ดาวดวงที่205 ‘ก้อง สหรัถ’ประทับ ‘รอยมือ-รอยเท้า’บนลานดาราหอภาพยนตร์

ดาวดวงที่205 'ก้อง สหรัถ'ประทับ 'รอยมือ-รอยเท้า'บนลานดาราหอภาพยนตร์

ดาวดวงที่205 ‘ก้อง สหรัถ’ประทับ ‘รอยมือ-รอยเท้า’บนลานดาราหอภาพยนตร์

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.20 น.

นักร้อง-นักแสดง ก้อง- สหรัถ สังคปรีชา ในวัย 56 ปี ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงมายาวนานกว่า 40 ปี ถูกรับเลือกจากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ให้เป็นดาวดวงที่ 205 ประทับรอยมือ-รอยเท้า สลักชื่อและวันที่ บนลานดาราหอภาพยนตร์ ตำบลศาลายา จังหวัดนครปฐม

ซึ่ง ลานดาราหอภาพยนตร์แห่งนี้ ถือเป็นลานที่ยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่ดาราภาพยนตร์ไทย เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่แฟนภาพยนตร์และผู้ที่สนใจมาร่วมรำลึก บนลานดาราหน้าโรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์(องค์การมหาชน) โดยงานนี้มีแฟนคลับกว่า 200 คน เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมชมภาพยนตร์ เรื่อง “คู่แท้ 2 โลก” ผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรก “ก้อง สหรัถ” เมื่อ 31 ปีที่ และยังได้รวมร่วมพูดคุยถึงผลงานล่าสุดในโรงถ่ายแบลคมารีอา เรื่อง ‘คน กิน กล้วย’ อีกด้วย

014

 

ไวรัล AI ระบาดข้ามคืน ‘คนบันเทิง’ไม่ตกเทรนด์แต่งชุดผีเสื้อว่อนโซเชียล

ไวรัล AI ระบาดข้ามคืน 'คนบันเทิง'ไม่ตกเทรนด์แต่งชุดผีเสื้อว่อนโซเชียล

ไวรัล AI ระบาดข้ามคืน ‘คนบันเทิง’ไม่ตกเทรนด์แต่งชุดผีเสื้อว่อนโซเชียล

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.54 น.

เป็นกระแสมาแรงแซงทางโค้งสุด ๆช่วงนี้เพราะไม่ว่าจะไถฟีดเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมก็จะเห็นผีเสื้อออกอาละวาดเต็มฟีด AI เป็นเหตุสังเกตุได้ งานนี้  “คนบันเทิง” มีหรือจะยอมตกเทรนด์ โพสต์รูปชุดีเสื้ออวดกันเต็มโซเชียล นำทีมโดย “บุ๋ม ปนัดดา, หญิง รฐา, ปุยฝ้าย, แอน อรดี, จ๊ะ นงผณี ฯลฯ” ไม่ใช่แค่สาวๆ เท่านั้น เพราะฝั่งหนุ่ม ๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า “หนุ่ม กะลา, ครูเต้ย, ตั้ม เดอะสตาร์, สิงโต นำโชค, เก่ง ธชย, ไพบูลย์ แสงเดือน” ก็จัดเต็มก็เค้าด้วย  จนตอนนี้กลายเป็นไวรัลข้ามคืน โดยชุดผีเสื้อนี้เป็นการใช้ AI

ดวงเฮง! ‘ฮาย อาภาพร’ถูกลอตเตอรี่ชุดใหญ่ 10 ใบ

ดวงเฮง! 'ฮาย อาภาพร'ถูกลอตเตอรี่ชุดใหญ่ 10 ใบ

ดวงเฮง! ‘ฮาย อาภาพร’ถูกลอตเตอรี่ชุดใหญ่ 10 ใบ

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.49 น.

หลังประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ก.พ.68 คนถูกหวยรายงานตัวกันรัวๆ ลูกทุ่งดวงเฮง ฮาย อาภาพร โพสต์ คลิป โชว์เลขที่ได้และเลขที่โบ๋ พร้อมแคปชั่นด้วยว่า

“รอดตายเหมือนควายขวิด ไม่โบ๋จ้า แต่เกือบบาน #ฮายอาภาพรนครสวรรค์ #อาภา #อาภาพรนครสวรรค์”

พร้อมทั้งตัดพ้อว่า “เลขที่เก็งไม่ออก เลขที่ออกไม่เก็ง นึกว่าไม่รอด ซื้อไป 11,500 บาท ได้มา 40,000 บาท โอเค….เย้ จุดธูปแล้วก็ไม่ได้อย่างที่ออก 24 ยาย โบ๋ทุกคนเลย แต่ได้ตัวนี้มาช่วย (เลขท้าย 3 ตัว 001 ทั้งหมด10 ใบ) ค่อยยังชั่ว”

บทความพิเศษ : การเปลี่ยนถ่ายด้านพลังงาน กับเป้าหมาย‘NetZero2050’(ตอนที่2)

บทความพิเศษ : การเปลี่ยนถ่ายด้านพลังงาน  กับเป้าหมาย‘NetZero2050’(ตอนที่2)

บทความพิเศษ : การเปลี่ยนถ่ายด้านพลังงาน กับเป้าหมาย‘NetZero2050’(ตอนที่2)

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 07.30 น.

หมายเหตุ : บทความนี้เดิมชื่อ “การเปลี่ยนถ่ายด้านพลังงาน กับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ปี ค.ศ. 2050 | ตอนที่ 2” เขียนโดย นิพัฒน์ ตันติศิลปานนท์, Consultant, Sasin Management Consulting สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ได้รับการปรับปรุงบางส่วนเพื่อให้เข้ากับพื้นที่ของฉบับพิมพ์

จากบทความตอนที่แล้วที่ผู้เขียนได้กล่าวถึงแนวโน้มเรื่องการเปลี่ยนถ่ายด้านพลังงานที่สำคัญ 3 ประการ (1) การขยายกำลังการติดตั้งพลังงานหมุนเวียน (Renewable energy expansion) (2) การใช้ไฮโดรเจนในฐานะพลังงานสะอาด (Hydrogen as a clean energy carrier) และ (3) การใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคขนส่ง (Electronification of transportation) ที่จะช่วยผลักดันให้โลกก้าวไปสู่ Net Zero 2050 และในบทความนี้จะขอกล่าวถึงอีกแนวโน้มเรื่องการเปลี่ยนถ่ายด้านพลังงานที่สำคัญ 3 ประการที่เหลือ ได้แก่

4.นวัตกรรมการกักเก็บพลังงาน (Energy storage innovation) : ระบบการกักเก็บพลังงาน หรือ Energy Storage System (ESS) คือ ระบบอุปกรณ์ วิธีการ หรือเทคโนโลยีที่ใช้ในการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าเอาไว้ใช้เมื่อต้องการ ซึ่งแนวคิดของระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้านี้เกิดขึ้นจากการขาดความสมดุลระหว่างการผลิต (Supply) และความต้องการ (Demand) โดยหลักการการทำงานของระบบกักเก็บพลังงาน คือ การกักเก็บพลังงานในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งเพื่อนำไปตอบสนองความต้องการพลังงานในอีกช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งหนึ่งในคุณสมบัติของระบบกักเก็บพลังงาน ก็คือความสามารถในการแปลงพลังงานไฟฟ้าให้อยู่ในรูปพลังงานอื่นๆ

ระบบกักเก็บพลังงานหลักๆ ที่มีใช้ในโลก เช่น “โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage Hydro Plant)” เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่มีเครื่องสูบน้ำ มีหลักการทำงานคือ การนำกระแสไฟฟ้าจากระบบการผลิตในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าน้อยมาใช้สูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่เดิมขึ้นไปพักไว้ในอ่างพักน้ำตอนบนที่สร้างขึ้นใหม่ แล้วปล่อยน้ำลงมาผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงในแต่ละวัน ซึ่งระบบกักเก็บพลังงานแบบนี้ เป็นระบบที่มีมานานแล้ว และมีต้นทุนไฟฟ้าต่อหน่วยต่ำ แต่ก็มีข้อจำกัดสำคัญด้านภูมิประเทศที่อาจจะไม่เหมาะสมกับ
ทุกประเทศ / ทุกภูมิภาค

“ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System หรือ BESS)” เป็นระบบกักเก็บพลังงานที่ใช้แบตเตอรี่เป็นองค์ประกอบหลัก โดยแบตเตอรี่จะทำหน้าที่เก็บสะสมพลังงานส่วนเกินจากระบบส่งด้วยการกักเก็บประจุไว้ในแบตเตอรี่ในช่วงเวลาที่มีความต้องการไฟฟ้าต่ำ เพื่อนำมาจ่ายไฟในช่วงเวลาที่ต้องการ เช่น การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ (Solar cell) ที่ผลิตได้เยอะมากในเวลากลางวันและอาจจะมากกว่าปริมาณความต้องการ(Excess supply) แต่ไม่สามารถผลิตได้ในเวลากลางคืน เป็นต้น

โดยข้อจำกัดเรื่องขนาดของแบตเตอรี่จะเป็นความท้าทายหลัก เนื่องจากขนาดแบตเตอรี่จะต้องใหญ่พอและมีจำนวนมากพอที่จะจ่ายไฟให้พอกับความต้องการของเมือง หรือที่เรียกว่า Grid-scale battery การพัฒนาด้านเทคโนโลยีของแบตเตอรี่ ทั้งด้านความหนาแน่น (Density) จะส่งผลให้ความสามารถการกักเก็บพลังงานต่อพื้นที่เพิ่มขึ้น ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยลง และปัจจัยด้านราคา จะส่งผลโดยตรงทำให้ต้นทุนในการกักเก็บพลังงานลดลง ทั้งสองปัจจัยนี้เป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่จะให้เกิดการใช้งานระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ในวงกว้าง

โดยระบบการกักเก็บพลังงานนั้นจะเป็นองค์ประกอบสนับสนุนสำคัญให้การเปลี่ยนผ่านไปยังพลังงานหมุนเวียนเกิดขึ้นได้อย่างกว้างขวางและลดการพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานฟอสซิลได้ เนื่องจากพลังงานหมุนเวียนนั้นมีลักษณะที่ไม่คงที่ / ไม่แน่นอน (Intermittent) กล่าวคือ พลังงานหมุนเวียนจะผลิตไฟฟ้าได้เมื่ออยู่ในสภาวะที่เหมาะสมเท่านั้น

เช่น โซลาร์เซลล์ (Solar cell) จะผลิตไฟฟ้าได้เมื่อมีแสงแดด พลังงานลม (Wind energy) ก็จะผลิตไฟฟ้าได้เมื่อมีลมที่ความเร็วตามที่กำหนด เป็นต้น ซึ่งตราบใดที่เรายังไม่สามารถกักเก็บพลังงานเพื่อใช้ในเวลาที่มีความต้องการได้ตลอดเวลา เราก็ยังต้องพึ่งพาไฟฟ้าที่ผลิตจากรูปแบบอื่นๆ เพื่อเป็นโรงไฟฟ้าฐาน หรือ Baseload power plant ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานฟอสซิล (ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ) หรือโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์

5.ความพยายามในการลดระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Decarbonization efforts) สืบเนื่องมาจากความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) และความตกลงปารีส (Paris Agreement) ได้ถูกกำหนดและถ่ายทอดเป็นนโยบายระดับโลก ผ่านกลไก หรือ Mechanism ที่สำคัญหลัก ๆ เช่น

“UN SDG (United Nation Sustainable Development Goals) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” เป็นชุดเป้าหมายการพัฒนาระดับโลกภายหลังปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) ที่ได้รับการรับรองจาก 193 ประเทศสมาชิกภาคีขององค์กรสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558 แบ่งเป้าหมายออกเป็น 17 ข้อ ครอบคลุม 5 มิติ ซึ่งประกอบไปด้วย มิติด้านสังคม (People) มิติด้านเศรษฐกิจ (Prosperity) มิติด้านสิ่งแวดล้อม (Planet) มิติด้านสันติภาพและสถาบัน (Peace) และมิติด้านหุ้นส่วนการพัฒนา (Partnership)

โดยเป้าหมายที่ 13 นั้น เชื่อมโยงกับปัญหาสภาวะโลกร้อนโดยตรง ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกภาคีลงมือต่อสู้กับสภาวะโลกร้อน ผ่านการลงนามในความตกลงปารีสและนำไปปรับใช้ ทั้งนี้จากสถานะในปี พ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023) ที่ผ่านมา ความคืบหน้าของการดำเนินไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนยังล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น และประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ไม่น่าจะบรรลุเป้าหมายได้ทันภายในปี พ.ศ.2573 (ค.ศ. 2030) ซึ่งจากการประมาณการเบื้องต้นพบว่า กว่า 140 เป้าหมาย มีเป้าหมายเพียง 12% ที่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เป้าหมายเกินกว่า 50% ล่าช้ากว่ากำหนดการที่วางไว้ และเป้าหมายเกือบ 30% ที่เหลือไม่มีความก้าวหน้าเลยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015)

“ตลาดคาร์บอน หรือ Carbon market” จากพิธีสารเกียวโตและความตกลงปารีสนั้น ได้เปลี่ยนให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้นกลายมาเป็นสินค้าที่ซื้อขายกันได้ (Commodity) ผ่านการสร้างมูลค่าให้กับการลดการปลดปล่อย โดยกำหนดให้ผู้ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าที่กำหนด สามารถนำส่วนต่างไปขายให้กับผู้ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าที่กำหนดได้ มิเช่นนั้น จะต้องจ่ายค่าปรับสำหรับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนเกินเป็นมูลค่าสูง

ทั้งนี้ ก๊าซที่ถูกนำมานับรวมในการปลดปล่อยและวิธีการกำหนดเพดานการปล่อยก๊าซจะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละประเทศซึ่งในปลายปี พ.ศ.2566 (ค.ศ.2023) มีตลาดคาร์บอนภาคบังคับ (Emission Trading System หรือ ETS) ทั้งหมด 36 ตลาด ครอบคลุมปริมาณก๊าซเรือนกระจกกว่า 9.9 GtCO2e ทั้งนี้ ตลาดคาร์บอนยังมีข้อจำกัดที่สำคัญอยู่ คือการซื้อขายคาร์บอนเครดิตนั้นทำได้เฉพาะในตลาดของประเทศ นั้นๆ ยังไม่สามารถทำการซื้อขายข้ามพรมแดน หรือ Cross-border trade ได้

กลไกดังกล่าวเป็นความพยายามในด้านการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งอาจจะยังไม่เพียงพอ อีกทั้งต่อให้ลดการปล่อยยังไง ก็ยังมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถูกปล่อยเข้าสู่ชั้นบรรยากาศอยู่ จึงมีความพยายามในการพัฒนาเทคโนโลยีในการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาโดยตรง จึงเป็นที่มาของเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage technology หรือ CCS technology)

ซึ่งเป็นกระบวนการในการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งกำเนิดภาคอุตสาหกรรมและภาคพลังงาน และนำมากักเก็บไว้ในชั้นหินใต้ดินอย่างถาวร โดยไม่ปล่อยกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ถึงแม้เทคโนโลยีนี้จะมีข้อดีว่าสามารถดักจับคาร์บอนไดออกไซด์โดยตรงที่จุดกำเนิด แต่ข้อเสียที่สำคัญ คือ ยังเป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้เงินลงทุนและต้นทุนการดำเนินการ
ที่สูง และยังมีความไม่แน่นอนเรื่องผลกระทบในระยะยาว

6.การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้และโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ (Digitalization and smart grids) สำหรับโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าในปัจจุบันนั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับลักษณะเฉพาะของพลังงาน ส่งผลให้สายไฟของระบบส่งไฟฟ้าต้องรับภาระหรือ Load ที่ไม่คงที่ตลอดเวลา รวมถึงการมาของรถยนต์ไฟฟ้า สถานีชาร์จไฟมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง แต่ก็ไม่ตลอดเวลา ทำให้ระบบส่งไฟฟ้าต้องรับ Load ที่ไม่คงที่เช่นกัน

และความต้องการการใช้ไฟฟ้าอาจจะไม่สมดุลกันกับปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตและป้อนเข้าสู่โครงข่ายระบบส่งไฟฟ้า ทั้งหมดนี้นำไปสู่การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้า
อัจฉริยะเข้ามาใช้ ซึ่งจะสามารถทำให้เราใช้โครงข่ายเดิมได้เต็มประสิทธิภาพขึ้น ยืดอายุการใช้งานของโครงข่าย รวมไปถึงผู้ให้บริการสามารถตรวจสอบเฝ้าดูความต้องการการใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆ ได้แบบ Real time

ตัวอย่างประโยชน์ของการใช้ระบบโครงข่ายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ เช่น ระบบอาจจะจัดให้สถานีชาร์จไฟฟ้า ทำการชาร์จไฟฟ้าให้กับรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงกลางคืนที่มีการใช้ไฟฟ้าน้อย (Off-peak) เพื่อลดภาระ Load ของระบบส่งในช่วงกลางวัน หรือการลดกำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าฐานในช่วงที่สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เนื่องจากผู้ให้บริการจะรับรู้ระดับความต้องการของไฟฟ้าทั้งหมด ทำให้ไม่จำเป็นต้องผลิตไฟฟ้าเพื่อส่งเข้าระบบมากเกินความจำเป็นและเสียพลังงานไปเปล่าๆ (Loss) เป็นต้น

จากหลากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของประชากร การขยายตัวของเขตเมือง รวมไปถึงแนวโน้มเรื่องการเปลี่ยนถ่ายด้านพลังงานจากพลังงานฟอสซิลไปเป็นพลังงานหมุนเวียน (Renewable energy) และการเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification) ในหลากหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น “บ้านเรือน” เช่น การเปลี่ยนจากเครื่องทำความร้อนที่ใช้ก๊าซธรรมชาติไปใช้เครื่องทำความร้อนที่ใช้ไฟฟ้า เตาทำอาหารที่ใช้ก๊าซไปเป็นเตาไฟฟ้า เครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้ก๊าซไปเป็นเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้า เป็นต้น

“ภาคอุตสาหกรรม” พลังงานส่วนใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมจะใช้ไปกับการสร้างความร้อนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งกว่า 50% สามารถทดแทนด้วยไฟฟ้าได้แล้ว เช่น การเปลี่ยนจากเตาหลอม Blast furnace ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติไปเป็นเตาหลอมไฟฟ้า Electric arc furnace เป็นต้น “ภาคขนส่ง” เช่น การเปลี่ยนจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งทุกปัจจัยนำไปสู่ขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้า หรือ Grid and transmission ทั้งเพื่อรองรับความต้องการการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น และเชื่อมต่อโครงการพลังงานหมุนเวียนต่างๆ เข้าสู่ระบบ

ซึ่งยังต้องการเงินลงทุนในส่วนนี้อีกอย่างน้อย 13.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อขยายโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าให้เติบโตทันกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงซ่อมแซมโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าเดิมที่มีอายุมากแล้ว ทั้งนี้ ผู้เขียนเองมักได้รับคำถามบ่อยครั้งว่า “Net zero 2050 นั้นจะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่?” ซึ่งจากความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน และด้วยทิศทางแนวโน้มในปัจจุบัน หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบายและการผลักดันที่จริงจังจากทุกภาคส่วน การบรรลุเป้า Net zero 2050 น่าจะเป็นไปได้ยาก

โดยจากข้อมูลและแผนภาพของ Climate Action Tracker ณ ปลายปี พ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023) ยังมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) ตามการคาดการณ์ของแต่ละประเทศ (NDCs) ที่ส่งให้กับ UNFCCC และระหว่างระดับการดำเนินการและนโยบายของภาครัฐในปัจจุบัน กับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง (โดยเส้นสีเขียวคือระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับขีดจำกัดเรื่องอุณหภูมิระดับ 1.5°C ตามข้อตกลงปารีสอยู่)

โดยเมื่อพิจารณาถึงปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ (Building block) ในการไปให้ถึง Net Zero 2050 ที่เป็นความท้าทายนั้น ผู้เขียนพิจารณาถึง 3 ปัจจัยหลักๆ ดังนี้ 1.ระบบโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้า (Power grid) จำเป็นที่จะต้องมีการลงทุนอีกมหาศาล เพื่อที่จะสามารถรองรับกับความต้องการการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นได้ โดยมีการคาดการณ์ว่าต้องการเงินลงทุนอย่างน้อยอีก 13.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าว 30% จะใช้สำหรับการซ่อมแซมบำรุงรักษาระบบโครงข่ายเดิมที่มีอยู่ และอีก 70% ที่เหลือใช้สำหรับการขยายโครงข่าย ทั้งนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero แล้วนั้น จะต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นอีก 1.6 เท่าจากตัวเลขที่กล่าวมาหรือเท่ากับ 21.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว

2.ไฮโดรเจน (Hydrogen) ถูกมองว่าเป็นพลังงานหลักที่จะเข้ามาทำหน้าที่ “ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคส่วนที่ยากที่จะลด (Hard-to-abate sector)” โดยหากจะต้องการให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 กำลังการผลิตไฮโดรเจนจะต้องเพิ่มขึ้นเป็น 502 ล้านตัน เพิ่มขึ้นกว่า 5.5 เท่าจากกำลังการผลิตในปี พ.ศ.2563 (ค.ศ.2020) ที่ 90 ล้านตัน
และไฮโดรเจนทั้งหมดนี้ จะต้องเป็นไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำ (Low-carbon hydrogen) นั้นแปลว่าไฮโดรเจนที่พูดถึงทั้งหมดนี้จะต้องเป็น “ไฮโดรเจนสีเขียว (Green hydrogen)” และ “ไฮโดรเจนสีน้ำเงิน (Blue hydrogen)” เท่านั้น

3.แร่ (Metal) ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเหล็กเท่านั้น แต่จะหมายถึงแร่ต่างๆ ที่ใช้ในการผลิตในหลากหลายอุตสาหกรรม เป็นองค์ประกอบสำคัญในเทคโนโลยีสมัยใหม่และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ รอบตัวเรา โดยตัวอย่างแร่ที่สำคัญๆ เช่น “แร่ลิเธียม (Lithium)” เป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตแบตเตอรี่ในตระกูล Lithium-ion ไม่ว่าจะเป็นแบบ LFP (Lithium iron Phosphate) หรือ NMC (Lithium Nickel Manganese Cobalt oxides)

ซึ่งแบตเตอรี่ชนิดนี้ได้กลายมาเป็นส่วนประกอบสำคัญในรถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบไร้สายแทบทุกชนิดในปัจจุบัน มีการประมาณความต้องการแร่ลิเธียมในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) จะเพิ่มเป็น 10.2 ล้านล้านตัน เพิ่มขึ้นกว่า 53 เท่าจากปริมาณความต้องการในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) ที่ 0.2 ล้านล้านตัน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้น
ของรถยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงานระดับ Grid-scale ที่ใช้แบตเตอรี่ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ

“แร่โคบอลต์ (Cobalt)” เป็นอีกหนึ่งแร่ที่เป็นส่วนประกอบหลักที่สำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ในตระกูล Lithium แบบ NMC ซึ่งมีคุณสมบัติในด้านความหนาแน่นของพลังงาน
ที่สูงกว่าแบตเตอรี่ Lithium ในรูปแบบอื่นนอกเหนือจากแบตเตอรี่ แร่โคบอลต์ยังใช้ในการผลิตอัลลอยประสิทธิภาพสูงสำหรับเครื่องยนต์ไอพ่น (Jet engine) กังหันก๊าซ (Gas turbine) เนื่องจากคุณสมบัติของตัวโคบอลต์ที่ทนความร้อนได้สูง

มีการประมาณความต้องการแร่โคบอลต์ในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) จะเพิ่มเป็น 0.3 ล้านล้านตัน เพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าจะปริมาณความต้องการในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) ที่ 0.08 ล้านล้านตัน โดยการเติบโตของความต้องการจะมาจากความต้องการใช้ในการผลิตแบตเตอรี่เป็นหลัก “แร่นิกเกิล (Nickel)” เป็นแร่ที่เป็นส่วนประกอบหลักที่สำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ในตระกูล Lithium แบบ NMC เช่นเดียวกันกับแร่โคบอลต์ เนื่องจากคุณสมบัติของตัวแร่ที่มีค่าความจุพลังงานจำเพาะ (Specific energy) ที่สูงส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการกักเก็บไฟฟ้าของแบตเตอรี่

นอกจากนี้ แร่นิกเกิลยังเป็นแร่ที่มีการใช้งานที่หลากหลาย ด้วยคุณสมบัติที่ทนทานต่อการกัดกร่อน และต้านทานการเกิดออกซิเดชั่น (Resistance to oxidation) จึงมีการนำไปใช้ในการผลิตสเตนเลส สตีล (เหล็กกล้าไร้สนิม หรือ Stainless steel) และ Superalloys ที่สามารถทนความร้อนสูงได้ รวมไปถึงใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ด้วย มีการประมาณความต้องการแร่นิกเกิลในปี พ.ศ.2593 (ค.ศ. 2050) จะเพิ่มเป็น 2.6 ล้านล้านตัน เพิ่มขึ้นกว่า 20 เท่า จากปริมาณความต้องการในปี พ.ศ.2563 (ค.ศ. 2020) ที่ 0.1 ล้านล้านตัน โดยการเติบโตของความต้องการจะมาจากความต้องการสเตนเลส สตีล แบตเตอรี่ อากาศยานและอิเล็กทรอนิกส์

จากทิศทางแนวโน้มของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ช่องว่างระหว่างระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบันและเป้าหมายที่วางไว้ รวมไปถึงปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่เป็นความท้าทายในการไปให้ถึง Net Zero 2050 จึงเป็นที่มาของความเชื่อของตัวผู้เขียนว่า การจะบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 นั้นยังเป็นไปได้ยาก หากปราศจากความมุ่งมั่นและการผลักดันจากทุกประเทศโดยพร้อมเพรียงกัน รวมไปถึงการสนับสนุนด้านการเงินแก่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาผ่านการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate finance) ซึ่งประเทศภาคีที่มีรายได้มากได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะสนับสนุน แต่ได้มีการก็เลื่อนกำหนดเวลามาโดยตลอด!!!

ม.ภาคฯ จ.ขอนแก่น จัดพิธีประสาทปริญญาบัตร มอบประกาศนียบัตร ประจำปีการศึกษา 2567

ม.ภาคฯ จ.ขอนแก่น จัดพิธีประสาทปริญญาบัตร มอบประกาศนียบัตร ประจำปีการศึกษา 2567

ม.ภาคฯ จ.ขอนแก่น จัดพิธีประสาทปริญญาบัตร มอบประกาศนียบัตร ประจำปีการศึกษา 2567

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 20.34 น.

ม.ภาคฯ จ.ขอนแก่น จัดพิธีประสาทปริญญาบัตร มอบประกาศนียบัตร ประจำปีการศึกษา 2567 มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือและวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดพิธีประสาทปริญญาบัตร มอบประกาศนียบัตร แก่ดุษฎีบัณฑิต มหาบัณฑิต ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู บัณฑิต และประกาศนียบัตร ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 จำนวนทั้งสิ้น 458 คน  โดยมีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธี ณ หอประชุมประภากรคอนเวนชั่นฮอลล์ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น

โดยมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นมหาวิทยาลัยสังกัดกลุ่มที่ 3 กลุ่มพัฒนาชุมชนท้องถิ่นหรือ ชุมชนอื่น ที่ปรับเปลี่ยนหลักสูตรและการเรียนการสอนให้ทันสมัย เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม การผลิตกำลังคนคุณภาพสูง และได้เข้าร่วมโครงการมหาวิทยาลัยสีเขียว ในปี การศึกษา 2567 ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวโดย UI GreenMetric World University Ranking ระดับโลกอยู่ที่อันดับ 284 จากทั้งหมด 1,477 มหาวิทยาลัย และเป็นอันดับ 1 จำนวน 9 ปีซ้อน ของมหาวิทยาลัย เอกชนในภาคอีสาน ตั้งแต่ปี 2559 -2567 

ผศ.ดร.กนกอร บุญมี อธิการบดีมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวรายงาน กิจการของมหามหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 ด้าน ทั้งด้านการศึกษา ได้ให้ทุนการศึกษาประเภทต่างๆ  จำนวน 314 ทุน  ได้ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษา ให้มีความทันสมัย เป็นสากล สอดคล้องกับนโยบายการผลิตบัณฑิตของประเทศและความต้องการของอุตสาหกรรมในอนาคต จำนวน 9 หลักสูตร และเปิดหลักสูตรใหม่ระดับปริญญาตรี จำนวน 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร ระดับปริญญาโท จำนวน 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต และหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษาและการศึกษาปฐมวัย ระดับปริญญาเอก จำนวน 1 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต 

ด้านการพัฒนาบุคลากรได้ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้วยการฝึกอบรมเพิ่มพูนความรู้ความสามารถตามวิชาชีพ เพื่อพัฒนาการปฏิบัติงาน การบริการสารสนเทศด้วยเทคนิคและเทคโนโลยีที่เหมาะสม จำนวน 178 เรื่อง 

ด้านการวิจัย ได้สนับสนุนการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาให้กับชุมชน ท้องถิ่น และสังคม  โดยให้ทุนสนับสนุนการวิจัย และส่งเสริม สนับสนุนการเผยแพร่ตีพิมพ์ผลงานวิจัยทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ 

ด้านการบริการสังคม ที่ได้ดำเนินโครงการกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การให้บริการชุมชนและสังคม การบริจาคโลหิตให้กับเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น สนับสนุนกิจกรรมเชิงวิชาการ กิจกรรมช่วยเหลือชุมชน สนับสนุนงบประมาณและอุปกรณ์สิ่งของให้แก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอื่นๆ  สนับสนุนการจัดกิจกรรมด้านกีฬา ให้บริการศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและกีฬา รวมทั้งให้บริการจัดประชุม อบรมสัมมนาในด้านต่างๆ แก่หน่วยงานภายนอก และมอบทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬาให้กับสถานศึกษาและโรงเรียนต่างๆ  

และด้านศิลปวัฒนธรรมได้ประดิษฐ์และเผยแพร่ “วงดนตรีเวิรลด์มิวสิกประสมแคนสิบและคาวเบลโลโฟน ในรูปแบบการบันทึกเสียงบรรเลงพร้อมด้วยหนังสือโน้ตเพลง ตำราและรายงานการวิจัย” และได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสิ่งประดิษฐ์และสื่อบันทึกเสียงเพลงแด่องค์วิศิษฏศิลปินเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในวโรกาสที่พระองค์ท่านเสด็จเป็นองค์ประธานงานดนตรีไทยอุดมศึกษาประจำปีการศึกษา 2567 ได้ศึกษาวิจัยและเรียบเรียงหนังสือคำอรรถาธิบายเรื่องโบราณวัตถุและศิลปวัตถุศักดิ์สิทธิ์ 3,300 สิ่งของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้นำผลงานเพลงลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยให้บริการหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดขอนแก่น ในผลงานเพลงชื่อ “ขอนแก่นวันนี้” และเพลง “ฟ้อนผูกเสี่ยว”

โอกาสนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี กล่าวให้โอวาท แสดงความยินดี แก่ผู้สำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า ปริญญาบัตรที่ท่านได้รับ เป็นสิ่งที่มีความหมายและมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเครื่องรับรองวิทยฐานะ ของแต่ละคน ว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ในสาขาวิชาการต่างๆ ตามที่ได้อุตสาหะ ศึกษาเล่าเรียน บัณฑิตทุกคนจึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ที่จะต้องนำความรู้ ความสามารถ ที่มีอยู่ไปสร้างสรรค์ให้เกิดความสำเร็จแก่ตนเอง สังคม และประเทศชาติ ทั้งในด้านอาชีพ การงาน ในด้านเกียรติคุณความดี ในด้านการทำประโยชน์เกื้อกูล และในด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคมส่วนรวมและประเทศชาติ

ศธ.ลุยสงขลา เล็งชงมหาดไทยปลดล็อค รร.จ่ายเงินสมทบ 25%

ศธ.ลุยสงขลา เล็งชงมหาดไทยปลดล็อค รร.จ่ายเงินสมทบ 25%

ศธ.ลุยสงขลา เล็งชงมหาดไทยปลดล็อค รร.จ่ายเงินสมทบ 25%

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 19.49 น.

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการพัฒนาสุานศึกษาต้นแบบศูนย์บ่มเพาะการเรียนรู้ เพื่อสร้างรายได้สู่ความยั่งยืน (LEARN TO EARN TO SCHOON MODEL FOR SUSTAINABILITY) และมอบนโยบายการจัดการเรียนการสอน ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2568 ที่จังหวัดสงขลา โดยมี ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (ผอ.สศศ.) พร้อมคณะผู้บริหารหน่วยจัดการศึกษา จ.สงขลา ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ตรวจราชการ ศธ. เขต 5 และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม และมี นางสาวชมพูนุท สนสกุล ผอ. โรงเรียนสงขลาพัฒนาปัญญา กล่าวรายงานการดำเนินการจัดการศึกษา

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายให้มาตรวขเยี่ยมติดตามรับฟังการแก้ปัญหาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดสงขลา ส่วน พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ก็ลงตรวจเยี่ยมการศึกษา จ.สตูล และ จ.พัทลุงแล้ว และจากการตรวจเยี่ยมโรงเรียนสงขลาพัฒนาปัญญาวันนี้ นักเรียนได้รับการฝึกทักษะวิชาชีพเพื่อให้เด็กช่วยเหลือตัวเองได้และต่อยอดเป็นอาชีพมีรายได้ และได้มารับฟังการดำเนินขีบเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษาตามนโยบายรัฐบาลและของกระทรวงศึกษาธิการ ได้เห็นว่าทุกหน่วยงานตั้งใจที่จะปฏิบัติงานให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Thailand Zero Dropout นโยบายลดภาระครู ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง โครงการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวันของกลุมโรงเรียนขยายโอกาส ซึ่งถึงว่าจังหวัดสงขลาบริหารจัดการศึกษาได้ดี

ซึ่งโรงเรียนสงขลาปัญญาพัฒนา ถือเป็นศูนย์บ่มเพาะการเรียนรู้เพื่อสร้างรายได้สู่ความยั่งยืน ส่งเสริมทักษะการมีงานทำสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา และโรงเรียนแห่งนี้ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวส่งผลให้ผู้เรียน ครูมีความรู้มีทักษะในด้านของอาชีพ นักเรียนสามารถนำไปประกอบอาชีพทั้งระหว่างเรียนและจบการศึกษาได้

รมช.ศธ.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนยังได้รับฟังรายงานการจัดการศึกษาในพื้นที่สงขลา เพราะถือเป็นศูนย์จัดการศึกษาระดับภาคใต้ ซึ่งภาพรวมการวัดผลทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน โรงเรียนกลุ่มจังหวัดสงขลา มีคะแนนสูงกว่าในกลุ่มภาคใต้ และระดับประเทศ แต่กลับพบว่าในวิชาคณิตศาสตร์มีคะแนนทดสอบลดลงทุกปี 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้กำลังวางแผนและเร่งผลักดันให้การเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ขยับเพิ่มสูงขึ้นต่อไป

ทั้งนี้ แม้จังหวัดสงขลาเป็นเมืองใหญ่มีโรงเรียนยอดนิยมจำนวนมาก แต่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังมีอยู่ ซึ่งเกิดจากสภาพเศรษฐกิจและภูมิสังคมของจังหวัดสงขลา จึงทำให้เกิดเด็กหลุดระบบการศึกษา โดยจังหวัดสงขลามีเด็กหลุดระบบการศึกษา 23,681 คน  และได้แก้ปัญหาด้วยการปูพรมค้นดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ครบ 100%  นอกจากนี้ ยังพบการรายงานตัวเลขเด็กหลุดระบบการศึกษา ซึ่งส่วนหนึ่งพื้นเพของครอบครัวประชาชนในจ.สงขลาประกอบอาชีพหาปลา และเด็กจะต้องออกไปหาปลาช่วยผู้ปกครอง ดังนั้นเราเล็งที่จะทำโรงเรียนมือถือ เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสได้เข้าถึงระบบการศึกษาอย่างทั่วถึง ตอบโจทย์เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา

“นอกจากนี้ รมว.ศธ.กำลังทำเรื่องไปถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ทบทวนระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยเรื่องเงินอุดหนุนรายหัวของโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เนื่องจากระเบียบฉบับดังกล่าวกำหนดเงื่อนไขการสนับงบประมาณด้านการศึกษาของ อบจ.ให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ต่างๆ กำหนดไว้ว่า โรงเรียนที่อบจ.ให้การสนับสนุนนั้น ทางโรงเรียนจะต้องมีงบสมทบ 25% ซึ่งเรามองว่าหากเป็นกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กคงไม่สามารถหางบฯมาสมทบได้ เพราะโรงเรียนขนาดเล็กก็แทบจะไม่มีงบอุดหนุนใช้บริหารจัดการเพียงพออยู้แล้ว ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าว รมว.ศธ.ได้รับเสียงสะท้อนจากพื้นที่ ดังนั้น จึงต้องการให้กระทรวงมหาดไทยทบทวนเพื่อขอให้ ทางกร้ฃะทรวงมหาดำทยปลดล็อคเงื่อนไขฉบับนี้ เพื่อให้ อบจ.ได้เข้ามาสนับสนุนโครงการการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กได้ เพราะมีอบจ.หลายแห่งอยากที่อยากสนับสนุนโรงเรียน เช่น อบจ.นนทบุรี ก็อยากสนับสนุนการศึกษา” นายสุรศักดิ์ กล่าว

บุคคลในข่าว 17 กุมภาพันธ์ 2568

บุคคลในข่าว 17 กุมภาพันธ์ 2568

17 ก.พ. 2568 04:30 น.

บุคคลในข่าว 17 กุมภาพันธ์ 2568

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  เสด็จฯไปทรงประกอบพิธีสมโภชพระอาราม ครบ 100 ปี และทรงยกเศวตฉัตรขึ้นกางกั้นเหนือพระพุทธรัศมี ณ วัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงประกอบพิธีสมโภชพระอาราม ครบ 100 ปี และทรงยกเศวตฉัตรขึ้นกางกั้นเหนือพระพุทธรัศมี ณ วัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์.

เปลี่ยนการเมืองเป็นการละคร….การเล่นเอาเถิดเจ้า ล่อกับ การพิจารณาญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่….ตัดอำนาจ สว.ในการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องใช้เสียงเห็นชอบ 1 ใน 3……นอกจากจะเสี่ยงกับการฝ่าฝืน คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ …การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทำประชามติขอฉันทามติจากประชาชนก่อน …….ยังรู้อยู่เต็มอกว่า เสียงสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งสองสภา….โอกาสเป็นศูนย์…..ใครจะหน้ามืด ลดอำนาจตัวเอง ไปเพิ่มอำนาจให้ พรรคการเมืองใหญ่……และใครจะกล้ายกมือสนับสนุน แก้รัฐธรรมนูญฉบับพรรคประชาชน ……ข้อหา พรรคเพื่อไทยเล่นสองหน้า…อ้างว่าการเล่นบท สภาล่ม เพื่อให้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังอยู่ในวาระการประชุมของสภาไม่ถูกตีตก ตามการยกแม่น้ำทั้งห้าของ สุทิน คลังแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย….หรือข้ออ้างเหตุไม่สามารถควบคุมการประชุมของ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล…..หรือการออกมาดักคอล่วงหน้าของ ชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่ออกมาปูดจะมี ขบวนการร้องศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ….ก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณาตามวาระ…..ทั้งที่เป็นที่แน่ชัดว่า พรรคภูมิใจไทย และ สว. ประกาศล่วงหน้าไม่เอาด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญของ พรรคเพื่อไทย และของ พรรคประชาชน…..ซึ่งเป็นไปตามนั้น สว.เปรมศักดิ์เพียยุระ ยื่นญัตติเพื่อขอให้สภาส่งเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มหมวดการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

มอบทุน รศ.ดร.ยศวีร์ สายฟ้า และ ผศ.ดร.ชนัญชิดา ทุมมานนท์ จัดพิธีมอบทุนการศึกษาให้นิสิตคณะครุศาสตร์ โดยมี คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, ศ.ดร.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์, รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ และ สรัญวุฐิ วัชรพล มาร่วมมอบทุนด้วย ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันก่อน.
มอบทุน รศ.ดร.ยศวีร์ สายฟ้า และ ผศ.ดร.ชนัญชิดา ทุมมานนท์ จัดพิธีมอบทุนการศึกษาให้นิสิตคณะครุศาสตร์ โดยมี คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, ศ.ดร.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์, รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ และ สรัญวุฐิ วัชรพล มาร่วมมอบทุนด้วย ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันก่อน.

ก่อนที่จะมีการทำประชามติถามความประสงค์ของประชาชน ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564 หรือไม่……นอกจาก ภูมิใจไทย ท่าทีของ รวมไทยสร้างชาติ ชาติไทยพัฒนา พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ไม่อยากล่มหัวจมท้ายด้วย…….ฉากสุดท้าย จะเป็นทางออกให้กับพรรคเพื่อไทย…..ตั้งใจแก้รัฐธรรมนูญตามนโยบายแล้ว แต่ไม่สำเร็จ โยนเผือกร้อนให้พรรคร่วมรัฐบาล……ส่วน พรรคประชาชน ที่นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ถึงจะ อยู่เป็น ได้ทีขี่แพะไล่ จี้แกนนำรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ให้ขับ ภูมิใจไทย ออกจาก พรรคร่วมรัฐบาล โยนหินถามทาง เรียกร้องให้ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ออกมารับผิดชอบถ้า การแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ผ่านสภา ถึงขนาด จี้ให้ยุบสภา……แถมมี ลิ่วล้อเพื่อไทย ออกมารับลูก……พรรคประชาชน คิดจะใช้โอกาสนี้ โกยคะแนนจากฝ่ายประชาธิปไตย ขนาดไหนก็ตาม……ก็ยังเป็น สนามเด็กเล่น สู้เหลี่ยมของ คนแก่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน ไม่ได้อยู่ดี ……การเมืองไทยก็เป็นเช่นนี้ ไม่ต้องไปให้ราคา

วันวิวาห์ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล อดีต รมช.กลาโหม เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง วริศรา บุตรี ไพบูลย์–สุวรรณี วัฒนาเลขาวงศ์ กับ ธาม บุตร วิทยา–ศิริวรรณ พานิชตระกูล โดยมี วิภาพร ช้างมงคล มาร่วมอวยพรด้วยความชื่นมื่น ที่โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน วันก่อน.
วันวิวาห์ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล อดีต รมช.กลาโหม เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง วริศรา บุตรี ไพบูลย์–สุวรรณี วัฒนาเลขาวงศ์ กับ ธาม บุตร วิทยา–ศิริวรรณ พานิชตระกูล โดยมี วิภาพร ช้างมงคล มาร่วมอวยพรด้วยความชื่นมื่น ที่โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน วันก่อน.

ที่ต้องตอบคำถาม สื่อมากที่สุดในระยะนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย โดนทุกเรื่อง…..ยังใจดีสู้เสือ ปมสภาล่ม ไม่จำเป็นต้องเคลียร์กับ นายกฯแพทองธาร….แถม ภูมิใจไทย เตรียมตัวเป็นเจ้าภาพ จัดงานดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาล วันที่ 25 ก.พ. นี้ โชว์ศักยภาพพรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่น…..ส่วน การแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 พรรคภูมิใจไทยแถลงจุดยืนเดิมไม่สามารถร่วมพิจารณาได้ เนื่องจากสุ่มเสี่ยงต่อการดำรงอยู่ของพรรค…..จบข่าว

จากยูเอสเอ แพทริค แพคเน็ท เปิดงาน “Discover USA : Love at First Bite” คัดสรรสินค้าพรีเมียมเมดอินยูเอสเอทั้งขนมสุดฮิตและวัตถุดิบชั้นยอดส่งตรงมาให้ช็อป จัดถึง 18 ก.พ. โดยมีสุจิตา เพ็งอุ่น และ ธนวัตร จิรจริยาเวช มาร่วมงานด้วย ที่ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
จากยูเอสเอ แพทริค แพคเน็ท เปิดงาน “Discover USA : Love at First Bite” คัดสรรสินค้าพรีเมียมเมดอินยูเอสเอทั้งขนมสุดฮิตและวัตถุดิบชั้นยอดส่งตรงมาให้ช็อป จัดถึง 18 ก.พ. โดยมีสุจิตา เพ็งอุ่น และ ธนวัตร จิรจริยาเวช มาร่วมงานด้วย ที่ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

แต่ที่ไม่จบ รมว.มหาดไทย พูดถึงเรื่องการถูกตรวจสอบ ที่ดินสนามกอล์ฟ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา….หลังจาก เกิดเหตุสภาล่ม เพียงวันเดียว….“ถ้ามันทำกันขนาดนี้ ถ้าบอกขอบคุณนะ ที่ทำให้คงใช่ที่ ลงบัญชีไว้” ดอกทบต้น….เพราะที่ดินดังกล่าว มีการออกโฉนดมา 60 ปีที่แล้ว ถ้าบอกว่าผิดกรมที่ดินต้องจ่ายค่าเสียหายมา……ข้าง ธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานคณะทำงานการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยไม่ชอบ ในเขตปฏิรูปที่ดิน…..อ้างว่ามีข้อมูลการออกโฉนดที่ดินของ ส.ป.ก. ในพื้นที่ 4 หมื่นไร่ จ.นครราชสีมา พบการออกโฉนดไม่ถูกต้อง…..ซึ่งเป็น โรงแรมชื่อดัง 3-4 แห่ง รีสอร์ตขนาดใหญ่ สนามแข่งรถ รวมถึงสนามกอล์ฟ…. เตรียมลงพื้นที่ 18 ก.พ.นี้ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดอีกกระทอก…..เอาเรื่อง

ชื่นมื่น จรรย์สมร วัธนเวคิน เป็นประธานในงานเลี้ยงสังสรรค์ของสมาชิกชมรมสายสัมพันธ์ไทย-จีน โดยมี ดร.นุชนาถ วสุรัตน์, ลลิสา จงบารมี, ศิริลักษณ์ ไม้ไทย, ฐิตินันท์ วัธนเวคินและ พนิดา วัธนเวคิน มาร่วมงานด้วยความชื่นมื่น ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ วันก่อน.
ชื่นมื่น จรรย์สมร วัธนเวคิน เป็นประธานในงานเลี้ยงสังสรรค์ของสมาชิกชมรมสายสัมพันธ์ไทย-จีน โดยมี ดร.นุชนาถ วสุรัตน์, ลลิสา จงบารมี, ศิริลักษณ์ ไม้ไทย, ฐิตินันท์ วัธนเวคินและ พนิดา วัธนเวคิน มาร่วมงานด้วยความชื่นมื่น ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ วันก่อน.

ประเด็น คลิปเสียง ประธานสภาฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา กับการถอดถอนประธาน ป.ป.ช. สุชาติ ตระกูลเกษมสุข และบิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ. สุรเชชษฐ์ หักพาล ยังเป็นปริศนา คลุมเครือ และเป็นปริศนาของ กระบวน การยุติธรรม ประเทศไทย….ยังต้องสู้กันด้วยกล้องวงจรปิดต่อไป…..จะเลยเถิดไปถึงเรื่อง จริยธรรม หรือไม่ เป็นอีกเรื่อง…..แต่ การประชุมสภาวันที่ 20 ก.พ. ในการพิจารณาโหวตส่งตัว ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. พรรคไทยก้าวหน้า เข้าสู่ กระบวนการยุติธรรม ตามหมายจับของตำรวจหรือไม่……เป็นเรื่อง จริยธรรมของ สส. ในสภาล้วนๆ……ที่ยังต้องตามตอนต่อไป คดี ดร.พิรงรอง รามสูต กสทช. ที่ถูกค่ายโทรศัพท์คู่กรณีฟ้อง กับ คดีตู้ห่าว…..มีคนติดตามเยอะ

ทีมตำรวจ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ เปิดตัวทีม “ตำรวจริบบิ้นขาว” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรงได้สะดวกรวดเร็ว  โดยมี  พล.ต.ต.หญิง  ศิริกุล  ศรีสง่า,  พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ และ พ.ต.อ.เกริกกมล แย้มประยูร มาร่วมงานด้วย ที่โรงพยาบาลตำรวจ วันก่อน.
ทีมตำรวจ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ เปิดตัวทีม “ตำรวจริบบิ้นขาว” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรงได้สะดวกรวดเร็ว โดยมี พล.ต.ต.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า, พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ และ พ.ต.อ.เกริกกมล แย้มประยูร มาร่วมงานด้วย ที่โรงพยาบาลตำรวจ วันก่อน.

เมื่อเร็วๆนี้ ดร.ชญาน์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร บริษัท ปตท. ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลกใน World Economic Forum Annual Meeting 2025 ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ร่วมกับผู้นำประเทศ ภาครัฐ และภาคเอกชนชั้นนำทั่วโลกกว่า 3,000 คน นำโดย นายกฯแพทองธาร ชินวัตร สะท้อนวิสัยทัศน์ด้านพลังงานในช่วงการเปลี่ยนผ่านใช้พลังงานสะอาดร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ…..ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ร่วมเสวนาผู้นำองค์กรระดับประเทศ รวมพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ในงาน FTI EXPO 2025 นำเสนอวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กรบนพื้นฐานของความสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ต่อไป

น่ารักจัง ศิริพร แผลงจันทึก จัดงานเปิด “ป๊อป มาร์ท” ร้านจำหน่ายอาร์ตทอยส์คอนเซปต์ใหม่และใหญ่ที่สุดในไทย โดยมี สุรชัย เจริญพงศ์, ประภา จิตวิวัฒน์พร, ไมคา ตามไท, จิรายุ ตั้งศรีสุข, เยบ และ อาจี มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ วันก่อน.
น่ารักจัง ศิริพร แผลงจันทึก จัดงานเปิด “ป๊อป มาร์ท” ร้านจำหน่ายอาร์ตทอยส์คอนเซปต์ใหม่และใหญ่ที่สุดในไทย โดยมี สุรชัย เจริญพงศ์, ประภา จิตวิวัฒน์พร, ไมคา ตามไท, จิรายุ ตั้งศรีสุข, เยบ และ อาจี มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ วันก่อน.
ที่ภูเก็ต ศันสนา จิราธิวัฒน์ และ วิไลพร ปิติมานะอารี มาร่วมแสดงความยินดีแก่ เอ็มมานูเอเล นิซโซลิ ในโอกาสเปิด “Prada” บูติกใหม่ดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยมี จารวี กิติศักดิขจร และ ศิอาภา พุฒตาล มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า วันก่อน.
ที่ภูเก็ต ศันสนา จิราธิวัฒน์ และ วิไลพร ปิติมานะอารี มาร่วมแสดงความยินดีแก่ เอ็มมานูเอเล นิซโซลิ ในโอกาสเปิด “Prada” บูติกใหม่ดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยมี จารวี กิติศักดิขจร และ ศิอาภา พุฒตาล มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

ไม่ธรรมดา เปิดยอดเงิน อิงฟ้า ที่แฟนคลับเปย์ให้ในปาร์ตี้วันเกิด 30 ยังแจ๋ว

ไม่ธรรมดา เปิดยอดเงิน อิงฟ้า ที่แฟนคลับเปย์ให้ในปาร์ตี้วันเกิด 30 ยังแจ๋ว

17 ก.พ. 2568 15:07 น.

ไม่ธรรมดา เปิดยอดเงิน อิงฟ้า ที่แฟนคลับเปย์ให้ในปาร์ตี้วันเกิด 30 ยังแจ๋ว

ผ่านพ้นไปแล้ว กับปาร์ตี้ฉลองวันเกิดอายุครบ 30 ปี ของนางงามชื่อดัง อิงฟ้า วราหะ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 และรองอันดับ 1 มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2022 ซึ่งปาร์ตี้ดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา ที่ MGI Hall, Bravo BKK โดยปีนี้จัดงานในธีมกฐินสามัคคี

งานนี้ อิงฟ้า เจ้าของวันเกิดไม่ยอมพ่ายแพ้ให้กับแขกที่มาร่วมงาน แต่งตัวจัดเต็มตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะไม่มีอ่อม ซึ่งชุดในตอนกลางวัน อิงฟ้านั้นวันแต่งเป็นคุณหญิงสายบุญ ทรงผมตีกระบังลมสูง พร้อมใส่ทองเต็มตัว ส่วนตอนกลางคืนนั้นเปลี่ยนลุคแต่งเป็นเด็กวัด ทำเอาแฟนๆ ต่างถูกใจแบบสุดๆ

ไม่ธรรมดา เปิดยอดเงิน อิงฟ้า ที่แฟนคลับเปย์ให้ในปาร์ตี้วันเกิด 30 ยังแจ๋ว
ไม่ธรรมดา เปิดยอดเงิน อิงฟ้า ที่แฟนคลับเปย์ให้ในปาร์ตี้วันเกิด 30 ยังแจ๋ว

เป็นปกติเหมือนทุกปี ที่แฟนคลับของอิงฟ้าจะมาร่วมงานกันจนแน่นฮอลล์ และแต่ละคนก็ไม่ทำให้อิงฟ้าผิดหวัง แต่งตัวจัดหนักจัดเต็มไม่แพ้เจ้าของวันเกิด พร้อมเปย์หนักแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น ช่อเงิน เค้กเงิน พวงมาลัยเงินสด เห็นแล้วอยากจะเป็นเจ้าของวันเกิด

และด้านเพจแฟนคลับของ อิงฟ้า ก็ได้โพสต์ยอดรวมของขวัญวันเกิดของอิงฟ้าในปีนี้ที่ยอดพุ่งสูงถึง 1,231,230 บาท ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ จะผ่านมาหลายปี แต่ความรักและความนิยมในตัวของอิงฟ้าก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย 

ไม่ธรรมดา เปิดยอดเงิน อิงฟ้า ที่แฟนคลับเปย์ให้ในปาร์ตี้วันเกิด 30 ยังแจ๋ว
ไม่ธรรมดา เปิดยอดเงิน อิงฟ้า ที่แฟนคลับเปย์ให้ในปาร์ตี้วันเกิด 30 ยังแจ๋ว
ไม่ธรรมดา เปิดยอดเงิน อิงฟ้า ที่แฟนคลับเปย์ให้ในปาร์ตี้วันเกิด 30 ยังแจ๋ว
ไม่ธรรมดา เปิดยอดเงิน อิงฟ้า ที่แฟนคลับเปย์ให้ในปาร์ตี้วันเกิด 30 ยังแจ๋ว
ไม่ธรรมดา เปิดยอดเงิน อิงฟ้า ที่แฟนคลับเปย์ให้ในปาร์ตี้วันเกิด 30 ยังแจ๋ว
ไม่ธรรมดา เปิดยอดเงิน อิงฟ้า ที่แฟนคลับเปย์ให้ในปาร์ตี้วันเกิด 30 ยังแจ๋ว
ไม่ธรรมดา เปิดยอดเงิน อิงฟ้า ที่แฟนคลับเปย์ให้ในปาร์ตี้วันเกิด 30 ยังแจ๋ว

เนเงิน ไลฟ์หลังมีนิทาน หนูนา-โรเบิร์ด ขอให้จบที่ผมเอง คนไม่พูดใช่จะผิดทุกเรื่อง

เนเงิน ไลฟ์หลังมีนิทาน หนูนา-โรเบิร์ด ขอให้จบที่ผมเอง คนไม่พูดใช่จะผิดทุกเรื่อง

17 ก.พ. 2568 14:54 น.

เนเงิน ไลฟ์หลังมีนิทาน หนูนา-โรเบิร์ด ขอให้จบที่ผมเอง คนไม่พูดใช่จะผิดทุกเรื่อง

จากกรณีที่ ครูเบียร์ นุติญา ยะระพันธุ์ เล่านิทานของ หนูนา-โรเบิร์ด ที่ในอดีตรักกันหวานชื่น แต่รักสะดุดเพราะหนูนาจับได้ว่าโรเบิร์ดนอกใจหลายครั้ง แถมยังเคยติดการพนันจนหนูนาต้องเอาเงินเก็บไปช่วยเคลียร์ 

พอเลิกกันและแบ่งทรัพย์สินแล้วก็ยังโดนฝ่ายชายใส่ร้ายว่าหนูนาได้ทรัพย์สินคนเดียว และถูกมองว่านอกใจโรเบิร์ด ทั้งที่ไม่เคยนอกใจสักครั้ง จนกลายเป็นกระแสร้อน

เนเงิน ไลฟ์หลังมีนิทาน หนูนา-โรเบิร์ด ขอให้จบที่ผมเอง คนไม่พูดใช่จะผิดทุกเรื่อง

ในขณะที่คนรอบข้างของครูเบียร์อย่าง 2 อินฟลูเอนเซอร์ดัง บูม หมูทะ และ เส้นด้าย พิมพ์ลดา หรือ สอดอ Style ก็ออกมาเล่านิทานภาคต่อของเรื่องนี้ โดยมีการพูดถึงพี่สาวของโรเบิร์ดที่เป็นตัวเสี้ยม และคอยแซะหนูนามาตลอด

จากประเด็นดังกล่าวก็มีคนโยงไปถึงอดีตคนรักของครูเบียร์อย่าง เนเงิน เจตริน ศรีสังข์ ที่เพิ่งเลิกรากันไปเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา และมีคนเข้าไปคอมเมนต์วิจารณ์อย่างหนัก

เนเงิน ไลฟ์หลังมีนิทาน หนูนา-โรเบิร์ด ขอให้จบที่ผมเอง คนไม่พูดใช่จะผิดทุกเรื่อง

ล่าสุด เนเงิน ไลฟ์สดขายของและถูกถามถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ผมขอขายของดีกว่า ขออยู่ในพื้นที่ของผมดีกว่า ใครจะพูดยังไงให้เขาพูดไป เพราะทุกคนที่พูด ไม่มีใครหรอกที่เอาตัวเองไปเล่าให้คนอื่นฟังในทางที่ไม่ดี

คนที่ไม่พูด บางทีก็ไม่ใช่คนผิดไปซะทุกเรื่อฃนะครับ แต่เราเลือกที่จะเงียบดีที่สุดครับ ไม่อยากพูดอะไรจริงๆ เดี๋ยวพูดไปพูดมามันก็ไม่จบกัน ขอให้จบที่ผมเองนะครับ ผมไม่อยากขายกันไปกันมา ให้มันจบที่ตัวผมเอง ขอบคุณครับ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ปุ้ย TPN เคลื่อนไหว แสดงความยินดี หลัง ณวัฒน์ ประกาศได้ถือสิทธิ์ MUT

ปุ้ย TPN เคลื่อนไหว แสดงความยินดี หลัง ณวัฒน์ ประกาศได้ถือสิทธิ์ MUT

17 ก.พ. 2568 14:00 น.

ปุ้ย TPN เคลื่อนไหว แสดงความยินดี หลัง ณวัฒน์ ประกาศได้ถือสิทธิ์ MUT

หลังจากที่แฟนๆ นางงามได้ทราบข่าวว่า ณวัฒน์ อิสรไกรศีล เจ้าของมิสแกรนด์อินเตอร์ฯ และมิสแกรนด์ไทยแลนด์ ได้เป็นผู้ถือสิทธิ์ในการจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ พร้อมแถลงข่าวตอบคำถามทุกเรื่องในวันนี้พร้อมกับ แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ 

ล่าสุด ปุ้ย TPN หรือ ปิยาภรณ์ แสนโกศิก ผู้ที่เคยถือสิทธิ์ในการจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวซึ่งมีข้อความว่า 

“ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ ความเปลี่ยนแปลงย่อมเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติ เราภูมิใจในสิ่งที่ได้ทำมา ทำด้วยความรัก ก้าวเดินต่อไปค่ะ”

ซึ่งก็มีแฟนนางงามเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจและบอกว่ารักแม่ปุ้ย พร้อมกับขอบคุณที่ได้ลงแรงกายแรงใจกับการประกวดที่ผ่านมา 

ปุ้ย TPN เคลื่อนไหว แสดงความยินดี หลัง ณวัฒน์ ประกาศได้ถือสิทธิ์ MUT
ปุ้ย TPN เคลื่อนไหว แสดงความยินดี หลัง ณวัฒน์ ประกาศได้ถือสิทธิ์ MUT
ปุ้ย TPN เคลื่อนไหว แสดงความยินดี หลัง ณวัฒน์ ประกาศได้ถือสิทธิ์ MUT