เกษตราธิการอบรม หลักสูตรวกส.รุ่นที่6 เวทีแลกเปลี่ยนข้อมูล ผู้บริหารรัฐกับเอกชน

เกษตราธิการอบรม  หลักสูตรวกส.รุ่นที่6  เวทีแลกเปลี่ยนข้อมูล  ผู้บริหารรัฐกับเอกชน

เกษตราธิการอบรม หลักสูตรวกส.รุ่นที่6 เวทีแลกเปลี่ยนข้อมูล ผู้บริหารรัฐกับเอกชน

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการแถลงข่าว “หลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) รุ่นที่ 6” โดยมี นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ผอ.หลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.)ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ได้บูรณาการร่วมกับมูลนิธิเกษตราธิการ และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) จัดอบรมหลักสูตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ความรู้ระหว่างผู้บริหารทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ด้านการพัฒนาภาคการเกษตรไทยสู่เกษตรสมัยใหม่มุ่งสร้างเครือข่ายธุรกิจด้านการเกษตร เสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจรากฐาน ต่อยอดบทบาทเกษตรไทยสู่ผู้นำการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารในระดับนานาชาติ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกรและประเทศไทย ทั้งนี้ หลักสูตร วกส. รุ่นที่ 6 ได้รับความกรุณาจาก ดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม โดยกำหนดการฝึกอบรมจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์–25 กรกฎาคม 2568 มีผู้บริหารระดับสูงภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้แทนเกษตรกรที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมการฝึกอบรม 113 คน

ศ.ดร.นฤมล กล่าวอีกว่า ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรฯ สู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดี

สชป.4จัดงานสัมมนา คัดเลือกสถาบันเกษตร ใช้น้ำชลประทานดีเด่น

สชป.4จัดงานสัมมนา  คัดเลือกสถาบันเกษตร  ใช้น้ำชลประทานดีเด่น

สชป.4จัดงานสัมมนา คัดเลือกสถาบันเกษตร ใช้น้ำชลประทานดีเด่น

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานชลประทานที่ 4 จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรการคัดเลือกสถาบันเกษตรผู้ใช้น้ำชลประทานดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2569 (ระดับสำนักงานชลประทาน) โดยมี นายทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 เป็นประธานเปิดโครงการ นายบุญธรรม ปานเปี่ยมโภช รองผู้อำนวยการฯ นายไชยวัฒน์ กำทอง ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา นายนครินทร์ วงศ์ฟูเฟื่องขจร ผู้อำนวยการส่วนแผนงาน คณะกรรมการฯ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง และ เกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน ทั้งหมด 9 กลุ่ม จาก 9 โครงการในสังกัดสำนักงานชลประทานที่ 4 ร่วมสัมมนา ณ ห้องประชุม ไม้ใหญ่ รีสอร์ท จ.กำแพงเพชร ซึ่งมีกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ โดยสถาบันเกษตรกรฯ ระดับสำนักงานชลประทาน สรุปบทเรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ และแนวทางนำเสนอการทำงานสังเคราะห์ความรู้ ให้กระบวนการทำงานดังกล่าวสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างถูกต้อง รวมไปถึงให้การคัดเลือกสถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 (ระดับสำนักงานชลประทาน) เป็นไปตามกฎที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดไว้เพื่อให้ได้ตัวแทน ที่มาจากการคัดเลือกในวันนี้ เป็นตัวแทนกลุ่มที่จะเข้าร่วมการประกวดในระดับกรมฯ ต่อไป

อว. -มหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี หารือความร่วมมือพัฒนาด้านการศึกษา วิจัยและนวัตกรรมไทย-จีน

อว. -มหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี หารือความร่วมมือพัฒนาด้านการศึกษา วิจัยและนวัตกรรมไทย-จีน

อว. -มหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี หารือความร่วมมือพัฒนาด้านการศึกษา วิจัยและนวัตกรรมไทย-จีน

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.54 น.

19 กุมภาพันธ์ 2568 ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นผู้แทนกระทรวง อว. ให้การต้อนรับ นางสาวเหวย ชื่อ-เจิน (Ms.Wei Shizhen) อธิการบดีมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี (Guangxi Minzu University) และคณะ จากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยการประสานงานของคุณหวง เว่ยเว่ย (Mr.Huang Weiwei) รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสและกรรมการผู้จัดการด้านพัฒนากลยุทธ์และความร่วมมือกับประเทศจีน บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) เพื่อประชุมหารือความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่าง อว. และมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี ณ ห้องประชุม 18C อาคารอุดมศึกษา 2 สป.อว.

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า ความร่วมมือทางการอุดมศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยไทยและจีนมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมาโดยตลอด โดยปัจจุบันมีนักศึกษาจีนจำนวน 23,496 คน กำลังศึกษาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักศึกษาต่างชาติที่มีจำนวนมากที่สุดจากทั้งหมด 43,977 คน ขณะเดียวกันนักศึกษาไทยก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนักศึกษาต่างชาติที่มีจำนวนมากที่สุดในสาธารณรัฐประชาชนจีนเช่นกัน กระทรวง อว. จึงตระหนักดีถึงคุณค่าของความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและในระดับมณฑล และเชื่อว่าการหารือในวันนี้จะนำไปสู่การขยายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยของไทยและจีน โดยเฉพาะในด้านการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา การวิจัยร่วม การพัฒนาหลักสูตร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี รวมถึงการพัฒนาด้านนวัตกรรม

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กระทรวง อว. ยังมีนโยบายที่สำคัญ ที่มุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การสร้างองค์ความรู้ และการส่งเสริมนวัตกรรมทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะใน สาขาเทคโนโลยีขั้นสูง ได้แก่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีอวกาศ วิทยาศาสตร์การแพทย์ และเทคโนโลยีสีเขียว ทั้งยังมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรมเพื่อให้สถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยสามารถบูรณาการความร่วมมือร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระดับโลกต่อไป

“ปัจจุบัน สถาบันอุดมศึกษาในไทยออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มพัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก 2.กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม 3.กลุ่มพัฒนาชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนอื่น 4.กลุ่มพัฒนาปัญญาและคุณธรรมด้วยหลักศาสนา และ 5.กลุ่มผลิตและพัฒนาบุคคลากรวิชาชีพและสาขาจำเพาะ ซึ่งทุกกลุ่มมีห้องแล็บที่พร้อมให้การสนับสนุนในการวิจัยด้านต่าง ๆ อาทิ ห้องแล็บด้านดาราศาสตร์ ควอนตัม ฟิสิกส์ EV AI เซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น ส่วนความร่วมมือด้านนวัตกรรม กระทรวง อว. มีหน่วยงานในสังกัดด้านวิจัยและนวัตกรรมมากกว่า 16 หน่วยงาน ที่พร้อมให้ความร่วมมือ อาทิ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ สถาบันที่ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีรวมไปถึงพัฒนาผู้ประกอบการที่ทำงานร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาอยู่แล้ว ทั้งนี้ยังมีแผนที่จะขยายความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรด้านภาษาโดยการจัดตั้งสถาบันขงจื้อเพิ่มขึ้นในมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยเอกชนนอกเหนือจากเดิมที่มีอยู่แล้วในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นอกจากนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 50 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน กระทรวง อว. ได้กำหนดให้มีการจัดกิจกรรมผ่านการจัดแสดงนิทรรศการในงาน อว.แฟร์ ปี 68 พร้อมจัดการประกวดสุนทรพจน์และความรู้ภาษาจีนระดับอุดมศึกษาซึ่งจัดอยู่แล้วทุกปีให้อยู่ภายในงานนี้ด้วย” ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว

ด้าน นางสาวเหวย ชื่อ-เจิน (Ms.Wei Shizhen) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการเยือนครั้งนี้ และแนวทางความร่วมมือที่เป็นไปได้ระหว่างมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซีและสถาบันอุดมศึกษาของไทยว่า มหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซีเป็นมหาวิทยาลัยสหวิทยาการที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงในมณฑลกว่างซี ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองทางด้านทิศตะวันตกของนครหนานหนิงซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลกว่างซี ปัจจุบันมีสาขาวิชามากกว่า 80 วิชา 26 คณะ มีนักศึกษาประมาณ 43,000 คน เป็นนักศึกษาไทยและต่างชาติรวมกว่า 2,100 คน การมาเยือนครั้งนี้นอกจากการขยายความร่วมมือเดิมในการพัฒนาบุคลากรด้านภาษาทั้งคณาอาจารย์และนักศึกษาแล้ว ยังมีนโยบายการพัฒนาเชิงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการให้ทางกระทรวง อว. สนับสนุนใน 2 ประเด็นคือ การสร้างหรือพัฒนาห้องแล็บและด้านนวัตกรรม โดยการเป็นหน่วยประสานเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซีกับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย

-(016)

ชวนค้นหาความทรงจำของชีวิต ผ่านร่องรอยแห่งแสงแดด ในนิทรรศการ Traces of Sunlight & February

ชวนค้นหาความทรงจำของชีวิต ผ่านร่องรอยแห่งแสงแดด ในนิทรรศการ Traces of Sunlight & February

ชวนค้นหาความทรงจำของชีวิต ผ่านร่องรอยแห่งแสงแดด ในนิทรรศการ Traces of Sunlight & February

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.52 น.

ไอคอนสยาม ชวนคนรักงานศิลปะร่วมออกเดินทางผ่านแสงที่ค่อยๆ เลือนหาย ความสัมพันธ์ระหว่างแสงแดดและการเติบโต การเปลี่ยนแปลงและความหวัง ที่แตกต่างกันไปตามคอนเซ็ปต์ของศิลปินทั้ง 5 พร้อมส่งท้ายด้วยเรื่องราวของ special guest คนพิเศษ ในนิทรรศการงานศิลปะ “Traces of Sunlight & February” ตั้งแต่วันนี้ – 5 มีนาคม 2568  ณ ICON Art and Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม

Arumilike flower  by ORON  จักรกฤษณ์ โสมหิรัญ หรือ โอร่อน พูดถึงความรักในช่วงวัยเด็ก ความรักในวัยเด็กเกิดขึ้นด้วยความเรียบง่าย จากความรู้สึก “ชอบ” แล้วไม่มีอะไรซับซ้อน เหมือนการทดลองเสียมากกว่า การเริ่มต้นใหม่จึงไม่ใช่เรื่องยากเหมือนความรักในวัยคนโต จึงหยิบยก ดอก Arumilike flower  บางครั้ง “ดอกไม้” ที่เราไม่รู้จักชื่อ กลับเป็นสิ่งที่งดงามที่สุดในจินตนาการของเรา มาเป็นตัวแทนของดอกไม้ในความรักของช่วงวัยนั้น โดยดอกไม้นี้ได้ใช้วิธีการ ผวนคำ ให้เกิดคำใหม่ “ดอกอะรูมิไร้” หรือผวนคำได้ว่า “ดอกอะไรไม่รู้” หรือ โดยใช้คำว่า”like” ที่แปลว่า “ชอบ” ที่เป็นสารตั้งต้นของความรักในวัยเด็ก

ผลงานชุดนี้จะบอกเล่าเรื่องราวผ่านคาแร็กเตอร์ ชื่อ Paper  เกิดจากคอนเซปต์ “รักเรียบง่าย” สื่อถึงความรักที่ไม่ต้องการคำตอบ ไม่ต้องการเหตุผล แค่ความรู้สึก “Like”  ที่บริสุทธิ์และตรงไปตรงมา เหมือนความรักในวัยเด็กที่ทุกอย่างดูง่ายดาย ไม่ซับซ้อน ไม่มีการคาดหวัง แต่กลับลึกซึ้งและอบอุ่นจนยากจะลืม เหมือนกับความรักที่เราได้ลองสัมผัสครั้งแรก ง่ายดายแต่ลึกซึ้ง ดอกไม้แห่งจินตนาการที่งอกงามจากความสงสัยใคร่รู้อันแสนเรียบง่ายของหัวใจในวัยเด็ก

Morning Glory by Tomato Head พรพพิน หล้าทา หรือ พิมพ์ Morning Glory เจ้าดอกผักบุ้งที่บานสะพรั่งในยามเช้าตรู่ เผยความงามราวกับอัญมณีท่ามกลางแสงแรก ช่างน่าเสียดาย ที่เจ้าร่วงโรยลงอย่างรวดเร็วเมื่อตะวันกำลังลับฟ้า สัญ ลักษณ์ของ “ความรุ่งโรจน์ที่เปราะบาง” ย้ำเตือนเราว่า ความสำเร็จ ชื่อเสียง หรืออำนาจ อาจหอมหวานเพียงชั่วครู่ ดั่งดอกไม้ที่มีเวลาเบ่งบานในเวลาอันสั้น และเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งเหล่านั้นอาจเสื่อมสลาย เหลือทิ้งไว้เพียง “ความผูกพัน และ ความทรงจำ”

“TOMATO HEAD” ศิลปินจากประเทศไทยผู้หลงใหลในโลกของแมลง สัตว์ มนุษย์และธรรมชาติ เธอสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างชีวิตและธรรมชาติ และคำถามเกี่ยวกับโลกใบนี้ และสื่อสารถึงความลับและความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตในธรรม ชาติ โดยเฉพาะแมลง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลง การเจริญเติบโต และความละเอียดอ่อนในชีวิตผ่านงานศิลปะ

Rose by 29 Art-Studio วุฒิภัทร วงศ์ดี หรือ ภัทร สภาวะความผูกพันในความรัก นิทรรศการ “สภาวะความผูกพันในความรัก” โดยผ่านคาแรคเตอร์ Ruby ของภัทร  เป็นงาน doodle art เป็นการวาดรูปลายเส้นขยุกขยิกไปตาม อารมณ์ไม่มีจุดประสงค์แน่ชัดว่า จะวาดรูปอะไร ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความรู้สึก นึกคิดของผู้วาดในช่วงเวลานั้น เป็นศิลปะบำบัดที่ช่วยให้ผ่อนคลาย พัฒนาความ ว่า เพิ่มสมาธิ และควบคุมอารมณ์

Rosemary by Captain MOZMO โดย ณัฐชา ลีวันแสงทอง หรือ มากิ ความทรงจำ รักตลอดกาล Rosemary ไม่ได้เป็นเพียงพืชสมุนไพร แต่เป็น “ผู้เก็บความทรงจำ” พลังแห่งการระลึกถึง ความรัก ความผูกพันอันแสนอบอุ่น ที่เคยได้สัมผัสจากบุคคลอันเป็นที่รักในอดีต ไม่ว่าความสัมพันธ์จะสิ้นสุดลงด้วยการจากลาหรือระยะทางที่ไกลแสนไกล ย้ำเตือนถึงสายใยแห่งความรักและความทรงจำที่ไม่เคยจางหาย แม้ร่างกายจะแยกจากกันไป แต่หัวใจและจิตวิญญาณยังคงอยู่ตลอดกาล

มากิ นักวาดภาพประกอบ และนักออกแบบคาแรคเตอร์ สาวน้อยผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ ด้วยความโดดเด่นของผลงานสไตล์แฟนตาซี ทําให้เธอเฉิดฉายในวงการออกแบบคาแรคเตอร์ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง มากิเดินทางบนเส้นทางศิลปินผ่านการเล่าเรื่องราวของตัวละครหลัก นามว่า “Mozmo” เด็กน้อยผู้เผชิญกับโลกแห่งความจริงที่ไม่ได้สวยงาม อย่างที่ฝัน ตัวละครที่สะท้อนถึงมุมมองและพลังงานบวกในการอาศัยอยู่ บนโลกนี้ให้ดีและเหมาะสมที่สุดเท่าที่จะทำได้

Lily of the Valley โดย อรญา ลัดดากลม หรือ  Lookplu8 (ลูกพลับ) ความสมหวังเรื่องความรัก “Lily of the Valley by Karoke : เสียงกระดิ่งแห่งความสมหวัง” เจ้าดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ที่เรียงตัวอย่างงดงาม ราวกับกระดิ่งจากสรวงสรรค์ ถูกยกย่องให้เป็นตัวแทนของความสุข ความสมหวัง และการเริ่มต้นใหม่ รูปร่างที่ละม้ายคล้าย กระดิ่งเล็ก ๆ ของ Lily of the Valley ทำให้มันมีความหมายพิเศษในวัฒนธรรมต่างๆ เชื่อกันว่าเสียงของกระดิ่งสามารถขับไล่พลังงานลบและสิ่งไม่ดีออกไปได้ พร้อมกับเรียกสิ่งดีๆเข้ามาแทนที่ ไม่ว่าจะเป็นโชคลาภ ทรัพย์สมบัติ หรือโอกาสที่ดีในชีวิต ตัวแทนของความเชื่อในสิ่งดีงาม กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ลูกพลับ นักวาดภาพประกอบ นักออกแบบคาแรคเตอร์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ผู้มีลายเส้นตัวการ์ตูนที่น่ารักสดใส โดยใช้กลุ่มตัวละครนามว่า “Karoke” เหล่ากระรอก และ ผองเพื่อน บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครหลัก “Yui (ยุ้ย)” เจ้ากระรอกสีขาวแก้มแดงผู้ชื่นชอบขนมหวานเป็นชีวิตจิตใจโดย เฉพาะคุ้กกี้ ด้วยลายเส้นที่แสนน่ารักของเจ้า Yui และผองเพื่อน ทําให้ลูกพลับ ถูกรับเชิญเข้าร่วมงานคาแรคเตอร์ระดับประเทศมากมาย อีกทั้งยังได้ร่วม คอลแลปกับแบรนด์ดังอย่าง Astro Boy Go!, Garfield และ Devilcase อีกด้วย

Special Guest : นริศรา เพียรวิมังสา ผลงานของ นริศรา เพียรวิมังสา โดดเด่นด้านการใช้สีอะคริลิกสร้างสรรค์จิตรกรรมเชิงสัญลักษณ์ บุคคลลึกลับพร้อมดวงตาเบิกกว้างที่เต็มไปด้วยความใคร่รู้ รวมถึงงานปักผ้า (Embroidery) ที่มีความละเอียดอ่อน อัตลักษณ์ที่พิเศษไม่เหมือนใครคือการลดทอนความสมบูรณ์แบบทางกายวิภาค โดยเน้นผสานการสื่อความหมายจากสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจของผู้คนร่วมสมัย ทั้งหลากหลายและซับซ้อน มีทั้งด้านดีและร้าย ปะปนกันไป

แรงบันดาลใจจากแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ฉายบนก้อนเมฆ ที่เรียกว่า “Vanilla Sky” ซึ่งให้ความรู้สึกอ่อนหวาน สงบ แต่ก็แฝงความลึกลับแห่งราตรีที่กำลังคืบเข้ามา “Moon Child”  แสงจันทร์ที่เราเห็นนั้น ความจริงเป็นแสงของดวงอาทิตย์ที่สาดลงบนผิวของดวงจันทร์ ดังนั้นดวงจันทร์จึงเป็นอีกร่องรอยหนึ่งของแสงอาทิตย์

040

นักกอล์ฟสตรีระดับโลก ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025’ ชวนแฟนกอล์ฟคนไทยเย็บเต้านมเทียม ส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็ง

นักกอล์ฟสตรีระดับโลก ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025’  ชวนแฟนกอล์ฟคนไทยเย็บเต้านมเทียม ส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็ง

นักกอล์ฟสตรีระดับโลก ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025’ ชวนแฟนกอล์ฟคนไทยเย็บเต้านมเทียม ส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็ง

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.44 น.

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 จัดกิจกรรม “เย็บเต้ารวมใจ สู้ภัยมะเร็งเต้านม” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พาตัวแทนนักกอล์ฟสตรีระดับโลก เชิญชวนแฟนกอล์ฟร่วมเย็บเต้านมเทียม 600 ชุด เพื่อส่งต่อพลังให้ผู้ป่วยมะเร็ง ณ โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี ตลอด 4 วันของการแข่งขัน  

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 เวทีการแข่งขันกอล์ฟสตรีระดับโลก ร่วมส่งต่อพลังหญิงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 กับกิจกรรม “เย็บเต้ารวมใจ สู้ภัยมะเร็งเต้านม” โดยร่วมกับ บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยตัวแทนนักกอล์ฟระดับโลก   อากิเอะ อิวาอิ และ ชิซาโตะ อิวาอิ พี่น้องคู่แฝดจากญี่ปุ่น มืออันดับ 33 และ 52 ของโลกตามลำดับ จอร์เจีย ฮอลล์ มืออันดับ 82 ของโลกจากอังกฤษ และ มาย-ตรีฉัฐ จีนกลับ มืออันดับ 213 ดีกรีอดีตมือ 1 และ รุกกี้แห่งปีของเลดีส์ ยูโรเปียน ทัวร์ ปี 2023 เชิญชวนแฟนกีฬาร่วมเย็บเต้านมเทียม 600 ชุด ในช่วงสัปดาห์การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ระหว่างวันที่ 20-23 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 09.00-15.00 น. ณ ฮอนด้า พาวิลเลียน กรีนหลุม 18 สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี (Chonburi Cancer Hospital) ทั้งยังสร้างการรับรู้และตระหนักถึงภัยจากโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของสตรีทั่วโลก โดยในประเทศไทยมีผู้ป่วยใหม่เฉลี่ย 22,000 รายต่อปี

อากิเอะ อิวาอิ และ ชิซาโตะ อิวาอิ สองพี่น้องที่สร้างสถิติเป็นฝาแฝดคู่แรกที่คว้าทัวร์การ์ดในประวัติศาสตร์ของแอลพีจีเอทัวร์ กล่าวร่วมกันว่า “กิจกรรมนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเย็บเต้านมเทียมเพื่อมอบให้ผู้ป่วย แต่ยังเป็นการส่งต่อกำลังใจและความหวังให้พวกเขาอีกด้วย เราสองคนรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือในครั้งนี้”

มาย-ตรีฉัฐ จีนกลับ กล่าวเสริมว่า “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ถือเป็นทัวร์นาเมนต์ของผู้หญิงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและแรงใจ กิจกรรมเย็บเต้านมเทียมในครั้งนี้เป็นเหมือนการส่งต่อกำลังใจให้กับผู้หญิงด้วยกัน ถือเป็นประสบการณ์ที่พิเศษมากๆ  สำหรับมายในปีนี้  มายขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ได้ตลอดทั้ง 4 วันของการแข่งขันนะคะ”

กิจกรรม “เย็บเต้ารวมใจ สู้ภัยมะเร็งเต้านม” โดย ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์  จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2567 ได้ส่งต่อพลังหญิงจากเหล่านักกอล์ฟระดับโลก นำโดย เม-เอรียา จุฑานุกาล และ ลูซี่ ลี นักกอล์ฟดาวรุ่งชาวอเมริกัน พร้อมด้วยแฟนกอล์ฟ ร่วมเย็บเต้านมเทียมจำนวน 400 ชุด ได้ส่งมอบพร้อมบราและเงินบริจาค รวมมูลค่า 150,000 บาทให้กับโรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการให้บริการผู้ป่วยโรคมะเร็งในภาคตะวันออก ในช่วงเดือนเมษายน 2024

การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ทัวร์นาเมนต์ระดับโลกที่เหล่าแฟนกอล์ฟชาวไทยและทั่วโลกต่างรอคอย จะกลับมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยมีนักกอล์ฟระดับโลกรวม 72 คน ร่วมแข่งขันเพื่อชิงเงินรางวัลรวม 1.7 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี

สามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันทั้งแบบทั่วไปและแบบวีไอพี รวมถึงติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง http://www.hondalpgathailand.com หรือเฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม http://www.instagram.com/hondalpgathailand

040

MIKIMOTO ชวนเซเลบฯ ฉลองโฉมใหม่บูติกสาขาประเทศไทย เผยโฉมไฮจิวเวลรี่คอลเลกชัน ‘The Bows’ จากปารีสแฟชั่นวีค 2024

MIKIMOTO ชวนเซเลบฯ ฉลองโฉมใหม่บูติกสาขาประเทศไทย  เผยโฉมไฮจิวเวลรี่คอลเลกชัน ‘The Bows’ จากปารีสแฟชั่นวีค 2024

MIKIMOTO ชวนเซเลบฯ ฉลองโฉมใหม่บูติกสาขาประเทศไทย เผยโฉมไฮจิวเวลรี่คอลเลกชัน ‘The Bows’ จากปารีสแฟชั่นวีค 2024

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.33 น.

MIKIMOTO (มิกิโมโต้) แบรนด์เครื่องประดับไข่มุกจากประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับโลก เชิญเหล่าเซเลบริตี้ร่วมเฉลิมฉลองโฉมใหม่ MIKIMOTO (มิกิโมโต้) บูติกสาขาประเทศไทยที่สยามพารากอน  ด้วยแฟชั่นโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในงาน MIKIMOTO High Jewellery Collection “The Bows” Celebrates the Boutique’s Renewal นำคอลเลกชันล่าสุด “The Bows” ที่เปิดตัวในปารีสแฟชั่นวีค 2024 มาให้เพิร์ลเลิฟเวอร์ชาวไทยได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก โดยมี เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข และ เบลล่า-ราณี แคมเปน เป็นแขกรับเชิญคนพิเศษ ณ ชั้น M (Crystal Court, North Zone) สยามพารากอน

โยชิฮิโระ ซาซากิ ประธาน บริษัท มิกิโมโต้ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เพื่อมอบประสบการณ์ในการเลือกซื้อเครื่องประดับที่แตกต่างอย่างเหนือระดับ เราจึงภูมิใจอย่างมากที่ได้ต้อนรับลูกค้าคนสำคัญสู่บูติกโฉมใหม่ของ MIKIMOTO สาขาประเทศ ไทยที่สยามพารากอน ซึ่งถูกออกแบบปรับโฉมให้สะท้อนถึงความเป็น MIKIMOTO ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมกับการจัดแสดงคอลเลกชันล่าสุด The Bows อันประณีตงดงาม เหนือกาลเวลา ตามแบบฉบับเครื่องประดับชั้นสูงของ MIKIMOTO ทีทำ ให้โอกาสแห่งการเฉลิมฉลองครั้งนี้พิเศษมากยิ่งขึ้น”

สำหรับโฉมใหม่ของ MIKIMOTO Boutique สาขาประเทศไทย ที่สยามพารากอน เป็นการปรับโฉมหลังจากเปิดต้อนรับเพิร์ลเลิฟเวอร์ชาวไทยมาอย่างยาวนานกว่า 19 ปี โดยโฉมใหม่นี้ออกแบบให้สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์ในทุกจุด ตั้งแต่ฟาซาด (Facade) ด้านหน้าที่นำสัญลักษณ์ตัว “M” ของ MIKIMOTO มาสร้างสรรค์เป็นลวดลายแสนเก๋ไปจนถึงผนังภายในร้านที่ดีไซน์ให้มีลักษณะคล้ายคลื่นทะเล โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าที่ออกแบบเป็นคลื่นขนาดใหญ่ ถ่ายทอดความรู้สึกให้เหมือนถูกโอบล้อมด้วยทะเลอันเป็นแหล่งที่มาของไข่มุกเม็ดงาม

ภายในงาน MIKIMOTO High Jewellery Collection “The Bows” Celebrates the Boutique’s Renewal  มีไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอยคือ แฟชั่นโชว์  ซึ่งนำไฮจิวเวลรีคอลเลกชันล่าสุด “The Bows” ที่เปิดตัวในงานปารีสแฟชั่นวีคเมื่อปี 2024 มาให้เพิร์ลเลิฟเวอร์ชาวไทยได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก โดย “The Bows” เป็นคอลเลกชันเครื่องประดับชั้นสูงที่นำแรงบันดาลใจจากความสง่างามเหนือกาลเวลาและความอ่อนช้อยของโบว์มาออกแบบเป็นเครื่องประดับไข่มุกอันวิจิตรงดงาม เพื่อแสดงความเคารพต่อความเป็นหญิง ศิลปะ และงานฝีมืออันประณีตที่เป็นเอกลักษณ์ของ MIKIMOTO

คอลเลกชันนี้ได้นำโบว์ริบบิ้นแบบดั้งเดิมที่เคยได้รับความนิยมอย่างมากมาสร้างสรรค์ใหม่ให้มีความร่วมสมัย ผสมผสานความแวววาวของไข่มุกเข้ากับงานโลหะที่ละเอียดอ่อน เพิ่มความพิเศษด้วยอัญมณีสีสันสดใส ให้ความรู้สึกหรูหราและอ่อนช้อยเป็นเอกลักษณ์ด้วยฝีมืออันประณีตของช่างอัญมณีชั้นสูงที่สืบทอดต่อกันมานานกว่าศตวรรษ จนเป็นเครื่องประดับชิ้นงามที่สะท้อนความเป็น MIKIMOTO ได้อย่างชัดเจน

MIKIMOTO เป็นแบรนด์เครื่องประดับชั้นสูงของญี่ปุ่นที่ก่อตั้งโดย มร.โคคิชิ มิกิโมโตะ (Kokichi Mikimoto) ซึ่งประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงไข่มุกเป็นครั้งแรกของโลกเมื่อปี ค.ศ.1893 และได้รับการยอมรับระดับสากลในฐานะผู้บุกเบิกมุกเพาะเลี้ยงมายาวนานกว่า 130 ปี ปัจจุบันมีสาขาอยู่ทั่วโลก ทั้ง ปารีส, นิวยอร์ก, ลอนดอน, ปักกิ่ง, ฮ่องกง, สิงคโปร์ และกรุงเทพฯ ประเทศไทย ข้อมูลเพิ่มเติมและชมคอลเลกชันเครื่องประดับล่าสุดผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการที่ http://www.mikimoto.co.th

040

ชมรมเพลินไทยสมัยนิยม เปิดตัว ‘นุ่น สุภชา ซาเอกิ’ ดีไซเนอร์หัวนอกที่หลงใหลเส่นห์ผ้าไทย ผ่านแบรนด์ ‘saeki’

ชมรมเพลินไทยสมัยนิยม เปิดตัว ‘นุ่น สุภชา ซาเอกิ’ ดีไซเนอร์หัวนอกที่หลงใหลเส่นห์ผ้าไทย ผ่านแบรนด์ ‘saeki’

ชมรมเพลินไทยสมัยนิยม เปิดตัว ‘นุ่น สุภชา ซาเอกิ’ ดีไซเนอร์หัวนอกที่หลงใหลเส่นห์ผ้าไทย ผ่านแบรนด์ ‘saeki’

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.23 น.

ชมรมเพลินไทยสมัยนิยม นำโดย ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา ประธานชมรมฯ ร่วมกับ หนึ่ง สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวตี้ เจมส์ แฟคตอรี่ จำกัด ในฐานะประธานจัดงาน ร่วมกันจัดงาน “ราตรีอัญมณีแห่งผ้าไทย” (The Jewel of Thai Fabric Night) เพื่อเฉลิมฉลองความงดงามของผ้าไทยและเชิดชูคุณค่าทางวัฒนธรรม พร้อมเปิดตัว  “นุ่น สุภชา ซาเอกิ” ดีไซเนอร์รุ่นใหม่แห่งแบรนด์ saeki ที่นำความรู้ความสามารถที่ได้เก็บเกี่ยวจากการไปเรียนและการทำงานจากหัวเมืองแฟชั่นอย่างโตเกียวและนิวยอร์ก มาจัดแฟชั่นโชว์เปิดตัวแบรนด์ครั้งแรกในประเทศไทย หนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่กำลังเดินตามความฝัน นุ่น สุภชา ซาเอกิ สาวลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น ที่กำลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานในนิว ยอร์ก พร้อมกับมองหาโอกาสในการทำแบรนด์แฟชั่นของตัวเอง โดยนำผ้าไทยไปสร้างชื่อให้คนต่างชาติได้รู้จักมากยิ่งขึ้น

นุ่น -สุภชา สาวเก่งที่มีดีกรีปริญญาตรีจาก Bunka Fashion College ด้าน Fashion Design ประเทศญี่ปุ่น และศึกษาต่อปริญญาโท ที่นิวยอร์ก จาก LIM College ด้าน Fashion Merchandising and Retail Management หลังจากจบการศึกษาได้ทํางานต่อที่นิวยอร์ก ทางด้าน Production Management ที่เป็น local brand ของนิวยอร์ก เล่าถึงการทำงานว่า พอเรียนจบเธอทำงานที่นั่นทันที่ ทำมา 5 ปีแล้ว ด้วยหน้าที่ Production แต่ความรับผิดชอบค่อนข้างมาก ทั้งคุยกับดีไซเนอร์ และมาร์เก็ตติ้ง หาสินค้า ดีลกับโรงงาน ทำให้เธฮมีประสบการณ์การทำงานที่หลากหลายและสนุกมาก

 “งานที่ทำอยู่สนุกค่ะ ตรงที่หน้าที่รับผิดชอบของเราไม่ใช่แค่เราทำด้านใดด้านหนึ่งค่ะ นุ่นดู Production แต่ก็ต้องช่วยดีไซเนอร์ดูด้านออกแบบด้วย อย่างเช่น ถ้าดีไซน์มา แต่แบบมันไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ เราต้องปรับเปลี่ยนและเสนอไอเดียให้เข้ากับแบรนด์ของเราให้ได้มากที่สุด ก่อนคอนเฟิร์ม product กับโรงงานที่จะผลิต ก็ต้องคุยเรื่องราคา กับ Sales Marketing Branding ด้วยค่ะ คือต้องทำงานแบบ Collaborate กับหลายด้าน ช่วงที่ทำงานก็เลยเริ่มคิดที่ทำแบรนด์แฟชั่นของตัวเอง เพราะนุ่นชอบงานดีไซน์และก็พอรู้ธุรกิจในวงการนี้”

นุ่น -สุภชา เริ่มทำแบรนด์ของตัวเองในชื่อ SAEKI (ซาเอกิ)  ไปพร้อมๆ  กับทำแฟชั่นโชว์เพื่อเปิดตัวแบรนด์ครั้งแรกที่ประเทศไทย  ในงาน “ราตรีอัญมณีแห่งผ้าไทย”  และงานนี้เป็นการกระตุ้นสิ่งที่เธอคิดไว้นานแล้วให้เป็นรูปร่างเพียงไม่กี่เดือน กับ SAEKI with the Jewelry of Thai Fabrics Night project  

 “นุ่นเริ่มแฟชั่นโชว์และสร้างแบรนด์นี้ภายใน 3 เดือน ระยะเวลาสั้นมากก็เป็นงานที่หนักและต้องทุ่มเทเยอะมากแต่พอทำเสร็จแล้วก็ภูมิใจค่ะ สบายใจที่ทุกอย่างออกมาดีอย่างที่หวังไว้ ทุกชุดในคอลเลกชั่นนี้ ใช้ผ้าไทยทั้งหมดเลยค่ะ ซึ่ง Brand Position ที่นุ่นคิดไว้ตั้งใจจะทำเกี่ยวกับผ้าไทยอยู่แล้ว อยากโชว์ผ้าไทย เอาผ้าไทยไปที่นิวยอร์กให้คนรู้จัก thai silk และผ้าไทยมากขึ้นตลาดที่นิวยอร์ก นุ่นมองว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก นุ่นอยากลองเอาคอลเลคชั่นนี้ไปโชว์ที่นิวยอร์กดูค่ะ ประสบการณ์การทำงานที่ทำอยู่ ก็ทำให้นุ่นได้เรียนรู้ธุรกิจแฟชั่นในนิวยอร์กที่จะนำมาให้เป็นประโยชน์ได้ค่ะ”

ในครั้งนี้  SAEKI with the Jewelry of Thai Fabrics Night project   นุ่น สุภชา  เลือกใช้คอนเซ็ปต์ Land of the Rising Sun มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบโดย หยิบยกเอาวัฒนธรรมการแต่งกายของคนญี่ปุ่น อย่างกิโมโนมาผสมมสานกับผ้าทอลาย จาก จิม ทอมป์สัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานการใช้วัตถุดิบ ผ้าและการออกแบบที่ทันสมัย

นอกจากนั้น ในโปรเจคนี้  นุ่น สุภชา ยังได้ทำงานร่วมกับชุมชนทอผ้าไหมพื้นถิ่น จากอำเภอนาโพธิ์  จังหวัดบุรีรัมย์  เลือกใช้ผ้าที่เกิดจากวัสดุธรรมชาติ เช่น สีน้ำตาลเกิดจากเปลือกของต้นประดู่ ผสานไปกับผ้าไหมทอของ จิม ทอมป์สัน ที่มีลวดลายคล้ายพระอาทิตย์ แสดงออกถึงดินแดนอาทิตย์อุทัย รวมถึงผ้าไหมมัดหมี่จากศูนย์ศิลปาชีพฯ  เพื่อสนับสนุนผ้าไหมของไทย

สามารถติดตามผลงานของ นุ่น สุภชา ซาเอกิ และแบรนด์ของเธอ ได้ที่ Instagram: saekiofficial

040

Maison Valentino เปิดตัวบูติกในคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เอ็มควอเทียร์

Maison Valentino  เปิดตัวบูติกในคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เอ็มควอเทียร์

Maison Valentino เปิดตัวบูติกในคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เอ็มควอเทียร์

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.13 น.

Maison Valentino  ประกาศเปิดตัวบูติก ณ เอ็มควอเทียร์  หลังปรับปรุงใหม่บนพื้นที่กว่า 230 ตารางเมตร ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายรีเทลทั่วโลก พร้อมนำเสนอคอนเซ็ปต์ใหม่ของบูติก  ที่เปรียบเสมือนบ้านหลังใหม่ของเมซงและสถานที่ที่ต้อนรับลูกค้าอย่างใกล้ชิด ด้วยการวางความสัมพันธ์ที่มีต่อลูกค้าเป็นหัวใจของเมซง พร้อมเฉลิมฉลองเอกลักษณ์อันโดดเด่นและมรดกที่สืบทอดจากอิตาลีของ Valentino

การเปิดตัวครั้งใหม่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของเมซงในฐานะห้องเสื้อชั้นสูง เมซง เดอ กูตูร์ (Maison de Couture) ด้วยการออกแบบภายในที่สอดคล้องกับความชำนาญด้านงานฝีมือและความงามของเมซง พื้นของร้านตกแต่งด้วยการผสมผสานระหว่างกระเบื้องหินอ่อนบอตติชิโน (Botticino) และหินอ่อนแบล็ค มาร์คิวน่า (Black Marquina) ที่มีลวดลายเด่นชัด ไปจนถึงไม้ที่ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความอบอุ่น ความสง่างาม และความหรูหราที่ดูเรียบง่าย

บูติกแห่งนี้เต็มไปด้วยการเลือกใช้วัสดุที่หลากหลายและรายละเอียด ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมโรมัน เพื่อมอบประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าที่เป็นส่วนตัวและการบริการที่โดดเด่นในบรรยากาศที่สะดวกสบาย Maison Valentino ได้ร่วมมือกับช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญในการรังสรรค์ของตกแต่งสำหรับพื้นที่นี้โดยเฉพาะ มาสซิมีเลียโน พิโปโล (Massimiliano Pipolo) ได้ออกแบบด้ามจับประตูเซรามิกทำมือที่มีรูปร่างเป็นธรรมชาติและอยู่กึ่งกลางระหว่างการใช้งานจริงและความเป็นนาม ธรรม นอกจากนั้น อเลสซานเดร โลเช (Alexandre Logé) ยังได้ออกแบบโคมไฟระย้าทำจากปูนปั้นสีขาวที่มีความละเอียดอ่อน ตัวโคมไฟมีกิ่งก้านแผ่ขยายให้แสงสว่างกับพื้นที่ในบูติก

คอลเล็กชั่นเสื้อผ้า ready-to-wear สำหรับผู้ชายและผู้หญิงจาก Valentino, เครื่องประดับ Valentino Garavani และคอลเล็กชั่นแว่นตา Valentino ถูกนำเสนอผ่านการออกแบบที่เรียบหรูพร้อมกับรายละเอียดการตกแต่งที่คาดไม่ถึง อีกทั้ง บูติก Valentino เอ็มควอเทียร์ ยังเตรียมต้อนรับคอลเล็กชั่น Pavillon des Folies ในเร็วๆ นี้ ด้วย

040

ภัยเงียบ ‘หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท’ รักษาไม่ตรงจุดเสี่ยงพิการ

ภัยเงียบ ‘หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท’ รักษาไม่ตรงจุดเสี่ยงพิการ

ภัยเงียบ ‘หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท’ รักษาไม่ตรงจุดเสี่ยงพิการ

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังเผย หากมีอาการปวดคอ ร่วมกับอาการปวดร้าวลงแขน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เร่งพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัย รักษาช้า ไม่ตรงจุด เสี่ยงพิการถาวร

นายแพทย์ ฐปนัตว์ จันทราภาส แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส สไปน์ เผยว่า โรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เป็นโรคที่เกิดจากการที่หมอนรองกระดูกระดับคอมีการเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งปกติ และทำให้เกิดการกดเบียดเส้นประสาท หมอนรองกระดูกคอมีโอกาสเสื่อมก่อนวัยได้ จากการใช้งานคอหนักๆ ทั้งการ
ก้มเงยแบบสุดๆ หรือการโยกคอแรงๆ หรือการก้มหน้าทำงานในยุคปัจจุบัน ล้วนแต่เป็นการใช้งานหมอนรองกระดูกคออย่างหนักทั้งสิ้น

หากคุณรู้สึกตึงๆ ที่หลังคอ ปวดหัวบริเวณท้ายทอย ปวดที่บริเวณสะบักร้าวลงแขนชาที่นิ้วมือ หรือปวดเหมือนไฟฟ้าช็อต มืออ่อนแรงติดกระดุมไม่ได้ ทานยามานานเกินกว่า 1 เดือนแล้วไม่หาย นี่คือสัญญาณเสี่ยงของโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท หากปล่อยให้เกิดการกดทับไว้นานเท่าไหร่ จะทำให้เกิดอาการชาและอ่อนแรงของแขนและเสียการทรงตัวได้ ทางที่ดีควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และประเมินหาแนวทางรักษา

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เกิดจากอุบัติเหตุการกระแทกรุนแรง หรือ เกิดจากการเดิน ยืน นั่ง ที่ผิดท่า หรือการเล่นกีฬาผิดวิธี การนั่งทำงานหรือก้มหน้าเป็นเวลานาน ซึ่งการก้มเงยศีรษะ หัน หรือ บิดคออย่างรวดเร็วรุนแรง จะทำให้เกิดแรงกดไปยังหมอนรองกระดูกคอมากขึ้น ทำให้หมอนรองกระดูกคอต้องรับน้ำหนักมาก และเกิดการบาดเจ็บได้ง่าย

สำหรับการวินิจฉัย หากอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยานานกว่า 1 เดือน แพทย์จะตรวจร่างกาย ตรวจคอและระบบประสาทส่วนคอ ร่วมกับการวินิจฉัยเพิ่มเติม โดยการทำ X-RAY ร่วมกับการทำ MRI เพื่อหาสาเหตุที่แท้แพทย์จะตรวจระบบประสาทส่วนคอด้วยการทำ X-ray ร่วมกับการทำ MRI เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

แนวทางการรักษาโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท ปัจจุบันมีเครื่องมือ การรักษาที่ทันสมัยและช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1.อาการไม่รุนแรงมาก อันดับแรกหากมีอาการปวดให้ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ถ้าปรับแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะใช้ยาแก้ปวด ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดที่เหมาะสม อาการอาจจะดีขึ้นตามลำดับภายในไม่กี่สัปดาห์

2.ผู้ป่วยที่มีข้อบงชี้ในการรักษาด้วยการผ่าตัด ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีอาการปวดคอ บ่า ไหล่เรื้อรัง หรือ ปวดต้นคอท้ายทอย มานาน รักษาแล้วอาการปวดยังไม่ดีขึ้น ปวดร้าวลงแขน ชาหรืออ่อนแรง ที่มือและแขน ที่เกิดจากการกดทับเส้นประสาท หรือ ไขสันหลังส่วนคอ

การผ่าตัดมีหลายวิธี แต่วิธีใหม่แบบ Minimally lnvasive Spine Surgery หรือ MIS Spine คือ แพทย์จะทำการผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนคอทางด้านหลัง ด้วยเทคนิค PSCD (Percutaneous Stenoscopic Cervical Decompression) เพื่อขยายช่องกระดูกสันหลังส่วนคอ และทำการนำกล้องเอ็นโดสโคป ที่มีความละเอียดสูงเข้าไปในช่องว่างภายในกระดูกคอเพื่อนำหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาทออกมา และขยายโพรงเส้นประสาทที่แคบให้กว้างขึ้น ลดการกดทับไขสันหลังและเส้นประสาทหลังจากได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้วผู้ป่วย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำหลังการผ่าตัด ของแพทย์เพื่อการหายอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดหมอนกระดูกสันหลังส่วนคอ ด้วยเทคนิคแบบ PSCD ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ ดังนั้น จึงต้องใช้ความเชี่ยวชาญของแพทย์เฉพาะทางควบคู่ในการรักษาผู้ป่วยทำให้ไม่เป็นที่แพร่หลาย และจะพบได้ที่โรงพยาบาลเฉพาะทางที่รักษาโรคกระดูกสันหลังโดยเฉพาะ ทั้งนี้ สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลเอส สไปน์โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โทร. 02-0340808

ทริปนี้ต้องสวยเป๊ะปัง ! ททท. x พันธมิตร ชวนกูรูสายบิวตี้ เปิดตัว Capture The Moment ให้ทุกช็อตน่าจดจำ

ทริปนี้ต้องสวยเป๊ะปัง ! ททท. x พันธมิตร ชวนกูรูสายบิวตี้  เปิดตัว Capture The Moment ให้ทุกช็อตน่าจดจำ

ทริปนี้ต้องสวยเป๊ะปัง ! ททท. x พันธมิตร ชวนกูรูสายบิวตี้ เปิดตัว Capture The Moment ให้ทุกช็อตน่าจดจำ

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง ร่วมกับ พอลล่า เจ เอเจนซี่, EVEANDBOY, BIG Camera, DiveHouse และ แพลตฟอร์มท่องเที่ยว Gother เปิดตัวโครงการ Capture The Moment @ภาคกลาง ทริปที่ให้คู่รักหรือคู่เพื่อนได้มาเก็บภาพสวยๆในสถานที่ท่องเที่ยวในภาคกลาง เหมือนfashion look book ของตัวเอง พร้อมกิจกรรม workshop แต่งหน้าและถ่ายภาพจากกูรู เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภาคกลาง โดยนำเทรนด์ “Fashion & Beauty” มาเป็นตัวขับเคลื่อน ให้เกิดไอเดียมุมมองในการท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อสร้างความประทับใจในการเดินทาง บันทึกเป็นGrand Moment ครั้งหนึ่งในชีวิต โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นเกียรติกล่าวเปิดงาน ณ อาคาร ททท. สำนักงานใหญ่

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า “ททท. เตรียมแผนจัดกิจกรรมใหญ่ภายใต้แคมเปญ “Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025” ซึ่งเป็นแคมเปญที่มุ่งมั่นที่จะยกระดับการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก โดยมี5 Grand เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน ได้แก่ Grand Festivity, Grand Moment, Grand Privilege, Grand Invitation และ Grand Celebration ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ การกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเน้นการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจและตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวไทย

โครงการ Capture the Moment @ภาคกลาง จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญภายใต้แนวคิด Grand Moment ที่จะมาเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในภาคกลางให้มีความพิเศษและน่าจดจำมากยิ่งขึ้น โดยการร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแรง เช่น EVEANDBOY และ BIG Camera มาร่วมกันจัดทริปสุดพิเศษที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มทักษะให้กับนักท่องเที่ยวที่รักการถ่ายภาพและชื่นชอบแฟชั่น ด้วยการเวิร์กช็อปแต่งหน้ากับ Makeup Artist ชื่อดังจากทีมน้องฉัตร และเรียนทริคถ่ายภาพกับช่างภาพระดับมือโปร ที่จะมาแนะนำเทคนิคการถ่ายภาพสวยๆ ในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น Hidden spot ในภาคกลาง อีกด้วย”

หิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟ แอนด์ บอย จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “เราเชื่อว่า เสน่ห์ของการเดินทางไม่ได้อยู่แค่สถานที่แต่รวมถึงการบันทึกช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่มาพร้อมกับสร้างสรรค์ลุคที่มั่นใจ อีฟ แอนด์บอย ในฐานะเป็นบิวตี้สโตร์หนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ครบครันด้วยสินค้าคุณภาพชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมทั้งสินค้าคุณภาพแบรนด์ไทย ที่มีศักยภาพเทียบเท่าในระดับสากล มุ่งมั่นที่จะทำให้ประเทศไทยเป็น Beauty Destination ที่มีความสวยงามทั้งสถานที่และผู้คน และอยากให้ทุกคนสวยในแบบของคุณทุกครั้งเมื่อออกเดินทางท่องเที่ยว”

ด้าน ชิตชัย เธียรกาญจนวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เผยว่า “BIG Camera พร้อมส่งเสริมนักท่องเที่ยวและ Content Creator ในการเก็บภาพความทรงจำและสร้างสรรค์ผลงานวีดีโอเผยแพร่ไปยังสื่อโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม เรามีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของการถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอ เช่น Action Camera, Drone ถ่ายภาพมุมสูง, Mirrorless Camera ที่จบทั้งภาพนิ่ง วีดีโอ และ Live คุณภาพระดับมืออาชีพ พร้อมอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น ไมค์ไวเลส, ขาตั้งกล้องเอาไปถ่ายนกถ่ายดาว ถ่ายวิวธรรมชาติ, กระเป๋าใส่กล้องเลนส์ และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย โครงการนี้ตอกย้ำแนวคิดของเราในการช่วยให้นักท่องเที่ยว Content Creator สามารถเก็บภาพความทรงจำและคอนเทนต์ที่มีคุณภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบทุกช่วงเวลา”

อนุพงษ์ เกรียงไกรลิปิกร ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ Gother กล่าวว่า “เราเป็นแพลตฟอร์มจองท่องเที่ยวออนไลน์ของคนไทยเพื่อคนไทย ที่ทำขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคน เพราะฉะนั้นGother คือเพื่อนร่วมทางที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวไทยสามารถท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ได้สำรวจโลกกว้างได้มากกว่าเดิม และ Gother ยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญ Capture the Moment @ภาคกลาง ในการนำเสนอส่วนลดพิเศษ ที่พัก กิจกรรมรถเช่า ในภาคกลาง ซึ่งจะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางครั้งใหม่ของทุกคน ให้ทุกโมเมนต์เป็นความทรงจำที่คุ้มค่าและน่าประทับใจ อีกทั้ง Gother ยังมีบริการดูแลและช่วยเหลือลูกค้าตลอด24 ชั่วโมง ทำให้คุณได้ท่องเที่ยวแบบสบายใจและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น”

โครงการ “Capture the Moment @ภาคกลาง” มีกิจกรรมไฮไลท์ ที่พลาดไม่ได้คือ “Exclusive Outdoor Fashion Photography Trip” ทริปที่นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยว 4 ทริป 4 theme สำหรับคู่รักหรือคู่เพื่อนได้มาเก็บภาพสวยๆ ในสถานที่ท่องเที่ยวในภาคกลาง พร้อมทำกิจกรรม workshop แต่งหน้า โดย Makeup Artist ทีมแบรนด์น้องฉัตร CHAT Cosmetics และเรียนทริคถ่ายภาพเก๋ๆ กับช่างภาพมืออาชีพ จาก BIG Camera ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยาก เรียนจริง ถ่ายจริงในสถานที่จริง ได้ทั้งสกิล ได้รูปสวย และได้เที่ยวไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อได้ 4 ทริป 4 Theme ดังนี้ CITY OF LIGHTS ย่านพระนครแห่งสีสันเสน่ห์แฟชั่นยามค่ำคืน กรุงเทพฯ ธีมสำหรับคนอยากลองExplore สีสัน ได้รูปสวยๆ ยามค่ำคืน ใจกลางกรุงเทพฯ POWER OF FOREST พลังแห่งป่าเสน่ห์ภูผาหินเขางู จังหวัดราชบุรี ทริปนี้จะพานักท่องเที่ยวไปพบกับหน้าผาหินปูนสูงตระหง่าน ล้อมรอบด้วยทะเลสาบที่สะท้อนแสงแดดช่วงเวลาเย็นที่งดงาม LEGEND OF HERITAGEช่องลอดแสง ณ ปราสาทนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สัมผัสความมหัศจรรย์ของแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านช่อง สาดส่องกำแพงโบราณ สร้างบรรยากาศเหมือนภาพวาดแห่งอดีต สร้างภาพแสงเงาที่งดงามดั่งงานศิลปะ OCEAN SECRET ทุ่งลาเวนเดอร์แห่งท้องทะเล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทริปที่ทุกคนจะได้ไปถ่ายรูปใต้น้ำกับทุ่งลาเวนเดอร์ใต้ทะเล เกาะจาน อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ร่วมกับ DiveHouse

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Capture the Moment @ภาคกลาง ได้ที่ Facebook Page : Capture the Moment หรือ Line OA : @capturethemoment