ประธานกสม.ส่งสาร’วันเด็กแห่งชาติ 2568′ ขอผู้ใหญ่-สังคม ตระหนักถึงการคุ้มครอง

ประธานกสม.ส่งสาร'วันเด็กแห่งชาติ 2568' ขอผู้ใหญ่-สังคม ตระหนักถึงการคุ้มครอง

ประธานกสม.ส่งสาร’วันเด็กแห่งชาติ 2568′ ขอผู้ใหญ่-สังคม ตระหนักถึงการคุ้มครอง

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.41 น.

ประธานกสม.ส่งสาร “วันเด็กแห่งชาติ 2568” ขอผู้ใหญ่-สังคม ตระหนักถึงการคุ้มครอง ส่งเสริมสิทธิเด็กบนพื้นฐานของความรัก ความเข้าใจ เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมีศักยภาพและเป็นกำลังสำคัญของสังคม

9 ม.ค. 68 น.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ส่งสารเนื่องใน วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ระบุเด็ก คือ ทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญและจะมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคต รัฐจึงมีหน้าที่ปกป้องและคุ้มครองสิทธิเด็กตามที่รัฐธรรม นูญและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC)ให้การรับรองไว้  โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ เพื่อส่งเสริมให้เด็กเติบโตอย่างมีศักยภาพทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญา มีมาตรฐานการดำรงชีวิตที่เหมาะสม และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีรวมทั้งได้รับการปกป้องคุ้มครองจากความรุนแรงและการถูกแสวงหาประโยชน์ในทุกรูปแบบ

โดยในปีที่ผ่านมา เด็กต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายโดยเฉพาะอุบัติเหตุทางท้องถนน อันเกิดจากความประมาท หรือการละเลยเรื่องมาตรฐานความปลอด ภัยของยานพาหนะและการขับขี่ เด็กยังเป็นกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพจากมลพิษและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่เด็กถูกกลั่นแกล้งหรือบูลลี่(bully)นำข้อมูลส่วนบุคคลมาทำเป็นคอนเทนต์ในสื่อออนไลน์ ตกเป็นเหยื่อจากการใช้ความรุนแรงและล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งรวมถึงจากคนที่ใกล้ชิดและไว้ใจในครอบครัวและสถานศึกษา อันส่งผลกระทบต่อจิตใจและพัฒนาการด้านต่างๆของเด็กในระยะยาว

เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)ขอส่งความปรารถนาดีมายังเด็กๆทุกคน ขอให้มีพลังใจที่ดี มีความสุขในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองในทางที่สร้างสรรค์ มีคุณธรรม ร่วมกันใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และขอให้ผู้ใหญ่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสังคมทุกภาคส่วนตระหนักถึงการคุ้ม ครองและส่งเสริมสิทธิของเด็กบนพื้นฐานของความรักและความเข้าใจ ให้เด็กได้อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทั้งในบ้าน โรงเรียน ชุมชน ตลอดจนพื้นที่สังคมออน ไลน์ เพื่อให้เด็กทุกคนได้เติบโตตามวัย สดใส แข็งแรง มีความมั่นคงทางจิตใจ ตระหนักในคุณค่าและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของตนเองและผู้อื่น เพื่อเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมต่อไป

‘ศาลเยาวชนฯฉะเชิงเทรา’มอบสิ่งของเงินบริจาคแก่ นร.ตามโครงการ’ศาล…สานฝัน เพื่อวันของน้อง’

'ศาลเยาวชนฯฉะเชิงเทรา'มอบสิ่งของเงินบริจาคแก่ นร.ตามโครงการ'ศาล...สานฝัน เพื่อวันของน้อง'

‘ศาลเยาวชนฯฉะเชิงเทรา’มอบสิ่งของเงินบริจาคแก่ นร.ตามโครงการ’ศาล…สานฝัน เพื่อวันของน้อง’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.27 น.

“ศาลเยาวชนฯฉะเชิงเทรา”มอบสิ่งของเงินบริจาคแก่ นร.ตามโครงการ”ศาล…สานฝัน เพื่อวันของน้อง” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาในการอำนวยความยุติธรรม และยังเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์และความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนและศาลยุติธรรม

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดฉะเชิงเทรา โดย นางออมฤดี ชั้นไพบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดฉะเชิงเทรา นำคณะผู้พิพากษาสมทบ ผู้ประนีประนอม ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้อำนวยการฯ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดฉะเชิงเทรา เดินทางไปยังโรงเรียนฉะเชิงเทราปัญญานุกูล อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อมอบสิ่งของและเงินบริจาคเพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมตามกิจกรรม “ศาล…สานฝัน” โครงการ“ศาล…สานฝัน เพื่อวันของน้อง” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมี นางเงาแข เดือดขุนทด ผู้อำนวยการโรงเรียนฉะเชิงเทรา เป็นตัวแทนในการรับมอบ

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ศาล…สานฝัน เพื่อวันของน้อง” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาในการอำนวยความยุติธรรม และยังเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์และความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนและศาลยุติธรรมอีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากแผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ.2565 – 2568 ที่มีเป้าประสงค์ให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในการอำนวยความยุติธรรมของศาลยุติธรรม เพื่อเสริมสร้างความสงบเรียบร้อยและสันติสุขให้เกิดขึ้นกับสังคม ประกอบกับนโยบายของนางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา คือ “สานต่อ เสริมสร้าง ส่งต่ออย่างยั่งยืน” โดยเฉพาะ “สานต่อ” ที่กำหนดให้มีส่งเสริมและพัฒนาการประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อให้เยาวชนและประชาชนเข้าใจ เข้าถึงกระบวนการทางศาล และรับรู้สิทธิของตนตามกฎหมาย และ “ส่งต่ออย่างยั่งยืน” ที่กำหนดให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

‘อนุกูล’เผยรัฐบาลห่วงใยสุขภาพเด็กๆ แนะ 8 วิธีเที่ยวงานวันเด็กปลอดภัย

'อนุกูล'เผยรัฐบาลห่วงใยสุขภาพเด็กๆ แนะ 8 วิธีเที่ยวงานวันเด็กปลอดภัย

‘อนุกูล’เผยรัฐบาลห่วงใยสุขภาพเด็กๆ แนะ 8 วิธีเที่ยวงานวันเด็กปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.22 น.

“อนุกูล” เผยรัฐบาลห่วงใยสุขภาพเด็กๆ แนะ 8 วิธีเที่ยวงานวันเด็กปลอดภัย กำชับผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เชิญชวนเด็กและเยาวชนพื้นที่ “สะเดา-คลองหอยโข่ง-พื้นที่ใกล้เคียง” เที่ยวงานวันเด็ก

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 หน่วยงานหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ เพื่อส่งมอบของขวัญและความสุขให้กับเด็ก ให้ครอบครัวได้มีกิจกรรมทำร่วมกัน โดยผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานไปร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลทำให้เพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคติดต่อต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น และเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ หรือเกิดเหตุฉุกเฉินได้ เช่น การก่อการร้าย การทำร้ายร่างกายจากผู้ที่ไม่ประสงค์หวังดี เป็นต้น 

นายอนุกูล กล่าวว่า รัฐบาลห่วงใยสุขภาพของเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยงกลุ่มเปราะบาง ซึ่งมีความไวต่อการสัมผัสเชื้อโรค ฝุ่นละอองขนาดเล็ก และสารเคมีอันตรายปนเปื้อนในเครื่องเล่นเด็กที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมทั้งอาจได้รับอันตรายจากเหตุก่อความรุนแรงรูปแบบต่าง ๆ หรือภาวะขาดอากาศจากพื้นที่แออัดในที่มีคนเข้ามาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก รัฐบาลได้เน้นย้ำให้หน่วยงานจัดงานวันเด็กแห่งชาติ สอดส่อง ดูแล ควบคุม กำกับ และมีมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่ คุมเข้มการปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และหมั่นล้างมือให้สะอาด รวมถึงมีการจัดการด้านสุขาภิบาล สุขอนามัย อนามัยสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการสุขาภิบาลอาหาร น้ำดื่ม ห้องส้วมสะอาดได้มาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันโรคติดเชื้อจากแบคทีเรียและไวรัสต่าง ๆ นอกจากนี้ ในช่วงที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กมีค่าเกินมาตรฐาน พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรป้องกันตนเองและบุตรหลาน สวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองทุกครั้งเมื่ออยู่นอกอาคาร และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของเด็ก เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออก หากมีอาการแสดง ให้รีบพาไปพบแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ 

ทั้งนี้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะ 8 วิธี เที่ยวงานวันเด็กปลอดภัย เลี่ยงพื้นที่แออัด ลดเสี่ยงสุขภาพ ดังนี้ 1) ฟังข่าวการแจ้งเตือนภัย 2) สวมหน้ากากตลอดเวลา 3) สังเกตหาทางออกพร้อมหนี 4) มีเบอร์โทรฉุกเฉิน 5) ประเมินตนเองและพกยาติดตัว 6) ที่แออัด น่ากลัวห้ามเข้า 7) เฝ้าระวัง วิ่งหนีถ้ามีสัญญาณ 8) เตรียมอาหาร น้ำดื่ม แบตสำรองให้พร้อม

“ด้วยรักและห่วงใยน้อง ๆ เด็ก ๆ ทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติปีนี้ ขอให้ทุกครอบครัวที่พาบุตรหลานร่วมกิจกรรมดังกล่าว ปฏิบัติตนตามมาตรการของพื้นที่จัดงานอย่างเคร่งครัด ใส่ใจดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองและเด็ก ๆ สำหรับเด็ก ๆ และเยาวชนในพื้นที่อำเภอสะเดา อำเภอคลองหอยโข่ง และพื้นที่ใกล้เคียง ขอเชิญชวนผู้ปกครองพาบุตรหลานมาร่วมกิจกรรมงานวันเด็ก ในวันที่ 11 มกราคมนี้ ณ สำนักงานสะเดา (ถนนเลี่ยงเมือง ระหว่าง เวลา 09.00-12.00 น.) ซึ่งจะได้พบกับ “พี่โบ๊ต” อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รอแจกของรางวัลแบบจัดเต็ม อาทิ ตุ๊กตา LABUBU จักรยาน กล่องสุ่มของเล่น และของขวัญของรางวัลอีกมากมายให้เด็ก ๆ ทุกคน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสนุกสนาน และอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ไว้บริการฟรี” นายอนุกูล กล่าว

สุดปัง นนนี่-แอ็คมี่ คนไทยคนแรก ถูกเชิญเข้าชมสวนสัตว์ต้องห้ามที่ดูไบ

สุดปัง นนนี่-แอ็คมี่ คนไทยคนแรก ถูกเชิญเข้าชมสวนสัตว์ต้องห้ามที่ดูไบ

9 ม.ค. 2568 15:04 น.

สุดปัง นนนี่-แอ็คมี่ คนไทยคนแรก ถูกเชิญเข้าชมสวนสัตว์ต้องห้ามที่ดูไบ

ปังอีกแล้วสำหรับ นนนี่ ณัฐชา นางเอกคนดัง กับนักร้องหนุ่ม แอ็คมี่ DoubleDeep คู่รักเซเลบคนดังที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีอะไรเซอร์ไพรส์ไม่หยุดหย่อน ล่าสุดทั้งคู่ปังอีกครั้งเมื่อได้รับเทียบเชิญจากมหาเศรษฐีระดับโลกของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) อย่าง ชีค ดร.ซาอีฟ อาห์เหม็ด เบลฮาซา ให้ไปเยือน Fame Park สวนสัตว์ส่วนตัวที่สุดแสน Exclusive ที่ยังไม่เคยมีศิลปินหรือบุคคลสำคัญของไทยคนไหนที่เคยได้รับเชิญมาก่อน 

โดยงานนี้ นนนี่ ณัฐชา และ แอ็คมี่ DoubleDeep ได้รับเชิญให้เข้าเยี่ยมชม Fame Park ที่ได้ชื่อว่าเป็น “สวนสัตว์ต้องห้าม” ณ เมืองดูไบ ซึ่งการได้รับเทียบเชิญจากบุคคลระดับโลกแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่โคตรปังเลยขอบอก

โดยสวนสัตว์ Fame Park สร้างขึ้นเพราะต้องการที่จะอนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งที่นี่เป็นสวนสัตว์ที่ผสมผสานความหรูหรากับความมหัศจรรย์ของสัตว์ป่าได้อย่างลงตัว งานนี้สองคู่รักเข้าเยี่ยมชมสวนสัตว์ถือเป็นอะไรที่สุดพิเศษมากๆ เพราะสวนสัตว์แห่งนี้ให้เหล่าคนดังทั่วโลกที่ได้รับเชิญเท่านั้นถึงเข้าไปเยี่ยมชมได้ และคนดังระดับโลกที่ว่าก็ เช่น นิคกี มินาจ, คาร์ดี บี, มารายห์ แครี, ปารีส ฮิลตัน, ลิโอเนล เมสซี, เวย์น รูนีย์, สตีเวน ซีกัล, เฉินหลง, เน-โย ฯลฯ รวมถึงบุคคลสำคัญและศิลปินระดับโลกอีกมากมาย

ซึ่งแอ็คมี่ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ไม่ใช่ใครจะเข้ามาที่นี่ก็ได้ เพราะที่นี่คือสถานที่พิเศษ สำหรับคนพิเศษที่ได้รับเชิญเท่านั้น รู้สึกพิเศษเป็นอย่างยิ่งที่ Sheikh Dr. Saif Ahmad Belhasa ทำให้ผมได้เป็นคนพิเศษของท่าน เป็นเวลามากกว่า 3 ชม. เต็มๆ ที่เราได้เดินชมสัตว์มากมาย และพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติเรื่องราวประสบการณ์ต่างๆ ร่วมกัน ณ สวนสัตว์ต้องห้ามส่วนตัว Fame Park แห่งนี้ และนี่เป็นอีก 1 วันที่คู่ควรจะจดจำของผมในฐานะ ACT(ACET) Founder”

บลู รุ้งจรัส นางเอกลิเกคลอดลูกสาว ตั้งชื่อ นวลผ่อง แน็คกี้ ลิเกฮีโร่ ดูแลไม่ห่าง

บลู รุ้งจรัส นางเอกลิเกคลอดลูกสาว ตั้งชื่อ นวลผ่อง แน็คกี้ ลิเกฮีโร่ ดูแลไม่ห่าง

9 ม.ค. 2568 14:54 น.

บลู รุ้งจรัส นางเอกลิเกคลอดลูกสาว ตั้งชื่อ นวลผ่อง แน็คกี้ ลิเกฮีโร่ ดูแลไม่ห่าง

นับว่าเป็นข่าวรับต้นปีเลยทีเดียว เมื่อนางเอกลิเกคณะดัง บลู รุ้งจรัส จากคณะลิเกสองเทพบุตรสุดที่รัก ของ เอกชัย ศรีวิชัย ได้คลอดลูกสาวแล้ว พร้อมตั้งชื่อ ด.ญ.นวลผ่อง สุทธิหิรัญดำรงค์ ด้านพ่อแน็คกี้ ลิเกฮีโร่ ยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว แต่เห็นที่จะเห่อหลานมากที่สุดเห็นจะเป็น ลุงนีโน่ เทพบุตรสุดที่รัก เพราะตั้งตัวเป็นพ่อทูนหัวของหลานสาวแล้ว ท่ามกลางความปลื้มปริ่มของครอบครัวและแฟนคลับที่ติดตามมากมาย

โดย พ่อแน็คกี้ ได้โพสต์ภาพพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกขณะอยู่ในห้องคลอด พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “จุติขึ้นมาบนโลกใบนี้แล้ว กล่องดวงใจของพ่อจ๋า น้องนิกะ ด.ญ. นวลผ่อง สุทธิหิรัญดำรงค์ ขอฝากเนื้อฝากตัวกับแม่นม FC ทุกๆ ท่านด้วยนะคะ #ลิเกฮีโร่ #สองเทพบุตรสุดที่รัก #แน็กกี้ #รุ้งจรัส #นวลผ่อง”

ด้าน ลุงนีโน่ พ่อทูนหัวของน้องนวลผ่องได้โพสต์ภาพพร้อมเขียนข้อความต้อนรับหลานสาวว่า “นางเอกแก้มป่อง นวลผ่อง ศรีวิชัย 9 มกราคม 68 ความสุขของทุกคน หลานรักของลุงจิ้มลิ้มสุดๆ ปู่เอกรู้ไว้ลุงแต้มนำแล้วนะ #ลุงจ๋าของหลานนวลผ่อง #ลิเกสองเทพบุตรสุดที่รัก #นีโน่สุดที่รัก #แน็กกี้ #บลูรุ้งจรัส”

ทำเอาแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์แซวว่า ลุงนี่เห่อหลานไม่ไหว งานนี้นอกจากจะมีแฟนคลับแห่เข้ามาคอมเมนต์ยินดีกันเพียบแล้ว ยังมีคนชมว่าเบบี๋น้อยว่าถอดความสวยจากแม่มาเต็มๆ

นก จริยา เปิดเส้นทางรัก จอนนี่ แอนโฟเน่ เล่านาทีจับโป๊ะ! สามีมีกิ๊กกลางกองถ่าย

นก จริยา เปิดเส้นทางรัก จอนนี่ แอนโฟเน่ เล่านาทีจับโป๊ะ! สามีมีกิ๊กกลางกองถ่าย

9 ม.ค. 2568 14:40 น.

นก จริยา เปิดเส้นทางรัก จอนนี่ แอนโฟเน่ เล่านาทีจับโป๊ะ! สามีมีกิ๊กกลางกองถ่าย

นับเป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่เก่งรอบด้าน สำหรับ นก จริยา แอนโฟเน่ ที่นอกจากจะมีฝีมือด้านการแสดงแล้วยังพ่วงตำแหน่งผู้จัด เมื่อได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 เสาร์ที่ 11 มกราคม เวลา 11.00 น. ทางช่องวัน 31 นก จริยา รับจีบพระเอกตัวท็อปของวงการอย่าง จอนนี่ แอนโฟเน่ ก่อน วิธีจีบจะเป็นอย่างไร? และความขี้โมโหของเธอทำสามีเกือบขิต!?

พร้อมเล่าประสบการณ์จับโป๊ะคุณสามีคุยกับกิ๊กคากองถ่ายละครพีกมาก เรื่องนี้จบแบบใด? และความคิดเรื่องความรักฉบับนก จริยา เพราะรักคือความไม่แน่นอน ปีหน้าอาจเลิกกันก็ได้ แค่เราอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ และให้เกียรติซึ่งกันและกัน ยอมรับเคยมีวินาทีที่เกือบเดินออกมาจากชีวิตคุณสามี แต่คิดไปคิดมาข้อดีของเขามีมากกว่าข้อเสีย ก็เลยให้อภัยแล้วไปกันต่อกับความรักครั้งนี้…

อยู่ในแวดวงการแสดง หนุ่มๆ เข้ามาเยอะไหมเอ่ย?
นก จริยา : มีค่ะ มีพี่ๆ ใดๆ ก็เข้ามาคุยโน้นนี่นั่นนะคะ แต่เราเป็นคนระวังตัว ไม่คุยกับใคร

แล้วยังไง ทำไมพระเอกดังอย่างคุณจอนนี่ถึงได้เข้ามาได้ ใครจีบใคร?
นก จริยา : เราจีบเขาค่ะ เราก็หาเบอร์โทรของเขา เรานี่ทอดสะพานตลอดค่ะ

เป็นคนขี้หึงไหม?
นก จริยา : ขี้โมโหมากกว่าขี้หึงค่ะ

แต่ก็โหดอยู่เพราะมีอยู่เหตุการณ์หนึ่งถอยรถชน พูดง่ายๆ คือนก จริยา เกือบจะฆ่าสามี?
นก จริยา : มันเคลียร์กันไม่ได้ค่ะ แล้วนกก็โกรธแล้วจะขับรถกลับบ้านตัวเอง เขาก็เลยเดินมาเอาของ เราก็แบบไม่ง้อเราด้วย เราก็จอดเราไว้หน้าบ้านแล้วก็ถอยๆๆ แล้วเห็นพี่จอนเดินเข้าประตูไปแล้ว ใจเราคิดว่า “ตาย” แล้วก็พุ่งไปใส่ประตูเลย ถามว่าโดนไหม เขานอนอยู่ใต้ประตูค่ะ

แล้วจับได้อย่างไรเอ่ย?
นก จริยา : มันมาโป๊ะแตกวันที่อยู่ดีๆ เราไปเยี่ยมพี่จิ๋ม แล้วก็ถามถึงว่าพี่จิ๋มขา น้องคนนี้เขาเป็นอย่างไร พี่จิ๋มตอบมาว่าคนนี้เหรอ!! ต้องไม่ธรรมดา นกก็เลยโทรหาช่างแต่งหน้าเลย มีอะไรไหนเล่าให้ฟังสิ บอกออกมาทุกสิ่งทุกอย่างว่าพูดว่าอะไร ก็เลยมีความรู้สึกว่างั้นขอเคลียร์เลยดีกว่า นกก็เลยพูดเป็นประโยคเลยว่า ผู้ชายพูดอย่างนี้ ผู้หญิงพูดอย่างนี้ นัดกันตรงนี้เอาไง เขาก็บอกว่าโอเค จบ

รักคือความไม่แน่นอนคืออย่างไรเอ่ย?
นก จริยา : คือพี่เป็นคนที่เมื่อเขาเดินออกนอกบ้านแล้วพี่ไม่ตาม พี่ไม่เคยเช็ก ไม่เคยค้นกระเป๋าพี่ไม่เคยอะไร พี่อยากได้พื้นที่สบายใจ ก็เคยพูดว่าถ้าเดินออกไปอย่าสร้างความเดือดร้อนให้ที่บ้านนะ ถ้าไม่รู้ไม่เป็นไร ถ้ารู้แล้วก็ไม่ได้นิ่งต้องให้เกียรติพี่

32 ปี ถือว่ายิ่งใหญ่มาก แต่พี่นกก็บอกว่าไม่คอมมิตว่าจะเป็น 33, 34 หรือ 35?
นก จริยา : ใช่ค่ะ ปีหน้าอาจจะเลิกกันก็ได้

นก จริยา : คือที่เขาไม่น่ารักมุมนั้นมันมี แต่หลายๆ มุมของเขาน่ารัก แล้วเราก็เอามาเวทกันว่าเราจะยังเดินไปด้วยกันต่อกับคนนี้ได้ไหม

ที่พี่นกเคยเวทกันขนาดนี้เพราะเราเคยคิดว่าจะไม่ไปต่อ เคยถึงจุดนั้นไหม?
นก จริยา : เคยถึงจุดนั้นค่ะ เก็บผ้าเก็บผ่อนรอเลย แต่เขาก็เดินกลับเข้ามาแล้วบอกว่าเขาอยู่กับคนอื่นไม่ได้เขารู้ตัว เขาจะปรับปรุงในส่วนนี้ เราก็ยังให้โอกาสกัน

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เปิดการ์ดงานแต่ง เจมส์-โฟม ไม่เหมือนใคร เรียบๆ แต่น่ารักมาก บ่งบอกความเป็นตัวตน

เปิดการ์ดงานแต่ง เจมส์-โฟม ไม่เหมือนใคร เรียบๆ แต่น่ารักมาก บ่งบอกความเป็นตัวตน

9 ม.ค. 2568 12:37 น.

เปิดการ์ดงานแต่ง เจมส์-โฟม ไม่เหมือนใคร เรียบๆ แต่น่ารักมาก บ่งบอกความเป็นตัวตน

หลังจากที่จัดงานแต่งงานแบบเรียบง่ายแต่อบอุ่นไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา สำหรับคู่ของ เจมส์ จิรายุ และ โฟม เบ็ญจมาส ท่ามกลางความยินดีของ ครอบครัว ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ เพื่อนสนิททั้งในและนอกวงการที่ไปร่วมเป็นสักขีพยานในการเริ่มต้นชีวิตคู่ของทั้งคู่

ล่าสุด เจมส์และโฟมเดินสายส่งการ์ดเชิญเพื่อนๆ ทั้งในและนอกวงการไปร่วมงานฉลองมงคลสมรสที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11 มกราคมนี้ โดยการ์ดงานแต่งของทั้งคู่บอกเลยว่าน่ารักไม่เหมือนใคร เพราะใช้ภาพตอนเด็กของเจมส์และโฟมมาใส่ชุดเจ้าบ่าวและเจ้าสาว เป็นการ์ดแต่งงานดาราที่ดูเรียบง่ายแต่น่ารักสุดๆ เพราะมีดีเทลไม่เหมือนใครจริงๆ บ่งบอกความเป็นตัวตนของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี 

เลิกอีกคู่ แบงค์ พชร เคลียร์สถานะ นิหน่า ตัดสินใจร่วมกันที่จะหย่า

เลิกอีกคู่ แบงค์ พชร เคลียร์สถานะ นิหน่า ตัดสินใจร่วมกันที่จะหย่า

9 ม.ค. 2568 11:48 น.

เลิกอีกคู่ แบงค์ พชร เคลียร์สถานะ นิหน่า ตัดสินใจร่วมกันที่จะหย่า

เป็นอีกหนึ่งคู่คนบันเทิงถูกจับตาสถานะความเป็นสามีภรรยา สำหรับ นิหน่า สุฐิตา และ แบงค์ พชร และเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมานิหน่าออกมาโพสต์รีวิวชีวิตช่วงปี 67 ว่า

“Goodbye 2024 อีกปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ทั้งสิ่งรอบตัว และภายในจิตใจตัวเอง โดยเฉพาะ 3 เดือนหลังของปี รู้สึกว่าตัวเองสามารถนิ่งได้มากขึ้น ปลงได้มากขึ้นบ้าง และเอาหลัก Let Them มาใช้ในชีวิต

สิ่งที่เราควบคุมได้คือตัวเราเอง ชีวิตของเรา สิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เลยคือชีวิตและการกระทำของคนรอบข้าง ที่เราต้องปล่อยเขาไป และเราค่อยคิดว่า เราจะทำยังไงกับสิ่งที่เขาทำกับเรา

เป็นปีที่รู้แล้วจริงๆ ว่าโลกนี้มันก็เป็นแบบนี้ การเปลี่ยนแปลงคือนิรันดร์ หากเรารักตัวเองอยู่กับตัวเองได้มากพอ เราจะผ่านทุกสิ่งไปได้ กอดตัวเองเยอะๆ ในวันที่โลกไม่เป็นใจ แม้ไม่มีใคร เรายังมีตัวเราเองนะ

ทำดีที่สุดในทุกๆ วัน คือสิ่งที่เราตั้งเป้าในปี 2025 จะยิ้มให้เยอะๆ มีความสุขกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ รักคนที่ควรรัก แคร์คนที่ควรแคร์ และรักตัวเองให้เยอะๆ เพราะไม่มีใครรู้เลยว่า ชีวิตจะพาเราไปตรงไหน และมันจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ตรงไหน

ขอบคุณทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทั้งที่ยังอยู่และผ่านไป ขอบคุณคนที่เคียงข้าง ที่คอยให้กำลังใจ ให้เราผ่านอีกปีที่ยากนี้ไปได้ ขอบคุณเป็นพิเศษกับช่วง Christmas ที่ผ่านมา ที่เราได้ไปอยู่ในที่ที่เราคิดว่าจริงๆ แล้ว เราก็ต้องการความสุขง่ายๆ เท่านี้เองในชีวิต Thank you for showing me how life and love should be, simple and happy. ขอให้ 2025 เป็นปีที่ดีของเรา และของทุกๆ คนนะคะ” ยิ่งทำให้หลายคนก็สงสัยกับสถานะของแบงค์และนิหน่า เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยได้รับคำตอบที่ชัดเจนในเรื่องนี้

และล่าสุด แบงค์ พชร ได้ออกมาโพสต์เคลียร์ชัดถึงสถานะความสัมพันธ์กับภรรยาสาว โดยโพสต์ภาพเสื้อที่มีข้อความ NO DRAMA พร้อมแคปชั่นว่า “ปี 2566 เราตัดสินใจร่วมกัน ที่จะหย่าตามกฎหมาย แล้วต่างคนต่างทำหน้าที่ผู้ปกครอง ของบุตรทั้งสอง ขอให้ข้อมูลแค่นี้ครับ”

เปิดความเชื่อ แซม ยุรนันท์ อุ้มพระพุทธรูปออกมาจากเรือนจำ เหมือนเป็นการเริ่มชีวิตใหม่

เปิดความเชื่อ แซม ยุรนันท์ อุ้มพระพุทธรูปออกมาจากเรือนจำ เหมือนเป็นการเริ่มชีวิตใหม่

9 ม.ค. 2568 11:31 น.

เปิดความเชื่อ แซม ยุรนันท์ อุ้มพระพุทธรูปออกมาจากเรือนจำ เหมือนเป็นการเริ่มชีวิตใหม่

หลังจากที่สำนักงานคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ไม่ฟ้องนักแสดงหนุ่ม แซม ยุรนันท์ และ มิน พีชญา ในคดีดิไอคอนกรุ๊ป เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนพอที่จะรับฟังได้ว่าร่วมกระทำความผิด

จากนั้นในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. แซม ได้ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ โดยแซมใส่เสื้อลายสีดำ-เทา สวมหน้ากากอนามัย หมวกแก๊ปสีดำ อุ้มพระพุทธรูป ด้าน มุก มาริษา ภรรยา เดินออกมาคู่กันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จากนั้นก็ได้โผกอดลูกชายลูกสาวที่มารอรับกันทั้ง 4 คน ก่อนจะขึ้นรถกลับออกไป 

สำหรับความเชื่อของการถือพระพุทธรูปออกจากเรือนจำนั้น ด้าน อาจารย์อ๊อด วีรชัย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Weerachai Phutdhawong เปิดเผยถึงความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า

“ถือพระพุทธรูป

1. การแสดงความสำนึกบุญคุณ:
การถือพระพุทธรูปเป็นการแสดงถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และการขอบคุณที่ได้รับโอกาสใหม่ในชีวิตหลังจากผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในคุก.

2. การเริ่มต้นชีวิตใหม่:
พระพุทธรูปถือเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความเมตตา และปัญญา การถือพระพุทธรูปแสดงถึงความตั้งใจที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยศีลธรรมและคุณธรรม.

3. การปลดปล่อยทางจิตใจ:
การพ้นจากคุกไม่ได้หมายถึงเพียงอิสรภาพทางร่างกาย แต่ยังสื่อถึงการปลดปล่อยจิตใจจากความทุกข์โทษ พระพุทธรูปเป็นตัวแทนของการปฏิบัติธรรมและการค้นพบสันติสุขภายใน.

4. การอธิษฐานและขอพร:
บางคนถือพระพุทธรูปพร้อมอธิษฐานขอให้ชีวิตใหม่ปราศจากอุปสรรค และมีความมั่นคงทางจิตใจและความสำเร็จในอนาคต”

เปิดเหตุผล มิน พีชญา ไม่ตัดผมและแต่งหน้าได้ ขณะออกเรือนจำ เพราะเป็นแค่ผู้ถูกฝากขัง

เปิดเหตุผล มิน พีชญา ไม่ตัดผมและแต่งหน้าได้ ขณะออกเรือนจำ เพราะเป็นแค่ผู้ถูกฝากขัง

9 ม.ค. 2568 10:28 น.

เปิดเหตุผล มิน พีชญา ไม่ตัดผมและแต่งหน้าได้ ขณะออกเรือนจำ เพราะเป็นแค่ผู้ถูกฝากขัง

หลังจากที่ มิน พีชญา ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ โดยมีครอบครัวพร้อมกับ เคลวิน แฟนหนุ่มได้มารอรับ ซึ่งมินได้ปรากฏตัวออกมาโดยสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว กางเกงยีนส์ สวมหมวกแก๊ปสีดำ คาดแว่นตากันแดดไว้บนศีรษะ ผมยาวประบ่า พร้อมใบหน้ามีรอยยิ้ม แต่ดูซูบผอมไปบ้าง

และได้พูดเปิดใจครั้งแรกพูดสั้นๆ ว่า ขอบคุณความยุติธรรมและขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ พร้อมกับยืนยันความบริสุทธิ์ทั้งหมด เพราะได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว ตอนนี้พร้อมรับงานแต่ขอให้ผู้จัดการเป็นผู้ดูแล

ซึ่งทันทีที่นางเอกสาวปรากฏตัว บนโลกออนไลน์ต่างก็พากันสงสัยอย่างมากว่าทำไมนางเอกสาวถึงไม่ได้ตัดผมเหมือนคนอื่นๆ ที่เข้าไป เรื่องนี้ทางด้าน สรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้พูดถึงเรื่องนี้ทางรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ บอกว่า ผู้หญิงไม่ต้องตัดผม ต่างจากผู้ชาย มันมีระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการตัดผมผู้ต้องขัง ข้อ 8 เผยว่า นักโทษเด็ดขาดหญิง ให้ไว้ผมยาวไม่เกินต้นคอ หรือหากไว้ผมยาวเกินกว่าต้นคอ ต้องรวบผมหรือผูกผมให้เรียบร้อย ขณะเดียวกันยังมีข้ออื่นๆ ว่าด้วยการตัดผม แต่ข้อนี้ก็ครอบคลุมอยู่แล้ว

และเรื่องที่บางคนบอกว่า ทำไมถึงได้แต่งหน้า ซึ่งสรยุทธบอกว่า ระหว่างที่กำลังออกมาในขั้นตอนกระบวนการปล่อยตัว ญาติก็สามารถนำอุปกรณ์ต่างๆ เข้าไปให้ได้ เช่นเดียวกับเสื้อผ้า และรวมถึงประเด็นที่ นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง ในฐานะรองโฆษกกรมราชทัณฑ์ ก็ตอบคำถามเรื่องนี้ย้ำว่า ผู้หญิงไว้ผมยาวได้ แต่มัดให้เรียบร้อย หรือถ้าร้อนก็ตัดได้ หลายคนดังๆ ก่อนหน้านี้ที่เป็นผู้หญิง อาจจะตัดเอง

และขณะเดียวกัน มิน พีชญา ยังเป็นผู้ต้องขัง เรียกว่า ฝากขัง ไม่ใช่ผู้ต้องขังเด็ดขาด ศาลยังไม่ตัดสิน การดูแล ท่านระบุว่ายังมีความแตกต่างกับผู้ต้องขังเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกายภาพ ยังมีการแยกกันฝากขัง ไม่ปะปนกัน และผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีอย่างกรณีของมิน ผู้หญิงสามารถไว้ผมยาวได้ เพียงแต่ว่ามัดรวบให้เรียบร้อย หรือถ้าร้อนอยากตัด ก็ตัดได้