หญิงชาวออสเตรียโดนลักพาตัวในไนเจอร์ ยังไม่ทราบชะตากรรม

หญิงชาวออสเตรียโดนลักพาตัวในไนเจอร์ ยังไม่ทราบชะตากรรม

13 ม.ค. 2568 04:05 น.

หญิงชาวออสเตรียโดนลักพาตัวในไนเจอร์ ยังไม่ทราบชะตากรรม

หญิงชาวออสเตรียถูกคนร้ายไม่ทราบฝ่ายลักพาตัวในประเทศไนเจอร์ โดยตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ชะตากรรมของเธอ หรือแรงจูงใจในการก่อเหตุของคนร้าย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค. 2568 กระทรวงต่างประเทศของออสเตรีย ยืนยันกับสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า พลเมืองหญิงชาวออสเตรียรายหนึ่ง ถูกลักพาตัวไปโดยคนร้ายไม่ทราบฝ่าย ขณะที่เธออยู่ในเมืองอากาเดซ ตอนกลางของประเทศไนเจอร์ และห่างจากเมืองหลวงกรุงนีอาเมย์ ประมาณ 900 กม.

ตามรายงานของ Air Info Agadez สื่อท้องถิ่นของไนเจอร์ หญิงที่ถูกลักพาตัวไปมีชื่อว่า อีวา เกรตซ์มาเชอร์ นักพัฒนาสังคมมีอายุในช่วง 70 ปี และอาศัยอยู่ในประเทศไนเจอร์มานานกว่า 2 ทศวรรษแล้ว

Air Info Agadez ระบุด้วยว่า คนร้ายบุกเข้าไปในบ้านของนางเกรตซ์มาเชอร์พร้อมกับอาวุธปืน และพาตัวเธอไป โดยไม่หยิบสิ่งใดในบ้านกลับไปด้วย ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า เธอถูกบังคับให้ขึ้นรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ในเขตฟาดา ของเมืองอากาเดซ ชายขอบทะเลทรายซาฮารา

ข่าวระบุด้วยว่า นางเกรตซ์มาเชอร์เป็นนักพัฒนาผู้ทำโครงการด้านการศึกษา, สุขภาพ, การเพิ่มความเข้มแข็งให้สตรี และด้านวัฒนธรรมต่างๆ

กระทรวงต่างประเทศออสเตรียเผยว่า พวกเขากำลังร่วมมือกับผู้แทนจากสหภาพยุโรปและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เพื่อตามหาตัวหญิงเคราะห์ร้ายรายนี้

อนึ่ง ไนเจอร์เผชิญการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์มานานหลายปีแล้ว ทำให้รัฐบาลทหารถูกดันอย่างหนักที่ไม่สามารถหยุดยังการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้ออ้างที่พวกเขายกขึ้นมาเพื่อโค่นอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด บาซูม ในเดือนกรกฎาคม 2566

นับตั้งแต่ก่อรัฐประหาร รัฐบาลใหม่ของไนเจอร์ก็เรียกร้องให้ฝรั่งเศสและขั้วอำนาจตะวันตก ถอนทหารที่ประจำการในประเทศของพวกเขากลับไป และหันไปจับมือเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้านที่ปกครองโดยรัฐบาลทหารเหมือนกันอย่าง มาลีและบูกินาฟาโซ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เผย เหตุรถรางชนกันในฝรั่งเศส มีผู้บาดเจ็บถึง 68 ราย จนท.เร่งหาสาเหตุ

เผย เหตุรถรางชนกันในฝรั่งเศส มีผู้บาดเจ็บถึง 68 ราย จนท.เร่งหาสาเหตุ

13 ม.ค. 2568 02:35 น.

เผย เหตุรถรางชนกันในฝรั่งเศส มีผู้บาดเจ็บถึง 68 ราย จนท.เร่งหาสาเหตุ

เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสปรับเพิ่มจำนวนผู้บาดเจ็บจากเหตุรถรางชนกันที่เมืองสตราสบูร์กเมื่อวันเสาร์เป็น 68 คน และกำลังสืบหาสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของฝรั่งเศสเปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค. 2568 ว่า เหตุรถราง 2 คันชนกันที่สถานีกลางเมืองสตราสบูร์กเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากถึง 68 คน

ข่าวระบุว่า รถรางคันหนึ่งหยุดวิ่งแล้วไหลกลับลงมาตามทางลาดโดยไม่ทราบสาเหตุ ก่อนจะชนเข้ากับรถรางอีกคันที่จอดนิ่งอยู่กับที่ โดยภาพจากวิดีโอที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์แสดงให้เห็นว่า รถรางทั้ง 2 คันมีผู้โดยสารอยู่หลายสิบคน โดยหลังเกิดเหตุมีควันพวยพุ่งขึ้นมา ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระงม

โฆษกหน่วยงานบริหารเมืองสตราสบูร์กกล่าวว่า เจ้าหน้าที่เริ่มการสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และระบุว่าไม่มีการพบผู้เสียชีวิต ด้านอัยการท้องถิ่นระบุว่า เหตุรถรางชนกันครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความจงใจ

ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งชื่อ โยฮัน บอกกับสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า เขาเห็นรถรางคันหนึ่งไหลย้อนกลับมาด้วยความเร็วสูง ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงชนอย่างรุนแรงและดังสนั่น ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์อีกคนบอกกับ บีเอฟเอ็ม ทีวี ว่า การชนรุนแรงจนประตูรถรางหลุดออกมา

ด้านนาย เรเน เซลลิเยร์ ผู้อำนวยการสำนักงานดับเพลิงและกู้ภัยจังหวัดบาสแรง (Bas-Rhin) เปิดเผยว่า มีผู้บาดเจ็บที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตหลายรายในเหตุการณ์นี้ โดยบางรายเป็นแผลที่ศีรษะ, กระดูกไหปลาร้าร้าว และเอ็นเข่าฉีก ขณะที่มีผู้โดยสารประมาณ 100 คน ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเป็นพิเศษ แต่ได้รับการตรวจจากแพทย์เพื่อป้องกันไว้ก่อน

นายเซลลิเยร์บอกด้วยว่า เจ้าหน้าที่ส่งยานพาหนะไปยังที่เกิดเหตุกว่า 50 คัน กับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอีก 130 คน เพื่อรับมือสถานการณ์

ขณะที่นายเอ็มมานูเอล โอโน ผู้อำนวยการบริษัท CTS ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบด้านการขนส่งสาธารณะในเมืองสตราสบูร์ก กล่าวว่า คนขับรถรางทั้ง 2 คันไม่ได้รับบาดเจ็บทางกายภาพ แต่อยู่ในอาการตกใจมาก

ที่มา : bbc

วัยรุ่นญี่ปุ่นตกระเบียงชั้น 10 เสียชีวิต คนเดินผ่านได้รับบาดเจ็บด้วย

วัยรุ่นญี่ปุ่นตกระเบียงชั้น 10 เสียชีวิต คนเดินผ่านได้รับบาดเจ็บด้วย

13 ม.ค. 2568 01:25 น.

วัยรุ่นญี่ปุ่นตกระเบียงชั้น 10 เสียชีวิต คนเดินผ่านได้รับบาดเจ็บด้วย

วัยรุ่นชายในญี่ปุ่นตกจากระเบียงกลางแจ้งบนชั้น 10 ของอาคารในย่านชิบุยะทำให้เขาเสียชีวิต และมีชายอีกคนที่เดินผ่านมาได้รับบาดเจ็บด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วัยรุ่นชายในประเทศญี่ปุ่น ตกลงมาจากชั้น 10 ของอาคารแห่งหนึ่งในย่านชิบุยะ ของกรุงโตเกียว เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ตัวเขาเสียชีวิต และทำให้คนที่เดินผ่านมาด้านล่างได้รับบาดเจ็บด้วย 1 ราย

ตามการเปิดเผยของตำรวจท้องถิ่น ผู้เห็นเหตุการณ์โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ในเวลาประมาณ 21.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น โดยระบุว่ามีใครบางคนตกลงมาจากอาคาร “ปาร์โก” (Parco) ใกล้กับสถานีรถไฟชิบุยะ

ตำรวจระบุว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นดูเหมือนว่า วัยรุ่นชายคนนี้จะกระโดดลงมาจากระเบียงกลางแจ้งบนชั้น 10 ของอาคารปาร์โก ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นชายอายุในช่วง 50 ปี กำลังเดินกับภรรยา ก่อนที่วัยรุ่นจะตกลงมาแล้วเท้าไปฟาดศีรษะของเขาจนได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุ ทั้งวัยรุ่นกับชายเคราะห์ร้ายต่างถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่วัยรุ่น ซึ่งเชื่อว่ามีอายุ 17-18 ปี ได้รับการประกาศว่าเสียชีวิตเมื่อเดินทางมาถึง ส่วนชายผู้โดยลูกหลงบาดเจ็บแต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ทั้งนี้ ตำรวจญี่ปุ่นกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน เพื่อหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้ต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : japantoday

จนท.คุมไฟป่าแอลเอได้อีกจุด แต่ลมแรงรอบใหม่จ่อซ้ำ เตือนพวกโก่งราคาที่พัก

จนท.คุมไฟป่าแอลเอได้อีกจุด แต่ลมแรงรอบใหม่จ่อซ้ำ เตือนพวกโก่งราคาที่พัก

12 ม.ค. 2568 23:06 น.

จนท.คุมไฟป่าแอลเอได้อีกจุด แต่ลมแรงรอบใหม่จ่อซ้ำ เตือนพวกโก่งราคาที่พัก

เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่าแอลเอได้อีก 1 จุดแล้ว แต่ต้องเตรียมรับมือลมแรงระลอกใหม่ ขณะที่ทางการต้องออกโรงเตือนที่พักต่างๆ ไม่ให้ฉวยโอกาสโก่งราคา

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค. 2568 สำนักงานดับเพลิงรัฐแคลิฟอร์เนียยืนยันว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟป่าเคนเนธ (Kenneth Fire) ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ไฟป่ารุนแรงที่ลุกไหม้รอบนครลอสแอนเจลิสได้ 100% แล้ว หลังจากพยายามมาหลายวัน

ไฟป่าเคนเนธ เป็นไฟป่าใหญ่อันดับ 3 ที่กำลังลุกไหม้รอบนครลอสแอนเจลิสอยู่ตอนนี้ โดยครอบคลุมพื้นที่ราว 2,660 ไร่ เริ่มลุกไหม้ตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ม.ค. บริเวณชายแดนระหว่างเขตลอสแอนเจลิส เคาน์ตี กับเวนทูรา เคาน์ตี

ทั้งนี้ การควบคุมเพลิงได้ 100% ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่ดับไฟได้แล้ว แต่หมายความว่า พวกเขาสามารถหยุดไฟป่าไม่ให้ลุกลามเพิ่มเติมได้ครบทุกด้านแล้ว

ย่านแปซิฟิก แพลลิเสด ในลอสแอนเจลิส เคาน์ตี ถูกไฟป่าเผาทำลาย

ตอนนี้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงหลายพันนายในแคลิฟอร์เนีย กำลังรับมือกับไฟป่าขนาดใหญ่อีก 3 จุดที่เหลือ โดยเฉพาะไฟป่าแพลลิเสด (Palisades Fire) ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด ปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่กว่า 59,820 ไร่ แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้เพียง 11% เท่านั้น

ไฟป่าขนาดใหญ่อันดับ 2 คือ ไฟป่าอีตัน (Eaton Fire) ปัจจุบันกำลังลุกไหม้ในพื้นที่ทางเหนือของลอสแอนเจลิส เคาน์ตี ใกล้เมืองแพซาดีนา กินพื้นที่ขนาด 35,701 ไร่ และถูกควบคุมได้เพียง 15% ส่วนแห่งสุดท้ายคือ ไฟป่าเฮิร์สต์ (Hurst Fire) มีขนาดเล็กที่สุดที่ 2,020 ไร่ ถูกควบคุมได้แล้ว 76%

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเตรียมรับมือกับกระแสลม ซานตา แอนา (Santa Ana) ระลอกใหม่ โดยพยากรณ์อากาศคาดว่าในวันอาทิตย์ จะมีลมพัดไปทางตะวันออกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 96-112 กม./ชม. ในพื้นที่สูง ส่วนพื้นที่ชายฝั่งและหุบเขา จะมีลมแรงประมาณ 56-88 กม./ชม. และในช่วงบ่าย บริเวณชายฝั่งจะมีลมจากทะเลพัดเข้าสู่แผ่นดิน

ทางการคาดด้วยว่า ลมซานตา แอนา จะมีอีกระลอกในวันอังคารและวันพุธที่จะถึงนี้ (14-15 ม.ค.) และมีความเป็นไปได้ที่ลมจะมีความรุนแรงมากกว่าในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

ปัจจุบันไฟป่าทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 16 ศพ สูญหายอีก 13 ราย สิ่งปลูกสร้างถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายมากกว่า 12,000 หลัง

นักดับเพลิงจากเม็กซิโกถูกส่งมาช่วยดับไฟป่าแอลเอ

ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ วิพากษ์วิจารณ์นาย เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ว่าไร้ความสามารถในการรับมือไฟป่า และเรียกร้องให้นายนิวซอมลาออกจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายเจ้าหน้าที่แคลิฟอร์เนียตอกกลับว่า จนถึงตอนนี้นายทรัมป์ก็ยังไม่ตอบรับคำเชิญให้มาเยี่ยมพื้นที่ไฟป่าเลย

ขณะเดียวกัน ผู้ที่ต้องอพยพเพราะไฟป่าหลายคนบอกเล่าประสบการณ์บนโลกออนไลน์ ว่าพวกเขาต้องจ่ายค่าเช่าที่พัก หรือห้องโรงแรมสูงกว่าปกติ หรือมากกว่าที่จองเอาไว้

เช่นกรณีของนาง มายา ลีเบอร์แมน นักออกแบบวัย 50 ปี เธอระบุว่าถูกบีบให้จ่ายค่าเช่าบ้านพักเพิ่มจาก 17,000 ดอลลาร์เป็น 30,000 ดอลลาร์ โดยผู้ให้บริการอ้างว่า มีคนอื่นพร้อมจะเสนอราคาสูงกว่านี้ และจะไม่ให้เข้าพักหากเธอไม่ยอมจ่าย

นาย ร็อบ บอนตา อัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนียต้องออกโรงเตือนผู้ที่กำลังฉวยโอกาสโก่งราคาที่พัก, ชิงทรัพย์ และหลอกลวงผู้คน ว่าพวกเขากำลังทำผิดกฎหมาย และต้องถูกนำตัวมาดำเนินคดี โดยมีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี และปรับเงิน โดยตามกฎหมายของแคลิฟอร์เนีย ราคาสินค้าและบริการต่างๆ ในช่วงภัยพิบัติสามารถเพิ่มขึ้นได้ไม่เกิน 10% เท่านั้น

ขณะที่ตำรวจลอสแอนเจลิสจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยอย่างน้อย 20 คน ที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ตามบ้านต่างๆ ที่เจ้าของต้องอพยพหนีไฟป่า รวมถึง 2 คนที่ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

จีนปฏิเสธข่าวการแพร่ระบาดของ “ไวรัสปริศนา” ยืนยันไม่ใช่โรคใหม่ ภาพรวมการติดเชื้อต่ำกว่าปีที่แล้ว

จีนปฏิเสธข่าวการแพร่ระบาดของ "ไวรัสปริศนา" ยืนยันไม่ใช่โรคใหม่ ภาพรวมการติดเชื้อต่ำกว่าปีที่แล้ว

12 ม.ค. 2568 16:59 น.

จีนปฏิเสธข่าวการแพร่ระบาดของ “ไวรัสปริศนา” ยืนยันไม่ใช่โรคใหม่ ภาพรวมการติดเชื้อต่ำกว่าปีที่แล้ว

ทางการจีนปฏิเสธข่าวลือในโลกอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคติดต่อทางเดินหายใจ HMPV ว่าเป็นไวรัสปริศนาที่ควบคุมไม่อยู่ ซึ่งถือเป็นการปลุกปั่นให้เกิดความหวาดกลัวและความกังวลในการเดินทางไปจีน

วันที่ 12 มกราคม 2568 สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงเกี่ยวกับกรณีที่หลายฝ่ายให้ความสนใจอย่างมากต่อการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัส “ฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัส” (HMPV) ในจีน ทำให้นักเดินทางบางส่วนกังวลถึงความปลอดภัยในการเดินทางไปจีน และยังมีคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับ “ไวรัสปริศนาในจีน” แพร่อยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต

โดยนายกัว ยืนยันว่าขนาดและระดับความรุนแรงของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจโดยรวมในจีนนั้นต่ำกว่าปีที่แล้ว และฝ่ายจีนจะเดินหน้าดำเนินการตามจำเป็นเพื่อรับรองความสะดวกสบายและความปลอดภัยสำหรับนักเดินทางจีนและนักเดินทางต่างชาติในจีน

พร้อมกันนี้ โฆษกฯ ยังระบุว่าหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่กล่าวว่า เอชเอ็มพีวีไม่ใช่ไวรัสชนิดใหม่ แต่มีการแพร่ระบาดในมนุษย์มานานอย่างน้อย 60 ปีแล้ว และเป็นไวรัสทั่วไปที่ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนโดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสเอชเอ็มพีวีนั้นสามารถหายได้เอง การเรียกไวรัสทั่วไปชนิดนี้ว่าเป็นไวรัสปริศนาจึงขัดกับหลักวิทยาศาสตร์พื้นฐานและเป็นการปลุกปั่นความกลัว

นอกจากนี้ยังกล่าวว่า รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนจีนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจีน หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่และหน่วยงานด้านเทคนิคของจีนได้ดำเนินการเชิงรุกเพื่อเฝ้าระวังโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันต่างๆ และเผยแพร่ผลการเฝ้าระวังแล้ว ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมโรคของจีนแจ้งให้สาธารณชนทราบหลายครั้งแล้วว่า ควรใช้มาตรการป้องกันตามหลักวิทยาศาสตร์อย่างไร นอกจากนี้ จีนและองค์การอนามัยโลก ยังติดต่อสื่อสารกันอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ และแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจอย่างทันท่วงที.

ไฟป่าแอลเอยังเอาไม่อยู่ ยอดตายเพิ่มเป็น 16 ศพ อีก 13 ยังสูญหาย

ไฟป่าแอลเอยังเอาไม่อยู่ ยอดตายเพิ่มเป็น 16 ศพ อีก 13 ยังสูญหาย

12 ม.ค. 2568 16:39 น.

ไฟป่าแอลเอยังเอาไม่อยู่ ยอดตายเพิ่มเป็น 16 ศพ อีก 13 ยังสูญหาย

ไฟป่า LA : ไฟป่าลอสแองเจลิสไหม้ลามยังเอาไม่อยู่ ประชาชนกว่า 35,000 ครัวเรือนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่ยอดตายเพิ่มเป็น 16 ศพ และยังสูญหายอีก 13 ราย

ไฟป่าในลอสแองเจลิสยังคงเหลือ 4 จุดหลักๆ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากไฟป่าอีตันเพิ่มอีก ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตจากไฟป่าอีตันรวม 11 คน และยังพบผู้เสียชีวิตจากไฟป่าพาลิเซดส์อีก 5 คน ทำให้ตัวเลขรวมผู้เสียชีวิตเหตุไฟป่าลอสแอนเจลิสทั้งหมดเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 16 คนแล้ว นอกจากนี้ยังมีผู้สูญหาย 13 คน แต่ยังไม่แน่ชัดว่าทั้งหมดเกี่ยวข้องกับเหตุไฟป่าหรือไม่ และคาดว่าสถานการณ์จะยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 ม.ค.

มีรายงานว่ามาลิบูสูญเสียพื้นที่ทางด้านตะวันออกไปถึง 1 ใน 3 แล้ว และการกลับมาของกระแสลมอาจทำให้การควบคุมเพลิงยากขึ้น

เตือนการนำโดรนขึ้นบิน

สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตรวจพบโดรนพลเรือนที่เป็นของเอกชนกำลังบินอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า และก่อให้เกิดความวุ่นวายต่อเครื่องบินที่กำลังต่อสู้กับเปลวไฟ

ตามคำแถลงของ โฆษกของหน่วยดับเพลิงเขตลอสแอนเจลิส ระบุว่า มีการตรวจพบโดรนมากกว่า 30 ลำบินอยู่ในพื้นที่จำกัดการบินชั่วคราวของไฟป่าพาลิเสดส์ ภายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งการบินโดรนในพื้นที่ที่มีการกำหนดข้อจำกัดการบินชั่วคราวเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หากตรวจพบโดรนใกล้เครื่องบินดับเพลิง จะต้องระงับการปฏิบัติการทันที ซึ่งการหยุดชะงักนี้ส่งผลกระทบต่อการต่อสู้กับไฟป่าและความพยายามในการช่วยชีวิตคน

ก่อนหน้านี้ เครื่องบิน Super Scooper ขนาดใหญ่ ชื่อ Quebec 1 ที่ถูกยืมมาจากแคนาดา ได้รับความเสียหายที่ปีกและต้องหยุดปฏิบัติงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากชนกับโดรนที่ไม่ได้รับอนุญาตใกล้ไฟป่าพาลิเสดส์ ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ แต่ยังไม่มีรายงานการบาดเจ็บ

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Poweroutage.us ระบุว่าลูกค้าของบริษัท Southern California Edison ประมาณ 17,500 รายไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่ลูกค้าของกรมน้ำและไฟฟ้าลอสแอนเจลิส LA Department of Water & Power ประมาณ 17,700 ราย และลูกค้าของ Pasadena Water and Power ประมาณ 100 ราย ก็ไม่มีไฟฟ้าเช่นกัน รวมแล้วมีบ้านเรือนและธุรกิจกว่า 35,000 แห่งในลอสแอนเจลิสไม่มีไฟฟ้าใช้. 

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไฟป่า

รมว.เกษตรฯยกทัพ ส่งความสุขปีใหม่ ร่วมจัด3กิจกรรม มอบให้เกษตรกร

รมว.เกษตรฯยกทัพ  ส่งความสุขปีใหม่  ร่วมจัด3กิจกรรม  มอบให้เกษตรกร

รมว.เกษตรฯยกทัพ ส่งความสุขปีใหม่ ร่วมจัด3กิจกรรม มอบให้เกษตรกร

วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้จัดทำโครงการส่งความสุขปีใหม่ 2568 ผ่าน 3 กิจกรรม โดยกิจกรรมแรก “มอบของขวัญให้เกษตรกรไทย มีกิน มีใช้ มีรายได้พอเพียง” อาทิ โครงการสนับสนุนค่าบริการจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท โครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567 วงเงิน 2,553 ล้านบาท แจกพันธุ์หม่อน ไข่ไหมพันธุ์ดีฟรี 12,000 ราย ฯลฯ กิจกรรมที่ 2 “เพิ่มสุขปีใหม่ เที่ยวทั่วไทย สุขใจไปกับกระทรวงเกษตรฯ มี 2 ส่วน ดังนี้ 1.เปิดสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรให้ประชาชนเข้าชมฟรี ลดค่าบริการในช่วงเทศกาล ได้แก่ เขื่อนกักเก็บน้ำเช่น เขื่อนแควน้อย จ.พิษณุโลก สันเขื่อนอ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก เป็นต้น 2.เปิดสถานที่ราชการ ปรับภูมิทัศน์รองรับนักท่องเที่ยว เข้าเยี่ยมชมในวันหยุดช่วงเทศกาล บริการจุดพักรถ อาหารว่างและเครื่องดื่ม ชมภูมิทัศน์ และศึกษาเรียนรู้ด้านการเกษตร อาทิ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนย์วิจัยข้าว ให้เข้าชมพันธุ์ข้าว แปลงแสดงพันธุ์ข้าว พร้อมถ่ายรูปกับจุดเช็คอิน เปิดศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำมากกว่า 40 แห่ง ฯลฯ

สำหรับกิจกรรมส่งท้าย “เสริมพลังปีใหม่ จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ สินค้าเกษตรคุณภาพ” จัดหาสินค้าดี มีคุณภาพเพื่อจำหน่ายให้ประชาชน และเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรให้แก่เกษตรกร เช่น ไข่ไก่ราคาถูก เนื้อโคขุน ผักผลไม้โครงการหลวง พร้อมบริการจัดกระเช้าของขวัญผ่านช่องทางต่างๆ

‘อภัย’ประชุมคณะกรรมการ นโยบายการประมงแห่งชาติ

‘อภัย’ประชุมคณะกรรมการ  นโยบายการประมงแห่งชาติ

‘อภัย’ประชุมคณะกรรมการ นโยบายการประมงแห่งชาติ

วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 3 /2567 ที่ห้องประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชั้น 20 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง โดยมีนายพิชัยชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานการประชุมดังกล่าว มีประเด็นสำคัญในที่ประชุม ดังนี้ 1.การเพิ่มวันทำการประมง สำหรับเรือประมงพาณิชย์ 2.ความก้าวหน้าการมอบอำนาจในการดำเนินคดีหมายเลขดำ ที่ ส.14/2567 ศาลปกครองกลาง และพิจารณาร่างคำให้การตามที่กรมประมงเสนอ

3.ความก้าวหน้าโครงการประมงรวมใจจ่ายระบบติดตามเรือประมงไทย (VMS) คนละครึ่ง 4.ความก้าวหน้าการตั้งคณะอนุกรรมการวิทยาศาสตร์ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเล 5.ความก้าวหน้าโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน และ 6. (ร่าง) แผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อลดการติดนกทะเลโดยบังเอิญ

‘นฤมล’ถกคกก.มาตรฐานฯ สร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตร

‘นฤมล’ถกคกก.มาตรฐานฯ  สร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตร

‘นฤมล’ถกคกก.มาตรฐานฯ สร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตร

วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ครั้งที่ 3/2567 ว่าความมั่นคงทางอาหารเป็นเรื่องที่นานาชาติให้ความสำคัญ จึงต้องสร้างระบบมาตรฐานสินค้าเกษตรให้เกิดการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่นำมาใช้อ้างอิง สนับสนุนการเจรจาโดยเฉพาะการทำความตกลงยอมรับความเท่าเทียมกันระหว่างไทยกับคู่ค้า และเป็นเกณฑ์ในการตรวจรับรองระบบมาตรฐานการผลิตและมาตรฐานสินค้า ปัจจุบันมีมาตรฐานสินค้าเกษตร รวมทั้งสิ้น 417 เรื่อง แบ่งเป็นมาตรฐานทั่วไป 407 เรื่อง และมาตรฐานบังคับ 10 เรื่อง

รมว.เกษตรฯกล่าวอีกว่า ได้มอบหมายให้ทางสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ทบทวนมาตรฐานที่ซ้ำซ้อนให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและลดขั้นตอน อีกทั้งมอบหมายกรมวิชาการเกษตร และหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช บูรณาการทำงานหาแนวทางแก้ปัญหาสินค้าเกษตรที่ถูกตีกลับ ให้ตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุ วางแผนร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตร ให้มีคุณภาพมาตรฐาน และความปลอดภัย สร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศไทย และผลักดันให้เกิดการบังคับใช้มาตรฐานอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบต่อร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ 1.ยกเลิกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดอัตราค่าบริการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร สำหรับมาตรฐานทั่วไป (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2567 เนื่องจากมีการออกกฎกระทรวงกำหนดให้มาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง หลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวม และโรงคัดบรรจุเป็นมาตรฐานบังคับ ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา 2.กำหนดอัตราค่าบริการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับมาตรฐานทั่วไป (ฉบับที่) พ.ศ. ซึ่งกำหนดอัตราค่าบริการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน มกษ.9055-2562 (GAP เกลือทะเล) 3.กำหนดอัตราค่าบริการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับมาตรฐานบังคับ (ฉบับที่) พ.ศ. ซึ่งกำหนดอัตราค่าบริการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานบังคับ มกษ.6413-2564 (ปางช้าง) และ มกษ.9070-2566 (ตรวจและรับผลทุเรียน)

ศ.ดร.นฤมลกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้เห็นชอบร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร 6 เรื่อง และประกาศเป็นมาตรฐานทั่วไปของประเทศ ได้แก่ 1.การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีปลอดการเผาสำหรับข้าวโพดเมล็ดแห้ง 2.การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงที่ดีสำหรับฟาร์มผำเพื่อเป็นอาหาร 3.การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงที่ดีสำหรับฟาร์มผำเพื่อเป็นอาหารสัตว์ 4.สารพิษตกค้าง : ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (ทบทวน) 5.สารพิษตกค้าง : ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดที่ปนเปื้อนจากสาเหตุที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ (ทบทวน) และ 6.การจัดหมวดหมู่สินค้าเกษตร เล่ม 1 : พืช (ทบทวน)

‘อิทธิ’หารือทูตจีนดันส่งออกปศุสัตว์

‘อิทธิ’หารือทูตจีนดันส่งออกปศุสัตว์

‘อิทธิ’หารือทูตจีนดันส่งออกปศุสัตว์

วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าหารือกับ นายหาน จื้อเฉียง (H.E. Mr. Han Zhiqiang) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวกับการผลักดันการส่งออกโคมีชีวิตจากไทยไปสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการตามนโยบายของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ และกรมปศุสัตว์ เร่งดำเนินการผลักดันการส่งออกโคมีชีวิตไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อให้มีความอยู่ดี กินดี เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยเอกอัครราชทูตฯ ได้รับทราบถึงความสำคัญของนโยบายของรัฐบาลและเล็งเห็นถึงศักยภาพของกรมปศุสัตว์ อีกทั้งยังเป็นหน่วยงานที่มีประสบการณ์ในการจัดทำพื้นที่ปลอดโรคเพื่อการส่งออกโคมีชีวิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านมาก่อนแล้ว จึงมีความยินดีที่จะอำนวยความสะดวกให้การผลักดันการส่งออกโคมีชีวิตจากไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนให้สำเร็จ อันจะเป็นการส่งเสริมความร่วมมือด้านปศุสัตว์ระหว่างไทยและจีนให้เข้มแข็งต่อไป พร้อมทั้งได้แจ้งความคืบหน้าในการดำเนินงานของสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (General Administration of Customs of China หรือ GACC) ในเรื่องดังกล่าวและยืนยันว่าจะสนับสนุนและผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ ได้ขอความอนุเคราะห์เอกอัครราชทูตฯ ในการติดตามความคืบหน้าเรื่องการขอต่ออายุสถานผลิตและประกอบการเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็ง ปลาป่นและอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยเพื่อส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลการอนุมัติให้ต่ออายุจาก GACC ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่ค้าในการทำการค้าสินค้าปศุสัตว์ทั้งสองฝ่ายต่อไป