มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ชี้แนวทางเลขเด็ด 16 มี.ค. หลังงวดที่แล้วดวงดีถูกรางวัล 5 ใบ

มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ชี้แนวทางเลขเด็ด 16 มี.ค. หลังงวดที่แล้วดวงดีถูกรางวัล 5 ใบ

15 มี.ค. 2568 19:07 น.

มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ชี้แนวทางเลขเด็ด 16 มี.ค. หลังงวดที่แล้วดวงดีถูกรางวัล 5 ใบ

เป็นเจ้าพ่อเลขเด็ดที่มีแฟนๆ ติดตามกันจำนวนมาก สำหรับนักร้องคนดัง มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ที่มักจะมีตัวเลขที่ชอบมาฝากแฟนๆ อยู่บ่อยๆ โดยงวดที่แล้ว 1 มี.ค. 2568 มนต์สิทธิ์ ได้ถูกรางวัลลอตเตอรี่เลขหน้าสามตัว จำนวน 5 ใบ ทำเอาเจ้าตัวดีใจอย่างมาก

และในงวดนี้ 16 มี.ค. เลยได้มาบอกเลขที่ตัวเองชอบ เผื่อจะเป็นแนวทางให้แฟนๆ ได้เสี่ยงโชค โดย มนต์สิทธิ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตัวเอง และเขียนว่า “16 มีนาคม 68 ผมชอบเลข พ.ศ. นะงวดนี้ ชอบไหม 568–68-จัดไป” และหลายวันก่อนหน้านี้ได้โพสต์ว่า “#งวดนี้ชอบ 959-925”

มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ชี้แนวทางเลขเด็ด 16 มี.ค. หลังงวดที่แล้วดวงดีถูกรางวัล 5 ใบ
มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ชี้แนวทางเลขเด็ด 16 มี.ค. หลังงวดที่แล้วดวงดีถูกรางวัล 5 ใบ
มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ชี้แนวทางเลขเด็ด 16 มี.ค. หลังงวดที่แล้วดวงดีถูกรางวัล 5 ใบ

แฟนๆ ที่ติดตามก็ได้เข้ามาคอมเมนต์บอกว่า ขอให้โชคดี และงวดนี้เฮงๆ กันนะคะ

มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ชี้แนวทางเลขเด็ด 16 มี.ค. หลังงวดที่แล้วดวงดีถูกรางวัล 5 ใบ

บอส แดนเซอร์ ไลฟ์ขอบคุณ FC ยังตกงานไม่มีซีรีส์ ยืนยันไม่ได้เสียชีวิตตามข่าวลือ

บอส แดนเซอร์ ไลฟ์ขอบคุณ FC ยังตกงานไม่มีซีรีส์ ยืนยันไม่ได้เสียชีวิตตามข่าวลือ

15 มี.ค. 2568 18:14 น.

บอส แดนเซอร์ ไลฟ์ขอบคุณ FC ยังตกงานไม่มีซีรีส์ ยืนยันไม่ได้เสียชีวิตตามข่าวลือ

ยังคงเป็นที่ติดตามของแฟนๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องราวของ บอส อดีตแดนเซอร์หนุ่มของ ลำไย ไหทองคำ หลังจากที่เจ้าตัวออกมายอมรับว่า คบซ้อน ลำไย กับ โม แฟนเก่า จนทำให้กลายเป็นประเด็นร้อน และนายห้างประจักษ์ชัย ไหทองคำ ได้ให้บอสออกจากค่ายเพื่อลดความแรงของกระแส

ล่าสุด บอส ได้ออกมาไลฟ์ผ่าน TikTok พูดคุยกับแฟนๆ โดย บอส ได้บอกว่า

– มีคนดูกว่าหมื่นคนเลยทีเดียว ทำเอาเจ้าตัวถึงกับตื่นเต้นมาก และรู้สึกเขิน แวะมาหาทุกคน เราต้องมาด้วยเอเนอร์จี้สดใสหน่อย เราจะมาเศร้าไม่ได้

บอส แดนเซอร์ ไลฟ์ขอบคุณ FC ยังตกงานไม่มีซีรีส์ ยืนยันไม่ได้เสียชีวิตตามข่าวลือ

– เมื่อมีคนถามว่า บอสจะเล่นซีรีส์จริงไหม เจ้าตัวตอบว่า ไม่จริง ไม่ได้มีค่ายไหนติดต่อมา บางทีข่าวก็ปั้นขึ้นมาเอง ยังไม่รู้เลยว่าซีรีส์คืออะไร ส่วนจะได้กลับไปเต้นเหมือนเดิมไหม ยังไม่ทราบเลย

– และยังบอกอีกว่า มีคน DM ให้ไปไหว้อาจารย์ประจักษ์ชัย บอส บอกว่าไม่ต้องห่วง จัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว แค่ไม่ทำออกสื่อแค่นั้นเอง ไปขอขมาและไปคุยแล้ว

– นอกจากนี้บอสยังยืนยันว่า ผมยังอยู่ ไม่ได้เสีย ข่าวก็ออกเอาเอนเกจอย่างเดียวเลย

บอส แดนเซอร์ ไลฟ์ขอบคุณ FC ยังตกงานไม่มีซีรีส์ ยืนยันไม่ได้เสียชีวิตตามข่าวลือ
บอส แดนเซอร์ ไลฟ์ขอบคุณ FC ยังตกงานไม่มีซีรีส์ ยืนยันไม่ได้เสียชีวิตตามข่าวลือ

เอ พศิน ลั่นไม่เคยคบใครตามมารยาท ให้ความสัมพันธ์ เจนี่ เป็นคนไม่รู้จักกันดีแล้ว

เอ พศิน ลั่นไม่เคยคบใครตามมารยาท ให้ความสัมพันธ์ เจนี่ เป็นคนไม่รู้จักกันดีแล้ว

15 มี.ค. 2568 16:10 น.

เอ พศิน ลั่นไม่เคยคบใครตามมารยาท ให้ความสัมพันธ์ เจนี่ เป็นคนไม่รู้จักกันดีแล้ว

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เอ พศิน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์กับนางเอกชื่อดัง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ หลังมีข่าวออกมาว่าทั้งคู่สนิทสนมกันมาก จนทำเอาหลายคนคิดไปไกล ขณะที่ฝ่ายชายก็ได้ออกมายอมรับว่ามีความรู้สึกพิเศษกับเจนี่จริง เรียกว่าคิดเกินเพื่อน แต่ทาง เจนี่ ได้โต้กลับบอกพูดอะไรต้องให้เกียรติด้วย และที่ผ่านมาเป็นการคุยตามมารยาทมากกว่า

ล่าสุด เอ พศิน ก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ โดยบอกว่า 

– ความรักตอนนี้เหลือแค่ลูกช่าย น้องเลโก้ คนเดียวแล้ว ตอนนี้ก็สัญญากับลูกชายไว้ว่า จะอยู่จนกว่าเขาจะมีแฟน เขาเป็นคนบอกเองว่าปะป๊าพอแล้วอยู่กับหนูดีกว่า เขาก็เป็นคนสกรีนให้เราด้วยทุกครั้งที่เจอความรัก แล้วมันก็ไม่โอเค

เอ พศิน ลั่นไม่เคยคบใครตามมารยาท ให้ความสัมพันธ์ เจนี่ เป็นคนไม่รู้จักกันดีแล้ว

– ผมขอสรุปว่าถ้าผมจะคบใคร ผมจะไม่คบเพราะมารยาท แต่ผมจะคุยเพราะว่ามันคือความจริงใจ ที่เราจะช่วยหรือทำอะไรให้ มันคือการให้เกียรติกันมากๆ เรากลับมามองว่าเรามีลูกนะ สิ่งที่ผ่านมามันไป ไม่ใช่มันยังไม่เกิดขึ้น แต่มันจบไปแล้ว

– ผมเห็นที่เขาสัมภาษณ์ เขาฉลาดเขามีวุฒิภาวะ เขามีสติมีสมาธิมีปัญญา ผมว่าคนที่รักตัวเองคือคนที่ฉลาด และคนที่เพลย์เซฟคือคนที่จะไม่ผิดพลาดในชีวิต เพราะฉะนั้นนั่นคือความจริงใจกับตัวเองของเขา มันไม่ผิด แต่มันคือคำตอบที่ถูกที่สุดสำหรับเขา

– ความสัมพันธ์ตอนนี้ คือไม่รู้จักกันแล้วดีกว่า ถือว่าเป็นวาระที่ไม่ต้องพูดถึง และไม่ระลึกถึงดีที่สุดครับ ถึงขั้นนั้น ก็ขอให้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราโชคดีและมีความสุขกับชีวิตของตัวเอง

เอ พศิน ลั่นไม่เคยคบใครตามมารยาท ให้ความสัมพันธ์ เจนี่ เป็นคนไม่รู้จักกันดีแล้ว

ไต้หวันเดือด สั่งเพิกถอนวีซ่าอินฟลูเอนเซอร์ชาวจีนผู้สนับสนุนปักกิ่ง

ไต้หวันเดือด สั่งเพิกถอนวีซ่าอินฟลูเอนเซอร์ชาวจีนผู้สนับสนุนปักกิ่ง

17 มี.ค. 2568 13:31 น.

ไต้หวันเดือด สั่งเพิกถอนวีซ่าอินฟลูเอนเซอร์ชาวจีนผู้สนับสนุนปักกิ่ง

ทางการไต้หวันแจ้งให้อินฟลูเอนเซอร์สาวชาวจีนที่อาศัยอยู่ในไต้หวันต้องออกจากไต้หวันภายในไม่กี่วันข้างหน้า มิฉะนั้นจะถูกเนรเทศ หลังจากที่เธอโพสต์วิดีโอสนับสนุนแนวคิดที่ว่าจีนใช้กำลังเข้ายึดครองไต้หวันอย่างต่อเนื่อง

การดำเนินการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างช่องแคบไต้หวัน และความกังวลเกี่ยวกับปฏิบัติการแทรกแซงของจีน

โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติของไต้หวัน (NIA) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เพิกถอนวีซ่าของอินฟลูเอนเซอร์รายนี้ ระบุว่าพฤติกรรมของเธอเป็นการสนับสนุนให้ล้มล้างอธิปไตยของไต้หวัน และเป็นสิ่งที่สังคมไต้หวันไม่อาจยอมรับได้

อินฟลูเอนเซอร์รายนี้ ซึ่งทางการไต้หวันระบุเพียงนามสกุลว่า หลิว ได้ย้ายจากจีนแผ่นดินใหญ่มาไต้หวันโดยใช้วีซ่าติดตามสามี หลังจากแต่งงานกับชายชาวไต้หวัน โดยนางหลิวจะมีเวลาถึงวันที่ 24 มีนาคม ในการเดินทางออกจากไต้หวัน มิฉะนั้นจะถูกเนรเทศโดยทันที ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น และเธอจะไม่สามารถยื่นขอวีซ่าติดตามสามีได้อีกเป็นเวลาห้าปี ตามแถลงการณ์ของ NIA เมื่อวันเสาร์

หลิวเป็นที่รู้จักบนโซเชียลมีเดียในไต้หวันในชื่อ “หยา หยา” โดยเธอมักโพสต์วิดีโอแสดงความคิดเห็นที่สนับสนุนปักกิ่ง ร่วมกับลูกสาวตัวน้อย ในวิดีโอของเธอหลิวมักเรียกไต้หวันว่า “มณฑลไต้หวัน” และมักพูดให้เข้าใจได้ว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งที่แยกออกจากจีนไม่ได้นางหลิวเคยกล่าวในวิดีโอหนึ่งบน Douyin ที่มีผู้ติดตาม 480,000 คนว่า การรวมชาติของมาตุภูมิอย่างสมบูรณ์เป็นสิ่งที่จำเป็น ไม่ว่าสิ่งที่ประชาชนไต้หวันต้องการจะเป็นอย่างไรก็ตาม และกล่าวว่า การรวมชาติอย่างสันติเป็นเรื่องยากกว่าการรวมชาติด้วยกำลัง มันขึ้นอยู่กับว่าชาวไต้หวันเลือกทางไหน และแม้ว่าจะมีกระแสวิจารณ์วิดีโอของเธอเพิ่มขึ้น แต่เธอก็ยังโพสต์บน Douyin ในเดือนกุมภาพันธ์ว่าเธอจะไม่ถอย

อย่างไรก็ตาม เธอได้ชี้แจงในเวลาต่อมาว่าเธอเพียงพยายามส่งเสริมสิ่งดี ๆ ของทั้งสองฝ่ายผ่านวิดีโอของเธอ และลดช่องว่างระหว่างผู้คนเท่านั้น

คำพูดของเธอถูกประณามโดยผู้นำไต้หวัน โดย หลิว ซื่อฝาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของไต้หวันระบุว่าเสรีภาพในการพูดไม่ใช่ข้ออ้างในการเรียกร้องให้ไต้หวันถูกรุกราน

หลิวเป็นหนึ่งในชาวจีนแผ่นดินใหญ่กว่า 400,000 คน ที่แต่งงานกับชาวไต้หวัน และในช่วงที่ความตึงเครียดระหว่างสองฝั่งช่องแคบเพิ่มสูงขึ้น กิจกรรมของพวกเขาถูกจับตามองมากขึ้น

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีไต้หวัน ไล่ ชิงเต๋อ ได้ประกาศมาตรการหลายประการเพื่อควบคุมอิทธิพลและการแทรกแซงจากจีน โดยเรียกร้องให้มีกาควบคุมที่เข้มงวดขึ้น ต่อการแลกเปลี่ยนระหว่างสองฝั่งช่องแคบ เนื่องจากจีนใช้ช่องทางเหล่านี้เป็นเครื่องมือสร้างความแตกแยกภายในไต้หวัน.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไต้หวัน

ดีไซน์สุดล้ำ สนามบินใหม่ภูฏาน เตรียมเปิดบริการปี 2029

ดีไซน์สุดล้ำ สนามบินใหม่ภูฏาน เตรียมเปิดบริการปี 2029

17 มี.ค. 2568 13:00 น.

ดีไซน์สุดล้ำ สนามบินใหม่ภูฏาน เตรียมเปิดบริการปี 2029

เผยโฉมดีไซน์สุดล้ำของสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ของภูฏาน ที่ได้รับการออกแบบให้คล้ายกับ “เทือกเขา” คาดเปิดให้บริการในปี 2029

การฝึกสติเป็นหนึ่งในแนวคิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพในขณะนี้ โดยมีโรงแรม สปา และหลักสูตรต่างๆ ที่ทุ่มเทให้กับแนวคิดนี้ โดยประเทศภูฏานกำลังพัฒนาแนวคิดนี้ ด้วยการสร้างเมืองแห่งการฝึกสติขึ้นมาทั้งเมือง โดยเมืองเกเลพูในภาคใต้ของภูฏานใกล้กับพรมแดนอินเดีย ได้รับเลือกให้เป็นที่ตั้งของเมืองนี้

บริษัทสถาปนิก Bjarke Ingels Group (BIG) ได้เปิดเผยการออกแบบท่าอากาศยานนานาชาติเกเลพู ที่กำลังจะเปิดในอนาคต โดยนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเมืองและวิสัยทัศน์โดยรวมของเมืองให้มากที่สุดเท่าที่มีมา ภาพเรนเดอร์แสดงให้เห็นโครงสร้างไม้ทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ซึ่งทั้งหมดเป็นแบบโมดูลาร์ หรือหลักการออกแบบที่แบ่พื้นที่ออกเป็นส่วนย่อย ทำให้ปรับปรุงหรือขยายสนามบินได้ง่ายขึ้นในอนาคต

BIG กล่าวว่า มีการใช้องค์ประกอบจากธรรมชาติในการออกแบบ และนำเอาแนวคิดของภูฏานที่ว่า “ความสุขของคนทั้งชาติ” มาใช้ ซึ่งคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในการวัดคุณภาพชีวิต และกล่าวในแถลงการณ์ว่า “สนามบินเป็นความประทับใจแรกและครั้งสุดท้ายที่คุณได้รับจากสถานที่ที่คุณไปเยี่ยมชม”

“สถาปัตยกรรมของสนามบินประกอบด้วยโครงไม้แบบแยกส่วน ซึ่งให้ความยืดหยุ่นและขยายได้ คล้ายกับเทือกเขาที่ได้รับการออกแบบในระยะไกล ชิ้นส่วนไม้ทั้งหมดถูกแกะสลักและลงสีตามงานฝีมือดั้งเดิม ประดับด้วยมังกรสามประเภทที่เป็นตัวแทนของอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของภูฏาน ผลลัพธ์ที่ได้คือแบบดั้งเดิมแต่ล้ำสมัย ก้าวล้ำและหยั่งรากลึก”

สนามบินแห่งนี้จะมีปล่อยคาร์บอนเป็นลบ และใช้แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อผลิตพลังงาน สนามบินนานาชาติ Gelephu จะมีพื้นที่ 68,000 ตารางเมตร และสามารถรองรับเที่ยวบินได้ 123 เที่ยวบินต่อวัน โดยรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 1.3 ล้านคนต่อปี คาดเปิดให้บริการในปี 2029

แม้จะดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสนามบินขนาดใหญ่ เช่น สนามบินฮีทโธรว์ลอนดอน หรือสนามบินเจเอฟเคของนิวยอร์ก แต่สำหรับภูฏานซึ่งเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลแล้ว กลับถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก โดยในปี 2019 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังสนามบินนานาชาติพาโร ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงทิมพูเพียง 316,000 คนเท่านั้น

ดีไซน์สุดล้ำ สนามบินใหม่ภูฏาน เตรียมเปิดบริการปี 2029

ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดจะเดินทางมาที่สนามบินนานาชาติพาโร และเนื่องจากสนามบินพาโรตั้งอยู่ในพื้นที่ระหว่างยอดเขาหิมาลัยสองลูก ลมแรงในฤดูมรสุม และขาดไฟส่องสว่างบนรันเวย์ ทำให้มีเครื่องบินขนาดเล็กเพียงไม่กี่ลำต่อวันเท่านั้นที่บินเข้าหรือบินออก ซึ่งล้วนเป็นเที่ยวบินระยะสั้นจากเมืองใกล้เคียงในเอเชีย เช่น กรุงนิวเดลีและกรุงเทพฯ

สนามบินเกเลพูเป็นที่ตั้งของสนามบินในประเทศขนาดเล็กอยู่แล้ว แต่ได้รับเลือกให้เป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ เนื่องจากมีภูมิประเทศที่ราบเรียบกว่า ซึ่งหมายความว่าจะมีพื้นที่สำหรับรันเวย์ที่ยาวกว่าซึ่งสามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้

เนื่องจากทำเลที่ตั้งที่สะดวกใกล้กับอินเดีย ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการทูตและหุ้นส่วนทางการค้าหลักของภูฏาน ทำให้เกเลพูเป็นสถานที่ยุทธศาสตร์สำหรับการเชื่อมโยงทางรถไฟและถนน

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน ทรงเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังโครงการเกเลพู เมืองแห่งสติ (Gelephu Mindfulness City) และทรงระบุในแถลงการณ์ว่า “สนามบินแห่งนี้มีความสำคัญต่อความสำเร็จของโครงการดังกล่าว ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจ และยังเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่สำคัญสำหรับความมั่นคงของชาติภูฏาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล”

ประเทศที่มีประชากรประมาณ 750,000 คน ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวแบบ “มูลค่าสูงแต่ส่งผลกระทบต่ำ” นักท่องเที่ยวประเทศจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการพัฒนาอย่างยั่งยืนรายวันจำนวน 100 ดอลลาร์ ซึ่งจะนำไปใช้เป็นทุนในการดูแลสุขภาพ การศึกษา และบริการสาธารณะอื่นๆ ในภูฏาน.

ที่มา CNN

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

สหรัฐฯ อ่วม ทอร์นาโด-พายุฝุ่น-ไฟป่า ดับแล้วกว่า 40 ราย

สหรัฐฯ อ่วม ทอร์นาโด-พายุฝุ่น-ไฟป่า ดับแล้วกว่า 40 ราย

17 มี.ค. 2568 11:20 น.

สหรัฐฯ อ่วม ทอร์นาโด-พายุฝุ่น-ไฟป่า ดับแล้วกว่า 40 ราย

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 ราย หลังจากมีรายงานการเกิดพายุฝุ่น ไฟป่า และพายุทอร์นาโดหลายลูกพัดถล่มพื้นที่ทางตอนกลางและตอนใต้ของสหรัฐฯ

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 ราย หลังจากมีรายงานการเกิดพายุฝุ่น ไฟป่า และพายุทอร์นาโดหลายลูกพัดถล่มพื้นที่ทางตอนกลางและตอนใต้ของสหรัฐฯ โดยรัฐมิสซูรีเป็นรัฐที่ได้รับผลกระทบจากพายุทอร์นาโด ซึ่งเริ่มก่อตัวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย นอกจากนั้น กระแสลมแรงในรัฐเท็กซัสและแคนซัสทำให้เกิดพายุฝุ่น ส่งผลให้รถชนกันและมีผู้เสียชีวิตกว่า 12 ราย

สภาพอากาศเลวร้ายซึ่งครอบคลุมพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของสหรัฐฯ ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 100 ล้านคน ทำให้เกิดไฟป่าที่ร้ายแรงเกือบ 150 แห่งในรัฐโอกลาโฮมา นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตในรัฐอาร์คันซอ อะลาบามา และมิสซิสซิปปี้

บางส่วนของรัฐเท็กซัส หลุยเซียนา อะลาบามา อาร์คันซอ เทนเนสซี มิสซิสซิปปี้ จอร์เจีย เคนตักกี้ และนอร์ทแคโรไลนา อยู่ภายใต้คำเตือนเรื่องน้ำท่วม

ส่วนประชาชนมากกว่า 320,000 คนทั่วทั้งภูมิภาค ไม่มีไฟฟ้าใช้ในช่วงเย็นวันที่ 16 มี.ค. ตามข้อมูลจาก PowerOutageUS ซึ่งเป็นบริษัทติดตามข้อมูลไฟฟ้า มีการประกาศภาวะฉุกเฉินในรัฐอาร์คันซอ จอร์เจีย และโอกลาโฮมา

ส่วนที่รัฐมิสซูรี นายไมค์ คีโฮ ผู้ว่าการรัฐกล่าวว่า “ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั่วทั้งรัฐนั้นน่าตกตะลึง”แถลงการณ์ของเขาระบุเพิ่มเติมว่า “บ้านเรือน โรงเรียน และธุรกิจหลายร้อยแห่งได้รับความเสียหายหรือได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง”

พายุทอร์นาโดคร่าชีวิตผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังหนึ่งในเขตบัตเลอร์ รัฐมิสซูรี ทำให้บ้านหลังดังกล่าว “ไม่เหลือสภาพว่าเป็นบ้าน” และเหลือเพียงเศษซาก ตามคำกล่าวของจิม เอเคอร์ส เจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพในพื้นที่

ในรัฐโอกลาโฮมา ไฟป่าเกือบ 150 ครั้งที่เกิดจากลมแรง 133 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้รถบรรทุกพ่วงหลายคันพลิกคว่ำ แพทย์นิติเวชประจำรัฐกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 รายที่นั่น ซึ่งเป็นผลจากไฟไหม้หรือลมแรง ไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 430,100 ไร่ และทำลายอาคารบ้านเรือนไปเกือบ 300 หลัง รวมถึงบ้านไร่ที่เป็นของนายเควิน สติตต์ ผู้ว่าการรัฐ

ในรัฐแคนซัส มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย หลังจากรถยนต์มากกว่า 55 คันชนกันเนื่องจากพายุฝุ่น ในรัฐเท็กซัส พายุฝุ่นอีกครั้งทำให้รถชนกันประมาณ 38 คัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย

มีผู้เสียชีวิต 6 รายในรัฐมิสซิสซิปปี้ เนื่องจากพายุทอร์นาโดพัดถล่มรัฐดังกล่าว และพายุทอร์นาโดอีก 3 รายในรัฐอลาบามา คร่าชีวิตผู้คนไป 3 ราย รวมทั้งหญิงวัย 82 ปี ในรัฐอาร์คันซอ เจ้าหน้าที่รายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บ 29 ราย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กล่าวว่ากองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิได้ถูกส่งไปประจำการที่รัฐอาร์คันซอเพื่อช่วยรับมือกับพายุ.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

สหรัฐฯถล่มกบฏฮูตีในเยเมน ยอดตายพุ่ง 53 ศพ

สหรัฐฯถล่มกบฏฮูตีในเยเมน ยอดตายพุ่ง 53 ศพ

17 มี.ค. 2568 08:24 น.

สหรัฐฯถล่มกบฏฮูตีในเยเมน ยอดตายพุ่ง 53 ศพ

สหรัฐฯ ถล่มฮูตีในเยเมนอย่างต่อเนื่อง ยอดเสียชีวิตพุ่งทะลุ 53 ศพแล้ว ขณะที่อิสราเอลยังเดินหน้าโจมตีและปิดล้อมกาซา

วันที่ 17 มีนาคม 2568 สำนักข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า กลุ่มกบฎฮูตี ในเยเมน เปิดเผยว่าท่าเรือฮุดัยดะห์ ถูกโจมตีอีกครั้ง ท่ามกลางปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่ากองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศเข้าใส่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนแล้ว เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ยิงมิสไซล์โจมตีเรือสินค้ารวมถึงเรือของกองทัพสหรัฐฯ ในทะเลแดง นับตั้งแต่สงครามในฉนวนกาซาปะทุขึ้นเมื่อ 17 เดือนก่อนนั้น

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าการโจมตีจะดำเนินต่อไปจนกว่าฮูษีจะยุติการคุกคามเรือพาณิชย์ในภูมิภาค ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในเยเมนพุ่งสูงถึง 53 ศพ โดยในจำนวนนี้มีเด็กเสียชีวิตอย่างน้อย 5 ศพ

ด้านฉนวนกาซา กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีและปิดล้อมพื้นที่อย่างหนัก ล่าสุดมีชายชาวปาเลสไตน์วัย 62 ปีถูกสังหาร ขณะที่คณะผู้แทนอิสราเอลเดินทางไปยังกรุงไคโรเพื่อหารือเกี่ยวกับรายละเอียดของข้อตกลงหยุดยิงกับเจ้าหน้าที่อียิปต์

ทางด้านกระทรวงสาธารณสุขกาซา รายงานว่ายอดผู้เสียชีวิตจากสงครามในกาซาพุ่งสูงถึง 48,572 ศพ และมีผู้บาดเจ็บ 112,032 ราย ขณะที่สำนักงานสื่อสารของรัฐบาลกาซาระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจสูงถึง 61,700 ศพ เนื่องจากยังมีผู้สูญหายใต้ซากปรักหักพังอีกหลายพันคน.

ตร.รวบผู้ต้องสงสัย 10 รายเกี่ยวข้อเหตุไฟไหม้ไนต์คลับมาซิโดเนีย ตรวจพบเปิดโดยไม่มีใบอนุญาต

ตร.รวบผู้ต้องสงสัย 10 รายเกี่ยวข้อเหตุไฟไหม้ไนต์คลับมาซิโดเนีย ตรวจพบเปิดโดยไม่มีใบอนุญาต

17 มี.ค. 2568 08:13 น.

ตร.รวบผู้ต้องสงสัย 10 รายเกี่ยวข้อเหตุไฟไหม้ไนต์คลับมาซิโดเนีย ตรวจพบเปิดโดยไม่มีใบอนุญาต

ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 10 ราย จากเหตุโศกนาฏกรรมไฟไหม้ไนต์คลับในประเทศมาซิโดเนียเหนือ ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนอย่างน้อย 59 ศพ ทางการเผยสถานบันเทิงเปิดโดยไม่มีใบอนุญาต พร้อมสืบสวนปมทุจริต

วันที่ 17 มีนาคม 2568 ตำรวจมาซิโดเนียเหนือแถลงการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย 10 ราย ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุโศกนาฏกรรมไฟไหม้ไนต์คลับ “พัลส์” (Pulse) ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 59 ศพ บาดเจ็บ 155 ราย โดยตำรวจระบุว่า ผู้ถูกจับกุมตัวรวมไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตให้สถานบันเทิงแห่งนี้ 

โดยเกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ไนต์คลับในประเทศมาซิโดเนียเหนือ เมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในขณะที่มีผู้เข้าร่วมงานคอนเสิร์ตของวง “DNK” วงฮิปฮอปชื่อดังจำนวนกว่า 500 คน คลิปวิดีโอจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นประกายไฟจากพลุบนเวทีพุ่งไปติดเพดานซึ่งทำจากวัสดุไวไฟ ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว

ทางด้านนายบิลยานา อาร์ซอฟสกา โฆษกสำนักงานอัยการ ระบุว่า การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไนต์คลับแห่งนี้มีเพียงทางออกเดียวที่ใช้งานได้ เนื่องจากประตูหลังถูกล็อก นอกจากนี้ยังมีข้อบกพร่องด้านระบบดับเพลิงและระบบไฟฟ้าอีกหลายจุด

ด้านนายกรัฐมนตรีฮริสติยัน มิกโกสกี ยืนยันว่าใบอนุญาตของไนต์คลับแห่งนี้ออกมาโดยมิชอบ ผ่านการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในเดือนมีนาคม ปีที่แล้ว ซึ่งการสอบสวนจะดำเนินต่อไปเพื่อหาผู้กระทำผิดทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลมาซิโดเนียเหนือประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 7 วัน พร้อมสั่งตรวจสอบไนต์คลับและสถานบันเทิงทุกแห่งภายใน 3 วันข้างหน้า ขณะที่หลายประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ บัลแกเรีย กรีซ เซอร์เบีย และตุรกี เสนอตัวให้ความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาล โดยผู้บาดเจ็บสาหัสบางรายถูกส่งไปรักษาในเมืองเทสซาโลนีกี ประเทศกรีซ

ทั้งนี้เหตุไฟไหม้ไนต์คลับครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปีของมาซิโดเนียเหนือ และเป็นอีกหนึ่งกรณีของเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงจากพลุไฟ เช่นเดียวกับโศกนาฏกรรมที่คลับ Colectiv ในบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย เมื่อปี 2558 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 64 ศพ.

วาติกันเผยภาพโป๊ปครั้งแรกหลังเข้าโรงพยาบาล อาการประชวรยังทรงตัว

วาติกันเผยภาพโป๊ปครั้งแรกหลังเข้าโรงพยาบาล อาการประชวรยังทรงตัว

17 มี.ค. 2568 05:32 น.

วาติกันเผยภาพโป๊ปครั้งแรกหลังเข้าโรงพยาบาล อาการประชวรยังทรงตัว

วาติกันเผยแพร่ภาพแรกของโป๊ปฟรานซิส นับตั้งแต่พระองค์ประทับที่โรงพยาบาล โดยอาการประชวรยังคงทรงตัว แต่การรักษามีพัฒนาการ

สำนักวาติกันอัปเดตอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ในคืนวันอาทิตย์ที่ 16 มี.ค. 2568 ว่า โป๊ปยังคงต้องรับการบำบัดการเคลื่อนไหวและบำบัดทางเดินหายใจ และพระองค์กำลังได้รับประโยชน์จากการรักษา นอกจากนั้นพระองค์ยังทรงงานเล็กน้อย และไม่มีผู้เข้าพบในวันนี้

วาติกันยังเผยแพร่รูปถ่ายของโป๊ปฟรานซิสออกมาให้สาธารณะได้เห็นเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่พระองค์เข้าประทับที่โรงพยาบาลเจเมลลีในกรุงโรมเมื่อวันที่ 14 ก.พ. เพื่อรับการตรวจปัญหาทางเดินหายใจ ก่อนจะพบว่า พระองค์มีอาการปอดบวมที่ปอดทั้ง 2 ข้าง ซึ่งยังต้องรักษามาจนถึงทุกวันนี้

ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ สำนักงานฝ่ายสื่อของวาติกันเผยแพร่เทปบันทึกเสียงของโป๊ปฟรานซิส ที่อัดเอาไว้ตั้งแต่ 6 มี.ค. และเผยแพร่ในวันเดียวกันนั้นตอนเริ่มพิธีสวดภาวนาที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ โดยมีใจความว่า

“ข้าพเจ้าขอขอบคุณจากก้นบึ้งของหัวใจสำหรับการสวดภาวนาเพื่อสุขภาพของข้าพเจ้าจากที่จัตุรัส (เซนต์ปีเตอร์) ข้าพเจ้าขอร่วมสวดภาวนากับทุกคนจากตรงนี้ ขอให้พระเจ้าอวยพรพวกคุณ และขอให้พระแม่มารีคุ้มครองทุกคน ขอบคุณ”

วาติกันเผยด้วยว่า ในวันอาทิตย์ โป๊ปฟรานซิสทรงเข้าร่วมพิธีมิสซาในฐานะผู้ร่วมประกอบพิธี (concelebrate) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าโรงพยาบาล หลังจากที่ผ่านมา พระองค์เพียงเข้าร่วมพิธีมิสซา จากโบสถ์ขนาดเล็กในห้องบนชั้น 10 ของโรงพยาบาลเจเมลลีเท่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : abcnews

ทรัมป์สั่งตัดงบสื่อ “วอยซ์ ออฟ อเมริกา” ลูกจ้าง 1,300 คนถูกพักงาน

ทรัมป์สั่งตัดงบสื่อ “วอยซ์ ออฟ อเมริกา” ลูกจ้าง 1,300 คนถูกพักงาน

17 มี.ค. 2568 05:04 น.

ทรัมป์สั่งตัดงบสื่อ “วอยซ์ ออฟ อเมริกา” ลูกจ้าง 1,300 คนถูกพักงาน

ทรัมป์ลงนามคำสั่งตัดงบสื่อ ซึ่งกระทบหลายเจ้ารวมถึง วอยซ์ ออฟ อเมริกา ทำให้ต้องพักงานลูกจ้างเกือบทั้งหมด และเสี่ยงต้องปิดตัว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ลูกจ้างกว่า 1,300 คนของ “วอยซ์ ออฟ อเมริกา” (VOA) หนึ่งในสื่อใหญ่ของสหรัฐฯ ถูกสั่งพักงานเมื่อวันเสาร์ที่ 15 มี.ค. 2568 หลังจากงบประมาณของพวกเขา รวมถึงสื่อสหรัฐฯ อีก 2 เจ้า ถูกยกเลิกโดยคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (14 มี.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารตัดงบประมาณ “สำนักงานเพื่อสื่อโลกแห่งสหรัฐฯ” (USAGM) ซึ่งมอบทุนให้แก่องค์กรไม่แสวงกำไรรวมถึงสื่ออย่าง วอยซ์ ออฟ อเมริกา, เรดิโอ ฟรี ยุโรป และ เรดิโอ ฟรี เอเชีย ซึ่งเดิมที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบโต้โฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายคอมมิวนิสต์

นายไมเคิล อับราโมวิตซ์ ผู้อำนวยการของ VOA กล่าวว่า นักข่าว, โปรดิวเซอร์ และผู้ช่วยเกือบทั้ง 1,300 คนถูกพักงาน ทำให้พวกเขาสูญเสียความสามารถในการเผยแพร่สื่อ

ด้านสำนักข่าว CBS รายงานว่า ลูกจ้างของ VOA ได้รับแจ้งข่าวผ่านทางอีเมลซึ่งส่งมาโดย น.ส.ครีสตัล โทมัส ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ USAGM ขณะที่ลูกจ้างฟรีแลนซ์กับพนักงานสัญญาจ้าง ก็ต้องหยุดทำงานเช่นกัน เนื่องจาก VOA ไม่มีเงินจ่ายค่าจ้าง

CBS รายงานอีกว่า ผู้อำนวยการของ เรดิโอ ฟรี เอเชีย กับ เรดิโอ ฟรี ยุโรป/เรดิโอ ลิเบอร์ตี ก็ถูกตัดเงินทุนที่ได้จากหน่วยงานรัฐบาลกลางเช่นกัน ซึ่งผู้จัดการของสื่อทั้งสองได้รับคำสั่งจากผู้บริหารว่า ให้ลดการปฏิบัติงานลงให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ภายใต้เกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

แถลงการณ์จากทำเนียบข่าวสหรัฐฯ กล่าวหา VOA ว่า เป็นสื่อหัวรุนแรงและมีแนวคิดต่อต้านโดนัลด์ ทรัมป์ และว่าคำสั่งนี้ของประธานาธิบดีจะทำให้แน่ใจว่า เงินภาษีจากประชาชนจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับโฆษณาชวนเชื่อหัวรุนแรง, ฝ่ายซ้าย และเลือกพรรคเดียวอย่าง VOA อีกต่อไป

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของนายทรัมป์ถูกมองว่าเป็นความพยายามปิดสื่อ VOA ซึ่งเขาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักตั้งแต่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ว่าเป็นสื่อที่มีอคติต่อตัวเขา และในรัฐบาลชุดที่ 2 นี้ นายทรัมป์แต่งตั้งผู้ภักดีต่อตัวเขาอย่าง น.ส. คารี เลค เป็นที่ปรึกษาพิเศษของ USAGM

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters , bbc