คุณแหน : 13 มกราคม 2568

คุณแหน : 13 มกราคม 2568

คุณแหน : 13 มกราคม 2568

วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานเนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี 14 มกราคม 2568 เวลา 17.15 น. ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง…

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ศศิธร หาญพานิช ผู้แทนกองทุนคุณพ่อสมชาย โลหิต เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินเพื่อบำรุงสภากาชาดไทย 24 ม.ค. 09.00 น. ณ วังสระปทุม…

ll ชาว Digital CEO #7 ร่วมยินดีกับ อนุรัตน์ ธรรมประจําจิต ที่ได้รับโปรดเกล้าฯเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย…

ll ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน และ ดร.ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ สุดแฮปปี้ที่มิตรสหายและน้องๆ ผู้ที่เคยร่วมทำงาน ได้ฉลองวันเกิดให้อย่างอบอุ่น งานนี้ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง, พุดตาน พงศ์พัฒนาไพบูลย์, ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์, อัจฉรีย์ คงแสงไชย, วรณัฐ เจริญพิชิตนันท์, โชติรส บัวสรวง ไม่พลาด…

ll จิรยุทธ์ กาญจนมยูรซีไอโอ บจ.เดอะมอลล์กรุ๊ป สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการผ่านการรับรองมาตรฐาน PCI DSS (Payment Card Industry DataSecurity Standard) Version 4.0.1 สำหรับระบบ Point of Sale (POS) โดยได้รับการตรวจประเมินจาก บจ.อัลฟ่าเซค โดย ดร.นิพนธ์ นาชิน ผู้ตรวจประเมิน QSA…

ll สวด มนัสนันท์ แสวงการ ศาลา 1 วัดศรีเอี่ยม บางนา 11-15 ม.ค.18.30 น. และพระราชทานเพลิงศพ 16 ม.ค.16.00 น….

ll ครบรอบ 150 ปี โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย จัดวิพิธทัศนา Concert 150 Years with Revue:East Meets West ณ อาคารอายะดา กีรินกุลและลานกิจกรรมระดับประถมศึกษา 25 ม.ค.15.00 น.มีงานออกร้านและกิจกรรมรื่นเริงพร้อมชมคอนเสิร์ตและการแสดงจากนักเรียนปัจจุบันศิษย์วังหลังและนักแสดงรับเชิญ รายได้ทั้งหมดเพื่อบูรณะอาคารประกอบ เป็นอาคาร “วรรณดี คันธวงศ์” การแต่งกายชุดไทยสมัยร.1-9 หรือชุดตะวันตกยุควิคตอเรียน…

ll รัฐบาลขอเชิญประชาชนสวมเสื้อเหลืองหรือชุดไทย ร่วมขบวนแห่ไม้ค้ำโพธิ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุ 26,469 วัน เท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี ในวันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2568 เวลา 12.00 น. จากท้องสนามหลวงถึงวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร และลานพระปฐมบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช…ll

คุณแหน

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ ร่วมสร้างรอยยิ้มให้เด็กๆ มูลนิธิดวงประทีป

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ ร่วมสร้างรอยยิ้มให้เด็กๆ มูลนิธิดวงประทีป

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ ร่วมสร้างรอยยิ้มให้เด็กๆ มูลนิธิดวงประทีป

วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายกสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ มอบทุนให้กับครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิดวงประทีป โดยมีคณะกรรมการสมาคมเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายกสมาคมฯ ร่วมส่งมอบความสุขต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ 2567 จัดกิจกรรม “สร้างรอยยิ้มให้เด็กๆ” ด้วยการจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน มอบของเล่น พร้อมอุปกรณ์เครื่องเขียนให้กับน้องๆในความดูแลของมูลนิธิดวงประทีป พร้อมนำรายได้จากการจัดเทศกาลคริสต์มาส 2567 ของสมาคมฯ มอบให้มูลนิธิเพื่อเป็นทุนในการพัฒนาเด็กนักเรียนด้อยโอกาสในชุมชนคลองเตย โดยมี ครูประทีปอึ้งทรงธรรม ฮาตะ ประธานมูลนิธิเป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568ในการนี้มีคณะกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ อาทิ ดร.สุเมธ-สุทธินี และ ดร.จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา ร่วมงาน ณ มูลนิธิดวงประทีป ชุมชนคลองเตย

“มูลนิธิดวงประทีป” ก่อตั้งขึ้นด้วยเจตนารมณ์ของ ครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ที่มีจิตวิญญาณความเป็นครูอย่างแท้จริง โดยเริ่มจากใช้บริเวณใต้ถุนบ้านของตนเองรับดูแลเด็กในชุมชนคลองเตยที่ต้องอยู่บ้านตามลำพังในเวลาที่พ่อแม่ต้องออกไปทำงาน โดยคิดค่าใช้จ่ายเพียงวันละ 1 บาท ด้วยความรัก และเข้าใจถึงปัญหา ไม่เพียงให้การดูแลเพียงอย่างเดียว ยังให้การศึกษาขั้นพื้นฐาน และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับเด็กๆ จนชาวบ้านเรียกติดปากว่า “โรงเรียนวันละบาท” จนพัฒนามาเป็น โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา และกรุงเทพมหานครได้เข้ามารับโรงเรียนแห่งนี้ไว้ในสังกัดเมื่อปี พ.ศ.2519 และขยายจากระดับประถมเป็นมัธยมจนถึงปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2521ครูประทีปได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการชุมชน จากประเทศฟิลิปปินส์ รับเงินรางวัลจำนวน 20,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 402,500 บาท ท่านจึงได้ก่อตั้ง “มูลนิธิดวงประทีป” หมายถึงแสงสว่าง เปลวไฟล้อมอักษรตัว “ด” หมายถึง การพัฒนาเด็กในทุกๆ ด้าน และได้รับเกียรติอย่างยิ่งจาก พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธานมูลนิธิคนแรก นับเป็นการตอบรับความเป็นองค์กรพัฒนาชุมชนจากรัฐบาลที่ไม่เคยมีมาก่อน

ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายกสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ

ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายกสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ

ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติผู้ออกแบบอาคารมูลนิธิดวงประทีป

ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติผู้ออกแบบอาคารมูลนิธิดวงประทีป

ครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิดวงประทีป

ครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิดวงประทีป

ดร.จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา และครูประทีป
อึ้งทรงธรรม ฮาตะ

ดร.จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา และครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ

นายกสมาคม เสิร์ฟอาหารกลางวันให้เด็กๆ ด้วยตัวเอง

นายกสมาคม เสิร์ฟอาหารกลางวันให้เด็กๆ ด้วยตัวเอง

ดร. ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายกสมาคมฯ มอบของที่ระลึกให้กับครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ โดยมี ฐิติภูมิ จามิกรานนท์ อุปนายกสมาคมฯ และ ศุภนิดา สกุลตั้งไพศาล ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์สมาคมฯ ร่วมถ่ายภาพ

ดร. ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายกสมาคมฯ มอบของที่ระลึกให้กับครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ โดยมี ฐิติภูมิ จามิกรานนท์ อุปนายกสมาคมฯ และ ศุภนิดา สกุลตั้งไพศาล ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์สมาคมฯ ร่วมถ่ายภาพ

สองสถาบันประชุมเตรียมความพร้อม จัดงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75

สองสถาบันประชุมเตรียมความพร้อม จัดงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75

สองสถาบันประชุมเตรียมความพร้อม จัดงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75

วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะกรรมการจัดงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ประชุมเตรียมพร้อม เตรียมระเบิดความมันส์ดวลฝีเท้าเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองสถาบัน พร้อมสีสันและกิจกรรมมากมายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568

คณะกรรมการจัดงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ได้ประชุมร่วมกันทั้งธรรมศาสตร์และจุฬาฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงาน ที่สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยครั้งนี้สมาคมธรรมศาสตร์ฯ เป็นเจ้าภาพ ซึ่งการแข่งขันจะมีขึ้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ ทั้งนี้ นับเป็นการจัดการแข่งขันฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ หลังจากห่างหายไปตั้งแต่ปีพ.ศ. 2563 เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19

สำหรับผู้ที่เข้าประชุมร่วมในครั้งนี้นำโดย ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อุปนายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานฯ ฝ่ายธรรมศาสตร์นายลวรณ แสงสนิท ประธานคณะกรรมการดำเนินงานฯ ฝ่ายจุฬาฯ นายสมชาย พูลสวัสดิ์ผู้จัดการทีมฟุตบอลธรรมศาสตร์ และบุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาทิ นายยอดยิ่ง โสภณ, นางผาณิต พูนศิริวงศ์, นางดารณี วัธนเวคิน, นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล เป็นต้น

งานฟุตบอลประเพณีฯ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 90 ปี นับแต่การแข่งขันครั้งแรกในปีพ.ศ. 2477 ในครั้งนี้จะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมบรรยากาศที่คุ้นเคยจากนักศึกษาธรรมศาสตร์และนิสิตจุฬาฯ ที่จะมาดวลฝีเท้ากระชับความสัมพันธ์ผ่านการแข่งขันฟุตบอลฯ นอกจากนี้ ภายในงานยังเต็มไปด้วยสีสันและกิจกรรมมากมายให้ผู้เข้าร่วมได้เพลิดเพลิน ไม่ว่าจะเป็นขบวนพาเหรดของนิสิต-นักศึกษา และไฮไลท์การแสดงแปรอักษรจากทั้งสองสถาบัน

มาร่วมสร้างความทรงจำและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ร่วมเชียร์และส่งกำลังใจให้นักฟุตบอลจากทั้งสองมหาวิทยาลัย พร้อมสัมผัสประสบการณ์งานฟุตบอลประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี

โปรดติดตามงานแถลงข่าวการจัดงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ในวันที่ 31 มกราคม เวลา 10.00 น. ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าวที่ สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซอยงามดูพลี ตั้งแต่ 10.00-12.00 น.

เริ่มแล้ว! มหกรรมสุขเต็มสิบ ฉลองเปิดสะพานทศมราชัน เช็คอิน 5 ไฮไลท์ อิ่มฟิน ช้อปสนุก ชมวิวสวย ก่อนเปิดใช้งานจริง

เริ่มแล้ว! มหกรรมสุขเต็มสิบ ฉลองเปิดสะพานทศมราชัน เช็คอิน 5 ไฮไลท์ อิ่มฟิน ช้อปสนุก ชมวิวสวย ก่อนเปิดใช้งานจริง

เริ่มแล้ว! มหกรรมสุขเต็มสิบ ฉลองเปิดสะพานทศมราชัน เช็คอิน 5 ไฮไลท์ อิ่มฟิน ช้อปสนุก ชมวิวสวย ก่อนเปิดใช้งานจริง

วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดงาน “มหกรรมสุขเต็มสิบ” อย่างเป็นทางการในวันที่ 10 มกราคม 2568 ให้ประชาชนได้ร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่และเฉลิมฉลองการเปิด “สะพานทศมราชัน” พร้อมมอบความสุขเป็นของขวัญให้คนไทย งานนี้จัดเต็มด้วยร้านอาหารเจ้าดัง การแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง และกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย ท่ามกลางวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงามในโอกาสสำคัญก่อนเปิดใช้งานจริง มหกรรมสุขเต็มสิบ พร้อมมอบความสนุก ความอร่อย และความฟินจุใจให้ทุกคน ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 19 มกราคม 2568 เวลา 16.00-22.00 น.

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. กล่าวในพิธีเปิดว่า “การจัดงานมหกรรมสุขเต็มสิบในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่เราตั้งใจมอบให้ประชาชน เพื่อเฉลิมฉลองสะพานทศมราชันอย่างยิ่งใหญ่ โดยต่อยอดจากความสำเร็จของกิจกรรมที่ผ่านมา ที่มีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก งานนี้จึงถือเป็นการส่งท้ายสะพานในมุมมองใหม่ พร้อมสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ ก่อนที่เราจะเริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ 29 มกราคม 2568 นี้”

ไฮไลท์กิจกรรมห้ามพลาดในงาน “มหกรรมสุขเต็มสิบ” เริ่มด้วย เดินชมสะพาน พร้อมถ่ายรูปครั้งประวัติศาสตร์ถือเป็นโอกาสสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีครั้งสุดท้ายก่อนเปิดใช้จริง กับการเดินชมสะพานทศมราชันจากมุมมองใหม่ พร้อมสัมผัสความงดงามท่ามกลางวิวแม่น้ำเจ้าพระยาสุดยิ่งใหญ่  

เก็บโมเมนต์น่ารักกับจุดถ่ายรูป “น้องหมูเด้ง” พิกัดถ่ายภาพเช็คอินที่ออกแบบมาเพื่อเป็นแลนด์มาร์คสุดพิเศษ สำหรับบันทึกและแบ่งปันความทรงจำดีๆ 

ช้อปเพลิน เดินอิ่มกับร้านค้าและร้านอาหาร Food Truck ขนทัพสินค้าคุณภาพและร้านอาหารมากมายหลากหลายเมนูจากเจ้าดังและร้านชุมชนกว่า 50 ร้าน ให้ทุกคนได้เดินช้อปเพลินๆ และลิ้มลองความอร่อยกันแบบจุใจ โดยไม่ต้องกลัวหิว 

สุดฟิน! Dinner กลางสะพาน ร่วมสัมผัสประสบการณ์ดินเนอร์สุดพิเศษ พร้อมวิวพระอาทิตย์ตกดินในบรรยากาศสุดโรแมนติกบนสะพาน พร้อมชมกิจกรรมดนตรีและการแสดงจากศิลปินชั้นนำ สนุกสุดมันส์ไปกับการแสดงและการเล่นดนตรีจากศิลปินมากมายตลอดงาน อาทิ classy records เเละอื่นๆ อีกมากมาย

ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงานบนสะพานสามารถลงทะเบียนได้ที่จุดลงทะเบียน บริเวณพื้นที่ทางเข้า-ออก ใต้ทางพิเศษบริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่ ทั้งนี้ แนะนำให้ประชาชนเลือกเดินทางด้วย ระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อลดปัญหาการจราจรและความสะดวกของผู้เข้าร่วมงาน

ปิดท้ายการเฉลิมฉลองด้วยกิจกรรมเดิน-วิ่งสร้างประวัติศาสตร์  บนสะพานทศมราชัน เพื่อเฉลิมฉลองส่งท้ายความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 26 มกราคม 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้ ค่าสมัครเพียง 499 บาท  ผู้สมัคร 10,010 คนแรก จะได้รับเสื้อ Finisher และเหรียญที่ระลึกทันทีหลังเข้าเส้นชัย สำหรับอันดับท็อป 100 คนแรก (ชาย 100 คน หญิง 100 คน) จะได้รับเหรียญที่ระลึกปี 2530 ซึ่งเป็นปีที่เปิดสะพานพระราม 9 ทั้งนี้ผู้สมัครอื่นๆ จะได้รับของที่ระลึกโดยจัดส่งถึงบ้านทางไปรษณีย์ภายใน 30 วันหลังจบงาน

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งสร้างประวัติศาสตร์บนสะพานทศมราชัน ได้แล้ววันนี้ ผ่านทางเว็บไซต์ https://race.thai.run/SukTem10  ซึ่งผู้สมัครสามารถรับหมายเลขวิ่ง (BIB) ได้วันที่ 24-25 มกราคม 2568 ณ ห้องประชุม 0101 อาคารการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

พลาดไม่ได้กับโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์บนสะพานทศมราชาชัน พร้อมสัมผัสความสนุก อิ่มฟิน และเก็บความทรงจำสุดพิเศษนี้ในงาน “มหกรรมสุขเต็มสิบ” แล้วพบกันตั้งแต่วันนี้ ถึง 19 มกราคม 2568 และส่งท้ายความสุขด้วยกิจกรรมเดิน-วิ่งสร้างประวัติศาสตร์ในวันที่ 26 มกราคม 2568 มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความภาคภูมิใจนี้ไปด้วยกันได้แล้ววันนี้

ติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/ExpresswayThailand หรือ EXAT Call Center : 1543 กด 7

เทคโนโลยีเย็บหูรูดหลอดอาหารโดยไม่ต้องผ่าตัด รักษาโรคกรดไหลย้อน

เทคโนโลยีเย็บหูรูดหลอดอาหารโดยไม่ต้องผ่าตัด รักษาโรคกรดไหลย้อน

เทคโนโลยีเย็บหูรูดหลอดอาหารโดยไม่ต้องผ่าตัด รักษาโรคกรดไหลย้อน

วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรคกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease : GERD) เป็นโรคที่เกิดจากการไหลย้อนของสารคัดหลั่งในกระเพาะอาหารไม่ว่าจะเป็นกรดหรือแก๊สกลับไปที่หลอดอาหาร ซึ่งโดยปกติร่างกายคนเราจะมีการไหลย้อนของกรดในกระเพาะอาหารขึ้นไปในหลอดอาหารอยู่บ้าง โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร แต่ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีปริมาณกรดที่ย้อนมากขึ้นหรือย้อนบ่อยกว่าผู้ที่ไม่เป็นโรค หรือหลอดอาหารมีความไวต่อกรดมากขึ้นแม้ว่าจะมีปริมาณกรดที่ย้อนขึ้นไปไม่มากกว่าปกติ

อาการสำคัญที่พบบ่อยในโรคกรดไหลย้อน ได้แก่ ความรู้สึกแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ กลางหน้าอก ซึ่งมักเกิดหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ ความรู้สึกเปรี้ยวหรือขมในปากและคอ มีอาหารย้อนขึ้นมาในปากและคอ จุกเสียด แน่นท้องบริเวณลิ้นปี่ นอกจากอาการเหล่านี้แล้ว โรคกรดไหลย้อนยังก่อให้เกิดอาการอื่นๆ ได้อีก เช่น อาการเจ็บหน้าอกที่ไม่ได้เกิดจากโรคหัวใจ เสียงแหบเรื้อรัง เสียงเปลี่ยน ไอเรื้อรังโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน กลืนติดขัดเหมือนมีก้อนจุกในคอ อาการทางช่องปาก เช่น ฟันผุ มีกลิ่นปาก และโรคหืดที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาตามปกติ

โรคกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease : GERD) เป็นโรคที่เกิดจากการไหลย้อนของสารคัดหลั่งในกระเพาะอาหารไม่ว่าจะเป็นกรดหรือแก๊สกลับไปที่หลอดอาหาร ซึ่งโดยปกติร่างกายคนเราจะมีการไหลย้อนของกรดในกระเพาะอาหารขึ้นไปในหลอดอาหารอยู่บ้างโดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร แต่ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีปริมาณกรดที่ย้อนมากขึ้นหรือย้อนบ่อยกว่าผู้ที่ไม่เป็นโรค หรือหลอดอาหารมีความไวต่อกรดมากขึ้นแม้ว่าจะมีปริมาณกรดที่ย้อนขึ้นไปไม่มากกว่าปกติ

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคกรดไหลย้อน เกิดจากความผิดปกติของหูรูดส่วนปลายหลอดอาหารที่ทำหน้าที่ป้องกันกรดไหลย้อนจากกระเพาะอาหารมีความดันของหูรูดต่ำหรือเปิดบ่อยกว่าคนปกติ ความผิดปกติเหล่านี้อาจเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ กาแฟ ชา เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน และยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคหอบหืดบางตัว

ความผิดปกติในการบีบตัวของหลอดอาหาร ทำให้อาหารที่รับประทานเคลื่อนตัวลงช้าหรืออาหารที่ไหลย้อนขึ้นมาจากกระเพาะอาหารค้างอยู่ในหลอดอาหารนานกว่าปกติ

ความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานกว่าปกติ ทำให้เพิ่มโอกาสการไหลย้อนของกรดจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหารมากขึ้น อาหารประเภทไขมันสูงและช็อกโกแลตจะทำให้กระเพาะอาหารบีบตัวลดลง

พฤติกรรมในการดำเนินชีวิต เช่น เข้านอนทันทีหลังรับประทานอาหาร รับประทานอาหารปริมาณมากในหนึ่งมื้อ สูบบุหรี่ ดื่มน้ำอัดลมหรือแอลกอฮอล์ ความเครียด

รวมทั้ง โรคอ้วน ทำให้เพิ่มแรงกดต่อกระเพาะอาหารและทำให้กรดไหลย้อนกลับ และการตั้งครรภ์ เนื่องจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์ทำให้หูรูดหลอดอาหารอ่อนแอลงรวมถึงมดลูกที่ขยายตัวจะเพิ่มแรงกดต่อกระเพาะอาหาร

โรคกรดไหลย้อน มักเป็นปัญหาเรื้อรังที่รบกวนชีวิตประจำวันไม่มากก็น้อย ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการมากจนใช้ชีวิตลำบาก แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดเพื่อรักษาให้หายขาด แต่ในปัจจุบัน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีเทคโนโลยีเย็บหูรูดหลอดอาหารโดยไม่ต้องผ่าตัด เป็นแห่งแรกใน Southeast Asia

Transoral Incisionless Fundoplication หรือ TIF เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการซ่อมแซมหูรูดกระเพาะอาหารจากด้านใน โดยการใส่อุปกรณ์เข้าทางปาก เพื่อรักษาโรคกรดไหลย้อนโดยไม่ต้องผ่าตัด

TIF เหมาะผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อนและรักษาด้วยยาแล้วไม่ได้ผล ผู้ที่มีผลข้างเคียงจากการใช้ยาลดกรด เช่น กระดูกเปราะบางหรือหักง่าย การติดเชื้อในทางเดินอาหารบางประเภท ค่าไตหรือเกลือแร่ผิดปกติ ผู้ที่ไม่อยากรับประทานยาลดกรดเป็นระยะเวลานานเนื่องจากกลัวผลข้างเคียงของยาในระยะยาว ผู้ที่เคยผ่าตัดรักษาโรคกรดไหลย้อนแล้วกลับมาเป็นซ้ำ ผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อนโดยไม่มีโรคหลอดอาหารอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น โรคการขยับตัวผิดปกติของหลอดอาหาร

หัวหิน บันทึกประวัติศาสตร์ ‘Hua Hin Grand Inter Pride 2025’ ฉลองกฎหมายสมรสเท่าเทียม พร้อมจดทะเบียนสมรส LGBTQIAN+

หัวหิน บันทึกประวัติศาสตร์ ‘Hua Hin Grand Inter Pride 2025’  ฉลองกฎหมายสมรสเท่าเทียม พร้อมจดทะเบียนสมรส LGBTQIAN+

หัวหิน บันทึกประวัติศาสตร์ ‘Hua Hin Grand Inter Pride 2025’ ฉลองกฎหมายสมรสเท่าเทียม พร้อมจดทะเบียนสมรส LGBTQIAN+

วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วจี กลมเกลี้ยง

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย อำเภอหัวหิน ร่วมกับ บลูพอร์ตหัวหิน พร้อมพันธมิตรภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เทศบาลเมืองหัวหิน สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน- ชะอำ เชิญชวนประชาชนร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ของการเดินทางของความเชื่อในความหลากหลายทางเพศและนับถอยหลังสู่การบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2567 หรือที่รู้จักในชื่อของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ด้วยการประกาศความพร้อมจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ ภายใต้ชื่องาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 23 มกราคม 2568 ณ หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน เป็นครั้งแรก

ทั้งนี้ การเริ่มต้นการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นประเทศที่สามในเอเชียที่รับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน นับเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ในการส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมทางเพศให้กับกลุ่ม LGBTQIAN+ทั่วประเทศ

นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด ในฐานะผู้ร่วมจัดงานกล่าวว่า “บลูพอร์ต หัวหิน มีความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การสมรสเท่าเทียม ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจและการยอมรับในความหลากหลายทางเพศ นอกจากนี้ ยังเป็นการผลักดันสังคมไทยให้เปิดรับความหลากหลายและเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกแก่หัวหิน การจัดงานจดทะเบียนสมรสในครั้งนี้จะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ร่วมกับสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และส่งเสริมแนวทางการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ

สำหรับงาน Hua Hin Grand Inter Pride 2025 ในครั้งนี้ จะเป็นการปูทางสู่การจัดเทศกาล Pride Month ในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2568 ซึ่งปีที่แล้วได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ การจัดงานครั้งนี้จะผสมผสานมนต์เสน่ห์ของหัวหินกับพลังซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย เพื่อสะท้อนคุณค่าแห่งความเท่าเทียมและเสรีภาพ พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของเมืองหัวหิน รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก”

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย อำเภอหัวหิน ร่วมกับ บลูพอร์ต หัวหิน พร้อมพันธมิตรภาครัฐและภาคเอกชน จึงขอเชิญชวน LGBTQIAN+ มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญกับการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 23 มกราคม โดยในงานได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่จะมาร่วมบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ความพร้อมในการเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIAN+ พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรส นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การให้คำปรึกษาในการจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ รวมถึงบูธถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ร้านค้า และบริการเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานมากมาย อันเป็นช่องทางในการเลือกจัดงานแต่งงานในหัวหิน

เพื่อเฉลิมฉลองความรักที่มีคุณค่าในเมืองตากอากาศสุดโรแมนติกผู้สนใจสามารถเข้ารวมกิจกรรมได้ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึง 20.00 น. ณ หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน พิเศษ! สำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ 23 คู่แรก ที่ลงทะเบียนร่วมจดทะเบียนสมรสในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” ในวันที่ 23 มกราคม 2568 จะได้รับสิทธิพิเศษเพื่อฉลองวันสำคัญให้พิเศษยิ่งขึ้น ด้วยแพ็กเกจฮันนีมูนสุดโรแมนติก นั่งรถไฟขบวนพิเศษไปจดทะเบียนสมรสที่หัวหินพร้อมที่พักและดินเนอร์สุดหรู และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งนี้ สามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://forms.gle/edeXJ٨D٧s٧Y٣٧udA٨ หรือติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่บลูพอร์ต หัวหิน โทร.032-905111, Facebook : Bluport Hua HinOfficial หรือ Line : @Bluport

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดพิธี ‘คืนพื้นที่ คืนความสุขให้ประชาชน’

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดพิธี 'คืนพื้นที่ คืนความสุขให้ประชาชน'

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดพิธี ‘คืนพื้นที่ คืนความสุขให้ประชาชน’

วันอาทิตย์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.26 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดพิธี ‘คืนพื้นที่ คืนความสุขให้ประชาชน’ ภายใต้โครงการฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ยั่งยืน โดย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ให้กับชุมชนถ้ำผาจม และชุมชนตลาดสายลมจอย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 
 
เมื่อวันทีี 11 มกราคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ อาคารเอนกประสงค์ชุมชนถ้ำผาจม ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย  
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี “คืนพื้นที่ คืนความสุขให้ประชาชน” ภายใต้โครงการฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ยั่งยืน โดย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ หน่วยงานจังหวัดเชียงราย / อำเภอแม่สาย /เทศบาลตำบลเวียงพางคำ / เทศบาลเมืองพะเยา / กรมชลประทาน / การไฟฟ้าฝ่ายผลิต / การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค / มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย / มูลนิธิธรรมนัส / มูลนิธิไอแคร์ / บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) / บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล / บริษัทเต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด / บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด / ท่าข้าวสมเกียรติ พร้อมด้วยกรรมการ เจ้าหน้าที่ เครือข่าย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมในงาน 

ภายในงานมีการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระพุทธรูป “พระพุทธวิชัย เขมิโย” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิฯ พระพุทธรูป “พระพุทธวิชัย เขมิโย” เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวชุมชนถ้ำผาจม ในช่วงเกิดอุทกภัยพระพุทธรูปองค์นี้ได้ถูกกระแสน้ำพัดไปทำให้เศียรหักออกจากองค์พระ มูลนิธิฯ จึงขออนุญาตนำพระพุทธรูปมาบูรณะที่กรุงเทพฯ เมื่อบูรณะเรียบร้อยได้นำองค์พระกลับมามอบให้ชุมชนถ้ำผาจม เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธาและสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวแม่สายเหมือนเดิม จากนั้นคณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมกันถวายตาลปัตรมูลนิธิฯ ผ้าไตรและจตุปัจจัยไทยธรรมแก่คณะสงฆ์ 9 รูป 

พิธีในวันนี้มูลนิธิฯ มอบเงินจำนวน 2,685,000 บาท เพื่อช่วยเหลือชุมชนถ้ำผาจมและตลาดสายลมจอย พร้อมทั้งมอบชุดนักเรียน 2,830 ชุด อุปกรณ์การเรียนการสอนและอุปกรณ์กีฬา ให้กับโรงเรียนในอำเภอแม่สาย จำนวน 10 โรงเรียน นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายมูลนิธิฯ ร่วมมอบอุปกรณ์และของใช้ที่จำเป็น ได้แก่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด มอบเสื้อกันหนาว 800 ตัว และกระเป๋านักเรียน 300 ใบ บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) มอบชุดเครื่องนอน 100 ชุด บริษัทเต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด มอบหลังคา 60 แผ่น และผนัง 90 แผ่น เพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย  

จากสถานการณ์อุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์จากอิทธิพลของพายุนางิ ที่เกิดขึ้นกับชาวอำเภอแม่สายและชุมชนถ้ำผาจมเมื่อช่วงปลายปี 2567 ที่ผ่านมา ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือน ทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เป็นวงกว้าง และยังต้องเผชิญกับดินโคลนจำนวนมากซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นฟูและการดำรงชีวิตภายหลังน้ำลด ซึ่งในช่วงเกิดอุทกภัยนั้น มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย  พร้อมด้วยทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ และและเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ตำบลเกาะขันธ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนทั้งในด้านกู้ภัย มอบอาหาร ยา และของใช้ที่จำเป็น ช่วยเหลือทำความสะอาด ซ่อมแซม และฟื้นฟูบ้านเรือน ดังนี้ 

การช่วยเหลือในอำเภอเมืองเชียงราย  

– จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ประกอบอาหารปรุงสุก ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 13-17 กันยายน 2567 จำนวน 21,800 กล่อง  

– มอบเงินบ้านพังเสียหายทั้งหลัง จำนวน 7 ราย ณ ชุมชนปางช้าง บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร  

– จัดกิจกรรม big cleaning day ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2567  

– มอบเครื่องสูบน้ำจำนวน 28 เครื่อง เครื่องปั่นไฟจำนวน 2 เครื่อง ให้กับชุมชนตำบลบ้านดู่ จำนวน 10 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง  

– มอบเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัย ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย  

การช่วยเหลือในอำเภอเวียงป่าเป้า  

– สนับสนุนงบประมาณจัดตั้งโรงครัวชุมชน ณ ตำบลบ้านโป่ง อำเภอเวียงป่าเป้า  

– มอบเงินบ้านพังเสียหายทั้งหลัง จำนวน 27 ราย ผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้บาดเจ็บ 2 ราย  

– มอบอุปกรณ์เครื่องครัว แก๊สหุงต้ม และรองเท้าบูท ให้กับผู้ประสบอุทกภัยตำบลบ้านโป่ง การช่วยเหลืออำเภอแม่สาย  มูลนิธิฯ ให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ วันที่ 12 กันยายน – 7 พฤศจิกายน 2567  

– อพยพผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 350 ราย (ชุมชนไม้ลุงขน ชุมชนเกาะทราย ชุมชนเหมืองแดง หมู่บ้านปิยะพร ชุมชนถ้ำผาจมและตลาดสายลมจอย)  

– มอบถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 4,131 ถุง  

– มอบเงินเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ราย  

– จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน – 31 ตุลาคม 2567 ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย จำนวน 137,400 กล่อง  

– โรงครัวชุมชน ณ ชุมชนถ้ำผาจม จำนวน 27,100 กล่อง  

– มอบข้าวกล่องสำเร็จรูปพร้อมทาน จำนวน 2,200 ชุด  

– มอบข้าวกล่องอุ่นร้อน จำนวน 2,200 กล่อง  

– สร้างระบบป้องกันพนังดินกั้นน้ำความสูง 6 เมตร ระยะทาง 1,000 เมตร จากหัวฝายชุมชนถ้ำผาจมถึงตลาดสายลมจอย โดยใช้บิ๊กแบค จำนวน 5,000 ใบ  

– นำดินโคลนออกจากบ้านเรือนประชาชน ชุมชนถ้ำผาจมและตลาดสายลมจอยจำนวน 198 หลังคาเรือน  

– จัดกิจกรรม big cleaning day มอบอุปกรณ์ทำความสะอาด ชุดเครื่องนอนให้กับชุมชนในพื้นที่อำเภอแม่สาย มีการซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ (fix it จิตอาสา)  

– บูรณะพระประธาน ซ่อมแซมอาคารและลานเอนกประสงค์ สร้างห้องน้ำ สร้างป้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน สร้างป้อมตำรวจ และขุดลอกคลองระบายน้ำภายในชุมชน  

– มอบเงินเยียวยาให้กับผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 297 ราย  

ทั้งหมดนี้ไม่เพียงเป็นการฟื้นฟูทางกายภาพแต่ยังสะท้อนถึงพลังของน้ำใจและความรักที่ยังมีต่อกัน จากความร่วมมือจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่ร่วมแรงร่วมใจให้การสนับสนุนให้แก่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย 

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ส่งมอบสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ เตือนภัยน้ำท่วมแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ส่งมอบสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ เตือนภัยน้ำท่วมแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ส่งมอบสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ เตือนภัยน้ำท่วมแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก

วันอาทิตย์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.19 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ส่งมอบสถานีโทรมาตรอัตโนมัติสนับสนุนการเตือนภัยน้ำท่วมแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ให้สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ณ สะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 
 
12 มกราคม 2568 เวลา 13.30 น. มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ ทำหน้าที่แทนประธานมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธีส่งมอบสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ ภายใต้โครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติเพื่อสนับสนุนการเตือนภัยน้ำหลากในลำน้ำสาย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

โดยมีพันโทตั้น หล่าย วิน (Lt.col. Thant Laing Win) รักษาราชการ ผู้บังคับการ กองบังคับการยุทธศาสตร์ท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นผู้แทนรับมอบ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการพัฒนาความร่วมมือเพื่อติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ สนับสนุนการเตือนภัยในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา คณะกรรมการมูลนิธิฯ ผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองฝ่าย และผู้สนับสนุนโครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ จาก Central Group ร่วมเป็นสักขีพยาน  

สำหรับโครงการดังกล่าว มูลนิธิฯ ได้ติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ จำนวน 4 สถานี ซึ่งอยู่ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก จำนวน 3 สถานี บริเวณบ้านโจตาดา บ้านดอยต่อคำ และสะพานอูทูนอ่อง บ้านสบสาย และอยู่ที่สะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย จำนวน 1 สถานี โอกาสนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ได้ส่งมอบสถานีโทรมาตรอัตโนมัติทั้ง 3 สถานี พร้อมด้วยโมเดลจำลองให้กับพันโทตั้น หล่าย วิน ผู้แทนฝ่ายเมียนมา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ 

แห่งมิตรภาพและความร่วมมือ จากนั้น ดร. รอยบุญ  รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ได้นำเสนอการทำงานของสถานีโทรมาตรและระบบแสดงผลข้อมูลระดับน้ำ และปริมาณน้ำฝนอัตโนมัติ ผ่านจอ LED ณ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ซึ่งประชาชนทั่วไปที่สัญจรผ่านไปมาสามารถดูข้อมูลดังกล่าว เพื่อใช้ในการเฝ้าระวังก่อนเกิดอุทกภัยล่วงหน้าได้ประมาณ 8-9 ชั่วโมง ก่อนที่มวลน้ำจากต้นน้ำแม่สายที่อยู่ฝั่งเมียนมาจะมาถึงอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ขีดเส้นตาย’ปอนด์ รุ่งรัตน์’ประกาศขายที่ดิน เคลียร์หนี้สิน-ขอเริ่มต้นชีวิตใหม่

ขีดเส้นตาย'ปอนด์ รุ่งรัตน์'ประกาศขายที่ดิน เคลียร์หนี้สิน-ขอเริ่มต้นชีวิตใหม่

ขีดเส้นตาย’ปอนด์ รุ่งรัตน์’ประกาศขายที่ดิน เคลียร์หนี้สิน-ขอเริ่มต้นชีวิตใหม่

วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.12 น.

หลังจากที่ขายบ้านไปไม่นาน ล่าสุดดาราสาว “ปอนด์ รุ่งรัตน์” ประกาศขายสมบัติชิ้นสุดท้าย คือที่ดินแปลงสวย แต่ยังติดจำนอง เพื่อเคลียร์หนี้สินที่ตัวเองไม่ได้ก่อ และพอมีเงินติดตัวให้ใช้ชีวิตบั้นปลายที่เตรียมย้ายครอบครัวไปใช้ชีวิตต่างจังหวัดแล้ว โดยที่ ปอนด์ รุ่งรัตน์ เปิดเผยถึงเรื่องราวต่างๆ นี้ว่า

“ปอนด์ประกาศขายที่ดินหมู่บ้านเมืองทองการ์เด้น พัฒนาการซอย 69 ถนนพัฒนาการ กรุงเทพ 172 ตารางวา แปลงสวยหัวมุมติดถนน 2 ด้าน หน้ากว้าง 27 เมตร ลึก 25 เมตร ราคาพื้นที่ใกล้เคียงแตกต่างกันที่ แปลงเล็ก แปลงใหญ่ หรือหัวมุม ราคาอยู่ระหว่าง ตรว.ละ 39,000-60,000 บาท แปลงของปอนด์ขายที่ ตรว.ละ 45,000 บาท ใครสนใจติดต่อตรงกับปอนด์ได้เลยค่ะที่เบอร์โทรศัพท์ 0614265919”

“จริงๆ ตอนที่ปอนด์ขายบ้าน ก็เพื่อซื้อที่ดินผืนนี้ และตั้งใจปลูกบ้านหลังเล็กๆพออยู่อาศัย มีพื้นที่เหลือปลูกผักกินเอง อยู่ในเมืองใกล้ รพ. เพราะแม่กับพี่ๆ และปอนด์ก็อายุมากกันแล้ว จบที่รุ่นเราเพราะไม่มีใครมีครอบครัว ปั้นปลายตั้งใจว่าคนสุดท้ายก็จะโอนให้ญาติๆ ผู้มีพระคุณหรือยกให้เป็นสาธารณะประโยชน์”

“แต่ช่วงเวลาที่กำลังจะเตรียมเขียนแบบสร้างบ้าน มีเหตุให้ตัวเองเป็นคนกลางสายงานบันเทิง แล้วมีปัญหา ทุกฝ่ายต่างมีเหตุผล ฝ่ายหนึ่งต้องหมุนเงิน แล้วเงินไปหมดกับงานที่เรามีส่วนในการแนะนำ ทำให้แผนงานที่วางไว้ขาดสภาพคล่อง  เราก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ ปอนด์มีเงินสดที่ขายบ้านกับที่ดินผืนนี้ จึงจำนองเพื่อนำเงินให้เค้าได้ไปหมุนในการจัดงานแข่งขันด้านกีฬาที่เค้าถนัดก่อน แล้วเค้ามีบ้านให้อยู่ฟรี ตอนนั้นจึงไม่ได้มีรายจ่ายอะไรมาก คิดว่าถ้าสำเร็จตามกำหนดระยะเวลาสั้นๆภายใน 1 สัปดาห์ก็ได้เงินคืนไปไถ่ถอนที่ดินและมาสร้างบ้าน แต่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามกำหนด เราก็เข้าใจได้และเห็นใจ เราไม่เคยทิ้งกัน ยังคอยช่วยเหลือสนับสนุนกันเต็มที่ทุกเรื่องให้สำเร็จ และสำหรับงานที่เรามีส่วนก็ยังคงประสานและบริหารจัดการงานที่พอจะไปต่อได้ และขอยอดเงินจำนองเพิ่มเติมเพื่อผลิตสินค้าหวังขายตลาดจีนสร้างรายได้ เพื่อช่วยกันหาเงินมาไถ่ถอนที่ดิน แต่ก็ชะงักด้วยเหตุปัจจัยบางอย่าง ระหว่างนั้นปอนด์ต้องขายรถ ขายสมบัติทุกอย่าง เพื่อจ่ายดอกเบี้ยแต่ประคองได้ไม่กี่งวด จากนั้นก็ติดค้างมาจนถึงตอนนี้เกือบ 3 ปี เกรงใจผู้ใหญ่หลายคนที่มีส่วนการันตีการจำนองนี้ ปอนด์จึงตัดใจจากที่ดินผืนนี้ที่รักมาก เพื่อขายตัดหนี้จำนองและดอกเบี้ยคงค้าง โดยมีกำหนดภายใน 15 มกราคมนี้เท่านั้นค่ะ ”

ทั้งนี้ ปอนด์ รุ่งรัตน์ ยังกล่าวอีกว่า วิกฤตครั้งนี้หนักที่สุด เพราะสร้างผลกระทบกับผู้ที่เคารพรัก แล้วยังเอาวิถีชีวิตครอบครัวมาร่วมชะตากรรม ไม่เคยต้องพาครอบครัวเร่ร่อนเปลี่ยนบ้านเช่า เพื่อลดค่าใช้จ่ายทุกทาง  ทำให้แม่ต้องป่วยซึมเศร้าจากวิกฤตนี้ จึงต้องดูแลใกล้ชิด และยังต้องดูแลพี่ที่ป่วยจิตเวชอีกด้วย

“แล้วลูกหนี้ที่รวมยอดกันแล้วน่าจะประมาณสิบยี่สิบกว่าล้าน บางรายก็ลำบาก แต่ส่วนใหญ่ปิดการสื่อสารทั้งหมดติดต่อใครไม่ได้เลย แต่ปอนด์ไม่ได้หยุดดิ้นนิ่งเฉยเลย ยังคงหาโอกาสตลอด เพื่อให้พ้นวิกฤต อยากขายที่ให้ได้เร็วๆ เพื่อนำมาเคลียร์หนี้สิน แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ค่ะ”

‘โซนี่ พิคเจอร์ส’เปิดโปรแกรมเกาหลีเสิร์ฟ ‘DARK NUNS : ไล่มันกลับลงหลุม’ต้อนรับปี 2025

'โซนี่ พิคเจอร์ส'เปิดโปรแกรมเกาหลีเสิร์ฟ 'DARK NUNS : ไล่มันกลับลงหลุม'ต้อนรับปี 2025

‘โซนี่ พิคเจอร์ส’เปิดโปรแกรมเกาหลีเสิร์ฟ ‘DARK NUNS : ไล่มันกลับลงหลุม’ต้อนรับปี 2025

วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.05 น.

โซนี่ พิคเจอร์ส เสิร์ฟต้นปี “DARK NUNS : ไล่มันกลับลงหลุม”  ต้อนรับ 2025 โดยผู้กำกับ​​​   ควอน ฮยอก-แจ ที่รวบรวมนักแสดงอย่าง ซงฮเยคโย (จาก The Glory), จอนยอบิน (จาก Secret Zoo และ Cobweb), อีจินอุค (จาก Glass Castle และ Squid Game Season 2), มุนอูจิน (จาก Once Again, The Atypical Family และ Hijack 1971) และฮอจุนโฮ (จาก Missing: The Other Side) ที่จะมีกำหนดเข้าฉาย​​    6 กุมภาพันธ์ 2568 นี้ในโรงภาพยนตร์ ​

เตรียมตัวให้พร้อม เปิดทุกโสตสัมผัสรับประสบการณ์หลอนในพิธีกรรมไล่ผีต้องห้าม! กันให้ดี เมื่อซิสเตอร์จูเนีย (ซงฮเยคโย) พบว่าผีร้ายที่กำลังสิงร่างฮีจุน (มุนอูจิน) คือหนึ่งใน 12 ร่างปิศาจร้ายที่มุ่งกลับมาเพื่อครอบครองร่างและกัดกินวิญญาณของเด็กชาย เมื่อพระนักบวชไม่สามารถจะช่วยเด็กชายได้ทันท่วงที และฮีจุนกำลังตกอยู่ในภยันตรายใหญ่หลวง ซิสเตอร์จูเนียจึงตัดสินใจที่จะแหกกฎข้อห้ามอันศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามแม่ชีผู้ไม่ได้รับการแต่งตั้งและปฏิญานตน ทำการประกอบพิธีกรรมไล่ผี

ในขณะเดียวกัน หลวงพ่อเปาโล (อีจินอุค) ผู้ซึ่งทำการรักษาฮีจุน เชื่อมั่นว่าการแพทย์และตัวยาสมัยใหม่เท่านั้นที่จะเป็นหนทางรักษาเด็กชาย เมื่อซิสเตอร์จูเนียค้นพบความลับเกี่ยวกับซิสเตอร์มิเคลล่า (จอนยอบิน) ผู้เป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของหลวงพ่อเปาโล เธอจึงเสี่ยงที่จะขอความช่วยเหลือจากมิเคลล่า เพื่อลักพาตัวฮีจุนออกจากโรงพยาบาล แม้จะไม่เห็นพ้องกับวิธีการอันบ้าบิ่นและเสี่ยงภัยของซิสเตอร์จูเนีย มิเคลล่าก็ตัดสินใจที่จะร่วมมือกับซิสเตอร์จูเนีย เพื่อช่วยเหลือเด็กชายจากการสิงร่างของปิศาจร้ายตนนี้ สองแม่ชีกำลังย่างเข้าสู่เส้นทางแห่งการร่ายพิธีกรรมเร้นลับสุดอันตราย ทั้งสองต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตเด็กชายและไล่ปิศาจร้ายกลับสู่หลุม

DARK NUNS ไล่มันกลับลงหลุม เป็นผลงานการแสดงเรื่องล่าสุดของ ซงฮเยคโย นักแสดงสาวผู้โด่งดังจากบทบาทครูมุน (มุนดงอึน) จากซีรีส์  The Glory ร่วมด้วย  จอนยอบิน , อีจินอุค ,  มุนอูจิน  และ ฮอจุนโฮ