Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประท้วงเทสลา-อีลอน มัสก์ ลามหนัก

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวอเมริกันจำนวนมากออกมารวมตัวชุมนุมตามศูนย์บริการของเทสลา บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของ อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกันหลายแห่งในสหรัฐฯ เนื่องจากไม่พอใจที่มัสก์ ในฐานะคนสนิทประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังนำภารกิจใน DOGE หน่วยงานพิเศษที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น เพื่อยุบและตัดลดขนาดและหน่วยงานต่างๆ ในรัฐบาลกลางที่มองว่าไม่จำเป็นลง ตามนโยบายปฏิรูปครั้งใหญ่ซึ่งส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากสุ่มเสี่ยงที่จะต้องตกงาน

การประท้วงต่อต้านมัสก์ลามไปเป็นการยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลจากหลายฝ่ายที่มองว่าการที่มัสก์เข้ามายุ่มย่ามวุ่นวายกับการจัดการหน่วยงานต่างๆ ในรัฐบาลกลางนั้นไม่ถูกต้องและไม่ผ่านการรับรองจากสภา ถือเป็นการแต่งตั้งให้เข้ารับตำแหน่งอย่างผิดกฎหมาย

Science Update : บลูโกสต์หยุดทำงานหลังสำรวจดวงจันทร์ 14 วัน

Science Update : บลูโกสต์หยุดทำงานหลังสำรวจดวงจันทร์ 14 วัน

Science Update : บลูโกสต์หยุดทำงานหลังสำรวจดวงจันทร์ 14 วัน

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ไฟเออร์ฟลาย แอโรสเปซ (Firefly Aerospace) ยืนยันล่าสุดว่า ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของยานลงจอด “บลูโกสต์” ที่ใช้ชื่อว่า Ghost Riders in the Sky นาน 2 สัปดาห์ สิ้นสุดลงแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังระบบยานที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ดับลง ถือเป็นภารกิจบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง และเป็นความพยายามครั้งแรกของ ไฟเออร์ฟลาย ในการไปดวงจันทร์ โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการ Commercial Lunar Payload Services (CLPS) ของนาซา ติดตั้งอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ของนาซา 10 ชิ้น ไว้บนยานลงจอด เพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับนักบินอวกาศ ในโครงการอาร์เทมิส (Artemis) ที่จะเดินทางมาถึงดวงจันทร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

บลูโกสต์ทำภารกิจสำเร็จหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการติดตามสัญญาณ GPS บนดวงจันทร์เป็นครั้งแรก ไปจนถึงการเจาะพื้นผิวดวงจันทร์ด้วยหุ่นยนต์ที่ลึกกว่าที่เคยมีมา จากนั้นยานได้ส่งข้อมูลทั้งหมด 119 กิกะไบต์ กลับมายังโลก รวมถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ 51 กิกะไบต์ อีกทั้งยังบันทึกภาพจันทรุปราคาเต็มดวง Blood Worm Moon ในวันที่ 13-14 มีนาคมได้ และถ่ายภาพวงแหวนอันงดงามส่งกลับมาให้คนทั่วโลกได้ชม

การลงจอดที่ประสบความสำเร็จนี้ เป็นครั้งที่สองที่ยานเอกชนลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ ต่อจากยานโอดิสซิอุส (Odysseus) ของอินทูอิทีฟ แมชชีน (IntuitiveMachines) ที่ลงจอดในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 และโอดิสซิอุสเองก็อยู่ปฏิบัติการบนพื้นผิวดวงจันทร์เป็นเวลา 7 วัน ก่อนจะจบภารกิจ

สำนักงานสลากฯ สานต่อ ‘สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปี 7’ เสริมแกร่งชุมชน ร่วมพัฒนาอย่างยั่งยืน

สำนักงานสลากฯ สานต่อ ‘สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปี 7’ เสริมแกร่งชุมชน ร่วมพัฒนาอย่างยั่งยืน

สำนักงานสลากฯ สานต่อ ‘สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปี 7’ เสริมแกร่งชุมชน ร่วมพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.48 น.

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) โดย พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากสำนักงานสลากฯ ทีมที่ปรึกษาซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาชุมชน และผู้นำชุมชน กลุ่มตัวแทนจากชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 10 แห่ง จากทั่วประเทศ ร่วมเปิดตัวโครงการ ‘สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปี 7’ ณ OROSE Food & Beverage จ.นนทบุรี

พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันในปี 2568 ได้ขับเคลื่อนเข้าสู่ปีที่ 7 เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์อย่างแท้จริงของสำนักงานฯ ในการดำเนินการตามวิสัยทัศน์การเป็น “องค์กรที่มุ่งเน้นนวัตกรรม ส่งเสริมเศรษฐกิจ สังคมให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน” ด้วยการสนับสนุนโครงการที่สามารถยกระดับ สร้างคุณค่า ส่งเสริมอาชีพ และเชื่อมต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่นให้กับชุมชน สู่การสร้างรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

สำหรับโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปี 7 ยังคงดำเนินการผ่านแนวคิดในการขับเคลื่อนด้านการพัฒนา การบริหารจัดการชุมชน ด้านผลิตภัณฑ์ชุมชน และบริการชุมชนที่มีเอกลักษณ์ของภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้มีสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตที่เอื้อต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว ตลอดจนในปีนี้ยังได้ให้ความสำคัญในการสนับสนุนด้านการพัฒนา “Soft Power” ให้ชุมชนสามารถใช้จุดแข็งของตนเอง เช่น อาหารพื้นบ้าน ศิลปหัตถกรรม และแหล่งท่องเที่ยว มาพัฒนาต่อยอด ผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้จากทีมที่ปรึกษาที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาชุมชนในมิติต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นเกิดการหมุนเวียน

“นอกจากภารกิจหลักในการจัดหารายได้ให้แผ่นดินแล้ว สำนักงานฯ ยังมุ่งมั่นให้โครงการสลาก
สรรค์สร้างเพื่อชุมชน เป็นอีกหนึ่งภารกิจหลักสำคัญในการนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการดำเนินการมาใช้ดูแลสังคมและชุมชน สนับสนุนชุมชนไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ผ่านโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวก เพราะเชื่อว่าความเข้มแข็งของชุมชนคือรากฐานสำคัญของความมั่นคงของประเทศ” 

ทั้งนี้ ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน จะต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 100 คน หรือไม่น้อยกว่า 50 หลังคาเรือน และมีพื้นฐานด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรม รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว โดยในปี 2568 ได้รับความสนใจจากชุมชนต้นแบบจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมากถึง 26 ชุมชน และคณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพในการพัฒนาจำนวน 14 ชุมชน แบ่งเป็น 10 ชุมชนใหม่ และ 4 ชุมชนเดิมจากโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปี 1-6 เพื่อลงพื้นที่ไปพัฒนาการบริหารจัดการชุมชนอย่างใกล้ชิด โดยทั้ง 10 ชุมชนใหม่ ได้แก่
1. ชุมชนบ้านคลองสอง จังหวัดนนทบุรี, 2.วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกาะลัดอีแท่น จังหวัดนครปฐม, 
3. วิสาหกิจชุมชนฮักเกษตรคลองลานบ้านเฮา จังหวัดกำแพงเพชร, 4.วิสาหกิจชุมชนตลาดหัวปลี จังหวัดสระบุรี, 
5.ชุมชนถ้ำรงค์ จังหวัดเพชรบุรี 6.วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวชุมชนป่าสักหลวง จังหวัดเชียงราย, 7.ศูนย์วัฒนธรรม
ไทลื้อวัดหย่วน จังหวัดพะเยา 8.วิสาหกิจท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านท่าข้ามควาย จังหวัดสตูล 9.วิสาหกิจชุมชน
เกษตรสรรค์สร้าง จังหวัดนครศรีธรรมราช และ 10.ชุมชนตำบลดอนนางหงส์ จังหวัดนครพนม

และ 4 ชุมชนเดิม ได้แก่ 1. ชุมชนไทดำบ้านนาป่าหนาด จ.เลย (โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปี 5), 2.ท่องเที่ยววิถีชุมชนบ้านเดื่อ จังหวัดหนองคาย (โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปี 6),  3.ชุมชนบ้านท่าวัดเหนือ จังหวัดสกลนคร (โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปี 6)  4.วิสาหกิจชุมชน บ้านตาชายายสาคลองห้าร้อย จังหวัดนนทบุรี (โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปี 6)

ทั้งนี้ ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการพัฒนาจากทีมที่ปรึกษาของโครงการฯ ทั้ง 4 ด้านประกอบด้วย ด้านการพัฒนาชุมชนด้านกลยุทธ์การตลาด ด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ตลอดจนการจัดแสดงนิทรรศการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล การจัดทำ E-Catalog นำเสนอผลิตภัณฑ์/บริการเด่นของชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่ปี 1-7 และการพัฒนาป้ายสำคัญในชุมชนและเอกสารแนะนำชุมชน รวมถึงการประชาสัมพันธ์ชุมชนให้เป็นที่รู้จักเพื่อเพิ่มรายได้ เช่น การจัดงานแถลงข่าวโครงการฯ การจัดการท่องเที่ยวชุมชน การเผยแพร่ข้อมูลชุมชน ผ่านสถานีโทรทัศน์/Youtuber เป็นต้น พร้อมด้วยการจัดทำแผนการยกระดับชุมชนฯ แผนการตลาดออนไลน์และแผนการเชื่อมโยงความสำเร็จเชิงพาณิชย์ให้กับทุกชุมชน ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 1-7 
มีจำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนาแล้วทั้งหมด 67 ชุมชน

แหวกฟ้าหาฝัน : 17 French Painting in National Museum of Western Art Tokyo 2

แหวกฟ้าหาฝัน : 17 French Painting in National Museum of Western Art Tokyo 2

แหวกฟ้าหาฝัน : 17 French Painting in National Museum of Western Art Tokyo 2

วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.11 น.

Gypsy in Reflection by Gustave Courbet

ใน National Museum of Western Art Tokyo ไม่เพียงมีผลงานของ Hubert Robertและ Eugene Delacroix ที่เป็นศิลปินฝรั่งเศสแนว Romanticism แล้ว ที่นี่ยังมีผลงานแนวRealism ซึ่งเป็นศิลปะที่โดดเด่นของฝรั่งเศสในช่วงเวลานั้นด้วย อาทิ Gypsy in Reflectionและ Fox Caught in a Trap by GustaveCourbet เขาปฏิเสธแนวทางศิลปะแบบดั้งเดิมรวมทั้ง Romanticism แต่ได้ก่อตั้งศิลปะแนวใหม่ที่เรียกว่า Realism ขึ้นซึ่งได้กลายเป็นต้นกำเนิดของ Impressionism และ Cubismในเวลาต่อมา ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1840ถึงต้นทศวรรษที่ 1850 นั้น เขาได้สร้างสรรค์ผลงานที่เนื่องกับชาวนาและชนชั้นกรรมาชีพขนาดใหญ่ที่มักใช้สำหรับงานแนวศาสนจักร และประวัติศาสตร์แทนส่งผลให้เขากลายเป็นที่รู้จักอย่างดี

ภายหลัง Courbet หันมาสร้างสรรค์งานแนวทิวทัศน์ ท้องทะเล ภาพนู้ด ภาพเหมือนและการล่าสัตว์จนเป็นที่มาของสมญานามจิตรกรนักล่า (Hunter-Painter) การที่เขาเลือกหัวข้อการล่าสัตว์ในการสร้างสรรค์งานโดยตีความให้เป็นศิลปะที่มีชีวิตนั้นก็เพื่อให้เป็นที่ถูกใจของราชวงศ์ชั้นสูงและคหบดีทั้งหลายด้วยความหวังที่จะใช้ความคลั่งไคล้การล่าสัตว์ของคนกลุ่มนี้มาสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเอง ภาพ Fox Caught in a Trap เป็นตัวอย่างหนึ่งของงานแนว Hunting ของเขาที่สะท้อนถึงอัจฉริยภาพของเขาได้อย่างเด่นชัดสังเกตจากสีหน้าท่าทางที่บิดเบี้ยวของหมาป่าที่ขาติดกับดักกลางหิมะบ่งบอกถึงความเจ็บปวดอย่างเหลือแสน

Fox Caught in a Trap by Gustave Courbet

Spring by Jean-Francois Millet ศิลปินแนว Realism อีกคนหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้งBarbizon School เขาชำนาญในการวาดภาพชาวนาท่ามกลางทิวทัศน์ Spring เป็นภาพที่ศิลปินจับเอาเรื่องของ Daphnis และ Chloe จากบทกวีของ Longus คีตกวีกรีกที่พูดถึงDaphnis เด็กชาย และ Chloe เด็กหญิงที่ถูกบิดา-มารดาที่แท้จริงทิ้งไว้และได้รับการเลี้ยงดูจากคนเลี้ยงแพะ 2 ครอบครัว ทั้งคู่ช่วยกันเลี้ยงแพะให้ครอบครัวบุญธรรมและเติบโตขึ้นมาพร้อมกันจนตกหลุมรัก แต่ทั้งคู่กลับไม่เข้าใจความรู้สึกนี้ Philetas ชายชราที่เลี้ยงแกะคนหนึ่งอธิบายให้ทั้งสองเข้าใจว่าการรักษาความรักจะทำได้ก็ต่อเมื่อทั้งคู่ต้องจูบกัน ทั้งคู่เชื่อและทดลองทำตาม ส่วนLycaenion หญิงจากในเมืองก็สอนเด็กชายต่อว่าการร่วมรักจะทำให้พวกเขามีความสุข แต่จะทำให้เด็กหญิงเจ็บปวดและเสียเลือด เด็กชายจึงละการปฏิบัติเสีย เพราะไม่ต้องการให้เด็กหญิงเจ็บปวด อย่างไรก็ดี สุดท้ายแล้วทั้งสองก็ได้แต่งงานกัน ภาพ Spring เป็นหนุ่มสาวในฤดูใบไม้ผลิที่สดใสซึ่งเป็นบรรยากาศที่สะท้อนถึงความรักของแรกรุ่นได้อย่างดีผ่านการใช้สีที่โทนอ่อนและฝีแปรงที่นุ่มนวล

La Siesta, Memory of Spain by Gustave Dore จิตกร ประติมากร นักวาดภาพประกอบและการ์ตูนชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงในการแกะสลักไม้โดยใช้หัวข้อจากวรรณคดีคลาสสิก และเรื่อง Divine Comedy ของ Dante Alighieri คีตกวีชาวอิตาเลี่ยนตลอดชั่วชีวิต Dore วาดภาพประกอบมากถึง 10,000 กว่าชิ้น แต่กว่าที่ผลงานของเขาจะได้รับการตอบรับอย่างดีก็หลังจากเขาเสียชีวิตไปร่วม 100 ปีแล้ว La Siesta, Memory ofSpain ภาพเด็กยิปซีหลายคนรวมตัวกันหน้าอาคารขนาดเล็กท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ และเงาสลัวๆ ทำให้คิดถึงภาพเด็กๆ ของศิลปิน Bartolomé Esteban Murillo ศิลปินชาวสเปน และแรงบันดาลใจจากการวาดภาพประกอบเรื่อง Don Quixote

La Siesta, Memory of Spain by Gustave Dore

Little Girl by William Adolphe Bouguereau จิตรกรแนว Realism ที่ชำนาญในการวาดภาพจากตำนานโดยเน้นไปที่ร่างกายของผู้หญิงนี้เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงทั้งในฝรั่งเศสและสหรัฐฯ ตั้งแต่มีชีวิตอยู่ ผลงานแนวนี้ของเขากลายเป็นของสะสมที่คหบดีต้องการเป็นอย่างมาก Little Girl สะท้อนให้เห็นอัจฉริยภาพของศิลปินได้อย่างเด่นชัด สังเกตจากสีผิวของเด็กหญิงที่ขัดเงาเหมือนกระเบื้องเคลือบ รอยพับของเสื้อผ้าก็มีรายละเอียดถี่ยิบ และมงกุฎดอกไม้สีแดง เน้นสีโทนเย็นบ่งบอกถึงความสามารถทางด้านเทคนิคของจิตรกรได้อย่างดีเยี่ยม ท่าทางและลักษณะโดยรวมทั้งหมดของเด็กชวนให้นึกถึงประติมากรรมโบราณนี้ได้เพิ่มคุณภาพเหนือกาลเวลาให้กับงานอย่างน่าพิศวง นอกจากผลงานชิ้นนี้แล้ว ที่นี่ยังมี The Edge of the River ซึ่งศิลปินใช้เทคนิคเดียวกันในการรังสรรค์ได้อย่างน่าทึ่ง ไม่เพียงแต่หน้าตาเสื้อผ้า แม้แต่ส่วนมือเท้าก็ยังรังสรรค์ได้เหมือนจริงสวยงามน่าประทับใจ

La Siesta, Memory of Spain by Gustave Dore

La Siesta, Memory of Spain by Gustave Dore

Spring by Jean-Francois Millet

Spring by Jean-Francois Millet

The Edge of the River by William Adolphe Bouguereau

The Edge of the River by William Adolphe Bouguereau

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ซองแดงแต่งผี (The Red Envelope)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ซองแดงแต่งผี (The Red Envelope)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ซองแดงแต่งผี (The Red Envelope)

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.15 น.

แต่งงานกับผี (Marry My Dead Body) หนังไต้หวันที่ได้รับคำชม และดังมากๆ ในปี 2022 GDH ได้นำเอามาดัดแปลงรีเมคในเวอร์ชั่นไทย ผลงานการกำกับของ หมู-ชยนพ บุญประกอบ ที่เคยเรียกเสียงหัวเราะมาแล้วจากเรื่อง Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล กับ ตั้ม-วีรชัย ใหญ่กว่าวงศ์ เป็นโปรดิวเซอร์

เรื่องราวของชายหนุ่มดวงซวยที่บังเอิญต้องมาแต่งงานกับหนุ่มที่ตายเพราะอุบัติเหตุที่ดึงเขาเข้าไปสู่ขบวนการค้ายาเสพติด หนังครบรสความรักในแบบ
LGBTQ+ สืบสวนสอบสวน หนังแอ๊กชั่น ตำรวจจับผู้ร้าย ดราม่าความสัมพันธ์ในครอบครัว

เม่น โจรกระจอกสายตำรวจที่ใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจ มี ก๊อย ตำรวจสาวเป็นนางในฝัน บังเอิญเก็บซองแดงที่ อาม่า ทำเพื่อหาคู่ให้ ตี่ตี๋ หลานชายที่เพิ่งจากไปวิญญาณจะได้เจอเนื้อคู่

เม่น จึงได้ ผีตี่ตี๋ เข้ามาอยู่ในชีวิต และพยายามช่วยให้ไปเกิดใหม่ความวุ่นวาย จึงเริ่มต้นขึ้น 

ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ของสองหนุ่ม คน-ผีค่อยๆ ก่อตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

ซองแดงแต่งผี เดินเรื่องโดยเล่าเรื่องตามต้นฉบับเป๊ะๆ มีการเพิ่มเติมใส่รายละเอียดในแต่ละฉากแต่ละตอนเข้ามาเพื่อเพิ่มความสนุกให้กับตัวเรื่องทำให้ออกมาเป็นไทยที่ดูดี ดูสนุกมากยิ่งขึ้น ตัวหนังชัดเจนในการขายคู่จิ้น บิวกิ้น-พีพี 

หนังยังคงเน้นไปที่สองตัวเอกหลัก แต่เพิ่มรายละเอียดมุขต่างๆ ให้กับตัวละครตัวอื่นๆ มากขึ้น เพื่อมาช่วยขยี้ความสนุกสนานให้กับตัวเรื่อง จากที่ต้นฉบับอาจเป็นแค่ตัวละครสมทบ

ก๊อย ตำรวจสาวหวานใจ เม่น ดูมีอะไรๆ ให้เล่นมากกว่าเป็นตำรวจสาวบอบบาง มะตูม ตำรวจอ้วนใส่แว่น มามากกว่าแค่ตำรวจผู้ช่วย ดิน แฟนหนุ่มมีอะไรๆ เพิ่มเข้ามา ทั้งในส่วนของความรัก ชาย-ชาย ชาย-หญิง เช่นเดียวกับแรมโบ้ คู่ขาที่เพิ่มฉากฮาเข้ามา หนังเลือกนักแสดง เสื้อผ้า หน้าผม ได้ออกมาแบบถอดจากต้นฉบับ จนเหมือนเป็นหนังคู่แฝด มีแค่บางตัวละครเท่านั้นที่ดูต่าง โดดเด้งออกมามากกว่าเดิม

บิวกิ้น เป็น เม่น ที่น่ารักมากๆ ดูลื่นไหลเข้ากับบท เรียกเสียงหัวเราะ/รอยยิ้มได้ในทุกๆ ฉาก พอถึงดราม่าก็ทำเอาซึมได้เหมือนกัน หรือฉากที่เข้ากับคนอื่นก็รับส่งบทได้ดี

พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร เป็น ตี่ตี๋ ที่น่ารัก เล่นดีทั้งสีหน้าท่าทาง แววตา ดูไปยิ้มไปได้ตลอดเรื่อง พอมาถึงดราม่าก็เล่นเอาซึม บิวกิ้น กับ พีพี จับคู่กันได้อย่างเหมาะสมลงตัว ทำให้หนังดูสนุกตั้งแต่ต้นจนจบดูดีมากๆ พอๆ กันกับต้นฉบับ

ก้อย-อรัชพร โภคินภากร สวยเซ็กซี่มีเสน่ห์ น่ารักในทุกๆ ตอน เด่นในทุกๆ ฉากที่ ก๊อย ออกมา ดูเป็นตำรวจสาวขาลุยจริงๆ 

กระทิง-ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ มาพร้อมความหล่อ หุ่นแซ่บๆ กับบท ดิน คนรัก บทสบายๆ แค่อาจทำให้คนดูเกลียด 

ปิยะมาศ โมนยะกุล เป็นอาม่า ที่น่ารักมากๆ เพิ่มความอบอุ่น เรียกรอยยิ้มได้อย่างมากมาย โดยมีบรรดาแก๊งอาม่ามากันเป็นทีม น่ารักทุกๆ คน

แอนนา ชวนชื่น เป็น อาจารย์ซินแส ตัวเสริมที่เรียกเสียงหัวเราะในทุกๆ ฉาก 

สังข์-ธีรวัฒน์ อนุวัตรอุดม เน้นๆ ดราม่าในส่วนของครอบครัว น้ำเสียงแววตา สีหน้าท่าทางดีมากๆ บทพ่อของ ตี่ตี๋ เป็นตัวละครเดียวที่ใส่มาเพื่อเรียกน้ำตาโดยเฉพาะ

จตุรงค์ พลบูรณ์ เน้นฮาล้วนๆ ในบุคลิกแบบเดิมๆ กับบท เสี่ยโจ้ตัวร้าย ที่แม้จะร้ายแต่แค่เห็นหน้าก็ขำแล้ว

รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น เป็น แรมโบ้ คู่ขาคนใหม่ของ ดิน เรื่องนี้มาในบุคลิกเดิมๆ เน้นๆ 

บอลชอน-ธนวัฒน์ เชี่ยวอร่าม เป็น มะตูม ตำรวจร่างอ้วน ตัวเสริม ที่เหมือนไม่มีอะไร แต่ช่วงท้ายมีมุขที่ทำให้ขำกระจาย เอ็ดดี้-ญาณวุฒิ จรรยหาญ รับบท สารวัตรชัช ที่ทำคดีนี้

และ เจ้าหมาน้อยตอม่อ ก็น่ารัก

นักแสดงสมทบคนอื่นๆ เน้นๆ ขายความเป็น LGBTQ+ ขายหุ่น เน้นเฮฮา เป็นหลักทุกคนทำหน้าทึ่ได้เป็นอย่างดี และหนังยังมีนักแสดงรับเชิญ (เน้นๆ ระดับพระเอก) มาเซอร์ไพรส์เรียกเสียงกรี๊ดให้กับคนดูด้วย 

หมู-ชยนพ บุญประกอบ ทำ ซองแดงแต่งผี ออกมาน่ารัก สนุกสนานไปกับมุขตลก ดราม่าครอบครัว ความรักเพศสภาพ ก็โดนใจ หนังดูลงตัวไปหมด แม้จะดัดแปลงจากหนังดังไต้หวัน แต่บรรยากาศความเป็นหนัง GDH ก็มาแบบจัดเต็มและแม้จะมีกลิ่นของความสัปดี้สัปดน สองแง่สามง่าม แต่หนังก็ไม่ได้มีภาพน่าเกลียด ลามก มีมาแค่เรียกเสียงหัวเราะเท่านั้น

ด้วยความเป็นหนังตลกจากการผลิตของ GDH ฉากแอ๊กชั่นเลยออกมาแบบเฮฮาๆ การ์ตูนๆ ไม่มีความจริงจังหรือบู๊หนักๆ ผิดกับต้นฉบับที่แอ๊กชั่นคือแอ๊กชั่นจริงๆ มีฉากที่เพิ่มเข้ามาฮากระจายดูดี อาทิ ฉากเต้นในบาร์ ฉากในยิมมวย หรือฉากในกองถ่ายหนัง เพลงสัมภเวสี (GFF Ghost Friend Forever)-Billkin & PP Krit กับเพลง ตื่น (Wake Up Call)-PP Krit feat. MILLI สองเพลงประกอบ ก็เพิ่มความฟินให้กับหนังได้มากทีเดียว 

ถ้าเคยดู แต่งงานกับผีมาก่อน อยู่ที่ความชอบอาจจะรู้สึกแค่นี้ก็สนุกมากมาย จะชอบ ซองแดงแต่งผี ที่เพิ่มรายละเอียดใหม่ ของใหม่ ก็คงอยู่ที่ใจของคนดูแต่ละคน

แต่ถ้าดูต้นฉบับทีหลัง เชื่อว่าหลายคนน่าจะสนุกไปกับของใหม่มากกว่า

ซองแดงแต่งผี คือ หนังไทยรีเมคหนังไต้หวันที่ดูสนุกสนานเฮฮา ยิ้มหัวเราะได้ตลอดทั้งเรื่อง เป็นหนังไทยที่ดัดแปลงรีเมค เก็บรายละเอียดของหนังต้นฉบับ ออกมาได้ดี บิ้วกิ้น-พีพี คือ ความสดใสน่ารัก ดูไปยิ้มไป สนุกสนาน ในระดับ 8/10 คะแนนครับ หนังจบอย่าเพิ่งลุก ในช่วงเอนเครดิตยังมีความสนุกทิ้งท้าย ก่อนปิดจอจริงๆ ที่มีเซอร์ไพรส์ให้ FF บิวกิ้น-พีพี ได้กรี๊ด ก่อนกลับ

‘แห้ว’ เปิดประตูสู่ภาคเหนือ ลัดเลาะเมืองมรดกโลก

‘แห้ว’ เปิดประตูสู่ภาคเหนือ ลัดเลาะเมืองมรดกโลก

‘แห้ว’ เปิดประตูสู่ภาคเหนือ ลัดเลาะเมืองมรดกโลก

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทริปนี้ แห้ว-โสภณ มาเคาะประตูสู่ภาคเหนือของไทยที่ จ.กำแพงเพชร ถิ่นคนแกร่ง เมืองมรดกโลกเริ่มต้นสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองกันก่อนที่ ศาลหลักเมือง ต่อด้วยชม โบราณสถานวัดพระแก้ว วัด 2 ช่วงสมัย สถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เมืองมรดกโลก

อีกหนึ่งไฮไลท์ในวัดพระแก้ว ต้องมาลอดช้างเผือกเพื่อเป็นสิริมงคล ส่วนแลนด์มาร์คของวัดพระแก้วก็คือ วิหารพระนอน จากนั้นนั่งรถรางชมรอบเมือง ผ่านจุดสำคัญอย่างวงเวียนต้นโพธิ์ อายุ 100 กว่าปีนอกจากนี้ ยังได้ชมต้นสักที่ในหลวงรัชกาลที่ 9และพระพันปี ทรงปลูกเมื่อปี 2510 ปิดท้ายกันที่ชมกรุพระเครื่องที่ พิพิธภัณฑ์กรุพระเครื่องเมืองกำแพงเพชรวัดบาง ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ มีทั้งพระโบราณพระเก่า แต่ที่น่าสนใจก็ต้อง พระเบญจภาคี มากกว่า 40 ชุด ซึ่งรวบรวมไว้ที่นี่ที่เดียวและเป็นหนึ่งเดียวในเมืองไทย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิมพ์พระพิมพ์ใจเป็นกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ของวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวนครชากังราว ซึ่งดินดำที่นำมาใช้จะมีมวลสารจาก 9 วัดสำคัญของกำแพงเพชร ที่ปลุกเสกมาแล้ว

‘หนุ่ม-แท่ง’ พาทัวร์ ‘วัดพะเนียงแตก’ กราบขอพร ‘หลวงพ่อทา’

‘หนุ่ม-แท่ง’ พาทัวร์ ‘วัดพะเนียงแตก’  กราบขอพร ‘หลวงพ่อทา’

‘หนุ่ม-แท่ง’ พาทัวร์ ‘วัดพะเนียงแตก’ กราบขอพร ‘หลวงพ่อทา’

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รายการ “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” พบกับ 2 พิธีกร หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และ แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทองพาไปวัดพะเนียงแตก กราบ หลวงพ่อทา ท่านเป็นพระครูสี่ทิศที่ปกปักรักษาองค์พระปฐมเจดีย์ทางทิศเหนือรุ่นแรก อาจารย์ใหญ่อีกหนึ่งรูปของจังหวัดนครปฐม และยังเป็นหนึ่งในเกจิที่ได้ร่วมงานประลองวิชากบไสไม้อันโด่งดัง
อีกด้วย งานนี้ หนุ่มแท่ง พาไปชมจุดสำคัญ จุดที่หลายคนต้องไปเยือน คือการมากราบรูปหล่อหลวงพ่อทา พร้อมเปิดวิธีการขอพรหลวงพ่อ นอกจากนี้ ยังเปิดประวัติวัดพะเนียงแตกเรื่องราวตำนานลึกลับเกี่ยวกับวัดพะเนียงแตก และพาไปรู้จักประวัติพระเครื่องหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก ประสบการณ์ความเข้มขลังทางด้านคงกระพัน มหาอุด เชื่อกันว่าผู้ที่อาราธนาบูชาพระเครื่องหลวงพ่อทา ต่างมีประสบการณ์ความขลังเป็นจำนวนมาก หากตั้งมั่นปฏิบัติตนในทางที่ดี

จากนั้น หนุ่ม-แท่ง พาไปหาของอร่อยกินรอบวัด ร้านบำรุงเธอ Eatery and Coffee ร้านคาเฟ่สไตล์จีนที่มีอาหารเช้ากลางวัน และชา กาแฟบริการ และมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้เช็คอิน

โดย หนุ่ม-แท่ง เผยถึงความประทับใจในวันนี้ว่า “อีกหนึ่งสุดยอดเกจิอาจารย์ที่เข้มขลังของจังหวัดนครปฐม ที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่หนุ่มแท่งแนะนำว่า
ต้องมากราบขอพรหลวงพ่อทา ที่วัดพะเนียงแตก กันสักครั้ง รับรองไม่ผิดหวังครับ” ไปเที่ยวพร้อมกับหนุ่ม-แท่ง ในรายการ “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์”เวลา 13.20 น. ทางช่อง 7HD กด 35ดูย้อนหลังได้ที่ BUGABOO.TV และ YouTube : Ch7HD และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook,IG) และเว็บไซต์ http://www.ch7.com

‘วายุมันตรา’ นักแสดงวัยใสขอแจ้งเกิดในซีรี่ส์ ‘กัษธิษฐาน’

‘วายุมันตรา’ นักแสดงวัยใสขอแจ้งเกิดในซีรี่ส์ ‘กัษธิษฐาน’

‘วายุมันตรา’ นักแสดงวัยใสขอแจ้งเกิดในซีรี่ส์ ‘กัษธิษฐาน’

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ถือเป็น “นักแสดงหน้าใหม่” ที่น่าจับตามองอีกคนของวงการบันเทิง ด้วยวัยเพียง 13 ปี น้องวายุ หรือ วายุมันตรา วงศ์ปัญญาเสถียร สาวน้อยวัยใสที่มุ่งมั่นและตั้งใจอยากเป็น “นักแสดง” ของวงการบันเทิงแล้วความฝันของเธอก็เป็นจริง  เมื่อ น้องวายุ ได้รับโอกาสที่ดีจากผู้ใหญ่ใจดีอย่าง ครูมิ้งค์-เพ็ญจันทร์ วงศ์สมเพ็ชร ผู้กำกับฯสายบุญ, นักเขียนบทโทรทัศน์และภาพยนตร์ รวมทั้งยังเป็น “แอ๊กติ้งโค้ช” และคนเขียนบทซีรี่ส์เรื่อง “กัษธิษฐาน” ให้เธอมารับบท “สาลี่” หนึ่งในนักแสดงของซีรี่ส์เรื่องนี้ ผลิตโดยค่าย U Entertainment

น้องวายุ กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสาธิต มศว องครักษ์ จ.นครนายก เคยผ่านงานแสดงมาบ้าง กับภาพยนตร์เรื่อง “FOLLOW ตาม” ซึ่งรอลงโรงฉายในเร็วๆ นี้ และ MV เพลง “ได้แต่นึกถึง” ของศิลปิน “โอนลี่มันเดย์” ซึ่งถูกนำมา COVER เป็น MV แนวยูริโดย น้องวายุ บอกว่า “เป็นการเล่น MV ที่ดราม่ามากๆ แต่ก็สนุกมากเช่นกัน” 

สำหรับซีรี่ส์เรื่อง “กัษธิษฐาน” ถือเป็นซีรี่ส์่เรื่องแรกแบบเต็มตัวของเธอ โดยคาแร็กเตอร์ที่เธอได้รับนั้นคือ “สาลี่” สาวน้อยวัยใส หลาน ป้าแจง (นุช-นงค์นุช ภิรมย์รื่น) ที่เติบโตในวัง “สีตลรัศมิ์”  อุปนิสัยสนุกสนาน ร่าเริง ช่างพูด ช่างถาม แจ๋ทุกเรื่อง ถือเป็นตัวละครที่สดใสที่สุดในวังนี้

“หนูตื่นเต้นมากค่ะ ไม่คิดว่าจะได้มาเล่นซีรี่ส์เรื่องนี้ เป็นความใฝ่ฝันของหนูที่จะได้ไปกองถ่าย ได้ทำการแสดง และได้ร่วมงานกับนักแสดงเก่งๆ หนูขอขอบคุณผู้จัดฯ ผู้กำกับฯทีมงานทุกคน ครูมิ้งค์ แม่นุช ที่เอ็นดูหนู คอยดูแลหนู และให้หนูเป็นส่วนหนึ่งของซีรี่ส์เรื่องนี้ค่ะเรื่องการแสดง ก็ยากนะคะ หนูได้เรียนแอ๊กติ้งกับครูมิ้งค์หลายครั้ง ครูมิ้งค์สอนหลายอย่างเลยค่ะสอนการทำความเข้าใจกับบท การตีความตัวละคร สอนบล็อกกิ้ง สอนมุมกล้องว่า เราต้องมองตรงไหน ยังไง สนุกมากๆ หนูชอบการแสดงมากๆ เลยค่ะ อยากเล่นหลายๆ บทบาท บทคนดีบทนางเอก บทตัวร้าย คืออยากลองหลายๆคาแร็กเตอร์ เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการแสดงของตัวเองด้วยค่ะ ตอนถ่ายทำก็มีคอมเม้นท์จากผู้กำกับฯ บ้าง ยังเล่นเบาไป แข็งไป ซึ่งหนูก็ไม่ท้อนะคะ ก็เอาคำแนะนำมาปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นค่ะ” 

ด้านครอบครัว น้องวายุ ก็ได้รับการสนับสนุนจากคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคุณพ่อ ที่มีดีกรีเป็นถึง “โหราธิบดี” ศาสตร์สากลในพระบรมราชินูปถัมภ์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ตัวเลขสากลสูตรดวงดาวลัคนาศาสตร์ในชื่อของ อาจารย์วินไทนาคาเนรมิต หรือ อาจารย์วินไท ไขนามเลขศาสตร์ดวงดาว (ธนินทร์ วงศ์ปัญญาเสถียร) และด้วยวัยเพียง 13 ปีแต่ น้องวายุ ก็วางแพลนเรื่องเรียนให้กับตัวเอง โดยตั้งใจศึกษาเล่าเรียน และวางแผนด้วยการอยากเรียน“หมอ” ควบคู่ไปกับ “การแสดง”ด้วย

“เป้าหมายในชีวิตของหนูคืออยากเป็น หมอ ค่ะ แล้วก็อยากเป็น นักแสดงที่มีความสามารถและมีชื่อเสียง หนูชอบและรักการแสดงมากๆ ซึ่งหนูมองว่าสามารถที่จะทำควบคู่กันไปกับการเรียนได้ค่ะหนูก็ขอฝากซีรี่ส์เรื่องแรกของหนูด้วยนะคะ หนูตั้งใจมากๆ และทำอย่างเต็มที่ อยากให้ทุกคนได้ดู และติดตามในทุกๆ EP เพราะนักแสดงและทีมงานทุกคนก็ตั้งใจทำกันอย่างเต็มที่ค่ะ เป็นกำลังใจให้น้องวายุด้วยนะคะ” ติดตามชมผลงานซีรี่ส์เรื่องแรกของนักแสดงวัยใสคนนี้ได้ในซีรี่ส์เรื่อง “กัษธิษฐาน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 22.40 น.ทางช่อง Amarin TV HD 34

‘ไวตามิน เอ’ คัมแบ๊กออกซิงเกิ้ลในรอบ 22 ปี ในฐานะศิลปินหน้าใหม่วัยลุง ‘เธอครางชื่อใคร’ Feat. ‘อาร์ม โต้รุ่ง’

‘ไวตามิน เอ’ คัมแบ๊กออกซิงเกิ้ลในรอบ 22 ปี  ในฐานะศิลปินหน้าใหม่วัยลุง ‘เธอครางชื่อใคร’ Feat. ‘อาร์ม โต้รุ่ง’

‘ไวตามิน เอ’ คัมแบ๊กออกซิงเกิ้ลในรอบ 22 ปี ในฐานะศิลปินหน้าใหม่วัยลุง ‘เธอครางชื่อใคร’ Feat. ‘อาร์ม โต้รุ่ง’

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เป็นการคัมแบ๊กวงการเพลงแบบ 100% เต็มในรอบ 22 ปี สำหรับตัวพ่อขาแดนซ์ยุค 90 “ไวตามิน เอ” หรือ “อิทธิพลธนินทร์เดชฤกษ์ปาน” เจ้าของเพลงฮิตในตำนานอย่าง“มองนานๆ” ที่ล่าสุดหวนจับไมค์ในฐานะศิลปินหน้าใหม่วัยลุง อายุ 55 ปี แต่เอเนอร์จี้ยังฟิตปั๋งกับซิงเกิ้ล “เธอครางชื่อใคร” พร้อมกับชวนศิลปินร่วมค่ายอาร์เอสในอดีต “อาร์ม ศิริโรจน์” (อาร์ม โต้รุ่ง) มาฟีเจอริงกัน งานนี้ เอ ทุ่มสุดตัว แต่งเอง ร้องเอง ทำเพลงเองทุกขั้นตอน เป็นแนวเพลงป๊อป สนุกๆ ฟังง่าย ร้องตาม เต้นตามกันได้เรียกว่าเป็นการหวนจับไมค์ที่ปลุกแพสชั่นให้กับเจ้าตัวเป็นอย่างมาก

“เป็นการกลับมาในรอบ 22 ปีของผมเลยครับที่ออกซิงเกิ้ลแบบจริงจัง เต็มที่เลย ที่ผ่านมาผมก็ยังวนเวียนอยู่ในวงการดนตรี ไม่ได้หยุด หรือหายไปไหนเลย การกลับมาครั้งนี้ผมขอเรียกตัวเองว่าเป็นศิลปินหน้าใหม่ เพราะอยากให้เด็กรุ่นใหม่ๆ รู้จักผม ผมมีความตั้งใจจะยืนอยู่ในวงการในฐานะศิลปินอย่างต่อเนื่อง จะปล่อยผลงานเรื่อยๆ ทยอยปล่อยเป็นซิงเกิ้ลต่อเนื่อง ผมอยากจะกลับมาทำความรู้จักกับคนฟังเพลงยุคใหม่ ก็เรียกว่ากลับมาเดบิวต์ใหม่ ในฐานะนักร้องปัจจุบัน ไม่ใช่นักร้องยุค 90 อยากให้คนพูดถึงลุงคนนี้ใครกันนะ (หัวเราะ) มาฟังเพลงลุงกันลุงยังเต้นได้ ยังเต้นไหว”

“ที่ผ่านมาก็พยายามหาเรฟเฟอเรนซ์ว่า คนอายุเท่าเราในประเทศไทยยังมีใครทำเพลงอยู่บ้าง เพื่อดูว่าเขาวางตัวยังไง (หัวเราะ) แต่งตัวกันยังไง ปรากฏแทบไม่มีเลย กลายเป็นเราที่อาจจะต้องเป็นเรฟเฟอเรนซ์ให้คนอื่น ในวัย 55มีแหละคนที่ยังร้องเพลงอยู่ แต่ไม่มีใครทำเพลงใหม่ ยิ่งเพลงแดนซ์ ไม่มีเลย ก็เลยเป็นไอเดีย งั้นเราก็เป็นเราในวัย 55 นี่แหละ”

อยากเป็นกำลังใจให้คนอื่นได้ว่าอายุเลข 5 แล้วแต่ยังทำเพลงได้ เต้นได้

“อายุเลข 5 แล้วยังออกมาเต้น มาทำเพลงใหม่ได้เลย มองเป็นกำลังใจให้คนอื่นต่อได้อีก ในเมื่อต่างชาติ เจนิเฟอร์ โลเปซ เขาก็ทำเพลงใหม่ได้ ไทยเราก็ต้องทำได้เหมือนกัน ยิ่งตอนนี้เราได้ยินคำว่าร่างทองบ่อยๆ ก็เป็นแรงบันดาลใจอย่างหนึ่งให้ดูแลตัวเองมากขึ้น ซึ่งทำให้สุขภาพเราดีขึ้นเยอะเลย เรียกว่าร่างกายเราพร้อมแข็งแรง พร้อมรับคอนเสิร์ตกลับมาร้องเพลงได้สบายๆ”

ยอมรับ เพลง “มองนานๆ” ที่น้องๆ วง FLI:P เอามาคัฟเวอร์จนเป็นไวรัลโด่งดังไปหลายประเทศเมื่อ 2 ปีก่อน ปลุกแพสชั่นให้อยากกลับมาเป็นศิลปินอีกครั้ง

“ที่ผมหายหน้าไป เพราะเจอกับปัญหา MP3 และแผ่นผี ผมมีอาชีพทำดนตรีมาตลอดชีวิต พอมันไม่ตอบโจทย์ มันก็ต้องขยับไปเรื่องอื่นตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราหันหลังให้การทำเพลงเลยนะไม่อยากทำเพลงแล้ว เลยหันมาเปิดสถาบันสอนดีเจและโปรดิวเซอร์ Vitamin Academy แทน พอเข้าสู่ยุคสตรีมมิ่ง ที่ดูแลคนทำเพลงได้ ผมก็มองว่ามันเป็นจังหวะที่เหมาะสม”

“เมื่อ 2 ปีก่อนเพลงมองนานๆ ที่คัฟเวอร์โดยน้องๆ วง FLI:P เพลงมันกลับมาแล้วมีคนพูดถึง ชื่นชมเพลงว่าไม่เก่าเลย มันก็สร้างกำลังใจให้กับเรา กลายเป็นปลุกไฟ ปลุกแพสชั่นให้เรา มันมีคุณค่าทางใจสำหรับผมมากๆ เพราะเพลงมองนานๆ ผมเป็นคนแต่งเอง ทำให้เราอยากกลับมาทำเพลงอีกครั้ง มันเหมือนเราได้เติมความสดชื่น ไม่ห่อเหี่ยวแบบสมัยก่อนที่รู้สึกว่าเราจะอยู่ยังไง ทำไปก็เจ๊ง การทำงานยุคใหม่มันต่อกำลังใจให้คนทำงานเพลงเดินต่อได้”

คัมแบ๊กในรอบ 22 ปีทั้งทีต้องลุยเองทุกขั้นตอน “เธอครางชื่อใคร” เพลงแดนซ์ผสมร็อก ชื่อเพลงอาจจะชวนตกใจแต่เนื้อหาไม่ได้ 18+ เหมือนชื่อนะ!

“ในพาร์ทดนตรี ผมทำเองทุกขั้นตอน เขียนเนื้อเอง ทำดนตรีเอง ดูแลหลังบ้านเบ็ดเสร็จเองทั้งหมด 100% เหนื่อยนะ แต่มันดีตรงที่เราได้เป็นตัวของตัวเอง 100% ถึงผมจะแข่งขันกับน้องๆ รุ่นใหม่ไม่ได้ แต่ไม่เป็นไร เรามีความสุขในการทำ ผมเชื่อว่าการทำบ่อยๆ มากๆ เราต้องพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เราจะรู้ว่าคนฟังของเราต้องการอะไรจากเรา และแน่นอนว่าถ้าพูดถึงไวตามิน เอ ก็ต้องเป็นเพลงป๊อปแดนซ์ เพลงเต้นสนุก ฟังแล้วไม่เครียด ฟังแล้วมีรอยยิ้ม การกลับมาครั้งนี้เราจะทำเพลงเต้นให้น้องๆ เต้น”

“เพลง เธอครางชื่อใคร อย่าเพิ่งตกใจกับชื่อที่มันอาจจะ 18+ ไปหน่อย แต่มันคือคาแร็กเตอร์ของไวตามิน เอ จริงๆ มันไม่มีอะไรหรอก เป็นเพลงสนุกๆ มันไม่ขนาดนั้น เป็นการ์ตูนสนุกๆ เรื่องหนึ่ง เวลาที่เราเสียใจเราก็คราง ฮือๆ แต่ดันพูดชื่อผิด พูดชื่อแฟนเก่าขึ้นมา เธอครางชื่อใคร มันไม่ใช่ชื่อฉัน ทั้งๆ ที่ฉันอยู่ตรงนี้กับเธอ เธอนั่งร้องไห้ฟูมฟายครางชื่อ หรือฟีลที่คนไม่คิดว่าร้องไห้ ก็แบบ…คนกำลังหอมแก้มกันแล้วอุทานออกมาเป็นชื่อแฟนเก่า แอบนอกใจเราในเสียงครางนั้นรึเปล่า เพลงไม่ได้มีอะไรล่อแหลม ไม่ 18+ ร้องตาม เต้นตามกันได้สนุกๆ ครับ”

ดึง “อาร์ม โต้รุ่ง” ศิลปินร่วมสังกัดเก่าในอดีตมาแจม

“เพลง เธอครางชื่อใคร ผมเชิญ อาร์ม ศิริโรจน์ (อาร์ม โต้รุ่ง) มา Feat. ด้วย ไอเดียมาจากตอนที่เรากลับมาเจอกันในคอนเสิร์ตเมื่อปี 2024 แล้วเราก็หายกันไป พอน้องเขาได้มาเห็นความเคลื่อนไหวของเรา เขาก็ทักมาว่าอยากทำเพลงเหมือนเมื่อก่อน เรามาทำอะไรสนุกๆ ด้วยกันได้ไหม ก็เลยได้มาแจมกันครับ”

อยากให้ไปฟังเพลงกันเยอะๆ มูดแอนด์โทนของเพลง เธอครางชื่อใคร ก็จะมีคาแร็กเตอร์จังหวะเพลงในแบบเรโทร เป็นแดนซ์ที่มีกลิ่นร็อกนิดๆ ทำให้ฟังง่าย ติดหู มีท่อนแร็พผสมเป็นเอกลักษณ์ของผมเลย เป็นครั้งแรกของผมเหมือนกันนะที่ทำเพลงแนวนี้และทุกช่องทางสตรีมมิ่ง อยากให้ทุกคนได้ฟังกันจริงๆ ครับ”

‘อาย-กมลเนตร’ พาเที่ยวแบบธรรมชาติให้สุด แล้วหยุดที่ฮ่องกง สำรวจอุทยานธรรมชาติแห่งใหม่ล่าสุด

‘อาย-กมลเนตร’ พาเที่ยวแบบธรรมชาติให้สุด แล้วหยุดที่ฮ่องกง สำรวจอุทยานธรรมชาติแห่งใหม่ล่าสุด

‘อาย-กมลเนตร’ พาเที่ยวแบบธรรมชาติให้สุด แล้วหยุดที่ฮ่องกง สำรวจอุทยานธรรมชาติแห่งใหม่ล่าสุด

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักแสดงสาวผู้รักการผจญภัยอย่าง อาย-กมลเนตร เรืองศรี ขออาสาพาผู้ชมชาวไทยไปรู้จักของดีฮ่องกงในอีกมุม ผ่านการเปิดรูทเดินเขาใหม่ล่าสุดใน อุทยาน Robin’s Nest Country Park ที่เพิ่งเปิดใหม่ทางตอนเหนือของฮ่องกง โดยอาย-กมลเนตร กล่าวถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติตลอดทุกก้าวเดิน และความประทับใจส่วนตัวจากการได้ขึ้นไปเดินเขาที่อุทยาน Robin’s Nest Country Park ไว้ว่า “เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมา Hiking ที่ฮ่องกง เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่สำหรับการเที่ยวฮ่องกงของอายแบบสุดๆ เลยค่ะ

โดยเส้นทางที่อายได้มาเดินครั้งนี้ยังเป็นเส้นทางใหม่ที่เพิ่งเปิดให้คนทั่วไปขึ้นไปเดินด้วย นั่นก็คือ อุทยาน Robin’s Nest Country Park ซึ่งด้านบนมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ มีต้นไม้ ดอกไม้ และนกสวยๆ ให้ชมตลอดทาง และถ้ามองออกไปเราก็จะได้เห็นวิวของเซินเจิ้นอีกด้วยค่ะ อายดีใจและตื่นเต้นมากๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญนี้ที่จะพาคนไทยไปรู้จักฮ่องกงในมุมที่สวยงามแบบที่หลายคนคิดไม่ถึง” แคมเปญที่ อาย-กมลเนตร กล่าวถึงเกิดจากการชูจุดเด่นของฮ่องกงที่ผสมผสานความเป็นธรรมชาติเข้ากับความเป็นเมืองได้อย่างลงตัวของการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board : HKTB) ที่นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางเว็บไซต์ Hong Kong Great Outdoors ผ่านซีรี่ส์สี่ภาพยนตร์สั้นล่าสุดภายใต้ชื่อ“สี่มุมแห่งประสบการณ์ใหม่ในฮ่องกง” ซึ่งจะพาผู้ชมผจญภัยแบบเอาท์ดอร์ขึ้นเขา ลงห้วย ดำน้ำ ไปทั่วทั้งตอนเหนือใต้ ตะวันออก และตะวันตก เผยแพร่ความงามของทัศนียภาพหลากหลาย ประกาศศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในฮ่องกง