แผ่นดินไหวกลางทะเลแคริบเบียน ขนาด 7.6 ยกเลิกเตือนสึนามิแล้ว

แผ่นดินไหวกลางทะเลแคริบเบียน ขนาด 7.6 ยกเลิกเตือนสึนามิแล้ว

9 ก.พ. 2568 11:21 น.

แผ่นดินไหวกลางทะเลแคริบเบียน ขนาด 7.6 ยกเลิกเตือนสึนามิแล้ว

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ รายงานการเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.6 กลางทะเลแคริบเบียน ส่งผลให้มีการแจ้งเตือนภัยสึนามิไปยังหลายประเทศ ซึ่งถูกยกเลิกในเวลาต่อมา

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานการเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.6 กลางทะเลแคริบเบียน ส่งผลให้มีการแจ้งเตือนภัยสึนามิไปยังหลายประเทศ ซึ่งถูกยกเลิกในเวลาต่อมา USGS รายงานว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้รุนแรงที่สุดในรอบ 4 ปี โดยเกิดในทะเลทางตอนเหนือของฮอนดูรัส

สำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้รุนแรงถึง 7.6 ริกเตอร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยธรณีวิทยาเยอรมนีรายงานว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้มีความรุนแรงถึง 7.5 โดยทั้งสองครั้งเกิดขึ้นที่ความลึก 10 กิโลเมตร 

USGS ระบุว่าศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากประเทศฮอนดูรัส ไปทางเหนือประมาณ 32.1 กม. และห่างจากหมู่เกาะเคย์แมนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 209.2 กม. มีการประกาศเตือนภัยสึนามิหลายครั้งในภูมิภาคนี้ รวมถึงชายฝั่งของโคลอมเบีย หมู่เกาะเคย์แมน คอสตาริกา ฮอนดูรัส นิการากัว และคิวบา

ในตอนแรก ระบบเตือนภัยสึนามิของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าจะมีคลื่นสูงไม่เกิน 3 เมตรในคิวบา และสูงระหว่าง 0.3 ถึง 1 เมตร ในฮอนดูรัสและหมู่เกาะเคย์แมน แต่ภายหลังระบุว่าภัยคุกคามผ่านพ้นไปแล้ว นอกจากนี้ ระบบเตือนภัยสึนามิของสหรัฐฯ ยังได้ออกคำเตือนสำหรับเปอร์โตริโกและหมู่เกาะเวอร์จินภายหลังแผ่นดินไหว ซึ่งต่อมามีการยกเลิก

ยังไม่ชัดเจนว่ามีการเคลื่อนตัวหรือความเสียหายใดๆ บนแผ่นดินหรือไม่ แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.2 ในประเทศเฮติ ตามรายงานของสำนักงานบริหารบรรยากาศและมหาสมุทรแห่งชาติของสหรัฐฯ.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

4 ครอบครัวอังกฤษฟ้อง TikTok หลังลูกทำตามเทรนด์อันตรายจนตาย

4 ครอบครัวอังกฤษฟ้อง TikTok หลังลูกทำตามเทรนด์อันตรายจนตาย

9 ก.พ. 2568 05:07 น.

4 ครอบครัวอังกฤษฟ้อง TikTok หลังลูกทำตามเทรนด์อันตรายจนตาย

4 ครอบครัวชาวอังกฤษยื่นฟ้องร้องบริษัท TikTok กรณีการเสียชีวิตของลูกๆ ของพวกเขา หลังทำตามเทรนด์อันตรายที่เผยแพร่ผ่านแอปแชร์คลิปยอดนิยมเจ้านี้

สำนักข่าวบีบีซีได้สัมภาษณ์ครอบครัวชาวอังกฤษทั้ง 4 เพื่อนำไปใช้ในรายงาน “วันอาทิตย์กับลอรา เกวนส์เบิร์ก” โดยพวกเขาระบุว่า ต้องการพา TikTok ขึ้นศาล เพื่อหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกๆ ของพวกเขา และต้องหาผู้รับผิดชอบ

ผู้ปกครองกลุ่มนี้เชื่อว่าลูกของพวกเขาเสียชีวิตหลังจากร่วมการท้าทายที่เรียกว่า Blackout Challenge เทรนด์อันตรายที่กลายเป็นไวรัลไปทั่วเมื่อปี 2565 โดยเป็นการท้าทายให้ผู้เข้าร่วมแข่งกันหมดสติอย่างตั้งใจด้วยวิธีต่างๆ

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ออกมาเตือนเรื่องการทำแชลเลนจ์ดังกล่าว ขณะที่ TikTok ยืนยันว่า พวกเขาห้ามการเผยแพร่เนื้อหาที่อันตรายต่างๆ และได้ปิดกั้นการค้นหาวิดีโอกับแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องกับ Blackout Challenge ไปแล้ว

ทั้งนี้ เอกสารฟ้องร้องถูกยื่นต่อศาลสูงรัฐเดลาแวร์ในสหรัฐฯ โดยศูนย์กฎหมายเพื่อผู้ตกเป็นเหยื่อของโซเชียลมีเดีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เอกสารระบุว่า ด.ช.ไอแซก เคเนแวน อายุ 13 ปี, ด.ช.อาร์ชี แบทเตอร์สบี อายุ 12 ปี, ด.ช.จูเลียน สวีนีย์ อายุ 14 ปี และ ด.ญ.ไมอา วอลช์ อายุ 13 ปี เสียชีวิตขณะพยายามทำแชลเลนจ์ดังกล่าว

เอกสารยังกล่าวหาอีกว่า TikTok ละเมิดกฎของตัวเองหลายรูปแบบ รวมถึงกฎที่ว่าจะไม่แสดงหรือส่งเสริมเนื้อหาอันตรายที่อาจก่อให้เกิดความบาดเจ็บอย่างมีนัยสำคัญต่อร่างกายผู้ใช้งาน

น.ส.ฮอลลี แดนซ์ มารดาของอาร์ชี บอกกับบีบีซีว่า ความสูญเสียของพวกเขาถูกปฏิเสธด้วย “แถลงการณ์เชิงธุรกิจแบบเดิมๆ” ซึ่งไม่แสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจเลยแม้แต่น้อย และแถลงการณ์นั้นไม่มีความหมายใดๆ เลยสำหรับพวกเธอ

ขณะที่ น.ส.เอเลน รูม แม่ของจูเลียน ผลักดันมาตลอดให้มีการฟ้องร้อง เพื่อให้เครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ อนุญาตให้พ่อแม่เข้าถึงบัญชีผู้ใช้ของลูกๆ ได้ ในกรณีที่พวกเขาเสียชีวิต โดยเธอพยายามมาตลอดที่จะขอข้อมูลจาก TikTok ที่เธอเชื่อว่าจะสามารถไขความกระจ่างในการเสียชีวิตของลูกชายเธอได้

ส่วน น.ส.ลิซา เคเนแวน แม่ของไอแซก กล่าวว่า พวกเธอจะไปที่ศาลเพื่อทวงถามความรับผิดชอบ “พวกเขาจำเป็นต้องมองมา ไม่ใช่แค่ที่พวกเรา แต่รวมถึงพ่อแม่ทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในอังกฤษ แต่เป็นสหรัฐฯ และที่อื่นๆ ทั้งหมดด้วย” “เราต้องการให้ TikTok ช่วยพวกเรา ทำไมถึงขัดขวางไม่ให้ข้อมูลพวกเรา?” “พวกเขาหลับลงได้อย่างไร?”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

พรรคนายกฯ อินเดีย ชนะเลือกตั้งที่นิวเดลีครั้งแรกในรอบ 27 ปี

พรรคนายกฯ อินเดีย ชนะเลือกตั้งที่นิวเดลีครั้งแรกในรอบ 27 ปี

9 ก.พ. 2568 03:25 น.

พรรคนายกฯ อินเดีย ชนะเลือกตั้งที่นิวเดลีครั้งแรกในรอบ 27 ปี

พรรค BJP ของนายกรัฐมนตรีอินเดีย คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งที่กรุงนิวเดลีได้เป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปี หลังปรับกลยุทธ์รับมือพรรคคู่แข่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 8 ก.พ. 2568 ว่า พรรคภารตียชนตา (BJP) ของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย คว้าชัยชนะการเลือกตั้งในเมืองหลวงกรุงนิวเดลีเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 27 ปี เสริมความมั่นใจให้กับผู้นำชาตินิยมฮินดูรายนี้ ซึ่งเพิ่งผ่านการเลือกตั้งทั่วไปอันน่าผิดหวังเมื่อปีก่อน

ข้อมูลจากคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งอินเดีย ระบุว่า พรรค BJP ได้เก้าอี้สมาชิกสภาเขตกรุงนิวเดลีไป 48 จากทั้งหมด 70 ที่นั่ง ตามด้วยพรรคสามัญชน (Aam Aadmi Party – AAP) พรรคฝ่ายค้านของนาย อาร์วินด์ เคชรีวัล ซึ่งได้ไป 22 ที่นั่ง

ทั้งนี้ พรรค AAP ซึ่งกำเนิดขึ้นมาจากการเคลื่อนไหวต่อต้านคอร์รัปชันในปี 2555 คว้าชัยในนิวเดลี 2 สมัยตั้งแต่ปี 2558 โดยนายเคชรีวัล นักต่อต้านการคอร์รัปชันผู้ผันตัวมาเล่นการเมือง ถูกจับกุมข้อหารับสินบนไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่การเลือกตั้งทั่วไปในปี 2567 จะเริ่มขึ้น โดยเจ้าตัวปฏิเสธข้อกล่าวหา และว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองโดยพรรค BJP

การเลือกตั้งในเขตกรุงนิวเดลี 2 ครั้งที่ผ่านมา พรรค AAP ชนะและได้เสียงข้างมากอย่างท่วมท้น แผนการบริจาค เช่น ให้บริการไฟฟ้าและน้ำประปาฟรีแก่คนยากจน ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของพวกเขา

แต่ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด พรรค BJP ใช้กลยุทธ์ใหม่เพื่อตอบโต้ AAP โดยสัญญาจะมอบเงินให้แก่หญิงยากจนทุกคนเดือนละ 2,500 รูปี (ราว 965 บาท) และมอบเงินให้เปล่า 1 ครั้งจำนวน 21,000 รูปี (ราว 8,100 บาท) แก่สตรีมีครรภ์ อุดหนุนราคาก๊าซหุงต้ม จ่ายเงินบำนาญให้คนชราเดือนละ 2,500 รูปี และมอบเงินเตรียมสอบให้เยาวชน 15,000 รูปี (ราว 5,800 บาท) ด้วย

อนึ่ง พรรค BJP ของนายโมดีเสียเสียงข้างมากในรัฐสภาแห่งชาติไปในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปีก่อน ทำให้เขาต้องจับมือกับพรรคการเมืองท้องถิ่น เพื่อจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นพรรคของเขาก็คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งระดับรัฐ 3 จาก 4 รัฐ ซึ่งช่วยเพิ่มสมาชิกพรรค BJP ในสภาสูงของอินเดียขึ้นอีกหลายที่นั่ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

ดินถล่มฝังหมู่บ้านในเสฉวน ช่วยได้แล้ว 2 คน สูญหายอีก 30 ราย

ดินถล่มฝังหมู่บ้านในเสฉวน ช่วยได้แล้ว 2 คน สูญหายอีก 30 ราย

9 ก.พ. 2568 02:24 น.

ดินถล่มฝังหมู่บ้านในเสฉวน ช่วยได้แล้ว 2 คน สูญหายอีก 30 ราย

เกิดดินถล่มทับบ้านเรือนของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในมณฑลเสฉวนของจีน เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้แล้ว 2 ราย แต่ยังหายสาบสูญอีก 30 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุดินถล่มลงมาจากภูเขาเข้าใส่หมู่บ้าน “จินผิง” ในมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน เมื่อเวลาประมาณ 11.50 น. วันเสาร์ที่ 8 ก.พ. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น ฝังบ้านเรือนนับสิบหลังพร้อมกับชาวบ้านไม่ทราบจำนวน

เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินหลายร้อยนายถูกส่งไปยังที่เกิดเหตุเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต โดยจนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่ช่วยผู้ประสบภัยกลับขึ้นมาได้แล้ว 2 ราย แต่ยังมีผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 30 คน ขณะที่มีประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงถูกอพยพออกไปประมาณ 200 คน

ด้านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐทำทุกอย่างที่เป็นไปได้เพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้สูญหาย ลดจำนวนผู้เสียชีวิตใหม่มากที่สุด และบริหารจัดการสิ่งที่ตามมาหลังเหตุการณ์นี้อย่างเหมาะสม โดยรัฐบาลกลางได้จัดสรรงบประมาณไว้ 50 ล้านหยวน เพื่อซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ

ส่วนนาย หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้มีการตรวจสอบความเสี่ยงทางธรณีวิทยาบริเวณใกล้เคียงพื้นที่เกิดเหตุ หลังสื่อจีนรายงานอ้างการเปิดเผยของชาวบ้านท้องถิ่นว่า ตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีหินก้อนใหญ่กลิ้งลงมาจากภูเขาลูกนี้หลายครั้ง

นายหลี่บอกเตือนด้วยว่า ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงควรอพยพออกไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหายนะเพิ่มขึ้นอีก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ ขวางทีม “อีลอน มัสก์” เข้าถึงข้อมูลกระทรวงการคลัง

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ ขวางทีม “อีลอน มัสก์” เข้าถึงข้อมูลกระทรวงการคลัง

9 ก.พ. 2568 00:07 น.

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ ขวางทีม “อีลอน มัสก์” เข้าถึงข้อมูลกระทรวงการคลัง

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ ออกคำสั่งฉุกเฉิน ห้ามเจ้าหน้าที่ของ อีลอน มัสก์ เข้าถึงข้อมูลอ่อนไหวของกระทรวงการคลัง หลังมีข่าวว่า หน่วยงาน DOGE กำลังเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้พิพากษาสหรัฐฯ ออกคำสั่งฉุกเฉินในวันเสาร์ที่ 8 ก.พ. 2568 ขัดขวางเจ้าหน้าที่กระทรวงประสิทธิภาพของรัฐบาล (DOGE) ของนายอีลอน มัสก์ ไม่ให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงินที่เก็บเอาไว้ในฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง

ข่าวระบุว่า นาย พอล เอ. เองเกลเมเยอร์ ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐฯ ออกคำสั่งจำกัดการเข้าถึงระบบการจ่ายเงินของกระทรวงการคลังและข้อมูลอื่นๆ จากผู้ได้รับการแต่งตั้งทางการเมือง, ลูกจ้างพิเศษของรัฐบาล และลูกจ้างรัฐบาลทั้งหมด ที่อยู่นอกกระทรวงการคลัง

คำสั่งฉุกเฉินซึ่งจะมีผลไปจนถึงวันพิจารณาคดีในวันที่ 14 ก.พ.นี้ ระบุด้วยว่า บุคคลใดๆ ที่เข้าถึงข้อมูลในบันทึกของกระทรวงการคลังนับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 20 ม.ค. 2568 ต้องทำลายสำเนาข้อมูลทั้งหมดที่ดาวน์โหลดไป

ทั้งนี้ DOGE เป็นหน่วยงานใหม่ของรัฐบาลทรัมป์ มีหน้าที่หาทางลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง อย่างไรก็ตาม ผู้นำกระทรวงอย่างอีลอน มัสก์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังมีรายงานว่าเขากับหน่วยงานของเขากำลังเข้าถึงข้อมูลอ่อนไหวที่เก็บไว้ในกระทรวงการคลัง

เรื่องดังกล่าวทำให้เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ก.พ. อัยการใหญ่จาก 19 รัฐร่วมกันยื่นฟ้องร้องนายทรัมป์, นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และฟ้องกระทรวงการคลัง โดยกล่าวหาว่า รัฐบาลละเมิดกฎหมายด้วยการขยายการเข้าถึงข้อมูลอ่อนไหวของกระทรวงการคลังให้แก่เจ้าหน้าที่จาก DOGE

คำสั่งของผู้พิพากษาเองเกลเมเยอร์ระบุด้วยว่า รัฐที่ยื่นฟ้องร้องอาจเผชิญความเสียหายอย่างไม่อาจย้อนคืนได้หากไม่มีคำสั่งระงับนี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่นโยบายใหม่นี้จะทำให้ข้อมูลอ่อนไหวและเป็นความลับถูกเปิดเผย และเสี่ยงทำให้ระบบข้อมูลดังกล่าวเสี่ยงต่อการถูกแฮกจารกรรมข้อมูลมากขึ้นกว่าเดิม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ฮามาสปล่อยตัวประกันชายอิสราเอล 3 คนแล้ว ผอมลงจนจำแทบไม่ได้

ฮามาสปล่อยตัวประกันชายอิสราเอล 3 คนแล้ว ผอมลงจนจำแทบไม่ได้

8 ก.พ. 2568 23:15 น.

ฮามาสปล่อยตัวประกันชายอิสราเอล 3 คนแล้ว ผอมลงจนจำแทบไม่ได้

ตัวประกันชายชาวอิสราเอล 3 คน กับนักโทษชาวปาเลสไตน์อีก 183 คน ได้รับการปล่อยตัวแล้ว โดยฝ่ายอิสราเอลออกมาแสดงความกังวลเรื่องสภาพอิดโรยของพลเมืองของพวกเขา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เอลี ชาราบี, โอฮัด เบน อามี และ ออร์ ลีไว 3 ตัวประกันชาวอิสราเอล ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ตามข้อตกลงหยุดยิง โดยพวกเขาถูกส่งตัวให้เจ้าหน้าที่กาชาดที่เมืองเดียร์ อัล-บาลาห์ เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ก.พ. 2568 หรือ 491 วันหลังจากถูกกลุ่มฮามาสจับไปตั้งแต่ 7 ต.ค. 2566

การปล่อยตัวประกันทั้ง 3 คนดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ตรงข้ามกับภาพความวุ่นวายในการปล่อย 2 ตัวประกันอิสราเอลกับ 5 ตัวประกันไทยเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่อิสราเอลก็ดำเนินการปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่พวกเขาคุมขังเอาไว้จำนวน 183 คน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน

หลังจากถูกส่งตัวให้เจ้าหน้าที่กาชาดแล้ว ตัวประกันทั้ง 3 คน ก็ถูกส่งตัวต่อให้แก่ทหารของกองกำลังป้องกันอิสราเอลที่ประจำการในฉนวนกาซา ซึ่งขนส่งพวกเขากลับไปอิสราเอล และพาทั้ง 3 คนเข้ารับการตรวจสอบทางการแพทย์เบื้องต้น และอนุญาตให้พบกับครอบครัวของตัวเองได้อีกครั้ง

เอลี ชาราบี, โอฮัด เบน อามี และ ออร์ ลีไว 3 ตัวประกันชาวอิสราเอลที่ได้รับการปล่อยตัวเมื่อ 8 ก.พ. 2568
เอลี ชาราบี, โอฮัด เบน อามี และ ออร์ ลีไว 3 ตัวประกันชาวอิสราเอลที่ได้รับการปล่อยตัวเมื่อ 8 ก.พ. 2568

อย่างไรก็ตาม ตัวประกัน 3 คนที่ถูกปล่อยตัวล่าสุด ดูผอมลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะนาย ลีไว ซึ่งถูกปล่อยตัวด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม อยู่ในสภาพอ่อนแอเป็นพิเศษ

ทางการอิสราเอลออกมาประณามการดูแลตัวประกันของกลุ่มฮามาส โดยระบุว่าสภาพของตัวประกันนั้น “น่าตกใจ” และพวกเขาจะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้โดยไม่กระทำการใดๆ ด้านกลุ่มช่วยเหลือครอบครัวตัวประกันและผู้สูญหายของอิสราเอล ระบุว่า ภาพของตัวประกันที่ออกมาดูน่ากังวลมาก

ทั้งนี้ นายเบน อามี วัย 56 ปี กับนายชาราบี วัย 52 ปี ถูกลักพาตัวจากบ้านของพวกเขาในคิบบุตซ์ เบเอรี ห่างจากชายแดนฉนวนกาซาราว 4 กม. โดยที่ภรรยากับลูกสาวของนายชาราบีถูกสังหาร พี่ชายของนายชาราบี ชื่อ ยอสซี ชาราบี ก็ถูกลักพาตัวไปด้วยกัน และเสียชีวิตภายในฉนวนกาซา

ส่วนนายลีไว ถูกลักพาตัวระหว่างที่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีงานเทศกาลดนตรี “โนวา” ซึ่งทำให้ เอย์นาฟ ภรรยาของเขาเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม นายลีไวจะได้กลับไปพบหน้าลูกชายของเขา ที่ตอนนี้มีอายุ 3 ขวบแล้วอีกครั้ง

อนึ่ง ตอนนี้ฮามาสปล่อยตัวประกันแล้ว 16 คนจากทั้งหมด 33 คนตามที่สัญญาเอาไว้ในข้อตกลงหยุดยิง โดยที่ฝ่ายอิสราเอลอ้างว่า ตัวประกัน 8 จาก 33 คนในรายชื่อที่กลุ่มฮามาสให้กับพวกเขานั้น เสียชีวิตไปแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กาแฟพันธุ์ไทย เปิดตัวแก้วคอลเลคชั่น THAIRICANO: A CUP OF LOVE

กาแฟพันธุ์ไทย เปิดตัวแก้วคอลเลคชั่น THAIRICANO: A CUP OF LOVE

กาแฟพันธุ์ไทย เปิดตัวแก้วคอลเลคชั่น THAIRICANO: A CUP OF LOVE

วันอาทิตย์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.25 น.

ในยุคที่กาแฟกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต “พันธุ์ไทย” แบรนด์กาแฟสัญชาติไทยได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นเพียงร้านกาแฟทั่วไป ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับวงการกาแฟไทยทั้งระบบ ผ่านการผสานศิลปะเข้ากับกาแฟในแก้ว คอลเลคชันสุดละเมียดละไม “THAIRICANO: A CUP OF LOVE” ที่เปิดตัวในงาน Punthai Thai Coffee to The World ด้วย Passion ที่มุ่งมั่นตั้งใจส่งกาแฟไทยไปสู่สายตาชาวโลก

สุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด กล่าวว่า “ชื่อ ‘ไทยริกาโน’ มาจากการผสานคำว่า ‘ไทย’ กับคำว่า ‘อเมริกาโน’ ซึ่งไทยริกาโนได้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นกาแฟสัญชาติไทยแท้ๆ ที่มีรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม คล้ายคลึงกับกาแฟอเมริกาโนดั้งเดิม แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างออกไป เป็นกาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทย สายพันธุ์อาราบิก้า 100% จากแหล่งปลูกที่ดีที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นกาแฟคั่วกลาง รสชาติกลมกล่อม มีความบาลานซ์ของโทนนัตตี้ และฟรุตตี้ ในราคาเข้าถึงง่าย นอกจากนี้พันธุ์ไทยยังตั้งใจถ่ายทอดเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ ผ่านแก้วกาแฟใบเล็ก ด้วยการนำศิลปะซึ่งเป็นภาษาสากลมาเชื่อมโยงกับกาแฟ เพื่อบอกเล่าการเดินทางของกาแฟ ตั้งแต่การบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ในแหล่งปลูกที่เหมาะสม กรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถัน ไปจนถึงการส่งมอบกาแฟที่ดีที่สุดถึงมือลูกค้า พร้อมสร้างรายได้ถึงมือเกษตรกรไทย สร้างชีวิตที่อยู่ดีมีสุขให้กับชุมชน สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับประเทศ และสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม สู่หมุดหมายของการนำกาแฟไทยไปสู่สายตาชาวโลกได้อย่างภาคภูมิใจ และเป็นกาแฟไทยที่ตั้งใจให้โลกรัก

กนิษฐ์ มิ่งเมือง Executive Creative Director Wolf BKK เล่าถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานว่า “สิ่งแรกที่เราได้ฟังจากทีมพันธุ์ไทย คือความตั้งใจที่อยากสร้างกาแฟแห่งชาติ กาแฟเพื่อคนไทย สร้างจากคนไทย และเป็นราคาที่เข้าถึงง่าย ดื่มได้ทุกคน จากความตั้งใจนี้เราจึงค้นพบว่ามันมีความใส่ใจที่มากกว่าขั้นตอนการปลูก หรือการชง เช่น การคัดเมล็ดด้วยมือ การคั่วกาแฟ การขนส่งจากที่เพาะปลูก หรือแม้แต่การเก็บรักษา พิถีพิถันในทุกๆ ขั้นตอน เพื่อให้ได้รสชาติ และรสสัมผัสของ ไทยริกาโน ที่ดีที่สุดในทุกแก้ว เราจึงอยากให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด และอยากทำให้ทุกคนที่มีส่วนร่วมอยู่ในความงามบนแก้วกาแฟใบนี้ ซึ่งแม้แต่การเลือกใช้วัสดุแก้วกระดาษที่ย่อยสลายได้ และนำมาเล่าผ่านภาพที่ถูกสร้างโดยวิธีการราวกับการแกะสลัก ก็เพื่อทำให้เห็นว่าผลงานชิ้นนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของความใส่ใจด้วยเหมือนกันยิ่งไปกว่านั้น เราอยากให้ทุกคนที่ได้ดื่มกาแฟแก้วนี้ รู้สึกถึงความตั้งใจของคนไทยจริงๆ ”

สุรชัย พุฒิกุลางกูร เล่าถึงขั้นตอนการทำงานว่า “ความยากของงานชิ้นนี้ คือการที่เราตั้งใจทำให้ทุกคนที่ดูผลงานสามารถรู้สึกได้ถึงความตั้งใจของเกษตรกรไทย และทุกๆ คน ที่ช่วยกันสร้าง ไทยริกาโน ทุกรายละเอียดเล็กๆ ที่ช่วยสื่ออารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นความถูกต้องของการทำงาน สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่อยู่ล้อมรอบการมาของแสงในแต่ละจุด หรือสีหน้า ท่าทางของทุกคนในผลงาน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราให้ความสำคัญในการสร้างผลงานชิ้นนี้ โดยขั้นตอนแรกของการสร้างผลงานชิ้นนี้เริ่มจากการไปเรียนรู้ และเข้าใจความรู้สึกของเกษตรกรจริงๆ ในแต่ละขั้นตอนการทำงานจริงๆ ว่าระหว่างที่พวกเขาทำสิ่งนั้น การทำงานที่ถูกต้องมันควรเป็นยังไง และมันเกิดอะไรขึ้นบ้างในแต่ละขั้นตอน และพวกเขารู้สึกอย่างไรบ้าง รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาด้วย เพื่อทำให้รายละเอียดเหล่านั้นที่จะนำไปอยู่บนแก้วครบถ้วน และเห็นถึงความตั้งใจของพวกเขาทุกคน และแน่นอนว่าเมื่อรายละเอียดเยอะ เราจึงต้องใช้เวลาในการทำงานที่เพียงพอ เป็นเวลากว่า 5 เดือน เพื่อเก็บให้ครบทุกรายละเอียด โดยไม่ให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งตกหายไป เราจึงจะเร่งรีบไม่ได้เป็นอันขาด ผลงานชิ้นนี้จึงใช้เวลาในการทำงานที่มากกว่าที่แพลนไว้ แต่ก็ทำให้ทุกรายละเอียดสมบูรณ์แบบจริงๆ” 

ดื่มด่ำความกลมกล่อม หอม ละมุนของกาแฟพรีเมียมจาก “ไทยริกาโน” Specialty Coffee สัญชาติไทย สายพันธุ์อาราบิก้าแท้ 100% ในแก้วลายพิเศษสุดลิมิเต็ดอิดิชัน จากฝีมือศิลปินไทยมือรางวัลระดับโลก ในราคาเข้าถึงง่าย เริ่มต้นเพียง 55 บาท สำหรับเมนูร้อน และ 65 บาท สำหรับเมนูเย็น ตั้งแต่วันนี้- 18 มีนาคม 2568 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้านพันธุ์ไทยทุกสาขาที่ร่วมรายการ และบริการเดลิเวอรีจัดส่งถึงบ้าน เสพงานศิลป์ไปกับแก้วไทยริกาโนแบบ 360 องศา คลิก https://youtu.be/nZJu3A2TmnA ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/punthaicoffee หรือ www.punthaicoffee.com

คุยกัน7วันหน : ‘ทรัมป์’ ท้าทายกฎหมายโลก เล็งฮุบกาซาท่ามกลางเสียงคัดค้าน

คุยกัน7วันหน : ‘ทรัมป์’ ท้าทายกฎหมายโลก  เล็งฮุบกาซาท่ามกลางเสียงคัดค้าน

คุยกัน7วันหน : ‘ทรัมป์’ ท้าทายกฎหมายโลก เล็งฮุบกาซาท่ามกลางเสียงคัดค้าน

วันอาทิตย์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.44 น.

โดนทัวร์ลงจากทั่วโลกตามคาด หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ไอเดียกระฉูด เสนอให้สหรัฐฯ เข้าควบคุมพื้นที่ฉนวนกาซาและดำเนินการพัฒนาใหม่ และให้ชาวปาเลสไตน์ในกาซาอพยพออกจากพื้นที่ไปอยู่ที่อื่น

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอังคารที่4 ก.พ. ระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ที่ทำเนียบขาว ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์เคยระบุว่าประเทศเพื่อนบ้านของอิสราเอล เช่น อียิปต์และจอร์แดน ควรรับชาวปาเลสไตน์ที่อพยพออกจากฉนวนกาซาไปอาศัยอยู่

ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบในการกำจัดระเบิดและอาวุธที่ยังไม่ระเบิดทั้งหมดในพื้นที่และดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับที่สามารถสร้างงานและที่อยู่อาศัยให้กับประชากร เขาอ้างว่าจะทำให้พื้นที่กาซาเป็นริเวียราของตะวันออกกลาง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าใครจะอาศัยอยู่ในฉนวนกาซาหลังจากที่สหรัฐฯ เข้าควบคุม ทรัมป์ตอบว่า ประชาชนจากทั่วโลก รวมถึงชาวปาเลสไตน์

สำหรับริเวียรา (Riviera) เป็นคำที่ใช้เรียกบริเวณชายฝั่งทะเลที่มีทิวทัศน์สวยงาม มีชื่อเสียงในเรื่องของความหรูหรา และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เช่น ริเวียราฝรั่งเศสที่รู้จักกันดีในนาม Côte d’Azur หรือ “ชายฝั่งสีฟ้า” ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส มีเมืองสำคัญอย่างนีซ, คานส์ และ โมนาโก หรือ ริเวียราอิตาเลียน หรือที่เรียกว่า “ริเวียราเดลฟลอเร” ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิตาลี มีเมืองเจนัว และปอร์โตฟิโน

แน่นอนว่าแนวคิดนี้ถูกต่อต้านและประณามจากหลายฝ่าย ซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ยืนยันจุดยืนที่ชัดเจนว่าสนับสนุนการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระ และระบุว่าสันติภาพที่ถาวรและเป็นธรรม จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากชาวปาเลสไตน์ไม่ได้รับสิทธิที่ชอบธรรมของตน ส่วนแถลงการณ์ร่วมของอียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และองค์การสันนิบาตอาหรับ ระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นภัยต่อเสถียรภาพในภูมิภาค อาจทำให้ความขัดแย้งขยายตัว และบ่อนทำลายความหวังในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

ด้านสหประชาชาติ เตือนว่า การบังคับชาวปาเลสไตน์ย้ายถิ่นฐานเท่ากับเป็นการล้างเผ่าพันธุ์ ขณะที่มหาอำนาจ เช่น รัสเซีย จีน และเยอรมนีระบุว่า แผนการของทรัมป์จะกระตุ้นความเกลียดชัง

แม้แต่นักการเมืองอเมริกันเองยังไม่เห็นด้วย วุฒิสมาชิก คริส เมอร์ฟี่ จากรัฐคอนเนตทิคัต แสดงความเห็นผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าผมมีข่าวมาบอก เราจะไม่เข้าควบคุมฉนวนกาซา พร้อมเสริมว่าทรัมป์เสียสติไปแล้ว

มีเพียงแต่นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู ที่แสดงท่าทีเปิดรับแนวคิดนี้โดยกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การพิจารณา และเสริมว่า ทรัมป์มองเห็นอนาคตที่แตกต่างสำหรับกาซา เช่นเดียวกับทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ แดนนี ดานอน กล่าวว่าหากกลุ่มฮามาสยังคงอยู่ในอำนาจ อิสราเอลอาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำสงครามต่อไป

อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ถึงกับโพสต์ผ่าน X ว่า ได้สั่งการให้กองทัพอิสราเอลจัดทำแผนการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ที่สมัครใจอพยพออกจากกาซา ที่พังราบเป็นหน้ากลองจากสงครามที่ยืดเยื้อนานกว่า 15 เดือน แผนการนี้จะรวมถึงตัวเลือกการเดินทางทั้งทางบก ทางเรือและเครื่องบิน และสามารถไปยังทุกประเทศที่ยอมรับคนเหล่านั้น แคตซ์ยังถือโอกาสเหน็บแนมพวกประเทศที่คัดค้านปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในกาซา อย่าง สเปน ไอร์แลนด์นอร์เวย์ โดยเขาบอกว่า เวลานี้ ประเทศเหล่านี้ควรอ้าแขนรับชาวปาเลสไตน์

หนึ่งวันหลังจากถูกรุมประณามคัดค้านจากทั่วโลก ทรัมป์แสดงความเห็นอธิบายเพิ่มเติมลงใน Truth Social แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทางเว็บของเขาในวันพฤหัสบดีที่ 6 ก.พ. ว่า ฉนวนกาซาจะถูกส่งมอบให้แก่สหรัฐฯ โดยอิสราเอล ในตอนที่การสู้รบสรุปปิดฉากแล้ว ชาวปาเลสไตน์จำนวนกว่า 2 ล้านคน ซึ่งเป็นประชากรของดินแดนนี้ จะถูกโยกย้ายไปตั้งถิ่นฐานในประชาคมต่างๆ ในภูมิภาคนั้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีความปลอดภัยมากยิ่งกว่า และมีความสวยงามมากกว่า อีกทั้งได้อยู่ในบ้านใหม่ๆ และทันสมัย ยืนยันว่าไม่มีการส่งทหารของสหรัฐฯ เข้าพื้นที่ ไม่มีความจำเป็นเลย

ทรัมป์ฮุบกาซา ขัด ก.ม.ระหว่างประเทศ

ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศการพยายามบังคับย้ายประชากรออกจากพื้นที่ที่พวกเขาอยู่อาศัยถือเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างเคร่งครัด นักวิเคราะห์มองว่าข้อเสนอของทรัมป์อาจถูกตีความว่า เป็นแผนการขับไล่ชาวปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่โดยสมบูรณ์ ซึ่งอาจเข้าข่ายการล้างเผ่าพันธุ์ทางชาติพันธุ์

ชาวปาเลสไตน์ในกาซา ต่างบอกว่าความพยายามผลักดันพวกเขาออกจากกาซากระตุ้นให้นึกถึง นักบา (Nakba)ซึ่งแปลว่า “หายนะ” โดยหมายถึงเหตุการณ์ที่ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากถูกบังคับทิ้งถิ่นฐานระหว่างการสร้างชาติอิสราเอลในปี 1948

นักวิเคราะห์มองว่า แนวคิดของทรัมป์จะยิ่งทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น และเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการสันติภาพแบบสองรัฐ (Two-State Solution) ที่ประชาคมโลก
ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด

สำหรับทรัมป์ ข้อเสนอนี้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ขัดแย้งกับนโยบายเดิมของสหรัฐฯ ต่ออิสราเอลและปาเลสไตน์และถูกมองว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ อาจเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองที่มุ่งเสริมความนิยมในหมู่ผู้สนับสนุนอิสราเอลในสหรัฐฯโดยเฉพาะกลุ่มอนุรักษ์นิยมและคริสเตียนผู้เคร่งศาสนา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเลือกตั้งประธานาธิบดี

แน่นอนว่า หากมีการผลักดันข้อเสนอนี้จริง อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น และทำให้โอกาสในการบรรลุสันติภาพในภูมิภาคลดน้อยลง

และแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทรัมป์ 2.0 พร้อมเดินหน้าผลักดันนโยบาย ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนได้อีกมากมาย

โดย ดาโน โทนาลี

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘สืบชะตาหลวง’ภูมิพิธีชีวิตต่ออายุบ้านเมือง

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘สืบชะตาหลวง’ภูมิพิธีชีวิตต่ออายุบ้านเมือง

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘สืบชะตาหลวง’ภูมิพิธีชีวิตต่ออายุบ้านเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เครื่องสักการะพิธีสืบชะตา

พิธีสืบชะตานั้นภาษาล้านนาว่า “พิธีสืบจ๊ะต๋า” เป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของชาวล้านนา ที่เชื่อกันว่าเป็นการต่ออายุหรือต่อชีวิตบ้านเมืองหรือของคนให้ยืนยาว มีความสุขความเจริญตลอดจนเป็นการขจัดภัยอันตรายต่างๆ ที่จะบังเกิดขึ้นให้แคล้วคลาดปลอดภัยแบ่งเป็น ๓ ประเภทคือ ๑.สืบชะตาคนนิยมทำเมื่อขึ้นบ้านใหม่ วันเกิดที่ครบรอบ ๒.สืบชะตาบ้าน นิยมทำเมื่อคนในหมู่บ้านประสบความเดือดร้อน หรือเจ็บไข้ได้ป่วยกันทั่วไปในหมู่บ้าน ๓.สืบชะตาเมือง จัดขึ้นเมื่อบ้านเมืองเกิดความเดือดร้อนจากอิทธิพลของดาวพระเคราะห์ตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ เพราะทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวาย เกิดจลาจลการศึก เจ้านายท้าวพระยาบ้านเมืองจึงจัดพิธีสืบชะตาเมือง เพื่อให้อายุของเมืองได้ดำเนินต่อเนื่องสืบไป เครื่องประกอบพิธีสืบชะตาที่สำคัญคือ ไม้ค้ำยาวเท่าตัว ๓ ท่อน ทำจากไม้ง่ามมีขนาดประมาณกำมือได้รอบ หรือโตกว่าเล็กน้อยไม้ค้ำเล็กขนาดหัวแม่มือยาว ๑ ศอก จำนวนเท่าอายุหรือมากกว่าแต่ไม่เกิน ๑๐๘ บันได ๗ ขั้น หรือ ๙ ขั้นและเครื่องบูชาอื่นๆ ตามประเพณี 

พิธีสืบชะตาบ้าน

ส่วนการจัดพิธีสืบพระชะตาหลวงนี้ถือเป็นวาระพิเศษจาก “วันสมมงคล” ที่มีการจัดไม้ค้ำ ณ สวนสราญรมย์ และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามระหว่างวันที่ ๑๓-๒๐ ม.ค. ๒๕๖๘  ซึ่งเป็นประเพณีมงคลของชาวล้านนา ได้แก่ พิธีฮอมบุญถวายเจ้าเหนือหัว พิธีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ การสาธิตภูมิปัญญาในการจัดเตรียม เครื่องประกอบพิธีกรรม แสดงศิลปวัฒนธรรมและการละเล่นต่างๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของงานพิธี เช่น จัดสาธิตกาดหมั้วหรือตลาดพื้นบ้านล้านนา (พิธีฮอมบุญ*) คือพิธีร่วมกันทำบุญเป็นกรณีพิเศษ บูรณปฏิสังขรณ์วัดสังกัสรัตนคีรีจังหวัดอุทัยธานี โดยกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์วัดสังกัสรัตนคีรี ซึ่งตั้งอยู่เชิงเขาสะแกกรัง จ.อุทัยธานี ภายในเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ได้แก่ พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปสมัยสุโขทัยปางมารวิชัย ซึ่งบริเวณพระเศียรบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอยพระพุทธบาทจำลอง และพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกแห่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระองค์ผู้เป็นต้นพระบรมราชจักรีวงศ์ จัดแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์  ในวันที่ ๑๔ ม.ค. ๒๕๖๘ ณ ลานพระปฐมบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก และเหรียญที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โดยกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง จัดพิธีทางศาสนาและกิจกรรมถวายพระราชกุศล ณ ศาสนสถาน อันเป็นพระบรมราชานุสรณ์และเกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โดย กรมการศาสนา และกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดจัดพิธีทางศาสนาและกิจกรรมถวายพระราชกุศล เพื่เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ณ ศาสนสถานอันเป็นพระบรมราชานุสรณ์ หรือเกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดสระเกศ วัดราชบูรณะ วัดระฆังโฆสิตาราม วัดคูหาสวรรค์ วัดราชสิทธาราม วัดกาญจนสิงหาสน์ วัดราชาธิวาส วัดโมลีโลกยาราม วัดยานนาวา วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดอรุณราชวราราม วัดสุทัศนเทพวรารามวัดชนะสงคราม และวัดสุวรรณดารารามจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ เสาชิงช้า ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายพระราชกุศล โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พิจารณาให้วัดทุกวัดในประเทศไทยจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนาถวายพระราชกุศล สำหรับวัดไทยในต่างประเทศให้พิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นับเป็นพิธีสืบชะตาที่หาได้ยากยิ่งในวาระสมมงคล

ขบวนแห่ไม้ค้ำโพธิ์

ขบวนแห่ไม้ค้ำโพธิ์

ไม้คำโพธิ์หลวง

ไม้คำโพธิ์หลวง

ไม้ค้ำโพธิ์สืบชะตาหลวง

ไม้ค้ำโพธิ์สืบชะตาหลวง

ไม้ค้ำโพธิ์

ไม้ค้ำโพธิ์

พิธีค้ำโพธิ์

Science Update : นักวิจัยออสซี่สร้าง ‘ตัวอ่อนจิงโจ้’ ในหลอดแก้วสำเร็จครั้งแรก

Science Update : นักวิจัยออสซี่สร้าง ‘ตัวอ่อนจิงโจ้’ ในหลอดแก้วสำเร็จครั้งแรก

Science Update : นักวิจัยออสซี่สร้าง ‘ตัวอ่อนจิงโจ้’ ในหลอดแก้วสำเร็จครั้งแรก

วันอาทิตย์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์ของออสเตรเลียประสบความสำเร็จในการสร้างตัวอ่อนจิงโจ้ผ่านกระบวนการปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF) เป็นครั้งแรก ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้า
ครั้งสำคัญในการอนุรักษ์สัตว์ชนิดนี้

ผลการศึกษาที่เผยแพร่วันพฤหัสบดีที่ 6 ก.พ. ระบุว่า คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ได้อธิบายกระบวนการสร้างตัวอ่อนจิงโจ้ สายพันธุ์อีสเทิร์นเกรย์ (easterngray) ด้วยการฉีดอสุจิเข้าไปในไข่ที่เจริญเต็มที่ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้กันทั่วไปในการปฏิสนธินอกร่างกายมนุษย์ที่เรียกว่าการฉีดอสุจิเข้าสู่เซลล์ไข่โดยตรง (ICSI)

อันเดรส แกมบินี ผู้นำการวิจัย กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้อาจช่วยสนับสนุนการอนุรักษ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใกล้สูญพันธุ์ของออสเตรเลีย ซึ่งรวมถึง
โคอาลา วอมแบท พอสซัม และแทสเมเนียนเดวิล โดยคณะนักวิจัยหวังว่าจะสามารถทำให้ตัวอ่อนจากกระบวนการนี้ลืมตาดูโลกสำเร็จภายในระยะเวลาสิบปี ปัจจุบัน คณะนักวิจัยกำลังปรับปรุงเทคนิคการเก็บ เพาะเลี้ยง และอนุรักษ์ไข่และอสุจิของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

ทั้งนี้ คณะนักวิจัยเลือกใช้จิงโจ้ สายพันธุ์อีสเทิร์นเกรย์ เป็นหัวข้อการวิจัยเพราะพวกมันมีจำนวนมากเกินไป และการฉีดอสุจิเข้าสู่เซลล์ไข่โดยตรงไม่ต้องการเซลล์อสุจิที่มีชีวิตจำนวนมาก ต้องการเพียงอสุจิหนึ่งตัวฉีดเข้าไปในไข่โดยตรงเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากการผสมพันธุ์เทียม