ไม่มีปาฏิหาริย์ พบซากแล้วเครื่องบินสูญหายที่รัฐอะแลสกาดับยกลำ

ไม่มีปาฏิหาริย์ พบซากแล้วเครื่องบินสูญหายที่รัฐอะแลสกาดับยกลำ

8 ก.พ. 2568 11:13 น.

ไม่มีปาฏิหาริย์ พบซากแล้วเครื่องบินสูญหายที่รัฐอะแลสกาดับยกลำ

หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯพบซากเครื่องบินเล็กที่สูญหายในอะแลสกาแล้ว โดยคนบนเครื่องทั้ง 10 คนเสียชีวิตทั้งหมด

หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ โพสต์บนโซเชียลมีเดียระบุว่า พบซากเครื่องบิน Bering Air Caravan ห่างจากเมืองโนม รัฐอะแลสกาประมาณ 55 กิโลเมตร หลังจากขาดการติดต่อและสูญหายไป โดยพบศพ 3 ศพอยู่ภายในเครื่องบิน ส่วนอีก 7 ราย เชื่อว่าอยู่ภายในเครื่องบินเช่นกัน แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ เนื่องจากสภาพของซากเครื่องบิน

ขณะที่หน่วยดับเพลิงอาสาสมัครของเมืองโนม ซึ่งเข้าร่วมภารกิจค้นหาเครื่องบินลำนี้ ระบุผ่านเฟซบุ๊กว่ากำลังช่วยเหลือในการกู้ร่างผู้เสียชีวิต และจากรายงานที่ได้รับ อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่น่าจะมีผู้รอดชีวิต โดยขอส่งกำลังใจถึงครอบครัวของผู้สูญเสียในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

เครื่องบินลำนี้เป็นเครื่องบินที่ดำเนินการโดยเอกชน โดยมีผู้โดยสาร 9 ราย และนักบิน 1 ราย ได้รับแจ้งว่าขาดการติดต่อเมื่อวันพฤหัสบดี ขณะทำการบินจาก เมืองอูนาลาคลิต ไปยังเมืองโนม โดยทั้งสองเมืองตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของอะแลสกา ห่างกันประมาณ 150 ไมล์ หรือราว 241 กิโลเมตร ข้ามน่านน้ำ นอร์ตันซาวด์

จากข้อมูลสาธารณะที่เปิดเผย พบว่าตำแหน่งสุดท้ายของเครื่องบินลำนี้อยู่เหนือน่านน้ำ ประมาณ 40 นาทีหลังจากบินขึ้น

เหตุการณ์นี้นับเป็นอุบัติเหตุทางการบินล่าสุดในสหรัฐฯ หลังจากที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมทางอากาศหลายครั้งก่อนหน้านี้ โดยเมื่อวันที่ 30 มกราคม เครื่องบินโดยสารลำหนึ่ง ชนกลางอากาศกับเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพสหรัฐฯ ในรัฐวอชิงตัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 67 ราย

ไม่นานหลังจากนั้น เครื่องบินแพทย์ตกในย่านชุมชนที่พลุกพล่านของเมืองฟิลาเดลเฟีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บอีก 19 ราย.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เครื่องบินเล็ก

ผงะ หนุ่มออสเตรเลียเจองูพิษ 102 ตัว ยั๊วะเยี๊ยะในสวนหลังบ้าน

ผงะ หนุ่มออสเตรเลียเจองูพิษ 102 ตัว ยั๊วะเยี๊ยะในสวนหลังบ้าน

8 ก.พ. 2568 09:35 น.

ผงะ หนุ่มออสเตรเลียเจองูพิษ 102 ตัว ยั๊วะเยี๊ยะในสวนหลังบ้าน

หนุ่มออสเตรเลียสุดช็อก พบ “งูดำท้องแดง” ซึ่งเป็นงูพิษ ออกลูกออกหลานกว่าร้อยตัวในสวนหลังบ้าน เลยเร่งแจ้งบริษัทรับจับงูมาจัดการ เผยเป็นงูที่ออกลูกเป็นตัวและมีพิษร้ายแรงทำลายระบบประสาท

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเดวิด สไตน์ ชายชาวออสเตรเลีย อาศัยอยู่ในเมืองซิดนีย์ รีบโทรศัพท์แจ้งบริษัทรับจับสัตว์เลื้อยคลาน Reptile Relocation Sydney มาที่บ้านของเขาอย่างเร่งด่วน หลังจากที่เขาพบงูพิษสายพันธุ์ “งูดำท้องแดง” (red-bellied black snake) จำนวน 6 ตัวเลื้อยออกมาจากกองไม้ในบริเวณสวนหลังบ้านของเขา

เมื่อนายดีแลน คูเปอร์ เจ้าหน้าที่จากบริษัทจับงูมาถึงบ้านและเปิดกองไม้ดู พบงูตัวเล็กตัวใหญ่กว่าร้อยตัวทับถมกันเป็นกอง โดยเป็นงูตัวใหญ่ 5 ตัว และลูกงูที่เพิ่งเกิดใหม่ 97 ตัว รวมทั้งหมดเป็น 102 ตัว ซึ่งเขาได้นำงูพวกนี้ไปปล่อยที่อุทยานแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า นับเป็นการมาขนย้ายงูจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยทำมา เขายังกล่าวว่า งูดำท้องแดงเป็นงูพิษร้ายแรงมีถิ่นกำเนิดในออสเตรเลีย และปกติแล้วงูบางชนิด รวมไปถึงงูดำท้องแดงจะออกลูกเป็นตัว และสภาพอากาศร้อนจัดในซิดนีย์ อาจจะกระตุ้นให้งูออกลูกกันจำนวนมาก.

ระทึก เครื่องบินโดยสารขนาดเล็กของบราซิล ตกใส่รถบัสโดยสารกำลังแล่นบนถนนที่การจราจรพลุกพล่าน

ระทึก เครื่องบินโดยสารขนาดเล็กของบราซิล ตกใส่รถบัสโดยสารกำลังแล่นบนถนนที่การจราจรพลุกพล่าน

8 ก.พ. 2568 07:21 น.

ระทึก เครื่องบินโดยสารขนาดเล็กของบราซิล ตกใส่รถบัสโดยสารกำลังแล่นบนถนนที่การจราจรพลุกพล่าน

เกิดเหตุระทึกกับเครื่องบินอีกแล้ว คราวนี้เครื่องบินโดยสารขนาดเล็กประสบเหตุตกลงมาใส่รถบัสโดยสารที่กำลังแล่นอยู่บนถนนที่มีการจราจรพลุกพล่านในเมืองเซา เปาโล ของบราซิล มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ บาดเจ็บอีก 6 ราย

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักข่าว CNN รายงานว่า เกิดเหตุเครื่องบินโดยสารขนาดเล็กตกลงมาบนถนนที่การจราจรพลุกพล่านในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเช้าวันศุกร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ตามเวลาท้องถิ่น ที่นครเซา เปาโล ทางตอนใต้ของบราซิล จากคลิปวิดีโอที่มีการแชร์ในโลกโซเชียลจะเห็นได้ว่าเกิดประกายไฟลุกไหม้บนถนนและมีควันพวยพุ่งออกมา

รายงานข่าวระบุว่าเครื่องบินเล็กตกลงมาใส่รถบัสโดยสารที่กำลังแล่นอยู่บนถนนอะเวนิดา มาร์เกซ และเหตุการณ์นี้ทำให้เครื่องบินแหลกเป็นซาก รถบัสและรถอีกหลายคันได้รับความเสียหาย มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ เป็นคนที่อยู่บนเครื่องบิน ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นนักบินหรือผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บ 6 ราย ด้านตำรวจ ทหาร หน่วยดับเพลิงฉุกเฉินสามารถช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ 5 ราย

ระทึก เครื่องบินโดยสารขนาดเล็กของบราซิล ตกใส่รถบัสโดยสารกำลังแล่นบนถนนที่การจราจรพลุกพล่าน

ทางการบราซิลระบุว่า เครื่องบินเล็กลำนี้เป็นของสายการบิน “คิง แอร์” (King Air) ซึ่งบินขึ้นจากสนามบินแคมโป เดอ มาร์เต มุ่งหน้าไปยังเมืองปอร์โต อาเลเกรในรัฐรีโอกรันดี ดูซูล ทางตอนใต้ของประเทศ แต่หอควบคุมขาดการติดต่อกับเครื่องบินไม่กี่นาทีก่อนเกิดเหตุ และจุดที่เครื่องบินตกก็อยู่ไม่ไกลจากสนามบิน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญได้เริ่มการสอบสวนหาสาเหตุของเครื่องบินตกในครั้งนี้แล้ว.

ซานฟรานซิสโกยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์ กรณีบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง

ซานฟรานซิสโกยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์ กรณีบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง

8 ก.พ. 2568 05:57 น.

ซานฟรานซิสโกยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์ กรณีบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง

อัยการเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ยื่นฟ้องรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กรณีการให้บังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง รวมถึงการขู่ระงับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง หากเมืองหรือรัฐใดไม่ให้ความร่วมมือกับการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 นายเดวิด ชู อัยการเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ ประกาศว่าเมืองซานฟรานซิสโกได้ยื่นฟ้องรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ภายหลังการลงนามในคำสั่งบริหารที่ระงับความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง แก่เมืองที่มี “กฎหมายที่พักพิง”(Sanctuary Cities) สำหรับผู้อพยพ และไม่ให้ความร่วมมือแก่รัฐบาลกลางในการปราบปรามการเข้าเมืองผิดกฎหมาย 

อัยการกล่าวว่า หากรัฐบาลกลางต้องการจับกุมใครก็ควรใช้กระบวนการทางกฎหมายที่เหมาะสม อาทิ ขอหมายจับทางอาญาหรือคำสั่งศาล ในขณะที่ตำรวจท้องถิ่นและรัฐบาลแต่ละรัฐไม่มีหน้าที่ต้องช่วยรัฐบาลกลางจับผู้อพยพ และการพยายามบังคับให้หน่วยงานท้องถิ่นช่วยเหลือถือเป็นการเกินขอบเขตของรัฐบาลกลาง

โดยการยื่นฟ้องครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากนางแพม บอนดี เข้ารับตำแหน่งอัยการสูงสุด และได้มีคำสั่งยกเลิกการให้เงินสนับสนุนจากกระทรวงยุติธรรมแก่เขตอำนาจศาลที่ “ขัดขวางการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางอย่างผิดกฎหมาย”

ขณะที่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรัมป์ได้ยื่นฟ้องเมืองชิคาโก และรัฐอิลลินอยส์ โดยอ้างว่ากฎหมายที่พักพิง “ขัดขวาง” ความพยายามของรัฐบาลกลางในการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง และที่ผ่านมาประธานาธิบดีทรัมป์มักกล่าวถึงเมืองชิคาโกและรัฐอิลลินอยส์บ่อยครั้ง เนื่องจากทั้งสองแห่งมีมาตรการคุ้มครองผู้อพยพที่เข้มงวดที่สุดในประเทศ.

ฮามาสเผยรายชื่อตัวประกันชุดต่อไป 3 คนที่จะได้รับการปล่อยตัวจากฉนวนกาซา

ฮามาสเผยรายชื่อตัวประกันชุดต่อไป 3 คนที่จะได้รับการปล่อยตัวจากฉนวนกาซา

8 ก.พ. 2568 05:12 น.

ฮามาสเผยรายชื่อตัวประกันชุดต่อไป 3 คนที่จะได้รับการปล่อยตัวจากฉนวนกาซา

กลุ่มฮามาสเปิดเผยรายชื่อตัวประกัน 3 คนที่จะได้รับการปล่อยตัวจากฉนวนกาซาในวันนี้ เพื่อแลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่ถูกอิสราเอลควบคุมตัว

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 โฆษกกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาเปิดเผยรายชื่อตัวประกันกลุ่มต่อไปที่จะได้รับการปล่อยตัวในวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยทั้ง 3 คนเป็นพลเรือนชายชาวอิสราเอล ได้แก่ นายเอลี ชาราบี อายุ 52 ปี นายโอฮัด เบน อามี อายุ 56 ปี และนายออร์ เลวี อายุ 34 ปี ซึ่งการปล่อยตัวประกันครั้งนี้มีขึ้นเพื่อแลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่ถูกอิสราเอลควบคุมตัว

ทางด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล ระบุว่าทางการได้รับรายชื่อผู้ที่ถูกลักพาตัวไปซึ่งมีกำหนดปล่อยตัวในวันเสาร์ และได้แจ้งให้ครอบครัวของพวกเขาทราบแล้ว

โดยมีตัวประกัน 18 คนได้รับการปล่อยตัวนับตั้งแต่เริ่มมีการหยุดยิงเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลได้ปล่อยตัวนักโทษ 383 คนเป็นการตอบแทน ในขณะที่ฮามาสกล่าวว่าอิสราเอลจะปล่อยตัวอีก 183 คนในวันเสาร์

ตามข้อตกลงหยุดยิง ตัวประกันราว 33 คน และนักโทษปาเลสไตน์ 1,900 ราย มีกำหนดได้รับการปล่อยตัวภายในช่วงสิ้นสุดการหยุดยิงระยะแรกในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า อิสราเอลระบุว่ามีตัวประกันเสียชีวิต 8 ศพจาก 33 คน ในขณะที่ฮามาสจับตัวประกัน 251 คน และสังหารผู้คนไปราว 1,200 ศพ เมื่อครั้งบุกโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 จนก่อให้เกิดสงครามล้างแค้นยืดเยื้อ

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขของกาซาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮามาส เปิดเผยว่ามีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลอย่างน้อย 47,500 ศพ ด้านองค์การสหประชาชาติระบุว่าอาคารในกาซาประมาณ 2 ใน 3 ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายจากการโจมตีของอิสราเอล.

ด่วน เครื่องบินโดยสาร “แบริ่ง แอร์” หายจากจอเรดาร์บริเวณอะแลสกา พร้อมนักบิน ผู้โดยสารรวม 10 ชีวิต

ด่วน เครื่องบินโดยสาร "แบริ่ง แอร์" หายจากจอเรดาร์บริเวณอะแลสกา พร้อมนักบิน ผู้โดยสารรวม 10 ชีวิต

7 ก.พ. 2568 21:32 น.

ด่วน เครื่องบินโดยสาร “แบริ่ง แอร์” หายจากจอเรดาร์บริเวณอะแลสกา พร้อมนักบิน ผู้โดยสารรวม 10 ชีวิต

เครื่องบินโดยสารสายการบิน “แบริ่ง แอร์” พร้อมผู้โดยสาร 9 คน นักบิน 1 คน หายไปจากจอเรดาร์ ขณะบินข้ามอ่าวในทะเลแบร์ริ่ง ไปยังรัฐอะแลสกา ของสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งออกค้นหาในน่านน้ำอะแลสกา ท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักข่าว CNN รายงานเหตุด่วน เครื่องบิน Cessna 208B Grand Caravan EX ของสายการบินแบริ่ง แอร์ (Bering Air) สายการบินระดับภูมิภาคของสหรัฐฯ พร้อมนักบินและผู้โดยสาร รวม 10 ชีวิตบนเครื่อง ได้สูญหายไปจากจอเรดาร์ ขณะกำลังมุ่งหน้าไปยังสนามบินเมืองโนม ในรัฐอะแลสกา ของสหรัฐฯ

รายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้การค้นหาในน่านน้ำอะแลสกากำลังดำเนินไปท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย หลังจากเที่ยวบินนี้สูญหายไป ขณะบินจากเมืองยูนาลาคลีต ไปยังเมืองโนม โดยกรมดับเพลิงอาสาสมัครเมืองโนม กำลังดำเนินการค้นหาภาคพื้นดิน จากเมืองโนมและไวท์เมาน์เทน แต่การค้นหาทางอากาศทำได้จำกัดเนื่องจากสภาพอากาศและทัศนวิสัยไม่ดี ขณะที่หน่วยงานรักษาชายฝั่งสหรัฐฯ และกองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้เข้ามาช่วยเหลือด้วย โดยมีแผนที่จะบินออกสำรวจพื้นที่และพยายามค้นหาเครื่องบินที่สูญหาย

ทั้งนี้ สายการบินแบริ่ง แอร์ มีสำนักงานใหญ่ในเมืองโนม และให้บริการชุมชนท้องถิ่นมากกว่า 30 แห่ง ขณะที่การค้นหาเครื่องบินลำนี้ เกิดขึ้นในขณะที่ความปลอดภัยทางอากาศของสหรัฐฯ อยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวด เนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบสวนยังคงสืบสวนเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิต 2 เหตุการณ์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ เหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กของกองทัพสหรัฐฯ ชนกับเครื่องบินโดยสารกลางอากาศใกล้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 67 ศพ และเหตุการณ์เครื่องบินขนส่งทางการแพทย์ตกที่เมืองฟิลาเดลเฟีย ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 ศพ.

บราซิลเริ่มใช้กฎหมายจำกัดใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียน ห่วงกระทบการเรียน

บราซิลเริ่มใช้กฎหมายจำกัดใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียน ห่วงกระทบการเรียน

7 ก.พ. 2568 12:35 น.

บราซิลเริ่มใช้กฎหมายจำกัดใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียน ห่วงกระทบการเรียน

นักเรียนชาวบราซิลกลับมาเรียนในสัปดาห์นี้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ นั่นคือการถูกจำกัดใช้สมาร์ทโฟน เนื่องจากกฎหมายใหม่ที่จำกัดการใช้งานในโรงเรียนเริ่มมีผลบังคับใช้

ประธานาธิบดี ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ลงนามในร่างกฎหมายเมื่อเดือนมกราคม เพื่อจำกัดการเข้าถึงสมาร์ทโฟนในโรงเรียน ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาและยุโรป โดยกฎหมายนี้บังคับใช้กับโรงเรียนของรัฐและเอกชน รวมถึงห้องเรียนและโถงทางเดิน

โทรศัพท์ยังคงได้รับอนุญาตให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษา โดยต้องได้รับอนุญาตจากครู และเมื่อจำเป็นเพื่อการเข้าถึงและสุขภาพของนักเรียน โรงเรียนสามารถกำหนดแนวทางของตนเองได้ เช่น นักเรียนสามารถเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าเป้หรือเก็บไว้ในตู้ล็อกเกอร์หรือตะกร้าที่กำหนดไว้ได้

ก่อนที่จะมีกฎหมายของรัฐบาลกลาง รัฐส่วนใหญ่ของบราซิล 26 รัฐ รวมทั้งริโอเดจาเนโร มารันเยา และโกยาส ได้ใช้ข้อจำกัดบางประการกับการใช้โทรศัพท์ในโรงเรียนแล้ว โดยเมื่อปี 2023 โรงเรียนในบราซิลเกือบสองในสามแห่งมีข้อจำกัดบางประการ โดย 28% ห้ามใช้โดยเด็ดขาด ตามการสำรวจเมื่อปีที่แล้วโดยคณะกรรมการกำกับดูแลอินเทอร์เน็ตของบราซิล แต่กฎเกณฑ์แตกต่างกันไปในแต่ละรัฐและแต่ละโรงเรียน และเจ้าหน้าที่และผู้บริหารก็มีปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย

นั่นอาจส่งผลให้มีการสนับสนุนกฎหมายของรัฐบาลกลางจากทุกกลุ่มการเมือง ซึ่งต่างก็เป็นพันธมิตรของลูลาฝ่ายซ้ายและอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโร ผลสำรวจที่เผยแพร่เมื่อเดือนตุลาคมโดย Datafolha ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจความคิดเห็นของบราซิลระบุว่า ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบสองในสามต้องการห้ามเด็กและวัยรุ่นใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียน มากกว่าสามในสี่คนกล่าวว่าอุปกรณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดอันตรายมากกว่าประโยชน์ต่อบุตรหลานของตน

โรงเรียน Porto Seguro ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนเก่าแก่เกือบ 150 ปีในเซาเปาโล ห้ามใช้สมาร์ทโฟนในห้องเรียนเมื่อปีที่แล้ว และสนับสนุนให้นักเรียนตัดขาดจากโลกภายนอกสัปดาห์ละครั้ง ในปีนี้ ได้ขยายขอบเขตการห้ามให้ครอบคลุมถึงทางเดิน โดยกำหนดให้นักเรียนเก็บโทรศัพท์ไว้ในตู้ล็อกเกอร์ตลอดทั้งวันเรียน รวมถึงช่วงพักด้วย

กระทรวงศึกษาธิการของบราซิลกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า การจำกัดดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องสุขภาพจิตและสุขภาพกายของนักเรียน พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างมีเหตุผลมากขึ้น

ในเดือนพฤษภาคม Fundacao Getulio Vargas ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยชั้นนำ กล่าวว่าบราซิลมีสมาร์ทโฟนมากกว่าจำนวนประชากร โดยมีอุปกรณ์ 258 ล้านเครื่องสำหรับประชากรชาวบราซิล 203 ล้านคน นักวิจัยตลาดในท้องถิ่นกล่าวเมื่อปีที่แล้วว่า ชาวบราซิลใช้เวลา 9 ชั่วโมง 13 นาทีต่อวันกับหน้าจอ ซึ่งถือเป็นอัตราการใช้งานที่สูงที่สุดในโลก

สถาบัน รัฐบาล ผู้ปกครอง และหน่วยงานอื่นๆ เชื่อมโยงการใช้สมาร์ทโฟนของเด็กกับการกลั่นแกล้ง ความคิดฆ่าตัวตาย ความวิตกกังวล และการสูญเสียสมาธิซึ่งจำเป็นต่อการเรียนรู้มาหลายปีแล้ว เมื่อปีที่แล้ว จีนได้เคลื่อนไหวเพื่อจำกัดการใช้สมาร์ทโฟนของเด็ก ในขณะที่ฝรั่งเศสได้ออกกฎห้ามใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนสำหรับเด็กอายุระหว่าง 6 ถึง 15 ปี.

ที่มา  AP

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เนทันยาฮู มอบ “เพจเจอร์ทองคำ” เป็นของขวัญทรัมป์

เนทันยาฮู มอบ "เพจเจอร์ทองคำ" เป็นของขวัญทรัมป์

7 ก.พ. 2568 11:30 น.

เนทันยาฮู มอบ “เพจเจอร์ทองคำ” เป็นของขวัญทรัมป์

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้มอบเพจเจอร์ทองคำให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ขณะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

รายงานระบุว่านายเบนจามิน เนทันยาฮูได้มอบ “เพจเจอร์ทองคำ” ให้กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการประชุมที่วอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อสัปดาห์นี้ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการอ้างถึงการโจมตีของอิสราเอลต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน เมื่อปีที่แล้ว ด้านสำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่า เพจเจอร์ดังกล่าวถือเป็น “จุดเปลี่ยนของสงคราม” หลังอิสราเอลดำเนินการปฏิบัติการสังหารหมู่กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเดือนกันยายน 2024

ในปฏิบัติการดังกล่าว อิสราเอลได้โจมตีเพจเจอร์ที่สมาชิกกลุ่มก่อการร้ายที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านใช้ จนทำให้เพจเจอร์แบบพกพาและวิทยุสื่อสารของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ระเบิดพร้อมกันทั่วเลบานอน คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 37 ราย รวมถึงเด็กอายุเพียง 9 ขวบ และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายพันคน อิสราเอลระบุว่าเพจเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อโจมตีเฉพาะสมาชิกกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่เลบานอนกล่าวว่า เหยื่อยังรวมถึงพลเรือนด้วย 

ภาพที่เผยแพร่ทางออนไลน์ เป็นภาพเพจเจอร์ทองคำติดอยู่บนแผ่นไม้ พร้อมด้วยแผ่นโลหะสีทองที่เขียนด้วยตัวอักษรสีดำว่า “ถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ เพื่อนที่ดีที่สุดและพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู”

สื่ออิสราเอลรายงานว่านายกรัฐมนตรีอิสราเอล ซึ่งถูกศาลอาญาระหว่างประเทศต้องการตัวในข้อหาอาชญากรรมสงคราม ยังได้มอบเพจเจอร์ธรรมดาให้กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วย

เจ้าหน้าที่อิสราเอลบอกกับสำนักข่าวเอพีว่า เมื่อได้รับเพจเจอร์ทองคำจากเนทันยาฮู ทรัมป์ได้ตอบกลับว่า “นั่นเป็นปฏิบัติการสำคัญ” ตามภาพที่นาย ยาอีร์ เนทันยาฮู ลูกชายของเนทันยาฮูแชร์บนอินสตาแกรม ทรัมป์ได้มอบรูปถ่ายของทั้งคู่พร้อมลายเซ็นให้กับเนทันยาฮู ทรัมป์เขียนบนรูปถ่ายว่า “ถึงบีบี ผู้นำที่ยิ่งใหญ่!”

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เนทันยาฮูได้พบกับทรัมป์ระหว่างการเยือนสหรัฐฯ ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ว่า อิสราเอลจะส่งมอบพื้นที่ฉนวนกาซาให้กับสหรัฐฯ หลังการสู้รบยุติลง และประชากรผู้ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ได้ย้ายออกไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในพื้นที่อื่นแล้ว และไม่จำเป็นต้องใช้ทหารอเมริกัน.

ที่มา The Guardian

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ชาวบ้านตะลึง แม่น้ำอาร์เจนตินาเปลี่ยนเป็นสีเลือด

ชาวบ้านตะลึง แม่น้ำอาร์เจนตินาเปลี่ยนเป็นสีเลือด

7 ก.พ. 2568 11:08 น.

ชาวบ้านตะลึง แม่น้ำอาร์เจนตินาเปลี่ยนเป็นสีเลือด

แปลกประหลาด แม่น้ำแห่งหนึ่งในเขตชานเมืองของกรุงบัวโนสไอเรสกลายเป็นแม่น้ำสีเลือดตลอดทั้งเส้น สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่

แม่น้ำซารันดี ที่ไหลผ่านเขตอุตสาหกรรมและชุมชนแออัด ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำรีโอ เด ลา พลาตาได้กลายเป็นสีแดงตลอดทั้งเส้น ทำให้นักสิ่งแวดล้อมกังวลว่าอาจจะเกิดจากการรั่วไหลของสารเคมีลงในแม่น้ำ เนื่องจากตามตามเส้นทางของแม่น้ำสายนี้มีอาคารอุตสาหกรรมหลายแห่ง รวมถึงโรงเผาขยะอันตรายที่ตั้งกระจายอยู่ทั่วพื้นที่

ชาวบ้านตะลึง แม่น้ำอาร์เจนตินาเปลี่ยนเป็นสีเลือด

มาเรีย ดูคอมลส์ ชาวบ้านวัย 52 ปี กล่าวว่า เธอตื่นขึ้นมาตั้งแต่เวลา 05:30 น. เพราะได้กลิ่นเหม็นรุนแรงจากควันของโรงเผาขยะแห่งหนึ่ง แต่ที่น่าตกใจกว่านั้น คือเมื่อเธอมองออกไปนอกหน้าต่างตอนกลางวัน แม่น้ำที่อยู่ตรงหน้าได้กลายเป็นสีแดงสนิท จนดูเหมือนแม่น้ำเลือด

ชาวบ้านตะลึง แม่น้ำอาร์เจนตินาเปลี่ยนเป็นสีเลือด

ทั้งนี้ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำจากแม่น้ำเพื่อนำไปตรวจสอบและหาสาเหตุของการปนเปื้อนแล้ว ซึ่งถ้าพบการปนเปื้อนของสารเคมีจริง จะต้องเร่งดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป.

ชาวบ้านตะลึง แม่น้ำอาร์เจนตินาเปลี่ยนเป็นสีเลือด

ที่มา : เอพี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แม่น้ำสีเลือด

เลขาธิการ ส.ป.ก. นำทีมลงพื้นที่ติดตามงานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฯ บ้านนาอิซาง

เลขาธิการ ส.ป.ก. นำทีมลงพื้นที่ติดตามงานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฯ บ้านนาอิซาง

เลขาธิการ ส.ป.ก. นำทีมลงพื้นที่ติดตามงานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฯ บ้านนาอิซาง

วันเสาร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.37 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วย นายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นายวัฒนา มังธิสาร รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นางสาวชนัญพัทธ์ บุตรศรีธวัฒน์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุตรดิตถ์ และคณะผู้บริหาร ส.ป.ก. ผู้ตรวจราชการกรม ผู้อำนวยการสำนัก/กอง/ศูนย์ ลงพื้นที่ติดตามงานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ บ้านนาอิซาง ตำบลนายาง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์

การลงพื้นที่ศึกษาดูงานในครั้งนี้ คณะผู้บริหาร ส.ป.ก. ได้เข้ากราบสักการะและขอพรศาลคู่บารมี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระยาพิชัยดาบหัก เพื่อความเป็นสิริมงคลและหนุนนำการปฏิบัติภารกิจเป็นผลสำเร็จ จากนั้น เลขาธิการส.ป.ก.และคณะได้เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำริบ้านนาอิซาง ได้พบปะเกษตรกรในพื้นที่ เยี่ยมชมร้านค้า และอุดหนุนสินค้าเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน พร้อมรับฟังการบรรยายประวัติความเป็นมาของศูนย์การเรียนรู้ฯ รวมถึงรายงานปัญหาและอุปสรรค รวมทั้งข้อเสนอแนะ แนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อพัฒนางานและความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้นตลอดไป

-(016)