เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธบนเรือรบพิฆาตลำใหม่เป็นครั้งแรก คิม จองอึนควงลูกสาวไปดูการทดสอบ

เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธบนเรือรบพิฆาตลำใหม่เป็นครั้งแรก คิม จองอึนควงลูกสาวไปดูการทดสอบ

30 เม.ย. 2568 09:32 น.

เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธบนเรือรบพิฆาตลำใหม่เป็นครั้งแรก คิม จองอึนควงลูกสาวไปดูการทดสอบ

กองทัพเกาหลีเหนือเปิดฉากยิงขีปนาวุธ ทดสอบการใช้งานเชิงยุทธวิธีของอาวุธเต็มระบบบนเรือรบพิฆาต “โช ฮยอน” เป็นครั้งแรก โดยมีนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุด พร้อมบุตรสาว ร่วมชมการทดสอบ หลังจากเรือพิฆาตอเนกประสงค์ลำนี้เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านแล้ว

วันที่ 30 เมษายน 2568 สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ KCNA ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานว่า กองทัพเกาหลีเหนือได้เปิดฉากยิงขีปนาวุธ เพื่อเป็นการทดสอบการใช้งานเชิงยุทธวิธีของอาวุธเต็มระบบบนเรือรบพิฆาต “โช ฮยอน” เป็นครั้งแรก โดยมีนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุด พร้อมบุตรสาว ร่วมชมการทดสอบ หลังจากเรือพิฆาตอเนกประสงค์น้ำหนัก 5,000 ตัน ลำนี้เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านแล้ว

โดยเรือรบพิฆาตโช ฮยอน ติดตั้งขีปนาวุธร่อนเชิงยุทธศาสตร์ความเร็วเหนือเสียง ขีปนาวุธพิสัยใกล้ และอาวุธโจมตีหลากหลายประเภท โดยในวันแรกของการทดสอบมีการยิงขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน และปืนกลอัตโนมัติขนาด 127 มิลลิเมตรจากเรือรบ ส่วนวันที่สองมีการทดสอบอาวุธนำวิถีต่อเรือ ปืนอัตโนมัติ ปืนพ่นควัน และระบบรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์

โดยผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวเน้นย้ำถึงเป้าหมายในการเร่งพัฒนาเสริมแสนยานุภาพนิวเคลียร์ทางทะเล เพื่อรับมือภัยคุกคามในอนาคต.

ทรัมป์ปล่อยมุข “อยากเป็นโป๊ปเสียเอง” พร้อมเผยชื่อคาร์ดินัลคนโปรดนั่งตำแหน่งผู้นำวาติกัน

ทรัมป์ปล่อยมุข "อยากเป็นโป๊ปเสียเอง" พร้อมเผยชื่อคาร์ดินัลคนโปรดนั่งตำแหน่งผู้นำวาติกัน

30 เม.ย. 2568 08:20 น.

ทรัมป์ปล่อยมุข “อยากเป็นโป๊ปเสียเอง” พร้อมเผยชื่อคาร์ดินัลคนโปรดนั่งตำแหน่งผู้นำวาติกัน

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเขาอยากเป็นพระสันตะปาปา เป็นการปล่อยมุขระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อ พร้อมเอ่ยถึงพระคาร์ดินัลจากนิวยอร์ก ว่าเป็นตัวเต็งในดวงใจ 

วันที่ 30 เมษายน 2568 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการสืบตำแหน่งพระสันตะปาปาองค์ใหม่ต่อจากสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้ล่วงลับ โดยเขาเล่นมุกว่า อยากเป็นโป๊ปเสียเอง พร้อมเผยว่าหากเลือกได้ เขาคือตัวเลือกอันดับหนึ่งของสำนักวาติกัน

ทรัมป์กล่าวว่า เขาอยากเป็นโป๊ป และตัวเขาเองคือตัวเลือกอันดับหนึ่งของสำนักวาติกัน ก่อนจะเสริมว่า ที่จริงแล้วเขาไม่มีตัวเลือกชัดเจน แต่มีคาร์ดินัลรูปหนึ่งจากนิวยอร์กที่เก่งมาก ซึ่งคาร์ดินัลที่ทรัมป์กล่าวถึงนั้น คาดกันว่าเป็น คาร์ดินัลทิโมธี โดแลน อาร์ชบิชอปแห่งนิวยอร์ก ซึ่งเป็นชาวอเมริกันคนเดียวที่ได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังในฐานะผู้มีโอกาสสืบตำแหน่งโป๊ป

คาร์ดินัลโดแลนมีแนวคิดอนุรักษ์นิยม เคยออกมาคัดค้านการใช้การคุมกำเนิด และประณามการรื้อถอนรูปปั้นบุคคลทางประวัติศาสตร์ในช่วงการประท้วงเรียกร้องสิทธิคนผิวดำ ปี 2020 เขาได้รับแต่งตั้งจากพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 เป็นคาร์ดินัลในปี 2012

แม้คำพูดของทรัมป์จะเป็นเพียงมุกตลก ซึ่งในทางปฏิบัติก็เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากตำแหน่งพระสันตะปาปาสามารถเลือกได้เฉพาะจากกลุ่ม คอลเลจออฟคาร์ดินัล (College of Cardinals) เท่านั้น ซึ่งทรัมป์ไม่เคยเป็นและไม่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีคาร์ดินัลประมาณ 135 คนที่มีอายุต่ำกว่า 80 ปี ซึ่งมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกโป๊ปองค์ใหม่ ในการประชุมลับ สันนิบาตเลือกตั้งพระสันตะปาปา (Papal Conclave) ซึ่งจัดขึ้นที่โบสถ์ซิสทีนในนครรัฐวาติกัน

แม้กระบวนการเลือกพระสันตะปาปาองค์ถัดไปจะเป็นความลับสูง แต่ก็มีรายชื่อคาร์ดินัลหลายคนที่ถูกจับตามองในฐานะตัวเต็ง ซึ่งรวมถึงคาร์ดินัลจากสหรัฐฯ รายนี้ที่ทรัมป์เอ่ยถึงอย่างไม่เป็นทางการ.

ทรัมป์แสดงความยินดี “คาร์นีย์” ชนะเลือกตั้งแคนาดา เตรียมพบกันเร็วๆ นี้

ทรัมป์แสดงความยินดี “คาร์นีย์” ชนะเลือกตั้งแคนาดา เตรียมพบกันเร็วๆ นี้

30 เม.ย. 2568 06:12 น.

ทรัมป์แสดงความยินดี “คาร์นีย์” ชนะเลือกตั้งแคนาดา เตรียมพบกันเร็วๆ นี้

โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความยินดีกับนาย มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ที่พรรคของเขาชนะการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และตกลงจะพบปะกันในเร็วๆ นี้

เมื่อวันอังคารที่ 28 เม.ย. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สนทนาทางโทรศัพท์กับนาย มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา โดยนายทรัมป์กล่าวแสดงความยินดีที่นายคาร์นีย์ชนะการเลือกตั้งใหญ่ในวันจันทร์ที่ผ่านมา และผู้นำทั้งสองยังตกลงกันด้วยว่า จะพบปะกันในอนาคตอันใกล้

นี่นับเป็นการพูดคุยกันครั้งแรกระหว่างนายทรัมป์กับนายคาร์นีย์หลังแคนาดาจัดการเลือกตั้งทั่วไป โดยคาดกันว่าสองประเทศจะจัดการหารือกันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงแบบใหม่ หลังนายทรัมป์ใช้กำแพงภาษีกับแคนาดา และเสนอควบรวมแคนาดาเข้ามาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐ

เรื่องภาษีกับเรื่องอธิปไตยของแคนาดาดังกล่าว เป็นสิ่งที่ครอบงำการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของพรรคเสรีนิยมของนายคาร์นีย์ โดยเอ็กซิตโพลชี้ว่า พวกเขาจะได้เก้าอี้ในสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 169 ที่นั่ง ขาดอีกเพียง 3 ที่นั่งจะถึงเสียงข้างมากที่ 172 เสียง หมายความว่าพวกเขาต้องพึ่งพาพรรคอื่นในการผ่านกฎหมาย

ผลที่ออกมาทำให้นายคาร์นีย์ต้องรับผิดชอบเรื่องการเจรจากับผู้นำสหรัฐฯ และรับมือกับปัญหาในประเทศมากมายที่มีความท้าทายไม่แพ้กัน เพื่อดึงการสนับสนุนจากพรรคการเมืองอื่นๆ ในประเทศ แต่คาดกันว่า พรรคเสรีนิยมจะสามารถจับมือเป็นพันธมิตรกับพรรคประชาธิปไตยใหม่ ฝ่ายซ้าย กับพรรค “บลอค ควิเบกคัวส์” (Bloc Québécois) ฝ่ายกลางซ้ายได้

นี่นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ของพรรคเสรีนิยม ที่เมื่อเดือนก่อนยังทำท่าจะล่มสลาย โดยนายคาร์นีย์ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากนาย จัสติน ทรูโด เมื่อเดือนมีนาคม จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป และพวกเขาน่าจะหาเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่ยาก หากเป็นเรื่องการช่วยเหลือแรงงานและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ฉลองเป็น ปธน.ครบ 100 วันที่มิชิแกน รัฐที่กำแพงภาษีกระทบหนัก

ทรัมป์ฉลองเป็น ปธน.ครบ 100 วันที่มิชิแกน รัฐที่กำแพงภาษีกระทบหนัก

30 เม.ย. 2568 05:16 น.

ทรัมป์ฉลองเป็น ปธน.ครบ 100 วันที่มิชิแกน รัฐที่กำแพงภาษีกระทบหนัก

โดนัลด์ ทรัมป์ จัดการหาเสียงที่รัฐมิชิแกน เพื่อฉลองครบรอบ 100 วันของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 โดยมิชิแกนเป็นหนึ่งในรัฐที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกำแพงภาษีของเขามากที่สุด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ฉลองการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ รอบ 2 ครบ 100 วัน ด้วยการจัดการหาเสียงที่รัฐมิชิแกน ในวันอังคารที่ 29 เม.ย. 2568 นับเป็นงานอีเวนต์ทางการเมืองขนาดใหญ่ที่สุดของเขานับตั้งแต่กลับมาครองทำเนียบขาว ในรัฐที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกำแพงภาษีของเขาหนักเป็นพิเศษ

นายทรัมป์เดินทางเยือน “เซลฟริดจ์” ฐานทัพอากาศของกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิในช่วงบ่ายวันอังคาร พร้อมกับนาย เกรตเชน วิตเมอร์ ผู้ว่าการรัฐมิชิแกนซึ่งสังกัดพรรคเดโมแครต จากนั้นนายทรัมป์จึงไปกล่าวปราศรัยต่อหน้าผู้สนับสนุนที่วิทยาลัยชุมชน “มาคอมบ์” (Macomb) ทางเหนือของเมืองดีทรอยต์

นายทรัมป์เริ่มต้นการปราศรัยด้วยการขอบคุณแรงงานผู้ผลิตรถยนต์ในมิชิแกนที่สนับสนุนเขา ก่อนจะพูดต่อว่าเขาดีใจที่ได้กลับมายังใจกลางของประเทศ เพื่อฉลอง 100 วันที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ โดยนายทรัมป์เสริมด้วยว่าใครๆ ก็บอกว่า 100 วันแรกคือช่วงที่ประสบความสำเร็จที่สุด แต่ “เราเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น”

นายทรัมป์ยังกล่าวถึงนโยบายสำคัญของเขาหลายอย่าง รวมถึงเรื่องผู้อพยพและปัญหาด้านวัฒนธรรมต่างๆ และว่าเขากำลังนำความบ้าโวค (lunacy) กับอุดมการณ์ข้ามเพศ (transgender ideology) ออกไปจากรัฐบาลของสหรัฐฯ เรียกเสียงปรบมือกึกก้องจากผู้ชม

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บรรยาย 100 วันแรกในการทำงานสมัยที่ 2 ของเขาว่าเป็น “การปฏิวัติสามัญสำนึก” พร้อมเรียกร้องให้รีพับลิกันสนับสนุนแผนงบประมาณของเขา ในขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนโหวตสมาชิกรีพับลิกันที่ไม่สนับสนุนเขาออกไปจากตำแหน่งในรัฐบาล

นายทรัมป์สัญญาว่าเขาจะให้ความสำคัญกับมิชิแกนก่อน แทนที่จะเป็นจีนเหมือนที่รัฐบาลชุดก่อนทำ และว่าข้าราชการที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งซึ่งกำลังขโมยค่าแรงของชาวมิชิแกน จะถูกไล่ออกจากรัฐบาลของเขา

จากนั้น นายทรัมป์หันไปโจมตีนโยบายผู้อพยพของรัฐบาลโจ ไบเดน โดยกล่าวหาไบเดนว่าปล่อยให้ผู้อพยพเข้ามาข่มขืนและฆาตกรรมชาวอเมริกัน แต่การทรยศอันชั่วร้ายนั้นได้จบลงแล้ว ตอนนี้รัฐบาลของเขากำลังรักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดน และทำให้มีผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายเข้าสู่สหรัฐฯ ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ จนแม้แต่สื่อข่าวปลอมยังรายงาน

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาเดโมแครตอีกครั้งว่าพยายามโกงเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้เหมือนกับที่เคยทำเมื่อครั้งก่อน แต่ไม่สำเร็จ และพูดย้ำเรื่องการยุติการให้สัญชาติแต่กำเนิดแก่ผู้อพยพเข้าประเทศหรือมีเหตุให้ต้องอยู่ในสหรัฐฯ แต่เรื่องนี้จำเป็นต้องชี้ขาดกันในศาล และผู้เชี่ยวชาญมองว่า นายทรัมป์อาจทำไม่สำเร็จ

ผู้นำสหรัฐฯ พูดต่อเรื่องที่ศาลพยายามขัดขวางเขาไม่ให้เนรเทศ “คนเลว” ออกจากประเทศ และว่าเดโมแครตอนุญาตให้มีการอพยพเข้าเมืองครั้งใหญ่ แต่พวกเขากำลังทำการเนรเทศครั้งใหญ่ และพวกที่เลวร้ายที่สุดจะถูกส่งไปยังเรือนจำที่เอลซัลวาดอร์ พร้อมกับเปิดวิดีโอแสดงให้เห็นผู้อพยพในสภาพนักโทษกำลังถูกส่งตัวออกจากสหรัฐฯ

นายทรัมป์ยืนยันว่ามาตรการภาษีของเขาจะทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐฯ แข็งแกร่ง และเขาจะทำข้อตกลงกับจีน

“เราจะไปกันได้ดีกับจีน” นายทรัมป์กล่าว “ผมคิดว่ามันจะไปได้สวย พวกเขาต้องการทำข้อตกลง เราจะทำข้อตกลง มันจะเป็นข้อตกลงที่เป็นธรรม”

ทั้งนี้ ในช่วง 100 วันหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 นโยบายผู้อพยพที่เข้มงวดมากของเขาทำให้การลักลอบข้ามชายแดนสหรัฐฯ และเม็กซิโกลดลงอย่างมาก ขณะที่ความพยายามลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง นำโดยนาย อีลอน มัสก์ ได้สั่นสะเทือนรัฐบาลไปถึงแก่น มีลูกจ้างรัฐถูกปลดไปแล้วหลายหมื่นคน

นายทรัมป์ยังบังคับใช้กำแพงภาษีต่อสินค้าที่นำเข้ามาจากทั่วโลก ตามที่ได้หาเสียงเอาไว้ เพื่อทางจัดระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่ที่สหรัฐฯ เองเป็นผู้สร้างขึ้นหลังจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2

ไม่เพียงเท่านั้น นายทรัมป์ยังแสดงความต้องการที่จะขยายดินแดนของสหรัฐฯ ออกไป โดยไม่ปฏิเสธการใช้กำลังทหารเข้ายึดเกาะกรีนแลนด์และช่องแคบปานามา เสนอให้สหรัฐฯ เข้ายึดครองฉนวนกาซาแล้วเปลี่ยนเป็นรีสอร์ท และพูดย้ำเรื่องการควบรวมประเทศแคนาดาเข้าเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ

“ผมบริหารประเทศนี้และโลกใบนี้” นายทรัมป์บอกกับนิตยสารข่าว ดิ แอตแลนติก “ผมคิดว่าผมกำลังทำให้สิ่งที่ผมได้หาเสียงเอาไว้”

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดชี้ว่า มีชาวอเมริกันเพียง 4 ใน 10 ที่ยอมรับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ และอัตราการยอมรับของเขาในเรื่องเศรษฐกิจและการค้าก็ลดต่ำลง แม้แต่การยอมรับในนโยบายผู้อพยพซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้เขาชนะการเลือกตั้ง ก็ลดลงเหลือ 46% โดยชาวอเมริกันเกินครึ่งมองว่าเข้มเกินไปที่เนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน มีชาวอเมริกันเพียง 33% เท่านั้นที่มีมุมมองเชิงบวกต่อนายอีลอน มัสก์ ซีอีโอของบริษัท เทสลา และบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก และชาวอเมริกันเกินครึ่งมองว่ารัฐบาลทำเกินไปที่ไล่ปลดลูกจ้างรัฐบาลกลางจำนวนมาก

รัฐมิชิแกนเป็นหนึ่งในรัฐที่เปลี่ยนขั้วจากที่เคยสนับสนุนฝ่ายเดโมแครตเมื่อการเลือกตั้งครั้งก่อน มาสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สังกัดพรรครีพับลิกัน แต่รัฐแห่งนี้กลับได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการภาษีของประธานาธิบดีที่พวกเขาเลือก รวมถึงภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ที่ผลิตนอกประเทศ

อัตราว่างงานในรัฐมิชิแกนเพิ่มสูงขึ้นเป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกัน โดยกระโดดจาก 4.2% ในเดือนมีนาคมเป็น 5.5% ในเดือนเมษายน ทำให้มิชิแกนกลายเป็นหนึ่งในรัฐที่มีอัตราว่างงานสูงที่สุดในสหรัฐฯ มากเกินกว่าค่าเฉลี่ยทั่วประเทศที่ 4.2%

บริษัท สเตลแลนติส (Stellantis) ผู้ผลิตรถยนต์ข้ามชาติต้องหยุดการผลิตที่โรงงานในแคนาดาและเม็กซิโก หลังจากนายทรัมป์ประกาศตั้งกำแพงภาษีรถยนต์นำเข้าในอัตรา 25% และเลย์ออฟพนักงานในสหรัฐฯ ชั่วคราวจำนวน 900 คน ขณะที่ผู้ผลิตรายอื่นๆ เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการเก็บภาษีชิ้นส่วนรถยนต์ โดยเตือนว่าจะทำให้ราคารถพุ่งสูงขึ้น จนทำให้เกิดการปลดพนักงานและการล้มละลาย

ล่าสุดรัฐบาลทรัมป์ส่งสัญญาณว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายครั้งใหญ่ โดย น.ส.แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวเมื่อเช้าวันอังคารว่า นายทรัมป์จะลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อผ่อนคลายมาตรการภาษีรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ของเขาลงในระดับหนึ่ง

ขณะที่นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังกล่าวว่า เป้าหมายของนโยบายยังคงเดิมคือ การให้ผู้ผลิตรถยนต์มาตั้งฐานการผลิตในสหรัฐฯ มากขึ้น “นายทรัมป์เป็นห่วงงานในอนาคตไม่ใช่ในอดีต”

ชาวรัฐมิชิแกนหลายคนก็แสดงท่าทีสนับสนุนมาตรการภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ เช่นนางแคโรลีน มาร์ตซ์ วัย 61 ปี โดยกล่าวว่า เธอต้องการเห็นของต่างๆ ผลิตในอเมริกา โดยชาวอเมริกัน และเพื่ออเมริกามากขึ้น และเธอเชื่อว่ามาตรการภาษีจะสามารถกระตุ้นการผลิตในสหรัฐฯ ได้ และการที่ราคาสินค้าสูงขึ้นในช่วงแรกก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนนั้น

อนึ่ง มิชิแกนจะเป็นรัฐสำคัญสำหรับรีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2569 เนื่องจากพวกเขาต้องการชิงเก้าอี้วุฒิสมาชิกจากรัฐนี้ให้ได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ นอกจากนั้นรีพับลิกันยังต้องการชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ เนื่องจากนายวิตเมอร์ดำรงตำแหน่งครบ 2 วาระแล้ว ไม่สามารถลงชิงชัยได้อีก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

เผย เมแกนยังใช้ตำแหน่ง HRH ส่งของขวัญส่วนตัว แต่อาจไม่ผิดข้อตกลง

เผย เมแกนยังใช้ตำแหน่ง HRH ส่งของขวัญส่วนตัว แต่อาจไม่ผิดข้อตกลง

30 เม.ย. 2568 04:29 น.

เผย เมแกนยังใช้ตำแหน่ง HRH ส่งของขวัญส่วนตัว แต่อาจไม่ผิดข้อตกลง

สื่ออังกฤษเผย เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ยังคงใช้คำนำหน้านาม HRH ในการ์ดที่ส่งไปพร้อมกับของขวัญส่วนตัว ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า ทำผิดสัญญาที่เคยให้ไว้หรือไม่

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ในคลิปวิดีโอบนพอดแคสต์ แสดงให้เห็นตะกร้าของขวัญที่เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ส่งให้แก่นางเจมี เคิร์น ลิมา ประธานกรรมการบริหารของบริษัท IT Cosmetics เป็นการส่วนพระองค์ พร้อมกับแนบการ์ดที่มีข้อความว่า “ด้วยความชื่นชมจาก HRH ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์” (With the Compliments of HRH The Duchess of Sussex.)

ตอนที่เจ้าชายแฮร์รีกับเมแกนถอนตัวจากการปฏิบัติพระกรณียกิจของสมาชิกราชวงศ์อังกฤษเมื่อปี 2563 ทั้งสองได้ตกลงที่จะหยุดใช้คำนำหน้านาม HRH ซึ่งย่อมาจาก His หรือ Her Royal Highness แต่ทั้งคู่ยังถือครองคำนำหน้านามนี้อยู่ไม่ได้สละทิ้งไป

แหล่งข่าวที่มีความใกล้ชิดกับดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ที่ตอนนี้อาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ยืนยันกับบีบีซีว่า การ์ดดังกล่าวที่เมแกนส่งไม่ได้ละเมิดข้อตกลงที่ทั้งสองทำไว้ตอนถอนตัวจากกิจของราชวงศ์

ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าว เจ้าชายแฮร์รีกับเมแกนไม่ได้ใช้คำนำหน้านาม HRH เพื่อการพาณิชย์หรือเพื่อเป้าหมายสาธารณะใดๆ แต่ใช้เป็นการส่วนพระองค์ และเป็นของขวัญที่มอบให้ไปนานกว่า 1 ปีแล้ว และเมแกนก็ไม่ได้ใช้ HRH ในการโปรโมทผลิตภัณฑ์อาหารและแยม หรือซีรีส์เน็ตฟลิกซ์ของพระองค์เลย

ทั้งนี้ ตามประกาศของสำนักพระราชวังบักกิงแฮม ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์จะไม่ใช้ตำแหน่ง HRH นำหน้านาม เนื่องจากทั้งคู่ไม่ได้เป็นสมาชิกราชวงศ์ผู้ปฏิบัติพระกรณียกิจอีกต่อไป และทั้งคู่จะหยุดรับทุนสาธารณะเนื่องจากพวกเขาจะออกเดินทางไปยังบทใหม่ในชีวิต

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงถอนตัวไม่ได้ถอดถอนเจ้าชายแฮร์รีกับเมแกนออกจากตำแหน่ง เพียงจำกัดการใช้คำนำหน้านาม HRH ซึ่งการส่งการ์ดของเมแกนอาจเป็นการยืนยันว่า HRH ยังสามารถถูกใช้เป็นการส่วนตัวได้

กรณีคล้ายกันนี้เกิดขึ้นกับเชื้อพระวงศ์ที่ไม่ได้ปฏิบัติพระกรณียกิจอีกพระองค์คือ เจ้าชายแอนดรูว์ โดยพระองค์ไม่ได้ใช้คำนำหน้าพระนาม HRH ในงานอย่างเป็นทางการใดๆ แต่ยังครอบครองตำแหน่งอยู่

ระทึก มือปืนกราดยิงกลางเมืองสวีเดน ดับแล้ว 3 ศพ คนร้ายยังลอยนวล

ระทึก มือปืนกราดยิงกลางเมืองสวีเดน ดับแล้ว 3 ศพ คนร้ายยังลอยนวล

30 เม.ย. 2568 01:20 น.

ระทึก มือปืนกราดยิงกลางเมืองสวีเดน ดับแล้ว 3 ศพ คนร้ายยังลอยนวล

เกิดเหตุคนร้ายกราดยิงบริเวณจัตุรัสในเมืองอุปซอลา ของสวีเดน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ศพ ขณะที่คนร้ายยังคงหลบหนี

เมื่อวันอังคารที่ 29 เม.ย. 2568 สำนักงานตำรวจแห่งชาติของสวีเดนออกแถลงการณ์ระบุว่า ตำรวจท้องถิ่นของเมืองอุปซอลาได้รับแจ้งจากประชาชนว่าได้ยินเสียงดังคล้ายเสียงปืนหลายครั้งบริเวณจัตุรัสวัคซอลา (Vaksala) และเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพวกเขาก็พบคนมากมายมีบาดแผลที่บ่งชี้ว่าเกิดจากกระสุนปืน

“เราได้รับรายงานเรื่องการได้ยินเสียงดังคล้ายปืนในพื้นที่นั้นหลายครั้ง นั่นคือสิ่งที่เราสามารถพูดได้ในตอนนี้ ผมไม่สามารถพูดมากกว่านี้ได้” แมกนัส คลาริน โฆษกสำนักงานตำรวจสวีเดนกล่าว ก่อนที่ในเวลาต่อมาตำรวจสวีเดนจะยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้แล้ว 3 ศพ

ด้านสถานีโทรทัศน์ SVT รายงานว่า ตำรวจจำนวนมากกำลังออกปฏิบัติการใกล้กับจัตุรัสวัคซอลา โดยเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุด้วยสกูตเตอร์ไฟฟ้า

ตำรวจระบุว่า พวกเขากำลังสืบสวนเหตุการณ์นี้ในฐานะคดีฆาตกรรม โดยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าแรงจูงใจในการก่อเหตุของคนร้ายคืออะไร

ทั้งนี้ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา รัฐสภายุโรปออกแถลงการณ์เตือนว่า ตอนนี้สวีเดนกำลังต่อสู้กับความรุนแรงฝีมือกลุ่มแก๊งที่เกิดขึ้นเป็นระลอก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลปล่อยหน่วยกู้ชีพกาซา โดนจับในเหตุถล่มขบวนรถฉุกเฉิน 15 ศพ

อิสราเอลปล่อยหน่วยกู้ชีพกาซา โดนจับในเหตุถล่มขบวนรถฉุกเฉิน 15 ศพ

29 เม.ย. 2568 23:30 น.

อิสราเอลปล่อยหน่วยกู้ชีพกาซา โดนจับในเหตุถล่มขบวนรถฉุกเฉิน 15 ศพ

อิสราเอลปล่อยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพชาวปาเลสไตน์ ที่ถูกจับตัวไปตอนที่ทหารอิสราเอลเปิดฉากโจมตีขบวนรถฉุกเฉินในกาซาจนมีผู้เสียชีวิต 15 ศพเมื่อเดือนก่อน

เมื่อวันอังคารที่ 29 เม.ย. 2568 กองทัพอิสราเอลปล่อยตัวนาย อัสซาด อัล-นาสซาสรา เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพซึ่งถูกอิสราเอลจับกุมตัวเอาไว้ตอนที่ทหารของพวกเขาโจมตีขบวนรถฉุกเฉินในภาคใต้ของฉนวนกาซาเมื่อเดือนก่อน จนทำให้มีเจ้าหน้าที่การแพทย์และเจ้าหน้าที่สหประชาชาติเสียชีวิตรวม 15 ศพ

ข่าวระบุว่า นายอัล-นาสซาสรา หายตัวไปนาน 3 สัปดาห์ จนกระทั่งคณะกรรมการกาชาดสากล (ICRC) ได้รับข้อมูลว่าเขาถูกอิสราเอลควบคุมตัวเอาไว้ และล่าสุดชายคนนี้เป็นหนึ่งในผู้ถูกจับกุม 10 คนที่อิสราเอลปล่อยตัวบริเวณด่านข้ามพรมแดนเข้าสู่ฉนวนกาซาในวันอังคาร

กองทัพอิสราเอลยังไม่ออกมาแสดงความเห็นใดๆ กับรายงานข่าวล่าสุด แต่พวกเขายืนยันว่าควบคุมตัวนาย อัล-นาสซาสรา เอาไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่งระหว่างการสอบสวนภายในเกี่ยวกับการโจมตีขบวนรถฉุกเฉินในกาซา ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าเกิดความล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่หลายอย่าง

ทั้งนี้ เหตุโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นที่เขต ทาล อัล-สุลต่าน ในเมืองราฟาห์ เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 23 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพของสมาคมเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์ (PRCS) 8 คน เจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันพลเรือนกาซา 6 คน และลูกจ้างขององค์การสหประชาชาติอีก 1 คน ถูกสังหาร

ศพของพวกเขาถูกพบใน 1 สัปดาห์ต่อมาในสภาพถูกฝังไว้ในสุสานตื้นๆ ใกล้กับรถยนต์ที่พลิกคว่ำหลายคัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ของ PRCS อีกคนรอดชีวิต โดยเขาอ้างว่าได้รับการปล่อยตัวโดยกองทัพอิสราเอล หลังถูกจับพร้อมกับนาย อัล-นาสซาสรา

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เปิดเผยผลการสืบสวน โดยอ้างว่า ทหารของพวกเขาเปิดฉากโจมตีโดยเชื่อว่าพวกเขากำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากกองกำลังฝ่ายศัตรู และการสืบสวนพบว่า ผู้เสียชีวิต 6 รายเป็นสมาชิกกลุ่มฮามาส และปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า มีการสังหารในลักษณะเหมือนการประหารชีวิตเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม IDF ไม่ได้เปิดเผยหลักฐานใดๆ ที่บอกว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 6 รายเกี่ยวข้องกับกลุ่มฮามาส และการโจมตีเกิดขึ้นในขณะที่ขบวนรถเปิดไฟสัญญาณบอกว่าเป็นรถฉุกเฉิน และติดป้ายหน่วยงานที่สังกัดอย่างชัดเจน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทำเนียบขาวจวก Amazon “เจตนาร้าย” หลังลือหึ่ง จ่อเปิดผลกระทบภาษีทรัมป์

ทำเนียบขาวจวก Amazon “เจตนาร้าย” หลังลือหึ่ง จ่อเปิดผลกระทบภาษีทรัมป์

29 เม.ย. 2568 22:38 น.

ทำเนียบขาวจวก Amazon “เจตนาร้าย” หลังลือหึ่ง จ่อเปิดผลกระทบภาษีทรัมป์

ทำเนียบขาวสหรัฐฯ โจมตีบริษัท อเมซอน ว่ามีเจตนาร้ายและแรงจูงใจทางการเมือง หลังมีข่าวลือว่า พวกเขาเตรียมแสดงให้ลูกค้าเห็นราคาสินค้าที่บวกเพิ่มเพราะภาษีทรัมป์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 29 เม.ย. 2568 น.ส.แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว จัดงานแถลงข่าวเนื่องในโอกาสที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของเขาครบ 100 วัน โดยในระหว่างนั้นเธอมีการตอบคำถามของผู้สื่อข่าวหลายข้อ

หนึ่งในคำถามที่ผู้สื่อข่าวถามรวมถึงรายงานที่ว่า อีกไม่นานบริษัท อเมซอน ผู้ให้บริการร้านค้าปลีกออนไลน์ จะแสดงให้ลูกค้าของพวกเขาเห็นว่า มาตรการกำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ราคาสินค้าแต่ละรายการบวกเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน

น.ส.เลวิตต์ตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งพูดเรื่องนี้กับเธอผ่านทางโทรศัพท์ “นี่เป็นพฤติกรรมที่มีเจตนาร้ายและมีแรงจูงใจทางการเมืองจากฝ่ายอเมซอน” เธอยังโชว์กระดาษบทความข่าวเมื่อปี 2564 ของรอยเตอร์สที่มีรูปของนาย เจฟฟ์ เบซอส เจ้าของอเมซอนให้นักข่าวดูแล้วอ้างว่า อเมซอนเป็นหุ้นส่วนกับฝ่ายโฆษณาชวนเชื่อของจีน

“นี่เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมชาวอเมริกันควรซื้อของอเมริกัน มันเป็นอีกเหตุผลว่าทำไมเราควรนำห่วงโซ่อุปทานสำคัญกลับบ้าน เพื่อค้ำจุนห่วงโซ่อุปทานสำคัญของเราเอง และเพิ่มการผลิตของเราที่นี่” น.ส.เลวิตต์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา อเมซอนออกแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าว วอชิงตัน โพสต์ ซึ่งนายเบซอสเป็นเจ้าของเช่นกัน โดยยืนยันว่าทางบริษัทไม่เคยคิดที่จะแสดงให้เห็นราคาที่บวกเพิ่มของสินค้านำเข้าบนเว็บไซต์หลักหรืออื่นๆ ของพวกเขา

ทั้งนี้ มาตรการกำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเป็นข้อถกเถียงอย่างหนัก หลังเขาตัดสินใจตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศจีนสูงถึง 145% และเก็บภาษี 10% จากสินค้าที่นำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลก ไม่นับภาษีต่างตอบแทนที่มุ่งเป้าไปยังหลายสิบประเทศที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าด้วย แต่ถูกระงับการบังคับใช้นาน 90 วัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , cnn

ส.ป.ก. ร่วมซ้อมใหญ่พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 (ครั้งที่ 1)

ส.ป.ก. ร่วมซ้อมใหญ่พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 (ครั้งที่ 1)

ส.ป.ก. ร่วมซ้อมใหญ่พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 (ครั้งที่ 1)

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.51 น.

30 เมษายน 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก. พร้อมด้วย นายวัฒนา มังธิสาร รองเลขาธิการ ส.ป.ก. นางสาวอมรรัตน์ แขวงโสภา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมซ้อมใหญ่ ครั้งที่ 1 พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปีพุทธศักราช 2568 ในการนี้ เลขาธิการ ส.ป.ก. ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้อัญเชิญเครื่องอิสริยยศ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ปฏิบัติหน้าที่เป็นคู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา ประจำปีพุทธศักราช 2568 พร้อมด้วย เทพีคู่หาบทอง เทพีคู่หาบเงิน ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ และคู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในฝ่ายต่าง ๆ ทั้งในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการซ้อมใหญ่ พระราชพิธีพืชมงคลฯ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง และแปลงนาสาธิต สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต 

งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปีพุทธศักราช 2568 จะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568 งานพระราชพิธีฯ นี้เป็นพระราชพิธีที่สืบเนื่องมาแต่โบราณ มีความงดงาม และมีความหมายต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชีพการทำนา และผู้ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม

-(016)

สหกรณ์ตราดส่ง’เงาะสีทอง’ลุยดูไบ เพิ่มโอกาสขยายตลาดผลไม้

สหกรณ์ตราดส่ง'เงาะสีทอง'ลุยดูไบ เพิ่มโอกาสขยายตลาดผลไม้

สหกรณ์ตราดส่ง’เงาะสีทอง’ลุยดูไบ เพิ่มโอกาสขยายตลาดผลไม้

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.04 น.

30 เมษายน 2568 นายธนภัทร จาวินัจ ผู้จัดการสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคการเกษตรจังหวัดตราด (บ้านเงาะตราด) นางสาววรรณพร บัณทิตภูวนนท์ สหกรณ์จังหวัดตราด นางชนัญกาญจน์ บัญญวัตวิวัฒน์ เกษตรอำเภอเขาสมิง พร้อมเจ้าหน้าที่ เดินทางไปยังสวนเงาะของ นางอุไร ละม่อน ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด เพื่อติดตามการเก็บเกี่ยวผลผลิตเงาะพันธุ์ตราดสีทอง รุ่นแรก ปีฤดูกาล 2568 เพื่อตรวจสอบคุณภาพผลผลิต ก่อนที่จะส่งเงาะพันธุ์สีทองไปยังนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อร่วมงานแสดงสินค้าเกษตรและผลไม้จากประเทศไทย เพื่อเปิดตลาดประเทศในแถบเอเชียตะวันออกกลาง

นายธนภัทร กล่าวว่า “แม้การส่งออกผลไม้ไทยไปยังดูไบจะไม่ใช่เรื่องใหม่ มีหลายเอกชนหลายเจ้าส่งออกไปบ้างแล้ว แต่ในปี 2568 นี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ “ระบบสหกรณ์” จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการส่งออกอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในกลุ่มผลไม้ “เงาะไทย” ที่กำลังถูกผลักดันให้เป็นตัวแทนสินค้าคุณภาพของเกษตรกรภาคตะวันออก”

ผู้จัดการสหกรณ์ฯ ยังกล่าวอีกว่า “สหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคการเกษตรจังหวัดตราด (บ้านเงาะตราด) ได้รับโอกาสจากกรมการค้าภายใน ให้มีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดดูไบ ซึ่งอาจเป็นโอกาสใหม่ในการขยายช่องทางจำหน่ายผลผลิตของสมาชิกผ่านระบบสหกรณ์โดยตรง ซึ่งก่อนหน้านี้ ตลาดหลักของสหกรณ์ฯ อยู่ที่เวียดนาม แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันที่สูง ทำให้สหกรณ์ต้องเร่งหาตลาดทางเลือกใหม่ ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงและรักษาราคาผลผลิต

ขณะที่ นางสาววรรณพร มองว่า ตลาดดูไบ ที่มีศักยภาพสูงในการนำเข้าผลไม้ไทย เพราะผลไม้ไทยมีคุณภาพดี ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคในต่างประเทศ การนำสินค้าไปทดลองจำหน่ายครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เงาะและมังคุดเท่านั้น แต่ยังมีผลไม้ชนิดอื่น ๆ ร่วมด้วย นอกจากนี้แล้ว กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังมีแผนร่วมกับเครือข่ายสหกรณ์ นำผลไม้คุณภาพดีจำหน่ายภายในประเทศด้วย โดยจะเริ่มจากการทำแพ็กเกจขนาดเล็ก เพื่อให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคในกรุงเทพฯ ที่นิยมบริโภคในปริมาณไม่มากในแต่ละครั้ง โดยในหนึ่งแพ็กเกจจะรวมผลไม้หลายชนิดไว้ด้วยกัน และจะเป็นปีแรกที่เริ่มโครงการ โดยตั้งใจให้ผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครได้เป็นกลุ่มต้นแบบในการทดลองชิมผลไม้คุณภาพเทียบเท่าสินค้าส่งออก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าสหกรณ์ไทย

ขณะเดียวกันในปี้มีผลผลิตมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตภาคตะวันออก ต้องยอมรับว่า ราคาผลผลิตอาจปรับลดลงตามกลไกตลาด แต่ทางสหกรณ์ยังคงเดินหน้าส่งเสริมให้สมาชิกผลิตเงาะที่มีคุณภาพ พร้อมขายผ่านระบบที่ช่วยให้เข้าถึงราคาดีและตลาดที่เหมาะสม รวมไปถึงพฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไป สหกรณ์เริ่มเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่าย จาก “หีบใหญ่” มาสู่ “แพ็กเล็ก” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในเมือง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ต้องการซื้อเงาะเป็นกิโลกรัม แต่เน้นปริมาณเล็ก ๆ เช่น 5–10 ลูกต่อแพ็ก พร้อมคัดคุณภาพทุกลูก

.025