ศธ.ย้ำอีกครั้ง! ‘ปิดฉากทรงผมนักเรียน’ ไม่ยึดติดระเบียบนานแล้ว

ศธ.ย้ำอีกครั้ง! 'ปิดฉากทรงผมนักเรียน' ไม่ยึดติดระเบียบนานแล้ว

ศธ.ย้ำอีกครั้ง! ‘ปิดฉากทรงผมนักเรียน’ ไม่ยึดติดระเบียบนานแล้ว

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.24 น.

ศธ.ย้ำอีกครั้ง! “ปิดฉากทรงผมนักเรียน” ไม่ยึดติดระเบียบนานแล้ว ให้ความสำคัญกับสิทธิผู้เรียน ปรับเปลี่ยนตรงยุคปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยกรณีศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ฟร.24/2563 เพิกถอน กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2518) ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ลงวันที่ 22 เมษายน 2515 ซึ่งเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนและการใช้เครื่อสำอางหรือสิ่งปลอมเพื่อการเสริมสวยที่ไม่เหมาะสมแก่สภาพของนักเรียน

โฆษก ศธ.กล่าวว่า ปัจจุบัน พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญในเรื่องของสิทธิผู้เรียนเป็นอย่างมาก ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกหนังสือยกเลิกระเบียบว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2566 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เพื่อไม่ให้กฎระเบียบจำกัดเสรีภาพในร่างกายของนักเรียน

ในวันนี้ศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษาเพิกถอนกฎกระทรวงฯ ดังกล่าว โดยระบุเหตุผลว่า เพื่อให้นักเรียนและนักศึกษาเป็นเยาวชนที่กำลังสร้างสมคุณสมบัติทั้งในด้านความรู้ ความคิดและคุณธรรม พร้อมที่จะรับมรดกตกทอดจากผู้ใหญ่เป็นพลเมืองตีมีประโยชน์แก่ประเทศชาติในอนาคต นักเรียนและนักศึกษาควรจะได้รับการอบรมดูแลใกล้ชิดจากบิดามารดา ผู้ปกครอง และครูอาจารย์ เพื่อเป็นบุตรที่ดีของบิดามารดา เป็นศิษย์ ที่ดีของครู อยู่ในโอวาทคำสั่งสอน รวมทั้งอยู่ในระเบียบประเพณีและกฎหมายของบ้านเมือง

แน่นอนว่าที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการได้รับฟังทุกเสียงของผู้เรียน ครู ผู้ปกครอง และประชาชนในสังคม พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาทีละจุดให้เกิดความเรียบร้อยจนเกิดเป็นที่พึงพอใจได้หลายส่วน ซึ่งในส่วนของการดำเนินการของศาลปกครองเรื่องเพิกถอนกฎกระทรวงฯ ในวันนี้ ก็เป็นไปตามกรอบระยะเวลากระบวนการพิจารณาคดีปกครอง ที่ต้องมีการพิพากษาชี้ขาดภายในระยะเวลา 2 ปี 6 เดือน แต่กฎระเบียบดังกล่าวในทางปฏิบัติเราได้ยกเลิกมานานแล้ว

“กระทรวงศึกษาธิการเน้นย้ำกับครูและสถานศึกษามาโดยตลอดในเรื่องการให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพของผู้เรียน และระมัดระวังการลงโทษที่เกินกว่าเหตุเพื่อไม่ให้กระทบร่างกายและจิตใจผู้เรียน สอดคล้องนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” โดยต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนที่หลากหลายและเป็นธรรมในทุกด้าน กฎระเบียบอะไรที่ปรับแล้วไม่เกิดความเสียหาย เราก็ไม่ได้ยึดติดพร้อมเปลี่ยนให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน” โฆษก ศธ.กล่าว (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘นักเรียน’เฮ! สั่งเพิกถอนกฎกระทรวงเรื่อง‘ทรงผม’ ชี้จำกัดเสรีภาพ-ไม่สอดคล้องอัตลักษณ์)

สำหรับไทม์ไลน์การดำเนินการเรื่องยกเลิกระเบียบทรงผมของกระทรวงศึกษาธิการ รายละเอียด ดังนี้

1) เรื่องทรงผม เดิมถือปฏิบัติตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 และ 2 ออกตาม ปว 132 จนกระทั่งมีพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ก็ยังถือปฏิบัติตลอดมาตามบทเฉพาะกาลเพราะยังไม่ออกกฎกระทรวงฉบับใหม่

2) ปี 2548 ออกกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษาแต่ไม่ได้กำหนดเรื่องของทรงผม ยังคงถือปฏิบัติต่อมา

3) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แจ้งมายังกระทรวงศึกษาธิการว่าเราควรจะมีระเบียบกลางเกี่ยวกับเรื่องทรงผมเพื่อเป็นแนวทาง เนื่องจากมีนักเรียนไปร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เพราะสถานศึกษาแต่ละแห่งปฏิบัติไม่เหมือนกัน

4) ปี 2563 ออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยทรงผมนักเรียน โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546

5) เดือนสิงหาคม 2565 นักเรียนร้องเรียนมายังกระทรวงศึกษาธิการว่าไม่มีอำนาจออกระเบียบเกี่ยวกับทรงผมดังกล่าว เป็นการละเมิดสิทธิเราจึงได้หารือเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

6) สำนักงานคณะกรรมการกษฎีกา ได้ตอบข้อหารือ กฎกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ.2515) สิ้นผลใช้บังคับนับแต่วันที่กฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียน พ.ศ.2548 มีผลใช้บังคับ และกระทรวงศึกษาธิการไม่อาจออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 เพื่อกำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนเพื่อใช้บังคับแก่นักเรียนโดยตรงได้

แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการอาจกำหนดแนวนโยบายเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนและแจ้งเวียนไปยังสถานศึกษาเพื่อให้สถานศึกษาออกระเบียบของสถานศึกษาเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนได้โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 39 (1) พรบ.ศธ.2546

7) ปี 2566 กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ออกระเบียบกระทรวงเพื่อยกเลิกระเบียบทรงผมนักเรียน พ.ศ.2563 และขณะเดียวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ออกนโยบายแจ้งเวียนไปยังส่วนราชการและสถานศึกษา มีสาระสำคัญ กล่าวคือ จัดให้มีระเบียบของสถานศึกษาเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียน โดยผ่านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เช่น นักเรียน และต้องขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการสถานศึกษาหรือ คณะกรรมการบริหารโรงเรียน รวมทั้งเผยแพร่ระเบียบดังกล่าวให้นักเรียนทราบต่อไป

8) 21 พฤศจิกายน 2567 กระทรวงศึกษาธิการแจ้งครูและสถานศึกษาในสังกัดถึงการระมัดระวังการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ ต้องเป็นไปตามแนวทางการลงโทษ​ 4​ สถานเท่านั้น​ คือ​ ว่ากล่าวตักเตือน ทําทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ และทํากิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม​ ช่วย​กันปรับทัศนคติให้สอดคล้องกับบริบทสังคม https://moe360.blog/2024/11/21/hairstyle_rules/

9) 3 มกราคม 2568 กระทรวงศึกษาธิการได้เน้นย้ำเรื่องยกเลิกระเบียบทรงผมนักเรียน โดยให้สถานศึกษาเปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้ความสำคัญเรื่องสิทธิเสรีภาพของผู้เรียน ส่งเสริมความหลากหลายและเป็นธรรมในทุกด้าน https://moe360.blog/2025/01/03/abolish-hairstyle-rules/

อว.เดินหน้าอนุมัติ 3 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ มุ่งพัฒนานักวิจัยขั้นสูงและกำลังคนเฉพาะทาง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจี

อว.เดินหน้าอนุมัติ 3 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ มุ่งพัฒนานักวิจัยขั้นสูงและกำลังคนเฉพาะทาง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจี

อว.เดินหน้าอนุมัติ 3 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ มุ่งพัฒนานักวิจัยขั้นสูงและกำลังคนเฉพาะทาง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจี

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.00 น.

กระทรวง อว.เดินหน้าอนุมัติ 3 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ มุ่งพัฒนานักวิจัยขั้นสูงและกำลังคนเฉพาะทาง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจี พร้อมส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ไทย เร่งพัฒนาหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ สร้างกำลังคนตอบโจทย์อุตสาหกรรม

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 คณะกรรมการพิเศษเฉพาะเรื่องด้านการส่งเสริมนวัตกรรมการอุดมศึกษา ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ได้จัดการประชุมครั้งที่ 1/2568 โดยมี นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธาน ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว.ที่ประชุมได้อนุมัติข้อเสนอการจัดการศึกษาฉบับสมบูรณ์สำหรับ หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ 3 หลักสูตรใหม่ ซึ่งเป็นการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา (Higher Education Sandbox) ขยายหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ ตอบโจทย์ความต้องการตลาดแรงงาน

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันคณะกรรมการพิเศษเฉพาะเรื่องฯ ได้อนุมัติข้อเสนอการจัดการศึกษาภายใต้หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ไปแล้ว 16 หลักสูตร ตั้งเป้าผลิตบุคลากรสมรรถนะสูงกว่า 25,655 คน โดยมี 8 หลักสูตรที่เปิดสอนแล้ว และมีนักศึกษาเข้าเรียน 1,458 คน ในขณะที่อีก 5 หลักสูตร อยู่ระหว่างเตรียมเปิดสอนในปีการศึกษา 2568

นอกจากนี้ กระทรวง อว.ยังได้ส่งเสริมเชิงนโยบายให้เกิด หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ โดยใช้แนวทาง Top-down Approach ซึ่งได้รับอนุมัติแล้ว และจะเริ่มรับนักศึกษารุ่นแรกในปี 2568 จาก 5 สถาบันอุดมศึกษา เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว 3 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ใหม่ มุ่งพัฒนากำลังคนสู่อนาคต

ดร.พรเพ็ญ แซ่อึ้ง ผู้เชี่ยวชาญนโยบาย ฝ่ายนโยบายกำลังคนตามความต้องการของประเทศ สอวช.เปิดเผยว่า 3 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ที่ได้รับอนุมัติล่าสุด ได้แก่

1.หลักสูตรด้านชีวสารสนเทศและชีววิทยาระบบ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG

– ระดับ: วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (M.Sc.) และปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (Ph.D.)

– หน่วยงานดำเนินงาน: วิทยสถานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ธัชวิทย์), หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน (บพค.), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

– จุดเด่น: หลักสูตร Tailor-made ผสานภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เน้นการทำงานวิจัยกับโจทย์จริงและเครื่องมือขั้นสูง พร้อมการเรียนการสอนแบบ Research-based ร่วมกับนักวิจัยมืออาชีพ

– เป้าหมาย: ผลิตนักวิจัยระดับสูงด้านชีวสารสนเทศ 100 คน ภายใน 10 ปี

2.หลักสูตรด้านเทคโนโลยีพลังงานชีวภาพและการกลั่นชีวภาพที่ยั่งยืน

– ระดับ: วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (M.Eng.), วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (M.Sc.), และปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (Ph.D.)

– หน่วยงานดำเนินงาน: ธัชวิทย์, บพค., มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

– จุดเด่น: ใช้ทรัพยากรร่วมระหว่างสถาบันวิจัยและสถาบันอุดมศึกษา มุ่งเน้นการทำวิจัยจากโจทย์จริงแบบ Research-based รวมถึงพัฒนาความสามารถ Scale up กระบวนการผลิตในโรงงานต้นแบบ เชื่อมโยงจากห้องปฏิบัติการสู่การพาณิชย์

– เป้าหมาย: ผลิตนักวิจัยด้านพลังงานชีวภาพและการกลั่นชีวภาพ 50 คน ภายใน 9 ปี

3.หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขานวัตกรรมสร้างสรรค์และผู้ประกอบการ

– ระดับ: ศิลปศาสตรบัณฑิต (B.A.)

– หน่วยงานดำเนินงาน: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

– จุดเด่น: บูรณาการการออกแบบ ศิลปะ และบริหารธุรกิจ ผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริม Soft Power ใช้แนวทาง Problem-based learning และอ้างอิงมาตรฐาน BTEC

– เป้าหมาย: ผลิตบัณฑิตด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 100 คน ภายใน 8 ปี

ปักหมุดอนาคตการศึกษาไทย พัฒนากำลังคนตอบโจทย์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม

การอนุมัติหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ทั้ง 3 หลักสูตรนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวง อว.ในการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bio-economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) หรือ BCG Economy ตลอดจนการส่งเสริม Soft Power ไทยในระดับสากล

‘นักเรียน’เฮ! สั่งเพิกถอนกฎกระทรวงเรื่อง‘ทรงผม’ ชี้จำกัดเสรีภาพ-ไม่สอดคล้องอัตลักษณ์

‘นักเรียน’เฮ! สั่งเพิกถอนกฎกระทรวงเรื่อง‘ทรงผม’ ชี้จำกัดเสรีภาพ-ไม่สอดคล้องอัตลักษณ์

‘นักเรียน’เฮ! สั่งเพิกถอนกฎกระทรวงเรื่อง‘ทรงผม’ ชี้จำกัดเสรีภาพ-ไม่สอดคล้องอัตลักษณ์

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.36 น.

‘นักเรียน’เฮ! ศาลปกครองสูงสุดสั่งเพิกถอนกฎกระทรวงเรื่อง‘ทรงผมนักเรียน’ ชี้จำกัดเสรีภาพ-ไม่สอดคล้องพัฒนาการของอัตลักษณ์ทางเพศ-บุคลิกภาพเด็กตามช่วงวัย

5 มีนาคม 2568 ศาลปกครองสูงสุด เผยแพร่คำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ ฟร.24/2563 เพิกถอนกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2518) ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ซึ่งเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนที่ไม่เหมาะสมแก่สภาพของนักเรียน

ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2518) ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ลงวันที่ 22 เมษายน 2515 ซึ่งกำหนดว่า การแต่งกาย และความประพฤติดังต่อไปนี้ ถือว่าไม่เหมาะสมแก่สภาพของนักเรียน นักเรียนชายดัดผมหรือไว้ผมยาวจนด้านข้าง และด้านหลังยาวเลยตีนผม หรือไว้หนวดไว้เครา นักเรียนหญิงดัดผมหรือไว้ผมยาวเลยต้นคอ หากทางโรงเรียนหรือสถานศึกษาใดอนุญาตให้ไว้ผมยาวเกินกว่านั้น ก็ให้รวบให้เรียบร้อย นักเรียนใช้เครื่องสำอางหรือสิ่งปลอมเพื่อการเสริมสวยนั้น มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดข้อห้ามเกี่ยวกับทรงผมและการใช้เครื่องสำอางของนักเรียน ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา

กรณีถือได้ว่าเป็นกฎที่มีผลเป็นการจำกัดเสรีภาพในร่างกายของบุคคลผู้มีสถานะเป็นนักเรียน โดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ลงวันที่ 22 เมษายน 2515 ซึ่งเป็นฐานอำนาจในการออกกฎกระทรวงดังกล่าว ระบุเหตุผลว่า เพื่อให้นักเรียนและนักศึกษาเป็นเยาวชนที่กำลังสร้างสมคุณสมบัติทั้งในด้านความรู้ ความคิดและคุณธรรม พร้อมที่จะรับมรดกตกทอดจากผู้ใหญ่เป็นพลเมืองดีมีประโยชน์แก่ประเทศชาติในอนาคต นักเรียนและนักศึกษาควรจะได้รับการอบรมดูแลใกล้ชิดจากบิดามารดา ผู้ปกครอง และครูอาจารย์ เพื่อเป็นบุตรที่ดีของบิดามารดา เป็นศิษย์ที่ดีของครู อยู่ในโอวาทคำสั่งสอน รวมทั้งอยู่ในระเบียบประเพณีและกฎหมายของบ้านเมือง

เมื่อต่อมา ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ปรากฏหลักการและเหตุผล ในการประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้ว่า ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ลงวันที่ 22 เมษายน 2515 กำหนดสาระสำคัญและรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก ไม่เหมาะสมกับสภาพสังคมปัจจุบัน โดยมาตรา 22 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติว่า การปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใด ให้คำนึงถึงประโยชน์ของเด็กเป็นสำคัญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง (1) บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก และกฎกระทรวงกำหนดแนวทางการพิจารณาว่าการกระทำใดเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กหรือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อเด็ก พ.ศ.2549 กำหนดว่า การกระทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กให้พิจารณาถึง (1) ลักษณะเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคน (2) ความเหมาะสม ความต้องการ และความจำเป็นของเด็ก

ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า เจตนารมณ์ของประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ลงวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2515 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2518 ลงวันที่ 6 มกราคม 2518) ที่กำหนดข้อห้ามสำหรับนักเรียนเกี่ยวกับการไว้ทรงผมและการใช้เครื่องสำอาง ระบุวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเป็นพลเมืองดีเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ การเป็นบุตรที่ดีของบิดามารดา การเป็นศิษย์ที่ดีของครู โดยกำหนดให้อยู่ในคำสั่งสอนและโอวาทของผู้ใหญ่และระเบียบประเพณี โดยมิได้คำนึงถึงสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และพัฒนาการของอัตลักษณ์และบุคลิกภาพของเด็กในแต่ละช่วงวัยจากช่วงวัยเด็กเล็ก อายุ 6-7 ปี จนถึงช่วงวัยรุ่นอายุ 13-16 ปี ซึ่งมีสถานะนักเรียนที่อยู่ในบังคับของกฎกระทรวงดังกล่าว

กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าประกาศของคณะปฏิวัติฯ และกฎกระทรวงที่พิพาท เป็นกฎที่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ และยังอาจมีการบังคับใช้กฎที่พิพาทนั้นอย่างเคร่งครัดจนมีผลร้ายต่อจิตใจของเด็กที่มีความหลากหลายของอัตลักษณ์ทางเพศ อันเป็นการขัดกับหลักการและบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 จึงต้องถือว่าเป็นกฎที่ถูกยกเลิกไปโดยมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 เนื่องจากมีเจตนารมณ์ที่ขัดกับหลักการและบทบัญญัติมาตรา 22 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

อีกทั้งตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ได้กำหนดว่า นักเรียนและนักศึกษาต้องประพฤติตนตามระเบียบของโรงเรียนหรือสถานศึกษา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2562 ซึ่งแม้จะมิได้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับทรงผมนักเรียนไว้อย่างเฉพาะเจาะจง แต่โรงเรียนหรือสถานศึกษาอาจกำหนดระเบียบเกี่ยวกับการไว้ทรงผมนักเรียนไว้เป็นองค์ประกอบย่อยของข้อกำหนดเกี่ยวกับการแต่งกาย โดยพิจารณาให้สอดคล้องตามหลักการเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กและคำนึงถึงการพัฒนาอัตลักษณ์และบุคลิกภาพที่เหมาะสมตามช่วงอายุของนักเรียนได้

ประกอบกับเมื่อพิจารณาเนื้อหาของกฎกระทรวงฉบับที่พิพาท ซึ่งกำหนดลักษณะทรงผมของนักเรียน โดยมิได้คำนึงถึงพัฒนาการของบุคลิกภาพของเด็กในแต่ละช่วงวัยและความหลากหลายของอัตลักษณ์ทางเพศของบุคคล จึงมีผลเป็นการจำกัดเสรีภาพในร่างกายของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ ซึ่งกระทำมิได้ตามมาตรา 26 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่บัญญัติว่าการตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องไม่เพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุและจะกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลมิได้ กฎกระทรวงดังกล่าวจึงเป็นกฎที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ

พิพากษาให้เพิกถอนกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2518) ลงวันที่ 6 มกราคม 2518 ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ลงวันที่ 22 เมษายน 2515 นับแต่วันที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คำพิพากษาในวันนี้สืบเนื่องจาก ตัวแทนนักเรียน กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท พร้อมด้วยทนายความเข้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อปี 2563 เพื่อขอให้เพิกถอนกฎระเบียบเกี่ยวกับการไว้ผมทรงผมของนักเรียน โดยมีกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และขอให้ศาลปกครองพิจารณารับฟ้องและมีคำสั่งเพิกถอนกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2518) ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ลงวันที่ 6 มกราคม พ.ศ.2518 และขอให้เพิกถอนระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563

บุคคลในข่าว 5 มีนาคม 2568

บุคคลในข่าว 5 มีนาคม 2568

5 มี.ค. 2568 04:30 น.

บุคคลในข่าว 5 มีนาคม 2568

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีขายดีที่สุด กนง.ลดดอกเบี้ยแล้วหุ้นก็ยังตก ฉบับนี้ประจำวันพุธที่ 5 มีนาคม 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯแทนพระองค์ไปในการพระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงสมสุข ศรีวิสารวาจา ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันก่อน.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯแทนพระองค์ไปในการพระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงสมสุข ศรีวิสารวาจา ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันก่อน.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงประกอบพิธีสมโภช พระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม “พระพุทธเมตตา” ปางชนะมาร หน้าตัก 29 เมตร สูง 45 เมตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบปี 2554 ณ วัดเทพประทาน (อธิพร) อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันอังคารที่ 4 มีนาคม 2568

เบิร์ธเดย์ ดร.สุมาลี ศรีสุภรวาณิชย์ จัดพิธีทำบุญในโอกาสวันเกิด พร้อมมอบเงินเพื่อช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรอาพาธ และสมทบทุนสภากาชาดไทย โดยมี สมศักดิ์ ศรีศุภรวาณิชย์, สุริยน ศรีอรทัยกุล, จุไรรัตน์ บรรเทา และ มาลี สังวาลย์เล็ก มาร่วมในพิธีด้วย ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ วันก่อน.
เบิร์ธเดย์ ดร.สุมาลี ศรีสุภรวาณิชย์ จัดพิธีทำบุญในโอกาสวันเกิด พร้อมมอบเงินเพื่อช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรอาพาธ และสมทบทุนสภากาชาดไทย โดยมี สมศักดิ์ ศรีศุภรวาณิชย์, สุริยน ศรีอรทัยกุล, จุไรรัตน์ บรรเทา และ มาลี สังวาลย์เล็ก มาร่วมในพิธีด้วย ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ วันก่อน.

เมื่อความยุติธรรมวิบัติสารพัดวิกฤติก็ตามมา วันนี้ประเทศไทยมีแต่เรื่องสีเทาเต็มไปหมด ล่าสุด มีเอกสารหลุดอย่างตั้งใจรายชื่อผู้สมัคร สว. 1,200 คน ที่จะถูก กรมสอบสวนคดีพิเศษ เรียกสอบ “คดีฮั้วเลือก สว.” ในสงครามพรรคสีแดงสีน้ำเงิน ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเลือกสีไหนไม่รู้ยืนยัน ขอให้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษวันที่ 6 มีนาคมพรุ่งนี้ เพื่อลงมติจะรับ คดีฮั้ว สว. เป็นคดีพิเศษหรือไม่ “ไต้ฝุ่น” หวังว่า คงจะไม่มีการ “ฮั้วซ้ำ” ใน คณะกรรมการคดีพิเศษ เรื่องนี้ถือเป็น ความเสียหายร้ายแรงของประเทศชาติ ไม่ใช่คดีการเมืองธรรมดา

ปลุกพลัง สาระ ล่ำซำ จัดงาน “MTL Bancassurance Kick Off 2025” เพื่อมอบนโยบายแนวทางการดำเนินงานในปี 2568 ให้ผู้บริหารและฝ่ายขายช่องทางธนาคารทั่วประเทศ โดยมี เคียม เคียว โฮ, เกศพงศ์ นาทะสิริ และ ภาวิณี จันตรี มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมสวิสโซเทล วันก่อน.
ปลุกพลัง สาระ ล่ำซำ จัดงาน “MTL Bancassurance Kick Off 2025” เพื่อมอบนโยบายแนวทางการดำเนินงานในปี 2568 ให้ผู้บริหารและฝ่ายขายช่องทางธนาคารทั่วประเทศ โดยมี เคียม เคียว โฮ, เกศพงศ์ นาทะสิริ และ ภาวิณี จันตรี มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมสวิสโซเทล วันก่อน.

ยังถกเถียงกันไม่จบ ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร เพียงคนเดียว ของ พรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนฯ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ประธานวิปรัฐบาล ยืนยัน จะให้ฝ่ายค้านอภิปรายแค่วันเดียว ปกป้อง “นายน้อย” เต็มที่ นายกฯ สามารถมอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงนั้น ตอบแทนได้ กลายเป็นนายกฯที่สบายที่สุดในยุคนี้

ดื่มเพลิน สุภรณ์ เด่นไพศาล เปิดตัว “โออิชิ ไอซ์ เลมอนที” โฉมใหม่ ชาเข้มสไตล์ญี่ปุ่นผสมความเปรี้ยวจากรสเลมอน โดยมี จิรภัทร์ กาญจะโนสถ, ปิยธิดา เศรษฐิน, หรรษภรณ์ อัศวสกลรัตน์ และ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ มาร่วมงานด้วย ที่ Pirate Studio XXL วันก่อน.
ดื่มเพลิน สุภรณ์ เด่นไพศาล เปิดตัว “โออิชิ ไอซ์ เลมอนที” โฉมใหม่ ชาเข้มสไตล์ญี่ปุ่นผสมความเปรี้ยวจากรสเลมอน โดยมี จิรภัทร์ กาญจะโนสถ, ปิยธิดา เศรษฐิน, หรรษภรณ์ อัศวสกลรัตน์ และ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ มาร่วมงานด้วย ที่ Pirate Studio XXL วันก่อน.

ขนาด จีดีพีประเทศไทยตกต่ำรั้งท้ายอาเซียน คนไทยและนักธุรกิจเครียดเป็นทุกข์กันทั้งประเทศ แต่ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ไม่รู้สึกทุกข์ด้วย แถมยังอารมณ์ดีปลอบคนไทยทั่ว ประเทศ อีกว่า อย่าไปเสียกำลังใจ จีดีพีเราโต 2.5% แปลว่า เราโตขึ้นจากปีที่แล้ว 2% อย่าเพิ่งท้อใจ นี่เพิ่งต้นปี แต่รัฐบาลเพื่อไทยก็ไม่มีอะไรการันตีจีดีพีไทยจะโตได้มากกว่านี้

ทะลุเป้า สัณณ์ชัย–ธัญญาเรศ เองตระกูล จัดงาน “บะหมี่มาเฟีย & ญาลีญ่า ฉลองยอดขายตามใจปรารถนา” ในโอกาสยอดขายทะลุเป้าหมาย โดยมี ธนนรินทร์ โตป่าเตย, ชนะตนเป็นหนึ่ง และ อำพล ลำพูน มาร่วมงานด้วย ที่ร้าน As You Wish ถนนประเสริฐมนูกิจ วันก่อน.
ทะลุเป้า สัณณ์ชัย–ธัญญาเรศ เองตระกูล จัดงาน “บะหมี่มาเฟีย & ญาลีญ่า ฉลองยอดขายตามใจปรารถนา” ในโอกาสยอดขายทะลุเป้าหมาย โดยมี ธนนรินทร์ โตป่าเตย, ชนะตนเป็นหนึ่ง และ อำพล ลำพูน มาร่วมงานด้วย ที่ร้าน As You Wish ถนนประเสริฐมนูกิจ วันก่อน.

นอกจากไม่ทุกข์แล้ว นายกฯอิ๊งค์ แพทองธาร ยังเลื่อนประชุม ครม.เร็วขึ้นหนึ่งวัน เพื่อบินไป กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ร่วมงานออกบูธขายทัวร์ ของ การ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในงาน ไอทีบี เบอร์ลิน 2025 ที่เป็นงานทัวร์ประจำปี ค่าทริปคณะนายกฯอิ๊งค์อย่างเดียวก็มูลค่าหลายล้านบาทแล้ว เสียดายเงินงบประมาณน่ะ

ยังเป็นทอล์กออฟเดอะเวิลด์ ประธานาธิบดีทรัมป์ พูดตะโกนใส่ ประธานาธิบดีเซเลนสกีแห่งยูเครน ในห้องทำงานรูปไข่ทำเนียบขาวต่อหน้าสื่อและถ่ายทอดสดไปทั่วโลก หลังยุติการทะเลาะ ทรัมป์ให้เชิญเซเลนสกี ออกจากทำเนียบขาวโดยไม่มีใครไปส่ง แสดงถึงอำนาจบาตรใหญ่ของสหรัฐฯในยุคนี้

ข้าวถุง วิทยากร มณีเนตร และ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล จัดงาน “ข้าวถุงร่วมใจ ประหยัดทั่วไทยที่บิ๊กซี ครั้งที่ 17” ประจำปี 2568 คัดสรรข้าวสารถุงคุณภาพดีเยี่ยมมาจำหน่ายให้ผู้บริโภค จัดถึง 26 มี.ค. โดยมี อัญชนา วิทยาธรรมธัช มาร่วมงานด้วย ที่บิ๊กซี สะพานควาย วันก่อน.
ข้าวถุง วิทยากร มณีเนตร และ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล จัดงาน “ข้าวถุงร่วมใจ ประหยัดทั่วไทยที่บิ๊กซี ครั้งที่ 17” ประจำปี 2568 คัดสรรข้าวสารถุงคุณภาพดีเยี่ยมมาจำหน่ายให้ผู้บริโภค จัดถึง 26 มี.ค. โดยมี อัญชนา วิทยาธรรมธัช มาร่วมงานด้วย ที่บิ๊กซี สะพานควาย วันก่อน.

หลังอกหักจาก ประธานาธิบดีทรัมป์ ถูกไล่ออกจากทำเนียบขาว เซเลนสกีก็กลับไปซบอกยุโรป โดยมี สตาร์เมอร์ นายกฯอังกฤษ ทำตัวเป็นบ้านใหญ่ จัดประชุมผู้นำจากยุโรปเพื่อให้กำลังใจ เซเลนสกี และ ประกาศจะให้เงินกู้ยูเครนอีก 2,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปซื้อขีปนาวุธรบกับรัสเซีย วิเคราะห์ประสา “ไต้ฝุ่น” แล้วเห็นว่า ในอนาคตยูเครนอาจต้องขายประเทศเพื่อใช้หนี้ ลำพัง สหรัฐฯ ประเทศเดียว ยูเครนก็ต้องจ่ายหนี้ถึง 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เรื่องนี้พิสูจน์ว่า มีผู้นำโง่เราจะตายกันหมด จริงๆ

แม้ ประธานาธิบดีเซเลนสกี จะยืนยันอีกครั้งหลังทะเลาะกับ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวว่า จะยอมยกแร่หายากในยูเครนให้สหรัฐฯ แต่ล่าสุด ไมค์ วอลท์ซ ที่ปรึกษาความมั่นคงทำเนียบขาว ออกมาแถลงประกาศชัดเจน ไม่ต้องการเซเลนสกีแล้ว สหรัฐฯต้องการผู้นำยูเครนที่สามารถประสานงานพูดคุยกับรัสเซียได้ แปลความได้ว่า สหรัฐฯต้องการให้เซเลนสกีลงจากเก้าอี้ประธานาธิบดียูเครน ถือเป็นการขับไล่ผู้นำยูเครนทางอ้อม ถ้าไม่ลงอาจได้ลงไม่สวย

ใส่สบาย จิตรฤดี พนิตพล และ อเล็กซองค์ อัมเบล เปิดตัว “Crocs InMotion” รองเท้าคอลเลกชันใหม่ล่าสุดสำหรับผู้หญิงผู้ชาย โดยมี ณัฐบุตร ชนาภิสิทธิ, ทัศนีย์ ชมวงศ์, อินทิรา ศิริผลสมสุข และ นิชคุณ ขจรบริรักษ์ มาร่วมงานด้วย ที่ซูเปอร์สปอร์ต เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
ใส่สบาย จิตรฤดี พนิตพล และ อเล็กซองค์ อัมเบล เปิดตัว “Crocs InMotion” รองเท้าคอลเลกชันใหม่ล่าสุดสำหรับผู้หญิงผู้ชาย โดยมี ณัฐบุตร ชนาภิสิทธิ, ทัศนีย์ ชมวงศ์, อินทิรา ศิริผลสมสุข และ นิชคุณ ขจรบริรักษ์ มาร่วมงานด้วย ที่ซูเปอร์สปอร์ต เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

ก็แปลกดี กนง.ลดดอกเบี้ยลง 0.25% ไปตั้งแต่วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ ผ่านมาจนถึงวันจันทร์ เพิ่งมีธนาคารประกาศลดดอกเบี้ยเพียง 3 ธนาคาร คือ ไทยพาณิชย์ กรุงไทย และ กสิกรไทย

ไม่มีพลิก พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง ยืนยัน ได้รับการเสนอชื่อ ดร.สมชัย สัจจพงษ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง เป็น ประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ จากคณะกรรมการสรรหาแล้ว คุณสมบัติต่างๆก็เพียบพร้อม อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบก่อนเสนอ ครม.น่าจะทำงานร่วมกันได้ดี “ไต้ฝุ่น” ขอแสดงความยินดีด้วย

ฮัดเช้ย สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีผู้ใกล้ชิด ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ลูกเป็นคนที่ 14 แล้ว เป็นลูกชายที่เกิดจาก ซิวอน ซิลิส ผู้บริหาร บริษัทนิวรัลลิงก์ ของ อีลอน มัสก์ เอง แต่ข่าวไม่ได้บอกว่า ซิวอน ซิลิส เป็นภรรยาคนที่เท่าไหร่ ของ อีลอน มัสก์ เพราะก่อนหน้านี้ 2 สัปดาห์ แอชลีย์ เซนต์แคลร์ อินฟลูเอนเซอร์สายอนุรักษนิยม ก็เปิดเผยว่า เธอมีลูกกับอีลอน มัสก์ เช่นกัน เป็น อัน ซตพ. ว่า คนจีเนียสมักจะมีเมียมาก

ผิวสวย วรรษา ตั้งนิมิตโชค เปิดตัว “Abeille Royale Youth Watery Oil Serum 2025” สุดยอดนวัตกรรมแห่งการฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึกตั้งแต่หยดแรกที่ใช้ด้วยพลังแห่งน้ำผึ้ง 3 สายพันธุ์หายาก โดยมี เบนียา รัตนพันธ์ และ อธิชนัน ศรีเสวก มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.
ผิวสวย วรรษา ตั้งนิมิตโชค เปิดตัว “Abeille Royale Youth Watery Oil Serum 2025” สุดยอดนวัตกรรมแห่งการฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึกตั้งแต่หยดแรกที่ใช้ด้วยพลังแห่งน้ำผึ้ง 3 สายพันธุ์หายาก โดยมี เบนียา รัตนพันธ์ และ อธิชนัน ศรีเสวก มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออก และนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) เป็นคนมีฝีมือ เข้าไปบริหาร EXIM Bank จนมีกำไรกว่าพันล้านบาท บอร์ด BAM บมจ.บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ ตาแหลม ไปชวนมาเป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM คนใหม่ มีมติแต่งตั้งไปเรียบร้อยแล้ว ดร.รักษ์ จะเริ่มงานตั้งแต่ 16 เมษายน เป็นต้นไปหลังครบเทอมที่ EXIM Bank แล้ว

ราคาหุ้นยังไม่ขึ้น แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยประกันชีวิต แถลงผลประกอบการปี 2567 มีกำไรสุทธิ 11,682 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.4% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรจากการลงทุนเติบโตถึง 119.7% ธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัยกำลังโตวันโตคืน คนไทยรู้จักการวางแผนการประกันชีวิตและประกันภัยเพื่อความมั่นคงของครอบครัวและตนเองมากขึ้น

วีกเอนด์นี้ 8 มีนาคม วตท.รุ่น 34 จัดงานต้อนรับน้อง วตท.รุ่น 35 โดยมีรุ่นพี่ วตท. 1–33 ไปร่วมต้อนรับกันอย่างคับคั่งเหมือนทุกปี มีผู้หลักผู้ใหญ่ อาทิ ปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา นายกสมาคมนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน ศ.พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานตลาดหลักทรัพย์ อัสสเดช คงสิริ กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ธนวัสน์ สุปัญจนันท์ กรรมการผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการตลาดทุน ไปร่วมต้อนรับด้วย ที่โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา

กษิดิส พบสุข เป็นประธานมงคลสมรสระหว่าง ธิตินันท์ ตราทอง กับ อภิเชษฐ์ ประภาสปิยากร ที่โรงแรมแมนดาริน 9 มีนาคม 10.00 น.

บนแผงวันนี้ นิตยสารฟอร์มูลา พาชม Detroit Auto Show 2025.

“ไต้ฝุ่น”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

เปิดค่าตัว ลำไย ไหทองคำ ลูกทุ่งสาวสุดฮอต 1 คืนวิ่ง 3 งาน ได้เกือบล้าน

เปิดค่าตัว ลำไย ไหทองคำ ลูกทุ่งสาวสุดฮอต 1 คืนวิ่ง 3 งาน ได้เกือบล้าน

5 มี.ค. 2568 10:31 น.

เปิดค่าตัว ลำไย ไหทองคำ ลูกทุ่งสาวสุดฮอต 1 คืนวิ่ง 3 งาน ได้เกือบล้าน

เป็นนักร้องสุดฮอตที่มีตารางงานเต็มตลอดทั้งเดือน และบางคืนก็วิ่ง 2-3 งาน สำหรับ ลำไย ไหทองคำ และล่าสุด นายห้างประจักษ์ชัย ไหทองคำ ได้อัปเดตค่าตัวของนักร้องสาวในการขึ้นโชว์แต่ละงานเอาไว้ว่า 

“ตอนนี้ค่าตัวลำไยอยู่ที่ 1.30 ชั่วโมง ราคาอยู่ที่ 240,000 บาท 1 คืนวิ่งได้ 3 งาน ในกรุงเทพ ต่างจังหวัดมีค่าเดินทางเพิ่มอีกนิดหน่อย และถ้าเป็นเทศกาลก็จะบวกไป” นอกจากนี้ นายห้างประจักษ์ชัย ยังได้เปิดเผยต่อว่า แม้จะเกิดเรื่อง แต่คิวงานลำไยยาวไปอีก 3 ปี ถึงปี 71 แล้ว ยังไม่มีใครแคนเซิลงาน มีแต่ติดต่องานเพิ่มเข้ามา 

เปิดค่าตัว ลำไย ไหทองคำ ลูกทุ่งสาวสุดฮอต 1 คืนวิ่ง 3 งาน ได้เกือบล้าน
เปิดค่าตัว ลำไย ไหทองคำ ลูกทุ่งสาวสุดฮอต 1 คืนวิ่ง 3 งาน ได้เกือบล้าน
เปิดค่าตัว ลำไย ไหทองคำ ลูกทุ่งสาวสุดฮอต 1 คืนวิ่ง 3 งาน ได้เกือบล้าน
เปิดค่าตัว ลำไย ไหทองคำ ลูกทุ่งสาวสุดฮอต 1 คืนวิ่ง 3 งาน ได้เกือบล้าน

พีพี-เจอาร์ ห่วง ลำไย เจอทัวร์ลงหนัก เห็นใจผู้หญิงรับแรงกระแทก วอนเสพข่าวอย่างมีสติ

พีพี-เจอาร์ ห่วง ลำไย เจอทัวร์ลงหนัก เห็นใจผู้หญิงรับแรงกระแทก วอนเสพข่าวอย่างมีสติ

5 มี.ค. 2568 10:14 น.

พีพี-เจอาร์ ห่วง ลำไย เจอทัวร์ลงหนัก เห็นใจผู้หญิงรับแรงกระแทก วอนเสพข่าวอย่างมีสติ

จากประเด็นดราม่าสนั่นโซเชียล หลังจากที่ ลำไย ไหทองคำ ได้ออกมาประกาศเลิก ปุ้ย L.กฮ. พร้อมยืนยันไร้มือที่สาม และออกมายอมรับว่าเคยคุยกับ บอส แดนเซอร์ในวงในช่วงที่ห่างกับแฟนหนุ่ม แต่มาตอนนี้ได้เลิกคุยกันไปแล้ว ทำให้สังคมมองว่า ลำไยนอกใจปุ้ย จนทำให้เจ้าตัวถูกโจมตีอย่างหนัก

ด้าน ประจักษ์ชัย เจ้าของค่ายไหทองคำ ก็ได้ออกมาประกาศกฎห้ามแดนเซอร์เด้งใส่ศิลปินแรง อีกทั้งยังได้เปลี่ยนตัวแดนเซอร์จาก บอส กลับมาเป็น พีพี อีกด้วย

ล่าสุด พีพี กับ เจอาร์ 2 หนุ่มแดนเซอร์จากวง ลำไย ไหทองคำ ได้มาร่วมงาน Gala Premiere ภาพยนตร์ มูลู หน้าครู ณ ลานอินฟินิซิตี้ ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ทั้งคู่ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน บอกว่า

– ตอนนี้เรื่องราวน่าจะคลี่คลายแล้ว ไปดูที่เฟซบุ๊กของพี่ลำไยได้ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่ได้ทราบลึกตื้นขนาดนั้น

– ด้าน เจอาร์ ยอมรับว่าตอนที่เห็นข่าว ช็อกอยู่เหมือนกัน มีคนทักมาเยอะมาก เพราะคนคิดว่าเป็นตนเอง ซึ่งเราก็งง พร้อมยืนยันว่ากับ ลำไย เป็นแค่เพื่อนร่วมงานอย่างเดียว ไม่ได้คุยกันเรื่องความสัมพันธ์ ส่วนที่ว่าแดนเซอร์กับนักร้องสนิทกันแค่ไหน เราทำงานด้วยกันทุกวันมันก็ปรึกษากันได้ 

– เวลาทำงานพวกเราจะเจอกันช่วงทำงานซะมากกว่า ช่วงที่ไปออกคอนเสิร์ต พอจบก็แยกย้ายขึ้นรถคนละคันอยู่แล้ว

พีพี-เจอาร์ ห่วง ลำไย เจอทัวร์ลงหนัก เห็นใจผู้หญิงรับแรงกระแทก วอนเสพข่าวอย่างมีสติ

– เมื่อถามว่า มีกฎในวงที่ห้ามเป็นแฟนกันมั้ย ด้าน พีพี ตอบว่า น่าจะมี แต่ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะพวกเราเพิ่งเข้ามา ตอนนี้ก็โดนเรียกตัวมาแทนในช่วงนี้ ถามว่าเกร็งมั้ย ก็ไม่เกร็ง เราให้ความสนุกกับพวกพี่ๆ

– เมื่อถามว่าได้คุยกับบอสและลำไยบ้างมั้ย เจอาร์ บอกว่า ก็ให้กำลังใจเพื่อน ช่วงนี้ก็หนักอยู่ ผมเพิ่งกลับมาจากกาฬสินธุ์ เล่นคอนเสิร์ตด้วยกันมา เขาก็กระทบอยู่ระดับนึง ให้กำลังใจขอให้ผ่านไปได้เร็วๆ นายห้างก็กำลังหาทางอยู่ กับบอสไม่ได้คุยเลย

– ส่วนสภาพจิตใจลำไยน่าจะหนัก เพราะทัวร์ลงเยอะอยู่ ตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่ค่อยได้คุยกันเลย

– มาตรการต่างๆ ที่นายห้างออกมาบอกว่า ห้ามแดนเซอร์เด้งแรงใส่นักร้องนั้น ทั้ง 2 หนุ่มบอกว่า จะเบาๆ ลง เสิร์ฟของหวานน้อยๆ ลง เสิร์ฟให้นักร้องน้อยลง แต่เสิร์ฟให้คนดูเหมือนเดิม แต่คิดว่านายห้างเขาอาจพูดติดตลก เป็นเรื่องฮาๆ ไป

– เป็นกำลังใจให้ลำไยครับ รู้สึกว่าผู้หญิงคนหนึ่งต้องมารับแรงกระแทกขนาดนี้ โดนสังคมโจมตีขนาดนี้ก็หนักอยู่สำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง ก็เป็นกำลังใจให้ครับ แต่เขาไหวอยู่แล้วครับ อย่างงานเมื่อวานเขาก็เต็มที่นะครับ ลำไยเป็นคนที่ทำงานเต็มที่อยู่แล้ว ผมว่าเรื่องนี้มันไม่ถึงขั้นที่เขาจะทำงานไม่ได้หรอก แต่ด้วยข้างในเราก็รู้ว่าคนเราเจอเรื่องแบบนี้ก็ต้องรู้สึกแย่เป็นธรรมดา

พีพี-เจอาร์ ห่วง ลำไย เจอทัวร์ลงหนัก เห็นใจผู้หญิงรับแรงกระแทก วอนเสพข่าวอย่างมีสติ

– ส่วน บอส ตอนนี้คิดว่าน่าจะพักงานก่อน เพราะช่วงนี้กระแสหนัก แต่ถ้าในอนาคตต้องเปลี่ยนตัวแดนเซอร์ที่คู่กันจริงๆ ก็ต้องตามนั้น เพราะช่วงนี้กระแสแรงจริงๆ บอสน่าจะโดนเยอะอยู่ ขึ้นเวทีก็ไม่รู้ฟีดแบ็กจะเป็นยังไง เซฟน้อง ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่คิดว่าเดี๋ยวน้องก็ออกมาพูด เขาน่าจะไตร่ตรองคำพูดอยู่

– ในฐานะเพื่อน มองว่า บางเรื่องก็เกินไป น่าจะเป็นข่าวที่ขุดมาได้เรื่อยๆ นี่แหละ ที่มันไม่จบสักที บางอย่างคนละเวลากัน แต่เขาโยง ยกตัวอย่างผมไปสัมภาษณ์ไว้กับรายการหนึ่ง ตอนนั้นไม่มีเรื่องอะไรแบบนี้ จนผ่านมาตอนนี้ เขามาโยงใส่กัน

– อยากฝากแฟนๆ ช่วยเสพข่าวอย่างมีสติ ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก ยังไงเราก็ซัพพอร์ตทุกความรู้สึก ไม่ว่าใครผิดใครถูกผมเอาใจช่วย ให้ผ่านไปได้โดยเร็วครับ

พีพี-เจอาร์ ห่วง ลำไย เจอทัวร์ลงหนัก เห็นใจผู้หญิงรับแรงกระแทก วอนเสพข่าวอย่างมีสติ

แอนโทเนีย-แอนนาเสือ แท็กทีมแชร์เคล็ดลับความสวยแบบมั่นใจ

แอนโทเนีย-แอนนาเสือ แท็กทีมแชร์เคล็ดลับความสวยแบบมั่นใจ

5 มี.ค. 2568 08:00 น.

แอนโทเนีย-แอนนาเสือ แท็กทีมแชร์เคล็ดลับความสวยแบบมั่นใจ

HACK BEAUTY LAB ศูนย์รวมเวชสำอางชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก ได้จัดงาน HACK Your LOOK Unlock Your BEAUTY เพื่อปลดล็อกทุกสไตล์ความงาม พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์คุณภาพและนวัตกรรม การดูแลผิวที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาอย่างครบวงจร ณ HACK BEAUTY LAB ชั้น 5 เซ็นทรัลพระราม 9 (ฝั่งโรบินสัน)

คุณบอล ศรัณยวัศน์ พัฒนกุลวาณิช CEO บริษัท แฮค แล็บ จำกัด กล่าวถึงการจัดงาน ในครั้งนี้ว่า “HACK BEAUTY LAB เกิดจากความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนได้เข้าถึง เวชสำอางคุณภาพระดับโลกและได้รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลเพื่อให้ทุกคนดูดีในแบบของตัวเอง ผมเชื่อว่าความงามไม่ได้มีเพียงหนึ่งมาตรฐาน แต่เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเองได้ เราอยากให้ทุกคนสามารถปลดล็อกความงามในแบบของตัวเองได้อย่างมั่นใจ ผ่านการดูแลผิว ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ผมและทีมงานได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดจากทั่วโลกมารวมไว้ที่นี่ เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับการดูแลผิวที่มีคุณภาพและตรงจุดที่สุด นอกจากนี้ HACK BEAUTY LAB ยังเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลผิวผ่านคำแนะนำจาก ผู้เชี่ยวชาญ เราอยากให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางของการดูแลผิวพรรณที่ตอบโจทย์ทุกปัญหา อย่างแท้จริง และหวังว่าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของเรา”

แอนโทเนีย-แอนนาเสือ แท็กทีมแชร์เคล็ดลับความสวยแบบมั่นใจ

ภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าคนดังในวงการบันเทิงและนางงาม ได้แก่ แอนโทเนีย โพซิ้ว, แอนนา เสืองามเอี่ยม, จีน่า วิรายา ภัทรโชคชัย และ กันเนอร์ ณัฐสกรรจ์ ไชยโรจน์ มาร่วมแชร์เคล็ดลับความสวยมั่นใจ และร่วมกิจกรรมความสนุกมากมาย โดยเริ่มต้นที่ เปิดตัวพรมแดงสุดอลังการกับ แอนโทเนีย โพซิ้ว และ แอนนา เสืองามเอี่ยม สัมภาษณ์พิเศษ ในหัวข้อ “Unlock Your Beauty” และ Hack Secret “Be Beautiful Be You” กับ แอนโทเนีย, แอนนา และ Surprise Guest กันเนอร์ และ จีน่า ที่มาแชร์เคล็ดลับ การดูแลผิวให้สวยใสแบบดารา อีกทั้งปลดล็อกความมั่นใจของผู้ร่วมกิจกรรม ผ่านการเดินพรมแดงในธีม “My Favorite Hack Your Look” พร้อมร่วมสนุก และลุ้นรับผลิตภัณฑ์ สุดพิเศษจาก BARULAB ผ่านกิจกรรม BARULAB Challenge และ Meet & Greet Special Moment ถ่ายภาพและรับของที่ระลึกสุดพิเศษสำหรับผู้โชคดี จากกิจกรรมออนไลน์ กับ 4 เซเลบคนดังแบบฟิน ๆ

แอนโทเนีย โพซิ้ว กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้มาร่วมงานในวันนี้ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก ที่ได้มาร่วมงาน HACK Your LOOK Unlock Your BEAUTY ในวันนี้ เพราะเชื่อว่า ความสวยไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว แต่เป็นเรื่องของความมั่นใจและการดูแลตัวเอง ให้ดีที่สุด BARULAB เป็นแบรนด์ที่แอนเลือกใช้และมั่นใจว่า เหมาะกับทุกสภาพผิว ใครที่อยากเริ่มต้น ดูแลผิวอย่างถูกต้อง ลองเปิดใจให้กับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม แล้วคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลง ที่ดีขึ้นแน่นอน”

แอนโทเนีย-แอนนาเสือ แท็กทีมแชร์เคล็ดลับความสวยแบบมั่นใจ
แอนโทเนีย-แอนนาเสือ แท็กทีมแชร์เคล็ดลับความสวยแบบมั่นใจ
แอนโทเนีย-แอนนาเสือ แท็กทีมแชร์เคล็ดลับความสวยแบบมั่นใจ
แอนโทเนีย-แอนนาเสือ แท็กทีมแชร์เคล็ดลับความสวยแบบมั่นใจ
แอนโทเนีย-แอนนาเสือ แท็กทีมแชร์เคล็ดลับความสวยแบบมั่นใจ

ประจักษ์ชัย ตอบ บอส แดนเซอร์ที่มีข่าวกับ ลำไย ไหทองคำ ยังอยู่ ไม่ได้ทิ้ง หางานอื่นให้ทำ

ประจักษ์ชัย ตอบ บอส แดนเซอร์ที่มีข่าวกับ ลำไย ไหทองคำ ยังอยู่ ไม่ได้ทิ้ง หางานอื่นให้ทำ

4 มี.ค. 2568 21:26 น.

ประจักษ์ชัย ตอบ บอส แดนเซอร์ที่มีข่าวกับ ลำไย ไหทองคำ ยังอยู่ ไม่ได้ทิ้ง หางานอื่นให้ทำ

เป็นอีกเรื่องที่หลายคนสงสัยว่า หลังจากที่มีข่าวฉาวเรื่องความสัมพันธ์ของ ลำไย ไหทองคำ และ บอส แดนเซอร์ชายในวง ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเคยคุยกับอีกฝ่ายจริง จนทำให้สังคมวิจารณ์อย่างหนัก 

ล่าสุด นายห้างประจักษ์ชัย ไหทองคำ ก็ได้ตอบชัดๆ ถึงเรื่องของบอสว่าหลังจากที่มีข่าว ทำไมเงียบ หายไปไหน ซึ่งนายห้างได้บอกชัดๆ และเคลียร์ๆ ว่า 

“สำหรับบอส หลังจากนี้ก็มีงานที่ยโสธร และหลังจากนั้นก็จะเปลี่ยนตัวเป็นพีพี และ เจอาร์ เป็นตัวกอบกู้ชื่อเสียง จะหางานให้บอสทำ ไม่ได้ทิ้งกันไปเลย อาจจะให้สอนเด็ก หรือไปอีกทีม ผิดต้องยอมรับผิด ต้องลดแรงเสียดทานของสังคม ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย กติกาสังคมมีอยู่ก็ต้องรับผิดชอบ กรรมใดใครก่อก็ต้องรับผิดชอบ ติดคุกยังมีวันออกไม่ถึงตาย

ส่วนบอสตอนนี้ที่เงียบอยู่เพราะตนบอกกว่าเคลียร์อยู่ ว่าอีกฝ่ายจะจบอย่างไร เพราะรับเงินไปแล้วและบอกว่าจะจบ”

ประจักษ์ชัย ตอบ บอส แดนเซอร์ที่มีข่าวกับ ลำไย ไหทองคำ ยังอยู่ ไม่ได้ทิ้ง หางานอื่นให้ทำ
ประจักษ์ชัย ตอบ บอส แดนเซอร์ที่มีข่าวกับ ลำไย ไหทองคำ ยังอยู่ ไม่ได้ทิ้ง หางานอื่นให้ทำ
ประจักษ์ชัย ตอบ บอส แดนเซอร์ที่มีข่าวกับ ลำไย ไหทองคำ ยังอยู่ ไม่ได้ทิ้ง หางานอื่นให้ทำ

ไล่ไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ ลำไย-ปุ้ย L.กฮ.-บอส เคลียร์ชัด ‘อ้ายไม่ได้ทำผิดต่อผม’

ไล่ไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ ลำไย-ปุ้ย L.กฮ.-บอส เคลียร์ชัด 'อ้ายไม่ได้ทำผิดต่อผม'

4 มี.ค. 2568 21:01 น.

ไล่ไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ ลำไย-ปุ้ย L.กฮ.-บอส เคลียร์ชัด ‘อ้ายไม่ได้ทำผิดต่อผม’

ไม่จบไม่สิ้น สำหรับเรื่องราวของ ลำไย ไหทองคำ และ ปุ้ย L.กฮ. หลังจากที่ประกาศเลิก พร้อมบอกว่าไร้มือที่สาม แต่กลับถูกชาวเน็ตขุดคุ้ย พร้อมกับชี้เป้าว่ามีเรื่องของมือที่สามเข้ามา 

และในช่วงเช้าของวันนี้ (4 มี.ค.) ลำไย ออกมาโพสต์ยอมรับว่าคุยกับ บอส แดนเซอร์ จริงเพราะอีกฝ่ายบอกว่าได้เลิกกันแฟนแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทำให้สังคมมองว่า ลำไยนอกใจปุ้ย จนทำให้เจ้าตัวถูกโจมตีอย่างหนัก 

ล่าสุด ปุ้ย L.กฮ. ได้โพสต์คลิปชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างตนกับลำไย ไล่ไทม์ไลน์ละเอียดในช่วงที่ลำไยคุยกับบอส เพื่อให้ทุกคนเข้าใจลำไยใหม่ ซึ่งปุ้ยเล่าว่า  

ไล่ไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ ลำไย-ปุ้ย L.กฮ.-บอส เคลียร์ชัด 'อ้ายไม่ได้ทำผิดต่อผม'


– ปัญหาของตนกับลำไย ไม่ได้เป็นเพราะมือที่สาม

– ปัญหาเริ่มต้นเป็นเรื่องของตนกับลำไย ปัญหาหลักๆ เกิดจากตัวของปุ้ยเอง

– ปัญหาหนักๆ เริ่มจากตนอยากเล่นสนุกให้เก่ง จึงเริ่มฝึกสนุกที่บ้านอย่างหนัก

– ลำไยตั้งคำถามว่าทำไมตอนที่กลับถึงบ้านถึงไม่หยุดเล่นสนุก ตนก็เฉย และยังเล่นเรื่อยมา

– แม้ลำไยจะทักท้วงเรื่องพฤติกรรมการจดจ่อกับสิ่งที่ทำอยู่นั้น แต่ตนกลับมองว่ามันไม่ใช่สิ่งผิด เพราะเล่นอยู่ที่บ้าน ก็ไม่ได้แก้ไข ปรับปรุงตัวตามที่อีกฝ่ายร้องขอ

– จึงบอกอีกฝ่ายว่า ถ้าอึดอัดจะกลับไปอยู่ใต้

– จนแม่ของลำไยโทรไปถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ถึงไม่ค่อยกลับบ้านที่กรุงเทพ

– ในระหว่างที่อยู่ใต้ ก็พูดคุยกันตลอด ตนบอกว่า อาจจะไม่ได้กลับไป อาจจะปักหลักอยู่ที่ใต้ ซึ่งลำไยก็ยอมรับในการตัดสินใจของตน ถ้าตนต้องการแบบนี้

– ต่างตกลงกันว่าจะไม่ปิดโอกาส ถ้าต่างฝ่ายจะมีใคร ก็ขอให้บอก แยกกันอยู่นานพอสมควร

– จนวันหนึ่งลำไยบอกว่าจะคุยกับคนนี้

– พอผ่านมาสักระยะหนึ่ง ลำไยเริ่มโทรมาปรึกษาตนเรื่องที่จะคุยกับคนใหม่ และตนก็ให้ลำไยระวัง ว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาแบบไหน ให้ค่อยๆ คุยกัน

– จนเวลาผ่านไป ตนก็สังเกตและติดตามมาตลอดด้วยความหวังดี

ไล่ไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ ลำไย-ปุ้ย L.กฮ.-บอส เคลียร์ชัด 'อ้ายไม่ได้ทำผิดต่อผม'

– จากนั้นลำไยก็เข้ามาปรึกษาตนเรื่องแฟนของฝ่ายชาย ทำให้ตนสงสัยว่า ไหนบอกว่าเลิกกันแล้ว

– ลำไยไม่รู้เรื่องราว มารู้อีกทีก็ตอนที่แฟนของเขาโผล่มา

– ตนเลยบอกว่าลำไยโดนหลอก ลำไยเครียดมากในช่วงนั้น

– ลำไยบอกว่าฝ่ายหญิงเรียกเงิน 10 ล้าน

– ตนรู้สึกแปลกใจว่าทำไมต้องเรียกเงินถึง 10 ล้าน ยอมรับว่ารู้สึกแปลกๆ ตนอาสาจะคุยเรื่องนี้กับทางค่ายให้

– นัดอีกฝ่ายมาคุย เพราะไม่อยากให้มันมีปัญหา อยากให้มันจบ

– วันที่นัดคุยกัน ตนไม่ได้อยู่ด้วย ตอนนั้นอยู่ที่ใต้

– ตกลงจ่าย 2 ล้าน มีสัญญาเซ็นรับเงิน 2 ล้าน รับปากว่าทุกอย่างจะจบ

– ลำไยก็ไม่ได้คุยต่อกับฝ่ายชาย เพราะกลัวและรู้แล้วว่ามันไม่ใช่

– ทางค่ายจะให้แดนเซอร์หยุด แต่ตนบอกว่า ต้องให้ทำงานต่อเพื่อชดใช้ในสิ่งที่เขาทำ เป็นผู้ชายต้องรับผิดชอบในส่วนนี้

– พอตนย้ายกลับมาอยู่บ้านกับลำไย ก็ปรับความเข้าใจกันได้ จนมามีปัญหากันเมื่อตอนวันเกิดของลำไยที่ผ่านมา

– ยืนยันว่าที่ตนไม่ไปงานไม่ได้มีปัญหากับใคร เพราะตนก็เป็นแบบนี้มานานแล้ว

– เรื่องที่เกิดทำให้ลำไยงอน และมองว่าตนไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ทำให้คุยกันน้อยลง และประชดประชัน พร้อมกับถอดแหวนที่ลำไยซื้อให้

– พอเคลียร์กันเรียบร้อย ก็มีปัญหาออกมา

– เราเป็นคนสาธารณะ ยินดีรับคำตำหนิติเตียน ยินดีรับไว้หมด

– ปุ้ยยืนยันว่าลำไยไม่ได้ทำผิดต่อตนอย่างแน่นอน

ไล่ไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ ลำไย-ปุ้ย L.กฮ.-บอส เคลียร์ชัด 'อ้ายไม่ได้ทำผิดต่อผม'
ไล่ไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ ลำไย-ปุ้ย L.กฮ.-บอส เคลียร์ชัด 'อ้ายไม่ได้ทำผิดต่อผม'

ประจักษ์ชัย เล่ารายละเอียดสัญญารับเงิน 2 ล้านของโม ได้ไปแล้วทำไมไม่จบ

ประจักษ์ชัย เล่ารายละเอียดสัญญารับเงิน 2 ล้านของโม ได้ไปแล้วทำไมไม่จบ

4 มี.ค. 2568 20:17 น.

ประจักษ์ชัย เล่ารายละเอียดสัญญารับเงิน 2 ล้านของโม ได้ไปแล้วทำไมไม่จบ

นายห้างประจักษ์ชัย ไหทองคำ ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ถึงเรื่องราวของนักร้องในสังกัดอย่าง ลำไย ไหทองคำ ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมตอนนี้ โดยประจักษ์ชัยได้พูดถึงเรื่องสัญญาที่ โม อดีตแฟนของ บอส ได้ทำเอาไว้ตอนที่รับเงิน 2 ล้านบาทเพื่อจบเรื่องว่า  

– 2 วันที่ผ่านมา ตนเพิ่งได้คุยกับลำไยวันนี้ (4 มี.ค.)

– ทำได้แค่ให้กำลังใจลำไย ใครจะพูดคุยกันในสถานะไหนก็แล้วแต่ ตนเป็นแค่คนนอก

– เรื่องราวของ ลำไย ปุ้ย บอส และแฟนของบอส ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งตั้งแต่แรก ไม่ทราบเรื่องเลย เพิ่งทราบพร้อมกับทุกคน

– ประเด็นที่แฟนของบอสบอกว่าได้มาแจ้งทางค่ายเรื่องความสัมพันธ์ของ ลำไยกับบอส แล้วทางตนได้จ่ายเงินไป และทำสัญญาหากเรื่องหลุดออกมาจะฟ้องร้อง นายห้างประจักษ์ชัยบอกว่าไม่ได้คุยกับอีกฝ่ายเลย แต่เป็นทางภรรยาของตนที่เป็นคนคุย

– รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นจากภรรยาของตนว่า ลำไยและบอสจะลองคุยกัน แต่ตนก็ไม่ได้ถามว่าได้เลิกรากับปุ้ยไปแล้วหรือยัง

ประจักษ์ชัย เล่ารายละเอียดสัญญารับเงิน 2 ล้านของโม ได้ไปแล้วทำไมไม่จบ

– บอสบอกว่าจะไปเลิกกับฝ่ายหญิง ซึ่งฝ่ายหญิงก็ไม่ได้เป็นภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย ยังไม่มีฝ่ายไหนได้แต่งงานกัน เป็นแค่การทดลองอยู่ด้วยกัน

– น้องผู้หญิงขอเรียกร้องค่าเสียหาย 10 ล้านบาท

– ซึ่งตอนแรกฝ่ายหญิงจะเรียก 10 ล้าน แต่ตนมองว่าไม่ได้เป็นภรรยาตามกฎหมาย และตนก็ไม่ได้คุยเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ถ้าคุยเองอาจจะคุยกันได้ดีกว่านี้

– จากนั้นต่อรองมาเป็น 5 ล้าน แต่สุดท้าย จบลงที่ 2 ล้านบาท เพราะฝ่ายหญิงมองว่าตนเองเสียโอกาส จึงเรียกร้องขอเป็นเงินจำนวนหนึ่งเพื่อไปตั้งตัว

– ซึ่งทางฝ่ายบอสก็พร้อมจะรับผิดชอบในส่วนของผู้หญิงที่เรียกร้องมา

– เงิน 2 ล้าน บอสจ่ายแบบผ่อน หักจากค่าตัวของบอส เดือนละ 5 หมื่น

– เงินที่โอนไปเป็นในนามบริษัท มีการทำสัญญา ฝ่ายหญิงมีพี่ชายมารับรู้เรื่องราวนี้ด้วย เพื่อจบเรื่องนี้ ต่างคนต่างอยู่ ฝ่ายหญิงจะเอาเงินไปตั้งตัว

– แต่สุดท้ายก็ออกมาให้ข่าว มีแชตหลุด ไม่จบ

– ถ้าอีกฝ่ายไม่พอใจในจำนวนเงินที่ได้ไปตั้งแต่แรก มองว่าเงินเท่านี้ซื้อความรักไม่ได้ ก็ไม่ควรที่จะรับตั้งแต่แรก ควรให้เรื่องมันแดงตั้งแต่ตอนนั้นไปเลย

– แต่วันนั้นบอกว่าให้จ่าย 2 ล้านแล้วเรื่องจะจบ แต่วันนี้ออกมาเรียกร้องต้องการอะไร

– เมื่อฝ่ายหญิงไปออกรายการใหญ่ ทางค่ายจะใช้ฝ่ายกฎหมายไปตรวจสอบกับข้อมูลต่างๆ ที่อีกฝ่ายเอาไปให้สื่อหรือเพจต่างๆ ทำให้ศิลปินเสียชื่อเสียง ตนก็ต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุด

– ในสัญญาระบุไว้ว่า ถ้ามีการเผยแพร่เรื่องราวต่างๆ จะไม่ทำให้ศิลปินในค่ายเสียหาย ถ้ามีจะต้องมีการจ่ายค่าชดเชย แต่ตนไม่ได้เห็นสัญญา แต่มีสัญญาจริงๆ

– หลังจากนี้จะให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมดำเนินการฟ้องคดีหมิ่นประมาท จะเรียกเงิน 10-20 ล้านก็ให้ฝ่ายกฎหมายจัดการ

ประจักษ์ชัย เล่ารายละเอียดสัญญารับเงิน 2 ล้านของโม ได้ไปแล้วทำไมไม่จบ
ประจักษ์ชัย เล่ารายละเอียดสัญญารับเงิน 2 ล้านของโม ได้ไปแล้วทำไมไม่จบ