กอล์ฟ พิชญะ รับจิตตกติดเชื้อจนต้องผ่าตัดด่วน เปิดสาเหตุ 4 ข้อที่อาจทำให้ป่วย

กอล์ฟ พิชญะ รับจิตตกติดเชื้อจนต้องผ่าตัดด่วน เปิดสาเหตุ 4 ข้อที่อาจทำให้ป่วย

2 มี.ค. 2568 19:25 น.

กอล์ฟ พิชญะ รับจิตตกติดเชื้อจนต้องผ่าตัดด่วน เปิดสาเหตุ 4 ข้อที่อาจทำให้ป่วย

เจอเรื่องที่ไม่คาดคิดจนไม่ทันตั้งตัว สำหรับนักร้องนักแสดงหนุ่ม กอล์ฟ พิชญะ นิธิไพศาลกุล ที่ล่าสุดมีอาการติดเชื้อในกระดูกคอ ทำให้ต้องยกเลิกทริปไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบกะทันหันเพราะต้องผ่าตัดที่ รพ. ล่าสุด กอล์ฟ มาร่วมงาน “STARSEED.X EP1 1st ENCOUTER” งานแสดงผลงาน EXIBITION ผลงาน ARTTOY และงานศิลปะครั้งแรกของตัวเอง ณ Street Star Gallery Urban Art เจ้าตัวเลยเล่าถึงอาการป่วยที่เกิดขึ้น และได้หวานใจอย่างดีไซเนอร์สาว หยิน ฝันดาว แบ้สกุล มาดูแลอย่างดี

กอล์ฟ พิชญะ รับจิตตกติดเชื้อจนต้องผ่าตัดด่วน เปิดสาเหตุ 4 ข้อที่อาจทำให้ป่วย

เล่าช่วงที่เข้าโรงพยาบาลหน่อย ทำงานหนัก?

“ไม่ได้ทำงานหนักเลย ของกอล์ฟค่อนข้างเป็นเคสที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครับที่เจอ ขออธิบายว่ามันคือการติดเชื้อในกระดูกคอ จุดเริ่มต้นก็คือเราจะไปเที่ยวญี่ปุ่น และเราวางแผนว่าเราจะไปตั้งแต่ 12-18 กุมภาพันธ์ และวางแผนว่าอยากไปสโนว์บอร์ดหนึ่งวัน แต่เหตุมันเกิดเมื่อประมาณวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เริ่มรู้สึกว่าแหงนคอไปข้างหลังแล้วเหมือนนอนตกหมอน

แรกๆ ก็ไปหาหมอทำกายภาพ วันต่อมาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับมีอาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บกล้ามเนื้อคอ จะแตกต่างกับการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอแบบไอ มันจะเป็นแบบเอานิ้วจิ้มก็เจ็บ เดินอยู่กระแทกแล้วก็เจ็บ ก็เลยรู้สึกว่ามันแปลกๆ แล้ว ก่อนที่เราจะบินไปญี่ปุ่นเราก็เลยตัดสินใจไปโรงพยาบาลหาหมอ แล้วมีโอกาสได้ทำ MRI ช่วง 5 โมงเย็นก็ผ่าตัดวันนั้นเลย หมอเดินเข้ามาแล้วพูดคำแรกว่าเรียกญาติมาให้หมด” 

ช็อกไหมตอนนั้น?

“ช็อก ตอนแรกเราก็แบบว่าทำไมต้องเรียกญาติให้หมด คือเราเป็นอะไรหรือเปล่า เราเป็นมะเร็งเหรอ หรือเราเป็นโรคร้าย สุดท้ายเหมือนหมออยากให้มารับรู้พร้อมๆ กันต้องผ่าตัดวันนี้นะ ซึ่งจะขอไปผ่าตัดอีกวันเพื่อขอเวลาทำใจก่อนก็ไม่ได้ เพราะว่ามันติดเชื้อยาวอยู่ที่เคยเล่าไป อีกนิดนึงก็คือจะลงปอดหัวใจ ถ้าปล่อยไว้ไม่ได้ผ่าตัดแค่คอ คือจะเป็นผ่าตัดใหญ่กว่านี้คือแหวกอก”

ระยะเวลาที่เจ็บจนถึงวันผ่าตัดเป็นเวลากี่วัน?

“3-4 วัน แต่จริงๆ มันน่าจะเพาะเชื้อมาก่อนหน้านั้นแล้ว แต่อาการมันพึ่งมาออกตอนนั้น มันจะเป็นเหมือนการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บ และเหมือนตกหมอน”

กอล์ฟ พิชญะ รับจิตตกติดเชื้อจนต้องผ่าตัดด่วน เปิดสาเหตุ 4 ข้อที่อาจทำให้ป่วย

รู้สาเหตุที่แท้จริงไหม?

“ณ ตอนนี้ยังรอผลชิ้นเนื้อที่ส่งไปตรวจอยู่มันค่อนข้างใช้เวลา เพราะว่ามันเป็นอะไรที่ซับซ้อนมาก เราไม่เคยคลุกคลีกับสิ่งนี้มาก่อน ทั้งนี้ทั้งนั้นยังไม่มีคำตอบให้ชัดๆ ว่ามันคืออะไร แต่เมื่อฟังจากหมอมันก็มีปัจจัยที่อยากให้ทุกคนระวังว่าอาจจะเป็นโรคนี้ได้

คือ 1. ฟัน ถ้าฟันผุอย่าลืมตรวจเช็กฟัน ถ้ามันเป็นหนอง มันจะไหลลงคอได้เลย 2. การกินอาหารที่มีก้างแล้วติดเข้าไปทิ่มที่คอ แล้วมันติดเชื้อจากก้างที่เข้าไปทิ่มคอ 3. เกิดจากหัตถการการฉีดหน้าที่ทำความสะอาดได้ไม่ดีและฉีดแล้วติดเชื้อแบคทีเรีย มันสามารถลงได้เลยถ้าฉีดใกล้ๆ แถวนี้ (จับบริเวณกรอบหน้าใกล้กับคอ) 4. ไซนัส มี 4 ปัจจัยประมาณนี้”

เรียกว่าเป็นเคสหายากไหม?

“ตอนเราถามหมอหมอก็บอกว่ามีมาบ้าง แต่ไม่ได้กล้าถามมากกว่านี้ว่าตายไหมเพราะว่าตอนนั้นก็จิตตก”

ตอนเค้าบอกว่าจะต้องผ่าตัด ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไง?

“ช็อกว่าแบบเลยเหรอ ตกใจแล้วก็จิตตกประมาณนั้น ตอนนั้นไม่มีเวลาให้ทำใจเลย เพราะว่าถ้าลงไปแล้วมันเรื่องใหญ่”

กอล์ฟ พิชญะ รับจิตตกติดเชื้อจนต้องผ่าตัดด่วน เปิดสาเหตุ 4 ข้อที่อาจทำให้ป่วย

ตอนครอบครัวมาฟังตอนนั้นเค้ารู้สึกยังไงกันบ้าง?

“มากันเยอะเลย แม่ให้กราบด้วย เหมือนกับให้ไหว้ขอพร ตอนนั้นก็คิดอยู่ในใจว่าเข้าไปแล้วจะไม่ได้ออกมาแล้วเหรอ แต่ตอนนั้นก็จิตตกไปหมด”

ใช้เวลาผ่าตัดนานไหม?

“ประมาณ 2 ชั่วโมงได้ แต่คนที่โดนวางยาไม่ได้รู้สึกขนาดนั้น เหมือนหลับไปแล้วก็ตื่นเลย”

ต้องไปติดตามอาการไหม?

“อยู่โรงพยาบาล 7 วัน พอออกจากโรงพยาบาล ก็ต้องไปโรงพยาบาลทุกวันเพื่อไปให้ยาฆ่าเชื้อเข้าเส้นเป็นเวลา 6 วันติด ตอนนี้ก็เปลี่ยนเป็นยากินแล้ว แล้วเดี๋ยวมีไปติดตาม MRI อีกทีนึงเพื่อเช็กว่าเป็นยังไงบ้าง”

มีโอกาสกลับมาเป็นอีกไหม?

“จากที่คุยกับหมอเหมือนเค้าก็บอกว่าหายแล้ว คิดว่าต้องมีปัจจัยทั้ง 4 อย่างที่บอกไปที่ทำให้เกิดได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าจะเช็กว่ามันยังหลงเหลืออยู่ไหมก็ต้องไปดูที่ผล MRI ที่จะไปติดตามอาการในหนึ่งเดือนต่อมาให้หลัง ซึ่งตอนนี้จากที่เช็กจากผลเลือดก็ไม่ติดเชื้อแล้ว”

ป่วยหนักในรอบหลายปี?

“ในชีวิต ที่สุดในชีวิตเลยคือผ่าตัดคอ ตอนเรื่องเครื่องบินนั้นเบาไปเลย”

ตอนนี้เจ็บอยู่ไหม?

“ตอนนี้แผลไม่เจ็บขนาดนั้นแล้ว แต่บางทีมันจะมีเรื่องของการปวดคอข้างหลัง เพราะตรงคอมันเจ็บอยู่ร่างกายคนเรามันจะเอากล้ามเนื้อข้างหลังมาใช้แทน ถ้าเราขับรถหรือยกของหนักมากๆ มันจะปวด”

กอล์ฟ พิชญะ รับจิตตกติดเชื้อจนต้องผ่าตัดด่วน เปิดสาเหตุ 4 ข้อที่อาจทำให้ป่วย

มีผลต่อเส้นเสียงเราไหม?

“มีกระทบกับเสียงที่เปลี่ยน” 

กำลังใจดี?

“กำลังใจดีมาก ทุกวันเลยครับ”

จิตไม่ตกแล้ว?

“จิตตกอยู่ ถ้าถามว่าเขาให้กำลังใจยังไงบ้างวันแรกที่หมอเดินเข้ามาพูด ร้องไห้ก่อนคนแรก หลังจากวันนั้นเขาก็ดูแลทุกวัน” 

ทริปญี่ปุ่นยังมีอยู่ไหม?

“โดนกินเงินค่าโรงแรมไป 3 คืน คิดว่าอีกสักพัก เดี๋ยวไว้รอหายดีก่อน”

พอเราป่วยแล้วเขาดูแลดีขนาดนี้ ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นไหม?

“เหมือนใช้คำว่าคนที่เขาคบกันแล้วผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะ อันนี้ก็คงเป็นจุดหนึ่งที่ผ่านมาด้วยกัน ไม่สนแล้วว่าวาเลนไทน์จะจัดที่ไหน แต่ได้ตื่นขึ้นมาแล้วกินข้าวคือตอนนั้นคือมีความสุขที่สุดแล้ว”

เขามีเซอร์ไพรส์ไหม?

“แค่เขามาอยู่ด้วยทุกวัน แต่ว่าเราก็มีซื้อดอกไม้วันวาเลนไทน์ให้กันที่โรงพยาบาล”

กอล์ฟ พิชญะ รับจิตตกติดเชื้อจนต้องผ่าตัดด่วน เปิดสาเหตุ 4 ข้อที่อาจทำให้ป่วย

บ้านที่ทำไว้จะเป็นเรือนหอรึเปล่า?

“ก็ต้องเป็นยังงั้นแล้วแหละ”

บ้านใกล้เสร็จแปลว่ามีแพลน?

“หลังจากผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาก ก็คงต้องคิดเรื่องสร้างครอบครัว คิดเรื่องลูก หลังจากเฉียดอะไรแบบนี้มาชีวิตมีค่าใช้มันให้คุ้ม จะทำอะไรก็ทำ”

เริ่มพูดกับแฟนไว้บ้างหรือยัง?

 “มีคุยบ้าง ถามว่ารอความพร้อมเรื่องอะไร  อยากเคลียร์เรื่องบ้านสักประมาณนึง ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย ให้มันเป็นไปตามสเตป”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

มิ้นต์-ภูผา ควงคู่สวีตที่ทะเล หวานฉ่ำจนเพื่อนสงสัยแอบไปขอกันหรือเปล่า

มิ้นต์-ภูผา ควงคู่สวีตที่ทะเล หวานฉ่ำจนเพื่อนสงสัยแอบไปขอกันหรือเปล่า

2 มี.ค. 2568 18:23 น.

มิ้นต์-ภูผา ควงคู่สวีตที่ทะเล หวานฉ่ำจนเพื่อนสงสัยแอบไปขอกันหรือเปล่า

เป็นคู่หวานที่คบกันมานานนับสิบปีแล้ว สำหรับนางเอกสาว มิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง และไฮโซหนุ่ม ภูผา เตชะณรงค์ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเพื่อนๆ แฟนๆ ต่างก็เชียร์ให้ทั้งคู่แต่งงาน แต่จนถึงเวลานี้ก็ยังไม่มีประกาศเรื่องข่าวดีของทั้งคู่สักที

มิ้นต์-ภูผา ควงคู่สวีตที่ทะเล หวานฉ่ำจนเพื่อนสงสัยแอบไปขอกันหรือเปล่า

แต่ล่าสุด มิ้นต์-ภูผา ควงคู่ไปเที่ยวทะเลที่ จ.กระบี่ พร้อมทั้งล่องเรือชมความสวยงาม งานนี้มิ้นต์เสิร์ฟความเซ็กซี่เบาๆ ในชุดเดรสสีขาวสวยงามสบายตามากๆ ในขณะที่ภูผาถอดเสื้อเผยซิกซ์แพ็กกล้ามแน่นๆ ซึ่งมิ้นต์ก็ได้โพสต์ภาพสุดสวีตกอดแฟนหนุ่มอย่างภูผา พร้อมทั้งเขียนแคปชั่น “Krabi สนุกโคตรจะบ้า!!!”

มิ้นต์-ภูผา ควงคู่สวีตที่ทะเล หวานฉ่ำจนเพื่อนสงสัยแอบไปขอกันหรือเปล่า
มิ้นต์-ภูผา ควงคู่สวีตที่ทะเล หวานฉ่ำจนเพื่อนสงสัยแอบไปขอกันหรือเปล่า
มิ้นต์-ภูผา ควงคู่สวีตที่ทะเล หวานฉ่ำจนเพื่อนสงสัยแอบไปขอกันหรือเปล่า

และภาพความสวีตก็ทำเอาเพื่อนๆ แฟนๆ เข้ามาแซวกันเพียบ และหลายคนยังอดสงสัยไม่ได้ว่าจะมีข่าวดีหรือเปล่า อาทิ ใหม่ ดาวิกา “แอบไปขอกันหรือป่าว”, เก้า สุภัสสรา “เกือบ congrats อะ”, มายด์ ลภัสลัล “เกือบ congrats 555555555”,  แพง ภิชาภัช “ทะเลหวาน”, มารีน่า บาเล็นซิเอก้า “So cute kubbbb” ฯลฯ

มิ้นต์-ภูผา ควงคู่สวีตที่ทะเล หวานฉ่ำจนเพื่อนสงสัยแอบไปขอกันหรือเปล่า
มิ้นต์-ภูผา ควงคู่สวีตที่ทะเล หวานฉ่ำจนเพื่อนสงสัยแอบไปขอกันหรือเปล่า

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

แจ้งข่าว ผ่องศรี วรนุช ป่วยหนัก น้ำหนักเหลือไม่ถึง 20 กิโล ต้องกินยาโอชิมาทินิบ

แจ้งข่าว ผ่องศรี วรนุช ป่วยหนัก น้ำหนักเหลือไม่ถึง 20 กิโล ต้องกินยาโอชิมาทินิบ

2 มี.ค. 2568 16:34 น.

แจ้งข่าว ผ่องศรี วรนุช ป่วยหนัก น้ำหนักเหลือไม่ถึง 20 กิโล ต้องกินยาโอชิมาทินิบ

ทำเอาหลายคนที่ทราบถึงกับตกใจไม่น้อย เมื่อ เจนภพ จบกระบวนวรรณ ได้แจ้งข่าวการป่วยของ แม่ผ่องศรี วรนุช ราชินีเพลงลูกทุ่งผู้ยิ่งใหญ่ ศิลปินแห่งชาติ ผ่านทางเฟซบุ๊กของตัวเองว่า 

“เรื่องบางเรื่องก็เหมือน น้ำท่วมปากนะครับ รู้แต่พูดไม่ได้ พูดแล้วก็จะมีผลกระทบไปหมด ต้องจำใจต้องเก็บกดเอาไว้คนเดียว

กรณี แม่ผ่องศรี วรนุช ราชินีเพลงลูกทุ่งผู้ยิ่งใหญ่ ศิลปินแห่งชาติที่พวกเราชาวเพลงลูกทุ่งรักและเคารพสูงสุดอีกคนหนึ่งล้มป่วย

แม่ผ่องศรี อายุ ๘๕-๘๖ ปี แล้วนะครับ จริงๆ เรื่องล้มป่วยบ้างก็เป็นธรรมดา อายุปูนนี้แล้วจะให้ ปราดเปรียววิ่งเปี้ยวเก่งเหมือนตอนเด็กๆ ก็ใช่ที่

ถามว่า แม่ล้มป่วยเป็นอะไร ตอบแบบแม่ผ่องที่เข้าใจตัวเองก็คือ ปอดอักเสบรุนแรง บางทีมีอาการเหมือนกรดไหลย้อน

แจ้งข่าว ผ่องศรี วรนุช ป่วยหนัก น้ำหนักเหลือไม่ถึง 20 กิโล ต้องกินยาโอชิมาทินิบ

แต่หากถามแพทย์ที่โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (โรงพยาบาลวัดไร่ขิง) ซึ่งแม่เข้ารับการรักษา ได้เอกซเรย์ปอดดูจนเห็นภาพชัดแล้ว ประกอบกับการดูแลรักษาอย่างเข้มข้นจากคณะแพทย์ของโรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งแม่เข้าแอดมิทเป็นครั้งที่ ๒ ทราบผลจากการวินิจฉัยของแพทย์ระบุว่าแม่ต้องกินยาที่ดีที่สุด ชื่อโอชิมาทินิบ (osimartinib) ซึ่งแพงมาก จึงจะหยุดยั้งการแพร่กระจายได้

ล่าสุดแม่ผ่องศรี วรนุช เข้าแอดมิทอีกครั้งที่ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์กาญจนา ซึ่งอยู่ที่พุทธมณฑล สาย ๔ ใกล้บ้านท่าน แพทย์บอกว่าให้รักษาตัวอยู่ที่บ้านเหอะ เพราะไม่รู้ว่าจะรักษาอย่างไรแล้ว

แต่ระหว่างปล่อยแม่ให้อยู่ที่บ้านเพียงลำพัง กับกราบขอร้องให้โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์กาญจนารับตัวไว้ในความดูแล อย่างหลังย่อมดีกว่าเยอะ

แม่ตั้งใจมาก หลังจากปฏิเสธการรักษามาแล้วหลายที่ ด้วยเหตุผลอะไรก็เป็นเรื่องส่วนตัวของแม่เขา ผมคงไม่ก้าวล่วงไปมากกว่านี้ แต่ครั้งนี้ แม่เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋ายอมมานอนโรงพยาบาลเองเลย

ณ.เวลานี้ แม่ผ่องศรี วรนุช พักรักษาตัวตามอาการอยู่ที่ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์กาญจนา พุทธมณฑล สาย ๔ น้ำหนักตัวล่าสุดเหลือไม่ถึง ๒๐ กิโลกรัม ร่างกายอ่อนเพลียขาดสารอาหารอย่างรุนแรงต้องให้อาหารทางสายยางแล้ว จิตใจยังเข้มแข็ง แต่สังขารไม่ค่อยให้ความร่วมมือนัก

งดเยี่ยม งดรับโทรศัพท์เด็ดขาด ถ้ารัก แม่ผ่องศรี วรนุช ขอร้องให้ทุกท่านส่งกำลังใจให้ท่านในทุกวิถีทางที่ไม่ต้องเดินทางไปเยี่ยมด้วยตัวเอง

แพทย์บอกว่าถ้าร่างกายของแม่ฟื้นตัวด้วยการได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ พอจะมีเนื้อมีหนังมีน้ำมีนวลมากกว่านี้สักหน่อยก็จะได้ทำการรักษาตามครรลองต่อไป หรือกลับบ้านได้

พวกเราชาวลูกทุ่งทั้งหลาย ถ้าอยากให้แม่กลับบ้านได้ แข็งแรงมากขึ้น ได้โปรดอย่าไปเยี่ยม อย่าไปรบกวนการพักผ่อนของแม่เขานะครับ ผมกราบแทบเท้าทุกท่านล่ะครับ ได้โปรดเถอะ และทั้งหมดนี่คือความจริงอย่างที่สุดเท่าที่ผมจะพูดได้แล้วล่ะครับ!!!!!!!!!!

#ขอกำลังใจให้แม่ผ่องศรีวรนุช
#งดเยี่ยมงดโทรศัพท์ไปรบกวนเด็ดขาด
#ผ่องศรีวรนุชราชินีเพลงลูกทุ่งศิลปินแห่งชาติ
#เจนภพจบกระบวนวรรณ”

แจ้งข่าว ผ่องศรี วรนุช ป่วยหนัก น้ำหนักเหลือไม่ถึง 20 กิโล ต้องกินยาโอชิมาทินิบ
แจ้งข่าว ผ่องศรี วรนุช ป่วยหนัก น้ำหนักเหลือไม่ถึง 20 กิโล ต้องกินยาโอชิมาทินิบ
แจ้งข่าว ผ่องศรี วรนุช ป่วยหนัก น้ำหนักเหลือไม่ถึง 20 กิโล ต้องกินยาโอชิมาทินิบ

สิงคโปร์เตรียมพิจารณา “เฆี่ยนตี” สแกมเมอร์ ลงโทษคดีรุนแรง

สิงคโปร์เตรียมพิจารณา "เฆี่ยนตี" สแกมเมอร์ ลงโทษคดีรุนแรง

4 มี.ค. 2568 13:08 น.

สิงคโปร์เตรียมพิจารณา “เฆี่ยนตี” สแกมเมอร์ ลงโทษคดีรุนแรง

สิงคโปร์เตรียมพิจารณาลงโทษกลุ่มสแกมเมอร์ ด้วยการ “เฆี่ยนตี” ในบางกรณี โดยพิจารณาถึงความเสียหายร้ายแรงที่กลุ่มมิจฉาชีพได้ก่อขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในและการพัฒนาสังคมและครอบครัว กล่าวว่า สิงคโปร์เตรียมพิจารณาลงโทษกลุ่มสแกมเมอร์ ด้วยการ “เฆี่ยนตี” ในบางกรณี โดยพิจารณาถึงความเสียหายร้ายแรงที่พวกเขาได้ก่อขึ้น

ซุน เซว่หลิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในและการพัฒนาสังคมและครอบครัว กล่าววันนี้ (4 มี.ค.) ว่า “เราต้องส่งข้อความที่ชัดเจนถึงนักต้มตุ๋น สหภาพแรงงาน และผู้ที่สนับสนุนพวกเขาว่า หากคุณยุ่งกับประชาชนของเรา ขโมยเงินออมทั้งชีวิตของคนสิงคโปร์ หลอกลวงคนสิงคโปร์ เราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อสอนบทเรียนแก่นักต้มตุ๋นที่พวกเขาจะไม่มีวันลืม” นางซุนเห็นด้วยกับความจำเป็นในการลงโทษที่รุนแรงและยับยั้งผู้ที่สนับสนุนการหลอกลวง

หลังจากที่คณะกรรมการที่ปรึกษาการพิพากษาได้แนะนำแนวทางใหม่เมื่อไม่นานมานี้ โทษจำคุกโดยทั่วไปก็ถูกบังคับใช้สำหรับความผิดที่เอื้อให้เกิดการฉ้อโกง โดยในหนึ่งกรณีมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 19 เดือน

นางซุนยังประกาศด้วยว่าในปีนี้ รัฐบาลจะเพิ่มความพยายามที่จะตรวจจับกิจกรรมของสแกมเมอร์ให้ดีขึ้น เธอกล่าวว่า “เราได้ดำเนินการปราบปรามกลุ่มคนเหล่านี้ เนื่องจากพวกเขาเป็นช่องทางหลักที่กลุ่มสแกมเมอร์จากต่างประเทศใช้ในการฟอกเงินที่ได้มาโดยมิชอบ และโอนออกจากสิงคโปร์”

กองกำลังตำรวจสิงคโปร์ (SPF) จะขอข้อมูลเพิ่มเติมกับธนาคารต่างๆ ที่มีการเปิดบัญชีม้า เพื่อปรับปรุงการวิเคราะห์การฉ้อโกง และช่วยให้พวกเขาสามารถเปิดเผยบัญชีสแกมเมอร์อื่นๆ ได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายใน ยังกล่าวว่า “นอกจากนี้ เราจะทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมนี้เพื่อนำมาตรการผ่อนคลายสำหรับกิจกรรมบางอย่างซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงกิจกรรมของผู้หลอกลวง” นางซุนเตือนว่าใครก็ตามที่แสวงหากำไรง่ายๆ ด้วยการส่งต่อซิมการ์ดหรือบัญชีธนาคารของตนให้กับคนแปลกหน้า ในขณะที่ “แกล้งเป็นมองไม่เห็น” ต่อสิ่งที่บัตรเหล่านั้นถูกนำไปใช้ ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย “ขอชี้แจงให้ชัดเจนว่านี่คืออาชญากรรม และมีการจำคุกสำหรับการส่งต่อซิมการ์ดหรือบัญชีธนาคารของตนเพื่ออำนวยความสะดวกในการหลอกลวง การอ้างว่าไม่รู้เรื่องจะไม่ทำให้คุณพ้นผิด”

เมื่อปีที่แล้ว SPF ได้สอบสวนกลุ่มสแกมเมอร์และมิจฉาชีพมากกว่า 8,000 ราย จากปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการหลอกลวงทั่วประเทศ 25 ครั้ง ในจำนวนนี้ มีผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหาในศาลมากกว่า 660 ราย และจะถูกจำคุกหากพบว่ามีความผิด.

ที่มา CNA

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

โดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าเก็บภาษีแคนาดา เม็กซิโก จีน 20-25%

โดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าเก็บภาษีแคนาดา เม็กซิโก จีน 20-25%

4 มี.ค. 2568 11:22 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าเก็บภาษีแคนาดา เม็กซิโก จีน 20-25%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า ภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกและแคนาดา 25% และภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 20% จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันอังคารนี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กล่าวว่า การเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกและแคนาดา 25% และภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 20% จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันอังคารนี้ ส่งผลให้ตลาดอเมริกาเหนือเข้าใกล้สงครามการค้าในภูมิภาคมากขึ้น และส่งผลให้ตลาดการเงินสั่นคลอน

คำกล่าวของทรัมป์ทำให้เกิดการเทขายหุ้นทั่วโลก และส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรลดลง โดยค่าเงินเปโซของเม็กซิโกและดอลลาร์แคนาดาต่างก็ร่วงลง

ทรัมป์กล่าวที่ทำเนียบขาวว่า “พวกเขาจะต้องถูกเก็บภาษีนำเข้า สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ และทำอย่างอื่นในสหรัฐฯ ซึ่งในกรณีนี้ พวกเขาจะไม่เสียภาษีนำเข้าใดๆ” เขายังกล่าวว่า “ไม่มีที่ว่างเหลือแล้ว” สำหรับข้อตกลงที่จะป้องกันภาษีนำเข้าโดยการควบคุมการไหลเข้าของเฟนทานิลในสหรัฐฯ

ทรัมป์ยังยืนยันที่จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนทั้งหมดเป็น 20% จากเดิม 10% เพื่อลงโทษจีนที่ไม่ยอมหยุดส่งเฟนทานิลไปยังสหรัฐฯ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในคำสั่งว่าจีน “ไม่ได้ดำเนินการที่เหมาะสมเพื่อบรรเทาปัญหาวิกฤตยาเสพติด”

ซีอีโอและนักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่าภาษีของทรัมป์ต่อแคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งครอบคลุมมูลค่าการนำเข้าของสหรัฐฯ ปีละกว่า 900,00 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอเมริกาเหนืออย่างร้ายแรง

ภาษีดังกล่าวมีกำหนดที่จะมีผลบังคับใช้ในเวลา 00:01 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอังคาร ซึ่งรัฐบาลทรัมป์ได้ยืนยันในประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อถึงจุดนั้น สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ จะเริ่มเรียกเก็บภาษี 25% สำหรับสินค้าของแคนาดาและเม็กซิโก และภาษี 10% สำหรับพลังงานของแคนาดา

ภาษีเพิ่มเติมของจีนจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในกำหนดเส้นตายดังกล่าวเช่นกัน นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด กล่าวเมื่อเย็นวันจันทร์ว่า แคนาดาจะตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 155,000 ล้านดอลลาร์แคนาดา ในอัตรา 25% หากมาตรการขึ้นภาษีของทรัมป์มีผลบังคับใช้ และเรียกร้องให้ทำเนียบขาวพิจารณาใหม่

นายกรัฐมนตรีทรูโดกล่าวว่า มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของแคนาดาจะมีผลบังคับใช้กับสินค้ามูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์แคนาดา ในเวลาเดียวกับมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในวันอังคาร ขณะที่ภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 125,000 ล้านดอลลาร์แคนาดาที่เหลือ จะมีผลบังคับใช้ในอีก 21 วัน

นายกรัฐมนตรีทรูโดกล่าวในแถลงการณ์ว่า “มาตรการขึ้นภาษีของเราจะยังมีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่าการดำเนินการทางการค้าของสหรัฐฯ จะสิ้นสุดลง และหากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ยังไม่ยุติลง เราจะหารืออย่างจริงจังกับจังหวัดและเขตปกครองต่างๆ เพื่อดำเนินมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีนำเข้าต่างๆ”

กระทรวงเศรษฐกิจของเม็กซิโกกล่าวว่า จะไม่มีการตอบโต้จนกว่าประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบอม จะแถลงข่าวประจำเช้าวันอังคาร เธอให้คำมั่นว่าจะตอบโต้ โดยกล่าวว่า “เรามีแผน B, C, D”

ด้านกระทรวงพาณิชย์ของจีนให้คำมั่นว่าจะตอบโต้การตัดสินใจของสหรัฐฯ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกภาษีศุลกากรทันที ซึ่งระบุว่า “ไม่สมเหตุสมผลและไร้เหตุผล เป็นอันตรายต่อผู้อื่น”

กระทรวงพาณิชย์ระบุในแถลงการณ์ว่า “จีนกล่าวย้ำหลายครั้งว่ามาตรการภาษีศุลกากรฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ ละเมิดกฎขององค์การการค้าโลกและบ่อนทำลายระบบการค้าพหุภาคี กระทรวงพาณิชย์จีนระบุเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาของสหรัฐฯ ได้ แต่จะส่งผลเสียต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ และขัดขวางการค้าระหว่างประเทศตามปกติ รวมถึงเรียกร้องให้สหรัฐฯ ถอนมาตรการภาษีศุลกากรฝ่ายเดียวที่ไม่สมเหตุสมผลและไร้เหตุผล และสร้างความเสียหายต่อผู้อื่นทันที

ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ ของรัฐบาลจีน ระบุว่า มาตรการตอบโต้ของจีนน่าจะมุ่งเป้าไปที่ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารของสหรัฐฯ และจะตอบโต้ด้วยมาตรการทั้งภาษีศุลกากรและมาตรการอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ญี่ปุ่นเร่งดับไฟป่ารุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี อพยพประชาชนหลายพันคน

ญี่ปุ่นเร่งดับไฟป่ารุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี อพยพประชาชนหลายพันคน

4 มี.ค. 2568 10:27 น.

ญี่ปุ่นเร่งดับไฟป่ารุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี อพยพประชาชนหลายพันคน

ญี่ปุ่นเผชิญไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 30 ปี ต้องระดมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 2,000 คนไปช่วยกันดับไฟและต้องเร่งอพยพประชาชนนับหมื่นคนออกจากพื้นที่ไฟป่าทางตอนเหนือของประเทศ

วันที่ 4 มีนาคม 2568 สำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่นรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ไฟป่ารุนแรงทางภาคเหนือของญี่ปุ่น ที่เผาผลาญพื้นที่ป่าไปแล้วกว่า 13,100 ไร่ ในจังหวัดอิวาเตะ นับตั้งแต่ไฟเริ่มลุกไหม้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทางการต้องยอดอพยพประชาชนออกจากพื้นที่กว่า 4,600 คน โดยมีมากกว่า 1,200 คนพักพิงในศูนย์อพยพ ส่วนที่เหลือได้ย้ายไปอยู่กับญาติหรือเพื่อน

ทางการได้ระดมนักดับเพลิงกว่า 2,000 คน จาก 14 จังหวัด รวมถึงกรุงโตเกียว พร้อมเฮลิคอปเตอร์ 16 ลำ ไปช่วยรับมือไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี ด้านสำนักงานจัดการอัคคีภัยและภัยพิบัติของญี่ปุ่น รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ และอาคารกว่า 80 หลังในเมืองโอฟุนะโตะได้รับความเสียหาย

พื้นที่ที่เกิดไฟป่าอยู่ในจังหวัดอิวาเตะ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่นและมีประชากรหนาแน่นน้อยเป็นอันดับ 2 ไฟป่าเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศแห้งแล้งเป็นประวัติการณ์ โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมืองโอฟุนะโตะมีปริมาณฝนตกเพียง 2.5 มิลลิเมตร เทียบกับค่าเฉลี่ยปกติที่ 41 มิลลิเมตร

นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ แถลงต่อรัฐสภาว่า แม้ไฟจะลุกลามไปบ้าง แต่รัฐบาลจะดำเนินมาตรการทุกอย่างเพื่อปกป้องบ้านเรือนของประชาชน

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า แม้จะยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟป่าครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยตรง แต่คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระบุว่าภาวะโลกร้อนทำให้สภาพอากาศที่เอื้อต่อการเกิดไฟป่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น.

ปาฏิหาริย์มีจริง คนงานก่อสร้างอินเดีย 46 คนรอดชีวิตหลังภูเขาหิมะถล่มทับตู้คอนเทนเนอร์ในไซต์งาน

ปาฏิหาริย์มีจริง คนงานก่อสร้างอินเดีย 46 คนรอดชีวิตหลังภูเขาหิมะถล่มทับตู้คอนเทนเนอร์ในไซต์งาน

4 มี.ค. 2568 10:06 น.

ปาฏิหาริย์มีจริง คนงานก่อสร้างอินเดีย 46 คนรอดชีวิตหลังภูเขาหิมะถล่มทับตู้คอนเทนเนอร์ในไซต์งาน

คนงานก่อสร้างอินเดีย 46 ชีวิตรอดปาฏิหารย์ หลังภูเขาหิมะถล่มทับตู้คอนเทนเนอร์ในไซต์งาน เผยมีอากาศเพียงพอสำหรับหายใจรอความช่วยเหลือนานกว่า 60 ชั่วโมง

วันที่ 4 มีนาคม 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่า คนงานก่อสร้างชาวอินเดีย 46 คนได้รับการช่วยเหลือออกมาจากตู้คอนเทนเนอร์โลหะได้สำเร็จ หลังจากถูกหิมะถล่มทับจนฝังบนเทือกเขาหิมาลัย ในรัฐอุตตราขันต์ ของประเทศอินเดีย

รายงานข่าวระบุว่า คนงานก่อสร้าง 54 คนถูกฝังขณะนอนหลับในช่วงกลางดึก เมื่อหิมะจากภูเขาถล่มลงมาทับตู้คอนเทนเนอร์ 8 ตู้ ในค่ายพักคนงานก่อสร้างก่อสร้างโครงการขยายทางหลวง บริเวณไซต์งานใกล้หมู่บ้านมานา คนงาน 8 คนเสียชีวิต ส่วนอีก 46 คนได้รับการช่วยเหลือ โดยคนงานเหล่านี้รอดชีวิตมาได้ เนื่องจากภายในตู้คอนเทนเนอร์มีออกซิเจนเพียงพอที่จะช่วยชีวิตพวกเขาไว้ได้และรอจนเจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถขุดไปเจอพวกเขา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนที่ปฏิบัติการช่วยเหลือกินเวลานานเกือบ 60 ชั่วโมงภายใต้อุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์ และสิ้นสุดลงเมื่อวันอาทิตย์

เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่า ตู้คอนเทนเนอร์ช่วยปกป้องพวกเขาไว้ได้เกือบทั้งหมด มีออกซิเจนเพียงพอที่จะช่วยพวกเขาไว้ได้จนกว่าทีมกู้ภัยจะนำพวกเขาออกมาได้

ทางด้าน หัวหน้าคณะรัฐมนตรีรัฐอุตตราขันต์ กล่าวขอบคุณทีมกู้ภัยสำหรับความพยายามภายใต้สภาวะที่ท้าทาย โดยทหาร และกองกำลังรับมือภัยพิบัติแห่งชาติ ตลอดจนหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมมือกันช่วยเหลือคนงานโดยใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนในปฏิบัติการ

รายงานข่าวระบุว่า คนงานที่ได้รับการช่วยชีวิตจำนวนมากกำลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองโจชิแมธและเมืองฤษีเกศ 

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้สภาพอากาศเลวร้ายลงและคาดเดาได้ยากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการตัดไม้ทำลายป่าและการก่อสร้างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในพื้นที่ภูเขาของรัฐอุตตราขันต์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2564 มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 ศพในรัฐอุตตราขันต์ หลังจากชิ้นส่วนของธารน้ำแข็งหิมาลัยตกลงไปในแม่น้ำ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน.

ทรัมป์ สั่งระงับความช่วยเหลือทางทหารให้ยูเครน กดดันเซเลนสกีออกมาขอโทษ

ทรัมป์ สั่งระงับความช่วยเหลือทางทหารให้ยูเครน กดดันเซเลนสกีออกมาขอโทษ

4 มี.ค. 2568 08:37 น.

ทรัมป์ สั่งระงับความช่วยเหลือทางทหารให้ยูเครน กดดันเซเลนสกีออกมาขอโทษ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งระงับความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนแล้ว หลังจากเกิดการโต้เถียงกันในสำนักงานรูปไข่กับประธานาธิบดียูเครน โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งระงับความช่วยเหลือทางทหารให้ยูเครนแล้ว โดยให้เหตุผลว่าสหรัฐฯมุ่งเน้นไปที่สันติภาพ ดังนั้นจึงต้องการให้พันธมิตรของสหรัฐฯมีความมุ่งมั่นในเป้าหมายดังกล่าวเช่นกัน ในขณะนี้สหรัฐฯกำลังหยุดชั่วคราวและทบทวนความช่วยเหลือ เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะช่วยนำไปสู่ทางออกของปัญหา

ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกคนระบุว่าการหยุดชั่วคราวนี้จะมีผลกับยุทโธปกรณ์ทางทหารทั้งหมดที่ยังไม่ได้ส่งเข้าไปในยูเครนด้วย

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การระงับความช่วยเหลือครั้งนี้เป็นผลโดยตรงจากสิ่งที่ทรัมป์มองว่าเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมของเซเลนสกีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และการระงับอาจถูกยกเลิกหากเซเลนสกีแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครน พร้อมเรียกร้องให้เซเลนสกียอมรับถึงความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดหลังจากการปะทะกันในสำนักงานรูปไข่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่หลายคน ทรัมป์และที่ปรึกษาระดับสูงของเขากำลังต้องการให้เซเลนสกียอมรับข้อผิดพลาดของตนเอง ซึ่งอาจมาในรูปแบบของการขอโทษต่อสาธารณะ ก่อนที่จะเดินหน้าต่อกับข้อตกลงด้านแร่ธาตุที่ใกล้จะบรรลุ ก่อนการประชุมเมื่อวันศุกร์ โดยการตัดสินใจระงับความช่วยเหลือนี้เกิดขึ้นในวันจันทร์ และเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์กดดันต่อยูเครน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ออกมาเรียกร้องต่อสาธารณะในการให้สัมภาษณ์กับ CNNให้เซเลนสกีขอโทษสำหรับเหตุการณ์เมื่อวันศุกร์

การหยุดให้ความช่วยเหลือนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมบอกกับ CNN ว่าความช่วยเหลือทางทหารที่รัฐบาลไบเดนประกาศยังคงดำเนินการส่งต่อไปอยู่ ซึ่งรวมถึงอาวุธต่อต้านรถถัง กระสุนปืนใหญ่หลายพันนัด และจรวด การส่งมอบเหล่านี้คาดว่าจะดำเนินต่อไปอีกหลายสัปดาห์ แต่การตัดสินใจของรัฐบาลทรัมป์ทำให้ความช่วยเหลือที่กำลังอยู่ระหว่างการจัดส่งถูกระงับ.

ที่มา : CNN

คลิปอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทรัมป์

เจ้าชายฮิซาฮิโตะ องค์ชายเล็กแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น เปิดตัวกับสื่อครั้งแรก

เจ้าชายฮิซาฮิโตะ องค์ชายเล็กแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น เปิดตัวกับสื่อครั้งแรก

4 มี.ค. 2568 07:02 น.

เจ้าชายฮิซาฮิโตะ องค์ชายเล็กแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น เปิดตัวกับสื่อครั้งแรก

เจ้าชายฮิซาฮิโตะ รัชทายาทลำดับ 2 และสมาชิกพระองค์เล็กสุดในราชวงศ์ญี่ปุ่น เปิดตัวกับสื่อเป็นครั้งแรกที่งานแถลงข่าวในกรุงโตเกียว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 3 มี.ค. 2568 เจ้าชายฮิซาฮิโตะ แห่งอากิชิโนะ รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น ทรงมีพระปฏิสันถารกับสื่อที่งานแถลงข่าวเป็นครั้งแรก หลังจากพระองค์มีพระชนมายุครบ 18 พรรษาไปเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน

เจ้าชายฮิซาฮิโตะตรัสในงานแถลงข่าวที่พระตำหนัก อากาซากะ ในกรุงโตเกียว ว่า พระองค์จะตั้งพระทัยกับการเรียนหนังสือ และจะค่อยๆ เริ่มปฏิบัติพระกรณียกิจ นอกจากนั้นพระองค์ยังขอบพระทัยเหล่าผู้ที่คอยติดตามการเติบโตและให้การสนับสนุนพระองค์

“ผ่านไปเกือบ 6 เดือนแล้วนับตั้งแต่ผมบรรลุนิติภาวะ แต่พูดตามตรง ผมแทบไม่รู้สึกถึงมันเลยระหว่างวันเวลาที่โรงเรียนของผม ผมเชื่อว่าผมจะค่อยๆ รู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อผมได้ประสบกับสิ่งต่างๆ”

เจ้าชายฮิซาฮิโตะ องค์ชายเล็กแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น เปิดตัวกับสื่อครั้งแรก

เจ้าชายฮิซาฮิโตะตรัสด้วยว่า พระองค์ต้องการมีส่วนร่วมในทุกๆ ด้าน เพื่อเติมเต็มความรับผิดชอบของตนเองในฐานะสมาชิกราชวงศ์ “การปลูกผักและข้าวคืองานอดิเรกของผม บางครั้งมะเขือเทศก็ถูกแมลงกินบ้าง หรือข้าวถูกนกกระจอกกินบ้าง แต่ผมจะรู้สึกยินดีในตอนที่ผมเก็บเกี่ยวและแบ่งปันอาหารกับครอบครัว”

ทั้งนี้ เจ้าชายฮิซาฮิโตะ เป็นพระโอรสพระองค์เล็กในพระยุพราชเจ้าชายฟูมิฮิโตะ อากิชิโนะโนะมิยะ กับเจ้าหญิงคิโกะ พระชายาฯ และเป็นพระภาติยะ (หลานของน้องชาย) ในสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ ทำให้ตอนนี้พระองค์เป็นรัชทายาทลำดับที่ 2 ของราชวงศ์ญี่ปุ่น ต่อจากพระบิดาคือเจ้าชายฟูมิฮิโตะ

นอกจากนั้นเจ้าชายฮิซาฮิโตะยังเป็นเจ้าชายพระองค์แรกของราชวงศ์ญี่ปุ่นที่เจริญพระชันษาจนถึงอายุ 18 ปี ในรอบกว่า 4 ทศวรรษด้วย และเป็นสมาชิกอายุน้อยที่สุดในบรรดาเชื้อพระวงศ์ทั้ง 17 พระองค์ที่ตอนนี้ล้วนอยู่ในวัยผู้ใหญ่แล้ว และมีเจ้าชายเพียง 4 พระองค์เท่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : ap

ประวัติศาสตร์ใหม่ในการเจรจา

ประวัติศาสตร์ใหม่ในการเจรจา

4 มี.ค. 2568 05:57 น.

ประวัติศาสตร์ใหม่ในการเจรจา

28 กุมภาพันธ์ 2025 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีอูเครน พบกันที่ห้องประชุมรูปไข่ ทำเนียบขาว การประชุมร่วมกันในครั้งนี้ทุกฝ่ายคาดหวังว่าจะมีบทสรุปเรื่องข้อตกลงสันติภาพและความร่วมมือด้านทรัพยากรแร่ธาตุ

ระหว่างการหารือ ทรัมป์และเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ปะทะคารมกันอย่างดุเดือดกับเซเลนสกี แวนซ์กล่าวหาเซเลนสกีว่า ไม่แสดงความขอบคุณต่อความช่วยเหลือของสหรัฐฯที่ช่วยอูเครนมาตลอด 3 ปี ในสงครามรัสเซีย-อูเครน แต่เซเลนสกีก็เถียงกลับทันทีว่าเขาขอบคุณมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว

ทรัมป์ย้ำกับเซเลนสกีว่ากำลังเอาประชาชนคนอูเครนมาเป็นตัวประกันและเดิมพันกับสงครามโลกครั้งที่สาม พร้อมกับลำเลิกบุญคุณที่สหรัฐฯเคยช่วยอูเครนผ่านประธานาธิบดีโง่ๆ (อย่างไบเดน) มากถึง 3.5 แสนล้านดอลลาร์ ให้อุปกรณ์ทางการทหาร “ถ้าไม่มีอาวุธของอั๊วะ ลื้อก็แพ้ตั้งแต่สองสัปดาห์แรกแล้วโว้ย”

พอถึงตอนนี้ก็ฟังแทบไม่รู้เรื่องแล้วครับ สถานการณ์รุนแรงขึ้นเพราะต่างคนต่างไม่ฟังกัน ทั้งทรัมป์ แวนซ์ ตะโกนก่นด่าเซเลนสกี เซเลนสกีก็เถียงคำไม่ตกฟาก เถียงหน้าดำหน้าแดงจนสื่อมวลชนในทำเนียบขาวต่างกุมขมับ สร้างประวัติ ศาสตร์หน้าใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเวทีการทูตระดับโลก

การทะเลาะครั้งระบือโลกออกสื่อในครั้งนี้ทำให้การแถลงข่าวร่วมและพิธีลงนามข้อตกลงถูกยกเลิก เซเลนสกีและคณะถูกเชิญออกจากทำเนียบขาว ไม่ต้องพูดถึงอาหารที่ทางทำเนียบขาวเตรียมรับรองไว้ดอกครับ แม้แต่ขนมปังสักแผ่น ทรัมป์ก็ยังไม่ให้กิน

หลังการประชุม ทรัมป์โพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ของแกว่าไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ ในวันนี้ และเชื่อว่าเซเลนสกียังไม่พร้อมสำหรับสันติภาพ

เซเลนสกีบินออกจากสหรัฐฯอย่างนกปีกหัก รู้ตัวแล้วว่า ทุกอย่างที่ตัวเองเคยของ่ายๆ จากสหรัฐฯในยุคไบเดน มาวันนี้ในยุคของทรัมป์ ยากไปทุกเรื่อง สถานการณ์เปลี่ยนไปราวหน้ามือกับหลังเท้า

หลังจากไล่เซเลนสกีออกจากทำเนียบขาวไปแล้ว ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา คาโรไลน์ เลวิตต์ เลขานุการฝ่ายสื่อสารมวลชนของทำเนียบขาว ออกมาแถลงข่าวว่า สหรัฐฯจะไม่มอบความช่วยเหลือทางทหารแก่อูเครนอีกต่อไป เลวิตต์ใช้คำว่า “เราจะไม่เขียนเช็คเปล่าสำหรับสงครามให้กับประเทศหนึ่งที่อยู่ห่างไกลมากๆอีกต่อไป หากปราศจากสันติภาพที่แท้จริงและยั่งยืน”

ผู้อ่านท่านครับ การกระทำของเซเลนสกีที่ขึ้นเสียงเถียงทรัมป์และแวนซ์ฉอดๆ ในทำเนียบขาวถูกกระจายขยายไปทั้งโลก คนอเมริกันจำนวนไม่น้อย รวมทั้งนักการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมสายแข็งมองว่าเซเลนสกีไม่แสดงความซาบซึ้งหรือไม่แสดงความขอบคุณอย่างเพียงพอ เขียนให้เข้าใจง่ายๆว่าอกตัญญู ไม่รู้จักบุญคุณ เท่านั้นยังไม่พอ ยังไม่ให้ความเคารพ ทำตัวหยิ่งผยองพองขนถึงในทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ให้ความช่วยเหลือทางการทหารและการเงินกับอูเครนเพื่อใช้ต่อสู้กับรัสเซียไปมากมายมหาศาล

ผมก็ไม่รู้ว่าเซเลนสกีพกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋ายังไง ถึงกล้าดีไปกดดันให้สหรัฐฯให้คำมั่นสัญญาเรื่องการสนับสนุนอูเครนในระยะยาว เรียกร้องให้สหรัฐฯส่งอาวุธและเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องโดยไม่สนใจว่าสหรัฐฯเองก็กำลังเจอปัญหาเศรษฐกิจและงบประมาณที่ชักหน้าไม่ถึงหลังเหมือนกัน แทนที่จะบริหารทรัพยากรที่ได้รับไปให้ดีขึ้น กลับได้คืบจะเอาศอก แถมยังพยายามบีบให้สหรัฐฯเข้าสู่สงครามโดยตรง

สมัยไบเดน เมื่อขออะไรไม่ได้เซเลนสกีก็ใช้วิธีขู่ ซึ่งอาจจะเคยได้ผล แต่วันนี้ผู้นำสหรัฐฯชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ การเจรจาครั้งล่าสุดจึงลงเอยด้วยการถูกไล่ออกมาจากทำเนียบขาวโดยไม่มีการลงนามข้อตกลงใดๆทั้งสิ้น กลายเป็นผู้นำที่ต้องระเห็จออกจากสถานที่เจรจาอย่างไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี

แม้ว่าทีท่าของอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ประเทศใหญ่ในนาโตจะออกมาบอกว่ายืนเคียงข้างอูเครน แต่ถ้านาโตไม่มีสหรัฐฯคอยสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ สนับสนุนงบประมาณ

นาโตก็คงเป็นได้แค่ No Action Talk Only เท่านั้น.


นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม