Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สีสันฉลอง ‘ตรุษจีน’ คึกคักในจีน

เก็บตกบรรยากาศการท่องเที่ยวและทำกิจกรรม ช่วงหยุดเทศกาลตรุษจีน ในหลายพื้นที่ของจีน ซึ่งมีประชาชนออกมาเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว เล่นสนุก และชมการแสดงทางวัฒนธรรมอย่างเนืองแน่น สร้างความมีชีวิตชีวาไปทั่วทุกหนแห่ง

ขอบคุณภาพ จากสำนักข่าวซินหัว

Health News : ไวรัสอีโบลาระบาดในยูกันดา

Health News : ไวรัสอีโบลาระบาดในยูกันดา

Health News : ไวรัสอีโบลาระบาดในยูกันดา

วันอาทิตย์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุขของยูกันดา ซึ่งเป็นประเทศในแอฟริกาตะวันออกแถลงยืนยันว่า เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในกรุงกัมปาลาที่เป็นเมืองหลวง และมีผู้ป่วยเสียชีวิตเป็นรายแรก เป็นการแพร่ระบาดครั้งที่ 9 นับตั้งแต่พบการแพร่ระบาดครั้งแรกในปี 2543 ผู้ป่วยที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 มกราคม เป็นบุรุษพยาบาลของโรงพยาบาล
ในกรุงกัมปาลา ก่อนหน้านี้เขาได้ไปรับการรักษาในหลายสถานที่ รวมถึงโรงพยาบาลที่เสียชีวิต และยังรับการรักษาแผนโบราณด้วย หลังจากมีอาการคล้ายเป็นไข้

ทางการได้ระบุรายชื่อบุคคลที่ต้องติดตามอาการทั้งหมด 44 คน เนื่องจากสัมผัสใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิต ในจำนวนนี้เป็นบุคลากรด้านสาธารณสุข 30 คน อย่างไรก็ดี การติดตามอาการอาจประสบปัญหาเนื่องจากกรุงกัมปาลามีคนอาศัยอยู่หนาแน่นมากกว่า 4 ล้านคนและเป็นทางผ่านสำหรับการเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเซาท์ซูดาน คองโก รวันดาและอีกหลายประเทศ ด้านองค์การอนามัยโลกได้จัดสรรงบประมาณฉุกเฉินจำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 34 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือในการควบคุมการแพร่ระบาด

เชื้อไวรัสอีโบลาสามารถติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสกับสารคัดหลั่งและร่างกายของผู้ป่วย อาการระยะแรกจะมีไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ และเจ็บคอ อาการระยะที่ 2 จะมีท้องเสีย อาเจียน ผื่นตามผิวหนัง บางรายจะมีเลือดออกทั้งภายในและภายนอกร่างกาย มีโอกาสเสียชีวิตสูง

มูลนิธิเอสซีจี เปิดแนวคิด Learn to Earn เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด ผ่านหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล สร้างการอยู่รอดให้เยาวชน จบไว-มีงานทำ

มูลนิธิเอสซีจี เปิดแนวคิด Learn to Earn เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด  ผ่านหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล สร้างการอยู่รอดให้เยาวชน จบไว-มีงานทำ

มูลนิธิเอสซีจี เปิดแนวคิด Learn to Earn เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด ผ่านหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล สร้างการอยู่รอดให้เยาวชน จบไว-มีงานทำ

วันอาทิตย์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จากปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขและสภาการพยาบาลได้พยายามแก้ปัญหาด้วยการผลิตบุคลากร “ผู้ช่วยพยาบาล”เข้ามาช่วยและแบ่งเบางานของพยาบาล แต่ปัญหานี้ก็ยังไม่คลี่คลายลงมากนัก เพราะอัตราส่วนพยาบาลต่อจำนวนประชากรยังคงเป็น 1 ต่อ 250 และตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายในปี 2577 จะต้องผลิตบุคลากรเพิ่มให้มากขึ้น เพื่อให้อัตราส่วนพยาบาลต่อประชากรเป็น 1 ต่อ 200 ก็ตาม

โรงพยาบาลศิริราช ในฐานะโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ นอกจากการผลิตแพทย์และพยาบาลให้กับวงการแพทย์แล้ว ยังได้เปิดหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลขึ้น เพื่อผลิตบุคลากรมาช่วยในส่วนงานของโรงพยาบาลศิริราชและสถานพยาบาลในเครือข่ายเอง โดยเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนภายใต้การบริหารจัดการของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และจากความต้องการผู้ช่วยพยาบาล ทำให้เกิดเป็นความร่วมมือกับมูลนิธิเอสซีจีในการสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในหลักสูตรนี้มาตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบันที่ผ่านมามูลนิธิเอสซีจี สนับสนุนทุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการให้ทุนในสาขาที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศตามแนวคิด Learn to Earn เรียนรู้ เพื่ออยู่รอดส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชน ได้มีการพัฒนาทักษะและประสบการณ์ในสายอาชีพ ทั้งทักษะวิชาชีพและทักษะชีวิตอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในโลกยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง เช่น การสนับสนุนทุนการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตร “ผู้ช่วยพยาบาล”กับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 179 ทุน เป็นงบประมาณกว่า 4 ล้านบาท

รศ.นพ.ตรีภพ เลิศบรรณพงษ์ รองคณบดีฝ่ายการศึกษาก่อนปริญญาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในปัจจุบันเรายังขาดแคลนบุคลากรอยู่เป็นจำนวนมากแม้ว่าจะมีแผนเพิ่มอัตราการผลิตบุคลากรให้มากขึ้นแต่สถาบันที่ผลิตบุคลากรนั้นยังมีจำกัด แต่ละแห่งยังมีข้อจำกัดในขีดความสามารถในการผลิตบุคลากรในจำนวนที่จำกัดด้วย ในส่วนของศิริราชเองสามารถผลิตผู้ช่วยพยาบาลได้ปีละประมาณ 200 คน ซึ่งก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการทั้งของภายในโรงพยาบาลและในตลาดแรงงาน ทำให้พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลในปัจจุบันต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักและทำงานมากกว่า10 ชั่วโมงต่อวัน

รัชนีพร ภัทรปกรณ์ หัวหน้าโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล กล่าวเสริมว่าโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาลมุ่งสร้างผู้ช่วยพยาบาลที่มีความรู้ความสามารถ มีเจตคติที่ดีในการประกอบอาชีพผ่านการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ตามหลักสูตรและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาตนเองและทักษะที่จำเป็น เช่น ทักษะด้านการสื่อสาร ทักษะด้านภาษา และทักษะเรื่องการทำงานเป็นทีมเพราะในการทำงานจริง ผู้ช่วยพยาบาลจะต้องทำงานร่วมกับคนจำนวนมาก ต้องใช้ภาษาได้ดี และสื่อสารได้ดี เพื่อให้เป็นประโยชน์กับตัวผู้ป่วย เมื่อเข้ามาเรียนแล้วนักเรียนผู้ช่วยพยาบาลจะได้เรียนรู้เนื้อหาวิชาการที่จำเป็นและฝึกปฏิบัติในห้องผู้ป่วยจำลองโดยฝึกกับหุ่นและเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ก่อนจะฝึกปฏิบัติกับคนไข้จริงหมุนเวียนไปฝึกกับผู้ป่วยในหลายแผนก เพื่อให้มีความรู้ความสามารถที่หลากหลาย เพราะการดูแลผู้ป่วยแต่ละเคสจะมีความแตกต่างกันไป โดยผู้ช่วยพยาบาลใช้เวลาเรียนเค่ 1 ปี จบมามีงานรองรับทันที

ด้าน สุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการ มูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่า จากปัญหาการตกงานของนักเรียนทุนรวมถึงปัญหาการ mismatch ทำให้ทางมูลนิธิฯ ต้องปรับวิธีการให้ทุนการศึกษาใหม่ หันมาเน้นให้ทุนการศึกษาในหลักสูตรที่จบเร็ว ทำงานได้เร็ว และมุ่งเน้นส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในส่วนของอาชีพผู้ช่วยพยาบาลที่ปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานค่อนข้างสูงทั้งจากปัญหาการขาดแคลนพยาบาล และความต้องการผู้ช่วยพยาบาลมาดูแลผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย การเรียนหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลจึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มูลนิธิฯเน้นให้การสนับสนุนและส่งเสริม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Learn to Earn เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด ที่มุ่งเน้นส่งเสริมและพัฒนาทักษะให้สามารถอยู่รอดได้ในโลกยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้เริ่มสนับสนุนทุนการศึกษาในหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลกับทางศิริราชมาตั้งแต่ปี 2563 เริ่มจาก 23 คน จนถึงปัจจุบันรวมแล้ว 179 ทุนด้วยกัน และทุกคนมีงานทำ 100%

น้องน้ำผึ้ง ภัชราภรณ์ กาลเขว้า นักเรียนทุนมูลนิธิฯ (รุ่นปัจจุบัน) หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล กล่าวว่า ก่อนมาเรียนคิดว่าอาชีพผู้ช่วยพยาบาลไม่ได้มีความยุ่งยาก ไม่มีความซับซ้อน ทุกสิ่งที่เรียนมาในภาคทฤษฎีและการฝึกในหอผู้ป่วยจำลองนำมาใช้งานได้ทั้งหมดที่ฝึกมา เช่น การวัดค่าความดันก็ต้องรู้ว่าค่าปกติอยู่ที่เท่าไร หรือการเช็ดตัวให้ผู้ป่วยที่เป็นการเช็ดเพื่อทำความสะอาดกับการเช็ดตัวเพื่อลดไข้ จะมีวิธีการเช็ดที่แตกต่างกัน การแปรงฟันให้กับผู้ป่วย การจัดท่านอนให้กับผู้ป่วยพักฟื้นจากการผ่าตัดที่จะต้องนอนในท่าไหนจึงจะไม่เจ็บแผล ฯลฯ นอกจากนี้ ทุกทักษะยังมีความจำเป็นสำหรับการทำงานในอาชีพนี้อีกด้วย

แหวกฟ้าหาฝัน : National Museum of Western Art Tokyo

แหวกฟ้าหาฝัน : National Museum of Western Art Tokyo

แหวกฟ้าหาฝัน : National Museum of Western Art Tokyo

วันอาทิตย์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวสายศิลป์ที่มีเวลาในโตเกียวหลายวัน และเข้า Tokyo ArtMuseum, Ueno Royal Museum แล้วถ้ายังอยากเข้ามิวเซียมศิลปะอีก และชื่นชอบงานศิลปะตะวันตก สถานที่ท่องเที่ยวที่ควรเยือนก็คือ National Museum of Western Art หรือ NMWA มิวเซียมที่ถูกจัดตั้งขึ้นครั้งแรกในวันที่ 10 มิถุนายน 1959 นี้เป็นผลมาจากของสะสมของ KojiroMatsukata นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในสมัยนั้นผู้ชื่นชอบสะสมงานศิลปะตะวันตก เขามีความตั้งใจอย่างยิ่งยวดตั้งแต่เริ่มต้นสะสมงานศิลปะตะวันตกว่าจะสร้างเป็นมิวเซียมให้ชนรุ่นหลัง มิวเซียมแห่งนี้จึงเป็นมิวเซียมเพียงแห่งเดียวของญี่ปุ่นที่ทุ่มเทให้กับการสะสมงานของศิลปินตะวันตกนับจากนั้นมา

ผลงานสะสมของเขาถูกจัดหมวดหมู่เป็นงานจิตรกรรมก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 18จะจัดแสดงไว้ที่อาคารหลัก งานในยุคต้นๆ มักเป็นงานที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนจักร อาทิ งานของ Veronese, Ruben, Brugel และ Fragonard อันเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงจากทั้งอิตาลี ฮอลแลนด์ และฝรั่งเศส ส่วนงานของคริสต์ศตวรรษที่ 19-20 จะมีอย่างหลากหลายและไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับศาสนาอีกแล้ว อาทิ งานของตั้งแต่ก่อน Impressionism ถึง Post Impressionismประกอบด้วย Delacroix, Courbet, Manet, Renoir, Monet, Van Gogh, Gauguin,Marquet, Picasso, Miro, Dubuffetส่วนงานภาพร่างก็มีไม่น้อยโดยเฉพาะศิลปินฝรั่งเศสในคริสต์ศตวรรษที่ 18-19 อาทิ Boucher, Fragonard, Delacroix, Rodinและ Cezanne ยิ่งกว่านี้ยังมีงานพิมพ์ของ Durer, Holbein, Rembrandt, Goya อีกต่างหากด้วย มิวเซียมยังได้มีการซื้อผลงานใหม่ๆ ทุกปีตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการจนมีผลงานมากกว่า 4,500 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นงานจิตรกรรมหรือประติมากรรมตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14-20

วิธีการจัดแสดงผลงานถาวรจะเป็นไปตามรูปแบบของ Le Corbusier สถาปนิกชาวสวิสฝรั่งเศสผู้ออกแบบ SanskarKendra Museum ใน Ahmedabadซึ่งเป็นมิวเซียมที่ถูกออกแบบด้วยสถาปนิกคนเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน ดั้งเดิมนั้นเขายังออกแบบให้ห้องจัดแสดงใช้แสงจากธรรมชาติมากกว่าไฟเพื่อให้ผู้ชมรู้สึกอบอุ่น แต่ปัจจุบันมิวเซียมได้ใช้ไฟจากนีออนมากขึ้นแล้ว ปี 2005 อาคารจัดแสดงนี้ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 100 ของอาคารทันสมัยที่สุดของญี่ปุ่นจากการจัดอันดับของ DOCOMOMO ยิ่งกว่านั้นในปี2007 รัฐบาลฝรั่งเศสได้เสนอต่อ UNESCO ให้อาคารที่ถูกออกแบบโดย Le Corbusier รวมทั้งอาคารของมิวเซียม NMWA ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในฐานะสินทรัพย์สำคัญทางด้านวัฒนธรรม ในที่สุดในปี2016 นี่เองที่อาคารมิวเซียมร่วมกับผลงานทั้ง 16 ชิ้นของ Le Corbusier สถาปนิกผู้ออกแบบก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

นอกจากมิวเซียมจะมีการจัดแสดงผลงานถาวรแล้ว มิวเซียมยังมีการจัดแสดงนิทรรศการพิเศษทุกปีเฉกเช่นเดียวกันกับมิวเซียมของชาติตะวันตกทั่วไปด้วย ในแต่ละปี
มิวเซียมจะทำการหยิบยืมผลงานศิลปะตะวันตกจากมิวเซียมต่างๆ หรือของสะสมของเอกชนจากทั้งในญี่ปุ่นเองและนานาชาติ อาทิ ปี 1963 ได้นำงานศิลปะของ Marc Chagall ศิลปินชาวยิวที่เกิดในเบราลุสมากถึง 450 ชิ้นจาก 15 ประเทศทั่วโลกมาจัดแสดง ในจำนวนนี้มี 8 ชิ้นที่นำมาจากสหภาพโซเวียตเลยทีเดียว ยิ่งกว่านั้นในปี 2019 National Gallery ของกรุงลอนดอนยังให้ยืมงานจิตกรรมกว่า 60 ชิ้นมาจัดแสดง รวมทั้งผลงาน Sunflower อันโด่งดังของ Van Gogh ที่มีโอกาสเดินทางมาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วย นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนมิวเซียมแห่งนี้ไม่เพียงจะได้ชื่นชมอาคารที่เป็นมรดกโลก ยังจะได้ชื่นชมผลงานศิลปะของศิลปินชาติตะวันตกอย่างจุใจจนทำให้บรรยากาศของการเยือนมิวเซียมนี้เฉกเช่นเดียวกันกับเดินอยู่ในห้องภาพของยุโรปเลยทีเดียว

Science Update : นาซาเตรียมเปิดตัวภารกิจ SPHEREx ทะลวงกาแล็กซี่

Science Update : นาซาเตรียมเปิดตัวภารกิจ SPHEREx ทะลวงกาแล็กซี่

Science Update : นาซาเตรียมเปิดตัวภารกิจ SPHEREx ทะลวงกาแล็กซี่

วันอาทิตย์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา มีเป้าหมายเปิดตัวภารกิจใหม่ที่มุ่งสำรวจกาแล็กซีหลายร้อยล้านแห่งช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์เพื่อสำรวจต้นกำเนิดของจักรวาล

ภารกิจที่มีชื่อว่าเครื่องสังเกตการณ์เพื่อการศึกษาประวัติความเป็นมาของเอกภพ การวิวัฒนาการของเอกภพ และการเกิดของน้ำแข็ง หรือสเฟียร์เอ็กซ์ (SPHEREx) จะดำเนินการตรวจสอบสเปกตรัม (spectral) หรือจับเฉดสีทั่วทั้งท้องฟ้าเป็นครั้งแรก

ระหว่างภารกิจที่วางแผนไว้เป็นระยะเวลา 2 ปี กล้องโทรทรรศน์อวกาศสเฟียร์เอ็กซ์จะเก็บรวบรวมข้อมูลจากกาแล็กซีมากกว่า 450 ล้านกาแล็กซี่ รวมทั้งดาวฤกษ์มากกว่า 100 ล้านดวง ในทางช้างเผือกเพื่อสำรวจต้นกำเนิดของจักรวาล

ภารกิจใหม่ครั้งนี้จะค้นหาน้ำและโมเลกุลอินทรีย์ในแหล่งอนุบาลดาวฤกษ์ (stellar nurseries) ซึ่งเป็นบริเวณที่ดาวฤกษ์ถือกำเนิดจากก๊าซและฝุ่น ตลอดจนจานรอบดาวฤกษ์ที่อาจมีดาวเคราะห์ดวงใหม่กำลังก่อตัวขึ้นอยู่ในทางช้างเผือก

เมืองไทยประกันภัย รับรางวัล Thailand’s Top Corporate Brands 2024

เมืองไทยประกันภัย รับรางวัล Thailand’s Top Corporate Brands 2024

เมืองไทยประกันภัย รับรางวัล Thailand’s Top Corporate Brands 2024

วันเสาร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.59 น.

นางนวลพรรณ ล่ำซำ ในฐานะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขึ้นรับโล่รางวัล Thailand’s Top Corporate Brands 2024 ในฐานะที่ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นองค์กรที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุด ในหมวดธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต มูลค่าแบรนด์ 40,699 ล้านบาท โดยภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (จัดต่อเนื่องกันเป็นเวลา 15 ปี) เปิดเผยรายชื่อจากงานวิจัยฯ บริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดในแต่ละหมวดธุรกิจ จากงานวิจัย เรื่อง การประเมินค่าแบรนด์องค์กรในประเทศไทยและใน ASEAN ประจำปี 2567 โดยมี ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศ.(กิตติคุณ) ดร.กุณฑลี รื่นรมย์ และ ผศ. ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ร่วมงาน

งานวิจัยประเมินค่าแบรนด์องค์กร ได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจอย่างยิ่งเพราะผู้บริหารและผู้ลงทุนสามารถทราบมูลค่าแบรนด์องค์กรเป็นตัวเลขทางการเงิน และผู้บริหารสามารถพัฒนาแบรนด์องค์กรต่อไปเพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว สำหรับปี 2567 เป็นปีที่ 15 ของการทำวิจัยประเมินค่าแบรนด์องค์กร แม้ว่าในปีในปีที่ผ่านมา สภาพแวดล้อมด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเทคโนโลยีได้มีการเปลี่ยนแปลงและสร้างผลกระทบในวงกว้างก็ตาม

คณะผู้วิจัยได้ทำการประเมินมูลค่าแบรนด์องค์กรของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ของไทยและของประเทศใน ASEAN 6 ประเทศ โดยนำตัวเลขจากงบการเงินของบริษัทที่ผ่านเกณฑ์มาคำนวณมูลค่า โดยสูตร CBS Valuation (Corporate Brand Success Valuation) ซึ่งพัฒนาขึ้นจากการบูรณาการแนวคิดสามด้าน คือ การตลาด การเงิน และการบัญชี และใช้ค่าเฉลี่ย 3 ปีของตัวเลขทางการเงินของบริษัทนั้นในแต่ละหมวดธุรกิจ ทำให้ได้ผลลัพธ์มูลค่าแบรนด์องค์กรเป็นตัวเลขทางการเงิน

-(016)

LINE WEBTOON จัดกิจกรรม ‘LINE WEBTOON Training Camp’ สานฝันครีเอเตอร์ไทย พัฒนาผลงานไกลสู่ระดับสากล

LINE WEBTOON จัดกิจกรรม 'LINE WEBTOON Training Camp' สานฝันครีเอเตอร์ไทย พัฒนาผลงานไกลสู่ระดับสากล

LINE WEBTOON จัดกิจกรรม ‘LINE WEBTOON Training Camp’ สานฝันครีเอเตอร์ไทย พัฒนาผลงานไกลสู่ระดับสากล

วันเสาร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.25 น.

LINE WEBTOON ผู้นำแพลตฟอร์มเว็บตูนระดับโลก นำโดย คุณคิม โดยอง ผู้บริหาร LINE WEBTOON ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ NAVER WEBTOON LIMITED (ท่านที่ 3 จากซ้าย) และ คุณจัง โบรา ผู้บริหาร LINE WEBTOON ประจำประเทศไทย NAVER WEBTOON LIMITED จัดกิจกรรม “LINE WEBTOON Training Camp” ครั้งที่ 5 ในประเทศไทย เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ไทยได้เรียนรู้เทคนิคการสร้างเว็บตูนจากครีเอเตอร์ชื่อดังอย่างใกล้ชิด โดยงานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสานต่อเป้าหมายในการยกระดับศักยภาพครีเอเตอร์ไทยให้ทัดเทียมระดับสากล พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมคอมมิคไทยให้เติบโตพร้อมกันในทุกภาคส่วน ทั้งในส่วนนักเขียน นักวาด และแพลตฟอร์มสนับสนุน โดย LINE WEBTOON พร้อมเป็นแพลตฟอร์มกลางที่เปิดกว้าง และเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้ครีเอเตอร์ไทยสามารถเผยแพร่ผลงานคุณภาพได้เต็มศักยภาพ

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ‘คิม จองฮยอน’ และ ‘ลิม ลีนา’ สองครีเอเตอร์เกาหลีมากประสบการณ์ ผู้สร้างสรรค์ผลงานเว็บตูนชื่อดัง “นักฆ่าย้อนวัย” หนึ่งในเว็บตูนแอ็กชันยอดฮิตใน LINE WEBTOON มาร่วมถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับเหล่าครีเอเตอร์เว็บตูนในไทยรวมกว่า 60 ท่าน ที่ได้เข้าร่วมรับฟังเทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานระดับมืออาชีพ ทั้งในด้านการเล่าเรื่อง การออกแบบตัวละคร และการจัดองค์ประกอบภาพให้น่าสนใจ พร้อมกันนี้ ยังเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ไทยได้นำเสนอผลงานเพื่อรับคำแนะนำโดยตรงจากทั้งสองท่าน  นอกจากเคล็ดลับเด็ดในการสร้างสรรค์ผลงาน ยังถือเป็นโอกาสสำคัญให้เหล่าครีเอเตอร์เว็บตูนในไทย ได้พบปะพูดคุยกับครีเอเตอร์เกาหลีชื่อดังในดวงใจอย่างใกล้ชิด กระชับมิตรเสริมสร้างคอมมูนิตี้ครีเอเตอร์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปด้วยในตัว
 
สำหรับผู้ที่สนใจการ์ตูนออนไลน์คุณภาพจากทั้งไทยและต่างประเทศ สามารถเลือกอ่านผลงานเว็บตูนโดนใจคุณได้ที่ https://www.webtoons.com/th/ หรือผ่านแอปฯ LINE WEBTOON 

-(016)

เอปสัน จัดกิจกรรม ‘You Share, We Change ปี 2’ ชวนเปลี่ยนขยะเป็นของใช้สุดเก๋

เอปสัน จัดกิจกรรม 'You Share, We Change ปี 2' ชวนเปลี่ยนขยะเป็นของใช้สุดเก๋

เอปสัน จัดกิจกรรม ‘You Share, We Change ปี 2’ ชวนเปลี่ยนขยะเป็นของใช้สุดเก๋

วันเสาร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.55 น.

เอปสันเดินหน้าส่งเสริมแนวคิดการลดขยะและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านกิจกรรม “You Share, We Change” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยเชิญชวนทุกท่านนำสิ่งของที่ยังอยู่ในสภาพดี ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า สมุด หนังสือ เครื่องเขียน หรืออุปกรณ์ไอที เพื่อส่งต่อให้เกิดการใช้งานต่อไป โดยสิ่งของทั้งหมดจะถูกนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิกระจกเงา กิจกรรมนี้นอกจากได้ร่วมส่งต่อสิ่งของเพื่อให้ผู้อื่นได้ใช้ประโยชน์แล้ว ผู้ร่วมบริจาคยังสามารถร่วมกิจกรรม DIY ออกแบบพวงกุญแจในสไตล์ที่ชอบจากวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว เช่น ฝาขวดน้ำพลาสติก กระดุม ลูกปัด หนังยางรัดผม และอื่นๆ พร้อมเพิ่มความเป็นตัวคุณด้วยการพิมพ์ลายลงป้ายอะคริลิคจากเครื่องพิมพ์ Epson SureColor V1030

กิจกรรม “You Share, We Change” ได้ประเดิมเปิดตัวกิจกรรมเมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากวิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ ศิลปินที่ชวนให้คนเปลี่ยนขยะด้วยความคิดสร้าง สรรค์ให้เป็นงานศิลปะมานานกว่า 10 ปี มาร่วมแชร์แนวคิด “Turning Trash to Treasured Art” เปลี่ยนสิ่งของรอบตัวให้เกิดประโยชน์ ด้วยการ Rethink (คิดใหม่) ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์ Reduce (ลดการใช้) ลดการบริโภคทรัพยากรบางชนิดที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ Reuse (ใช้ซ้ำ) คำนึงถึงกระบวนการต่อยอด และนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ซ้ำให้มากที่สุด ให้กับพนักงานเอปสัน ผ่านเวิร์กช็อปด้วยการเปลี่ยนเสื้อยืดเก่าให้กลายเป็นผ้าอเนกประสงค์หรือกระเป๋าสุดเก๋ไม่ซ้ำใคร เพื่อเป็นลดการใช้พลาสติก ตามแนวทางความยั่งยืนของเอปสัน 

เอปสันขอเชิญทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลดขยะ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะทุกสิ่งของที่ส่งต่อ คือการช่วยลดขยะและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผู้สนใจสามารถร่วมแบ่งปันสิ่งของและร่วมกิจกรรม “You Share, We Change” ได้ที่ Epson Solution Center  ชั้น 1 อาคารปัน (PUNN) ในวันศุกร์ที่ 31 ม.ค. และ 7 ก.พ. นี้

-(016)

ttb แชร์ลิสต์ค่าใช้จ่ายคนมีรถ วางแผนดีชีวิตการเงินไม่สะดุด

ttb แชร์ลิสต์ค่าใช้จ่ายคนมีรถ  วางแผนดีชีวิตการเงินไม่สะดุด

ttb แชร์ลิสต์ค่าใช้จ่ายคนมีรถ วางแผนดีชีวิตการเงินไม่สะดุด

วันเสาร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.58 น.

คนมีรถคงเข้าใจกันดีว่า เมื่อซื้อรถสักคันแล้ว ค่าใช้จ่ายจะยังไม่จบแค่วันที่ขับรถออกจากศูนย์ เพราะในทุก ๆ ปีจะมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ทำให้เจ้าของรถจำเป็นต้องใช้เงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ค่าดูแลสภาพรถ ค่าน้ำมัน ค่าผ่อนงวดรถ ค่าประกันภัย ค่าภาษีและพ.ร.บ. หรือค่าจอดรถและค่าทางด่วน ดังนั้น ผู้ขับขี่ทุกคนต้องวางแผนอย่างรัดกุม เพื่อให้รายรับ-รายจ่ายในแต่ละเดือนอยู่ในสภาพคล่อง ไม่ให้เงินที่ดูแลรถกระทบค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และไม่ให้ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ กระทบเงินที่ต้องใช้เกี่ยวกับรถ fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ จึงอยากให้คนมีรถวางแผนค่าใช้จ่ายอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้สภาพการเงินหลังซื้อรถราบรื่น วันนี้จึงชวนมาเช็กลิสต์กันว่าเมื่อมีรถเป็นของตัวเอง 1 คัน ภายใน 1 ปีจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

1. ค่าผ่อนรถยนต์ และดอกเบี้ย

หลายคนเลือกซื้อรถยนต์ด้วยการผ่อน แบ่งชำระเป็นงวด ๆ เพราะรถยนต์เป็นทรัพย์สินมูลค่าสูง การควักเงินก้อนใช้ซื้อรถในครั้งเดียว อาจไม่สะดวกต่อใครหลายคน การผ่อนชำระรถยนต์มีการคำนวณดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) ซึ่งเป็นรูปแบบที่เงินต้นลด แต่ดอกเบี้ยไม่ลดตาม ต้องชำระค่าผ่อนรถจำนวนเต็มให้ตรงกำหนดทุกงวด หากไม่ชำระและมียอดค้างหลาย ๆ งวด อาจถูกยึดรถคันนั้นไปอย่างน่าเสียดาย 

2. ค่าน้ำมัน และ ค่าไฟฟ้า

เงินที่ใช้ไปกับการเติมน้ำมันถือเป็นค่าใช้จ่ายประจำสำหรับคนมีรถ ซึ่งปัจจุบันราคาน้ำมันไม่มีทีท่าว่าจะถูกลง ทำให้หลายคนมองหาทางเลือกใหม่อย่าง รถยนต์ไฟฟ้าที่มีค่าเติมพลังงานราคาถูกกว่า แต่เจ้าของรถยนต์เติมน้ำมันไม่ต้องกังวลไป เพราะสามารถแบ่งเบาภาระค่าน้ำมันได้ด้วยการชำระผ่านบัตรเครดิตทีทีบี ที่ไม่เพียงแค่รูดจ่ายได้สะดวกรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังมีโปรโมชันจากบัตรเครดิตที่คุ้มค่าได้มากขึ้น เมื่อเติมน้ำมันที่ปั๊มบางจากและปั๊มคาลเท็กซ์ รับเครดิตเงินคืนได้สูงสุดถึง 5% 

3. ค่าเบี้ยประกันรถยนต์

ค่าเบี้ยประกันรถยนต์ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ขับขี่รถจำเป็นต้องซื้อกรมธรรม์ประกันภัย ก็จะสามารถเป็นหลักประกันความเสียหายในอนาคต ซึ่งประกันรถยนต์มีหลายราคา แบ่งตามความคุ้มครองที่ผู้ซื้อประกันจะได้รับ ก่อนจะตัดสินใจซื้อกรมธรรม์ประกันภัยควรสำรวจให้ดีว่าตนเองมีพฤติกรรมการใช้รถยนต์อย่างไร โดยแผนประกันภัยมีความแตกต่าง ดังนี้

• ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 : คุ้มครองอุบัติเหตุทั้งเจ้าของรถและสภาพรถยนต์ ให้ความคุ้มครองมากกว่าประกันภัยประเภทอื่น ๆ เหมาะกับผู้ขับขี่มือใหม่หรือรถใหม่ป้ายแดง

• ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 และ 2 พลัส (2+) : ประกันชั้น 2 จะคุ้มครองความเสียหายแค่ภายนอกของรถ และแผนประกันแบบชั้น 2+ จะเพิ่มความคุ้มครองรถยนต์ในกรณีอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีเท่านั้น เหมาะกับเจ้าของรถที่มีประสบการณ์เชี่ยวชาญการขับขี่

• ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 และ 3 พลัส (3+) : ไม่คุ้มครองสภาพรถยนต์ ประกันชั้น 3 จะชดเชยค่าเสียหายให้คู่กรณีเท่านั้น แต่ถ้าซื้อประกันรถยนต์ชั้น 3+ จะได้รับการดูแลรถยนต์ เมื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างรถชนรถ เหมาะกับรถยนต์ที่ไม่ได้นำไปขับบ่อย

4. ค่าภาษีรถยนต์และค่าพ.ร.บ.

รถยนต์มีค่าภาษีประจำปี กฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถต้องเสียภาษีรถยนต์ทุกปี หากไม่จ่ายภาษีรถยนต์ติดต่อกัน 3 ปี ทะเบียนจะถูกระงับ เจ้าของรถต้องดำเนินเรื่องเพื่อขอทะเบียนใหม่ และโดนเรียกเก็บค่าภาษีย้อนหลัง ราคาค่าใช้จ่ายในการต่อภาษีประจำปี สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลที่นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง ขนาดเครื่อง 600 ซีซีแรก คำนวณซีซีละ 50 สตางค์, ขนาดเครื่อง 601-1,800 ซีซี คำนวณซีซีละ 1.50 บาท และขนาดเครื่อง 1,801 ซีซีขึ้นไป คำนวณซีซีละ 4 บาท
ส่วนค่าประกัน พ.ร.บ. คือ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นข้อบังคับที่รถทุกคันต้องทำ หากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ขึ้นมา ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอกจะได้รับความคุ้มครองนั่นเอง และค่าใช้จ่ายสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลที่นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่งอยู่ที่ 645.21 บาท

5. ค่าดูแลรักษาสภาพรถยนต์

แน่นอนว่าต้องมีรายจ่ายค่าดูแลรักษาสภาพรถยนต์ อะไหล่และอุปกรณ์ของรถยนต์จะเสื่อมสภาพไปตามการใช้งาน ค่าใช้จ่ายซ่อมแซมรถ ค่าเปลี่ยนอุปกรณ์อะไหล่ ค่าเปลี่ยนถ่ายของเหลวในรถยนต์ ทั้งน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำมันเกียร์ก็จะตามมา แนะนำให้นำรถยนต์เข้าไปเช็กสภาพเป็นประจำ ไม่ว่าจะเดินทางไกลหรือใกล้ รถทุกคันที่ใช้งานควรได้รับการตรวจสภาพทุก ๆ 6 เดือนหรือ 1 ปีเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ใช้ถนนคนอื่น

6. ค่าที่จอดรถ ค่าทางด่วน ค่าล้างรถ

ค่าที่จอดรถ ค่าผ่านทางด่วน ค่าล้างรถ ค่าปรับกรณีฝ่าฝืนกฎจราจร ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เรียกว่าค่าใช้จ่ายแฝง เจ้าของรถบางคนอาจมีที่จอดรถฟรีในบ้าน แต่เมื่อขับออกมาก็ต้องยอมจ่ายค่าจอดรถที่รอเรียกเก็บ ณ ปลายทางอยู่ดี ค่าใช้จ่ายแฝงแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ และไม่ใช่ทุกคนที่ต้องจ่าย หลายอย่างขึ้นอยู่กับพฤติกรรมส่วนตัวของผู้ขับขี่ เช่น ค่าปรับที่ขับรถฝ่าไฟแดง แน่นอนว่าคนขับที่มีความประพฤติดีจะไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ หรือ ค่าล้างรถที่เจ้าของรถบางคันก็ล้างด้วยตัวเอง แต่บางรายก็ใช้บริการล้างรถตามจุดให้บริการต่าง ๆ

แม้ว่าการมีรถยนต์จะนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายมากมาย แต่สำหรับใครที่ “รถยนต์” คือสิ่งจำเป็นต้องใช้เดินทางทุกวัน และสามารถจัดการกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นได้ ก็ไม่ต้องกังวล ส่วนคนที่ยังไม่พร้อมต้องคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ขยันเก็บออมให้มากขึ้น เพื่อรถในฝันจะได้ไม่ต้องเป็นภาระอันหนักอึ้งจนสั่นคลอนสถานะทางการเงิน

คลิกเพื่ออ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://www.ttbbank.com/th/fin-tips/detail/what-are-the-yearly-expenses-for-owning-a-car 

ติดตามเคล็ดลับการเงินอื่น ๆ  จาก “fintips by ttb” เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ 
คลิก https://www.ttbbank.com/link/fintips-pr

-(016)
 

‘เดอะ สตรีท รัชดา’ เดินสายมอบส้มให้ผู้ประกอบการร้านค้าเช่า ส่งมอบความสุข ขอบคุณลูกค้าคนสำคัญ

'เดอะ สตรีท รัชดา' เดินสายมอบส้มให้ผู้ประกอบการร้านค้าเช่า ส่งมอบความสุข ขอบคุณลูกค้าคนสำคัญ

‘เดอะ สตรีท รัชดา’ เดินสายมอบส้มให้ผู้ประกอบการร้านค้าเช่า ส่งมอบความสุข ขอบคุณลูกค้าคนสำคัญ

วันเสาร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.38 น.

ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ไลฟ์สไตล์มอลล์ 24 ชั่วโมง ศูนย์การค้าของคนนอนดึก ศูนย์รวมบริการและกิจกรรมใจกลางรัชดา เติมเต็มทุกช่วงเวลาในการกิน ช้อปปิ้ง และออกกำลังกาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนเมืองแบบครบวงจร โดย นายไพรัช รัตตัญญู ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานขายและการตลาด, นายธเนศ คงนาลึก ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานบริหารกลาง และ นายเกรียงไกร ทองเที่ยงธรรม ผู้จัดการฝ่ายบริหารทรัพย์สิน ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา พร้อมขบวนสิงโตนำโชคร่วมส่งมอบความเฮงความปังให้กับผู้ประกอบการร้านค้าเช่าในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีงูเล็ก เดินสายมอบส้มมงคลเสริมความโชคดี ความมั่งมีศรีสุขให้กับผู้ประกอบการร้านค้าเช่าภายในศูนย์การค้าฯ ให้โชคดี ร่ำรวย เฮงเฮง ปังปัง กันถ้วนหน้า

นอกจากการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนแล้ว ทางศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ยังส่งมอบความสุขเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าคนสำคัญเนื่องในโอกาสครบรอบ 9 ปี กับแคมเปญ “The Street 9th Anniversary Go Together” ด้วยสินค้าหรือเมนูพิเศษจากร้านค้าที่ร่วมรายการ เพียง 99 บาท พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิก เดอะ สตรีท พอยท์ ที่ช้อปตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 ดังนี้

– ช้อปครบ 1,000 บาท/ใบเสร็จ + แลก 9 พอยท์ หรือใช้ 99 พอยท์ รับบัตรกำนัลส่วนลดร้านอาหารภายในศูนย์การค้าฯ มูลค่า 100 บาท

– ช้อปครบ 1,500 บาท/ใบเสร็จ + แลก 9 พอยท์ หรือใช้ 149 พอยท์ รับบัตรกำนัลส่วนลดร้านอาหารภายในศูนย์การค้าฯ มูลค่า 200 บาท

– ช้อปครบ 2,500 บาท (รวมใบเสร็จได้สูงสุด 3 ใบ) + แลก 59 พอยท์ หรือใช้ 599 พอยท์ รับแก้วน้ำเก็บอุณหภูมิ จำนวน 1 ใบ

– ช้อปครบ 3,500 บาท (รวมใบเสร็จได้สูงสุด 3 ใบ) + แลก 79 พอยท์ หรือใช้ 799 พอยท์ รับกระเป๋าทูโทน จำนวน 1 ใบ
โดยใบเสร็จที่นำมาแลกรับของสมนาคุณจะต้องแลกรับภายในวันเดียวกัน และสงวนสิทธิ์แลกรับของสมนาคุณเฉพาะในช่วงเวลา 11.00-22.00 น. ณ เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 สนใจสมัครสมาชิก เดอะ สตรีท พอยท์ เพื่อรับสิทธิพิเศษได้ทาง https://bit.;y/3KvTHjP และติดตามรายละเอียดโปรโมชันหรือกิจกรรมอื่นๆ ได้ทาง http://www.thestreetratchada.com หรือเฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/TheStreetRatchada หรือ โทร. 02-232-1999

-(016)