผลดก มาร่วมงานด้วย ที่ศาลอาญา วันก่อน.

ภารกิจ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร นอกจากจะลงพื้นที่แบบถี่ๆ ขยันเปิดตัวนโยบายประชานิยม สร้างคะแนนนิยม ในบรรยากาศการเมืองอึมครึม วันที่ 17 ม.ค.นี้ นายกฯแพทองธาร จะคิกออฟโครงการ บ้านเพื่อคนไทย เร็วขึ้น โดย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จะเปิดให้ บริการลงทะเบียนขอมีบ้าน ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ หรือ ผ่านช่องทางออนไลน์ http://www.บ้านเพื่อคนไทย.th งานนี้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ชี้แจงความชัดเจนการใช้พื้นที่นำร่องของการรถไฟ จำนวน 4 แห่ง กว่า 5,800 หน่วย ได้แก่ บริเวณพื้นที่สถานีบางซื่อ กม.11 สถานีเชียงใหม่ สถานีเชียงรากน้อย และ สถานีธนบุรี ซึ่งจะพัฒนาเป็น คอนโดมีขนาดห้อง 30–51 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังมี โครงการบ้านชั้นเดียวขนาด 50 ตารางเมตร ด้วย โดยผู้มีสิทธิต้องเป็นผู้มีรายได้ ณ วันลงทะเบียน ไม่เกิน 50,000 บาทต่อเดือน ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอาคารสิ่งปลูกสร้างใช้เป็นที่พักอาศัยทุกประเภท และ ห้ามโอนสิทธิในโครงการภายในระยะเวลา 5 ปี จากนั้น วันที่ 20-25 ม.ค. นายกฯแพทองธาร จะโกอินเตอร์ร่วมประชุม World Economic Forum ที่ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อีกกระทอก

มอบของขวัญ – พล.ต.กรกฎ ภู่โชติ, สมกมล จิราธิวัฒน์ และ สุกุลยา เอื้อวัฒนะสกุล มอบของขวัญในโครงการ “มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์” ปีที่ 15 ให้เด็กในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พล.ต.กิตติวัฒน์ แจ่มจิรารักษ์ มาร่วมงานด้วย ที่ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี วันก่อน.

การพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งระดับรองผู้บัญชาการและรองจเรตำรวจ ลงมาจนถึงผู้บังคับการประจำปี 2567 ที่มี นายกฯแพทองธาร เป็นประธานการประชุม มีชื่อนายตำรวจคนดัง อาทิ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว บิ๊กเต่า รอง ผบช.ก. ไปเป็นรอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ บิ๊กจ๋อ ผบก.สส.บช.น. ขยับเป็นรอง ผบช.น. พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.ตม.3 เป็นรอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. เป็นรอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. ขยับเป็นรอง ผบช.ก. เป็นต้น

ครบวงจร – ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ และ ภก.ณัฐพันธุ์ นิมมานพัชรินทร์ ลงนามความร่วมมือการยกระดับตรวจคัดกรองและรักษาโรคอัลไซเมอร์ เพื่อพัฒนาการดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจร โดยมี กรพจน์ อัศวินวิจิตร และ ดร.เสาวลักษณ์ ด่านสกุล มาร่วมในพิธีด้วย ที่โรงแรมเรเนซองส์ วันก่อน.

ตามเวลาท้องถิ่น ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ครอบครัววิชัย ศรีวัฒนประภา อดีตประธานกลุ่มคิง เพาเวอร์ และสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ได้ยื่นคำฟ้องต่อ ศาลอังกฤษ เรียกค่าเสียหายจาก บริษัทผู้ผลิตเฮลิคอปเตอร์ กรณีการเสียชีวิตของ อดีตผู้บริหารคิง เพาเวอร์ จำนวน 2,148 ล้านปอนด์หรือ 9.1 หมื่นล้านบาทแล้ว

สังคมวันนี้

เวลา 08.30 น. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย เปิดงานสมัชชาสุขภาพสันนิบาตเทศบาล ที่ห้องแกรนด์ เอบี โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

ศพ คุณแม่นงลักษณ์ ศรีละมุล มารดา พรศักดิ์ ศรีละมุล ตั้งสวดที่วัดควนวิเศษ อ.เมืองตรัง ถึง 13 ม.ค. ฌาปนกิจศพ 14 ม.ค. เวลา 13.00 น.

เติบโต – พชร ธนวงศ์เกษม, ภคกรณ์ แดงชาคร, นิสาภรณ์ ฤกษ์อร่าม และ ออมสิน ศิริ ให้การต้อนรับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เพื่อเสนอการดำเนินงานและศักยภาพการเติบโตของบริษัทบางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป ในโอกาสเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ที่บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ วันก่อน.
ไว้ใจได้ – ธนชัย ชัยกิตติวนิช จัดงาน “Meet New Face of Smooth E” เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ของสมูทอี เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ Gen Z มีผิวบอบบางแพ้ง่าย พร้อมแนะนำพรีเซนเตอร์ใหม่ ศิริลักษณ์ คอง และ กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ ที่ศูนย์การค้าวัน แบงค็อก วันก่อน.


“อินทรีเหล็ก”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

ปธน. ยุนซอกยอล จะได้รับเงินเดือนเพิ่ม แม้ถูกสั่งงดปฏิบัติหน้าที่

ปธน. ยุนซอกยอล จะได้รับเงินเดือนเพิ่ม แม้ถูกสั่งงดปฏิบัติหน้าที่

13 ม.ค. 2568 15:04 น.

ปธน. ยุนซอกยอล จะได้รับเงินเดือนเพิ่ม แม้ถูกสั่งงดปฏิบัติหน้าที่

รัฐบาลเกาหลีใต้เผยว่า ประธานาธิบดียุน ซอก ยอล จะได้รับเงินประจำปีเพิ่มขึ้นอีก 3% แม้ว่าเขาจะถูกถอดถอนจากตำแหน่ง และถูกสั่งงดปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากการประกาศกฎอัยการศึกชั่วคราวก็ตาม

ตามรายงานของรัฐบาลเมื่อวันอาทิตย์ (12 ม.ค.) ประธานาธิบดียุน ซอก ยอล จะได้รับเงินประจำปีประมาณ 262.5 ล้านวอน หรือราว 6.2 ล้านบาทในปีนี้ หรือเฉลี่ยเดือนละราว 517,030 บาทก่อนหักภาษี ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากปีที่แล้ว และรายงานของกระทรวงการจัดการบุคลากร เงินเดือนของเจ้าหน้าที่สาธารณะของเกาหลีจะเพิ่มขึ้น 3% ในปีนี้จากปีที่แล้ว โดยเงินเดือนของประธานาธิบดีจะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

ดังนั้นจึงเท่ากับว่านายยุน ซึ่งไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่มาตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมปีที่แล้ว จะได้รับเงินเดือนประจำปีเพิ่มขึ้นประมาณ 7.5 ล้านวอน เมื่อเทียบกับตัวเลข 254.9 ล้านวอนของปีก่อน

โดยในช่วงหกเดือนข้างหน้า นายยุนจะได้รับเงินประมาณ 130 ล้านวอน หรือราว 3.07 ล้านบาท ระหว่างกระบวนการพิจารณาคดีถอดถอนที่ศาลรัฐธรรมนูญ แม้ว่าจะไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ใดๆ ในฐานะประธานาธิบดีก็ตาม

ทั้งนี้ ตามมาตรา 38 ของพระราชบัญญัติศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องมีการตัดสินภายใน 180 วันนับจากวันที่ได้รับคดี แม้ว่าจะไม่ใช่กำหนดเวลาที่มีผลผูกพันทางกฎหมายก็ตาม

ตั้งแต่ถูกถอดถอนในเดือนธันวาคม นายยุนได้ต่อต้านความพยายามในการสอบสวนและจับกุมเขาในข้อหาก่อกบฏและใช้อำนาจในทางมิชอบ ส่งผลให้ประเทศตกอยู่ในความวุ่นวายทางการเมืองมากขึ้น และแม้ถูกพักการปฏิบัติหน้าที่ แต่นายยุนก็ยังคงดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้จะตัดสินให้เขาพ้นจากตำแหน่ง

นายยุนอ้างถึงภัยคุกคามจาก “กองกำลังต่อต้านรัฐ” และเกาหลีเหนือ เพื่อเป็นเหตุผลในการประกาศกฎอัยการศึก อย่างไรก็ตาม ไม่นานก็ชัดเจนว่าการเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้เกิดจากภัยคุกคามภายนอก แต่เกิดจากปัญหาทางการเมืองในประเทศ

ข่าวการขึ้นเงินเดือนของยุนทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ชาวเกาหลีใต้ บางคนบอกว่าพวกเขาไม่เชื่อว่าเขาจะยังคงได้รับเงิน ในขณะที่เขาถูกพักงาน บางคนบนโซเชียลมีเดียชี้ให้เห็นว่าการขึ้นเงินเดือนของยุน 3% นั้นเกือบจะเป็นสองเท่าของการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศ

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาความปลอดภัยของนายยุน ได้ขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนเข้าจับกุมเขาที่บ้านพักประธานาธิบดี ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้หมายจับเบื้องต้นหมดอายุลงในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 7 ม.ค. แต่ศาลกรุงโซลได้ขยายเวลาในเวลาต่อมา

เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังเตรียมการสำหรับการพยายามจับกุมนายยุนอีกครั้ง และได้ขอความช่วยเหลือจากตำรวจ

เมื่อวันจันทร์ เจ้าหน้าที่กล่าวว่าความพยายามในการจับกุมนายยุน จะต้องหลีกเลี่ยง “การสูญเสียหรือการนองเลือด” นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเตือนด้วยว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและสมาชิกรัฐสภาอาจถูกจับกุมได้หากขัดขวางการจับกุม

ทนายความของยุนกล่าวว่า การมอบหมายให้ตำรวจและเจ้าหน้าที่สอบสวนจับกุมประธานาธิบดี ถือเป็น “การทรยศต่อสาธารณชน” โดยอ้างว่าหมายจับนั้น “ผิดกฎหมาย” พวกเขายังเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ในทีมจับกุมไม่สวมหน้ากากเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ก่อจลาจลบุกเข้าไปในสถานที่ลับระดับชาติและปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ในกรุงโซล ประชาชนหลายพันคนเข้าร่วมการประท้วงทั้งเพื่อสนับสนุนและต่อต้านนายยุน ในฝั่งของผู้ต่อต้าน แสดงความต้องการให้ประธานาธิบดีถูกถอดถอนและจับกุม จากความพยายามใช้กฎอัยการศึก ส่วนฝ่ายผู้สนับสนุนมองว่าคำสั่งกฎอัยการศึกมีเหตุผลเพียงพอที่จะปกป้องประชาธิปไตยของเกาหลีใต้

ด้านฮัน ด๊อกซู ซึ่งดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีหลังจากนายยุนถูกถอดถอน และถูกรัฐสภาถอดถอนไปแล้ว จะได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นปีละ 3% เป็น 204 ล้านวอน ราว 4.82 ล้านบาท.

ที่มา The Korea Times

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

“มหากุมภะเมลา” เทศกาลศักดิ์สิทธิ์ เริ่มแล้วในอินเดีย คาดมีคนเข้าร่วมกว่า 400 ล้าน

"มหากุมภะเมลา" เทศกาลศักดิ์สิทธิ์ เริ่มแล้วในอินเดีย คาดมีคนเข้าร่วมกว่า 400 ล้าน

13 ม.ค. 2568 13:33 น.

“มหากุมภะเมลา” เทศกาลศักดิ์สิทธิ์ เริ่มแล้วในอินเดีย คาดมีคนเข้าร่วมกว่า 400 ล้าน

ผู้คนนับล้านเดินทางมาเพื่อเข้าร่วมเทศกาลของชาวฮินดูที่มีชื่อว่า กุมภะเมลา หรือที่เรียกอีกอย่างว่า มหากุมภะ ซึ่งถือเป็นงานรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ ณ เมืองปรายาคราช ทางตอนเหนือของอินเดีย โดยเริ่มต้นขึ้นในวันนี้ (13 ม.ค.) เป็นวันแรก

งานดังกล่าวซึ่งจัดขึ้นทุก ๆ 12 ปี จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. ถึง 26 ก.พ. เป็นเวลา 45 วัน และในช่วง 6 สัปดาห์ต่อจากนี้ ผู้ศรัทธาจะอาบน้ำที่สังคัม ซึ่งเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของอินเดีย แม่น้ำยมุนา และแม่น้ำสรัสวดี

ชาวฮินดูเชื่อว่าการลงแช่ตัวในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์จะช่วยชำระล้างบาป ชำระล้างจิตวิญญาณ และปลดปล่อยตนเองจากวัฏจักรแห่งการเกิดและการตาย เนื่องจากเป้าหมายสูงสุดของศาสนาฮินดูคือการหลุดพ้นจากบาป คาดว่าจะมีนักแสวงบุญประมาณ 400 ล้านคนเข้าร่วมงาน ซึ่งเป็นงานที่ยิ่งใหญ่จนสามารถมองเห็นได้จากอวกาศ

โดยในวันจันทร์ คาดว่าจะมีผู้แสวงบุญประมาณ 5-8 ล้านคนอาบน้ำ และในวันถัดไป คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 20 ล้านคน ส่วนการประกอบพิธีในวันอังคาร ผู้เข้าร่วมเทศกาลจะได้พบนักบวชฮินดูเปลือยกายเปื้อนเถ้าถ่าน ซึ่งเรียกว่า นาคาสาธุ ลงจุ่มตัวในแม่น้ำในเมืองทางตอนเหนือของอินเดียในยามรุ่งสาง

ขณะที่ทางการกำลังเร่งเตรียมการเพื่อให้เมืองมีความพร้อมสำหรับต้อนรับผู้คนนับล้านที่หลั่งไหลเข้ามาตลอดเทศกาล ที่รวมถึงผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยว โดยได้จัดตั้งเมืองเต็นท์ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว่า 25,000 ไร่ขึ้นริมฝั่งแม่น้ำ

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันอาทิตย์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนพิธีจะเริ่มขึ้น พื้นที่หลายส่วนของเมืองปรยาคราช หรือชื่อเดิมคือเมืองอัลลาฮาบัด รัฐอุตตรประเทศ ยังคงดูเหมือนอยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยหลายจุดพบว่ายังไม่มีน้ำและไฟฟ้าใช้ ห้องน้ำหลายพันห้องยังไม่ได้ติดตั้ง และหลายห้องที่ติดตั้งไปแล้วไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากยังไม่มีการต่อน้ำ

นายวิเวก ชาตูร์เวดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของเมือง กล่าวว่า การเตรียมการเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว และระบบทั้งหมดจะพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนทางการได้สร้างถนนชั่วคราวระยะทาง 650 กิโลเมตร และตั้งเต็นท์และห้องน้ำหลายหมื่นห้อง ประชาชนกว่า 100,000 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกว่า 40,000 คน กำลังทำงานตลอดเวลาเพื่อให้งานนี้ประสบความสำเร็จ

เทศกาลซึ่งสิ้นสุดลงในวันที่ 26 ก.พ ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติโดยสำนักงานยูเนสโกแห่งสหประชาชาติ ที่มาของเทศกาลนี้มาจากเรื่องเล่าในตำนานเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างเทพเจ้าและอสูรเพื่อแย่งชิงกุมภะ หรือเหยือกน้ำอมฤตที่ผุดขึ้นมาจากมหาสมุทรที่กำลังปั่นป่วน

ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงหม้อยาอายุวัฒนะที่จะให้พวกเขาเป็นอมตะ ก็มีหยดน้ำจำนวนหนึ่งหกลงมาในสี่เมือง ได้แก่ ปรยาคราช หริทวาร์ อุชเชน และนาสิก ในขณะที่การต่อสู้ดำเนินไปเป็นเวลา 12 ปีบนสวรรค์ ซึ่งแต่ละปีเท่ากับ 12 ปีบนโลก เทศกาลกุมภะเมลาจะจัดขึ้นทุก ๆ 12 ปีในเมืองทั้งสี่แห่ง โดยจะมีการจัดพิธีกุมภะครึ่งรอบระหว่างสองเทศกาล และเทศกาลมหากุมภะเมลาที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเคยทำลายสถิติผู้เข้าร่วมงานมากที่สุด มักจัดขึ้นที่เมืองปรยาคราช.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ เลื่อนฉายซีรีส์สารคดีใน Netflix ร่วมอาลัยไฟป่าคุกคามแคลิฟอร์เนีย

เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ เลื่อนฉายซีรีส์สารคดีใน Netflix ร่วมอาลัยไฟป่าคุกคามแคลิฟอร์เนีย

13 ม.ค. 2568 11:09 น.

เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ เลื่อนฉายซีรีส์สารคดีใน Netflix ร่วมอาลัยไฟป่าคุกคามแคลิฟอร์เนีย

“With Love, Meghan” ซีรีส์แนวไลฟ์สไตล์ของ Netflix ที่ผลิตและนำแสดงโดยเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ ซึ่งบอกเล่าวิถีชีวิตในแถบเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย จะยังไม่สตรีมในเดือนนี้ตามแผนเดิม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวกำลังเผชิญกับเหตุไฟป่ารุนแรงที่สร้างความเสียหายอย่างหนัก

โดยเมแกนระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ว่า เธอขอขอบคุณพันธมิตร Netflix สำหรับการสนับสนุนการเลื่อนการเปิดตัวครั้งนี้ เพื่อที่จะได้มุ่งเน้นไปที่ความต้องการของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าในรัฐแคลิฟอร์เนียบ้านเกิดของเธอ

โดยซีรีส์เรื่องนี้จะเลื่อนไปสตรีมครั้งแรกในวันที่ 4 มีนาคม จากเดิมที่วางแผนจะเริ่มสตรีมในวันที่ 15 มกราคม

สารคดี “With Love, Meghan” ถ่ายทำในมอนเตซิโต รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเป็นเนื้อหาที่เมแกนแบ่งปันเคล็ดลับส่วนตัวและเทคนิคต่าง ๆ โดยจะนำเสนอความสนุกมากกว่าความสมบูรณ์แบบ และแสดงให้เห็นว่าความงามสามารถสร้างขึ้นได้ง่าย แม้ในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เมแกนและเจ้าชายแฮร์รี ดัชเชสและดยุคแห่งซัสเซ็กซ์ ได้เดินทางไปที่ศูนย์ประชุมพาซาดีนา ไปพบปะและให้กำลังใจกับผู้เผชิญเหตุคนแรกและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าร้ายแรง และยังได้พูดคุยกับโฮเซ่ อันเดรส ผู้ก่อตั้งองค์กร World Central Kitchen (WCK) ด้วย

โดยขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตจากไฟป่าแอลเอเพิ่มเป็น 24 ศพ ขณะที่หน่วยงานพยากรณ์อากาศในแคลิฟอร์เนียเตือน ลมแรงมาอีกระลอกอาจทำให้ไฟป่าในบริเวณรอบลอสแอนเจลิสจะกลับมาโหมแรงขึ้นอีกในสัปดาห์นี้ ทีมดับเพลิงภาคพื้นดินต้องเร่งคุมไฟป่า 3 จุดที่ยังลุกลามอยู่.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เมแกน

ไฟป่า LA คร่าแล้ว 24 ศพ คาดลมแรงระลอกใหม่โหมไฟหนักอีก

ไฟป่า LA คร่าแล้ว 24 ศพ คาดลมแรงระลอกใหม่โหมไฟหนักอีก

13 ม.ค. 2568 09:45 น.

ไฟป่า LA คร่าแล้ว 24 ศพ คาดลมแรงระลอกใหม่โหมไฟหนักอีก

ไฟป่า LA : ยอดผู้เสียชีวิตจากไฟป่าแอลเอเพิ่มเป็น 24 ศพ ขณะที่หน่วยงานพยากรณ์อากาศในแคลิฟอร์เนียเตือน ลมแรงมาอีกระลอกอาจทำให้ไฟป่าในบริเวณรอบลอสแอนเจลิสจะกลับมาโหมแรงขึ้นอีกในสัปดาห์นี้ ทีมดับเพลิงภาคพื้นดินต้องเร่งคุมไฟป่า 3 จุดที่ยังลุกลามอยู่

ยอดผู้เสียชีวิตจากไฟป่าแอลเอเพิ่มเป็น 24 ศพ ขณะที่หน่วยงานพยากรณ์อากาศในแคลิฟอร์เนียเตือน ลมแรงมาอีกระลอกอาจทำให้ไฟป่าในบริเวณรอบลอสแอนเจลิสจะกลับมาโหมแรงขึ้นอีกในสัปดาห์นี้ ทีมดับเพลิงภาคพื้นดินต้องเร่งคุมไฟป่า 3จุดที่ยังลุกลามอยู่

เจ้าหน้าที่เตือนว่าหลังจากสุดสัปดาห์ที่ลมค่อนข้างสงบ จนการดับเพลิงมีความคืบหน้ามากขึ้น ลมซานตาอานา ซึ่งเป็นลมร้อนและแห้งจากพื้นที่ทะเลทรายของแคลิฟอร์เนียจะพัดเข้าพื้นที่อีกครั้งตั้งแต่คืนวันอาทิตย์จนถึงวันพุธ โดยลมอาจมีความเร็วสูงสุดถึง96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งขณะนี้ไฟป่า 3 จุดยังคงลุกไหม้ในพื้นที่รอบลอสแอนเจลิส แม้ทีมดับเพลิงจะสามารถควบคุมไฟขนาดใหญ่ได้บางส่วน แต่เจ้าหน้าที่เตือนว่าลมที่กำลังมาอาจสร้างสภาวะลมที่อันตรายถึงขั้นวิกฤตทำให้ทั้งเขตลอสแอนเจลิสอยู่ในสถานะเสี่ยงต่อไฟป่า โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับความช่วยเหลือจากทีมดับเพลิงจากอีก 8รัฐ รวมถึงแคนาดาและเม็กซิโกที่เดินทางมาสมทบ ขณะนี้มีนักดับเพลิงกว่า 14,000 คนในภูมิภาคทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย พร้อมเครื่องบินดับเพลิง 84 ลำ และรถดับเพลิง 1,354 คัน

ล่าสุด สำนักงานชันสูตรศพของลอสแอนเจลิสเคาน์ตีปรับยอดผู้เสียชีวิตในวันอาทิตย์เป็น 24 ศพแล้ว โดย16 ศพถูกพบในไฟป่า อีตัน และอีก 8 คนในพื้นที่พาลิเสดส์ โดยยังมีผู้สูญหายอย่างน้อย 16 คน

คริสติน คราวลีย์ หัวหน้าหน่วยดับเพลิงเมืองลอสแอนเจลิส เรียกร้องให้ประชาชนที่อยู่ใกล้เขตอพยพเตรียมพร้อมที่จะออกจากพื้นที่ทันทีหากมีคำสั่ง และขอให้หลีกเลี่ยงการใช้ถนนเพื่อลดอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่

สำหรับความเสียหายล่าสุดไฟป่าที่ใหญ่ที่สุดคือพาลิเสดส์ ซึ่งได้เผาผลาญพื้นที่กว่า58,000 ไร่ และควบคุมได้ 11% แล้ว ส่วนไฟป่าอีตัน ซึ่งเป็นไฟป่าที่ใหญ่เป็นอันดับ 2ได้เผาผลาญพื้นที่กว่า 35,400 ไร่ และควบคุมได้ 27% ส่วนไฟป่าเฮิร์ส ขยายตัวเป็นกว่า 2,000 ไร่ และเกือบจะควบคุมได้ทั้งหมด

ทั้งนี้ มีรายงานการจับกุมผู้ต้องสงสัยลักทรัพย์ในเขตอพยพบังคับอย่างน้อย 29 คน โดยสองคนถูกจับได้ว่าปลอมตัวเป็นนักดับเพลิงเพื่อขโมยของจากผู้ที่อพยพ ซึ่งทางการได้ขอกำลังจากกองกำลังพิทักษ์ชาติ เพิ่มเติมอีก 1,000 นาย จากที่มีอยู่แล้ว 400 นาย.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไฟป่า

เชลยทหารเกาหลีเหนือในยูเครนเผย ถูกหลอกไปรบ เพราะเข้าใจว่ากองทัพส่งไปฝึก

เชลยทหารเกาหลีเหนือในยูเครนเผย ถูกหลอกไปรบ เพราะเข้าใจว่ากองทัพส่งไปฝึก

13 ม.ค. 2568 09:15 น.

เชลยทหารเกาหลีเหนือในยูเครนเผย ถูกหลอกไปรบ เพราะเข้าใจว่ากองทัพส่งไปฝึก

ประธานาธิบดีเซเลนสกี ของยูเครนเผยว่า พร้อมจะส่งตัวเชลยทหารเกาหลีเหนือ 2 รายกลับประเทศบ้านเกิดอย่างปลอดภัย แลกตัวกับทหารยูเครนที่ถูกจับในรัสเซีย ด้านเชลยศึกชาวเกาหลีเหนือบอกว่า ตอนแรกเข้าใจว่ากองทัพส่งไปฝึกซ้อม แต่ไปถึงกลายเป็นสมรภูมิจริง

วันที่ 13 มกราคม 2568 นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครน กล่าวว่า เขายินดีที่จะส่งมอบทหารชาวเกาหลีเหนือ 2 นายที่ถูกจับได้กลับสู่ประเทศบ้านเกิดของพวกเขา เพื่อแลกกับเชลยศึกชาวยูเครนที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในรัสเซีย

ผู้ทั้งนำยูเครนกล่าวว่า ทหารเกาหลีเหนือทั้ง 2 นาย ถูกจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา ขณะนี้รักษาอาการบาดเจ็บอยู่ในกรุงเคียฟ และเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนพวกเขาอยู่ และหากทหารเกาหลีเหนือทั้งสองนายยืนยันว่า ไม่ต้องการกลับประเทศ เขาก็จะเสนอทางเลือกอื่นๆให้

โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ไม่ได้ปฏิเสธว่ารัสเซียใช้กองทหารเกาหลีเหนือในสงครามกับยูเครน โดยกล่าวว่าเป็นการตัดสินใจภายใต้อำนาจอธิปไตยของรัสเซีย ทางด้านยูเครนและเกาหลีใต้ รายงานเมื่อปลายปีที่แล้วว่า เกาหลีเหนือส่งทหารอย่างน้อย 10,000 นายไปยังรัสเซีย และกองกำลังเกาหลีเหนือประสบความสูญเสียจำนวนมาก

ทางด้านสำนักข่าวยอนฮับ ของเกาหลีใต้ รายงานว่า หน่วยข่าวกรองของเกาหลีเหนือเผยว่า ทหาร 1 ใน 2 นายที่ถูกยูเครนจับกุม ได้ให้การระหว่างการสอบสวนว่า เขาคิดว่าไปฝึกซ้อม ไม่ได้ไปทำสงครามกับยูเครน

ทางด้านหน่วยงานความมั่นคงของยูเครน กล่าวว่าได้ซักถามทหารทั้ง 2 นายผ่านล่ามภาษาเกาหลี โดยร่วมมือกับหน่วยข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ เนื่องจากทหารทั้ง 2 นายพูดภาษายูเครน รัสเซีย และอังกฤษไม่ได้

รายงานข่าวยังระบุว่า เชลยศึกชาวเกาหลีเหนือที่มีบัตรประจำตัวทหารรัสเซียกล่าวว่า เขาเกิดในปี 2005 และเข้ารับราชการในกองทัพเกาหลีเหนือตั้งแต่ปี 2021 ส่วนอีกคนเกิดในปี 1999 และเข้ารับราชการในตำแหน่งพลแม่นปืนตั้งแต่ปี 2016. 

เจ้ากรมน้ำ LA โดนชี้เป้า รู้ปัญหาก่อนแต่ไม่แก้ ทำน้ำไม่พอใช้ดับไฟป่า

เจ้ากรมน้ำ LA โดนชี้เป้า รู้ปัญหาก่อนแต่ไม่แก้ ทำน้ำไม่พอใช้ดับไฟป่า

13 ม.ค. 2568 08:42 น.

เจ้ากรมน้ำ LA โดนชี้เป้า รู้ปัญหาก่อนแต่ไม่แก้ ทำน้ำไม่พอใช้ดับไฟป่า

ซีอีโอของสำนักงานจัดการน้ำและพลังงานของนครลอสแอนเจลิสกำลังถูกกล่าวโทษว่า มีส่วนต้องรับผิดชอบที่ทำให้การรับมือไฟป่าลอสแอนเจลิสเป็นไปอย่างยากลำบาก

สำนักข่าวเดลีเมลรายงานว่า น.ส. จานิส กีโญเนส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสำนักงานจัดการน้ำและพลังงานของนครลอสแอนเจลิส (LADWP) กำลังถูกกล่าวหาโดยคนในของสำนักงานดับเพลิงประจำเมือง ว่า เป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความล้มเหลว ที่ทำให้ไฟป่าแพลลิเสด (Palisades Fire) เผาผลาญสิ่งปลูกสร้างไปแล้วมากกว่า 5,000 หลัง

ตามรายงานของเดลีเมล นครลอสแอนเจลิสทุ่มเทงบประมาณตามคำสั่งของนาง คาเรน แบส นายกเทศมนตรี เพื่อจ้างผู้มีความสามารถจากภาคเอกชนเข้ามาบริหารสำนักงานจัดการน้ำและพลังงาน และได้ตัว น.ส. จานิส กีโญเนส เข้ามาในเดือนพฤษภาคม โดยเธอรับค่าจ้างสูงถึง 750,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี มากกว่าคนก่อนเกือบเท่าตัว

แต่ตอนนี้ น.ส.กีโญเนสกำลังถูกคนในสำนักงานดับเพลิงลอสแอนเจลิส (LAFD) กล่าวโทษว่า ปล่อยให้อ่างเก็บน้ำใกล้ลอสแอนเจลิสขาดการเชื่อมต่อกับระบบน้ำประปา และปล่อยให้หัวจ่ายน้ำดับเพลิงเสียมาหลายเดือน จนทำให้เจ้าหน้าที่ไม่มีน้ำใช้รับมือกับไฟป่าแพลลิเสด ที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

จานิส กีโญเนส (หลังสุด) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสำนักงานจัดการน้ำและพลังงานของนครลอสแอนเจลิส (LADWP)

เดลีเมลได้ข้อมูลอีกว่า เจ้านายเก่าของกีโญเนสก็เคยพัวพันกับเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับไฟป่า โดยเธอเคยเป็นรองประธานบริษัท “แปซิฟิก แก๊ส แอนด์ อิเล็กทรอนิก” (PG&E) ระหว่างปี 2564-2566 โดยบริษัทนี้เคยล้มละลายมาก่อนเพราะต้องจ่ายเงินชดเชยมหาศาลที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดไฟป่าหลายครั้งในแคลิฟอร์เนีย

สายไฟฟ้าของ PG&E ถูกระบุว่าเป็นตัวจุดประกายไฟทำให้เกิดไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดอันดับที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของแคลิฟอร์เนีย นั่นคือ “ไฟป่าดิกซี” (Dixie Fire) ในปี 2564 นอกจากนั้นยังมีส่วนเกี่ยวข้องในไฟป่าแคมป์ (Camp Fire) ในปี 2561 จน PG&E ต้องจ่ายเงินยุติการฟ้องร้องถึง 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตอนที่ PG&E ยื่นเรื่องล้มละลายในปี 2561 พวกเขามีหนี้สินจากการต้องจ่ายค่าชดเชยทำให้เกิดไฟป่าถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่พวกเขาจะกลับออกมาจากสถานะล้มละลายได้ในปี 2563

แหล่งข่าวบอกกับเดลีเมลว่า นับตั้งแต่ที่ น.ส.กีโญเนสเข้ามาทำงานใน LADWP เธอก็เข้าควบคุมการเปิดและการระบายน้ำของอ้างเก็บน้ำ “ซานตา อีเนส” (Santa Ynez) ในย่าน แปซิฟิก แพลลิเสด ในฤดูไฟป่า ซึ่งการปิดเขื่อนดังกล่าวทำให้น้ำที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้รับมือไฟป่ารอบล่าสุดหมดเร็วขึ้น

ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำ ซานตา อีเนส ถูกออกแบบมาให้กักเก็บน้ำดื่มได้ 117 ล้านแกลลอน แต่มันกลับถูกปิดทำการเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เพื่อซ่อมแซมรอยแตกที่อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดื่มกินของน้ำในเขื่อน แต่การปิดเขื่อนนี้ได้รับการเปิดเผยเป็นครั้งแรกโดย แอลเอ ไทม์ส เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา

นายมาร์ติน อดัมส์ อดีตผู้จัดการใหญ่ของ LADWP กล่าวว่า การมีอ่างเก็บน้ำ ซานตา อีเนส อาจช่วยในการรับมือไฟป่าแพลลิเสด ซึ่งเผาผลาญชุมชน แปซิฟิก แพลลิเสด จนราบได้ในระดับหนึ่ง แต่มันอาจป้องกันไฟป่าไม่ได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในสำนักงานดับเพลิงลอสแอนเจลิสบอกกับเดลีเมลว่า เจ้าหน้าที่ของ LADWP บอกกับพวกเขาว่า หากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ไม่ถูกปิดก็น่าจะไม่เป็นอะไร และพวกเขาก็อาจจะมีน้ำเพียงพอรับมือกับไฟป่า

ในงานแถลงข่าวเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา น.ส.กีโญเนสระบุว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงขาดแคลนน้ำเนื่องจากความดันในระบบน้ำประปาลดต่ำ เพราะน้ำที่สำรองอำนาจถูกใช้ไปเร็วกว่าน้ำที่ถูกเติมเข้ามา

แต่อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสของ LAFD บอกกับเดลีเมลว่า การขาดแคลนน้ำเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปกติไปแล้ว และยิ่งแย่หนักเมื่อ LADWP ไม่ยอมซ่อมแซมหัวจ่ายที่น้ำถูกตัดขาด

“ทุกปี สำนักงานดับเพลิงจะไปตรวจสอบหัวจ่ายน้ำทุกแห่ง” อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสกล่าว “ตลอดอาชีพของผม เราทำแบบนั้นกันปีละครั้ง แล้วจึงส่งรายงานปัญหาทั้งหมดที่เราเจอให้แก่หน่วยหัวจ่าย และปีแล้วปีเล่า ที่หัวจ่ายเดิมๆ จะมีปัญหาเดิมๆ ที่ไม่ได้รับการแก้ไข” “นี่เป็นปัญหาที่รู้กันทั่วเมือง”

เมื่อปีก่อน หน้าที่ตรวจสอบหัวจ่ายน้ำดับเพลิงถูกส่งกลับไปให้ LADWP อีกครั้ง เนื่องจากนักดับเพลิงไม่มีเวลามากพอ “ผมกล้าเดิมพันเลยว่า LADWP ไม่ได้ตรวจสอบหรอก ผมอยากจะเห็นจริงๆ ว่า พวกเขามีเอกสารหรือเปล่า”

ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงอาวุโสที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน LAFD บอกกับเดลีเมลว่า หัวจ่ายน้ำในแพลลิเสดบางแห่งไม่ทำงาน ในตอนเจ้าหน้าที่พยายามจะใช้มันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และสาเหตุที่มันไม่ได้รับการแก้ไขก็เพราะงบประมาณถูกนาง คาเรน แบส นายกเทศมนตรีตัดไป

เดลีเมลอ้างด้วยว่า พวกเขาได้เมโมที่ถูกส่งถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานดับเพลิงลอสแอนเจลิสเมื่อ 6 ม.ค. หรือ วันเดียวก่อนที่ไฟป่าแพลลิเสดจะเริ่มขึ้น เปิดเผยข้อเรียกร้องจากนางแบส ว่าต้องการตัดงบประมาณของ LAFD อีก 49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทบกับที่ตัดไปแล้วก่อนหน้านี้อีก 17.3 ล้านดอลลาร์

ด้านสำนักข่าว ลอสแอนเจลิส เดลี นิวส์ รายงานก่อนหน้านี้ว่า เงินโดยรวมที่ลอสแอนเจลิสใช้จ่ายไปกับสำนักงานดับเพลิง เพิ่มขึ้น 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีงบประมาณ 2567-2568 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนกรกฎาคมนี้ แต่งบ 7 ล้านถูกแยกเอาไว้ต่างหากเป็นกองทุนแยกสำหรับบุคลากร ขณะที่การเจรจาเรื่องรายจ่ายไม่ลงตัว ทำให้งบประมาณหายไป 1.76 หมื่นล้านดอลลาร์

ผลกระทบจากการวางแผนงบประมาณดังกล่าวหมายความว่า จะมีพนักงานดับเพลิงลงพื้นที่ปฏิบัติงานน้อยลงเป็นเวลาหลายปี

ก่อนจะเกิดไฟป่าครั้งล่าสุด LADWP ก็เพิ่งผ่านพ้นเรื่องอื้อฉาวมากมาย รวมถึงกรณีของนาย เดวิด ไรท์ อดีตผู้จัดการใหญ่ที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก 6 ปี ในข้อหารับสินบนจำนวน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากทนายความ พอล พาราดิส แลกกับการมอบสัญญาแก่บริษัทของนายพาราดิส โดยไม่ต้องมีการประมูล

ขณะที่ตัวนายพาราดิสก็ได้รับเงินผิดกฎหมายจำนวน 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากแผนการซับซ้อนที่ทำให้เขาได้เป็นทนายว่าความให้ทั้ง LADWP และเป็นตัวแทนของชายบ้านที่ฟ้องร้ององค์กรแห่งนี้ ฐานออกระเบียบการคิดค่าน้ำค่าไฟใหม่ในปี 2556 ทำให้ราคาสูงขึ้นอย่างไม่ถูกต้อง โดยความผิดนี้ทำให้เขาถูกศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี ในปี 2566

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : dailymail

“มาลาลา” จวกตาลีบัน ในอัฟกานิสถาน ไม่มองผู้หญิงเป็นมนุษย์

“มาลาลา” จวกตาลีบัน ในอัฟกานิสถาน ไม่มองผู้หญิงเป็นมนุษย์

13 ม.ค. 2568 06:12 น.

“มาลาลา” จวกตาลีบัน ในอัฟกานิสถาน ไม่มองผู้หญิงเป็นมนุษย์

มาลาลา ยูซาฟไซ นักเคลื่อนไหวคนดัง ร่วมประชุมว่าด้วยสิทธิสตรีและกล่าวประณามรัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถาน ที่ห้ามผู้หญิงและเด็กหญิงเข้าถึงการศึกษา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 12 ม.ค. 2568 ว่า มาลาลา ยูซาฟไซ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรี ออกมาเรียกร้องให้ผู้นำมุสลิมท้าทายรัฐบาลตาลีบัน ในอัฟกานิสถาน และนโยบายกดขี่สตรีและเด็กหญิงของพวกเขา

“พูดง่ายๆ ตาลีบินในอัฟกานิสถานไม่มองผู้หญิงเป็นมนุษย์” มาลาลากล่าวที่การประชุมสุดยอดสากลว่าด้วยเรื่องการศึกษาของเด็กผู้หญิงในชาติมุสลิม ซึ่งจัดโดยปากีสถาน ที่กรุงอิสลามาบัด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

มาลาลาบอกกับเหล่าผู้นำมุสลิมว่า นโยบายของตาลีบัน ซึ่งรวมถึงการห้ามผู้หญิงรับการศึกษา และหยุดให้ผู้หญิงทำงานนั้น ไม่มีอะไรเป็นอิสลามเลย

ทั้งนี้ มาลาลา ยูซาฟไซ ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 27 ปีแล้ว อพยพออกจากปากีสถานตั้งแต่ตอนอายุ 15 ปี หลังจากเธอถูกสมาชิกกลุ่มตาลีบันปากีสถานลอบยิงที่ศีรษะ ฐานที่เธอพูดรณรงค์เรื่องการศึกษาของผู้หญิงและเด็กหญิง

ที่การประชุมสุดยอดในกรุงอิสลามาบัด เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพรายนี้กล่าวว่า เธอรู้สึกตื้นตันและมีความสุขมากที่ได้กลับมายังประเทศบ้านเกิดของเธอ เนื่องจากเธอกลับปากีสถานเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นหลังเกิดเหตุลอบยังเมื่อปี 2555 และนี่นับเป็นการกลับมาครั้งแรกของเธอนับตั้งแต่ปี 2561

มาลาลากล่าวว่า รัฐบาลตาลีบันในอัฟกานิสถานกำลังสร้างระบบที่แบ่งแยกทางเพศขึ้นมาอีกครั้ง ตาลีบันกำลังลงโทษผู้หญิงและเด็กหญิงที่กล้าแหกกฎที่คลุมเครือของพวกเขา ด้วยการทุบตี จับกุม และทำร้ายพวกเธอ แล้วบังหน้าด้วยคำว่าวัฒนธรรมและศาสนา แต่ที่จริงมันขัดกับทุกอย่างที่เรายึดถือศรัทธา

รัฐมนตรีและนักวิชาการจากชาติที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมหลายประเทศ เดินทางมาเข้าร่วมการเสวนาในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตาลีบันในอัฟกานิสถานไม่ส่งตัวแทนมาร่วม แม้จะได้รับคำเชิญจากองค์กรความร่วมมืออิสลาม (OIC), รัฐบาลปากีสถาน และกลุ่มสันนิบาตโลกมุสลิม

อนึ่ง กลุ่มตาลีบันยึดอำนาจในอัฟกานิสถานได้สำเร็จในปี 2564 แต่รัฐบาลของพวกเขายังไม่ได้รับการยอมรับจากชาติใดในโลก โดยมหาอำนาจตะวันตกระบุว่า ตาลีบันจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายจำกัดสิทธิเสรีภาพของผู้หญิงพวกเขา

ปัจจุบัน อัฟกานิสถานเป็นประเทศเดียวในโลกที่ผู้หญิงถูกห้ามเข้าศึกษาระดับมัธยมหรือสูงกว่านั้น นอกจากนี้ พวกเธอยังถูกห้ามฝึกฝนเป็นหมอตำแยและพยาบาลเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ปิดกั้นเส้นทางสุดท้ายที่พวกเธอจะได้รับการศึกษาที่สูงขึ้นในอัฟกานิสถานลง

มาลาลาบอกด้วยว่า การศึกษาของเด็กหญิงในหลายประเทศกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เช่นที่กาซา อิสราเอลทำลายระบบการศึกษาไปทั้งหมด

เธอยังเรียกร้องให้ผู้ร่วมประชุม ประณามการละเมิดสิทธิในการศึกษาของเด็กหญิง และชี้ว่า วิกฤติในหลายประเทศรวมถึงอัฟกานิสถาน, เยเมน และซูดาน หมายความว่า อนาคตของเด็กหญิงได้ถูกขโมยไปแล้วทั้งหมด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc