ว่อนทั่วโลก! ปล่อยแชท-ภาพแฉพระเอกดัง’คิมซูฮยอน’ ตอกย้ำซุ่มคบ’คิมแซรน’ตั้งแต่ยังเป็นผู้เยาว์

ว่อนทั่วโลก! ปล่อยแชท-ภาพแฉพระเอกดัง'คิมซูฮยอน' ตอกย้ำซุ่มคบ'คิมแซรน'ตั้งแต่ยังเป็นผู้เยาว์

ว่อนทั่วโลก! ปล่อยแชท-ภาพแฉพระเอกดัง’คิมซูฮยอน’ ตอกย้ำซุ่มคบ’คิมแซรน’ตั้งแต่ยังเป็นผู้เยาว์

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.48 น.

12 มีนาคม 2568 กลายเป็นประเด็นไปทั่วโลกโวเชียลหลังจากที่คุณป้าของนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ’คิมแซรน’ (KimSaeRon) ได้ออกมาเปิดเผยว่าหลานสาวเคยคบกับ ‘คิมซูฮยอน’ (KimSooHyun) พระเอกซูเปอร์สตาร์ที่ค่าตัวแพงที่สุดในเกาหลี  เป็นเวลา 6 ปี ตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งแซรนอายุ 15 ปี ขณะที่ ซูฮยอนอายุ 27 ปี ก่อนจะเลิกรากันไปปี 2021  ซึ่งในเรื่องนี้ทาง GOLD MEDALIST ต้นสังกัดของ ‘คิมซูฮยอน’ ได้ออกมาปฏิเสธ ชี้ว่าเป็นข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริงและเตรียมจะดำเนินคดีกับช่อง YouTubeดังกล่าว

แต่เรื่องนี้ดูท่าจะไม่จบลงง่ายๆ เมื่อชาวเน็ตขุดภาพลับ ของ’คิมซูฮยอน’ และ ‘คิมแซรน’ ขึ้นมาซ้ำ รวมถึงมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เว็บไซต์ edaily.co.kr ของเกาหลีใต้ รายงานว่า แม้ GOLDMEDALIST ขู่ว่าจะฟ้องคนปล่อยข่าว แต่ดูเหมือนฝ่ายคนแฉจะยังไม่สะทกสะท้าน แถมช่อง YouTube 가로세로연구소 ยังจัดชุดใหญ่ด้วยการปล่อยภาพ ‘คิมซูฮยอน’ แนบชิดกับ ‘คิมแซรน’ เรียกว่ายกระดับความสนิทสนมขึ้นจากภาพแก้มแนบแก้มที่เคยว่อนโลกออนไลน์มาแล้ว

พร้อมกันนั้นยังมีข้อความที่ ‘คิมแซรน’ ส่งไปหา คิมซูฮยอน ระบุว่า “พี่คะ ฉันแซรนเอง ฉันได้รับจดหมายแจ้งว่าจะฟ้องฉันแล้ว พวกเขาบอกว่าจะให้เวลาฉัน ฉันจึงเตรียมตัวอย่างแข็งขันที่จะกลับมาในวงการ ฉันจะทยอยจ่ายให้จากเงินที่ได้ในแต่ละงาน ฉันไม่ได้บอกว่าจะไม่จ่ายคืน แต่ถ้าพวกเขาจะขอเงิน 700 ล้านวอน ในตอนนี้เลย ฉันหามาไม่ได้จริงๆ ได้โปรดช่วยฉันหน่อยนะคะ ขอเวลาให้ฉันด้วย” ซึ่งขณะนั้นเธอเองไม่ได้รับข้อความตอบกลับใดๆ จากพระเอกดัง ซึ่งสาเหตุที่เธอปล่อยภาพแก้มแนบแก้มกับเขานั้น ก็เพราะหวังว่าเขาจะติดต่อเธอกลับมาหลังจากนั้น

ภาพ : คิมแซรนตอนอายุ 15 ปี 

‘หนุ่ม กะลา’เฉลยทันควัน ปมโพสต์เรียกทัวร์ลง ไปกันใหญ่แล้ว

'หนุ่ม กะลา'เฉลยทันควัน ปมโพสต์เรียกทัวร์ลง ไปกันใหญ่แล้ว

‘หนุ่ม กะลา’เฉลยทันควัน ปมโพสต์เรียกทัวร์ลง ไปกันใหญ่แล้ว

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.37 น.

หลังจากที่ หนุ่ม กะลา หรือ ณพสิน แสงสุวรรณ ได้โพสต์ข้อความชวนทัวร์ลงด้วยข้อความว่า “ถ้าแฟนนอกใจ สิ่งแรกที่คุณจะทำคือ…” และต่อมาก็ได้ปล่อยอีกโพสต์ว่า “เคยป่ะ? คิดว่าสำคัญ ที่แท้แค่สำรอง” ซึ่งทั้งสองโพสต์นี้ทำให้มีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก 

ล่าสุด หนุ่ม กะลา ได้โพสต์ภาพคู่กับลูกสาวพร้อมชี้แจงว่า ” ไปกันใหญ่ละ 5555555 เพจนี้ไม่มีแอดมินนะครับ (โพสเองทุกอัน) โอ้ย ไม่ได้อกหัก ชีวิตมีฟามสุขดีฮะ  ลงงานบ้างไรบ้างเนาะ แค่ผมบิ้วเข้าเพลงใหม่ ยังขนาดนี้555 สำหรับFCผมไว้รออีกนิดครับ”

‘เกรท – โป๊ป – กลัฟ’ นำทีมซุปตาร์ช่อง 3 ฟิตซ้อมก่อนเปิดศึกประชันแข้ง

‘เกรท - โป๊ป - กลัฟ’ นำทีมซุปตาร์ช่อง 3 ฟิตซ้อมก่อนเปิดศึกประชันแข้ง

‘เกรท – โป๊ป – กลัฟ’ นำทีมซุปตาร์ช่อง 3 ฟิตซ้อมก่อนเปิดศึกประชันแข้ง

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.10 น.

“เกรท วรินทร – โป๊ป ธนวรรธน์” นำทีมเหล่าซุปตาร์ช่อง 3 ลงสนามอุ่นเครื่องก่อนฟาดแข้งกันในงานมหกรรมความบันเทิงสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “55 ปี NEW ENERGY พลังใหม่ ไร้ขีดจำกัด” พร้อมส่งเสียงเชียร์ข่มคู่แข่งลั่นสนามกับสโลแกน สีแดงยิงให้ยับ ปะทะ น้ำเงินแชมป์แน่ ๆ

แม้จะเป็นการฝึกซ้อมวันแรก แต่นักแสดงก็มากันอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นทีมสีแดง ซึ่งนำทีมโดย กัปตันเกรท วรินทร พร้อมด้วย กัปตันสอง กลัฟ คณาวุฒิ, บอย ปกรณ์, จ็อบ ธัชพล, อู๋ กิตติภณฟลุ๊คจ์ พงศภัทร์ปีเตอร์แพน ทัศน์พลเฟริสท์ ภาราดา ฯลฯ ขณะที่ทีมสีน้ำเงิน กัปตันโป๊ป ธนวรรธน์ แม้จะยังบาดเจ็บแต่ก็มาให้กำลังใจลูกทีมอย่าง มีน พีรวิชญ์จูเนียร์ กาจบัณฑิต, แฟรงกี้ วีรภัฏป๊อบปี้ รัชพงศ์, บอล กัมมัญญ์, อ๋อง สิทธานต์เฟรนด์ พีระกฤตย์, เต้ ชยพัทธ์, ภูมิ ชวัลวัฒน์ และอีกคับคั่ง

บรรยากาศการซ้อมเป็นไปอย่างดุเดือด จริงจัง เหล่านักเตะต่างวอร์มร่างกายอย่างดีเพื่อไม่ให้บาดเจ็บ ทีมสีแดงยิงประตูขึ้นนำไปก่อน 2-0 แต่ทีมสีน้ำเงินมาแรงแซงโค้งทำ 3 ประตูรวด หมดเวลา สีน้ำเงินชนะสีแดงไป 3 – 2 หลังจบการซ้อมแม้หนุ่ม ๆ จะเหน็ดเหนื่อยจากอากาศที่ร้อน แต่ก็ไม่ท้อ พร้อมลุยเต็มที่เพื่อนำชัยชนะมาสู่ทีมของตัวเองให้ได้!!

แฟน ๆ ที่มีบัตรแล้วอย่าลืมมาให้กำลังใจและส่งเสียงเชียร์สีที่คุณรักให้ลั่นสนามไปด้วยกันในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้ ณ สนามศุภชลาศัย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง CH3Thailand และ 3Plus

เปิดฉากละคร ‘ชะตาหงส์’ ศุกร์ 14 มีนาคมนี้

เปิดฉากละคร ‘ชะตาหงส์’ ศุกร์ 14 มีนาคมนี้

เปิดฉากละคร ‘ชะตาหงส์’ ศุกร์ 14 มีนาคมนี้

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.00 น.

ละคร ชะตาหงส์”  ได้ฤกษ์ลงจอตอนแรกศุกร์ที่ 14 มี.ค.นี้  ให้แฟนๆ  ช่องวัน31  ได้อินไปกับความดราม่าเข้มข้น  และการประชันบทบาทของ รุ่นใหม่ฝีมือฉกาจ  ที่จะเชือดเฉือนอารมณ์กันแบบครบทุกอรรถรส  ตามใบสั่งของผู้กำกับ ตั้ม-บรรเจิด พุทธโศภิษฐ์ 

กับเหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ความชุลมุน เมื่อ  ดอม เหตระกูล หรือ ไกรสร  ทายาทเศรษฐีแห่งเมืองพระประแดง  ประกาศข่าวดี เตรียมสละโสด  กับ  พิมพ์ พิมพ์มาดา  ในบท  วรรณดี  แม่ค้าน้ำพริกจิตใจดี  ฝีมือตำน้ำพริกอร่อยเหาะ  ที่คบหาดูใจกันมานาน  ทำให้ เข็ม ลภัสรา ในบท มณีจันทร์  แม่ค้าขายปลาทูสุดแซ่บ  ที่แอบชอบดอมอยู่เกิดอาการของขึ้น!!  เพราะงานวิวาห์นี้อาจทำให้แผนการเป็นคุณนายของเธอต้องพังไม่เป็นท่า  เมื่อโชคชะตาไม่เป็นใจ  เข็มเลยตัดสินใจวางแผนสุดแยบยลเพื่อล่มงานแต่งให้ได้  เมื่อแม่ค้าปลาทูอยากอัปเกรดชีวิตให้สูงส่งดั่งหงส์ เธอจึงต้องงัด “ไม้เด็ด” มาพลิกชะตาแบบไม่ง้อฟ้าง้อดิน!!

 ติดตามฉากเปิดสุดเข้มข้น ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกผันแห่งโชคชะตานี้ได้ในละคร  ชะตาหงส์”  เริ่มตอนแรก วันศุกร์ที่ 14 มีนาคมนี้  เวลา 1 ทุ่มตรง  ทางช่องวัน31

‘แอน อรดี’ สาวสวย เก่ง เมาท์สนุก! เปิดเส้นทางหมอลำฟิวชั่นสุดปัง

‘แอน อรดี’ สาวสวย เก่ง เมาท์สนุก! เปิดเส้นทางหมอลำฟิวชั่นสุดปัง

‘แอน อรดี’ สาวสวย เก่ง เมาท์สนุก! เปิดเส้นทางหมอลำฟิวชั่นสุดปัง

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.42 น.

สุดยอดนักร้องสาวที่มาแรงในตอนนี้ ไม่เพียงแต่ความสวยที่สะดุดตา แต่ยังมีความสามารถด้านการร้องเพลงที่ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะเพลงใหม่ล่าสุดของเธอที่ปล่อยออกมา ติดหูคนฟังตั้งแต่คำแรกอย่าง  เพลงบังเอิญมันได้อ่ะ” ที่ตอนนี้ยอดวิวแตะ10ล้านวิวแล้ว อีกเธอยังสร้างความฮือฮาในวงการเพลง ด้วยเสียงที่มีเอกลักษณ์และสไตล์ที่โดดเด่น จนเบิ้ล ปทุมราชต้องยกฉายานี้ให้เธอ ราชินีหมอลำฟิวชั่นยุคใหม่  ซึ่งไม่แปลกใจเลยที่เธอจะได้รับตำแหน่งนี้ไปอย่างสมเกียรติ! เธอไม่เพียงแต่ร้องเพลงเก่ง แต่ยังเต็มไปด้วยความมั่นใจในทุกบทบาท อีกทั้งยังแชร์ประสบการณ์ด้านการทำงานและความรักที่ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น! เล่าถึงเส้นทางความรักที่เต็มไปด้วยเรื่องราวสุดปัง ทำให้คนฟังยิ่งหลงรักในตัวเธอมากยิ่งขึ้น

คําว่าราชินีหมอลําฟิวชั่นยุคใหม่ยาวขนาดนี้ใครตั้ง?

คุณเบิ้ล ปทุมราชค่ะ หนูได้มีโอกาสไปออกรายการของเขา

ตอนนี้งานเยอะขนาดไหน

ตอนนี้งานลากยาวมาเป็นปีที่ 4 แล้วที่ยังไม่ได้พักเลย 4 ปีที่ผ่านมานี้ตกวันละ2 -3 งาน

หน้าเวทีมีใครไปตีกันบ้างมั้ย

มีค่ะคือประมาณว่าอยู่ข้างหน้าเวทีเค้าก็จะสนุกแล้วส่วนมากเอ่อในช่วงหลังๆ มันจะมีแต่เพลงที่แบบโจ๊ะๆ เขาก็จะมาแบบเล็งๆ กันก่อนแต่เราก็ต้องดูด้วยนะคะสังเกตดูด้วยว่าแบบกลุ่มนี้กลุ่มนี้เป็นยังไง บางทีน้องข้างหลังเขาก็จะให้ระวังนะพี่

เพลงไหนที่ตีกันบ่อย

แม่ห้างน้อย มันเป็นเพลงแก้มาจากแม่ห้างมหาเสน่ห์ของคุณพี่ไหมไทยค่ะ ซึ่งมันก็จะเป็นเวอร์ชั่นของแอนที่แอนทําเร็วขึ้น พอขึ้นท่อนนี้ปุ๊บ เท่านั้นแหละ

ใน 4 ปีที่ผ่านมามีชุดทั้งหมดกี่ชุด

ล่าสุดหนูตัดเดือนละประมาณเกือบ 4 เซต แบบก็จะมีสายคอสตูมที่เขาเป็นช่างที่แบบ หนูโชคดีที่เขาดูแลหนูมาตั้งแต่แรกเลยเขาก็จะเข้าใจว่าเราใส่อันนี้ได้ เราใส่แบบนี้แล้วสวยนะ การแต่งหน้าทําผมแล้วก็เสื้อผ้ามันจะเป็นเทรนด์ไหนดูค่ะ ก็ต้องดู ดูทุกอย่างหนูจะเป็นคนที่ชอบเรียนรู้แฟชั่นอะไรต่างๆ ตามไอจีเวลาแต่งตัวแบบกระโปรงสั้น ๆ เราก็ต้องใส่เซฟไว้ ใส่ขาสั้น

อยู่หน้าเวทีเคยโดนลวนลามบ้างมั๊ย และมีวิธีรับมือยังไง

หนูว่าต้องระวังตัวเองค่ะระวังตัวเองมากขึ้นก็เรียนวิชายุทธมาจากพี่ใหม่ พัชรีอยู่เหมือนกัน แกเป็นสายเคาะ แล้วก็ด่าเลย

นักร้องส่วนใหญ่คิดว่า ติ๊บ คือฝนโปรยปราย

มันคือพลังถ้าวันไหนรู้สึกแบบอยู่ห่างไกลจากคนดูรู้เลยว่ามันเข้าไม่ถึงแน่นอนบางคนเค้าอยากมาเห็นหน้าเราใกล้ๆ เค้าก็แค่ยื่นแบงค์มามันเป็นการแลกเปลี่ยนกัน หรือบางทีเค้าอยากจะคุยกับเรา หรือบางทีเค้าอยากจะเดินเข้ามาหาเรา บางคนให้ก็ให้อยู่นั่นแหละ ให้จนจบคอนเสิร์ตก็มี ค่อยๆ ให้ 20 บาท หนูก็เอาหนูก็เข้าใจ คือหนูจะพยายามเข้าใจทุกคนว่า เค้าก็คงรอเค้าคงจะมีความตื่นเต้นของเค้ากว่าเขาจะจะมาเจอเราแล้วมันเป็นยังไงน้องก็อยากให้ประทับใจใช่จริงจริงมันไม่ได้เกี่ยวกับสิบยี่สิบบาทเพราะว่าพวกเราจะรู้สึกว่านั่นคือน้ำใจ

เคยได้ทิปคนเดียวมากที่สุดเท่าไหร่

หน้าเวทีที่เคยได้รับก็ประมาณสามหมื่น คือเป็นแบงก์พันแล้วก็ให้เลย 30,000 บาท และอีกงานเป็นแฟนคลับคุณแม่ท่านหนึ่ง มาจ้างงานให้ไปร้องเพลงที่บ้านเขาก่อนที่จะถึงวันแสดง เขาก็นัดให้ไปกินข้าวบ้านแม่ก่อน ชวนเพื่อน ชวนพี่ๆ ผู้จัดการไป บ้านเขาน่าจะเป็นจุดเช็คอินของขอนแก่น สวนนันทนาหนูก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านเป็นใคร แล้วแบบอยู่ดี ๆ ท่านก็เรียกไปหาแล้วพอตอนที่จะกลับอยู่ดี ๆ ท่านก็แบบ ยัดเงินให้ก้อนนึงเป็นเงินหนึ่งแสนบาท หนูก็งงหนูก็แบบอะไรคะ คือเป็นค่าจ้างเหรอ หนูไม่รู้ว่ามันคืออะไร แกก็เลยบอกว่า แม่ช่วยซื้อบ้าน คือตอนนั้นเป็นบ้านหลังแรกของหนู

เพลงของหนูที่ดังใน tiktok เริ่มแรกเพลงอะไร

ลืมฮูดซิป เป็น cover หน้าเวทีคือเวทีแสดงสด แล้วเขาก็ตัดคลิปเอาไปลง จนกลายเป็นไวรัล เพลงนี้มันมีความรู้สึก มันใช่ฝนมันจะลุกเลยตอนที่เราร้องหนูเห็นแต่คนยกโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างนี้ คนประมาณ 6000 คนได้วันนั้น

คําว่าดังในความรู้สึกของเรา อะไรที่บอกว่าอันนี้คือดัง นอกจากแบบมันเต็มเป็นไวรัล เต็มฟีด

หนูไม่เคยคิดว่าตัวเองจะดัง แม่ไม่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นที่รู้จักขนาดนี้คือเราอยู่แค่อีสาน พอคนอีสานรู้จักเราเราแค่นี้ภูมิใจรู้สึกว่าหนูภูมิใจแล้ว แต่พอมันแมสทั่วประเทศที่แบบคนใต้คนเหนือคนภาคกลางเค้ามารู้จักเรา กลุ่มของน้องๆ วัยรุ่นด้วยมันก็ทําให้หนูรู้สึกดี

แล้วมีเพลงอะไรอีกต่อจากนั้น

ก็ยังไม่มีค่ะหนูก็จะทํา cover ออกมามันก็จะมีแบบมีติดบ้างไม่ติดบ้างแล้วแต่เมียเช่าก็เป็นเวอร์ชั่นที่เพราะสุดในที่เขา coverกันนะคะ 

ล่าสุดนี้คือบังเอิญมันได้มันขนลุกไหม

บังเอิญมันได้มันเป็นเรื่องหนูว่ามันเป็นเรื่องที่แปลกเพราะจริงๆ แล้วบังเอิญมันได้คือต้องถ่าย Mv เมื่อวานแต่ว่าบังเอิญมันได้ มันเป็นเพลงแบบช่วงนี้เรามาตลาดทางภาคกลาง ภาคเหนือเยอะลองเอาเพลงที่มันกลางๆ ที่ไม่ใช่แนวของเราเหมือนอาจารย์เค้าก็เขียนมาเลยแล้วหนูก็ชอบแบบชอบทํานองเมโลดี้ชอบคําไหนก่อนคําแรกในประโยคไหนที่อยู่ในเพลงนี้เรารู้สึกว่าเออมันได้หนูก็ชอบตั้งแต่คําแรกว่า คิดว่าตัวเองเป็นคนตลกแต่พอมองกระจกอ้าว เป็นคนสวย” คือมันคิดภาพตัวเองออกว่าแบบ เออ นี่แหละคือแอนเป็นคนขี้เล่นด้วย

ส่วนเรื่องความรัก เมาท์หน่อยว่าเขาจีบเราหรือเราจีบเขาก่อน ?

คือมันเหมือนกับว่าเขาตะล่อมหนูมาตลอดอยู่แล้ว เขาหมายหยอกไก่เล็กๆ แต่เราก็เราก็มีแฟนไงแม่ แต่เขาโสด หาเรื่องหอมแก้มเรา หรือหาเรื่องใกล้เราอะไรอย่างนี้ คือตอนนั้นไม่ได้คิดเลยค่ะ เพราะหนูไม่ค่อยชอบคนฟีลนี้ ทรงนี้

เค้าเป็นทรงยังไงเวลานั้นที่เรามองเห็นเค้า 

เค้าเป็นผู้นําที่ดีนะแม่แต่ว่าหนูจะเป็นคนที่ไม่ชอบคนขี้โม้ขี้คุย บางทีก็จะชอบทักมาหาเราแบบว่ากดไลก์เพจให้พี่หน่อยสิอะไรอะ คือแบบ อะไรอะ ??  แล้วเป็นอะไร บอกว่ารําคาญหนูก็ไม่ตอบ แล้วก็ชอบแบบว่าเมื่อไหร่จะมาไลฟ์สดพี่สักทีในช่วงนั้น ช่วงโควิดเมื่อไหร่จะมาไลฟ์สดพี่สักที พี่ก็รออยู่แต่ว่าพอเราได้ทํางานกับเขาจริงๆ ได้ไปเรียนรู้ มันก็มีอยู่ครั้งหนึ่งไปเรียนรู้วิถีชีวิตในในอาณาจักรของเขามันก็จะเป็นสํานักงานหมอลํา ก็จะมีโดมมีห้องออฟฟิศ มีนู้นนี่นั่นเขาก็จะทําทุกอย่างแต่ว่าหนูชอบความเป็นระเบียบ ความมีแบบแผนความเป็นผู้นําที่ชัดเจนแล้วก็เขาจะเป็นคนที่ตรงมากๆเวลาที่เขาทํางานซึ่งหนูก็เป็นคนแบบนั้นจริงๆเหมือนๆ กันแล้วก็อีกอย่างเขาเป็นคนที่รักครอบครัวมากคือเขาอยู่กับแม่มาตั้งนานแล้วแล้วก็มีคุณยายก็เลยรู้สึกว่าจริงๆ แล้วเขาก็เขาก็ดีนะเขาก็มีมุมที่ดี พอได้ร่วมงานสักพักก็เริ่มมีกระแสจิ้น ก็เริ่มมีบ้านคู่ เขาก็จะมีมาลัย ถ้าเกิดเราไปคู่กัน เราก็ไป พอไปปุ๊บก็ถ้าสมมติว่าเราไปที่บ้านเขา เขาก็จะเป็นคนจัดสคริปต์เพลงทั้งหมด แกจัดเพลงหมอลําที่มันแบบหยอกกันไปหยอกกันมาอะไรอย่างนี้ หนูก็ไม่ได้สนใจ หนูก็ยิ้มเฉย ๆ 

เขาห่างจากเราเท่าไหร่

ประมาณ  4-5 ปีได้ค่ะ

คบกันกี่ปีกว่าจะมาถึงวันที่แต่ง

1 ปีค่ะก็อยู่ด้วยกันเลย ส่วนสินสอดทองหมั้นมีเงินสดสี่ล้าน ทองหนึ่งร้อยบาท ทองนี้คือเก็บด้วยกัน แล้วก็ที่ดินอีก

ได้ยินว่าเราไปอุปถัมภ์น้องฝาแฝด?

อันนี้ก็บังเอิญอีกเหมือนกันเรื่องน้องแฝดคือเป็นเรื่องที่หนูประหลาดใจคืออยู่ดีๆ วันนั้นหนูวิ่งงาน 3 คุณยายกับคุณแม่น้องแล้วก็มีครอบครัวเขาเหมือนกับว่าพี่น้องเขาก็เอาน้องมาหาพี่บอยบอกว่าเอาเด็กไปเลี้ยงไหม เอาน้องไปเลี้ยงไหมคือยายดูแลไม่ไหวจริงๆ

สามารถติดตามรายการย้อนหลังได้ที่

‘เจ้ารับทรัพย์’รอดแล้ว! ‘จ๊ะ นงผณี’เปิดยอดค่าใช้จ่ายหลักแสน หลังช่วยสุนัขจรถูกรถชน

'เจ้ารับทรัพย์'รอดแล้ว! 'จ๊ะ นงผณี'เปิดยอดค่าใช้จ่ายหลักแสน หลังช่วยสุนัขจรถูกรถชน

‘เจ้ารับทรัพย์’รอดแล้ว! ‘จ๊ะ นงผณี’เปิดยอดค่าใช้จ่ายหลักแสน หลังช่วยสุนัขจรถูกรถชน

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.16 น.

12 มีนาคม 2568 ชาวโซเชียลแห่เข้ามาชื่นชมเป็นจำนวนมาก หลังจากที่นักร้องสาวใจบุญ ‘จ๊ะ’ นงผณี มหาดไทย ที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวช่วยเหลือสุนัขจรที่ถูกรถชนมารักษาพยาบาล พร้อมตั้งชื่อว่า “เจ้ารับทรัพย์” ซึ่งหลังจากที่เจ้ารับทรัพย์รักษาตัวมานาน 27 วัน ในที่สุดก็ได้กลับบ้านแล้ว 

‘จ๊ะ นงผณี’ ด้โพสต์คลิปบรรยากาศตอนที่ไปรับเจ้ารับทรัพย์ ก่อนจะเคลียร์ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง เป็นจำนวนเงินทั้งหมด 120,605 บาท พร้อมทั้งเขียนแคปชั่น “มารับน้องรับทรัพย์แล้วววว #จ๊ะนงผณี #หมาจรก็มีหัวใจ” โดยในคลิป จ๊ะได้บรรยายว่า ทุกคนจำเจ้ารับทรัพย์ได้ไหมคะ เป็นหมาจรจัดที่อยู่ข้างถนน แล้วโดนรถชน ที่จ๊ะรับรักษาไว้ วันนี้เรามารับน้องกลับบ้าน จริงๆ ไม่ใช่วันนี้หรอก ต้องเป็นวันพรุ่งนี้ รักษามาแล้ว 27 วันด้วยกัน ก็มีผ่าตัดขาหน้า ตอนนี้ขาหน้าเดินได้แล้ว เหลือแต่ขาหลัง แต่ไม่เป็นไร เราจัดวีลแชร์ 4 ล้อ น้องกำลังงงๆ ด้วยเพราะว่ามันคืออะไร ไม่เดินหน้าด้วย เดินถอยหลังอย่างเดียว ตอนนี้ก็มาจัดการค่าใช้จ่าย หลายคนก็ถามว่าเท่าไร อ่ะดูเอาเองว่าเท่าไหร่ เอาบุญมาฝากทุกคนนะคะ สุดท้ายนี้แม่ขอให้รับทรัพย์ไปเจอแต่สิ่งดีๆ นะลูก

หลังจากที่ ‘จ๊ะ นงผณี’ โพสต์คลิปนี้ออกไปก็มีแฟนๆ เข้ามาแสดงความชื่นชมเป็นจำนวนมาก 

มธ.ศูนย์ลำปาง จัด Kick off ‘รถจักรยานเพื่อน้องและสิ่งแวดล้อมที่ดี’ ในวาระครบรอบ 32 ปี

มธ.ศูนย์ลำปาง จัด Kick off ‘รถจักรยานเพื่อน้องและสิ่งแวดล้อมที่ดี’ ในวาระครบรอบ 32 ปี

มธ.ศูนย์ลำปาง จัด Kick off ‘รถจักรยานเพื่อน้องและสิ่งแวดล้อมที่ดี’ ในวาระครบรอบ 32 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง นำโดย รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์ลำปางและการคลัง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ร่วมกิจกรรม Kick off โครงการ “รถจักรยานเพื่อน้องและสิ่งแวดล้อมที่ดี” ในวาระครบรอบ 32 ปี ธรรมศาสตร์ศูนย์ลำปาง โดยหน่วยศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ร่วมกับชมรมธรรมศาสตร์ลำปาง ชมรมศิษย์เก่ารัฐศาสตรมหาบัณฑิต และเครือข่ายศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดขึ้น เพื่อมอบรถจักรยานจำนวน 32 คัน ให้แก่นักศึกษาใช้บริการยืมปั่นออกกำลังกายและการเดินทางภายในมหาวิทยาลัย โดยได้รับเกียรติจากคุณนเรศวร์ฤทธิ์ อุบลศรี นายอำเภอห้างฉัตร พร้อมด้วยส่วนราชการ และศิษย์เก่า เข้าร่วมกิจกรรม

หากท่านใดสนใจร่วมสนับสนุนรถจักรยานคันละ 3,000 บาท หรือตามความประสงค์ ผ่านบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่หน่วยศิษย์เก่าสัมพันธ์ไกรลาศ กันทาแจ่ม (063-1462653)

มมส จัดงาน ‘บุญผะเหวด’ สืบสานฮีตเดือน 4 ประเพณีชาวอีสาน

มมส จัดงาน ‘บุญผะเหวด’ สืบสานฮีตเดือน 4 ประเพณีชาวอีสาน

มมส จัดงาน ‘บุญผะเหวด’ สืบสานฮีตเดือน 4 ประเพณีชาวอีสาน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) จัดงาน “ฮีตเดือน 4 ประเพณีบุญผะเหวด” ประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่ จำลองมณฑลพิธีเป็นป่าหิมพานต์อัญเชิญพระอุปคุต แห่ผะเหวดเข้าเมืองพร้อมพิธีสำคัญ “ตักบาตรข้าวพันก้อน”สืบสานประเพณีอันดีงามของชาวอีสาน

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดงาน “ฮีตเดือน 4 ประเพณีบุญผะเหวด ประจำปีงบประมาณ 2568” ณ พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคามโดยจำลองมณฑลพิธีให้เป็นป่าหิมพานต์เพื่อสืบสานประเพณีฮีต 12 คอง 14 ของชาวอีสาน โดยมีพิธีสำคัญต่างๆ มากมาย อาทิ พิธีอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นจากน้ำ ขบวนแห่พระอุปคุต แห่ผะเหวดเข้าเมือง การเทศน์มาลัยหมื่น-มาลัยแสน และพิธีตักบาตรข้าวพันก้อน

รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า งานบุญผะเหวดที่จัดขึ้นในปีนี้ เพื่อทำนุบำรุงสืบสานประเพณีฮีตสิบสองในพื้นที่ รวมถึงการส่งเสริมพระพุทธศาสนา และบำรุงวัดในพื้นที่รอบมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณาจารย์ บุคลากร และนิสิต ผ่านการแต่งกายชุดผ้าไทยและการร่วมกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน

นายภูวดล อยู่ปาน นักวิชาการศึกษา งานเอกสารใบลาน กลุ่มงานทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มมส กล่าวว่า บุญผะเหวด หรือบุญมหาชาติ เป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญของชาวอีสาน ที่มีการทำทานครั้งยิ่งใหญ่และมีการเทศน์มหาชาติ ซึ่งเป็นเรื่องราวของพระเวสสันดรชาดก โดยเชื่อว่าหากใครได้ฟังเทศน์ครบ 13 กัณฑ์ จะได้รับอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ การจัดงานในครั้งนี้ มมส ได้จัดพิธีตามแบบโบราณ โดยมีการเตรียมเครื่องบูชาคาถาพันต่างๆ เช่น ธูปพันดอก เทียนพันเล่ม หมากเมี่ยงพันคำ และข้าวตอกดอกโน นอกจากนี้ ยังมีขบวนแห่ที่สวยงามจากนิสิตวงกลองยาวศิลป์อีสาน วิทยาลัยดุริยางคศิลป์และคณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์

โดยช่วงเช้าจะมีพิธีตักบาตรข้าวพันก้อน ซึ่งเป็นพิธีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการบำเพ็ญมหาทานของพระเวสสันดร โดยมีการปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนกลมนำไปวางตามต้นเสาทั้ง 8 ทิศ และหน้าหอพระอุปคุต ตลอดทั้งวันมีการเทศน์ 1,000 พระคาถา และมีการสาดข้าวเมื่อเทศน์จบแต่ละกัณฑ์ เพื่อจำลองฝนทิพย์

นอกจากนี้ ยังมีการแห่กัณฑ์หลอนเพื่อถวายปัจจัยแก่พระสงฆ์ ซึ่งปัจจัยที่ได้จะนำไปทำนุบำรุงวัดรอบมหาวิทยาลัย ตามวิสัยทัศน์“มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน” และมีการตั้งโรงทานจากหน่วยงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัย

ด้าน ว่าที่ร้อยตรีอาทิตย์ อนุสรณ์ หัวหน้างานพิธีการและกิจการพิเศษ มมส กล่าวว่า การจัดงานบุญผะเหวดในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานประเพณีฮีต 12 ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และสร้างความสามัคคีในหมู่คณาจารย์ บุคลากร นิสิต และนักเรียนโรงเรียนสาธิตฯ โดยจัดพิธีอัญเชิญพระอุปคุต และการฟังเทศน์และแห่กัณฑ์หลอน ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานตามแบบฉบับชาวอีสาน

สำหรับการเทศน์มหาชาติเป็นการเล่าเรื่องราวของพระเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นเรื่องราวของการให้ทาน โดยเชื่อว่าหากใครได้ฟังเทศน์ครบ 13 กัณฑ์ จะได้ไปเกิดในยุคพระศรีอริยเมตไตรย โดยงานจะเห็นการโยนข้าวสาร ในช่วงการฟังพระเทศน์ เป็นการสื่อว่า “การโยนข้าวสาร ข้าวตอก เป็นกุศโลบายของการให้ทาน และจำลองฝนโบกขรพรรษ ซึ่งเป็นฝนพิเศษ” โดยความตั้งใจในปีหน้า มมส มีแผนจะจัดงานให้ยิ่งใหญ่ขึ้น โดยอาจเพิ่มเป็น 3-4 วันและเพิ่มกิจกรรม เช่น นิทรรศการทางวิชาการ และการประกวดแต่งกายกัณฑ์หาชาลี

ศธ.ผนึก 4 หน่วยงานรัฐ ผลิตสาขาเทคนิควิศวกรรมสำรวจ รองรับอัตรากำลังขาดแคลน

ศธ.ผนึก 4 หน่วยงานรัฐ ผลิตสาขาเทคนิควิศวกรรมสำรวจ รองรับอัตรากำลังขาดแคลน

ศธ.ผนึก 4 หน่วยงานรัฐ ผลิตสาขาเทคนิควิศวกรรมสำรวจ รองรับอัตรากำลังขาดแคลน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือในการผลิตและพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง เพื่อรองรับอัตรากำลังที่ขาดแคลน ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน กรมที่ดิน สำนักงาน
การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และกรมธนารักษ์ โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมพิธี และมี นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายปิยวัฒน์ ศิวรักษ์ เลขาธิการ ก.พ. นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายวัฒนา มังธิสาร รองเลขาธิการ ส.ป.ก. และนายฤชา วราทร รองอธิบดีกรมธนารักษ์ ร่วมลงนามความร่วมมือ ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. กล่าวว่า รัฐบาลได้ส่งเสริมการผลิตกำลังคนทุกช่วงวัย อย่างเต็มกำลังและความสามารถ และนโยบาย ศธ. “เรียนดี มีความสุข” เน้นย้ำส่งเสริมการจัดการอาชีวศึกษาให้ตอบสนองต่อความต้องการแรงงานในอนาคต รวมถึงสร้างโอกาสให้ผู้เรียนมีรายได้ระหว่างเรียน (Learn to Earn) จบแล้วมีงานทำ จากความร่วมมือดังกล่าวก็เพื่อผลิตบุคลากรรองรับอัตรากำลังขาดแคลนของหน่วยงาน ด้านนายช่างรังวัด และนายช่างสำรวจ โดยดำเนินความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี (2568-2573) ศธ. โดย สอศ. มีหน้าที่ในการผลิตกำลังคนสายวิชาชีพได้เพิ่มรายวิชาใหม่ “การรังวัดที่ดิน” รองรับเทคโนโลยีการสำรวจยุคปัจจุบันและตรงกับความต้องการของกรมที่ดิน ส.ป.ก. และกรมธนารักษ์ ผลิตบุคลากรในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาเทคนิควิศวกรรมสำรวจ ระบบทวิภาคี คือ เรียน 1 ปี และฝึกอาชีพในหน่วยงาน 1 ปี เมื่อผู้เรียนผ่านการศึกษาในโครงการนี้แล้ว จะได้รับการยกเว้นสอบภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ. หากผ่านเกณฑ์การประเมินความรู้ที่ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตร และมีโอกาสเข้ารับการคัดเลือกเพื่อบรรจุเข้ารับราชการในหน่วยงาน 3 หน่วยงานดังกล่าวตามเงื่อนไขที่กำหนด

“ปีแรกนักเรียนจะเรียนภาคทฤษฎีก่อน ปีต่อไปให้ผู้เรียนไปฝึกปฏิบัติกับหน่วยงานที่ร่วมบันทึกความร่วมมือกับ สอศ. หากเรียนจบแล้วมีความประพฤติดี มีทักษะมีผลการปฏิบัติงานดีเยี่ยม ก็จะมีโอกาสได้รับการคัดเลือกบรรจุเข้ารับราชการในสังกัดกรมที่ดิน ส.ป.ก. และกรมธนารักษ์ ตามเงื่อนไขของหน่วยงานกำหนด ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างบุคลากรคุณภาพ และเกิดประโยชน์กับภาครัฐอย่างยั่งยืน” รมว.ศธ. กล่าว

ด้าน นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการกอศ. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีสถานศึกษาในสังกัด สอศ. ที่เข้าร่วม 8 แห่งทั่วประเทศ โดยกรมที่ดิน ส.ป.ก. และกรมธนารักษ์ มีอัตราบรรจุรองรับผู้สำเร็จการศึกษา รวมทั้งสิ้น 225 อัตรา ในช่วง 3 รุ่น ตั้งแต่ปี 2570-2572 โดยได้เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1-31 มีนาคม 2568 ผ่านทางเว็บไซต์ sv.ovec.go.th และที่วิทยาลัยเทคนิค 8 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งผู้สมัครต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับ ปวช. สาขาสำรวจ หรือกำลังศึกษาชั้นปีที่ 3 ในสาขาดังกล่าว ทั้งนี้ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันขับเคลื่อนการผลิตกำลังคนที่มีทักษะ พร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานภาครัฐและเอกชน เพื่อประโยชน์ของประเทศในระยะยาว

ขณะที่ นายปิยวัฒน์ ศิวรักษ์ เลขาธิการ ก.พ. กล่าวว่า กล่าวว่า โครงการนี้

จะคัดเลือกผู้เรียนมาเข้าร่วมโครงการและคนที่ผ่านหลักสูตรนี้แล้วก็เสมือนผ่านการสอบภาค ก ไปโดยอัตโนมัติ และเมื่อเรียนจบ ปวส.แล้วก็จะต้องผ่านการวัดความเหมาะสมจากหน่วยงานเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ ทั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานได้คนที่เรียนจบแล้วทำงานได้เลย เนื่องจากเข้าใจกฎระเบียบ เข้าใจการใช้เครื่องมือในการทำงานของหน่วยงานนั้นๆ แล้วทางหน่วยงานนั้นไม่ต้องเสียเวลาเทรนการทำงานอีก เพราะที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานต้องใช้เวลาเป็นปีในการเทรนงาน ก็เป็นการลดต้นทุนของทางราชการด้วย จึงมาร่วมมือกับหน่วยที่ผลิตกำลังคนเพื่อให้ได้คนที่จบแล้วทำงานได้เลย

‘ราชกิจจานุเบกษา’เผยแพร่ประกาศ พระราชทานสมณศักดิ์ ตั้ง’พระครูสัญญาบัตร’ 1,290 รูป

'ราชกิจจานุเบกษา'เผยแพร่ประกาศ พระราชทานสมณศักดิ์ ตั้ง'พระครูสัญญาบัตร' 1,290 รูป

‘ราชกิจจานุเบกษา’เผยแพร่ประกาศ พระราชทานสมณศักดิ์ ตั้ง’พระครูสัญญาบัตร’ 1,290 รูป

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 21.52 น.

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสมณศักดิ์ตั้งพระครูสัญญาบัตร จำนวน 1,290 รูป

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568  เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศ พระราชทานสมณศักดิ์ตั้งพระครูสัญญาบัตร จำนวน 1,290 รูป

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสมณศักดิ์ตั้งพระครูสัญญาบัตร จำนวน 1,290 รูป ดังนี้

1. พระครูวินัยธร นพคุณ ๔ ประโยค วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร เป็น พระครูวิมลจริยาภรณ์

2. พระครูสมุห์ ธนนันก์ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร เป็น พระครูมงคลวัชรพิศิษฐ์

3. พระครูปลัด สุนทรกมล วัดราชบูรณะ ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร เป็น พระครูสุนทรวัชรพิมล

4. พระครูวิจิตรสังฆการ ต้นกล้า ๓ ประโยค วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร เป็น พระครูสุตวัชรวิจิตร

5. พระมหาสมคิด ๓ ประโยค วัดจักรวรรดิราชาวาส วรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร เป็น พระครูสุตธีรวัชร์ …เป็นต้น…

ตรวจสอบรายชื่อทั้งหมดได้ที่นี่  https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/64286.pdf