บุคคลในข่าว 30 พฤษภาคม 2568

บุคคลในข่าว 30 พฤษภาคม 2568

30 พ.ค. 2568 04:50 น.

บุคคลในข่าว 30 พฤษภาคม 2568

การเป็นผู้นำย่อมต้องเผชิญความยากลำบาก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร นิทรรศการ “150 ปี กระทรวงการต่างประเทศ” ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันก่อน.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร นิทรรศการ “150 ปี กระทรวงการต่างประเทศ” ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันก่อน.

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2568

ร่วมมือ ฐาปน สิริวัฒนภักดี จัดการประชุม Thailand Supply Chain Network ครั้งที่ 1 เพื่อยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมี สนั่น อังอุบลกุล, ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล และ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง มาร่วมประชุมด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.
ร่วมมือ ฐาปน สิริวัฒนภักดี จัดการประชุม Thailand Supply Chain Network ครั้งที่ 1 เพื่อยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมี สนั่น อังอุบลกุล, ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล และ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง มาร่วมประชุมด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน… ห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าชีพจรลงเท้า สำหรับ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ ประเทศอังกฤษ และ โมนาโก กลับมาถึงเมืองไทย วันที่ 25 พ.ค. ได้พักไม่กี่ชั่วโมง ก็ต้องเดินทางต่อไป กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เข้าร่วม การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 ที่ประเทศมาเลเซีย เป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 26-27 พ.ค. โดยมี ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้ง 9 ชาติ เข้าร่วมการประชุม…ทั้งนี้ในช่วงที่มีการหารือเกี่ยวกับทิศทางการเสริมสร้างประชาคมอาเซียนให้มั่นคงและมีเสถียรภาพ จากความไม่แน่นอนของโลกและแนวทางการดำเนินความสัมพันธ์ของอาเซียนกับภาคีภายนอก นายกฯแพทองธาร ได้กล่าวถ้อยแถลง โดยระบุว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในช่วงเวลาที่ภูมิทัศน์โลกกำลังเปลี่ยนไปสู่นโยบายที่แข็งกร้าวและมุ่งผลประโยชน์ตอบแทน มาตรการด้านภาษี ของ สหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อพลวัตทางการค้าโลก ทำให้อาเซียนต้องประเมินยุทธศาสตร์ เพื่อรับมือกับภูมิทัศน์ เศรษฐกิจโลก ที่ผันผวน อาเซียน จำเป็นต้องสร้างเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร และทำงานร่วมกันมุ่งไปสู่การบูรณาการระดับภูมิภาค เพื่อให้อาเซียนยังคงมีบทบาทความสำคัญที่น่าดึงดูดและแข่งขันได้ จึงต้องสนับสนุนการค้าภายในอาเซียน ใช้ประโยชน์จาก FTA พิจารณาจัดทำ FTA กับภาคีใหม่ๆ ควบคู่กับส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ MSMEs เพื่อให้สามารถต่อสู้กับความท้าทายในอนาคตได้

สร้างเครือข่าย ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ เปิดการสัมมนาเรื่อง Business for Biodiversityร่วมสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา, โจ เฟลาน และ สุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.
สร้างเครือข่าย ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ เปิดการสัมมนาเรื่อง Business for Biodiversityร่วมสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา, โจ เฟลาน และ สุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.

นอกจากนี้ ในช่วงที่ ผู้นำอาเซียน ได้หารือสถานการณ์ในภูมิภาคและระดับโลก นายกฯแพทองธาร ได้กล่าวย้ำต่อที่ประชุมว่า การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความตึงเครียดทาง ภูมิรัฐศาสตร์ ความเปราะบางทางเศรษฐกิจ และการแข่งขันระหว่าง มหาอำนาจ การส่งเสริมระบอบพหุภาคีเพื่อรักษาบทบาทเชิงยุทธศาสตร์และผลประโยชน์ของ อาเซียน จึงเป็นสิ่งสำคัญ อาเซียนต้องหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในการแข่งขันในพื้นที่ขัดแย้ง เสริมสร้างความเป็นศูนย์กลางและเอกภาพของอาเซียนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อรักษาความสำคัญของกลไกที่นำโดย อาเซียน พร้อมกับเสริมสร้างความสมดุลในความสัมพันธ์กับ มหาอำนาจ โดยไทยจะทำงานร่วมกับสมาชิกอาเซียนและพันธมิตรต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าอาเซียนยังคงเป็นผู้เล่นระดับโลกที่มีความรับผิดชอบ และเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือสำหรับทุกฝ่าย และต้องยึดมั่น ปกป้องผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะแนวทางร่วมกันของ อาเซียน ต่อ นโยบายภาษี ของ สหรัฐอเมริกา ที่สร้างสรรค์และมีเอกภาพ

อย่าพลาด สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม และ นิคฮิล แอดวานี แถลงข่าวการจัด“เอไอเอ วัน บิลเลียน เดย์ สองศูนย์สองห้า” งานวิ่งเทรลในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในวันที่ 22 พ.ย. โดยมี สงกรานต์ เตชะณรงค์ และ พราวพุธ ลิปตพัลลภ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
อย่าพลาด สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม และ นิคฮิล แอดวานี แถลงข่าวการจัด“เอไอเอ วัน บิลเลียน เดย์ สองศูนย์สองห้า” งานวิ่งเทรลในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในวันที่ 22 พ.ย. โดยมี สงกรานต์ เตชะณรงค์ และ พราวพุธ ลิปตพัลลภ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

แสดงความมุ่งมั่นชัดเจนว่าต้องการให้ อาเซียน ผนึกกำลังกันต่อรอง มาตรการกำแพงภาษี ของ ประธานาธิบดีทรัมป์ แห่ง สหรัฐอเมริกา แต่จะได้ความร่วมมืออย่างจริงใจจาก ชาติสมาชิกอาเซียน หรือไม่ ยังต้องรอวัดใจกัน เพราะในยาม หน้าสิ่วหน้าขวาน แต่ละประเทศก็ต้องพยายามหาทาง เอาตัวรอด จาก วิกฤติสงครามการค้า ของ มหาอำนาจอเมริกา แบบ ตัวใครตัวมันไว้ก่อน เพราะฉะนั้น รัฐบาล ของ นายกฯแพทองธาร ก็อย่าชะล่าใจ หวังให้ ชาติในอาเซียน ผนึกกำลังช่วยกัน ควรต้องถือคติ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ไว้ก่อนดีที่สุดนะจ๊ะ

ข้ามเพศ พญ.สิรินทรา สัมฤทธิวณิชชา เปิดศูนย์ข้ามเพศ “Yanhee Pride Center” แห่งแรกของไทย โดยมี นพ.สุธน พิศูทธินุศาสตร์, นพ.สุกิจ วรธำรง, นพ.วรพล รัตนเลิศ, นพ.อำนาจ เตโชวาณิชย์ และ พญ.ชนิดา สถิตย์ปัญญาพันธุ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงพยาบาลยันฮี วันก่อน.
ข้ามเพศ พญ.สิรินทรา สัมฤทธิวณิชชา เปิดศูนย์ข้ามเพศ “Yanhee Pride Center” แห่งแรกของไทย โดยมี นพ.สุธน พิศูทธินุศาสตร์, นพ.สุกิจ วรธำรง, นพ.วรพล รัตนเลิศ, นพ.อำนาจ เตโชวาณิชย์ และ พญ.ชนิดา สถิตย์ปัญญาพันธุ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงพยาบาลยันฮี วันก่อน.

ส่วนภารกิจสำคัญต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา นายกฯแพทองธาร นำทีม ครม. เข้าร่วมประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2569 กรอบวงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระแรก โดยเปิดให้มีการอภิปรายตั้งแต่วันที่ 28–31 พ.ค.นี้…แน่นอนว่า ฝ่ายค้าน ต้องใช้เวทีนี้ ถล่มการจัดทำงบฯ ของ รัฐบาล อย่างหนัก ตามที่ฉายหนังโฆษณาไว้ ขณะที่ รัฐบาล ก็ต้องชี้แจงไปตามเนื้อผ้า…แต่เมื่ออภิปรายจบสิ้น ลงมติวาระแรก ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2569 ผ่านฉลุยแน่

ป้องกันได้ ศ.วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอีเอส มาร่วมงานสัมมนาเรื่อง “แนวทางการป้องกันและปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ ผ่านโซเชียลมีเดียและบริการโทรคมนาคม” โดยมี ลักษมีกานต์ อิงคะกุล ให้การต้อนรับ ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.
ป้องกันได้ ศ.วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอีเอส มาร่วมงานสัมมนาเรื่อง “แนวทางการป้องกันและปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ ผ่านโซเชียลมีเดียและบริการโทรคมนาคม” โดยมี ลักษมีกานต์ อิงคะกุล ให้การต้อนรับ ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.

ผ่างๆ…ส่วนทางด้าน ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เก็บเนื้อเก็บตัวมาหลายวัน ได้โอกาสรับเชิญไปปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ มุมมองและความท้าทายต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน” ที่ สำนักงาน ป.ป.ส. เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา…งานนี้ นอกจาก อดีตนายกฯทักษิณ แสดงวิสัยทัศน์ให้แนวทางหน่วยงานต่างๆในเรื่อง การปราบปรามยาเสพติด แล้ว ยังถือโอกาสใช้การปรากฏตัวในเวทีนี้ สยบข่าวลือว่า หนีไปต่างประเทศ จากปมที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวน คดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ …โดย อดีตนายกฯทักษิณ กล่าวบนเวทีปาฐกถา ว่ามีคนปล่อยข่าวว่าตนเองหนีไปแล้ว และเพิ่งกลับมาวันนี้ หนีไปทางช่องทางธรรมชาติ แล้วบินไปที่อื่น ไปกันใหญ่ ไม่อยากให้ทุกคนแต่งนิยาย อย่าง เจ.เค.โรว์ลิง แต่งนิยายเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ จนดัง จนรวย อันนี้เขาใช้จินตนาการแต่งนิยายให้เกิดประโยชน์ แต่ของเรา นิยายน้ำเน่า จินตนาการเลอะเทอะบอกว่า นายกฯอิ๊งค์ ไปรอลอนดอน แล้วตนเองจะหนีตามไป เป็นเรื่องที่ตลก วันนี้คนไทยต้องตั้งหลักให้ดี อย่าให้คนจูงได้ง่ายๆ เฟกนิวส์ มาจาก 2 ช่องทาง คือหนังสือพิมพ์ที่ไม่มีคนอ่านแล้ว และทีวีตกรุ่น ขณะที่ สื่อออนไลน์ ของสังคมไทยก็ไม่มีการเซ็นเซอร์…สรุป ยุคนี้ ต้องฟังหู ไว้หู ดีที่สุด ไม่งั้น อาจโดนแหกตาได้ง่ายๆ จบข่าว

จากเซ็นทรัล สัมฤทธิ์ อนุภักดิ์, ธนาพรรณ พงษ์พันธ์ และ กนกพร กาญจนกังวาฬกุล เป็นตัวแทนเซ็นทรัลกรุ๊ป มอบเงินจำนวน 1,500,000 บาท ให้ นิวัฒน์ เสมาเงิน เพื่อสนับสนุนสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิส โดยมี อุดม สุขสุดประเสริฐ มารับมอบด้วย ที่เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ วันก่อน.
จากเซ็นทรัล สัมฤทธิ์ อนุภักดิ์, ธนาพรรณ พงษ์พันธ์ และ กนกพร กาญจนกังวาฬกุล เป็นตัวแทนเซ็นทรัลกรุ๊ป มอบเงินจำนวน 1,500,000 บาท ให้ นิวัฒน์ เสมาเงิน เพื่อสนับสนุนสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิส โดยมี อุดม สุขสุดประเสริฐ มารับมอบด้วย ที่เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ วันก่อน.

สังคมทั่วไป…สุริยน ประภาสะวัต อัยการพิเศษ ฝ่ายการสอบสวน 1 และ สุทธิ สุขยิ่ง อัยการพิเศษ ฝ่ายกิจการต่างประเทศ 3 เป็นวิทยากรบรรยายเรื่องการบริหารคดีความผิดตามกฎหมายไทยกระทำนอกราชอาณาจักร และการบริหารคดีด้านความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา ในโครงการอบรมนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด รุ่นที่ 48 ที่ห้องบอลรูม 1 โรงแรม ดิเอมเมอรัลด์ 30 พ.ค. 09.00 น.

แม่นยำ สพ.ญ.ทัศวรินทร์ กาญจนฉายา และ พีร สุคนธรักษ์ เปิดตัว “ARAK’S ADVANCED MRI & IMAGING CENTER” ศูนย์รังสีวินิจฉัยสัตว์เลี้ยงด้วยเทคโนโลยี MRI และ CT Scan โดยมี แอน ทองประสม และ จิรายุ ตั้งศรีสุข มาร่วมงานด้วย ที่โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ ทองหล่อ วันก่อน.
แม่นยำ สพ.ญ.ทัศวรินทร์ กาญจนฉายา และ พีร สุคนธรักษ์ เปิดตัว “ARAK’S ADVANCED MRI & IMAGING CENTER” ศูนย์รังสีวินิจฉัยสัตว์เลี้ยงด้วยเทคโนโลยี MRI และ CT Scan โดยมี แอน ทองประสม และ จิรายุ ตั้งศรีสุข มาร่วมงานด้วย ที่โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ ทองหล่อ วันก่อน.

ศพ ม.ร.ว.เดชนศักดิ์ ศักดิเดช ภาณุพันธ์ ตั้งสวดศาลากวีนิรมิต (ศาลากลางน้ำ) วัดเทพศิรินทราวาส 18.30 น. 30 พ.ค. คืนสุดท้าย พระราชทานเพลิง 31 พ.ค. 17.30 น.

“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

สหรัฐฯ เสนอหยุดยิงกาซา 60 วัน อิสราเอลยอมรับ-แต่ฮามาสไม่เห็นด้วย

สหรัฐฯ เสนอหยุดยิงกาซา 60 วัน อิสราเอลยอมรับ-แต่ฮามาสไม่เห็นด้วย

30 พ.ค. 2568 11:24 น.

สหรัฐฯ เสนอหยุดยิงกาซา 60 วัน อิสราเอลยอมรับ-แต่ฮามาสไม่เห็นด้วย

สหรัฐฯ เสนอแผนการหยุดยิง 60 วัน ในฉนวนกาซา และปล่อยตัวตัวประกันชาวอิสราเอล 28 รายทั้งที่ยังมีชีวิตและเสียชีวิตภายในสัปดาห์แรก เพื่อแลกกับการปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ 125 ราย ด้านอิสราเอลตกลงตามข้อเสนอหยุดยิง เจ้าหน้าที่กลุ่มฮามาสกล่าวว่าจะปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดของสหรัฐฯ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐฯ เสนอแผนการหยุดยิง 60 วัน ในฉนวนกาซา และปล่อยตัวตัวประกันชาวอิสราเอล 28 รายทั้งที่ยังมีชีวิตและเสียชีวิตภายในสัปดาห์แรก เพื่อแลกกับการปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ 125 รายที่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตและนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่เสียชีวิตอีก 180 รายแผนดังกล่าวรวมถึงการส่งความช่วยเหลือไปยังฉนวนกาซาทันทีที่ฮามาสลงนามในข้อตกลงหยุดยิง

ทำเนียบขาวแถลงว่า อิสราเอลตกลงตามข้อเสนอหยุดยิงของสหรัฐฯ ในฉนวนกาซา ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มฮามาสกล่าวกับบีบีซีว่า กลุ่มจะปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการหยุดยิงในฉนวนกาซาและข้อตกลงปล่อยตัวประกัน

ทำเนียบขาวกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่าอิสราเอลได้ลงนามแผนของนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ ประจำตะวันออกกลาง และกำลังรอคำตอบอย่างเป็นทางการจากกลุ่มฮามาส

สื่ออิสราเอลอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่อิสราเอลว่าฮามาสจะส่งมอบตัวประกันที่ยังมีชีวิต 10 คน และศพของตัวประกันที่เสียชีวิต 18 คนในสองระยะเพื่อแลกกับการหยุดยิง 60 วันและการปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ในคุกของอิสราเอล เจ้าหน้าที่กลุ่มฮามาสกล่าวว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่สามารถตอบสนองความต้องการหลัก รวมถึงการยุติสงคราม และจะตอบสนองในเวลาอันสมควร

รัฐบาลอิสราเอลยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ แต่มีรายงานว่านายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ได้แจ้งกับครอบครัวของตัวประกันเมื่อวันพฤหัสบดี (29 พ.ค.) ว่า เขายอมรับแผนของนายวิตคอฟฟ์

อิสราเอลได้ปิดล้อมกาซาทั้งหมดและเริ่มเปิดฉากโจมตีทางการทหารต่อกลุ่มฮามาสอีกครั้งเมื่อวันที่ 18 มีนาคม หลังจากข้อตกลงหยุดยิง 2 เดือนที่เจรจาร่วมกันโดยสหรัฐ กาตาร์ และอียิปต์ล้มเหลว อิสราเอลกล่าวว่าต้องการกดดันให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวตัวประกัน 58 คนที่ยังคุมขังอยู่ ซึ่งเชื่อว่าอย่างน้อย 20 คนยังมีชีวิตอยู่

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม กองทัพอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีเพิ่มเติม ซึ่งเนทันยาฮูกล่าวว่ากองกำลังจะเข้าควบคุมพื้นที่ทั้งหมดในกาซา วันรุ่งขึ้น เขาก็กล่าวว่าอิสราเอลจะผ่อนปรนการปิดล้อมและอนุญาตให้ส่งอาหารขั้นพื้นฐาน เข้าไปในกาซาเพื่อป้องกันภาวะอดอยาก

มีผู้เสียชีวิตในกาซาเกือบ 4,000 คนในช่วง 10 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขของดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮามาส สหประชาชาติระบุว่ามีประชาชนอีก 600,000 คน ต้องอพยพออกจากพื้นที่อีกครั้งจากปฏิบัติการภาคพื้นดินและคำสั่งอพยพของอิสราเอล และรายงานนการประเมินความมั่นคงทางอาหาร (IPC) ที่ได้รับการสนับสนุนจาก UN เตือนว่าประชาชนราว 500,000 คนจะเผชิญกับความหิวโหยในระดับหายนะในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ด้านแคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าเธอสามารถยืนยันรายงานของสถานีโทรทัศน์อัล-อาราบียา ของซาอุดีอาระเบีย ที่ระบุว่าอิสราเอลและฮามาสได้ตกลงกันเรื่องข้อตกลงหยุดยิงฉบับใหม่ได้หรือไม่ “ฉันยืนยันได้ว่านายวิตคอฟฟ์และประธานาธิบดีได้ยื่นข้อเสนอหยุดยิงต่อกลุ่มฮามาส ซึ่งอิสราเอลสนับสนุนและสนับสนุน อิสราเอลลงนามในข้อเสนอนี้ก่อนที่จะส่งไปยังกลุ่มฮามาส” “ฉันยืนยันได้ว่าการหารือดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป และเราหวังว่าจะมีการหยุดยิงในฉนวนกาซา เพื่อที่เราจะได้ส่งตัวประกันทั้งหมดกลับบ้าน”

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮามาสกล่าวในภายหลังว่าข้อตกลงดังกล่าวขัดแย้งกับการหารือก่อนหน้านี้ระหว่างผู้เจรจาของกลุ่มและนายวิตคอฟฟ์

เจ้าหน้าที่ฮามาสกล่าวกับบีบีซีว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รวมถึงการรับประกันว่าการสงบศึกชั่วคราวจะนำไปสู่การหยุดยิงถาวร หรือการกลับไปสู่พิธีสารด้านมนุษยธรรมที่อนุญาตให้รถบรรทุกความช่วยเหลือหลายร้อยคันเข้าไปในฉนวนกาซาทุกวันในช่วงการหยุดยิงครั้งล่าสุด อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่าฮามาสยังคงติดต่อกับผู้ไกล่เกลี่ยและจะส่งคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรในโอกาสต่อไป.

ที่มา BBC Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

“คิม จองอึน” สั่งปลดฟ้าผ่านายพล จนท.ระดับสูงหลายตำแหน่ง เซ่นคดีทำเรือรบลำใหม่จม

"คิม จองอึน" สั่งปลดฟ้าผ่านายพล จนท.ระดับสูงหลายตำแหน่ง เซ่นคดีทำเรือรบลำใหม่จม

30 พ.ค. 2568 10:24 น.

“คิม จองอึน” สั่งปลดฟ้าผ่านายพล จนท.ระดับสูงหลายตำแหน่ง เซ่นคดีทำเรือรบลำใหม่จม

คิม จองอึน สั่งปลดแล้วเปลี่ยนตัวนายพล เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงหลายตำแหน่ง หลังเกิดเหตุเรือรบลำใหม่ล่มกลางงานเปิดตัว ทำให้ผู้นำสูงสุด ไม่พอใจอย่างมากและบอกว่าเหตุการณ์นี้เป็น “อาชญากรรมที่ยอมรับไม่ได้”

วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ KCNA รายงานว่า ทางการเกาหลีเหนือมีคำสั่งเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงหลายตำแหน่ง รวมถึงผู้อำนวยการกรมปืนใหญ่และกรมความมั่นคง ภายหลังการประชุมวิสามัญ สมัยที่ 8 ของคณะกรรมาธิการทหารกลางแห่งพรรคแรงงาน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยมี นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของประเทศ เป็นประธานการประชุมด้วยตนเอง

รายงานข่าวระบุว่า ที่ประชุมได้แต่งตั้งผู้บัญชาการระดับกองพลใหม่ 6 นาย พร้อมกับผู้อำนวยการกรมปืนใหญ่และกรมความมั่นคง และมีการส่งตัวกรรมาธิการการเมืองใหม่บางรายลงพื้นที่ ขณะที่เนื้อหาของการประชุมมุ่งเน้นการเสริมสร้างวินัยเหล็กกล้า ภายในกองทัพ และการควบคุมบังคับบัญชาอย่างเข้มงวด โดยได้มีการตัดสินใจใช้มาตรการทางทหาร เพื่อรักษาความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์และยุทธวิธี พร้อมอนุมัติโครงการใหม่ในภาควิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเรือรบลำใหม่ของเกาหลีเหนือเกิดล่มบางส่วนในระหว่างพิธีเปิดตัวเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ซึ่งนายคิม จองอึน ได้เดินทางไปร่วมเป็นสักขีพยานด้วยตนเอง และได้ตำหนิเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็น“การกระทำที่เป็นอาชญากรรม ยากจะยอมรับได้

นอกจากนี้ นายคิม จองอึ” ยังสั่งการให้ซ่อมแซมเรือรบที่ล่มให้เสร็จสิ้นอย่างไม่มีเงื่อนไข ก่อนถึงการประชุมใหญ่เต็มคณะของพรรคแรงงานที่จะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน และมีรายงานเพิ่มเติมว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยุทโธปกรณ์ของพรรคแรงงานได้ถูกสอบสวนอย่างเข้มข้น โดยเจ้าหน้าที่บางรายรวมถึงรองผู้อำนวยการกรมยุทโธปกรณ์ที่ถูกควบคุมตัวในระหว่างการสอบสวน.

กระแส “ตุ๊กตาทารกเหมือนจริง”ในบราซิลพุ่งแรง จนกลายเป็นประเด็นการเมือง

 กระแส "ตุ๊กตาทารกเหมือนจริง"ในบราซิลพุ่งแรง จนกลายเป็นประเด็นการเมือง

30 พ.ค. 2568 09:50 น.

กระแส “ตุ๊กตาทารกเหมือนจริง”ในบราซิลพุ่งแรง จนกลายเป็นประเด็นการเมือง

ตุ๊กตา Reborn หรือ ตุ๊กตาทารกเหมือนจริง กำลังเป็นกระแสไวรัลในบราซิล หลังคลิปวิดีโอสุดซึ้งของเหล่าคุณแม่ที่เลี้ยงตุ๊กตาทารกที่โพสต์ผ่าน TikTok และ Instagram เรียกยอดวิวถล่มทลาย กลายเป็นทั้งเรื่องราวสุดน่ารักและประเด็นขัดแย้งในสังคมจนสภาการเมืองต้องออกมาเคลื่อนไหว

กระแสตุ๊กตา Reborn หรือตุ๊กตาทารกเหมือนจริงในบราซิลกำลังมาแรง เนื่องจากเหล่าบรรดาอินฟลูเอ็นเซอร์ ต่างนำมาทำคอนเทนท์สารพัด ทั้งการจำลองการคลอดลูกเหมือนจริง การพาตุ๊กตาไปช้อปปิ้งในห้างจนเกิดกระแสทั้งชื่นชม และวิพากษ์วิจารณ์ตามมา

ล่าสุดมีรายงานว่าที่นคร ริโอเดจาเนโร สภาเมืองได้ผ่านร่างกฎหมายในเดือนพฤษภาคมเพื่อยกย่อง ช่างฝีมือผู้สร้างสรรค์ตุ๊กตา Reborn รอเพียงลายเซ็นของนายกเทศมนตรี เอดูอาร์โด เปส รับรองเท่านั้น ขณะเดียวกันก็มีการถกเถียงกันทั่วประเทศเกี่ยวกับคลิปไวรัลที่มีหญิงสาวพาตุ๊กตาไปโรงพยาบาล จนบางฝ่ายเสนอให้มีการปรับเงิน ผู้ที่พาตุ๊กตาไปขอรับบริการทางการแพทย์

 กระแส "ตุ๊กตาทารกเหมือนจริง"ในบราซิลพุ่งแรง จนกลายเป็นประเด็นการเมือง

ประเด็นนี้ยังลุกลามไปเป็นประเด็นการเมืองด้วย โดยที่รัฐ อามาโซนาส มีส.ส.หอบเอาตุ๊กตา Reborn เข้ามาโชว์กลางสภาเมื่อวันอังคาร เพื่อเสนอร่างกฎหมายห้ามไม่ให้ตุ๊กตาเหล่านี้ใช้บริการระบบสาธารณสุขของรัฐ แม้สื่อท้องถิ่นจะรายงานว่า ยังไม่เคยมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นจริงก็ตาม

ด้านกลุ่มแม่ตุ๊กตา Reborn หรือกลุ่ม “Reborn Mothers” ไปรวมตัวที่เซาเปาโลเป็นครั้งที่ 10 ติดต่อกัน ย้ำชัดว่านี่ไม่ใช่เรื่องบ้า แต่คือความสุขของพวกเธอ โดยเสียงวิจารณ์ส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่อินฟลูเอนเซอร์ที่ทำคอนเทนต์เกินจริง ไม่ใช่ชุมชนคนรักตุ๊กตาทั้งหมด

 กระแส "ตุ๊กตาทารกเหมือนจริง"ในบราซิลพุ่งแรง จนกลายเป็นประเด็นการเมือง

Berenice Maria ผู้ช่วยพยาบาลที่สะสมตุ๊กตา Reborn มานาน เปิดเผยว่า เธอมีตุ๊กตาอยู่ 8 ตัวและรู้สึกว่ามันช่วยเยียวยาหัวใจได้ เธอระบุว่าถึงจะโดนด่าก็ไม่แคร์ เพราะเธออยากมีสิทธิพาตุ๊กตาออกไปเที่ยว เดินห้าง เดินเล่นสวน เหมือนคนอื่น

 กระแส "ตุ๊กตาทารกเหมือนจริง"ในบราซิลพุ่งแรง จนกลายเป็นประเด็นการเมือง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีกระแสดราม่าของตุ๊กตา Reborn แต่ยอดขายยิ่งพุ่งต่อเนื่อง โดยผู้ร่วมก่อตั้งร้านตุ๊กตา Reborn ในเมือง Campinas Baccan บอกว่า ร้านขายตุ๊กตามาตั้งแต่ปี 2009 โดยมีราคาตั้งแต่ 700 ถึง 10,000 เรียลบราซิล หรือประมาณ 4,500 – 50,000 บาท โดยกระแสของตุ๊กตา Rebornในช่วงนี้ ทำให้เธอต้องติดกล้องวงจรปิดเพิ่มและล็อกร้านแน่นหนาขึ้นเพื่อความปลอดภัยป้องกันคนที่ต่อต้านเข้ามาสร้างความเสียหาย ขณะที่ยอดขายออนไลน์พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก และคนเข้าร้านเพิ่มขึ้นกว่าเดิมด้วย.

 กระแส "ตุ๊กตาทารกเหมือนจริง"ในบราซิลพุ่งแรง จนกลายเป็นประเด็นการเมือง

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ตุ๊กตา

ผู้พิพากษาคว่ำคำสั่งทรัมป์ แบน นศ.ต่างชาติฮาร์วาร์ด ชี้ละเมิดสิทธิแรงเกินไป

ผู้พิพากษาคว่ำคำสั่งทรัมป์ แบน นศ.ต่างชาติฮาร์วาร์ด ชี้ละเมิดสิทธิแรงเกินไป

30 พ.ค. 2568 09:08 น.

ผู้พิพากษาคว่ำคำสั่งทรัมป์ แบน นศ.ต่างชาติฮาร์วาร์ด ชี้ละเมิดสิทธิแรงเกินไป

ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางมีคำสั่งขยายเวลาคำสั่งชั่วคราวที่ห้ามรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิกถอนสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในการรับนักศึกษาต่างชาติ ถือเป็นชัยชนะเบื้องต้นของมหาวิทยาลัยชื่อดังในศึกที่กำลังเผชิญหน้ากับฝ่ายบริหารของทรัมป์

ผู้พิพากษาอัลลิสัน เบอร์รอจห์ แห่งเขตบอสตัน ออกคำสั่งห้ามเบื้องต้น (preliminary injunction) เพื่อยืดอายุคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่เธอเคยมีคำสั่งไว้เมื่อ 6 วันก่อน ซึ่งขัดขวางไม่ให้รัฐบาลทรัมป์เพิกถอนสิทธิ์ของฮาร์วาร์ดอย่างทันที

ในระหว่างการพิจารณาคดี ฝ่ายรัฐบาลโดยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ได้ส่งหนังสือแจ้งฮาร์วาร์ดว่าจะขยายเวลาให้ 30 วันสำหรับยื่นหลักฐานต่อแผนเพิกถอนสิทธิ์รับนักเรียนต่างชาติ ซึ่งแตกต่างจากท่าทีเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ระบุว่าการเพิกถอนมีผลทันที

ทนายจากกระทรวงยุติธรรมให้เหตุผลว่าขณะนี้ไม่มีความจำเป็นต้องมีคำสั่งศาล เพราะทางมหาวิทยาลัยสามารถโต้แย้งได้ผ่านกระบวนการปกครอง

แต่ผู้พิพากษาเบอร์รอจห์ แสดงความไม่ไว้วางใจ โดยระบุว่าแม้กระบวนการจะดำเนินไป แต่ผลลัพธ์ก็อาจกลับมาจุดเดิม พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าฝ่ายบริหารปฏิบัติตามคำสั่งชั่วคราวจริงหรือไม่ หลังจากมีหลักฐานจากฮาร์วาร์ดว่า วีซ่าของนักเรียนใหม่บางรายถูกเพิกถอนไปแล้ว

โดยคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างเจรจารายละเอียดของคำสั่งห้ามถาวร

ผู้พิพากษาคว่ำคำสั่งทรัมป์ แบน นศ.ต่างชาติฮาร์วาร์ด ชี้ละเมิดสิทธิแรงเกินไป

มีรายงานว่า ในขณะที่ศาลกำลังมีคำสั่งออกมา ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดซึ่งอยู่ห่างจากศาลเพียง 8 กิโลเมตร กำลังพิธีมอบปริญญาบัตรให้กับนักศึกษาหลายพันคน โดยอธิการบดีอลัน การ์เบอร์ได้กล่าวต้อนรับผู้สำเร็จการศึกษาว่า “ขอต้อนรับนักศึกษาทุกคน ไม่ว่าจะมาจากถนนใกล้ๆ จากทั่วประเทศและจากทั่วโลก” พร้อมย้ำท้ายประโยคว่า จากทั่วโลก อย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งทันที่ที่กล่าวจบก็ได้รับเสียงปรบมือกึกก้องจากทุกคนที่เข้าร่วมพิธี 

ผู้พิพากษาคว่ำคำสั่งทรัมป์ แบน นศ.ต่างชาติฮาร์วาร์ด ชี้ละเมิดสิทธิแรงเกินไป

ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์เปิดฉากโจมตีมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในหลายแนวทาง ทั้งการอายัดงบวิจัยหลายพันล้านดอลลาร์ เสนอให้ยกเลิกสถานะองค์กรปลอดภาษี และเปิดการสอบสวนว่าโรงเรียนเลือกปฏิบัติทางเพศหรือเชื้อชาติ โดยเฉพาะต่อชายผิวขาว เอเชีย หรือกลุ่มรักร่วมเพศ

หนึ่งในแนวทางที่กระทบชัดเจนคือ แผนเพิกถอนสิทธิ์ในการรับนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งฮาร์วาร์ดระบุว่าจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง เนื่องจาก นักศึกษากว่า 1 ใน 4 ของทั้งมหาวิทยาลัยเป็นชาวต่างชาติ และเกือบ 60% ของนักศึกษาปริญญาโทจาก Harvard Kennedy School ก็มาจากต่างประเทศ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยชี้ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการ “ตอบโต้ทางนโยบายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ซึ่งละเมิดเสรีภาพทางวิชาการอย่างร้ายแรง

หนึ่งวันก่อนหน้า รัฐมนตรีต่างประเทศมาร์โก รูบิโอ ของรัฐบาลทรัมป์ ระบุว่าจะเริ่มดำเนินการอย่างเข้มข้นในการเพิกถอนวีซ่านักเรียนจีนที่ศึกษาในสหรัฐ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือเรียนในสาขาที่มีความสำคัญระดับยุทธศาสตร์ แม้จะไม่ได้ระบุสาขาใดโดยเฉพาะ

ปัจจุบันมีนักเรียนจีนกว่า 275,000 คนศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของมหาวิทยาลัย และเป็นแหล่งบุคลากรสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของอเมริกา ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าการจำกัดนักศึกษาต่างชาติจะส่งผลเสียระยะยาว และกำลังผลักดันให้ “สมองไหล” ไปยังประเทศอื่นที่เปิดกว้างกว่า โดยเฉพาะนักเรียนจีน ซึ่งเริ่มหันไปหาประเทศอื่นแล้ว ซึ่งถือเป็นการสูญเสียใหญ่หลวงของสหรัฐฯ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ฮาร์วาร์ด

ฝรั่งเศสเอาจริง ประกาศห้ามสูบบุหรี่ ริมชายหาด สวนสาธารณะ และหน้าโรงเรียน เริ่ม 1 ก.ค. นี้

ฝรั่งเศสเอาจริง ประกาศห้ามสูบบุหรี่ ริมชายหาด สวนสาธารณะ และหน้าโรงเรียน เริ่ม 1 ก.ค. นี้

30 พ.ค. 2568 05:05 น.

ฝรั่งเศสเอาจริง ประกาศห้ามสูบบุหรี่ ริมชายหาด สวนสาธารณะ และหน้าโรงเรียน เริ่ม 1 ก.ค. นี้

รัฐมนตรีสาธารณสุขฝรั่งเศสประกาศ แบนการสูบบุหรี่ในพื้นที่กลางแจ้งที่มีเด็ก หวังลดความเสี่ยงสุขภาพ เตรียมเริ่มบังคับใช้จริงต้นเดือนก.ค. ฝ่าฝืนเจอโทษปรับกว่า 5,500 บาท

วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า นางแคทเทอรีน โวทริน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและครอบครัวของฝรั่งเศส เปิดเผยผ่านสื่อท้องถิ่นว่า รัฐบาลเตรียมประกาศมาตรการ ห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่กลางแจ้งที่เด็กสามารถเข้าใช้บริการได้ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป

รายงานข่าวระบุว่า พื้นที่ที่ถูกห้ามสูบ ได้แก่ ชายหาด สวนสาธารณะและสวนในเมือง บริเวณหน้าโรงเรียน ป้ายรถโดยสารสาธารณะ และสนามกีฬา

อย่างไรก็ตาม ไม่รวมไปถึงร้านกาแฟหรือบาร์ที่มีโต๊ะนั่งกลางแจ้ง และบุหรี่ไฟฟ้ายังไม่อยู่รวมอยู่ในมาตรการห้ามครั้งนี้

สำหรับโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับเป็นเงิน 135 ยูโร หรือประมาณ 5,300 บาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วไปจะมีอำนาจบังคับใช้กฎหมายนี้ ขณะที่รัฐมนตรีระบุว่า เชื่อมั่นในพลังของการควบคุมตนเองของประชาชน

โดยรัฐมนตรีกล่าวว่า บุหรี่ควรหมดไปจากพื้นที่ที่มีเด็กอยู่ พร้อมย้ำว่า เสรีภาพในการสูบบุหรี่ต้องยุติ ในขณะที่เสรีภาพของเด็กในการหายใจอากาศบริสุทธิ์ได้เริ่มต้นขึ้น

ทางด้านข้อมูลจากศูนย์ติดตามสถานการณ์ยาเสพติดของฝรั่งเศส ระบุว่า ปัจจุบันมีชาวฝรั่งเศสสูบบุหรี่อย่างสม่ำเสมอคิดเป็น 23.1% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ และลดลงมากกว่า 5 จุดตั้งแต่ปี 2557 ขณะที่ คณะกรรมการต่อต้านการสูบบุหรี่แห่งชาติของฝรั่งเศส ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่กว่า 75,000 คนต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 13% ของการเสียชีวิตทั้งหมดในประเทศ

ขณะที่ผลสำรวจล่าสุดจาก สมาคมต่อต้านมะเร็งของฝรั่งเศส ระบุว่า ชาวฝรั่งเศสเกือบ 80% สนับสนุนมาตรการห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ และพื้นที่ระเบียงของร้านอาหาร.

คดีพลิกอีก ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ สั่งให้ระงับคำสั่งศาลการค้าฯ เปิดทางให้แผนภาษีทรัมป์กลับมาใช้ได้อีก

คดีพลิกอีก ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ สั่งให้ระงับคำสั่งศาลการค้าฯ เปิดทางให้แผนภาษีทรัมป์กลับมาใช้ได้อีก

30 พ.ค. 2568 04:41 น.

คดีพลิกอีก ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ สั่งให้ระงับคำสั่งศาลการค้าฯ เปิดทางให้แผนภาษีทรัมป์กลับมาใช้ได้อีก

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ สั่งให้ระงับคำสั่งของศาลการค้าระหว่างประเทศที่ให้ยกเลิกมาตรการภาษีของทรัมป์เปิดทางให้แผนภาษีทรัมป์กลับมาใช้ได้อีกครั้ง ขณะทำเนียบขาวระบุเตรียมยื่นถึงศาลฎีกา

วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ศาลอุทธรณ์กลางแห่งสหรัฐฯ มีคำสั่งระงับคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศที่ก่อนหน้านี้ตัดสินว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ละเมิดอำนาจในการใช้กฎหมายฉุกเฉินเศรษฐกิจปี 1977 เพื่อออกมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าจากทั่วโลก

ศาลอุทธรณ์ระบุว่า ให้ระงับคำพิพากษาและคำสั่งห้ามถาวรที่ศาลการค้าระหว่างประเทศมีต่อมาตรการภาษีของทรัมป์ไว้ชั่วคราว ระหว่างที่อยู่ระหว่างพิจารณาคำอุทธรณ์ของรัฐบาล

คำตัดสินนี้มีขึ้นเพียง 1 วัน หลังจากศาลการค้าระหว่างประเทศสั่งให้รัฐบาลสหรัฐฯ ยุติการเก็บภาษีนำเข้าภายใน 10 วัน โดยเห็นว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมาย

ในขณะที่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการจากประธานาธิบดีทรัมป์ แต่คณะทำงานของเขาออกมาชี้แจงผ่านหลายช่องทาง โดยนายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจด้านการค้าของทรัมป์ กล่าวว่า ทำเนียบขาวพร้อมยื่นฎีกาต่อศาลสูงสุดหากจำเป็น พร้อมระบุว่า มาตรการภาษีทรัมป์ยังคงเดินหน้าอย่างแน่นอน

ทางด้านคาโรไลน์ ลีวิตต์  โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า รัฐบาลจะชนะคดีนี้ในศาล พร้อมโจมตีตุลาการว่า ทำตัวไม่ต่างจากศาลนอกแถว ในขณะที่นายเควิน แฮสเซ็ตต์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทรัมป์ กล่าวถึงคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ว่า เป็นชัยชนะครั้งใหญ่ พร้อมระบุว่าทีมการค้าของทรัมป์ยังเดินหน้าเพื่อทำให้ข้อตกลงการค้ามีความยุติธรรม และทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง.

 ที่มา CNN

กองบัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชา ออกแถลงการณ์ 4 ข้อ ยืนยันกัมพูชาจะไม่ถอนกำลังจากจุดปะทะ

กองบัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชา ออกแถลงการณ์ 4 ข้อ ยืนยันกัมพูชาจะไม่ถอนกำลังจากจุดปะทะ

30 พ.ค. 2568 04:11 น.

กองบัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชา ออกแถลงการณ์ 4 ข้อ ยืนยันกัมพูชาจะไม่ถอนกำลังจากจุดปะทะ

กองบัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชา ออกแถลงการณ์ล่าสุด มี 4 ข้อ โดยเพิ่มมาอีก 1 ข้อจากของไทย ระบุว่าเห็นพ้องใช้กลไก JBC แก้ปัญหาเรื่องเขตแดน แต่ยืนยันกัมพูชาจะไม่ถอนกำลังจากจุดปะทะ หลัง ผบ.ทบ.ของทั้งสองฝ่ายได้หารือกันเป็นที่เรียบร้อยเพื่อคลี่คลายสถานการณ์

วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia ของสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา บิดาของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา โพสต์ภาพแถลงการณ์จากกองบัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชา ที่มีข้อความระบุว่า หลังจากเกิดเหตุปะทะด้วยอาวุธระหว่างกองทัพกัมพูชาและกองทัพไทย เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2568 บริเวณหมู่บ้านเตโชมรกต ตำบลมรกต อำเภอจอมกระสานต์ จังหวัดพระวิหาร

ในวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 เวลา 15:30 น. พล.อ.เมา โซะพัน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการกองทัพบกกัมพูชา และ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกของไทย ได้เข้าร่วมการหารือ ที่สำนักงานประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนช่องจอม-โอเสม็ด ได้ผลสรุปออกมา 4 ข้อดังต่อไปนี้

1.ทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ผ่านกลไกที่มีอยู่ทั้งหมด ได้แก่ คณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) คณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา-ไทย (GBC)และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการรังวัดและกำหนดเขตแดนทางบกระหว่างไทย-กัมพูชาปี 2543 (MOU2543) เพื่อให้แนวชายแดนของทั้งสองประเทศเป็นชายแดนแห่งสันติภาพ มิตรภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนา

2.ทั้งสองฝ่ายจะควบคุมสถานการณ์ตามสภาพเดิม อดทนอดกลั้น และแก้ไขปัญหาทั้งหมดผ่านคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) ซึ่งจะมีการประชุมภายใน 2 หรือ 3 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ

3.ฝ่ายกัมพูชาขอให้มีการเคารพในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน และไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 อีก

4.ฝ่ายกัมพูชาจะไม่ถอนกำลังหรือวางกำลังโดยไม่ติดอาวุธ ณ จุดที่เกิดการปะทะ เพราะบริเวณดังกล่าวฝ่ายกัมพูชาได้ครอบครองมาตั้งแต่ก่อนมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการรังวัดและกำหนดเขตแดนทางบกระหว่างไทย-กัมพูชาปี 2543 

โดยตอนท้ายของแถลงการณ์กัมพูชาระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องและยอมรับในทั้ง 4 ข้อข้างต้น และการหารือได้สิ้นสุดลงเมื่อเวลา 16:15 น. ของวันเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นฝ่ายไทยได้แถลงข้อสรุปการหารือมีเพียง 3 ข้อ ได้แก่

1. ให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินการแก้ไขปัญหาเป็นครั้งนี้ผ่านคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) ซึ่งจะจัดขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์

2. ให้ทั้งสองฝ่ายอยู่ในจุดที่เหมาะสม หรือ 200 เมตรจากจุดปะทะ ลดการเผชิญหน้า

3.ให้รักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ให้ใช้ความอดทนอดกลั้น

ที่มา เฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia 

ชาวเนปาลหลายหมื่นคน เดินขบวนเรียกร้องหวนคืนระบอบกษัตริย์ ฟื้นฟูฮินดูเป็นศาสนาประจำชาติ

ชาวเนปาลหลายหมื่นคน เดินขบวนเรียกร้องหวนคืนระบอบกษัตริย์ ฟื้นฟูฮินดูเป็นศาสนาประจำชาติ

29 พ.ค. 2568 22:47 น.

ชาวเนปาลหลายหมื่นคน เดินขบวนเรียกร้องหวนคืนระบอบกษัตริย์ ฟื้นฟูฮินดูเป็นศาสนาประจำชาติ

ชาวเนปาลหลายหมื่นรวมตัวกลางกรุงกาฐมาณฑุ เรียกร้องให้ฟื้นฟูระบอบกษัตริย์และอัญเชิญอดีตกษัตริย์กลับมาเป็นประมุขของประเทศอีกครั้ง พร้อมผลักดันให้ศาสนาฮินดูกลับมาเป็นศาสนาประจำชาติ 

วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า ชาวเนปาลหลายหมื่นคนออกมาชุมนุมครั้งใหญ่ใจกลางกรุงกาฐมาณฑุ โดยประชาชนได้ร่วมเดินขบวน พร้อมโบกธงชาติและตะโกนเรียกร้องให้ฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ ซึ่งถูกยกเลิกไปเมื่อปี 2551 พร้อมเรียกร้องให้สถาปนาสมเด็จพระราชาธิบดีเกียรณทร กลับมาเป็นประมุขของรัฐอีกครั้ง

รายงานข่าวระบุว่า ผู้ชุมนุมจำนวนมากยังเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูสถานะของศาสนาฮินดูให้กลับมาเป็นศาสนาประจำชาติของเนปาล โดยบางส่วนเล่นดนตรีพื้นบ้านประกอบการชุมนุม พร้อมตะโกนว่า จงนำกษัตริย์กลับสู่บัลลังก์เพื่อกอบกู้ประเทศ และเรารักในหลวงของเรายิ่งกว่าชีวิต

ในเวลาเดียวกัน กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลนายกรัฐมนตรีคัดห์กา ปราสาท โอลี ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันสาธารณรัฐ ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าอาจเกิดการปะทะระหว่างสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนหลายร้อยนายได้เข้าประจำพื้นที่ พร้อมกำหนดเวลาให้ทั้งสองกลุ่มชุมนุมต่างเวลากันเพื่อป้องกันความวุ่นวาย

หนึ่งในแกนนำผู้สนับสนุนระบอบกษัตริย์ ระบุว่า การประท้วงครั้งนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าระบอบกษัตริย์ที่มีมาหลายร้อยปีจะกลับคืนสู่ประเทศ และเนปาลจะกลายเป็นรัฐฮินดูอีกครั้ง

การประท้วงครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งของกลุ่มราชนิยม หลังจากมีการจัดการชุมนุมใหญ่เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้นรุนแรงถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ หลังกลุ่มผู้ชุมนุมจุดไฟเผาอาคารบางแห่ง ขณะที่ตำรวจยิงกระสุนจริงและแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม 

ตลอดช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กระแสเรียกร้องให้กษัตริย์กลับคืนสู่อำนาจเริ่มรุนแรงขึ้น กลุ่มราชนิยมมองว่ารัฐบาลและพรรคการเมืองหลักในประเทศล้มเหลวในการบริหาร และเต็มไปด้วยปัญหาคอร์รัปชัน จนประชาชนเริ่มหมดศรัทธาในระบอบสาธารณรัฐ

ทั้งนี้ พระเจ้ากษัตริย์เกียรณทร เคยถูกกดดันให้สละอำนาจแบบเผด็จการจากการชุมนุมใหญ่เมื่อปี 2549 และรัฐสภาเนปาลมีมติยกเลิกระบอบกษัตริย์ในปี 2551ทำให้พระองค์ต้องออกจากพระราชวังไปใช้ชีวิตแบบประชาชนทั่วไป ซึ่งจนถึงขณะนี้ พระองค์ยังไม่เคยออกมาแสดงความเห็นต่อกระแสเรียกร้องให้กลับคืนสู่อำนาจ อย่างไรก็ตามแม้การสนับสนุนต่อระบอบกษัตริย์จะเพิ่มขึ้น แต่โอกาสที่อดีตกษัตริย์จะกลับมามีอำนาจในเร็วๆ นี้ยังคงริบหรี่ เนื่องจากยังขาดการสนับสนุนในระดับรัฐสภาและระบบการเมืองโดยรวม.

‘ปลัดฯบุญสงค์’เป็นประธานเปิดงาน’Online Career Expo @Macau’

'ปลัดฯบุญสงค์'เป็นประธานเปิดงาน'Online Career Expo @Macau'

‘ปลัดฯบุญสงค์’เป็นประธานเปิดงาน’Online Career Expo @Macau’

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.21 น.

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงาน “Online Career Expo @Macau” ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยมี นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมเปิดงาน ณ ห้องประชุมประสงค์ รณะนันทน์ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน

นายบุญสงค์ กล่าวว่า ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดงาน “Online Career Expo @Macau”  ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สำนักงานแรงงาน ณ เมืองฮ่องกง กรมการจัดหางาน และสถานประกอบการภาคการบริการและการโรงแรมชั้นนำในเขตบริหารพิเศษมาเก๊า ผ่านระบบ Zoom Meeting ในวันนี้

กระทรวงแรงงานมีนโยบาย “หลักประกันทางสังคมเด่น เน้นทักษะทันสมัย คนไทยมีงานทำ สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เศรษฐกิจ แรงงานไทยมั่นคง” ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยจะมีงานทำ มีรายได้ และสามารถทำงานได้อย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี ในปี พ.ศ.2568 ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตั้งเป้าหมายให้กระทรวงแรงงานส่งแรงงานไปทำงานในต่างประเทศ กว่า 100,000 อัตรา กระทรวงแรงงานจึงได้มีการจัดกิจกรรม MOL Overseas Matching ขึ้น ในพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ ญี่ปุ่น อิสราเอล ฮ่องกง-มาเก๊า เกาหลี และไต้หวัน เป็นต้น อีกทั้งจากที่ได้เดินทางไปเยือนมาเก๊าในห้วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้รับทราบจากสถานประกอบการว่ามีความต้องการที่จะจ้างแรงงานไทย เนื่องจากคุณลักษณะนิสัยที่ดีของคนไทยที่มีความขยันอดทน มีจิตใจบริการและมีทัศนคติที่ดีในการทำงาน ซึ่งเหมาะกับงานบริการและการโรงแรม โดยสถานประกอบการต้องการผู้ที่มีคุณสมบัติด้านภาษาอังกฤษ จีนกลาง จีนกวางตุ้ง และภาษาอื่นๆ (อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี) และถึงแม้จะไม่มีประสบการณ์การทำงาน สถานประกอบการฯ จะจัดให้มีการอบรมการทำงานให้ทั้งก่อนการทำงานและระหว่างการทำงานให้แก่ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าทำงานด้วย

นายบุญสงค์ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ กระทรวงแรงงานได้รับความร่วมมือจากสถานประกอบการโรงแรม คาสิโนชั้นนำของมาเก๊า 5 แห่ง ได้แก่ 1) COD Resorts Limited (COD) ซีโอดี รีสอร์ท ลิมิเต็ด 2) Galaxy Entertainment Group (GEG) กาแล็กซี่ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์กรุ๊ป 3) MGM Paradise Limited (MGM) เอ็มจีเอ็ม พาราไดส์ ลิมิเต็ด 4) Sands China Ltd. แซนด์ ไชน่า ลิมิเต็ด และ 5) Wynn Macau Ltd. วิน มาเก๊า ลิมิเด็ด ซึ่งมีความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานโดยกรมการจัดหางาน ในการจัดส่งแรงงานมาทำงานในตำแหน่งต่างๆ ในภาคบริการและการโรงแรม อาทิ พนักงานต้อนรับส่วนหน้า พนักงานต้อนรับวีไอพี พนักงานลูกค้าสัมพันธ์วีไอพี ผู้ช่วยผู้จัดการร้านอาหาร กัปตัน พนักงานบริการลูกค้า และอื่นๆ เป็นต้น โดยมีอัตราเงินเดือนสูงถึง 45,000 – 110,000 บาท

“กระทรวงแรงงานเล็งเห็นความสำคัญและเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า กลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาใหม่ หรือใกล้จะสำเร็จการศึกษาเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ และมีความกระตือรือร้น จึงจัดกิจกรรมนี้ขึ้น เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโอกาสการทำงานระหว่างนักศึกษาไทยให้สามารถเข้าถึงตลาดแรงงานคุณภาพในมาเก๊าได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม ทั้ง คณาจารย์หรือนักศึกษาที่สนใจไปทำงานต่างประเทศ โดยเฉพาะภาคบริการและการโรงแรมในมาเก๊า ผมเชื่อว่า งาน “Online Career Expo @Macaน” (ออนไลน์ แคเรีย เอ็กโป แอด มาเก๊า) ในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับนักศึกษาไทยที่มองหาความก้าวหน้าในอาชีพ และเป็นโอกาสทองของทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ประกอบการจะได้พบกับบุคลากรคุณภาพจากประเทศไทย และขออวยพรให้ทุกท่านพบกับความสำเร็จในการร่วมงานในครั้งนี้” นายบุญสงค์ กล่าว

– 006