‘ผช.เลขารัฐสภา’แจงถูกมิจฉาชีพปลอมชื่อ-ภาพ หลอกลงทุน

'ผช.เลขารัฐสภา'แจงถูกมิจฉาชีพปลอมชื่อ-ภาพ หลอกลงทุน

‘ผช.เลขารัฐสภา’แจงถูกมิจฉาชีพปลอมชื่อ-ภาพ หลอกลงทุน

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.18 น.

“ผช.เลขารัฐสภา”แจง ถูกมิจฉาชีพ ปลอมชื่อ-ภาพ หลอกลงทุน แนะผู้เสียหายแจ้งความ ตำรวจ แทนยื่นร้องเรียนต่อสภาฯ จ่อฟ้องกลับคนที่เจตนาไม่ดี ยื่นร้องไร้หลักฐาน-ข้อเท็จจริงกับหน่วยงานต่างๆ

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม  ที่รัฐสภา  นายฐาคณิษฐ์   พรทองประเสริฐ ผู้ช่วยเลขานุการประธานรัฐสภา แถลงชี้แจงต่อกรณีที่มีผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อนายวันมูหะมัดนอร์  มะทา  ประธานรัฐสภา อ้างว่ามีมิจฉาชีพแอบอ้างว่าตนหลอกหลวงชักชวนลงทุนและวิธีการอื่นๆ ทำให้มีผู้เสียหายหลายราย  ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการนำชื่อของตนและภาพถ่ายของตนเปิดบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ปลอม รวมกว่า 30 บัญชี เพื่อหลอกลวงกลุ่มผู้เสียหายในรูปแบบต่างๆ  และมีผู้หลงเชื่อและโอนเงินให้กับกลุ่มมิจฉาชีพหลายครั้ง  เมื่อตนได้นำเรื่องไปแจ้งความต่อ สน.บึงกุ่ม เมื่อ 13 ม.ค. 2566 และ 7 พ.ย.2567 รวมถึง ร้องทุกข์ต่อกองบังคับการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2567 และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่รับคดีไว้ ระบุความคืบหน้าคดี เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2568 ว่า ให้งดการสอบสวน เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากผู้ให้บริการมีถิ่นที่อยู่ต่างประเทศ จึงไม่ปรากฎหลักฐานว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำผิด

 “สันนิษฐานว่าคนที่ทำไม่ใช่คนไทย  โดยเป็นชาวต่างชาติ เพราะการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถสอบต่อไปได้   ซึ่งในการตรวจสอบบัญชีที่แอบอ้าง พบว่าบางบัญชีสะกดชื่อผิด และบางบัญชีสะกดนามสกุลผิด บางบัญชีมีชื่อถูกต้อง แต่ใช้รูปบุคคลอื่น  ในการตรวจสอบทางคดีผู้เสียหายที่แจ้งความดำเนินคดีกับผมได้ทำความเข้าใจที่สถานีตำรวจแล้ว และได้ถอนแจ้งความ” นายฐาคณิษฐ์ กล่าว

นายฐาคณิษฐ์กล่าวต่อว่า  จากกรณีที่เกิดขึ้นหากมีผู้เสียหายแนะนำให้ไปติดตามทวงถามยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น แจ้งความที่สน. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงให้ผู้ที่มีอำนาจออกหมายเรียก หมายจับตามขั้นตอนของกฎหมาย จะเป็นประโยชน์มากกว่าที่จะมาร้องเรียนตนที่หน่วยงานต่างๆ  ซึ่งทำให้ตนเสียหายเสียชื่อเสียง ทั้งที่ตนไม่มีส่วนร่วมทำความผิด    อย่างไรก็ดีหากมีข้อเท็จจริงปรากฎว่ามีผู้เสียหายรวมตัวร้องเรียนตนอีก โดยพบเป็นการกระทำที่ไม่สุจริตและไม่มีพยานหลักฐานใดๆ เกี่ยวข้องกับตนว่าเป็นผู้กระทำความผิด ตนจะใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อไป

พัง!?? ยื่น‘ภราดร’สอบ‘รมว.พลังงาน’ เอี่ยว‘ด้อมพีระพันธุ์’หรือไม่

พัง!?? ยื่น‘ภราดร’สอบ‘รมว.พลังงาน’ เอี่ยว‘ด้อมพีระพันธุ์’หรือไม่

พัง!?? ยื่น‘ภราดร’สอบ‘รมว.พลังงาน’ เอี่ยว‘ด้อมพีระพันธุ์’หรือไม่

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.04 น.

ภาคประชาชนยื่น‘รองแบด’สอบ‘รมว.พลังงาน’เอี่ยว‘ด้อมพีระพันธุ์’ หลังโผล่ร่วมทุกงาน พร้อมหลักฐานเปรียบคนไม่เห็นด้วยเป็น‘กลุ่มคนใต้ตม’ ด้าน‘ภราดร’รับลูกส่งต่อกมธ.ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา ภาคประชาชนนำโดย นายอรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง ยื่นหนังสือถึงนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เรื่องขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมและบทบาทของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการส่งเสริม และสนับสนุนในการสร้าง “ด้อมพีระพันธุ์” หรือ “ด้อมพัง” (ชื่อกลุ่มแฟนคลับ) หรือไม่

นายอรรทิตย์ฌาณ กล่าวว่า เนื่องจากด้อมดังกล่าวมีพฤติกรรมในการล่วงละเมิดหรือล่วงเกิน คุกคาม ผู้ที่มีความเห็นต่างทางการเมือง โดยมีการถ่ายทอดสดหรือผลิตวิดีโอที่บิดเบือนข้อมูลด่าทอ ใช้ข้อความที่หยาบคาย รวมถึงการบูลลี่เด็กพิเศษด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการคุกคาม เรื่องของสิทธิเสรีภาพของคนที่มีความเห็นต่าง ผ่านทางแอพพลิเคชั่นติ๊กต๊อกและเฟซบุ๊กโดยการคุกคามดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อแอพพลิเคชั่นติ๊กต๊อกและเฟซบุ๊ก โดยพฤติกรรมที่คิดว่านายพีระพันธุ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างกลุ่มแฟนคลับหรือไม่นั้น เป็นเพราะนายพีระพันธุ์ได้ใส่เสื้อพัง  ซึ่งเป็นเสื้อที่ทางพรรคไปทำเสื้อ โดยวันนี้ที่มายื่นหนังสือ เพราะมีหลักฐานที่แฟนคลับไปช่วยกันแพ็คเสื้อพัง รวมถึงปฏิทินของพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งภาพที่ปรากฏคาดว่าสถานที่นั้นเป็นสถานที่ราชการคือบ้านพิบูลธรรม ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับนายพีระพันธุ์

ทั้งนี้ ไม่แน่ใจว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ สนับสนุนให้มีการส่งเสริมหรือสนับสนุน ให้มีการจัดกิจกรรม การพบปะของด้อมพีระพันธุ์หรือไม่ โดยหลักฐานที่เรานำมายื่น ประกอบด้วย โดยครั้งแรกจะเป็นการเปิดตัวด้อมพีระพันธุ์ ตั้งแต่ช่วงเม.ย.ปี 67 หลังจากนั้นจะมีการจัดงานเสวนาอีก 2 ครั้งที่สามย่านมิตรทาวน์ และล่าสุดคือ เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรมด้อมพีระพันธุ์อีกครั้ง แต่ทุกครั้งที่มีการจัดกิจกรรมนายพีระพันธุ์จะไปร่วมด้วย

นายอรรทิตย์ฌาณ กล่าวว่า ในวันที่ 20 เม.ย. นายพีระพันธุ์มีการพูดในประเด็นที่ทำให้เกิดการโต้แย้งกันในสังคมถึงการทำงานของนายพีระพันธุ์ ทั้งนี้ ในหลักฐานที่ตนนำมายื่นจะมีเรื่องของคลิปเสียง คลิปวิดีโอของนายพีระพันธุ์ ที่เปรียบเปรยประชาชนที่ไม่ได้สนับสนุนตัวเอง เป็นประชาชนที่อยู่ในกลุ่มคนใต้ตม ไม่ใช่หน้าที่ที่จะต้องมุดลงไป กระชากคนเหล่านั้นขึ้นมา ทำให้ตนตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมต่างๆของนายพีระพันธุ์ อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับด้อมพีระพันธุ์หรือไม่แน่ใจว่าสนับสนุนหรือส่งเสริมด้วยหรือไม่ จึงอยากให้นายภราดร ช่วยตรวจสอบพฤติกรรมต่างๆ หากนายพีระพันธุ์ มีส่วนเกี่ยวข้อง ตนไม่แน่ใจว่าจะผิด รัฐธรรมนูญ ในหมวด 8 มาตรา 164 วรรค 4 ด้วยหรือไม่ รวมถึงอาจจะต้องมีการตรวจสอบเรื่องจริยธรรมด้วยว่าเข้าขั้นร้ายแรงหรือไม่

ด้านนายภราดร กล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎรเป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน จากทุกภาคส่วน วันนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ได้รับผลกระทบจากโลกออนไลน์ ที่แสดงให้เห็นว่าบนโลกสังคมออนไลน์มีการบูลลี่ในทุกกลุ่มสีเสื้อ ตนจึงคิดว่ามีความจำเป็นที่สภาฯ จะต้องมาศึกษาและหาแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไรกับโลกออนไลน์ที่มีผู้คนที่จะบูลลี่ฝ่ายตรงข้าม โดยในระบอบประชาธิปไตย ตนเชื่อว่าความเห็นต่างทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่การแสดงความคิดเห็นต้องไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น โดยตนจะนำเรื่องดังกล่าวนำเข้าสู่คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ไปดำเนินการต่อ

‘ซาบีดา’ รับตกใจเหตุระเบิดใต้ ระหว่างลงพื้นที่ ห่วงเด็ก เผยรัฐบาลอยากเห็นสันติภาพ-สมานฉันท์

'ซาบีดา' รับตกใจเหตุระเบิดใต้ ระหว่างลงพื้นที่ ห่วงเด็ก เผยรัฐบาลอยากเห็นสันติภาพ-สมานฉันท์

‘ซาบีดา’ รับตกใจเหตุระเบิดใต้ ระหว่างลงพื้นที่ ห่วงเด็ก เผยรัฐบาลอยากเห็นสันติภาพ-สมานฉันท์

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.56 น.

ซาบีดา “ รับตกใจเหตุระเบิดใต้ ระหว่างลงพื้นที่ ห่วงเด็กและเยาวชน เผย รัฐบาลอยากเห็นสันติภาพและความสมานฉันท์ในพื้นที่ 


วันที่ 6 พฤษภาคม 2568  เวลา 09.45 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีเหตุระเบิดในพื้นที่ภาคใต้ ระหว่างที่ลงพื้นที่ไปมอบโฉนดที่ดิน ที่จังหวัดนราธิวาส ว่า รู้สึกเป็นเป็นห่วงเด็กๆ ไม่อยากให้พื้นที่แตกตื่น ไม่อยากให้เด็กๆ ขวัญเสีย ตนจึงควบคุมอารมณ์เอาไว้ 

ส่วนการลงพื้นที่นราธิวาส มีการดูแลแบบใด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การลงพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส มี 2 จุด จุดแรกคือการมอบโฉนดที่ดินสำหรับการจัดรูปที่ดิน ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่อ.สุไหงโกลก และ ที่อ.รือเสาะ 

อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐมนตรีช่วยเรียกร้องสันติภาพในพื้นที่ เพื่อลดความรุนแรงที่เกิดขึ้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า เรื่องสันติภาพ จริงๆแล้ว รัฐบาลมีการเรียกร้องมาโดยตลอด เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสงบสุข และอยากให้มีความสมานฉันท์ มีความรักในพื้นที่ให้เกิดความสงบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เหตุการณ์ก็ยังคงเกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ในบางครั้ง เราไม่สามารถไปควบคุมได้ แต่ว่าที่สำคัญ คือการกำชับในพื้นที่

ทั้งนี้ เมื่อเกิดเหตุการณ์แล้ว นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ผู้เป็นพ่อ ได้มีการโทรศัพท์สอบถามถึงเหตุการณ์หรือไม่ นางสาวซาบีดา ระบุว่าได้มีการโทรศัพท์สอบถาม ก็มีความเป็นห่วง และย้ำว่าพื้นที่ที่ได้ลงไปมีการตรวจเช็คในเรื่องของความปลอดภัยทั้งในและนอกพื้นที่แล้ว 

นางสาวซาบีดา ยังย้ำว่า ไม่อยากใช้ความรู้สึกส่วนตัวในการประเมินสถานการณ์  เพราะตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ และในพื้นที่เกิดเหตุมีเด็กๆ และเยาวชนอยู่ 

‘บิ๊กเล็ก’บินลงใต้7พค. ขอฟังข้อมูลหน่วยงานในพื้นที่ นำมาปรับแผนเร่งด่วนดับไฟใต้

'บิ๊กเล็ก'บินลงใต้7พค. ขอฟังข้อมูลหน่วยงานในพื้นที่ นำมาปรับแผนเร่งด่วนดับไฟใต้

‘บิ๊กเล็ก’บินลงใต้7พค. ขอฟังข้อมูลหน่วยงานในพื้นที่ นำมาปรับแผนเร่งด่วนดับไฟใต้

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.35 น.

‘บิ๊กเล็ก’เตรียมลงพื้นที่ จชต. 7 พค. เล็งรับฟังข้อมูลหน่วยงานเกี่ยวข้อง ก่อนกลับมาปรับแผนเร่งด่วนดับไฟใต้  ลั่น ‘ภูมิธรรม’มอบหมายงานแล้ว ช่วยเต็มที่

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม  ที่ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ณัฐพล  นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มอบหมายให้ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หลังเกิดสถานการณ์ความรุนแรงต่อเนื่องว่า  นายภูมิธรรมมอบหมายให้ลงไปพูดคุยกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดการดำเนินการว่าจะทำอย่างไร และการลงพื้นที่ในครั้งนี้จะงดทุกอย่างที่เป็นทางการ เนื่องจากปัจจุบันหน่วยงานในพื้นที่กำลังปฎิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้นกันอยู่  ตนจะไม่ลงไปรบกวนการทำงาน จะลงไปพบแม่ทัพภาคที่ 4 และหน่วยในพื้นที่บางหน่วย  

ส่วนที่เกิดสถานการณ์รุนแรงต่อเนื่องนั้น รมช.กลาโหมเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้จะถือเป็นส่วนหนึ่งในการปรับแผน ที่ผ่านมาตนไม่ได้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง  ตนเป็น รมช.กลาโหมรับผิดชอบกำลังพลเท่านั้น ส่วนใหญ่ กอ.รมน.เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งนายภูมิธรรมได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้กำกับดูแล

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการวิเคราะห์ถึงสาเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ว่ามาจากอะไร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า กำลังวิเคราะห์กันอยู่ แต่อยากลงไปฟังด้วยหูของตัวเอง ที่ผ่านมาฟังแค่เพียงรายงาน

เมื่อถามว่า กระบวนการพูดคุยสันติสุขควรจะมีความชัดเจนได้หรือไม่  พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ตนขอลงพื้นที่ไปพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ก่อน ทั้งหน่วยทหาร ผู้นำศาสนา เมื่อกลับมาแล้วจะรายงานให้นายภูมิธรรมทราบเพื่อกำหนดแนวทางให้ชัดเจนอย่างเร่งด่วนต่อไป

“ยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจ อยู่ที่นี่ก็เดือดเนื้อร้อนใจอยู่ ไม่ใช่สบายใจ  เพียงแต่ที่ผ่านมาผมไม่ได้อยู่ในกระบวนการ เมื่อนายภูมิธรรมได้มอบหมายแล้วก็จะเข้ามาช่วยอย่างเต็มที่”พล.อ.ณัฐพลกล่าว

‘อนุทิน’ปลื้ม‘พล.อ.ประยุทธ์’ตบไหล่ให้กำลังใจทำงาน บอกทำงานช่วยนายกฯให้ดี

‘อนุทิน’ปลื้ม‘พล.อ.ประยุทธ์’ตบไหล่ให้กำลังใจทำงาน บอกทำงานช่วยนายกฯให้ดี

‘อนุทิน’ปลื้ม‘พล.อ.ประยุทธ์’ตบไหล่ให้กำลังใจทำงาน บอกทำงานช่วยนายกฯให้ดี

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.20 น.

‘อนุทิน’เผย ‘พล.อ.ประยุทธ์’ตบไหล่ให้กำลังใจทำงานช่วยนายกฯให้ดี  บอกปิดเคส ปม เอกสารหลุด กอ.รมน. หลัง 2 โฆษกแจง  ลั่นในครม.หากไม่โดนพาดพิงคงต้องไปบวช

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 พฤษภาคม  ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายอนุทิน  ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงการพบกับพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี ได้ฝากความห่วงใยอะไรมายังรัฐบาลหรือไม่ว่า  เจอพล.อ.ประยุทธ์ทุกครั้งก็ดีใจ ไม่ได้เจอกันมา 2-3 เดือนแล้ว

  ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ปรารภอะไรถึงสถานการณ์ทางการเมืองหรือไม่  นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ได้แต่ถามสารทุกข์สุขดิบว่าเป็นอย่างไรบ้าง งานหนักหรือไม่ และเป็นกำลังใจให้  เวลาเจอกันพล.อ.ประยุทธ์ ก็ตบไหล่ให้กำลังใจในการทำงานตลอด ให้ช่วยนายกฯให้ดีๆ

 เมื่อถามถึงกระแสข่าวเอกสารของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่ มีชื่อนายอนุทินเกี่ยวข้องกับเรื่องของสถาบัน พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้กำลังใจในเรื่องนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คนที่เป็นรัฐมนตรีเจอเรื่องแบบนี้ทุกวัน  ไม่เจอเรื่องนี้ก็เจอเรื่องนั้น ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้รู้สึกอะไร ตรงไหนที่รู้สึกว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริงเราก็ชี้แจง  แต่ว่าจะให้ไม่โดนเลย ขาวจั๊วะ ไม่ให้ใครมาพาดพิงได้เลย อันนี้ต้องไปบวช

ส่วนกรณีที่มีชื่ออยู่ในเอกสารของกอ.รมน เคลียร์เรียบร้อยหมดแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีแล้ว พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก รู้จักกับตนอยู่แล้ว รวมถึง พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. ก็ออกมาแถลงเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องจบแล้ว มาแถลงขนาดนี้ ตนว่าผู้สื่อข่าวก็ควรจะปิดเคสได้แล้วว่าตนไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ อาจมีความผิดพลาดนิดหน่อยที่ไปบอกว่า  ให้ไปอ่านในเนื้อความ ที่บอกว่าตนยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 112  ซึ่งตนก็ชี้แจงไปว่า เวลาคนอ่าน อ่านแต่หัวข้อ เหมือนเวลาอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ก็อ่านแค่พาดหัวข่าว ไม่มีใครอ่านรายละเอียด ซึ่งก็เข้าใจและออกมาแก้ไข

 เมื่อถามว่า กอ.รมน.ยังควรมีอยู่ต่อไปหรือไม่  เพราะก่อนหน้านี้มีข้อเสนอให้ยกเลิก นายอนุทินหัวเราะ ก่อนบอกว่า ตนก็เป็นรองผอ.รมน.อยู่ เวลาประชุมก็ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก

‘อนุทิน’แจงปม‘ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ’แจ้งคนอ้างเป็นดีเอสไอ บังคับอดีตผู้สมัครสว.เป็นรายงานปกติ

‘อนุทิน’แจงปม‘ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ’แจ้งคนอ้างเป็นดีเอสไอ บังคับอดีตผู้สมัครสว.เป็นรายงานปกติ

‘อนุทิน’แจงปม‘ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ’แจ้งคนอ้างเป็นดีเอสไอ บังคับอดีตผู้สมัครสว.เป็นรายงานปกติ

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.15 น.

‘อนุทิน’แจงปม‘ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ’แจ้งเหตุกลุ่มคนอ้างเป็น‘ดีเอสไอ’ บังคับอดีตผู้สมัครสว.‘ฮั้ว’เลือกตั้ง เป็นการรายงานผู้บังคับบัญชาตามปกติ ปัดตอบเอกสารส่ง‘กกต.’เชื่อถือได้หรือไม่ บอกคุม‘มหาดไทย’ดูแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ประชาชน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 พ.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีผู้ว่าราชการอำนาจเจริญ ทำหนังสือลับแจ้งปลัด มหาดไทย พบกลุ่มบุคคลอ้างเป็นดีเอสไอ บังคับอดีตผู้สมัครสว. 2 ราย ให้ยอมรับว่าฮั้วเลือกตั้งสว. ว่า โดยปกติผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดต้องดูแลประชาชนอยู่แล้ว อะไรที่ผิดปกติท่านก็รายงานเข้ามามายังผู้บังคับบัญชา คือปลัดกระทรวงมหาดไทย จึงถือเป็นเรื่องปกติ และการรายงานของผู้ว่าราชการจังหวัดเรามีไลน์กลุ่มอยู่ วันๆ อ่านกันแทบไม่ไหว มีคดีนั้นคดีนี้หรือเหตุการณ์นั้นเหตุการณ์นี้ ก็มีรายงานเข้ามาตลอด เมื่อรายงานเข้ามาแล้วก็จะมีการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร

เมื่อถามว่า ขณะนี้เพิ่งมีเพียงเคสเดียวคือกรณีของจังหวัดอำนาจเจริญใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเพิ่งได้เห็นจากข่าวเมื่อวานนี้ (5 พ.ค.)

ส่วนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเอกสารที่ดีเอสไอ ส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. จะไม่ได้เกิดจากการบังคับมา นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ทราบเลย เพราะตนไม่ได้กำกับดูแลหน่วยงานนั้น ตอนอยู่กระทรวงมหาดไทย ทำแต่เรื่องบำบัดทุกข์บำรุงสุข

นายกฯ เรียก รมต.เพื่อไทย ถกสถานการณ์ความไม่สงบภาคใต้ ก่อนนำประชุม ครม.

นายกฯ เรียก รมต.เพื่อไทย ถกสถานการณ์ความไม่สงบภาคใต้ ก่อนนำประชุม ครม.

นายกฯ เรียก รมต.เพื่อไทย ถกสถานการณ์ความไม่สงบภาคใต้ ก่อนนำประชุม ครม.

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.13 น.

นายกฯ เรียกถกรมต.เพื่อไทย สถานการณ์ใต้-ติดตามงานหลายเรื่อง ก่อนนำประชุมครม. 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยประชุมบนตึกไทยคู่ฟ้า โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายสรวงษ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย 

ภายหลังการประชุมผู้สื่อข่าวถามว่ามีเรื่องอะไรด่วนถึงเรียกประชุมรัฐมนตรีเพื่อไทย นายกฯ กล่าวว่า อ๋อ มีหลายประเด็นที่ต้องคุยคะ ต้องคุยกันนิดนึง เมื่อถามอีกว่ามีการพูดคุยเรื่องสถานการณ์ภาคใต้ด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ด้วยค่ะ 

ด้านนายสุริยะ กล่าวว่า นายกฯได้เน้นย้ำเรื่องการทำทุกเรื่องเพื่อดูแลประชาชน 

จากนั้นเวลา 10.00 น. น.ส.แพทองธาร เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้มีครม.ลาการประชุม 4 คน ได้แก่ 1.น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 2.น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม  3.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ4.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ขณะที่ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ 

ยันรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาไฟใต้ ยึดพูดคุยสันติสุข วอนอย่าด้อยค่าคู่เจรจา

ยันรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาไฟใต้ ยึดพูดคุยสันติสุข วอนอย่าด้อยค่าคู่เจรจา

ยันรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาไฟใต้ ยึดพูดคุยสันติสุข วอนอย่าด้อยค่าคู่เจรจา

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.05 น.

‘ทวี’ยันรัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาไฟใต้ ยึดการพูดคุยสันติสุข เพื่อความปลอดภัยปชช. วอนอย่าด้อยค่าคู่เจรจา ปัดพูด ‘เขตปกครอบพิเศษ’ แจงเคยพูดเทียบซินเจียงโมเดล คล้ายภาคใต้บ้านเรา

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 6 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล  พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ยืนยันว่ารัฐบาลมุ่งมั่นจะแก้ปัญหาภาคใต้ โดยเฉพาะชีวิต ความปลอดภัยและทรัพย์สิน อยากสร้างสันติสุขให้ยั่งยืน ซึ่งการแก้ปัญหาภาคใต้ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และแก้ด้วยสันติวิธี โดยเมื่อวานนี้ (5 พ.ค.) ตนได้ไปรดน้ำศพตำรวจที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิด และพบหน่วยกำลังในพื้นที่ ก็ได้บอกว่าในเบื้องต้นต้องทำให้ประชาชนได้รับการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัย อย่าให้พื้นที่เป็นของฝ่ายตรงข้าม พื้นที่ต้องเป็นของรัฐ

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า เนื่องจากในโครงสร้าง ในหมู่บ้าน จะมีผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งหมด 37 คน และมีกองกำลังอาสา จ.นราธิวาส ที่มี 3,000 คน และมีทหารพราน 7,500 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 3,800 คน ซึ่งทั้งหมดนี้อาจจะป้องกันไม่ได้ แต่ว่าต้องได้รับความร่วมมือ จากผู้นำในท้องที่ ผู้นำศาสนา หรือผู้นำจิตวิญญาณ ทุกคนต้องเข้าใจตรงกันว่ามนุษย์ต้องได้รับการปกป้องคุ้มครอง ซึ่งได้หามาตรการไว้แล้ว

พ.ต.อ.ทวีกล่าวอีกว่า ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว รัฐบาลมีนโยบายไว้แล้ว  ซึ่งขณะนี้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ดูแลอยู่ คงจะได้มีการพูดคุยกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีการพุ่งเป้าไปที่ชาวไทยพุทธ  พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ตนก็ได้รับรายงานถึงสาเหตุมา แต่ตนก็ขอให้มีการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ เมื่อวานนี้ (5 พ.ค.) ที่ตนไปเยี่ยมผู้ป่วย ก็มีผู้นำศาสนามาเยี่ยมด้วย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของศาสนา แต่การกระทำกับกลุ่มเปราะบางเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเรียกร้องให้มีการเปิดพื้นที่เจรจาโดยเร็วที่สุด  พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เราคงไม่ต้องออกทีวีเจรจา

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการเจรจาทางลับอยู่ใช่หรือไม่  พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การแก้ปัญหาสูงสุดคือ ต้องเอาความปลอดภัยและความอยู่ดีกินดีของประชาชนเป็นหลัก  รัฐบาลเคารพฝ่ายค้าน แต่วิธีการกระทำของรัฐบาล ก็ต้องทำภายใต้รัฐธรรมนูญ ที่สำคัญเราต้องเปิดให้ประชาชน มีส่วนในการกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง โดยเฉพาะชาวไทยพุทธต้องเข้ามามีส่วนในการพูดคุยด้วย

ถามว่า เรื่องการเจรจาพูดคุย ในส่วนหัวหน้าของฝ่ายไทย ยังไม่มีความชัดเจนว่ามีใครบ้าง พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เดินเป็นเลขา สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ตนไม่ทราบว่าคำสั่งนั้นมีการยกเลิกหรือยัง แต่ก็เป็นแบบนี้มาตลอด ที่เลขา สมช.เป็นหัวหน้าในการพูดคุย

เมื่อถามว่า คนที่เราพูดคุยเจรจาด้วย ใช่คนที่มีอำนาจในการตัดสินใจหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เราอย่าไปด้อยค่าเขา เพราะการพูดคุยหากเป็นช่วงเดือนรอมฎอน ถ้าเขาบอกหยุดก็ต้องหยุด เพราะฉะนั้น เราอย่าไปด้อยค่าใคร

ถามอีกว่า ในพื้นที่มีใบปลิวโจมตีว่ารัฐบาลจะออก พ.ร.บ.ก่อการร้าย พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่มีคำพูดนี้จากรัฐบาล แต่ในส่วนของวุฒิสภา มีการพูดคุยในเรื่องนี้ แต่ไม่น่าจะมีความคิดนี้ โดยเฉพาะตน ไม่มีแน่นอน

ถามถึงกรณีที่ พ.ต.อ.ทวี เคยพูดถึงการเป็นเขตปกครองพิเศษ จุดยืนของพรรคประชาชาติเป็นอย่างไร พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตนไม่เคยพูดถึงเรื่องเขตปกครองพิเศษ แต่พูดว่า ตนพึ่งได้ไปเขตปกครองพิเศษซินเจียง-อุยกูร์มา และบอกว่าลักษณะของเขตปกครองพิเศษนี้จะคล้ายกับภาคใต้บ้านเรา ในเรื่องของภาษาและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะปิดกั้น นอกจากนี้ คนจีนก็พูดกับคนในพื้นที่ไม่ได้ ต้องมีการแปลจาก ภาษาอุยกูร์เป็นภาษาจีน

เมื่อถามว่า การเพิ่มขึ้นของเหตุความรุนแรงในพื้นที่ ต้องทำให้รัฐบาลเพิ่มการพูดคุยเจรจามากขึ้นหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า การเจรจาก็เป็นกุศโลบายหนึ่ง เพราะเราต้องยอมรับว่าคนที่ก่อเหตุเป็นคนไทยด้วยกัน ดังนั้นควรหันหน้ามาคุยกัน

บานปลาย! ‘ทวี’ขู่เชือด‘ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ’เป็นอุปสรรคสอบ‘ฮั้ว สว.’ ระวังผิด ม.22 โทษหนัก

บานปลาย! ‘ทวี’ขู่เชือด‘ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ’เป็นอุปสรรคสอบ‘ฮั้ว สว.’ ระวังผิด ม.22 โทษหนัก

บานปลาย! ‘ทวี’ขู่เชือด‘ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ’เป็นอุปสรรคสอบ‘ฮั้ว สว.’ ระวังผิด ม.22 โทษหนัก

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.03 น.

‘ทวี’ขู่ฟัน‘ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ’เป็นอุปสรรคสอบ‘ฮั้ว สว.’ ระวังโดน ม.22 โทษหนักจำคุก 1-10 ปี เร่งสอบหนังสือร้องเรียนปลัด มท. รับ 3 คนเป็นเจ้าหน้าที่‘ดีเอสไอ’จริง ลงพื้นที่สอบพยาน หลังถูกข่มขู่จากผู้มีอิทธิพล

เมื่อเวลา 09.45 น.วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยอ้างมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอข่มขู่อดีตผู้สมัคร สว. ให้ยอมรับว่ามีการฮั้ว สว. เกิดขึ้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ’แจ้ง‘ปลัด มท.’ พบบุคคลอ้างตัวเป็น‘DSI’ บังคับ‘2 อดีตผู้สมัคร’ให้ยอมรับว่าฮั้วเลือกสว.) ว่า ได้รับรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว พนักงานสอบสวนได้เดินทางไปตรวจสอบที่จังหวัดอำนาจเจริญ และพยานบุคคลกว่า 10 ปาก ซึ่งพยานให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องหนังสือของผู้ว่าฯ นั้น กำลังตรวจสอบ เนื่องจากโดยหลักการสอบสวนคดีพิเศษ เรามีกฎหมายมาตรา 22 ถ้าเป็นคดีพิเศษผู้ว่ามีอำนาจในการสืบสวนสอบสวน หากมีการประสานงานไปต้องให้ความร่วมมือ ถ้าไม่ร่วมมือจะมีโทษที่เกี่ยวข้องจำคุก1-10 ปี ซึ่งได้ให้อธิบดีดีเอสไอใช้กฎหมายและข้อบังคับ เพราะที่อำนาจเจริญมีพยานกว่า 300 ปาก แต่ไม่จำเป็นต้องสอบทั้งหมด เนื่องจากได้หลักฐานที่เป็นพยานวัตถุ เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ สามารถย้อนกลับไปดูในที่เกิดเหตุได้ รวมถึงร่องรอยทางโทรศัพท์

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ทั้งนี้ ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีอุปสรรคในการสืบสวนสอบสวน แต่ถ้ามีอุปสรรคก็ขอให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ใช้กฎหมายและข้อบังคับ ที่ออกในปี 2547 ดำเนินคดีได้ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด

เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่ 3 คน ที่ลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ และถูกร้องเรียน เป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจริงหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ยอมรับว่า เป็นพนักงานสอบสวนของดีเอสไอจริง และได้รับความร่วมมือดี

เมื่อถามว่า เหตุใดผู้ว่าฯ ถึงได้แจ้งว่ามีการข่มขู่พยาน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่ายังไม่เคยแจ้งมาที่ตน หากผู้ว่าฯ พบการข่มขู่ ขอให้รายงานมาที่ตน อีกทั้งพนักงานสอบสวนของดีเอสไอลงพื้นที่อำนาจเจริญตามคำเรียกร้องของพยาน ว่าถูกข่มขู่จากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จึงอยากให้ดีเอสไอไปสอบปากคำ ขณะเดียวกันไม่มีเงินที่จะเดินทางมาที่ กทม.

เมื่อถามว่า ขั้นตอนคดีการฮั้วเลือก สว. จะเสร็จแล้วหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า อยู่ในกระบวนการของพนักงานสอบสวน ตนไม่สามารถแทรกแซงได้ แต่ไม่มีปัญหาและอุปสรรค

เมื่อถามว่า คดีนี้ถูกมองว่าเป็นเรื่องการเมืองระหว่างพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย พ.ต.อ.ทวี ยืนยันว่า ไม่มีเรื่องการเมือง ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน เพราะเรื่องเป็นคดีพิเศษก็ว่ากันไป ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน จะทำอะไรนอกเหนือกฎหมาย ข้อบังคับ และพยานหลักฐาน ไม่ได้ เช่นเดียวกันบุคคลจะมีอิทธิพลเหนือกฎหมายไม่ได้

เมื่อถามว่า ทางดีเอสไอเตรียมแจ้งข้อกล่าวหา 138 สว. และอีก 2 สว. สำรอง พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ต้องไปถามอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งขณะนี้ก็ทำงานหนัก และให้คำนึงว่าเรื่องนี้ประชาชนให้ความสนใจ ขอให้ทุกขั้นตอนมีพยานค้ำยันทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงเส้นทางการเงิน และการใช้โทรศัพท์ติดต่อ ประกอบกับหลักและเหตุผล

เมื่อถามว่า จะมีโอกาสแจ้งข้อกล่าวหาภายในสัปดาห์นี้หรือไม่หลังครบ 2 เดือนแล้ว พ.ต.อ

ทวี กล่าวว่า มีรายงานว่ามาจะเร่งรัดตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนพฤษภาคม ก็รอดูอยู่ ทั้งนี้ ตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องเรื่องการสอบพยานมากนัก เพราะกลัวมีข้อครหาว่าการเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยว  ส่วนการเรียกผู้ถูกกล่าวหามาให้ข้อมูลนั้น  ก็ให้รอหมายเรียก ยังไม่แน่ชัดว่าจะทยอยออก หรือออกครั้งเดียว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การสอบสวนจะเชื่อมโยงไปยังนักการเมืองหรือไม่นั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า หากถึงใครก็ดำเนินการหมด ไม่มีละเว้นใคร

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีชื่อรัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้อง ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เคยออกจากปากตน

เรื่องธรรมดา! สภาฯของบรีโนเวทอาคารรัฐสภา คนใช้เป็นหมื่นก็ต้องเสื่อมโทรม

เรื่องธรรมดา! สภาฯของบรีโนเวทอาคารรัฐสภา คนใช้เป็นหมื่นก็ต้องเสื่อมโทรม

เรื่องธรรมดา! สภาฯของบรีโนเวทอาคารรัฐสภา คนใช้เป็นหมื่นก็ต้องเสื่อมโทรม

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.53 น.

‘อนุทิน’ มองเป็นเรื่องธรรมดา สภาฯของบปรับปรุง อาคารรัฐสภา ลั่นคนใช้เป็นหมื่นก็ต้องเสื่อมโทรม ปัด ไม่เกี่ยว บ.รับเหมาก่อสร้าง-ออกมานานแล้ว

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการปรับปรุงอาคารรัฐสภา หลังประชาชนตั้งข้อสังเกต เพิ่งสร้างมาได้ 6 ปี แต่ต้องของบประมาณในการปรับปรุงใหม่ว่า  ไม่ใช่การรีโนเวท แต่เท่าที่ทราบคือขอเพิ่มงบในการสร้างพิพิธภัณฑ์ และตนก็ได้ถามนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานรัฐสภาคนที่ 2  แล้ว ซึ่งรับผิดชอบแค่เรื่องพิพิธภัณฑ์ ผลการก่อสร้างอะไรเพิ่มเติมตนไม่รู้เรื่อง

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า การใช้งานมาแค่ 6 ปี อาคารรัฐสภามีความเสื่อมโทรมจนถึงขั้นต้องปรับปรุงแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินมองว่า  มีผู้มาใช้งานเป็น 10,000 คน ก็ต้องเสื่อมโทรมเป็นธรรมดา ซึ่งถือว่าเป็นการใช้งานหนักมากทั้งเจ้าหน้าที่และสมาชิกรัฐสภา และประชาชนที่เข้ามาติดต่อราชการ และร่วมกิจกรรมต่างๆ จึงเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่อาคารแบบนี้จะต้องซ่อมบำรุง รีโนเวท ปรับปรุง อย่างเช่นลิฟท์ที่มีการใช้เป็น 1,000 เป็น 10,000 เที่ยวต่อวัน

 เมื่อถามว่า แต่บริษัทที่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารรัฐสภา เป็นบริษัทชิโนไทย นายอนุทิน ตอบกลับทันทีว่า “ผมเกี่ยวอะไร ไม่รู้จัก ออกมานานแล้ว”