‘โยเกิร์ต-ฟลุค’เล่าความสนิท 9 ปี คุยกันทุกอย่างกระทั่งเรื่อง18+

'โยเกิร์ต-ฟลุค'เล่าความสนิท 9 ปี คุยกันทุกอย่างกระทั่งเรื่อง18+

‘โยเกิร์ต-ฟลุค’เล่าความสนิท 9 ปี คุยกันทุกอย่างกระทั่งเรื่อง18+

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2568, 20.21 น.

โยเกิร์ต ควง ฟลุค เกริกพล เล่าความสนิทตลอด 9 ปี คุยกันทุกอย่าง แม้กระทั่งปรึกษาเรื่อง 18+

นางแบบสาวสุดฮอต โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ ที่วันนี้ควงพี่ชาย ฟลุค เกริกพล มาเผยความสนิทพร้อมเล่าวีรกรรมที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน และเรื่องราว 18+ ที่โยเกิร์ตบอกเลยว่าต้องปรึกษาพี่ชายคนนี้คนเดียว และสาวโยเกิร์ตยังได้อัปเดตอาการป่วยมะเร็งของคุณแม่ ที่ทำเอาเจ้าตัวเป็นกังวลขั้นสุด แถมงานนี้ สาวโยเกิร์ต ยังเล่าว่าเจอหมอดูทักแรงก่อนเจอมรสุมชีวิต ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne31 ที่มี หนิง ปณิตา, บูม สุภาพร และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

หลายคนไม่รู้ว่าทั้งคู่สนิทกัน ?

โยเกิร์ต : มันเริ่มจากละคร เรื่องที่2 ของโย ได้เล่นกับพี่ฟลุค น่าจะประมาณ 9 ปีที่แล้ว เรื่องเพลิงนรี

ฟลุค : รู้สึกว่ารู้จักกันมานานแล้ว แต่ไม่รู้จริงๆ ว่ามัน 9 ปีแล้ว

เจอกันครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง?

ฟลุค : ตอนเจอกันครั้งแรกเป็นฉากที่

โยเกิร์ต : เหมือนเราต้องเล่นคู่กันเลย

ฟลุค : แล้วไปเดทกัน ซึ่งมันมีแค่ 2 คน แล้วมันไม่คุยกันก็ไม่ได้ เลยต้องคุยกัน แล้วมันถ่ายยาวนาน ก็คุยไปเรื่อยๆ มันก็เลยสนิทกัน

โยเกิร์ต : ตอนแรกโยตื่นเต้นมากที่ได้ทำงานกับเขา เพราะว่าโยดูละครเขามาตั้งแต่เด็ก ตอน 5 ขวบ โยไม่เคยคุยกับเขามาก่อน แต่รู้จักว่าคนนี้คือใคร แล้วพอต้องมาเข้าฉากด้วยกันก็พยายามหาเรื่องคุย กลบความตื่นเต้น รู้ว่าเขาชอบกิน แล้วเราก็เป็นสายกิน สรรหาไม่ว่าจะเป็นที่เที่ยว ที่กิน ก็ถามพี่ฟลุคเป็นไง ไปกินนู้น กินนี่ไหม เราถามแค่คำถามเดียว หลังจากนั้นพูดไม่หยุดเป็นชั่วโมง

ฟลุค : เขาเป็นคนถามคำถามเปิด ไม่ใช่คำถามปิด แบบพี่ถ้าไปประเทศนี้ต้องไปกินร้านไหน

โยเกิร์ต : โห..ร่ายยาวเลย เขาเป็นคนที่ให้ข้อมูลที่ลึกแล้วละเอียด

สนิทกันจนคุยกันได้ทุกเรื่อง คุยกันเรื่องอะไรบ้าง เรื่องปัญหาชีวิตล่าสุดได้คุยไหม?

โยเกิร์ต : มีคุยบ้าง จริงๆ เรื่องส่วนตัวโยน้อยคนจะรู้ พี่ฟลุคเป็นหนึ่งคนที่โยคุยด้วย ถ้าถามว่ารุ่นพี่ในวงการคนไหนที่โยสนิทมากๆ ที่พอจะเล่าได้ ก็มีพี่ฟลุค พี่วุ้น

แล้วมีเรื่องอะไรที่ห้ามปรึกษาคนนี้เด็ดขาด?

โยเกิร์ต : อย่าเรียกว่าให้คำปรึกษาเลย ให้เรียกว่าฟังความด้านเขาดีกว่าว่าผู้ชายเขาคิดยังไงกับเรื่องพวกนี้ อย่างเช่น เรื่อง 18+ 

ฟลุค : เราก็มีถามเขากลับบ้าง เพราะเราอยากรู้ว่าผู้หญิงคิดยังไง แต่วิธีการตอบมันไม่เหมือนกันนะ ความจริงมันเป็นแบบนี้เชื่อพี่

โยเกิร์ต : เช่น ถ้าผู้ชายบอกว่ายังไม่เคยได้ แสดงว่าเคยได้แล้ว แต่ยังไม่เบื่อ

ทำไมโยถึงกล้าคุยกับพี่ฟลุคเรื่องแบบนี้?

โยเกิร์ต : เรื่องแบบนี้โยค่อนข้างเลือกคนคุย อย่างเพื่อนสนิทโยที่เป็นผู้หญิง หรือเพื่อนสนิทโยที่เป็นเก้งกวาง แต่พี่ฟลุคคือคนเดียวที่โยคุยเรื่อง 18+ กับเขา เพราะโยรู้สึกว่าเขาตรง เขาเป็นคนที่คุยแบบให้ข้อมูล ให้ข้อเท็จจริง แล้วก็เวลาคุยเขาไม่ได้ทำให้เราไม่รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย โอเคเราอาจจะเคยคุยกับเพื่อนผู้ชายบางคนเกี่ยวกับท็อปปิกนี้ แต่พอเราคุย เราก็รู้สึกว่าไม่อยากคุยเรื่องนี้กับเขาต่อ แต่กับพี่ฟลุคเรารู้สึกปลอดภัยที่จะคุย

ได้ประโยชน์ไหมจากการคุยเรื่องนี้?

โยเกิร์ต : ได้ประโยชน์ อย่างที่เขาบอกเป็นมุมมองของผู้ชายจริงๆ ให้เห็นภาพที่มันเป็นโลกแห่งความจริง

ฟลุค : คือไม่อยากให้โลกสวย ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม อะไรที่เป็นความจริงก็พยายามจะสื่อให้เห็นว่ามันมีหลายมุม ถ้าเป็นเรา เราจะเป็นแบบนี้ หรือถ้าเป็นผู้ชายส่วนมาก น่าจะเป็นแบบนี้ จะพูดความจริง ไม่ทำให้มันสวย

2 คนนี้เขาชอบมีกิจกรรมร่วมกันบ่อยๆ นั่นคือการกิน?

โยเกิร์ต : เป็นคนทึ่โยกินข้าวด้วยบ่อยมากๆ แม้กระทั่งช่วงโควิด เราจะเจอคนน้อยกลุ่ม แต่พี่ฟลุคเป็นหนึ่งคนที่เจอบ่อยมากๆ

ฟลุค : เวลาไปกินข้าว โยกินเยอะมาก กินเหมือนเพื่อนผู้ชายคนนึง

อะไรที่ทำให้พี่ฟลุคประทับใจในตัวน้องสาวคนนี้?

ฟลุค : พี่ชอบความเป็นมนุษย์ปกติ โยเป็นคนไม่แต่งแต้มอะไรเยอะ เขาเป็นคนหน้าดุมาก เวลาเขาไม่ยิ้ม คนที่จะเข้ามาจะเดินกลัวมาละ แต่ด้วยความที่เราสนิทกับเขา เราจะมีภาพจำ ต่อให้เขาหน้าดุอยู่ ผมก็รู้สึกว่าไม่ดุ

ตอนนั้นที่โยมีมรสุมชีวิต ตอนนั้นพี่ปลอบน้องยังไงบ้าง?

ฟลุค : อย่างที่บอกอธิบายความจริง ความรู้สึกของเรา อยากให้เขาเข้มแข็งในมุมที่พยายามเข้มแข็ง เขามีความเป็นมนุษย์ แล้วเขาก็บอกเราตรงๆ ว่าอะไร แล้วเขาคิดว่าเขาจะเดินต่อไปยังไง

ณ วันนั้นจนถึงวันนี้ ดูเหมือนเรื่องราวต่างๆ ไม่ค่อยลงตัวแล้วไม่ค่อยจบพี่จะอยู่เคียงข้างน้องอย่างนี้ตลอดไหม?

ฟลุค : เราอยู่มาตลอด แล้วก็ตลอดไป เราคุยกันทุกเรื่อง

ห่วงขนาดไหน?

ฟลุค : พูดตรงๆ ผมไม่ห่วงแล้ว รู้สึกว่าเขาเอาตัวรอดได้ เรารู้สึกว่าวิธีการคิด วิธีการทำตัวของเขา เขาเอาอยู่ ต้องใช้คำว่า เป็นห่วงแต่ไม่น่าห่วง

โยเกิร์ต : ถ้าถามว่าลึกๆ ห่วงไหม ก็ห่วงแหละ

ฟลุค : รู้ว่าเขาเอาอยู่ แต่ถ้าเขาเอาไม่อยู่เขาจะโทรมาปรึกษาเอง แต่เรารู้ว่าเขาเอาอยู่

อีกคนที่เป็นห่วงเรามากเลย นั่นคือคุณแม่ของโย?

โยเกิร์ต : แน่นอนค่ะ เป็นลูกสาวคนสุดท้อง ถ้าถามโย คุณแม่จะรู้สึกว่าไม่ต้องห่วงลูกสาวคนนี้แล้ว มีคนคอยดูแลเทคแคร์ แต่พอถึงจุดเปลี่ยนที่มันกะทันหันจริงๆ แม่ไม่รู้เรื่องเลย แม่รู้วันที่มาออกรายการ

คุณแม่เองก็ไม่ได้แข็งแรงเท่าไหร่ ท่านเป็นโรคมะเร็ง?

โยเกิร์ต : คุณแม่เคยเป็นมะเร็งเต้านม 2 ครั้ง เป็นคร้้งแรกตอนปี 58 ไม่ได้ตัดเต้านมออก ทำการรักษาคีโมรอบแรกประมาณ 6 ครั้ง ก็ผ่านไปด้วยดี รอบนั้นคุณแม่ไม่ได้มีเอฟเฟคมาก รู้สึกชิล แต่ 8 ปีต่อมาตรวจเจออีกรอบ ครั้งนี้ต้องตัดเต้านมข้างนั้นออก แล้วต้องทำคีโมอีกครั้งนึง แต่การทำคีโมครั้งนี้คุณแม่บ่นยอมแพ้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ปกติคุณแม่จะเป็นคนเข้มแข็งและสู้มาก แต่ครั้งล่าสุดเขายอมแพ้ตั้งแต่ครั้งแรกเลย ก็ได้กำลังใจจากลูกๆ ทั้งโยและพี่สาวช่วยกันผลักดันว่าต้องผ่านมันไปให้ได้ โยว่ากำลังใจสำคัญที่สุดที่ทำให้เขาผ่านไปได้

ครั้งที่2 การรักษาไปถึงไหนแล้ว?

โยเกิร์ต : เรียบร้อยแล้วค่ะ จบการทำคีโมแล้ว ก็กินยาแล้วไปฟอลโล่อัพกับคุณหมอ

ตอนที่แม่บอกว่ารอบนี้ทรมานมาก ไม่อยากสู้ ตอนนั้นเรารู้สึกยังไง?

โยเกิร์ต : รู้สึกแย่ สงสารเขา แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นเราต้องคอยเป็นพลังบวกให้เขา ส่งทั้งกำลังใจและแรงซัพพอร์ตให้เขา เพื่อให้เขาผ่านพ้นตรงนั้นไปให้ได้ อยากบอกทุกคนว่าการมีสุขภาพที่ดี มันคือพรและของขวัญสุดพิเศษ

พอรักษาครั้งที่2 เสร็จแล้ว คุณหมอประเมินจะมีโอกาสกลับมาเป็นครั้งที่3 อีกไหม?

โยเกิร์ต : อย่างที่บอกต้องไปฟอลโล่อัพกับคุณหมอทุก 3 เดือน 6 เดือน

ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษไหม?

โยเกิร์ต : ดูแลตามปกตินี่แหละ ให้คุณแม่มีความสุข

2 คนนี้สนิทกัน จนบางครั้งไปดินเนอร์กัน 2 คน โอเคทางนั้นโสดแล้ว แต่ทางนี้น้องลีรู้เรื่องหมดทุกอย่างไหม?

ฟลุค : รู้ๆเพราะเราสนิทกันมานานแล้ว แล้วตอนนั้นมันเริ่มต้นจากการเป็นคู่ๆ ด้วย 

โยเกิร์ต : ไปเป็นกลุ่ม

ก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้น เคยมีหมอดูคนดังทัก?

โยเกิร์ต : ไม่รู้ว่าเป็นหมอดูหรืออาชีพอะไร แต่ว่าเขาเคยทักว่าคุณโยรู้ไหมว่าดวงคุณโย เป็นผู้หญิงคนเดียว ไม่ได้เป็นที่1 นะ เป็นคนเดียว จะต้องเป็นเมียคนเดียวประมาณนี้ คือก่อนหน้าที่เขาจะทัก เวลาเล่นละครมันจะมีบทที่เล่นเป็นเมียหลวง เมียน้อย พอกลับบ้านมาเราก็พิจารณาว่าถ้าตัวละครนั้นเกิดขึ้นกับเราจริงๆ เราจะทำยังไง เราจะเลือกทางไหน หรือเราจะยอม หรือเราจะโอเค ณ ตอนนั้นตัวเราก็ไม่แน่ใจกับตัวเราเหมือนกันว่าเราจะตัดสินใจไปทางไหน แล้วพอหมอดูคนนี้ทักแล้วเหตุการณ์มันเกิดขึ้นจริงกับเรา โอ้ว..เป็นเหมือนที่หมอดูทักเลย

เขาทักเมื่อไหร่?

โยเกิร์ต : ก่อนเกิดเหตุการณ์ นั้น คือโยต้องเป็นคนเดียว ไม่ใช่เป็นที่1 เพราะจะมีที่2-3 ตามมา แต่ต้องบอกก่อนว่าโยไม่ได้เข้าวงการสายนี้เลย โยไม่ใช่สายนี้เลย ส่วนใหญ่เป็นคนที่แนะนำ เมื่อก่อนผู้จัดการโยจะพาไปดูดวง พาไปนู้น พาไปนี่ จะเป็นแบบนั้นมากกว่า แต่ตัวเองไม่ได้สรรหา ไม่ได้เข้าวงการนี้เลย

วิธีฮีลใจอีกอย่างนึงของโยคือ?

โยเกิร์ต : กินและอยู่กับเพื่อนๆ

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ถึงกับช็อก! ‘เก่ง ธชย’หวั่นโดนทำของใส่ หลังเจอแฟนคลับส่งพัสดุให้

ถึงกับช็อก! 'เก่ง ธชย'หวั่นโดนทำของใส่ หลังเจอแฟนคลับส่งพัสดุให้

ถึงกับช็อก! ‘เก่ง ธชย’หวั่นโดนทำของใส่ หลังเจอแฟนคลับส่งพัสดุให้

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2568, 19.24 น.

หลังจากที่นักร้องหนุ่ม “เก่ง ธชย ประทุมวรรณ” โพสต์ภาพกล่องพัสดุจากแฟนคลับ ซึ่งมีดอกไม้แห้ง เหรียญโปรยทาน เทียนสีแดงที่ใช้แล้ว ฯลฯ และเขียนแคปชั่น “ทุกคนครับ เหมือนผมจะโดนทำของใส่ครับ กำลังไปหาอาจารย์เชียง เดี๋ยวมีความคืบหน้ายังไงจะอัปเดตให้ฟังครับ” ทำเอาหลายคนตกใจเป็นห่วงว่านักร้องหนุ่มโดนทำของใส่จริงๆ หรือเปล่า

ล่าสุด เก่ง ธชย ก็ได้โพสต์อัปเดตร่ายยาวชี้แจงถึงเรื่องนี้อย่างละเอียด หลังไปพบอาจารย์เชียง ซึ่งเป็นอาจารย์ที่เจ้าตัวนับถือ โดยบอกว่า

“ชี้แจงจากเหตุการณ์โพสต์ “โดนทำของ”ล่าสุดครับ ยาวนิดนึงนะครับ ก่อนหน้านี้มีพัสดุปริศนาส่งของมาให้ผม บอกว่าจากแฟนคลับคุณธชย โดยเส้นทางของพัสดุคือ ส่งไปที่เรือนพระปัณณวิชญ์ ของอาจารย์เชียง แล้วเขียนหน้ากล่องว่า (ฝากให้คุณ เก่ง ธชย นะคะ)

ต้องอธิบายว่าก่อนหน้านี้ มีแฟนคลับเก่งส่งของไปที่เรือนพระอาจารย์เชียงแล้วฝากให้เก่ง มีหลายท่าน หลายครั้ง เคสนี้ไม่ใช่เคสแรก จึงไม่ได้รู้สึกแปลกหรือเอะใจอะไร เก่งก็รับของ แล้วเอากลับมาที่บ้าน ซึ่งวันแรกๆ ที่รับมา ผมยังไม่ได้แกะเลยทันที ผ่านไปอาทิตย์สองอาทิตย์ เมื่อวานนึกครื้มใจยังไงไม่รู้เลยแกะออกดู ถึงกับตกใจ เพราะในกล่องพัสดุนั้น มี

1. ดอกไม้แห้ง

2. เทียนสีแดงใช้แล้ว

3. เหรียญโปรยทาน 

4. เศษปูน

5. ผ้าพันคอ

6. เสื้อลายขาวดำ

7. เสื้อขาว มีจุดแดงแต้มหลังคอ 3 จุด

8. รูปพระพิฆเนศที่ตัดมาจากซองธูป

9. กระดาษเขียนว่า “แทนคำขอบคุณ …”

“ด้วยความตกใจ จึงบึ่งรถไปหาอาจารย์เชียง เมื่อถึงเรือนพระ อาจารย์บอกว่าในความรู้สึกของอาจารย์ ไม่มีอะไร เหมือนคนส่งเขาชอบเรามากๆ แล้วส่งให้เฉยๆ ไม่ได้ทำของใส่อะไร แต่อาจารย์ก็ให้นำของนั้นไปทิ้งทันทีเพื่อความสบายใจ เรื่องก็มีประมาณนี้ครับ” ขอบพระคุณอาจารย์เชียงมากๆ ครับ

แต่จากเรื่องนี้ ผมแยกออกเป็น 2 มิติ

1. มิติของความเชื่อ คือมีเคสรุ่นพี่เก่ง (ทางใต้) ได้ของประมาณนี้ส่งมาที่บ้านเหมือนกัน และหลังจากนั้นแกก็เสียแบบไร้สาเหตุ เลยค่อนข้างจะตกใจ และก็มีผู้คลุกคลีกับเรื่องราวเหล่านี้ทักข้อความมา มีทั้งบอกว่าไม่มีอะไร และบอกว่าอาจจะมีอะไร ซึ่งตัวเก่งคิดว่าเพื่อความสบายใจ คงจะหาโอกาสไปทำบุญชุดใหญ่เพื่อความสบายใจของเรา

2. คือมิติของการส่งของให้ศิลปิน คือผมต้องขอบพระคุณที่ส่งของให้ผมด้วยความรัก อยากให้ผมได้ของว้าวๆ แต่อันนี้อาจจะว้าวไปนิดนึงครับ

ขอบพระคุณมากๆ เลยนะครับ หากผู้ส่งตั้งใจส่ง แล้วเห็นโพสต์นี้ รบกวนทักมาให้สบายใจหน่อยก็ดีนะครับ เช่น “ของหนูเองพี่เก่ง ไม่มีไร…” อะไรยังไงว่าไป ผมจะได้สบายใจ เพราะก็ยังสงสัยว่าของที่ให้มา “แทนคำขอบคุณ” นี่ มันเอาไปใช้ต่อยังไงครับ เพราะเทียนก็ใช้แล้ว ดอกไม้ก็แห้งแล้ว เหรียญโปรยทานอีก ยังไงทักมาหาได้นะครับจะได้สบายใจ

สุดท้ายเรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวของความเชื่อส่วนบุคคล ผมเห็นคอมเมนต์ที่หลากหลายแตกต่างกันไป เรื่องการ “ทำของ” มันมีจริงไหม ยังมีอยู่ไหม ไม่รู้ เพราะอยู่ที่ความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่สิ่งที่ควรมีอยู่และมนุษย์เราทุกคนควรพึงมี คือการคอมเมนต์แบบให้เกียรติผู้อื่น ให้เกียรติในฐานะคนเป็นมนุษย์ด้วยกัน

เราสามารถอยู่ในสังคมที่มีความเชื่อความหลากหลายได้ เพียงเข้าใจว่าสังคมเรามีความเชื่อที่หลากหลาย โดยไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลง หรือ toxic ใส่คนที่คิดไม่เหมือนเรา หรือเห็นต่างจากเรา เพราะสารภาพว่าได้อ่านคอมเมนต์แย่ๆ มันทำร้ายความรู้สึกผู้อ่านได้มากมายมหาศาลจริงๆ นะครับ ใจเขาใจเราครับ จะเชื่อก็ไม่ผิด หรือจะไม่เชื่อก็ไม่ผิด ด้วยรักนะครับ ขอบพระคุณครับ

ใดๆ แล้ว เกือบมีเรื่องไปเล่าในเดอะโกสแล้วเชียวครับพี่แจ็ค”

อาลัย! ‘ดร.จงรัก’อธิการบดี ม.เกษตรฯ เสียชีวิตในวัย 55 ปี

อาลัย! 'ดร.จงรัก'อธิการบดี ม.เกษตรฯ เสียชีวิตในวัย 55 ปี

อาลัย! ‘ดร.จงรัก’อธิการบดี ม.เกษตรฯ เสียชีวิตในวัย 55 ปี

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.30 น.

วันที่ 29 มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้บริหารคณาจารย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ได้ ส่งข้อความแจ้งการเสียชีวิตของ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดี มก. (2563-ปัจจุบัน) อายุ 55 ปี (ย่าง 56 ปี) โดยระบุว่า

“อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี เป็นผู้นำ ในการนำพามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้มีความเจริญก้าวหน้า สร้างชื่อเสียงให้ทั้งระดับชาติและนานาชาติให้สถาบันแห่งนี้อย่างสุดความสามารถ ทั้งสร้างความรัก ความสามัคคี ให้เกิดในมวลหมู่เชาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

บัดนี้ ท่านได้ถึงแก่กรรมลงด้วยอาการอันสงบ ในเวลาประมาณ 04.15 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์”

สำหรับ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ เกิดเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2512 เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จังหวัดนครราชสีมา สำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตรบัณฑิต วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต และวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และประกาศนียบัตรหลักสูตรนักบริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รุ่นที่ 3 ปี 2544 เริ่มทำงานที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าสถานีวิจัยและฝึกอบรมวนเกษตรตราด คณะวนศาสตร์ เมื่อปี 2544

เคยเป็นรองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะวนศาสตร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาการขั้นสูงด้านทรัพยากรธรรมชาติเขตร้อน สถาบันวิทยาการขั้นสูงแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณบดีคณะวนศาสตร์ กระทั่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คนที่ 15 เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2563 และได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่ง เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา

รายงานพิเศษ : อว.เดินหน้าพัฒนาอาหารพื้นถิ่น – อาหารฟังก์ชั่น สู่นวัตกรรม ‘อาหารปลอดภัย’ ด้วยการฉายรังสี

รายงานพิเศษ : อว.เดินหน้าพัฒนาอาหารพื้นถิ่น - อาหารฟังก์ชั่น  สู่นวัตกรรม ‘อาหารปลอดภัย’ ด้วยการฉายรังสี

รายงานพิเศษ : อว.เดินหน้าพัฒนาอาหารพื้นถิ่น – อาหารฟังก์ชั่น สู่นวัตกรรม ‘อาหารปลอดภัย’ ด้วยการฉายรังสี

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวง อว. เดินหน้ายกระดับอาหารพื้นถิ่น และอาหารฟังก์ชั่น สู่นวัตกรรมอาหารปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีการฉายรังสี เพื่อเพิ่มโอกาสการตลาด ผ่านความร่วมมือ 5 หน่วยงานหลัก นำโดย สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือสทน. พร้อมด้วยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) หรือ สซ. และ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ได้แก่ มรภ.เลย มรภ.ชัยภูมิ และ มรภ.มหาสารคาม

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง “การบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีนิวเคลียร์ และเทคโนโลยีเครื่องเร่งอนุภาคแนวตรง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านงานวิจัย พัฒนานวัตกรรมและการใช้ประโยชน์” ภายใต้แนวคิด “ฉายรังสีปลอดภัย อาหารพื้นถิ่นปลอดโรค” ปี 2568 โดยมี รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสทน., รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสซ., รศ.สมเจตน์ ดวงพิทักษ์ อธิการบดี มรภ.เลย, ผศ.ดร.สานนท์ ด่านภักดี อธิการบดี มรภ.ชัยภูมิ และ ดร.เนตรชนก จันทร์สว่างผู้รักษาการแทนอธิการบดี มรภ.มหาสารคาม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สทน. สซ. และ มรภ. เข้าร่วมงาน

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. เปิดเผยว่า กระทรวง อว. เป็นกระทรวงที่ดูแลและขับเคลื่อนองค์ความรู้ของประเทศ ทั้งการพัฒนากำลังคนขั้นสูง การวิจัยและพัฒนา การนำผลงานวิจัยและพัฒนาไปใช้ประโยชน์ และการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ในการขับเคลื่อนการวิจัย การลงนามความร่วมมือของทั้ง 5 องค์กรนี้ เป็นโอกาสดีในการที่องค์กรด้านวิทยาศาสตร์และภาคการศึกษาได้มาสนับสนุนซึ่งกันและกัน สิ่งที่อยากจะมุ่งเน้น คือ การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ ซึ่งจะต้องพึ่งพาข้อมูล ความรู้ และวิทยาการด้วยอย่างมาก เช่น เทคโนโลยีนิวเคลียร์ซึ่งหลายท่านอาจจะมองว่าไกลตัว แต่ก็สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการได้โดย อว. จะส่งเสริมนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่สนับสนุนกิจกรรมที่มีผลิตภาพ การสร้างงานที่มีคุณค่า สนับสนุนความเป็นผู้ประกอบการ ความสร้างสรรค์และนวัตกรรม โดยให้การสนับสนุน การรวมตัวในการเติบโตของวิสาหกิจรายย่อย ขนาดเล็กและขนาดกลาง เพื่อเพิ่มมูลค่าและต่อยอดผลิตภัณฑ์ได้อย่างยั่งยืนรศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสทน. กล่าวเพิ่มเติมว่า เทรนด์ Soft Power ที่ต้องการยกระดับอาหารพื้นถิ่นไทยสู่สากล และเทรนด์อาหารฟังก์ชั่น (Functional Food) กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย สร้างโอกาสทองให้ผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพออกมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง สทน. จึงเล็งเห็นถึงประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีการฉายรังสี มาร่วมวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทั้งในด้านช่วยลดปริมาณจุลินทรีย์ก่อโรค ช่วยชะลอการสุกและช่วยยืดอายุการเก็บ ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพออกมาจำหน่าย ให้คนไทยได้มีสุขภาพที่ดีต่อไปด้วย พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงฯในวันนี้ จึงเกิดขึ้นเพื่อให้การฉายรังสีในอาหารเป็นที่ยอมรับและมีการใช้ประโยชน์แพร่หลายมากขึ้น โดย สทน.ได้ดำเนินการโครงการฯ มาแล้วตั้งแต่ปี 2564 และได้ลงพื้นที่ขยายผลต่อเนื่องเป็นประ

สำหรับการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ทุกหน่วยงานจะทำงานร่วมกันทั้งในเรื่องการจัดฝึกอบรมให้ความรู้ การสร้างการยอมรับเรื่องประโยชน์ของการฉายรังสี และประสานงานอำนวยความสะดวก ในการส่งผลิตภัณฑ์เพื่อมาฉายรังสี รวมทั้งมีการใช้พื้นที่และทรัพยากรต่างๆ ร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การวิจัยและพัฒนาตัวสินค้า จนสามารถขยายไปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะนำไปจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ

ทั้งนี้ นับจากปี 2564 ที่ สทน. ได้ร่วมกับสถาบันราชภัฏ นำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ด้านการฉายรังสีอาหาร ลงไปส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตอาหารพื้นถิ่น และกลุ่มผู้ประกอบการ SME ภายใต้โครงการ “การสร้างมูลค่าให้กับอาหารพื้นถิ่น และอาหารฟังก์ชั่น ด้วยการฉายรังสีอาหาร” ทำให้ขณะนี้มีผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมโครงการแล้ว รวมทั้งสิ้น 786 ผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น ภาคกลาง 179 ผลิตภัณฑ์ ภาคใต้ 122 ผลิตภัณฑ์ ภาคเหนือ 131 ผลิตภัณฑ์ ภาคอีสาน354 ผลิตภัณฑ์

โดยในจำนวน 786 ผลิตภัณฑ์ มีเพียง 266 ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคัดเลือก แบ่งเป็นอาหารพื้นถิ่นจำนวน 251 ผลิตภัณฑ์ และอาหารฟังก์ชั่นจำนวน 15 ผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ ในกลุ่มอาหารฟังก์ชั่น สทน. ได้ริเริ่มเพิ่มเติมขึ้นในปี 2567 ที่ผ่านมา

ด้าน ดร.กนกพร บุญศิริชัย รองผู้อำนวยการ สทน. กล่าวเพิ่มเติมว่า นวัตกรรมการฉายรังสี เป็นความพยายามของ สทน. ในการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไปช่วยผู้ประกอบการที่มีอยู่ทั่วประเทศ ทุกภาค ที่มีอาหารในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งสมุนไพรเพื่อช่วยยกระดับสินค้าเพื่อให้สะอาด ปลอดภัยและมีมาตรฐาน และสามารถเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการได้ซึ่งจากการดำเนินโครงการฯ ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการที่แม้หลังสิ้นสุดโครงการฯ แล้ว ยังคงใช้เทคโนโลยีการฉายรังสีอย่างต่อเนื่อง เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องแกงไตปลาก้อนบ้านบนนบ จ.พัทลุง ผลิตภัณฑ์น้ำพริกข่าพร้อมทาน อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ผลิตภัณฑ์น่ำตั๊บหมู จ.นครราชสีมา เป็นต้น

“สทน.และหน่วยงานภาคีที่ MOUร่วมกันในวันนี้ พร้อมแล้วที่จะนำองค์ความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่มีอยู่ มาช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการทุกท่าน ทั้งกลุ่ม OTOP วิสาหกิจชุมชนและ SME ให้เป็นธุรกิจชุมชนที่เข้มแข็ง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ท่านมีทางเลือก มีโอกาสในการทำตลาดเพิ่มมากขึ้น ในโอกาสนี้ผมก็ขอเชิญชวนผู้ประกอบการอาหารพื้นถิ่นและอาหารฟังก์ชั่น สมัครเข้าร่วมโครงการฯได้นะครับ” ผอ.สทน.กล่าวทิ้งท้าย

มทร.ธัญบุรี ‘ปั้นเชฟมืออาชีพ’ หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย

มทร.ธัญบุรี ‘ปั้นเชฟมืออาชีพ’  หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย

มทร.ธัญบุรี ‘ปั้นเชฟมืออาชีพ’ หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีจัดอบรมหลักสูตรเชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program) ภายใต้โครงการหนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมผลักดันอาหารไทยให้เป็นหนึ่งใน Soft Power ระดับโลก ภายใต้นโยบาย “One Family One Soft Power (OFOS)” ของรัฐบาล โดยศูนย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้รับการตอบรับและมีผู้เข้าอบรมกว่า100 คน รองศาสตราจารย์ ดร.สาคร ชลสาคร คณบดีคณะเทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ เผยว่ากรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ทางสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ จัดตั้งศูนย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เพื่อจัดอบรม On-Site หลักสูตรเชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program) ภายใต้โครงการ หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย เพื่อ THAI Soft Power และอุตสาหกรรมอาหารไทย อย่างยั่งยืน สร้างคนสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจ เพื่อประเทศไทย มั่งคั่ง ยั่งยืน ให้กับผู้เข้าอบรมให้ได้รับมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติสาขาผู้ประกอบอาหารไทย สมรรถนะที่สำคัญในวิชาชีพและหลักสูตรจากสถาบันการศึกษา และสมรรถะผู้ประกอบอาหารไทยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ

ผศ.อรวรรณ พึ่งคำ หัวหน้าสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ และทีมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านอาหารไทยผู้รับผิดชอบโครงการ เผยว่า ทางศูนย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีจัดฝึกอบรมให้กับผู้ฝึกอบรม เน้นการเรียนในศาสตร์พื้นฐานของอาหารไทย ความเป็นไทยที่ปรากฏอยู่ในอาหารแบบต่างๆ เรียนรู้เทคนิค พื้นฐานของการประกอบอาหารไทย เพื่อสร้างพื้นฐานการเป็น Master Chef อาหารไทยที่ดี ให้ผู้เรียนสามารถปฏิบัติอาหารประเภทนั้นๆ ได้อย่างแท้จริง โดยการเตรียม และปฏิบัติเป็นรายบุคคลตั้งแต่จุดเริ่มต้นของอาหารแต่ละจาน ตลอดจนสามารถจัดการการผลิตอาหาร ทั้งแบบการทำต่อจานและการทำอาหารปริมาณมากให้เหมาะสมทั้งเวลาและคุณภาพจำนวนรายการอาหารที่เรียน 75 รายการ เช่น ต้มยำกุ้งไข่พะโล้ ผัดกะเพรา ผู้ที่ผ่านการอบรมได้รับประกาศนียบัตรในหลักสูตร ผู้ประกอบอาหารไทยมืออาชีพ

น.ส.นารีรัตน์ ทับทิม เจ้าของธุรกิจภูพร้อมดาวฟาร์มสเตย์ ผู้เข้าร่วมอบรม เผยว่าปัจจุบันทำธุรกิจฟาร์ม ภูพร้อมดาวฟาร์มสเตย์เป็นที่พัก และแปรรูปอาหารต่างๆ ใน อ.เทพสถิตจ.ชัยภูมิ โดยทางฟาร์มได้รับรางวัลเกียรติยศ “SME Soft Power Star ปี 2567” จากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เมื่อทราบข่าวโครงการสนใจที่จะเข้ารับการอบรม เพื่อเรียนรู้และเทคนิคต่างๆ ในการทำอาหารให้ได้ตำหรับเป็นของตนเอง ความรู้ที่ได้หลากหลายเมนู ตลอดจนเทคนิคต่างๆ เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำอาหารให้ได้รสชาติที่ดี และการเลือกวัตถุดิบเพื่อชูให้รสชาติดีและอร่อย นำมาใช้ในฟาร์มต่อไป

ทางด้าน น.ส.จิราวรรณ อบมาลี นักศึกษาสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ มทร.ธัญบุรี เผยว่า เป็นโครงการที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ได้เรียนรู้เกี่ยวกับอาหารไทยโบราณ ได้ฝึกฝนฝีมือ และยังสามารถนำความรู้ตรงนี้ไปประกอบอาชีพในอนาคต และยังมีเกียรติบัตรไว้เป็นผลงานการันตีอีกด้วยการอบรมได้เรียนรู้การประกอบอาหารไทยโบราณของทุกภาคทักษะ การจัดการเวลาในการประกอบอาหารและการทำงานเป็นทีม นำความรู้ที่ได้ไปต่อยอด สามารถประกอบอาหารไว้รับประทานกับครอบครัว ประกอบอาชีพ และยังสามารถสร้างเป็นธุรกิจอีกด้วย

บุคคลในข่าว 28 มกราคม 2568

บุคคลในข่าว 28 มกราคม 2568

28 ม.ค. 2568 04:45 น.

บุคคลในข่าว 28 มกราคม 2568

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ บุญฉลอง ภักดีวิจิตร ณ วัดมกุฏกษัตริยาราม เขตพระนคร เมื่อวันที่ 26 มกราคม.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไป ทรงเปิดซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ วชิรสถิต 72 พรรษา และซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ วชิรธำรง 72 พรรษา ณ บริเวณ สะพานดำรงสถิต ห้าแยกหมอมี เจริญกรุง กรุงเทพมหานคร ถือเป็นถนนสายมังกรแห่งแรกของประเทศไทย…โดยมี แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ในนามประธานคณะกรรมการดำเนินงานจัดสร้าง ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 เฝ้าฯรับเสด็จ การจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯนี้ เกิดจากการรวมพลังความสามัคคี ความจงรักภักดีและความกตัญญูกตเวทีของปวงพสกนิกร ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2567 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความร่มเย็นเป็นสุขเสมอมาของปวงชน ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ด้วยพระบุญญาธิการอันเป็นจิรัฐิติกาล ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ยังเป็นสถาปัตยกรรมซึ่งรังสรรค์โดยการผสมผสานทางศิลปวัฒนธรรมชั้นสูงของ อารยธรรมไทย-จีน ในโอกาสครบ 50 ปีแห่งสัมพันธภาพระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน อีกด้วย

วพน.7 – พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา นัดเพื่อนร่วมรุ่น วพน.7 มาร่วมงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์ โดยมี ชวน หลีกภัย, พล.อ.ยศนันท์ หร่ายเจริญ, ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์, สดาวุธ เตชะอุบล, ฐนนท์ศรณ์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล และ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ วันก่อน.

ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ทำให้ กทม.และปริมณฑล จมฝุ่น กระทบกับสุขภาพอนามัยของชาวบ้าน เป็นรูปธรรมชัดเจน การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เป็นการเฉพาะหน้า กลายเป็นดาบสองคม ทิ่มแทง รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร จะแก้ปัญหาฝุ่นละอองพิษได้กี่โมง การยกระดับการแก้ปัญหาในระดับอาเซียน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว มาตรการห้ามเผาในพื้นที่การเกษตร เป็นการ แก้ปัญหาชนิดวัวหายแล้วล้อมคอก…สาเหตุที่ ชาวไร่อ้อย และ โรงงานอ้อย ยังแอบรับซื้ออ้อยที่เผาแล้ว เพราะมีความเชื่อว่า อ้อยที่เผาไฟจะให้ค่าความหวานสูง กว่าอ้อยที่ตัดตามปกติ และยัง ลดต้นทุนการปลูก–เก็บเกี่ยวอ้อย ได้มากขึ้น เพราะฉะนั้น รัฐบาลโดย กระทรวงอุตสาหกรรม ที่มี เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็น รมว.อุตสาหกรรม จะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุฝ่ายเดียว …..สุดท้ายก็จะกลายเป็นดาบสองคมอยู่ดี

เพื่อการศึกษา – สนั่น อังอุบลกุล ประธาน กก.บริษัทศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี อรศิริ คงณศิริ, วนรรษมล เอี่ยมวิจารณ์, รัญชิดา บุญมีรอด และ วิเชน โพชนุกูล มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ จะทำให้ หมอกควันพิษ PM 2.5 ถูกยกระดับเป็นปัญหาระดับชาติ เพราะฉะนั้น จะแก้ปัญหาแบบไฟไหม้ฟาง เรื่องไม่จบ ประเทศไทย ติดอันดับ 8 เมืองมลพิษของโลก รองจาก บังกลาเทศ ยูกันดา ปากีสถาน อุซเบกิสถาน จีน นอร์ทมาซิโดเนีย และอินเดีย กทม. 3 เขต หนองจอก คันนายาว บางนา มีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินกว่า 90 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร…หนักที่สุด อีก 9 เขตมีฝุ่น PM 2.5 สูงเกินกว่าค่าเฉลี่ย ตั้งแต่ระดับ 80.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นไป นครปฐม ค่าฝุ่น PM 2.5 แตะที่ 208 เป็นสีม่วง อยู่ในระดับอันตรายสูงสุด ระยอง, สมุทรปราการ สีแดง สระบุรี สระแก้ว นครราชสีมา สีส้ม มีความรุนแรงตามลำดับ เพราะฉะนั้น จำนวนนักท่องเที่ยว ที่ลดลงในช่วง เทศกาลตรุษจีน จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

อย่าพลาด – ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ แถลงข่าวการจัดงาน “วันนักประดิษฐ์ 2568” ระหว่าง 2-6 ก.พ. ที่ไบเทค บางนา โดยมี รศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, ดร.กัลยา อุดมวิทิต และ ดร.สุวิมล เจตะวัฒนะ มาร่วมแถลงด้วย ที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ วันก่อน.

การเมืองเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน ศึกศักดิ์ศรี นายก อบจ. และ สมาชิก อบจ. ที่จะเลือกตั้งกันในวันที่ 1 ก.พ.นี้ วัดบารมีผู้ช่วยหาเสียง ทักษิณ ชินวัตร จาก พรรคเพื่อไทย จะทวงคืนพื้นที่จาก สีน้ำเงินและสีส้ม ได้มากน้อยแค่ไหน หลังจาก การเลือกนายก อบจ.นอกรอบ กวาดชัยชนะมาเกือบทุกพื้นที่ (ยกเว้นการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี รอบที่สอง) ในจำนวนที่ ค่ายเพื่อไทย ส่งเข้าประกวด 16 จังหวัด และ สีน้ำเงิน ส่งประกวด 15 จังหวัด เพื่อไทยตั้งใจจะกวาดที่นั่งอย่างน้อย 11 จังหวัด กลายเป็นแรงกระทบไปถึง พรรคร่วมรัฐบาล อีกกระทอก ที่ต้องลุ้นสองเด้ง พรรคประชาชน ที่ทุ่มกำลังหาเสียง รวมบรรดาผู้ช่วยหาเสียงระดับแม่เหล็ก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลงพื้นที่ชนิดทุ่มสุดตัว….จะได้เก้าอี้นายก อบจ.กี่โมง

ผู้สูงวัย – สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เปิดการประชุมวิชาการเวชศาสตร์และวิทยาการผู้สูงอายุ “มหกรรมสุขภาพผู้สูงอายุ” ครั้งที่ 5 เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน โดยมี นพ.ศักดา อัลภาชน์ และ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน มาร่วมงานด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.

จับตาความเคลื่อนไหวใน การเสนอชื่อบุคคลขึ้นเป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติ รอบใหม่ หลังจากที่ สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานคณะกรรมการสรรหาฯ ได้รับหนังสือจาก กฤษฎีกา ตีตกคุณสมบัติของ กิตติรัตน์ ณ ระนอง…ขีดเส้นตาย กระทรวงการคลัง และ แบงก์ชาติ ต้องเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสม ภายในวันที่ 7 ก.พ. ที่จะถึงนี้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการสรรหาอีกระลอก

สุดยอด – เย็นส์ โพลด์ มอบรางวัล “Top 50 Employers in Thailand 2025” บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด โดยมี ภูมิภัส ฉัตรแก้ว, อดิศร สมาธิมานันท์, เมธา ประภาวกุล, สุชญา ปาลีวงศ์ และ ปิยะเนตร สุขสันติกุล มารับรางวัลด้วย ที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ วันก่อน.

ความเคลื่อนไหวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ถูกจับตาจากชาวโลกทุกวินาที มาตรการจัดการกับผู้อพยพ ของ ทรัมป์ แม้จะถูกผู้พิพากษา จอห์น คูห์เนอร์ แห่งศาลรัฐบาลกลาง เมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน ตัดสินระงับคำสั่งชั่วคราว…ในการ จำกัดการเป็นพลเมืองโดยกำเนิด…ที่เป็นสิทธิได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญโดยอัตโนมัติแก่ผู้ที่เกิดในประเทศนั้น แต่ทรัมป์ก็ยังส่งกำลังทหารกวดขันตามแนวชายแดน มีการจับกุมผู้ลักลอบข้ามแดนส่งกลับประเทศเป็นรายวัน อย่างไรก็ตาม นับจากปี 2022 มีเด็กที่เกิดในสหรัฐฯจากมารดาที่อาศัยอยู่อย่างผิดกฎหมายกว่า 255,000 คน และมีเด็กที่เกิดจากพ่อและแม่ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯอย่างผิดกฎหมายอีกกว่า 153,000 ราย สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานด้วยว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกคำสั่งให้ หยุดดำเนินการ ความช่วยเหลือประเทศต่างๆเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายต่างประเทศของ ประธานาธิบดีทรัมป์…จากที่ สหรัฐฯ เคยเป็นประเทศที่บริจาคการช่วยเหลือมากที่สุดในปีงบประมาณ 2023 ได้จ่ายเงินช่วยเหลือไปถึง 72,000 ล้านดอลลาร์ ใน เอเชีย ไต้หวัน อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ที่อยู่ในแผนการช่วยเหลือของสหรัฐฯปี 2025 ได้รับผลกระทบทันที…ตบท้ายด้วยการเปลี่ยนชื่อ อ่าวเม็กซิโก เป็น อ่าวอเมริกา อย่างเป็นทางการ….ไม่ได้โม้

เกษตรแฟร์ – ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม แถลงข่าวการจัดงานเกษตรแฟร์ประจำปี 2568 ระหว่าง 31 ม.ค.-8 ก.พ. โดยมี ผศ.ดร.กฤษณ์ วันอินทร์, ผศ.ดร.รัชด ชมภูนิช และ ผศ.ดร.นุชนาถ มั่งคั่ง มาร่วมแถลงด้วย ที่อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันก่อน.
โลหิตมีค่า – มธุวลี สถิตยุทธการ และ รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ แถลงข่าวโครงการ “แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต 2568” ชวนคนรุ่นใหม่แสดงพลังแห่งการให้ผ่านการบริจาคโลหิต โดยมี ผศ.ตฤศ หริตวร และ ศิวกร อดุลสุทธิกุล มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ วันก่อน.


“อินทรีเหล็ก”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

แบมแบม กันต์พิมุกต์ ฮอตไม่หยุด ขึ้นแท่นเจ้าพ่อพรีเซนเตอร์ แต่ละแบรนด์ไม่ธรรมดา

แบมแบม กันต์พิมุกต์ ฮอตไม่หยุด ขึ้นแท่นเจ้าพ่อพรีเซนเตอร์ แต่ละแบรนด์ไม่ธรรมดา

28 ม.ค. 2568 21:17 น.

แบมแบม กันต์พิมุกต์ ฮอตไม่หยุด ขึ้นแท่นเจ้าพ่อพรีเซนเตอร์ แต่ละแบรนด์ไม่ธรรมดา

ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกและแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 16 ปีซ้อน ประกาศแต่งตั้ง แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด ซึ่งภาพลักษณ์ของหนุ่มแบมแบม ซูเปอร์สตาร์ระดับอินเตอร์ ผู้ทรงอิทธิพลทั้งในอุตสาหกรรมเพลงและวงการแฟชั่น เจ้าของฉายา Young & Rich พร้อมยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ไฮเออร์ให้มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างได้มากยิ่งขึ้น

โดย แบมแบม แบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ ได้กล่าวถึงความภาคภูมิใจที่ได้รับการแต่งตั้งและร่วมงานว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไฮเออร์ ซึ่งการร่วมงานกันในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญและประสบการณ์ใหม่ที่คาดว่าจะสร้างสีสันความสนุกและความสุขให้กับแฟนๆ รวมถึงลูกค้าไฮเออร์ได้อย่างเต็มที่แน่นอนครับ แล้วมาเป็นครอบครัวไฮเออร์ด้วยกันนะครับ”

กระแสตอบรับล้นหลามของแฟนไทย Gracie Abrams ประกาศย้ายสถานที่จัดคอนเสิร์ต

กระแสตอบรับล้นหลามของแฟนไทย Gracie Abrams ประกาศย้ายสถานที่จัดคอนเสิร์ต

28 ม.ค. 2568 21:01 น.

กระแสตอบรับล้นหลามของแฟนไทย Gracie Abrams ประกาศย้ายสถานที่จัดคอนเสิร์ต

จากกระแสตอบรับอันล้นหลามของแฟนๆ ชาวไทย Gracie Abrams ประกาศย้ายสถานที่จัดคอนเสิร์ต ‘Gracie Abrams: The Secret of Us Tour in Bangkok’ (เกรซี เอบรามส์ เดอะ ซีเคร็ต ออฟ อัส ทัวร์ อิน แบงค็อก) วันเสาร์ที่ 19 เมษายน 2568 ในสเกลใหม่ ยิ่งใหญ่ขึ้น เดินทางสะดวกเหมือนเดิม ที่ยูโอบี ไลฟ์ เอ็มสเฟียร์ บัตรราคาเริ่มต้น 2,500 บาท เปิดจำหน่ายวันศุกร์ที่ 31 มกราคมนี้ ที่เว็บไซต์ thaiticketmajor 

Gracie Abrams (เกรซี เอบรามส์) นักร้อง-นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เจ้าของเพลงฮิตติดท็อปบิลบอร์ดชาร์ต ‘That’s So True’ (แดดส์ โซ ทรู) และผู้ได้รับการเสนอชื่อรางวัลแกรมมี่ หนึ่งในผู้ที่ได้รับการพูดถึงในวงการเพลงมากที่สุดในปีที่ผ่านมา Gracie Abrams เริ่มต้นเส้นทางสายศิลปินในปี 2562 ด้วยสองซิงเกิ้ล ‘Mean It’ (มีน อิท) และ ‘Stay’ (สเตย์) ปล่อยอีพีอัลบั้มแรก ‘minor’ (ไมเนอร์) ในปี 2563 ประกอบไปด้วยเพลงฮิตอย่าง ‘21’ (ทเวนตี้วัน), ‘I miss you, I’m sorry’ (ไอ มิส ยู ไอม์ ซอรี่) และ ‘Long Sleeves’ (ลอง สลีฟส์) และในปี 2564 จนถึง 2566 Gracie Abrams ได้ปล่อยอีพีอัลบั้มอย่าง ‘This Is What It Feels Like’ (ดิส อิส ว้อท อิท ฟีลส์ ไลก์) และ ‘Good Riddance’ (กู้ด ริดเดนซ์) โดยมาพร้อมกับทัวร์คอนเสิร์ตในอเมริกาเหนือที่สร้างสถิติโซลเอาท์ตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เปิดขายบัตร ตลอดจนพาเธอขึ้นแท่นเป็นแขกรับเชิญพิเศษ (Opening Act) บนเวทีคอนเสิร์ตระดับโลกอย่าง The Eras Tour (ดิ อิราส์ ทัวร์) ของ Taylor Swift (เทย์เลอร์ สวิฟต์) ที่แวนคูเวอร์และโทรอนโต แคนาดาในปี 2567

‘The Secret of Us’ (เดอะ ซีเคร็ต ออฟ อัส) อัลบั้มมาสเตอร์พีซล่าสุดของ Gracie ซึ่งปล่อยเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ยังคงคอนเซ็ปต์มู้ดดี้ป็อปด้วยดนตรีโฟล์กบวกกับเนื้อเพลงสะเทือนอารมณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ อัลบั้มนี้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับเธอด้วยการขึ้นสู่อันดับ 1 ชาร์ต Billboard 200 ในสหราชอาณาจักรและเนเธอแลนด์ รวมถึงเป็นอันดับ 2 บนชาร์ต Billboard 200 ในสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก โดยในอัลบั้มนี้ประกอบไปด้วย ‘Close To You’ (โคลส ทู ยู) ซิงเกิ้ล 3 ล้านสตรีมบน Spotify ภายในวันแรก และ ‘I Love You, I’m Sorry’ (ไอ เลิฟ ยู ไอม์ ซอรี่) ทะยานขึ้นเป็นอันดับ 11 ของชาร์ต Spotify ในสหรัฐฯ ‘The Secret of Us (Deluxe)’ อัลบั้มรีแพ็คเกจที่ปล่อยออกมาเมื่อเดือนตุลาคม พร้อมกับแทร็กล่าสุด ‘That’s So True’ (แดดส์ โซ ทรู) สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งด้วยยอดมากกว่า 100 ล้านครั้ง จนขึ้นเป็นอันดับ 1 บนชาร์ต Spotify ในสหรัฐฯ รวมทั้งเป็นอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงในสหราชอาณาจักรต่อเนื่องนานถึง 2 สัปดาห์

‘The Secret of Us Tour’ คอนเสิร์ตที่ตอกย้ำความมาแรงของเธอคนนี้ ด้วยสถิติโซลเอาท์ในอเมริกา รวมถึง ‘Gracie Abrams: The Secret of Us Tour in Bangkok’ ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 19 เมษายน 2568 ซึ่งโซลเอาท์ภายในวันแรกที่เปิดขายรอบบุคคลทั่วไป โดยประกาศย้ายสถานที่จากสามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์ เป็นยูโอบี ไลฟ์ เอ็มสเฟียร์ บัตรราคา 2,500 บาท สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรแล้ว สามารถใช้บัตรเดิมในการเข้างาน ใครยังไม่มีบัตร ซื้อพร้อมกันเวลา 10.00 น. วันศุกร์ที่ 31 มกราคมนี้ ที่ เว็บไซต์ thaiticketmajor

กรณีผู้ซื้อบัตรไม่สามารถเข้าร่วมงานในสถานที่ใหม่ได้ สามารถขอรับเงินคืนได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ 11 สาขาหลัก ในวันที่ 31 มกราคม ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2568 ในวันและเวลาทำการ

6 เพลงดัง ฟังเมื่อไหร่ก็อิน จาก Maroon 5 สตรีมก่อนไปฟังสด 3 ก.พ.นี้

6 เพลงดัง ฟังเมื่อไหร่ก็อิน จาก Maroon 5 สตรีมก่อนไปฟังสด 3 ก.พ.นี้

28 ม.ค. 2568 20:53 น.

6 เพลงดัง ฟังเมื่อไหร่ก็อิน จาก Maroon 5 สตรีมก่อนไปฟังสด 3 ก.พ.นี้

อีกไม่นานเกินรอส าหรับการกลับมาของวงป็อปร็อคระดับโลกอย่าง Maroon 5 กับคอนเสิร์ต Maroon 5 Asia 2025 – Bangkok ที่จะมี ขึ้นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ที่อิมแพ็ค อารีน่า นับเป็นการกลับมาอีกครั้งแต่ยังได้รับความรักจากแฟนชาวไทยไปล้นหลามเหมือนเดิม

โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองอันดับ 1 ของโลกที่สตรีมเพลงของ Maroon 5 (ข้อมูลจาก YouTube Music Charts ณ วันที่ 18 มกราคม 2568) เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันแล้ว เชื่อว่าแฟนๆ ชาวไทยเริ่มจะนับถอยหลังรอกันไม่ไหว ไปฟัง 6 เพลงรักสุดฮิตรับเดือนกุมภาและรอรับพวกเขาไปพร้อมๆ กัน

เริ่มด้วยเพลงรักความหมายสวนทางกับทานองอย่าง ‘This love’ ที่มีความหมายถึงคนคนนึงที่ทุ่มเทความรักความพยายามให้กับคนรักแต่ความพยายามกลับไม่สามารถทาให้อีกคนพอใจได้ ที่มีการเลือกใช้ทานองเร็วและสนุกสนานที่พร้อมให้แฟนๆโยกหัวตามจังหวะได้หากไม่ได้สนใจเนื้อสุดเศร้า อย่าง “I’ll fix these broken things, repair your broken wings. And make sure everything alright.” เป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่าเขาพยายามอย่างมากในความสัมพันธ์นี้จริงๆ ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่เพลงนี้จะมียอดเข้าชมใน YouTube ถึง 342 ล้านวิว

ต่อกันด้วยเพลงรักความหมายดี ที่เปรียบเทียบหัวใจเหมือนสเตอริโอที่เต้นเพื่อคนส าคัญ พอจะคุ้นๆ กันมั้ยว่าเพลงนี้คือ ‘Stereo Hearts’ ที่สามารถเปิดฟังได้ถ้ารู้สึกดาวน์หรือเศร้า มีเมโลดีสาหรับเธอคนนั้น ตามเนื้อเพลงที่ว่า “The melody was meant for you” ที่พร้อมให้แฟนเพลง
ซึมซับความรักที่ล้นออกมาจากเพลงนี้

แต่ถึงจะมีเพลงรักซึ้งกินใจไปแล้ว แฟนๆ ก็พลาดไม่ได้กับเพลงรักจังหวะสนุกสนานและน่ารักในเวลาเดียวกัน ที่พาผู้ฟังตกหลุมรักไปพร้อมๆ กัน ด้วยเพลง ‘What Lovers do’ ที่ทาร่วมกับศิลปินหญิงแห่งปีอย่าง SZA เพลงนี้พูดถึงว่าเขาโชคดีพอที่จะได้สมหวังกับเธอคนนั้นหรือเปล่า และเธอคนนั้นจะรักฉันหรือไม่ อธิบายมาถึงขนาดนี้แล้วแฟนๆ คนไหนจะไม่รักลง

เพลงต่อไปไม่มีใครไม่รู้จักอย่าง ‘Payphone’ ที่มีท่อนดังอย่าง “If happy-ever-after did exist, I would still be holding you like this” ด้วยความที่เนื้อเพลงมีความร่าเริง แต่ความจริงแล้วความหมายกลับตรงกันข้ามสุดๆ เพราะท่อนดังนั้นหมายถึงว่า ถ้าความสุขนิรันด์มีจริง เราคง
ยังอยู่ด้วยกัน แค่ฟังความหมายแฟนๆ คงนั่งน้ำตาซึมไปตามๆ กันแล้ว แต่ก็อย่าได้พลาดเพลงนี้เป็นอันขาดเพราะถึงเพลงจะเศร้าแต่จังหวะยังเต้นต่อได้อยู่

อีกเพลงที่ความหมายดีและพลาดไม่ได้ ต้องยกให้หนึ่งในเพลงช้าอย่าง ‘Memories’ ที่มีเนื้อเพลงให้กาลังใจคนฟังถึงความทรงจาที่ผ่านมา เป็นความทรงจาที่หวนให้นึกถึงคนๆ นั้น และทุกคนก็มีความเจ็บปวดเป็นบางครั้งแต่เดี๋ยวทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ ความหมายลึกซึ้งขนาดนี้แฟนเพลงคนไหนยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไปร้องเพลงนี้ถือว่าพลาด!!

ปิดท้ายด้วยเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง ‘Girls like you’ ที่ใครๆ ก็รู้จัก เป็นเพลงที่ฟังง่าย ความหมายดีอีกเพลงหนึ่งที่แฟนๆ หลายคนต่างร้องตามกันได้อย่างคล่องแคล่วอยู่แล้ว เตรียมไปฟังสดๆ กับคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้เลยขนาดแค่ไม่กี่เพลงที่พูดไปยังน่าตื่นเต้นขนาดนี้ แล้วถ้าได้ฟังทั้งเซ็ตลิสต์จะฟินขนาดไหน เริ่มนับถอยหลังรอแล้วหรือยังกับ Maroon 5 Asia 2025 – Bangkok แล้วเจอกันในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ที่อิมแพ็ค อารีน่า บัตรยืนยังมีจาหน่ายในจานวนจากัด ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขาและเว็บไซต์ thaiticketmajor

ภรรยาเผยคำพูดสุดเศร้าของ ติ๊ก ชีโร่ “หมดอนาคตแล้ว” คนส่งกำลังใจจำนวนมาก

ภรรยาเผยคำพูดสุดเศร้าของ ติ๊ก ชีโร่ "หมดอนาคตแล้ว" คนส่งกำลังใจจำนวนมาก

28 ม.ค. 2568 20:25 น.

ภรรยาเผยคำพูดสุดเศร้าของ ติ๊ก ชีโร่ “หมดอนาคตแล้ว” คนส่งกำลังใจจำนวนมาก

จากคดีเมาแล้วขับเมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม ปี 2567 ของนักร้องดัง ติ๊ก ชีโร่ หรือ มนัสวิน นันทเสน ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุและได้รับบาดเจ็บ และล่าสุดผู้ที่ได้รับบาดเจ็บได้เสียชีวิตแล้ว และทางด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิต ได้เรียกค่าชดใช้กับทาง ติ๊ก ชีโร่ เป็นเงินจำนวน 24 ล้านบาท แต่ทาง ติ๊ก ชีโร่ เองไหวที่ 4-5 ล้านบาท และเรื่องดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก

ล่าสุด อ้อ พรรทิรา ภรรยาของ ติ๊ก ชีโร่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเผยคำพูดตัดพ้อสุดเศร้าของสามี บอกว่า

“วันนี้อ้อกับพี่ติ๊กเราพูดคุยสนทนากันหลายเรื่อง…จู่ๆ (พี่ติ๊กนั่งวาดรูปอยู่) พี่ติ๊กก็พูดขึ้นมาว่าอ้อ…ตอนนี้พ่อหมดอนาคตแล้วล่ะ…อ้อรู้สึกเศร้าและสลดใจกับคำพูดมากๆ…อ้อก็เลยพูดปลอบประโลม…ไม่เป็นไรนะ ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้…อ้อจะไม่หนีไปไหน…จะคอยให้กำลังใจ และเติมพลังให้พี่ได้กลับลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง”

หลายคนที่ติดตามก็ได้เข้ามาส่งกำลังใจให้กันจำนวนมาก อาทิ ขอให้ผ่านพ้นปัญหาทุกอย่างไปด้วยดีค่ะ, บททดสอบนี้มันหนักจริงๆ แต่พี่อ้อพี่ติ๊กจะผ่านเรื่องนี้ได้แน่นอนครับ, เป็นกำลังใจให้เสมอ และอยู่ข้างๆ ในทุกเวลาค่ะ, เป็นกำลังใจให้มากๆๆๆๆเลยนะ, กอดๆๆๆๆค่ะ นับแต่นี้ไปขอให้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา โชคดีตลอดปีสุขภาพดีตลอดไปนะคะ ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจนะคะ, เป็นกำลังใจให้ครอบครัวพี่อ้อพี่ติ๊กค่ะ เป็นต้น